1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:21,313 --> 00:00:23,273
- เอาละ
- โอเค หวัดดี

4
00:00:23,357 --> 00:00:25,692
สแตนด์บาย จะถ่ายแล้ว

5
00:00:25,776 --> 00:00:27,069
- พร้อมนะ
- พร้อม

6
00:00:27,152 --> 00:00:29,446
มีเรื่องราวเล็กน้อยที่ผมต้องเล่า

7
00:00:29,530 --> 00:00:32,323
เรื่องพี่น้องสุดแสบสามใบเถา
ที่คุณรู้จักกันดี

8
00:00:32,406 --> 00:00:34,910
จุดเริ่มต้นต้องย้อนไปนานหลายปี

9
00:00:34,993 --> 00:00:36,411
- มีแอ็ด-ร็อก
- เอ็มซีเอ

10
00:00:36,495 --> 00:00:37,746
- กับผม
- ไมค์ ดี

11
00:00:37,829 --> 00:00:40,207
(คิงส์เธียเตอร์
BEASTIE BOYS STORY)

12
00:00:52,261 --> 00:00:53,595
คุณชอบใครในวงบีสตีบอยส์ที่สุด

13
00:00:53,679 --> 00:00:55,806
ผมชอบทุกคนเลย จริงๆ นะ

14
00:00:55,889 --> 00:00:58,642
ผมว่าเอ็มซีเอดังมาก

15
00:00:58,725 --> 00:00:59,643
ไมค์ ดี

16
00:00:59,726 --> 00:01:01,728
แอ็ด-ร็อกเป็นแรงบันดาลใจมากเลย

17
00:01:01,812 --> 00:01:03,230
เวลาคุณฟังวงหนึ่งนานขนาดนั้น

18
00:01:03,313 --> 00:01:06,316
คุณจะผ่านช่วงเวลาต่างๆ
ว่าคุณรู้สึกเชื่อมโยงกับใครมากกว่า

19
00:01:06,400 --> 00:01:07,651
ในแต่ละช่วงชีวิตของคุณ

20
00:01:07,734 --> 00:01:09,027
ฉันชอบไมค์ ดี

21
00:01:09,111 --> 00:01:11,864
เขาตลกมาก แต่ตลกแบบเฉียบคมนะ

22
00:01:11,947 --> 00:01:14,366
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ชอบวิดีโอไหนของบีสตีส์ที่สุด

23
00:01:14,449 --> 00:01:18,120
ที่ผมชอบคือวิดีโอออกกำลังกาย
ซึ่งไม่ได้ถูกปล่อยออกมาให้ชม

24
00:01:18,203 --> 00:01:20,873
โทรไปยังเบอร์
ที่คุณเห็นบนหน้าจอตอนนี้

25
00:01:20,956 --> 00:01:23,876
ผมรู้สึกว่าเอ็มซีเอเป็นหัวหน้าวง
ที่ทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน

26
00:01:23,959 --> 00:01:25,752
เขาคือคนต้นคิดเรื่องบ้าบิ่นทั้งหลาย

27
00:01:25,836 --> 00:01:28,130
เอ็มซีเอมีบทบาทสำคัญในโลกนี้แน่นอน

28
00:01:28,213 --> 00:01:30,215
เป็นคนที่มีอิทธิพลมาก ใจใหญ่ด้วย

29
00:01:30,299 --> 00:01:33,218
ผมคิดเสมอว่าแอ็ด-ร็อก
คือศูนย์รวมความเจ๋งไว้ในตัวเขา

30
00:01:33,302 --> 00:01:36,763
นั่นเป็นคำที่คนสมัยนี้
ไม่ค่อยใช้กันแล้ว

31
00:01:36,847 --> 00:01:39,933
แต่ผมคิดว่ามันเข้ากับผมดี
รวมทั้งหนุ่มๆ พวกนี้ด้วย

32
00:01:40,017 --> 00:01:41,018
คำนั้นคือ "สมชาย"

33
00:01:41,101 --> 00:01:42,644
มันคือความสมชายชาตรีที่เรามี

34
00:01:42,728 --> 00:01:45,647
เพราะเขาซื่อสัตย์มาก
เขาซื่อสัตย์เกิน

35
00:01:45,731 --> 00:01:47,357
เราไม่ได้มีพรสวรรค์ทางดนตรีมากนัก

36
00:01:47,441 --> 00:01:49,568
เราจึงคิดว่าเราจะลองทำทุกแนวดู

37
00:01:49,651 --> 00:01:50,527
เยาค์

38
00:01:51,028 --> 00:01:53,322
โย่ ผมชอบพูดกับยายว่า "ไงพวก"

39
00:01:53,405 --> 00:01:56,116
สำหรับฉัน ต้องเบสเท่านั้น

40
00:02:01,914 --> 00:02:05,250
โย่ รอเดี๋ยว นั่งลงก่อนแป๊บนึง

41
00:02:05,334 --> 00:02:06,668
ยังไม่จบแค่นี้

42
00:02:07,419 --> 00:02:08,419
จัดไป!

43
00:02:15,844 --> 00:02:17,846
ดนตรีของพวกเขามีอิทธิพลมาก

44
00:02:17,930 --> 00:02:20,015
จะเรียกว่าเป็นเพลงประกอบชีวิต
ของผมเลยก็ว่าได้

45
00:02:20,098 --> 00:02:22,184
เป็นเพลงประกอบชีวิตของเรา

46
00:02:22,267 --> 00:02:24,019
หลายๆ วง พวกเขาชอบวงแตกกัน

47
00:02:24,102 --> 00:02:26,688
แล้วค่อยมารวมวงกันอีกทีตอนท้าย

48
00:02:26,772 --> 00:02:29,525
แต่วงนี้ พวกเขาอยู่ด้วยกันมาตลอด

49
00:02:29,608 --> 00:02:33,362
จะให้ทนได้ไง
ผมรู้คุณวางแผนไว้

50
00:02:33,445 --> 00:02:35,572
ขอพูดให้เข้าใจ
คดีวอเทอร์เกตไง

51
00:02:35,656 --> 00:02:38,700
อยู่ในนี้ จะให้ร็อกยังไงไหว

52
00:02:38,784 --> 00:02:41,703
ก็เพราะคำทำนายของคุณ
มันไม่ชัดเจนไง

53
00:02:41,787 --> 00:02:44,998
ถ้าคุณสงสัยว่าทำไม

54
00:02:45,082 --> 00:02:47,501
ผมถึงมีปัญหามากมาย

55
00:02:47,584 --> 00:02:50,587
โอ้โฮเว้ย นี่มันภาพลวงตา

56
00:02:50,671 --> 00:02:53,465
บอกไว้เลย ว่าเราทำลายโดยเจตนา

57
00:02:55,884 --> 00:02:56,885
เย่!

58
00:02:58,428 --> 00:02:59,721
เอาละ

59
00:03:03,308 --> 00:03:05,310
โย่!

60
00:03:07,729 --> 00:03:08,730
ว่าไง

61
00:03:09,398 --> 00:03:10,858
บรุกลิน!

62
00:03:17,781 --> 00:03:19,449
หวัดดีครับ

63
00:03:21,994 --> 00:03:22,995
แหม...

64
00:03:23,871 --> 00:03:25,539
หวัดดีครับทุกคน

65
00:03:28,500 --> 00:03:31,044
- หวัดดีครับทุกคน ผมอดัม
- หวัดดี อดัม

66
00:03:31,128 --> 00:03:32,129
ส่วนผมไมค์

67
00:03:32,212 --> 00:03:36,383
หรือที่รู้จักกันคือไมเคิล ไดอะมอนด์
หรือไมค์ ดี

68
00:03:36,842 --> 00:03:39,094
เราคือวงบีสตีบอยส์จากนิวยอร์กซิตี

69
00:03:43,182 --> 00:03:46,768
คืนนี้เราจะเล่าให้คุณฟัง
ถึงเรื่องราวของเด็กสามคน

70
00:03:46,852 --> 00:03:48,520
ที่ได้รู้จักและกลายมาเป็นเพื่อนกัน

71
00:03:48,604 --> 00:03:52,191
ทำเรื่องบ้าบิ่นด้วยกันมาครบทุกแบบ
นานกว่า 30 ปี

72
00:03:52,983 --> 00:03:57,070
เราสองคนจะทำให้ดีที่สุด
เพราะอีกคนนึงไม่อยู่กับเราแล้ว

73
00:03:57,696 --> 00:03:58,780
อดัม เยาค์...

74
00:04:02,367 --> 00:04:04,828
หรือที่พวกคุณรู้จักกันในนามเอ็มซีเอ

75
00:04:05,871 --> 00:04:08,373
เราเสียเขาไปเมื่อปี 2012
ด้วยโรคมะเร็ง

76
00:04:08,457 --> 00:04:11,376
ตอนอดัมเสียชีวิต เราจึงยุติวงของเรา

77
00:04:12,127 --> 00:04:15,255
ใช่ มันรู้สึกแปลกเกินไป
ที่จะทำวงโดยไม่มีเยาค์

78
00:04:15,339 --> 00:04:19,218
เพราะวงนี้คือไอเดียของเขาตั้งแต่แรก

79
00:04:20,594 --> 00:04:23,138
ถึงแม้เยาค์จะไม่ได้อยู่กับเราตอนนี้

80
00:04:23,805 --> 00:04:26,892
เราคิดอยู่เสมอว่า
"ถ้าเป็นเยาค์จะทำยังไง"

81
00:04:27,643 --> 00:04:30,812
แต่การนึกภาพว่าถ้าเป็นเยาค์จะทำอะไร
มันค่อนข้างยากทีเดียว

82
00:04:30,896 --> 00:04:32,940
เพราะเขาเอาแน่เอานอนไม่ได้

83
00:04:33,023 --> 00:04:36,026
เขาเป็นคนที่คาดเดาอะไรยากมาก
แต่เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลัง

84
00:04:36,109 --> 00:04:37,653
บีสตีบอยส์มาถึงแล้ว

85
00:04:37,736 --> 00:04:39,821
มาในชุดที่นำแฟชั่นอยู่เสมอเลย

86
00:04:39,905 --> 00:04:44,117
เวลาที่พวกเขาไม่ได้อยู่บนพรมแดง
พวกเขามักออกแสดงในปารีส

87
00:04:44,201 --> 00:04:45,911
ดูผมเดรดล็อกสีขาวนี่สิ

88
00:04:45,994 --> 00:04:49,790
บีสตีบอยส์กลับมาแล้ว
หลังจากหายไปนานถึงหกปี

89
00:04:49,873 --> 00:04:51,667
หนุ่มๆ นั่นมันนานมากเลยนะ

90
00:04:51,750 --> 00:04:54,169
พวกคุณทำอะไรกันบ้าง
ดีใจจังที่ได้เจอพวกคุณ

91
00:04:54,253 --> 00:04:56,255
- เฮ้!
- อันที่จริงผมรู้ว่ามันฟังดูตลก

92
00:04:56,338 --> 00:04:59,424
แต่จริงๆ แล้ว
เราถูกไอ้ตีนโตจับตัวไป

93
00:04:59,883 --> 00:05:01,051
(บทที่หนึ่ง)

94
00:05:01,134 --> 00:05:03,136
ที่เราจะทำกันตอนนี้คือย้อนเวลา

95
00:05:03,637 --> 00:05:05,764
ย้อนเวลากลับไปนานๆ เลย

96
00:05:13,063 --> 00:05:14,273
(ไมเคิล ไดอะมอนด์, 15 ปี)

97
00:05:14,356 --> 00:05:20,112
เป็นเด็กประหลาดจากครอบครัวประหลาด
มันช่างประหลาดน่าดู ขอโทษนะแม่

98
00:05:20,195 --> 00:05:21,780
แต่มันก็ค่อนข้างเหงาด้วย

99
00:05:22,239 --> 00:05:23,907
วันหนึ่ง ผมได้ยินชื่อวงเดอะแคลช

100
00:05:31,748 --> 00:05:33,750
ผมไม่ได้ชอบแค่ดนตรีของพวกเขา

101
00:05:33,834 --> 00:05:37,546
แต่ตอนที่ผมได้ยิน
ผมรู้เลยว่าโลกนี้ก็มีคนประหลาดอีก

102
00:05:37,629 --> 00:05:38,964
ผมแค่ต้องตามหาพวกเขาให้เจอ

103
00:05:39,756 --> 00:05:42,176
ผมเจอเพื่อนประหลาดคนแรกของผม
ที่โรงเรียน

104
00:05:42,259 --> 00:05:44,303
เขาชื่อจอห์น เบอร์รี

105
00:05:44,720 --> 00:05:48,891
บ่ายวันนึง เราเห็นโฆษณาอยู่ด้านหลัง
นสพ. แจกฟรีที่ชื่อเดอะวิลเลจวอยซ์

106
00:05:48,974 --> 00:05:51,977
เป็นโฆษณาของวงที่เรารัก
ชื่อว่าแบดเบรนส์

107
00:05:52,060 --> 00:05:54,855
(แบดเบรนส์!)

108
00:05:54,938 --> 00:05:56,732
และแบดเบรนส์มีการแสดง

109
00:05:56,815 --> 00:05:58,942
ที่สถานที่แห่งหนึ่ง
ชื่อว่าเดอะโบทานีทอล์กเฮาส์

110
00:06:03,363 --> 00:06:04,823
เราจึงไปที่คลับแห่งนั้นกัน

111
00:06:04,907 --> 00:06:09,286
และทั้งร้านมีอยู่ประมาณ 15 คน

112
00:06:09,369 --> 00:06:11,205
ทุกคนเป็นผู้ใหญ่หมดแล้ว

113
00:06:11,288 --> 00:06:14,499
แต่มีเด็กคนนึงในนั้น
ที่อยู่ในวัยเดียวกับเรา

114
00:06:14,583 --> 00:06:15,667
เขาดูเจ๋งมากๆ

115
00:06:15,751 --> 00:06:18,795
เขาสวมเสื้อโค้ตตัวยาว
น่าจะมาจากร้านของเก่า

116
00:06:18,879 --> 00:06:20,047
เขาสวมร้องเท้าบู๊ตคอมแบต

117
00:06:20,130 --> 00:06:23,258
เสื้อโค้ตของเขามีกระดุมทำมือ

118
00:06:23,342 --> 00:06:25,886
และชื่อของเขาคืออดัม เยาค์

119
00:06:26,261 --> 00:06:28,222
(อดัม เยาค์, 16 ปี)

120
00:06:28,305 --> 00:06:33,519
ผมเจอเยาค์กับไมค์และจอห์น เบอร์รี
ที่การแสดงสดของมิสฟิตส์ในปี 1982

121
00:06:33,602 --> 00:06:34,937
(อดัม โฮโรวิตซ์, 15 ปี)

122
00:06:35,020 --> 00:06:36,396
อาจเป็นวงเซอร์เคิลเจิร์กส์ก็ได้

123
00:06:36,480 --> 00:06:39,816
แต่ผมชอบมิสฟิตส์มากกว่า
ขอพูดว่าไปดูมิสฟิตส์แล้วกัน

124
00:06:39,900 --> 00:06:42,277
ไปๆ มาๆ ผมกับเพื่อนสองคนได้ยิน

125
00:06:42,361 --> 00:06:45,113
ว่ามีเด็กหลายคน
สุมหัวกันอยู่ในห้องน้ำหญิง

126
00:06:45,447 --> 00:06:46,990
เราจึงเดินเข้าไปในนั้น

127
00:06:47,074 --> 00:06:52,538
และเราเจอเด็กพังก์ที่โคตรเจ๋งหลายคน
ในวัยเดียวกับเราอยู่ที่นั่น

128
00:06:52,621 --> 00:06:55,332
และผมจำหนึ่งในนั้นได้
จิลล์ คันนิฟฟ์

129
00:06:55,415 --> 00:06:57,376
เพราะเราเรียนเกรดห้าห้องเดียวกัน

130
00:06:57,459 --> 00:06:59,169
เธอจึงเป็นคนพาผมเข้าไปได้

131
00:06:59,253 --> 00:07:02,214
ในกลุ่มนั้นผมจำเด็กได้อีกคนนึง

132
00:07:02,297 --> 00:07:03,340
เคท เชลเลนบาค

133
00:07:03,423 --> 00:07:05,425
เพราะเราโตมาในละแวกที่อยู่เดียวกัน

134
00:07:08,637 --> 00:07:10,681
เคทเป็น... เธอเป็นคนที่เจ๋งมาก

135
00:07:10,764 --> 00:07:12,432
เธอฉลาดกว่าพวกเราทุกคนอีก

136
00:07:12,516 --> 00:07:16,979
ไม่รู้สิ เธอหลงใหล
ในดนตรีจากฝั่งยุโรปมากกว่า...

137
00:07:17,062 --> 00:07:20,148
แค่... ขอโทษที่ขัดจังหวะ
แต่มาบอกว่าเธอฉลาดกว่าเรา...

138
00:07:20,232 --> 00:07:22,192
- เคทฉลาดมาก แต่...
- แน่นอน มันไม่ขนาดนั้น

139
00:07:22,276 --> 00:07:24,069
- ไม่ได้บ่งบอกถึงเรามากหรอก
- แต่เธอฉลาดจริง

140
00:07:24,152 --> 00:07:25,153
- เรื่องจริงเลย
- ถูก

141
00:07:26,488 --> 00:07:30,200
เธอชอบฟังวงเจ๋งๆ อย่างคราฟต์เวิร์ก

142
00:07:30,284 --> 00:07:33,704
และเธออยู่ในบ้านลอฟต์บนถนน 14
กับแม่ของเธอ

143
00:07:33,787 --> 00:07:36,206
เป็นบ้านลอฟต์ยุคเก่าที่กว้างขวางมาก

144
00:07:36,290 --> 00:07:39,251
และตรงกลางบ้านมีชุดกลองของเธออยู่

145
00:07:41,962 --> 00:07:45,382
เพื่อนพังก์ร็อกคนแรกของผม
คือเดฟ สกิลเคน และเขา...

146
00:07:45,465 --> 00:07:47,885
เขาคือคนทางซ้าย
ส่วนทางขวาคือผมเอง

147
00:07:47,968 --> 00:07:49,845
ผมกับเพื่อนซี้ในโรงเรียนมัธยมต้น

148
00:07:49,928 --> 00:07:51,763
เราเล่นบาสเกตบอลอยู่นอกโรงเรียน

149
00:07:51,847 --> 00:07:54,641
และเราเห็นเด็กคนนึงดูเจ๋งมาก
ทั้งผมเป็นหนามกับเสื้อโค้ตตัวยาว

150
00:07:54,725 --> 00:07:57,436
กำลังเดินอยู่บนถนน
ในมือก็ถือซินธิไซเซอร์

151
00:07:57,519 --> 00:07:59,980
เราอดไม่ได้
ที่จะเข้าไปคุยกับเด็กคนนั้น

152
00:08:00,772 --> 00:08:02,149
เขาอายุน้อยกว่าเราอีก

153
00:08:02,232 --> 00:08:05,194
เขาอยู่เกรดหก
และตอนนั้นเขาก็โดดเรียนออกมา

154
00:08:06,236 --> 00:08:08,655
ใช้เวลาทำความเข้าใจกันก่อน

155
00:08:10,282 --> 00:08:12,951
คุณอายุ 11 เรียนอยู่เกรดหก

156
00:08:14,411 --> 00:08:18,165
ในตอนนั้น แหล่งนัดพบหลักของเรา
คืออะพาร์ตเมนต์ของจอห์น เบอร์รี

157
00:08:18,248 --> 00:08:19,541
บนแยกถนนสาย 100 กับบรอดเวย์

158
00:08:19,625 --> 00:08:21,543
และนั่นคือที่ที่เราเล่นดนตรีกัน

159
00:08:21,627 --> 00:08:26,048
ช่วงต้นยุค 80
ทุกคนที่เรารู้จักต้องมีวงดนตรี

160
00:08:26,131 --> 00:08:29,760
เยาค์คะยั้นคะยอให้เราตั้งวงกับเขา

161
00:08:29,843 --> 00:08:31,595
เขามีชื่อวงไว้ในใจแล้วด้วย

162
00:08:32,136 --> 00:08:33,263
บีสตีบอยส์

163
00:08:33,347 --> 00:08:35,515
(บีสตีบอยส์)

164
00:08:36,475 --> 00:08:42,438
เดิมเลยวงนี้มีผม เคท
อดัม เยาค์ และจอห์น เบอร์รี

165
00:08:42,523 --> 00:08:43,899
ที่มาของชื่อนี้คือ

166
00:08:43,982 --> 00:08:48,612
Boys Entering Anarchistic States
Towards Inner Excellence

167
00:08:51,031 --> 00:08:53,367
แค่ตัวย่อ BEASTIE มันไม่มีความหมาย

168
00:08:53,450 --> 00:08:56,119
เลยต้องใส่ "BOYS" เข้าไปในชื่อวง

169
00:08:56,203 --> 00:08:58,580
ชื่อวงของเราเลยน่าขำ
และใช้คำฟุ่มเฟือย

170
00:08:58,664 --> 00:09:01,875
แถมไม่ถูกต้องอีก
เพราะเรามีมือกลองเป็นผู้หญิง เคทไง

171
00:09:02,709 --> 00:09:06,004
คอนเสิร์ตแรกของเรา
จัดที่บ้านของจอห์น เบอร์รี

172
00:09:06,088 --> 00:09:08,173
ที่ที่เขาอาศัยอยู่ บนชั้นสาม

173
00:09:09,341 --> 00:09:11,343
เยาค์กำลังจะอายุครบ 17 ปี

174
00:09:11,426 --> 00:09:12,886
และเยาค์บอกว่า "เอางี้ไหม

175
00:09:12,970 --> 00:09:15,472
ฉันจะจัดปาร์ตี้
แล้วเรามาเล่นดนตรีที่งานกัน"

176
00:09:20,394 --> 00:09:25,482
พอเราไปถึงที่นั่นเพื่อจะแสดง
ผมถูกเสนอชื่อให้เป็นนักร้อง

177
00:09:25,566 --> 00:09:29,194
ตอนนั้นผมเป็นเด็กขี้อายมากๆ

178
00:09:29,278 --> 00:09:31,029
ผมไม่รู้ทำไมผมถึงตอบตกลง

179
00:09:37,035 --> 00:09:40,372
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจำได้หลักๆ
น่าจะเป็นเด็กสิบหรือ 12 คนในห้อง

180
00:09:40,455 --> 00:09:44,459
ที่กว้างประมาณ 12 ฟุตคูณ 20 ฟุต
อะไรประมาณนั้น

181
00:09:44,543 --> 00:09:46,336
พวกเขาโดดขึ้นโดดลง
แล้วกระแทกกันไปมา

182
00:09:46,420 --> 00:09:49,548
แต่หลักๆ แล้ว
เป็นงานที่เพื่อนมาสนุกกันมากกว่า

183
00:09:53,886 --> 00:09:55,929
ตอนนั้นผมยังไม่ได้อยู่ในบีสตีบอยส์

184
00:09:56,013 --> 00:09:57,764
แต่ผมเข้าร่วมวงในปี 1983

185
00:09:57,848 --> 00:10:00,475
จอห์น เบอร์รีเริ่มเบื่อวงแล้ว
เขาเลยลาออก

186
00:10:01,435 --> 00:10:04,021
ตอนนั้นผมไปไหนมาไหนกับไมค์
เยาค์ และเคทตลอดเวลา

187
00:10:04,104 --> 00:10:05,606
(รายการ The Scott and Gary Show
โทรทัศน์สาธารณะ)

188
00:10:05,689 --> 00:10:07,983
คงเพราะผมอยู่กับพวกเขา
ผมจึงกลายเป็นมือกีตาร์คนใหม่

189
00:10:17,659 --> 00:10:20,329
เราเป็นวงฮาร์ดคอร์
แต่เราไม่ใช่แบบนั้นเลย

190
00:10:20,412 --> 00:10:25,834
เราเหมือนมอนตีไพธอน
มากพอๆ กับที่เราเหมือนแบล็กแฟล็ก

191
00:10:28,462 --> 00:10:29,463
ช่วยแนะนำตัวหน่อย

192
00:10:29,546 --> 00:10:31,840
ครับ ผมไมเคิล
ผมอยู่ในวงบีสตีบอยส์

193
00:10:31,924 --> 00:10:35,427
ฉันชื่อเคท ราศีมังกร
และในกระเป๋ากางเกงฉันมีขุยผ้าอยู่

194
00:10:35,511 --> 00:10:37,888
ถามสมาชิกที่อายุมากกว่านี้
และเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ดีกว่า

195
00:10:37,971 --> 00:10:41,517
- บอกชื่อหน่อย
- ผมชื่อแอ็ด เรียกผมว่าอดัมก็ได้

196
00:10:41,600 --> 00:10:45,854
และผมแค่มาออกทีวีเหมือนปกติน่ะ

197
00:10:45,938 --> 00:10:48,857
ผมชื่ออดัม เข็มขัดผมก็บอกอยู่

198
00:10:48,941 --> 00:10:50,943
ถ่ายเข็มขัดของอดัมที ถ้าทำได้

199
00:10:51,026 --> 00:10:53,320
คุณอายุเท่าไร 13-14 ปีได้ไหม

200
00:10:53,403 --> 00:10:55,030
- ประมาณนั้น
- ใช่ 11-12 ปี

201
00:10:55,113 --> 00:10:57,157
ตอนนี้เราแก่ขึ้นมาหน่อย

202
00:10:57,241 --> 00:10:58,951
เราไม่ได้อายุ 15 ปีแล้ว

203
00:10:59,034 --> 00:11:00,118
เราอายุ 16 ปี

204
00:11:01,078 --> 00:11:02,788
เราสนใจดนตรีทุกแนว

205
00:11:02,871 --> 00:11:06,500
เราฟังทั้งแนวโซล พังก์
แร็ป และเร็กเก

206
00:11:06,583 --> 00:11:09,294
สมัยนั้นไม่ค่อยมีเพลงแร็ป
แผ่นเสียงขนาด 12 นิ้วมีน้อยมาก

207
00:11:09,378 --> 00:11:11,588
แต่เราอยากเปลี่ยนสไตล์ของเราดู

208
00:11:11,672 --> 00:11:13,924
เราจึงหมกมุ่น
อยู่กับโฆษณางี่เง่าตัวนึง

209
00:11:14,007 --> 00:11:16,176
ของร้านขายไอศกรีมที่ชื่อคาร์เวล

210
00:11:16,260 --> 00:11:20,138
สวัสดี ฉันคือมนุษย์ต่างดาวคาร์เวล
มาจากนอกโลก

211
00:11:20,222 --> 00:11:21,890
ฉันชื่อคุกกี้ พุซซ์

212
00:11:21,974 --> 00:11:23,559
แล้วใครก็ไม่รู้เกิดปิ๊งไอเดียเท่ๆ

213
00:11:23,642 --> 00:11:26,979
อัดเพลงด้วยเสียงแกล้งทางโทรศัพท์
ที่สุดแสนจะงี่เง่าที่ชื่อว่า

214
00:11:27,062 --> 00:11:28,230
"Cooky Puss"

215
00:11:35,070 --> 00:11:37,531
- หวัดดี คาร์เวล
- โย่ พวก คุกกี้ พุซซ์อยู่ไหม

216
00:11:37,614 --> 00:11:38,615
ใครนะ

217
00:11:39,783 --> 00:11:41,660
คุกกี้ พุซซ์
ขอสายคุกกี้ พุซซ์หน่อย

218
00:11:41,743 --> 00:11:43,287
ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้น

219
00:11:43,370 --> 00:11:45,330
คุกกี้ โอพุซซ์ก็ได้
คุกกี้ ชิค...

220
00:11:45,414 --> 00:11:47,040
เดฟ พาร์สันส์คนนี้

221
00:11:47,124 --> 00:11:50,294
มีร้านขายแผ่นเสียงในตัวเมือง
ที่ชื่อแร็ตเคจ

222
00:11:50,377 --> 00:11:54,089
เราจะโดดเรียนไปสุมหัวกันอยู่ที่นั่น

223
00:11:54,173 --> 00:11:56,884
ถึงตอนนี้แล้ว
เดฟเริ่มทำค่ายเพลงเล็กๆ

224
00:11:56,967 --> 00:11:59,678
บันทึกเพลง "Cooky Puss"
ลงในแผ่นเสียงขนาด 12 นิ้ว

225
00:11:59,761 --> 00:12:02,890
จากนั้นก็เกิด
สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น

226
00:12:02,973 --> 00:12:06,268
ดีเจเริ่มเอาเพลงนี้ไปเปิดในคลับ

227
00:12:06,351 --> 00:12:11,023
คนอื่นนอกเหนือจากเพื่อน 15 คนของเรา
ได้ฟังเพลงนี้จริงๆ

228
00:12:11,106 --> 00:12:15,319
แล้ววันนึง ผมก็ไปหาเพื่อน
ที่ทำงานชั่วคราวในโรงเรียนมัธยม

229
00:12:15,402 --> 00:12:17,738
และเราได้ยินดีเจแอฟริกา แบมบาตา

230
00:12:17,821 --> 00:12:20,991
ออกรายการทอล์กโชว์หรืออะไรสักอย่าง
ที่ชั้นอื่นในอาคารนั้น

231
00:12:21,074 --> 00:12:22,492
เราโคตรตื่นเต้นเลย

232
00:12:22,576 --> 00:12:25,829
เราวิ่งลงไปชั้นล่าง
แอบเข้าไปในฉากถ่ายรายการทีวี

233
00:12:25,913 --> 00:12:27,748
และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

234
00:12:28,207 --> 00:12:29,958
ผมสงสัยอยู่พอดี...
มีเพลงนึงที่ผมชอบมาก

235
00:12:30,042 --> 00:12:32,878
เพลง "Cooky Puss" ของบีสตีบอยส์
ผมสงสัยว่าคุณเคยฟังรึยังครับ

236
00:12:32,961 --> 00:12:34,505
เคยสิ ผมเคยฟัง "Cooky Puss" แล้ว

237
00:12:34,588 --> 00:12:38,592
ผมได้แผ่นเสียงมาจากไหนสักแห่ง
งานดีอยู่นะ

238
00:12:38,675 --> 00:12:39,676
โอเค

239
00:12:39,760 --> 00:12:41,470
คุณชอบเพลงนั้น...
ทำไมคุณถึงชอบเพลงนั้น

240
00:12:41,553 --> 00:12:43,931
ครับ มันเป็นเพลงที่ตลกมาก
ผมได้ยินทางวิทยุ...

241
00:12:44,014 --> 00:12:47,809
ที่มีเสียงสแครตช์แผ่นด้วยใช่ไหม
แบบนั้นเหรอ

242
00:12:47,893 --> 00:12:49,728
มีสแครตช์แผ่นนิดหน่อยด้วย

243
00:12:49,811 --> 00:12:51,396
จังหวะฟังกี้ดี

244
00:12:53,649 --> 00:12:54,942
บทที่สอง:

245
00:12:55,025 --> 00:12:58,195
"สิ่งเดียวที่เราทำคือฟังเพลงแร็ป"

246
00:13:01,114 --> 00:13:03,784
ในปี 1984 มีเพลงนึงที่ปล่อยออกมา

247
00:13:03,867 --> 00:13:07,371
และเปลี่ยนทิศทางการทำเพลง
ของวงเราไปตลอดกาล

248
00:13:07,454 --> 00:13:10,207
เพลง "Sucker MC's" ของรัน-ดีเอ็มซี

249
00:13:10,832 --> 00:13:15,337
สองปีก่อน เพื่อนผมคนนึง
ขอให้ผมร้องเอ็มซีให้ตราตรึง

250
00:13:15,420 --> 00:13:17,881
ผมจึงร้องออกไป ผมจะร้องให้ฟัง

251
00:13:17,965 --> 00:13:20,926
ผมร้องแบบนี้ จะร้องให้ฟังดังๆ

252
00:13:21,009 --> 00:13:24,555
หลังจากนั้น ไปที่ไหนในนิวยอร์ก
ก็ได้ยินแต่เพลง "Sucker MC's"

253
00:13:25,138 --> 00:13:26,557
คุณได้ยินเพลงนี้จากในรถ

254
00:13:26,640 --> 00:13:29,643
จากเครื่องเล่นเทป จากร้านขายพิซซ่า
ทุกมุมเมืองเลย

255
00:13:29,726 --> 00:13:31,854
รัน-ดีเอ็มซีนี่โคตรเท่

256
00:13:31,937 --> 00:13:33,522
และเราอยากเป็นอย่างพวกเขาบ้าง

257
00:13:33,605 --> 00:13:36,233
เราศึกษาเพลงทุกเพลง เนื้อร้องทุกคำ

258
00:13:36,316 --> 00:13:38,902
เราดูรูปทุกรูปที่มี
พยายามหาว่าพวกเขาใส่รองเท้าอะไร

259
00:13:38,986 --> 00:13:40,487
ใส่เสื้อผ้าอะไร ทุกอย่างเลย

260
00:13:40,571 --> 00:13:44,783
เราจะศึกษาและร้องเพลงแร็ป
เพลงโปรดของเราวนไปวนมาทั้งวัน

261
00:13:44,867 --> 00:13:47,536
ไม่ใช่ว่าเรารู้สึก
อยากเป็นวงแร็ปหรืออะไรนะ

262
00:13:47,619 --> 00:13:49,997
แต่ตอนนั้น
เราเริ่มเขียนเนื้อเพลงกันเองแล้ว

263
00:13:50,080 --> 00:13:52,583
ผมว่าเราแสดงตัวอย่างกันหน่อยดีกว่า

264
00:13:53,083 --> 00:13:56,128
แสดงให้เห็นว่าเราพัฒนามาแค่ไหน
ในการใช้ไมค์ร้องแบบเอ็มซี

265
00:13:56,211 --> 00:13:59,131
เดี๋ยว ยังไม่ถึง
เริ่มเร็วเกินไป กลับไปก่อน

266
00:13:59,214 --> 00:14:01,216
- ผมเริ่มเร็วไปเหรอ
- กลับด้านหน่อย สไปค์

267
00:14:01,300 --> 00:14:03,802
- เอาจริง โอเค
- เอาละ หยุดก่อน

268
00:14:03,886 --> 00:14:04,887
เห็นไหม สไปค์

269
00:14:04,970 --> 00:14:07,306
- เดี๋ยวนะ เราอยู่ผิดที่ผิดทางจริงๆ
- เครื่องฉายข้อความ...

270
00:14:11,476 --> 00:14:12,936
- เอาละ นี่แหละที่ผมคิด...
- โอเค

271
00:14:13,020 --> 00:14:14,771
- เอาละนะ
- เฮ้ๆ

272
00:14:14,855 --> 00:14:19,318
เรากลับมาแล้ว เรา... เราซ้อมมาดี
เราฝึกมาแล้ว จริงๆ นะ

273
00:14:19,401 --> 00:14:21,987
ขอโทษที ผมทำพลาดเรื่อง
เครื่องฉายข้อความ ขอโทษจริงๆ

274
00:14:22,070 --> 00:14:24,072
เครื่องฉายข้อความเหรอ
ไม่ยักรู้ว่ามีด้วย

275
00:14:30,746 --> 00:14:31,747
ยังไงก็เถอะ

276
00:14:32,748 --> 00:14:35,626
เป็นการตัดบทแบบสวยๆ
"ยังไงก็เถอะ"

277
00:14:36,376 --> 00:14:40,297
ช่วงนั้นเรากำลังจะมีโชว์ใหญ่
ที่สตูดิโอ 54

278
00:14:40,380 --> 00:14:44,051
เดี๋ยว สตูดิโอ 54 นั่นน่ะเหรอ
ที่มีบรูค ชีลด์สใช่ไหม

279
00:14:44,134 --> 00:14:48,555
โอเค มีบาริชนิคอฟ
ฮอลสตัน และดอนนา ซัมเมอร์

280
00:14:49,139 --> 00:14:51,350
นี่เป็นประโยคที่ต้องการคำตอบไหม

281
00:14:51,433 --> 00:14:53,810
- นั่นสิ ไม่มีใครพูดอะไรเลย
- ไม่รู้สิ ยังไงก็เถอะ

282
00:14:53,894 --> 00:14:58,190
พูดถึงโชว์ของเราที่สตูดิโอ 54
มันคือการแข่งขันหาสุดยอดวงและเราแพ้

283
00:14:58,273 --> 00:15:00,776
คือเรากำลังจะมีโชว์ที่สตูดิโอ 54

284
00:15:00,859 --> 00:15:02,819
และเราอยากเล่น
เพลง "Cooky Puss" ของเรา

285
00:15:02,903 --> 00:15:04,905
เราไม่เคยเล่นเพลงนี้สดๆ มาก่อน
แต่เราคิดว่า...

286
00:15:04,988 --> 00:15:07,366
เราปิ๊งไอเดียให้ดีเจมาเล่นกับเรา

287
00:15:07,991 --> 00:15:11,662
เพื่อนเราบอกว่าเขารู้จักเด็กมหาลัย
นิวยอร์กคนนึงที่เปิดแผ่นเป็น

288
00:15:11,745 --> 00:15:14,957
และอยากเป็นโปรดิวเซอร์เพลงแร็ป
เขามีอุปกรณ์ของดีเจครบเครื่อง

289
00:15:15,040 --> 00:15:18,544
แต่ที่สำคัญกว่านั้น
เขามีเครื่องทำฟองสบู่ด้วย

290
00:15:18,627 --> 00:15:21,880
เดี๋ยวก่อน ว่าไงนะ แอ็ด-ร็อก
เครื่องทำฟองสบู่เหรอ

291
00:15:21,964 --> 00:15:24,800
โย่พวก ถูกเผง ไมค์ ดี
เขามีเครื่องทำฟองสบู่

292
00:15:24,883 --> 00:15:25,884
โอเค

293
00:15:25,968 --> 00:15:29,137
เราจึงไปหาเขาที่หอพักของเขา

294
00:15:29,221 --> 00:15:33,141
แต่พอเราไปถึง ประตูก็เปิดออก
โดยหนุ่มเฮฟวีเมทัลผมยาว

295
00:15:33,225 --> 00:15:36,562
สวมถุงมือหนังรูดซิปประหลาดๆ
เราเห็นแล้วขวัญหนีดีฝ่อ

296
00:15:37,437 --> 00:15:38,939
นี่ต้องไม่ใช่เขาแน่

297
00:15:39,022 --> 00:15:43,110
เขาเปิดประตูเข้าไปยังหอพักห้องเล็กๆ

298
00:15:43,193 --> 00:15:46,029
ห้องเขาอัดแน่นไปด้วย
เครื่องเสียงครบชุด

299
00:15:46,113 --> 00:15:48,949
มีเทิร์นเทเบิล
มีเครื่องสร้างเสียงกลองทั้งหลาย

300
00:15:49,032 --> 00:15:52,494
และใช่ครับ ทุกท่านครับ
มีเครื่องทำฟองสบู่ด้วย

301
00:15:53,495 --> 00:15:54,705
แล้วเราทำยังไงต่อ

302
00:15:54,788 --> 00:15:56,623
เราตกลงจ้างเขาทันที

303
00:15:56,707 --> 00:15:58,375
และนี่คือริค รูบิน

304
00:16:03,547 --> 00:16:07,092
ตอนแรกดูเหมือนว่าเรากับริค รูบิน
จะเข้ากันได้แบบแปลกๆ

305
00:16:07,176 --> 00:16:10,179
เขามาจากลองไอแลนด์
ส่วนเรามาจากนิวยอร์กซิตี

306
00:16:10,262 --> 00:16:14,850
และริคสนใจเรื่องอื่นๆ อีกมาก
ที่เราไม่เคยสนใจมาก่อน

307
00:16:14,933 --> 00:16:16,685
อย่างเช่นมวยปล้ำและดนตรีเฮฟวีเมทัล

308
00:16:16,768 --> 00:16:18,896
เราคิดว่าของพวกนั้นมันไร้สาระ

309
00:16:18,979 --> 00:16:21,064
ดูเหมือนริคจะแก่กว่าเรามากและ...

310
00:16:23,817 --> 00:16:24,651
คือ...

311
00:16:24,735 --> 00:16:26,403
ภาพมันฉายไม่ค่อยตรงจังหวะเลยแฮะ

312
00:16:26,486 --> 00:16:27,571
- คือมัน...
- กับ...

313
00:16:29,072 --> 00:16:31,909
เราแสดงความเห็น
เรื่องกล่องเคเบิลได้ไหม แบบว่า...

314
00:16:31,992 --> 00:16:34,536
- ทุกคนคิดเรื่องนี้อยู่ใช่ไหม
- ใช่

315
00:16:34,620 --> 00:16:37,623
ไอ้นั่นมันของล้ำสมัยสุดๆ ในยุคนั้น

316
00:16:37,706 --> 00:16:41,668
พวกเขามีกล่องเคเบิล
โทรศัพท์พ่วงหลายสาย ผมว่านะ...

317
00:16:42,711 --> 00:16:45,422
สมัยโน้นเรียบง่ายกว่าตอนนี้เยอะ
กับบุหรี่เซเลมส์ซองนึง

318
00:16:45,506 --> 00:16:47,799
กับที่เขี่ยบุหรี่ที่เต็มแล้ว
วางอยู่ข้างเตียง

319
00:16:47,883 --> 00:16:48,884
ใช่ไหมล่ะ

320
00:16:52,054 --> 00:16:55,641
ดูเหมือนริคจะแก่กว่าเรามาก
และเขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา

321
00:16:55,724 --> 00:16:57,809
และเขามีเงินซื้อของได้สารพัด

322
00:16:57,893 --> 00:17:00,145
แต่ที่สำคัญที่สุด
คือความมั่นใจของเขา

323
00:17:00,229 --> 00:17:02,439
ไม่ว่าเขาสนใจอะไรอยู่
มันคือสิ่งที่เราจะสนใจตาม

324
00:17:02,523 --> 00:17:04,107
เปรียบเหมือนโรคติดต่อเลย

325
00:17:04,858 --> 00:17:06,193
คุณไม่มีทางที่จะอยู่กับริค

326
00:17:06,276 --> 00:17:09,070
โดยไม่รู้สึกตื่นเต้น
เกี่ยวกับสิ่งที่เขาตื่นเต้นได้

327
00:17:09,154 --> 00:17:10,571
เราจึงเริ่มสนใจมวยปล้ำบ้าง

328
00:17:11,281 --> 00:17:12,324
บ้างนะ

329
00:17:12,866 --> 00:17:15,827
- และแน่นอน เราเริ่มสนใจเฮฟวีเมทัล
- แน่นอน

330
00:17:17,204 --> 00:17:19,080
- แน่นอน
- แน่นอน

331
00:17:19,915 --> 00:17:21,916
เราใช้เวลาแค่สัปดาห์เดียว
จากที่คิดว่า

332
00:17:22,000 --> 00:17:24,586
ผู้ชายที่ใส่ถุงมือหนังรูดซิปคนนี้
ดูตลกไร้สาระ

333
00:17:24,670 --> 00:17:26,880
กลายเป็นคิดว่า
"เขาคือคนที่เจ๋งที่สุด"

334
00:17:26,964 --> 00:17:28,799
เขากลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของทีมเราแบบเต็มเวลา

335
00:17:29,800 --> 00:17:32,928
เขากลายเป็นพี่ชายสุดประหลาด
และสุดเจ๋งของเรา

336
00:17:33,011 --> 00:17:35,097
และหอพักเขากลายเป็น
สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเรา

337
00:17:35,180 --> 00:17:36,765
เหมือนแร็ตเคจแห่งใหม่ของเราเลย

338
00:17:36,849 --> 00:17:40,477
ทุกๆ วัน แทนที่เราจะไปโรงเรียน
เรากลับไปสุมหัวอยู่ที่ห้องของริคกัน

339
00:17:40,561 --> 00:17:43,230
และเราเอาแต่ฟังเพลง
จากนั้นเราจะไปเที่ยวคลับกัน

340
00:17:43,313 --> 00:17:45,566
แล้วไปหาอะไรกิน
ที่ร้านโคซี่ซุปแอนด์เบอร์เกอร์

341
00:17:45,649 --> 00:17:48,068
เราจะคุยกัน
เรื่องคืนนั้นและเรื่องดนตรี

342
00:17:48,151 --> 00:17:50,863
ดนตรีทุกอย่าง
ที่เราจะร่วมกันสร้างให้ได้สักวัน

343
00:17:50,946 --> 00:17:53,782
หลังจากโชว์ที่สตูดิโอ 54
เราก็มีดีเจ

344
00:17:53,866 --> 00:17:57,703
เราคิดว่า "ช่างแม่ง มาลองแร็ป
และทำให้เป็นส่วนหนึ่งของโชว์เรากัน"

345
00:17:59,121 --> 00:18:00,122
(เดอะคิตเชน นิวยอร์กซิตี)

346
00:18:00,205 --> 00:18:03,250
ริคจึงเข้ามาร่วมวงกับเรา
และแน่นอน เขาเป็นดีเจดับเบิล อาร์

347
00:18:03,333 --> 00:18:06,837
โชว์แรกๆ ที่เราแสดงกับริค
ครึ่งนึงเราจะแสดงแบบวงฮาร์ดคอร์

348
00:18:06,920 --> 00:18:10,549
จากนั้นเราจะลงจากเวที
และแสดงอีกครึ่งนึงแบบวงแร็ป

349
00:18:10,632 --> 00:18:12,593
- บี-อี-เอ
- เอส-ที-ไอ-อี

350
00:18:12,676 --> 00:18:15,012
พวกเราคือบีสตีโฟร์
ขาร็อกเขย่าโลก

351
00:18:15,095 --> 00:18:17,347
- ผมมาสเตอร์อดัม เยาค์
- กับสล็อปเดอะร็อก

352
00:18:17,431 --> 00:18:19,600
- กับไมค์ ดี
- เคที่ เชลเลนบาค

353
00:18:19,683 --> 00:18:22,019
ฮิปฮอปเข้าหู มันหยุดไม่อยู่

354
00:18:22,102 --> 00:18:24,146
ร้องเข้าจังหวะมันๆ
จนหมดแรงเลยแล้วกัน

355
00:18:24,229 --> 00:18:27,065
โอเคๆ ผมว่านะ...

356
00:18:28,317 --> 00:18:29,401
คุณพอจะ...

357
00:18:31,403 --> 00:18:32,529
คุณพอจะนึกภาพออกแล้ว

358
00:18:32,613 --> 00:18:36,366
แร็ปเปอร์ส่วนใหญ่ถือเนื้อเพลง
ที่คล้องจองกันไว้ในมือใช่ไหม

359
00:18:36,867 --> 00:18:38,118
พวกเขาทำกันแบบนั้นไม่ใช่เหรอ

360
00:18:38,202 --> 00:18:39,953
การอยู่กับเพื่อนๆ ของคุณ

361
00:18:40,037 --> 00:18:42,122
และแร็ปเพลง "Sucker MC's" ทั้งวัน
ก็เรื่องนึง

362
00:18:42,206 --> 00:18:46,460
แต่การขึ้นเวทีที่มีผู้ชม
และต้องแร็ปเป็นภาษาของเราเองนั้น

363
00:18:46,543 --> 00:18:47,836
นั่นก็อีกเรื่องนึง

364
00:18:47,920 --> 00:18:50,297
ตอนนั้นเราไม่รู้ตัว
แต่พอผ่านไปสักพัก

365
00:18:50,380 --> 00:18:54,510
ยิ่งเราอยู่กับริค
และทำตัวเหมือนริคมากเท่าไร

366
00:18:54,593 --> 00:18:56,845
เรายิ่งอยู่กับเคทน้อยลงเท่านั้น

367
00:18:56,929 --> 00:19:00,390
หรือพูดให้ถูกคือเคทอยู่กับเราน้อยลง

368
00:19:00,474 --> 00:19:02,893
ผมคิดว่าเพื่อนๆ ของเรางงหนักมาก

369
00:19:02,976 --> 00:19:05,062
ว่าทำไมเราไปขลุกอยู่กับริคตลอดเวลา

370
00:19:10,359 --> 00:19:12,653
วงดนตรีก็ต้องกินเพื่ออยู่

371
00:19:15,656 --> 00:19:20,619
ตอนนั้นริคกำลังโปรดิวซ์เพลงแร็ปแท้ๆ
เพลงแรกของเขาที่ชื่อ "It's Yours"

372
00:19:20,702 --> 00:19:22,496
ให้กับแร็ปเปอร์ชื่อทีลาร็อก

373
00:19:24,998 --> 00:19:29,127
ก่อนหน้านั้น ดนตรีสำหรับเพลงแร็ป
มักเล่นโดยวงดนตรีเป็นส่วนใหญ่

374
00:19:29,211 --> 00:19:31,880
จะเล่นให้ฟังดูฟังกี้เนียนๆ

375
00:19:31,964 --> 00:19:33,465
เพื่อให้ได้เปิดทางวิทยุ

376
00:19:33,549 --> 00:19:36,426
แต่ "It's Yours" มีแค่แร็ปเปอร์
กับเครื่องสร้างเสียงกลอง

377
00:19:36,510 --> 00:19:39,096
เสียงที่ได้ทั้งดิบและพังก์

378
00:19:39,179 --> 00:19:40,347
มีอยู่คืนนึง

379
00:19:40,430 --> 00:19:45,602
ริคบอกว่าเขาจะไปหารัสเซลล์ ซิมมอนส์
ที่ร้านแดนซ์เทอเรีย

380
00:19:45,686 --> 00:19:48,647
เราไม่รู้ว่าริคกับรัสเซลล์
ไปเจอกันด้วยเรื่องอะไร

381
00:19:48,730 --> 00:19:52,067
แต่เราตื่นเต้นมากที่ได้แอบย่องตาม
ไปฟังพวกเขาคุยกันที่บาร์

382
00:19:52,150 --> 00:19:55,612
เพราะรัสเซลล์คนนี้
ไม่ใช่แค่ผู้จัดการของรัน-ดีเอ็มซี

383
00:19:55,696 --> 00:19:58,282
แต่เขาเป็นพี่ชายของดีเจรันด้วย

384
00:19:58,365 --> 00:19:59,950
มันไม่ใช่ว่าเขาคือคนที่

385
00:20:00,033 --> 00:20:02,828
รู้จักใครสักคน
ที่รู้จักคนในวงการแร็ป

386
00:20:02,911 --> 00:20:04,246
รัสเซลล์นี่แหละแร็ปเต็มตัว

387
00:20:04,329 --> 00:20:06,748
เขาอยู่ที่ใจกลางของวงการเพลงแร็ปเลย

388
00:20:06,832 --> 00:20:09,126
พอรัสเซลล์กลับไป เราตื่นเต้นกันมาก

389
00:20:09,209 --> 00:20:11,086
เรารีบวิ่งไปหาริคและบอกว่า

390
00:20:11,170 --> 00:20:14,548
"โย่ๆ โย่ๆ ริค เล่ามาให้หมดเลย

391
00:20:14,631 --> 00:20:16,508
รัสเซลล์คนนั้นบอกอะไรนายบ้าง

392
00:20:16,592 --> 00:20:19,094
นายต้องบอกเราทุกเรื่อง
ที่พวกนายคุยกัน"

393
00:20:21,346 --> 00:20:23,098
ก็นะ แบบว่า... เราตื่นเต้นนี่นา

394
00:20:23,182 --> 00:20:24,141
ตีบทแตกมาก

395
00:20:24,224 --> 00:20:27,311
เราพูดจาน้ำเสียงแบบนี้แหละ
ตอนเราอายุ 16

396
00:20:27,394 --> 00:20:30,022
ริคบอกเราว่ารัสเซลล์ไม่อยากเชื่อ

397
00:20:30,105 --> 00:20:33,275
ว่าเพลง "It's Yours"
จะแต่งขึ้นโดยคนที่เขาไม่รู้จัก

398
00:20:33,358 --> 00:20:34,902
แถมยังแต่งโดยคนขาวอีก

399
00:20:34,985 --> 00:20:36,570
ริคบอกว่าพวกเขาตกลงกันแล้ว

400
00:20:36,653 --> 00:20:39,990
และพวกเขาจะวางแผนสร้างค่ายเพลง
ชื่อเดฟแจม

401
00:20:40,073 --> 00:20:41,200
เดี๋ยวนะ เดี๋ยว

402
00:20:41,283 --> 00:20:44,578
ตั้งใจฟังหน่อย วางโทรศัพท์เลย
แล้วมาดูนี่

403
00:20:44,661 --> 00:20:45,996
Jam หมายถึงแผ่นเสียง

404
00:20:46,079 --> 00:20:48,332
Def ย่อมาจาก 'definitive'

405
00:20:48,415 --> 00:20:51,126
แน่นอนว่านี่คือแผ่นเสียงที่ดีที่สุด
ที่คุณหาซื้อได้แล้ววันนี้

406
00:20:51,210 --> 00:20:52,211
(เดฟแจม
เทปบันทึกเสียง)

407
00:20:52,294 --> 00:20:54,213
เดฟจัง เดฟจัง นี่คือเดฟแจม

408
00:20:54,296 --> 00:20:58,008
และตอนคุยเรื่องแผนนั้นกันอยู่
ริคบอกรัสเซลล์เรื่องพวกเรา

409
00:20:58,759 --> 00:21:01,094
"นี่ ผมมีแร็ปเปอร์ผิวขาวสามคน

410
00:21:01,178 --> 00:21:02,971
พวกเขายังเรียนมัธยมอยู่เลย

411
00:21:03,055 --> 00:21:06,808
พวกเขาชอบแนวพังก์ร็อก
แต่พวกเขารักฮิปฮอปมากกว่า

412
00:21:06,892 --> 00:21:09,645
สิ่งเดียวที่พวกเขาทำ
คือฟังแต่เพลงแร็ป"

413
00:21:16,860 --> 00:21:21,240
รัสเซลล์ ซิมมอนส์เห็นโอกาส
ในการบริหารวงแร็ปผิวขาวทันที

414
00:21:21,323 --> 00:21:24,034
ไม่กี่วันต่อมา
เราก็ได้ไปหาเขาที่ออฟฟิศของเขา

415
00:21:24,117 --> 00:21:26,578
เรานึกว่าเขาจะมีออฟฟิศหรูหราใหญ่โต

416
00:21:26,662 --> 00:21:30,499
แต่พอเราขึ้นไปถึง
มันมีแค่ห้องเล็กๆ สองห้อง จริงๆ นะ

417
00:21:30,582 --> 00:21:32,292
แต่สิ่งที่เจ๋งก็คือ

418
00:21:32,376 --> 00:21:38,215
หนึ่งในห้องนั้นมีเคอร์ทิส โบลว์
ราชาเพลงแร็ปอยู่ด้วย

419
00:21:39,049 --> 00:21:43,804
เขาอยู่ในออฟฟิศของรัสเซลล์
พยายามฝึกเต้นเบรกแดนซ์

420
00:21:43,887 --> 00:21:46,765
เขาพยายามใช้หัวหมุนตัว
ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง

421
00:21:46,849 --> 00:21:48,684
ไม่ใช่แค่นั้นนะ ผมไม่รู้ว่าถ้า...

422
00:21:48,767 --> 00:21:51,270
ในนี้มีใครรู้จักวงฟูลฟอร์ซบ้างไหม

423
00:21:52,563 --> 00:21:56,692
เขาห้อมล้อม... เขาห้อมล้อมไปด้วย
สมาชิกของวงฟูลฟอร์ซ

424
00:21:56,775 --> 00:22:00,070
ที่กำลังดูเขาหัดเต้นเบรกแดนซ์

425
00:22:00,153 --> 00:22:03,490
ที่เรากำลังเล่าให้คุณฟังอยู่นี้
มันเป็นภาพที่โคตรเท่จริงๆ

426
00:22:04,825 --> 00:22:06,368
พอมั่นใจดีแล้ว

427
00:22:06,451 --> 00:22:09,204
รัสเซลล์นี่ยิ่งกว่าริคอีกนะ

428
00:22:09,746 --> 00:22:10,914
ถ้าคุณอยู่ใกล้เขา

429
00:22:10,998 --> 00:22:15,002
คุณจะอดเชื่อไม่ได้ว่าเรื่องเจ๋งๆ
ทุกอย่างที่เขาพูดจะเกิดขึ้นจริง

430
00:22:15,085 --> 00:22:17,963
ในปี 1984 ไม่มีใครสนใจดนตรีแร็ป

431
00:22:18,046 --> 00:22:19,590
ทางวิทยุนี่แทบไม่เปิดเลยด้วยซ้ำ

432
00:22:19,673 --> 00:22:23,218
แต่ทุกที่ที่รัสเซลล์ไป
เขาจะโปรโหมตให้ทุกคนรู้จัก

433
00:22:23,302 --> 00:22:26,805
"รัน-ดีเอ็มซีจะเป็นศิลปิน
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคเรา"

434
00:22:28,348 --> 00:22:31,643
"ริค รูบินจะเป็นฟิล สเปกเตอร์
แห่งวงการแร็ป"

435
00:22:32,853 --> 00:22:34,062
บีสตีบอยส์ล่ะ

436
00:22:34,146 --> 00:22:38,150
พวกเขาคือบีบอยผิวขาว
และพวกเขาจะเป็นวงที่ดังที่สุดในโลก"

437
00:22:39,568 --> 00:22:40,569
เอาละ

438
00:22:41,737 --> 00:22:43,405
เราจะค่อยๆ เล่าให้ฟังนะ

439
00:22:43,488 --> 00:22:45,407
เราเพิ่งเริ่มร้องเพลงแร็ป

440
00:22:45,490 --> 00:22:47,784
เราไม่เก่งเรื่องเจ๋งๆ

441
00:22:47,868 --> 00:22:50,954
แต่ริคกับรัสเซลล์เชื่อในตัวเรา
และมันทำให้เรามีความมั่นใจ

442
00:22:53,749 --> 00:22:58,170
พวกเขาจึงจัดแจงให้เรา
ได้อัดเพลงแร็ปเพลงแรกของเรา

443
00:22:58,253 --> 00:22:59,671
ที่ชื่อว่า "Rock Hard"

444
00:23:02,049 --> 00:23:04,426
ไม่รู้สิ มันไม่ใช่
ช่วงน่าประทับใจที่สุดที่ได้จับไมค์

445
00:23:04,510 --> 00:23:08,805
แต่คุณต้องเข้าใจว่าเรารักดนตรีแร็ป
และเราอยากเป็นแร็ปเปอร์ใจจะขาด

446
00:23:08,889 --> 00:23:11,099
เราอยากเป็นอย่างรัน-ดีเอ็มซีมาก

447
00:23:11,183 --> 00:23:13,685
"บีบอยผิวขาววงแรก
เราไม่นึกเสียใจสักนิด

448
00:23:13,769 --> 00:23:16,021
ทีวีคุณไม่ได้ทำงานผิด"

449
00:23:17,814 --> 00:23:19,274
รัสเซลล์ ซิมมอนส์แต่งท่อนนี้

450
00:23:19,358 --> 00:23:21,610
และเขาบอกเราว่าเราต้องร้อง
เพราะมันเยี่ยมมาก

451
00:23:21,693 --> 00:23:24,363
มันมีความเป็นบีบอยมากแค่ไหน
รวมทั้งพังก์และอะไรอย่างอื่นด้วย

452
00:23:24,446 --> 00:23:26,532
และเขาอยากให้เราร้องว่า

453
00:23:26,615 --> 00:23:29,409
"ผมเล่นกีตาร์เป็น ผมเล่นกลองได้

454
00:23:29,493 --> 00:23:32,496
เราไม่ใช่แค่บีบอย
เราคือร็อกสตาร์ผู้ยิ่งใหญ่"

455
00:23:32,579 --> 00:23:34,206
เราก็เลยทำตามนั้น

456
00:23:34,289 --> 00:23:36,917
ก็เขาเป็นคนมีชื่อเสียง
ในวงการแร็ปนี่นา

457
00:23:37,000 --> 00:23:40,087
มีเคอร์ทิส โบลว์มาเต้นในออฟฟิศ
อะไรทั้งหลายแหล่

458
00:23:40,170 --> 00:23:43,006
ถ้าคุณคิดว่าการร้องแบบนั้น
จะแปลกใหม่และไม่เหมือนใคร

459
00:23:43,090 --> 00:23:45,634
ก็ได้ เร่งเสียงให้สุดเลย

460
00:23:45,717 --> 00:23:47,469
ไมค์ ดี, แอ็ด-ร็อก กับเอ็มซีเอ

461
00:23:48,053 --> 00:23:50,347
ไม่นานนักก่อนที่คุณจะร้องเฮ

462
00:23:50,430 --> 00:23:52,933
หนุ่มๆ พวกนี้มีของเจ๋ง

463
00:23:53,016 --> 00:23:55,686
พวกเขารีบชิ่งไป
พวกเขาน่ะคลายความเครียดเก่ง

464
00:23:55,769 --> 00:23:57,896
ผ่อนคลาย ผ่อนคลาย

465
00:23:57,980 --> 00:23:59,356
สบายๆ

466
00:24:00,107 --> 00:24:04,319
ผมล่ะอยากโทษริคกับรัสเซลล์
เรื่องคุณภาพของเพลง

467
00:24:04,403 --> 00:24:06,446
แต่ประเด็นคือพวกเราเองที่เป็นคนแต่ง

468
00:24:06,530 --> 00:24:09,700
เราเขียนเนื้อ
และร้องเองทั้งหมดในเพลงนั้น

469
00:24:09,783 --> 00:24:13,829
พวกเขาอยากให้เราเป็นการ์ตูน
เวอร์ชันแร็ปของวงเมทัลยุค 80

470
00:24:13,912 --> 00:24:18,041
แต่ให้ใส่รองเท้าหัวแข็งของอาดิดาส
กับชุดออกกำลังกายอะไรพวกนั้น

471
00:24:18,125 --> 00:24:20,127
แล้วเราก็เอาด้วย

472
00:24:20,210 --> 00:24:21,461
- แหงอยู่แล้ว
- ใช่ไหมล่ะ

473
00:24:22,588 --> 00:24:23,630
จะเหลือเหรอ

474
00:24:25,591 --> 00:24:30,429
แต่ถึงจุดนึงเราก็ตัดสินใจกัน
ว่าเราต้องให้เคทออกจากวง

475
00:24:30,512 --> 00:24:33,849
เพราะเธอไม่เหมาะกับ
อัตลักษณ์หนุ่มแร็ปโฉมใหม่ของเรา

476
00:24:33,932 --> 00:24:35,559
มันเละเทะแค่ไหนน่ะเหรอ

477
00:24:36,685 --> 00:24:39,980
ตอนบีสตีบอยส์เริ่มวงใหม่ๆ
เพื่อนส่วนใหญ่ของเราเป็นผู้หญิง

478
00:24:40,063 --> 00:24:41,940
เป็นสาวๆ ที่เจ๋งที่สุดด้วย

479
00:24:42,024 --> 00:24:44,693
มันน่าอายมากที่ต้องคิดว่า
เราทำให้พวกเขาผิดหวัง

480
00:24:45,444 --> 00:24:48,906
บ้าจริงเชียว ท้ายที่สุดแล้ว
เคทอาจจะออกจากวงเองก็ได้

481
00:24:48,989 --> 00:24:50,949
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันแย่มาก

482
00:24:51,033 --> 00:24:54,161
ก่อนหน้านั้น
วงของเราเป็นเหมือนตัวตลก

483
00:24:54,244 --> 00:24:55,954
เราทำวงเพราะว่ามันสนุก

484
00:24:56,038 --> 00:24:58,707
เป้าหมายใหญ่ของเรา
คือการสร้างเสียงหัวเราะให้กัน

485
00:24:58,790 --> 00:25:02,711
แต่ตอนที่เราอยู่กับริคและรัสเซลล์
พวกเขามีแผนการใหญ่โตสำหรับเรา

486
00:25:02,794 --> 00:25:04,546
ถ้าริคคือพี่ชายสุดเจ๋งของเรา

487
00:25:04,630 --> 00:25:06,840
รัสเซลล์ก็คงเป็นลุงสุดบ้าบิ่น

488
00:25:06,924 --> 00:25:10,302
เราเริ่มไปเที่ยวด้วยกันทุกคืน
อยู่ด้วยกันตลอดเวลา

489
00:25:10,385 --> 00:25:13,305
ออกไปเที่ยวคลับ ดื่มคอกเทล
สกรูไดรเวอร์บ้าง แบรสมังกี้บ้าง

490
00:25:13,388 --> 00:25:16,225
เราเป็นเหมือนครอบครัวและเทะแต่สนุก

491
00:25:16,308 --> 00:25:20,187
เวลาคุณอายุยังน้อยและเมาแอ๋
แล้วรัสเซลล์ ซิมมอนส์บอกคุณว่า

492
00:25:20,270 --> 00:25:23,357
คุณจะเป็นวงแร็ป
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

493
00:25:23,440 --> 00:25:27,277
ผมว่าคุณจะได้ยินแบบนั้นบ่อยพอ
จนเชื่อเรื่องที่เขาพูด

494
00:25:27,361 --> 00:25:30,614
และแล้วก็เกิดเรื่องบ้าๆ ขึ้น

495
00:25:33,492 --> 00:25:34,618
สไปค์

496
00:25:35,369 --> 00:25:38,997
ขอโทษที ขอโทษจริงๆ
มันน่าจะมีคิวบอกไม่ใช่เหรอว่า...

497
00:25:39,081 --> 00:25:41,458
แต่ยังไงมุกเมื่อกี๊ก็ไม่ฮาอยู่ดี
เล่าต่อเลย

498
00:25:42,334 --> 00:25:44,002
สรุปจะเปิดหรือไม่เปิด

499
00:25:44,086 --> 00:25:45,295
ไม่ใช่คืนนี้

500
00:25:45,379 --> 00:25:47,506
นี่คือโชว์ครั้งสุดท้าย
จะให้ไปเปิดตอนไหนอีก

501
00:25:47,589 --> 00:25:49,132
เราไม่ได้โหลดเข้าเครื่องไว้

502
00:25:49,216 --> 00:25:51,176
เราอาจจะหาได้ทันก่อนหมดคืนนี้

503
00:25:51,260 --> 00:25:52,719
ผมจะจัดการให้ ผมจัดการให้

504
00:25:52,803 --> 00:25:55,055
คือมันเป็นเสียง
ที่พูดว่า "เรื่องบ้าๆ"

505
00:25:55,138 --> 00:25:58,433
แล้วมีภาพแอนิเมชันขึ้นมา เพื่อนผม
แม็กซ์ ทันโนนเป็นคนทำ... ช่างเถอะ

506
00:25:59,059 --> 00:26:02,104
พวกคุณรู้ไหมว่าเราเล่นเปิด
ให้มาดอนนาในทัวร์แรกสุดของเธอ

507
00:26:03,188 --> 00:26:05,482
เราเล่นจริงๆ
เรื่องที่เราเล่นเปิดให้มาดอนนา...

508
00:26:05,566 --> 00:26:06,817
เรื่องบ้าๆ

509
00:26:09,111 --> 00:26:10,445
หาเจอแล้ว

510
00:26:12,155 --> 00:26:13,282
ช่างมันเถอะ

511
00:26:13,740 --> 00:26:17,494
วันนึงรัสเซลล์ ซิมมอนส์ได้รับสายจาก
ผจก. ของมาดอนนา เฟรดดี้ เดอแมนน์

512
00:26:17,578 --> 00:26:20,539
เขาโทรมาถามว่ารัน-ดีเอ็มซี
อยากเล่นเปิดให้มาดอนนา

513
00:26:20,622 --> 00:26:21,832
ในทัวร์ครั้งแรกของเธอไหม

514
00:26:21,915 --> 00:26:25,085
และรัสเซลล์บอกว่า
"ใช่ พวกเขาได้เงิน 20,000 ต่อโชว์"

515
00:26:25,169 --> 00:26:27,921
ผู้จัดการของมาดอนนาบอกว่า
"ขอบคุณ ไม่เอาดีกว่า"

516
00:26:28,005 --> 00:26:31,175
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ผจก. ของมาดอนนา
โทรหารัสเซลล์ ซิมมอนส์ และเขาบอกว่า

517
00:26:31,258 --> 00:26:34,553
"เฮ้ รัสเซลล์ เดอะแฟตบอยส์
อยากเล่นเปิดให้ทัวร์ของมาดอนนาไหม"

518
00:26:35,220 --> 00:26:39,558
เขาบอกว่า "ว้า เดอะแฟตบอยส์ติดงาน
พวกเขาไปเล่นไม่ได้"

519
00:26:39,641 --> 00:26:41,852
รัสเซลล์ไม่เคยเป็นผู้จัดการ
ให้เดอะแฟตบอยส์

520
00:26:43,562 --> 00:26:44,813
"แต่" เขาบอก

521
00:26:44,897 --> 00:26:47,858
"ผมมีวงนึงชื่อบีสตีบอยส์
และพวกเขาโชว์ได้ในราคา 500 เหรียญ"

522
00:26:47,941 --> 00:26:49,401
รู้ตัวอีกที

523
00:26:49,484 --> 00:26:52,112
เราก็อยู่ที่ซีแอตเทิล วอชิงตัน
ในโรงแรมโฟร์ซีซันส์

524
00:26:52,196 --> 00:26:54,573
เตรียมตัวเล่นเปิดให้ทัวร์ของมาดอนนา

525
00:26:55,407 --> 00:26:56,783
จำตอนนั้นได้ไหม

526
00:27:00,204 --> 00:27:04,458
ก่อนออกทัวร์
เราคิดแผนการที่สุดยอดขึ้นมา

527
00:27:04,541 --> 00:27:08,504
เราจะทำยังไงให้ผู้ชมทุกคนจำเราได้

528
00:27:08,587 --> 00:27:12,883
แน่นอนว่าต้องไม่ใช่
เรื่องการใช้ไมค์อย่างช่ำชองของเรา

529
00:27:12,966 --> 00:27:18,514
ไอเดียของเราคือเราควรหยาบคาย
และเล่นห่วยแตกบนเวทีให้มากที่สุด

530
00:27:18,597 --> 00:27:23,894
โย่! เตรียมตัวให้ดีนะ
ดีทรอยต์ ฟิลลี ซินซี แอลเอ

531
00:27:23,977 --> 00:27:25,229
เราจะบุกไปหาแล้ว!

532
00:27:25,312 --> 00:27:26,772
ถ้าเราแค่ไปที่นั่น

533
00:27:26,855 --> 00:27:29,358
และเล่นสองเพลงที่เรารู้จัก

534
00:27:29,441 --> 00:27:30,817
และตอนนั้นเรารู้จักแค่นั้นแหละ

535
00:27:30,901 --> 00:27:33,570
และเราบอกว่า "ขอบคุณครับทุกคน
ราตรีสวัสดิ์"

536
00:27:33,654 --> 00:27:34,696
ใครจะไปสนกัน

537
00:27:34,780 --> 00:27:37,157
เราจึงทำตัวให้เป็นที่น่าจดจำแทน

538
00:27:37,241 --> 00:27:39,910
ไอ้งั่งที่น่าจดจำชิบ

539
00:27:39,993 --> 00:27:41,787
เราคือร็อกสตาร์ตัวจริง

540
00:27:41,870 --> 00:27:44,164
ทุกคนที่นั่นไปเพื่อดูมาดอนนา

541
00:27:44,248 --> 00:27:46,416
และแน่นอนว่าพวกเขาไม่สนใจเราหรอก

542
00:27:47,000 --> 00:27:49,461
แต่นี่คือตอนที่มวยปล้ำของริค
เข้ามามีบทบาท

543
00:27:49,545 --> 00:27:51,964
เขาอยากให้เราเป็นตัวร้าย
ในเวทีมวยปล้ำ

544
00:27:52,047 --> 00:27:54,800
แหกปากร้องใส่กล้อง
ที่อยู่ข้างเวทีมวยแบบนี้

545
00:27:54,883 --> 00:27:58,178
เหตุผลเดียวที่เรายังไม่ได้ทำวิดีโอ
ก็เพราะทันทีที่เราทำแล้ว

546
00:27:58,262 --> 00:28:01,014
พวกเขาจะต้องเปลี่ยนจากเอ็มทีวี
ไปเป็นบีสตีทีวี

547
00:28:01,098 --> 00:28:04,142
เพราะพวกเขาจะขึ้นแสดงทั้งวันทั้งคืน

548
00:28:04,226 --> 00:28:08,480
"บีสตีบอยส์ หนึ่งในวงที่ดีที่สุด
ของวงการเพลงยุคนี้" นี่ไง

549
00:28:08,564 --> 00:28:10,524
ผมว่าผมพูดไปก็ไร้ประโยชน์

550
00:28:10,607 --> 00:28:12,109
ผมอาจจะพูดข้ามหัวคุณไป

551
00:28:12,192 --> 00:28:13,360
จบการสัมภาษณ์แต่เพียงเท่านี้

552
00:28:13,443 --> 00:28:14,653
- ขอบคุณมากครับ
- เช่นกัน

553
00:28:18,323 --> 00:28:19,324
นั่นแหละ...

554
00:28:22,202 --> 00:28:24,246
ทุกคืนที่ออกทัวร์กับมาดอนนา

555
00:28:24,329 --> 00:28:27,332
ผมจะออกไปยืนอยู่กลางเวที
แล้วพูดแบบนี้

556
00:28:29,209 --> 00:28:31,003
ผมคือราชาแอ็ด-ร็อก

557
00:28:31,086 --> 00:28:33,422
และผมคือราชาของคิงส์เธียเตอร์

558
00:28:33,505 --> 00:28:34,631
เราคือบีสตีบอยส์

559
00:28:34,715 --> 00:28:37,342
คืนนี้เราออกมาคว้าชัยชนะ

560
00:28:37,426 --> 00:28:40,846
พอเรากลับไปแล้ว
ก็เผาที่นี่แม่งให้วอดวาย

561
00:28:40,929 --> 00:28:43,098
เพราะพวกแกทุกคนมันไร้ค่าไงให้ตาย

562
00:28:48,687 --> 00:28:53,025
อย่าลืมว่า
นี่คือคนที่อดัมพ่นคำด่าใส่

563
00:29:04,745 --> 00:29:06,788
เหมือนความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งเกลียด

564
00:29:06,872 --> 00:29:10,375
เราเกลียดพวกเขา พวกเขาเกลียดเรา
เหมือนความรักไง

565
00:29:11,418 --> 00:29:14,796
พอจบทัวร์ เรากลับมาบ้าน
และสิ่งแรกที่เราทำ

566
00:29:14,880 --> 00:29:19,551
คือไปหาทุกคน
ใครก็ได้ที่จะรับฟังเรา และเราบอกว่า

567
00:29:19,635 --> 00:29:22,888
"โย่ๆ เราออกทัวร์กับมาดอนนาด้วย"

568
00:29:22,971 --> 00:29:25,349
เป็นอะไรที่เจ๋งที่สุดเลยเว้ย

569
00:29:25,432 --> 00:29:27,935
ตอนนี้เรากลับบ้านมา
และรับรู้อย่างเป็นทางการแล้ว

570
00:29:28,018 --> 00:29:29,311
ว่าเราคือวงแร็ป

571
00:29:31,563 --> 00:29:33,023
เอาจริงดิ

572
00:29:33,106 --> 00:29:34,900
- ไฮไฟฟ์เนี่ยนะ
- อือ

573
00:29:34,983 --> 00:29:36,985
มันกลับมาฮิตแล้ว อดัม
มันกลับมาแล้ว

574
00:29:38,570 --> 00:29:42,866
คืนนึงรัสเซลล์หางานแสดงให้เรา
ได้ที่คลับชื่ออองคอร์

575
00:29:42,950 --> 00:29:46,370
เป็นการเล่นเปิดให้เคอร์ทิส โบลว์
ราชาเพลงแร็ป

576
00:29:46,453 --> 00:29:48,455
เราทั้งคู่...
เรามองหน้ากันและบอกว่า

577
00:29:48,539 --> 00:29:53,001
"โย่ เราจะได้เล่นเปิด
ให้เคอร์ทิส โบลว์เหรอ โคตรเจ๋ง"

578
00:29:54,127 --> 00:29:56,255
- ทีนี้...
- ของจริงก็พูดแบบนั้นเป๊ะๆ เลย

579
00:29:56,338 --> 00:29:57,881
- บอกให้รู้ไว้
- ใช่ เป๊ะมาก

580
00:29:57,965 --> 00:30:02,094
ทีนี้ อองคอร์เป็นคลับเพลงแร็ป
ของคนผิวดำล้วนๆ

581
00:30:02,177 --> 00:30:04,888
เราคือคนผิวขาวกลุ่มเดียวที่นั่น

582
00:30:04,972 --> 00:30:08,308
แล้วเราก็คิดไอเดียดีๆ ออก

583
00:30:08,392 --> 00:30:11,436
ว่าเราจะได้นั่งลีมูซีน
และแต่งตัวแบบนี้

584
00:30:15,649 --> 00:30:17,109
ตลกตรงไหน

585
00:30:18,610 --> 00:30:21,154
ใช่ครับ นั่นเครื่องหัวของเราเอง

586
00:30:21,238 --> 00:30:22,948
ก็นะ...

587
00:30:24,825 --> 00:30:29,496
พอเราขึ้นเวทีที่อองคอร์
เล่นเพลง "Rock Hard" ของเรา

588
00:30:29,580 --> 00:30:32,040
พวกเขาก็เปิดไฟทุกดวงในร้าน

589
00:30:32,124 --> 00:30:34,668
ไฟฟลูออเรสเซนต์
เหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตชิบเป๋ง

590
00:30:34,751 --> 00:30:37,671
พวกผู้ชายในหมู่คนดู
ก็เริ่มตะโกนใส่เรา

591
00:30:37,754 --> 00:30:40,591
"โย่ๆ เมนูโดส์ ว่าไง"

592
00:30:41,341 --> 00:30:42,885
"เมนูโด โคตรชอบเลย"

593
00:30:44,178 --> 00:30:46,054
ใช่ครับ พวกเขาเรียกเราว่า "เมนูโด"

594
00:30:47,389 --> 00:30:50,934
อันที่จริงคือ "เมนูโดส์"
แบบมีหลายคน

595
00:30:51,476 --> 00:30:52,477
ใช่

596
00:30:52,561 --> 00:30:54,938
เราจึงเลิกแต่งตัวแบบนั้นให้ไวเลย

597
00:30:56,023 --> 00:30:57,566
บทที่สาม:

598
00:30:57,649 --> 00:30:59,902
"เพลงที่เปลี่ยนทุกอย่างไป"

599
00:30:59,985 --> 00:31:04,156
(บทที่สาม
เพลงที่เปลี่ยนทุกอย่างไป)

600
00:31:04,239 --> 00:31:06,408
เราเริ่มเขียนเพลงแบบต่างๆ

601
00:31:06,491 --> 00:31:09,620
ไม่ได้มีแค่กีตาร์
ท่อนเวิร์ส คอรัส เวิร์ส คอรัส

602
00:31:09,703 --> 00:31:12,706
การป่วนไปทั่วได้กลายเป็น
กระบวนการความสร้างสรรค์ของเรา

603
00:31:12,789 --> 00:31:14,458
เรื่องมันจะเป็นแบบนี้

604
00:31:14,541 --> 00:31:16,084
ไมค์กี้

605
00:31:16,168 --> 00:31:17,920
เราจะเดินอยู่บนถนน

606
00:31:20,631 --> 00:31:21,882
นี่คือ...

607
00:31:21,965 --> 00:31:23,008
เฮ้

608
00:31:23,091 --> 00:31:24,801
นี่คือท่าทางที่เราเดินบนถนน

609
00:31:26,011 --> 00:31:27,930
- เป็นไง
- ว่าไงพวก

610
00:31:29,097 --> 00:31:30,265
เราซ้อมมาแล้ว

611
00:31:30,974 --> 00:31:32,476
เราจะเดินไปตามถนน

612
00:31:32,559 --> 00:31:35,312
เราจะผลัดกันร้องเพลงคนละนิด

613
00:31:35,395 --> 00:31:37,356
กับเรื่องโง่ๆ ที่เราคิดว่าตลกดี

614
00:31:37,439 --> 00:31:40,609
เราคนนึงจะสุ่มร้องเพลงที่เราชอบ
อย่างเช่น...

615
00:31:40,692 --> 00:31:42,236
รอเดี๋ยว

616
00:31:42,319 --> 00:31:45,489
แล้วอีกคนจะร้องว่า
"โย่ นี่น่าจะเป็นเพลงได้นะ

617
00:31:45,572 --> 00:31:48,742
เขาควรพูดว่า "รอเดี๋ยว"
แล้วเราให้สลิค ริคร้องว่า"...

618
00:31:48,825 --> 00:31:49,868
จัดไป

619
00:31:49,952 --> 00:31:53,247
แล้วอีกคนก็จะร้องว่า
"ต่อไปต้องเป็น"...

620
00:31:53,330 --> 00:31:54,831
เฮ้ เลอรอย

621
00:31:54,915 --> 00:31:56,333
นี่แหละเพลง

622
00:31:57,626 --> 00:31:58,627
ทีนี้...

623
00:31:58,710 --> 00:32:03,090
จากนั้นเราจะเข้าสตูดิโอ
พร้อมไอเดียเรียบง่ายและงี่เง่านั้น

624
00:32:03,173 --> 00:32:04,591
และเราจะสร้างมันเป็นเพลงขึ้นมา

625
00:32:04,675 --> 00:32:06,426
โย่ เลอรอย!

626
00:32:08,512 --> 00:32:10,931
รอเดี๋ยว รอเดี๋ยว รอเดี๋ยว

627
00:32:11,014 --> 00:32:11,849
จัดไป!

628
00:32:11,932 --> 00:32:14,726
อดัมอยู่ที่นั่นด้วย
เขาจะหมกมุ่นอยู่กับการเคาะจังหวะ

629
00:32:14,810 --> 00:32:16,937
ที่แผ่นของ
เครื่องสร้างเสียงกลองดีเอ็กซ์ของเขา

630
00:32:17,020 --> 00:32:19,481
เวลาที่เขาตื่นเต้นมากๆ
เขาจะคว้าหูฟัง

631
00:32:19,565 --> 00:32:22,526
แล้วกระชากออกจากหัวเขา
โยนไปข้างๆ และบอกว่า

632
00:32:22,609 --> 00:32:25,279
"โย่ๆ ทุกคน ฟังนี่สิ"

633
00:32:25,362 --> 00:32:28,073
ไม่จริง ไม่ๆ นั่นมันคุณ ไมค์

634
00:32:28,156 --> 00:32:29,533
ผมเป็นแบบนี้ต่างหาก

635
00:32:29,616 --> 00:32:31,451
ยังไงก็ตาม เขาทำแบบนี้...

636
00:32:31,535 --> 00:32:33,412
บอกตามตรง นี่ผมหนุนคุณอยู่นะ อดัม

637
00:32:33,495 --> 00:32:36,164
เขาจะสร้างจังหวะแนวอะโกโกหรือสวิง
ที่เด็ดมาก

638
00:32:36,248 --> 00:32:39,293
แต่พอเยาค์กับผมได้ยิน
เราบอกเลยว่า "เช็ดเขร้"

639
00:32:39,376 --> 00:32:43,255
แต่พอเอาไปใส่รวมกับจังหวะแนว 808

640
00:32:43,338 --> 00:32:45,507
มันก็เปลี่ยนทุกอย่างไป

641
00:32:45,591 --> 00:32:47,509
รอเดี๋ยว รอเดี๋ยว รอเดี๋ยว

642
00:32:47,593 --> 00:32:49,803
จัดไป!

643
00:32:50,679 --> 00:32:53,682
พวกเราสามคนได้ใช้อุปกรณ์ของตัวเอง

644
00:32:53,765 --> 00:32:56,018
และทำเพลงที่เรารักออกมา

645
00:32:56,101 --> 00:32:58,687
แทนที่จะพยายามทำเพลงเหมือนคนอื่น

646
00:32:58,770 --> 00:33:00,189
เหมือนที่เราทำกับเพลง "Rock Hard"

647
00:33:00,272 --> 00:33:01,815
ตอนนี้เราได้เป็นตัวของตัวเองแล้ว

648
00:33:01,899 --> 00:33:04,526
หรืออย่างน้อยก็ได้เป็นตัวเอง
เวอร์ชันในจินตนาการ

649
00:33:05,444 --> 00:33:07,905
ริคแวะมาที่สตูดิโอ
และเราเล่นเพลงนี้ให้เขาฟัง

650
00:33:07,988 --> 00:33:10,574
เขานี่กระโดดโลดเต้นเลย
เขาบอกว่า

651
00:33:10,657 --> 00:33:13,118
"เฮ้ ทุกคน อย่าเปลี่ยนอะไรเชียว

652
00:33:13,202 --> 00:33:16,205
แบบนี้เยี่ยมแล้ว
ผมอยากเอาไปเปิดให้รัสเซลล์ฟัง

653
00:33:16,288 --> 00:33:18,332
เราต้องปล่อยเพลงนี้ให้ได้"

654
00:33:18,415 --> 00:33:21,627
เราแปลกใจมาก แต่ก็ตื่นเต้นสุดๆ

655
00:33:21,710 --> 00:33:24,922
ริคมิกซ์เพลงนี้ ทำให้มันอลังมากขึ้น
และเป็นมืออาชีพมากขึ้น

656
00:33:25,005 --> 00:33:27,299
เขาทำให้จังหวะ 808
ฟังดูหลุดโลกไปเลย

657
00:33:29,134 --> 00:33:31,136
- แบบนั้น
- แบบนั้น

658
00:33:31,220 --> 00:33:34,389
คุณจะได้ยินเพลงนี้ทำกระจกหลังรถสั่น
ในย่านอีสต์โคสต์

659
00:33:34,473 --> 00:33:36,975
และมันทำให้เครื่องเสียงหลายคน
ดังสนั่นหวั่นไหว

660
00:33:37,059 --> 00:33:40,395
เราคิดหาทางนำองค์ประกอบต่างๆ
ที่เราชอบมารวมไว้ด้วยกัน

661
00:33:40,479 --> 00:33:44,274
อย่างเช่นจังหวะ เสียงง่ายๆ
การสแครตช์แผ่น นำมารวมกันเป็นเพลง

662
00:33:44,358 --> 00:33:46,068
ให้เป็นสไตล์ใหม่

663
00:33:46,151 --> 00:33:49,404
ที่สำคัญที่สุดก็คือ
เราค้นพบเสียงของเราเอง

664
00:33:49,488 --> 00:33:51,949
ตอนนี้ผมโคตรชิว
ผมโคตรชิวจนตัวปลิว

665
00:33:52,032 --> 00:33:54,409
เปิดดูกระเป๋าตังค์
พบเงินเป็นถุงเป็นถัง

666
00:33:54,493 --> 00:33:56,995
นั่งจิบเบียร์ชมวิวอยู่ข้างหน้าต่าง

667
00:33:57,079 --> 00:33:59,540
ใครไม่เติมเบียร์ ไม่ชิวก็ไปห่างๆ

668
00:33:59,623 --> 00:34:02,417
ตอนนี้ผมเพิ่งถึงบ้าน
เพราะผมออกไปพล่าน

669
00:34:02,501 --> 00:34:05,337
นี่มันเวลาอะไร
เวลาซื้อเบียร์ไง

670
00:34:05,420 --> 00:34:09,007
รัสเซลล์กับริคทำแผ่นเพลง
"Hold It Now, Hit It" จากเดฟแจม

671
00:34:09,091 --> 00:34:12,761
จากนั้นเพลงนี้ก็ถูกเปิดตามรายการ
มิกซ์เพลงและในคลับทั้งหลาย

672
00:34:12,844 --> 00:34:14,388
ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราเลย

673
00:34:15,138 --> 00:34:20,310
เพลงของเราถูกเปิดต่อจากเพลงอย่าง
"Rock the Bells" ของแอลแอลคูเจ

674
00:34:20,393 --> 00:34:23,730
เพลง "Peter Piper" ของรัน-ดีเอ็มซี
และเพลงทั้งหลายที่เรารัก

675
00:34:23,813 --> 00:34:25,190
เราจะมีคอนเสิร์ตที่ฟิลลี

676
00:34:25,274 --> 00:34:27,234
เราไปที่นั่นแล้วเล่นเพลงให้ฟัง

677
00:34:27,317 --> 00:34:30,112
ผมจำได้ว่าเราเล่น "Hold It Now"
และทุกคนเต้นกันมันมาก

678
00:34:30,195 --> 00:34:31,446
ทุกคนในคลับเลย

679
00:34:31,530 --> 00:34:34,699
มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมาก
ผมอุทานเลย "สุดตีนว่ะ"

680
00:34:34,783 --> 00:34:37,286
ตอนนั้นผมอายุ 19 ปี

681
00:34:37,369 --> 00:34:39,246
ผมพอมีเงินในกระเป๋าอยู่บ้าง

682
00:34:39,329 --> 00:34:40,831
เหล่าแร็ปเปอร์รู้ว่าผมเป็นใคร

683
00:34:40,914 --> 00:34:42,583
เราได้เที่ยวคลับฟรีๆ

684
00:34:42,666 --> 00:34:45,002
เราได้บัตรแลกเครื่องดื่ม
ได้คุยกับสาวๆ

685
00:34:45,085 --> 00:34:46,295
- ได้ดื่มจนเมาแอ๋
- "แอ็ด-ร็อก"

686
00:34:46,378 --> 00:34:48,547
เราป่วนไปทั่ว
เราเขียนเนื้อเพลงลงบนกระดาษเช็ดปาก

687
00:34:48,630 --> 00:34:49,672
เราหัวเราะเฮฮากัน

688
00:34:49,755 --> 00:34:53,217
แล้วเราก็ไปสตูดิโอ
ทำเพลงจากเรื่องงี่เง่าทั้งหมดนั้น

689
00:34:53,302 --> 00:34:54,719
คืนต่อไป เพลงต่อไป

690
00:34:54,803 --> 00:34:57,973
สี่และสามและสองและหนึ่ง
ว่าไง!

691
00:34:58,056 --> 00:35:01,101
พอผมถือไมค์ คนไม่เจ๋งต้องหลบไป
แม่น!

692
00:35:01,185 --> 00:35:03,103
อยู่กับแอ็ด-ร็อกและไมค์ ดี
แต่คุณไม่มี

693
00:35:03,187 --> 00:35:05,564
ของเด็ดน่ะผมมี
มากกว่าที่ปีกัสโซมีสี

694
00:35:05,647 --> 00:35:08,150
เพลงผมเด็ด เพลงผมเจ๋ง

695
00:35:08,233 --> 00:35:10,694
ไม่แปลกใจถ้าคุณอยากจะกินตับผมเอง

696
00:35:10,777 --> 00:35:11,778
บี-อี-เอ-เอส-ที-ไอ-อี...

697
00:35:11,862 --> 00:35:15,490
เราอัดเพลงทำเพลงกันตลอดเวลา

698
00:35:15,574 --> 00:35:18,577
รัสเซลล์จะคอยเอามาเรียบเรียง
และปล่อยเป็นซิงเกิลออกมาเรื่อยๆ

699
00:35:18,660 --> 00:35:21,121
- เราปล่อยเพลง "Paul Revere"
- ดังเปรี้ยง

700
00:35:21,705 --> 00:35:23,916
เราปล่อยเพลง "The New Style"

701
00:35:23,999 --> 00:35:25,167
ดังเปรี้ยง

702
00:35:25,918 --> 00:35:30,255
ถึงจุดนึง รัสเซลล์มาที่สตูดิโอ
และเขาบอกว่า

703
00:35:30,339 --> 00:35:33,050
"พวกคุณคือวงแร็ป
ที่เจ๋งที่สุดตลอดกาล

704
00:35:33,133 --> 00:35:35,344
พวกคุณจะได้ทำอัลบั้มเต็มแล้ว"

705
00:35:35,427 --> 00:35:39,181
ตอนที่เราคุยกันอยู่นั้น
อดัมกับผม

706
00:35:39,264 --> 00:35:41,350
เรายังอยู่อะพาร์ตเมนต์รูหนูอยู่เลย

707
00:35:41,433 --> 00:35:43,644
เหมือนที่คุณอยู่ทั่วไป
ตอนอายุ 19 นั่นแหละ

708
00:35:43,727 --> 00:35:48,315
แต่เยาค์ย้ายไปอยู่อะพาร์ตเมนต์
ที่ทั้งใหม่และสวยในบรุกลินไฮต์ส

709
00:35:48,398 --> 00:35:50,108
เขาอยู่ที่นั่นฟรี

710
00:35:50,192 --> 00:35:52,611
เพราะเขาเป็นผู้ดูแลอาคารนั้น

711
00:35:53,195 --> 00:35:54,696
- จริงๆ
- ถูกต้อง

712
00:35:54,780 --> 00:35:58,116
ถ้าเครื่องทำน้ำอุ่นของคุณพัง
เขาจะขึ้นไปซ่อมให้

713
00:35:59,451 --> 00:36:01,370
เขาไม่มีคุณวุฒิ
สำหรับงานนั้นเลยสักนิด

714
00:36:01,453 --> 00:36:03,872
แต่เขาทำได้ทุกอย่าง
ตามสัญชาตญาณของเขา

715
00:36:03,956 --> 00:36:06,583
ช่วงดึกของคืนนึง ผมกับไมค์
แวะไปที่อะพาร์ตเมนต์

716
00:36:06,667 --> 00:36:09,545
เขามีเครื่องเล่นเทป
วางอยู่บนโต๊ะในครัว

717
00:36:09,628 --> 00:36:10,963
แต่มันไม่ใช่เครื่องเล่นตลับเทป

718
00:36:11,046 --> 00:36:13,382
มันคือเครื่องเล่นแบบม้วน
สำหรับฟิล์มหนึ่งส่วนสี่นิ้ว

719
00:36:13,465 --> 00:36:14,883
ผมไม่รู้มาก่อนว่าเขามี

720
00:36:14,967 --> 00:36:17,052
ผมไปที่นั่นและเรียนรู้วิธีใช้

721
00:36:17,135 --> 00:36:20,138
พยายามหาคำตอบว่ามันคืออะไร

722
00:36:20,222 --> 00:36:22,391
เขามีเทปอยู่ที่ม้วนข้างนึง

723
00:36:22,474 --> 00:36:25,811
และแทนที่ฟิล์มจะโยงไปที่อีกม้วนนึง
เหมือนปกติทั่วไป

724
00:36:25,894 --> 00:36:29,106
มันกลับโยงออกมาจากม้วนนึง
แล้วพันรอบขาตั้งไมค์

725
00:36:29,189 --> 00:36:31,567
แล้วก็โยงไปพันขาตั้งไมค์อีกอัน

726
00:36:31,650 --> 00:36:33,527
แล้วไปพันรอบเก้าอี้

727
00:36:33,610 --> 00:36:35,112
แล้วค่อยกลับมาที่ม้วนที่สอง

728
00:36:35,195 --> 00:36:37,614
อดัมกับผมมองไอ้เครื่องนี้
แล้วบอกว่า

729
00:36:37,698 --> 00:36:40,742
"นี่มันมายากลชัดๆ เลยโว้ย ว่าไหม"

730
00:36:40,826 --> 00:36:43,662
พอเยาค์ลุกขึ้นมากดปุ่มเพลย์

731
00:36:50,919 --> 00:36:52,462
จังหวะกลองต้นเพลง

732
00:36:52,546 --> 00:36:55,299
"When the Levee Breaks"
ของเลดเซปเปลินก็เริ่มบรรเลง

733
00:36:55,382 --> 00:36:59,261
แต่แทนที่จะเล่นทั้งเพลง
กลับมีแค่จังหวะกลองอินโทรเล่นวนไปมา

734
00:36:59,344 --> 00:37:02,347
ผมเคยเห็นพวกดีเจเขาทำกันโดยใช้
แผ่นเสียงสองแผ่นกับเทิร์นเทเบิล

735
00:37:02,431 --> 00:37:05,184
แต่ผมไม่เคยเห็น
การใช้เทปม้วนต่อม้วนแบบนี้เลย

736
00:37:05,267 --> 00:37:08,562
ทั้งเสียงและภาพที่เห็น
มันช่างน่าอัศจรรย์สำหรับเรา

737
00:37:08,645 --> 00:37:10,063
เยาค์บอกว่าเขาได้ยินมาว่า

738
00:37:10,147 --> 00:37:13,358
จิมมี่ เฮนดริกซ์กับสลายสโตน
ใช้เทปลูปแบบนี้ เขาเลยอยากลองบ้าง

739
00:37:13,442 --> 00:37:15,152
เขาไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหน

740
00:37:15,235 --> 00:37:17,779
สมัยนั้นยังไม่มียูทูบหรือกูเกิลเลย

741
00:37:18,363 --> 00:37:20,449
เรานำผลงานสร้างสรรค์ของเยาค์
ไปที่สตูดิโอ

742
00:37:20,532 --> 00:37:23,368
และเราทำเพลงที่ชื่อว่า
"Rhymin' & Stealin'"

743
00:37:26,288 --> 00:37:29,333
อาลีบาบากับโจร 40 คน

744
00:37:29,416 --> 00:37:32,336
อาลีบาบากับโจร 40 คน

745
00:37:32,419 --> 00:37:35,631
อาลีบาบากับโจร 40 คน

746
00:37:35,714 --> 00:37:37,716
ทั้งแตะ ทั้งทุบ
ทั้งร้องเพลง ทั้งปล้น...

747
00:37:37,799 --> 00:37:41,220
ตอนที่เราเขียนเพลงและอัดเพลง
ที่จะเป็นอัลบั้ม "Licensed to Ill"

748
00:37:41,303 --> 00:37:45,516
ริค รูบินกำลังโปรดิวซ์อัลบั้มใหม่
ของรัน-ดีเอ็มซี ชื่อ "Raising Hell"

749
00:37:46,391 --> 00:37:49,937
เพลง "Walk This Way" ของแอโรสมิธ
ที่พวกเขาทำใหม่ป็นเวอร์ชันตัวเอง

750
00:37:50,020 --> 00:37:53,357
กลายเป็นเพลงฮิตติดกระแสหลัก
ทางวิทยุและเอ็มทีวี

751
00:37:53,440 --> 00:37:56,485
ส่วนรัน-ดีเอ็มซีก็โด่งดังไปทั่วโลก

752
00:37:56,568 --> 00:37:58,445
พวกเขาออกทัวร์กันช่วงฤดูร้อนปี 1986

753
00:37:58,529 --> 00:38:00,113
รัสเซลล์ให้เราเล่นเปิดให้พวกเขา

754
00:38:00,197 --> 00:38:02,199
หน้าที่ของบีสตีบอยส์
ในทัวร์ Raising Hell

755
00:38:02,282 --> 00:38:04,368
คือการทำให้ผู้ชมเริ่มดีด
เพื่อรอดูโชว์

756
00:38:04,451 --> 00:38:06,286
เราคิดกันว่าเราจะทำให้เวทีลุกเป็นไฟ

757
00:38:06,370 --> 00:38:08,956
แล้วทำให้คนดูอินไปกับเรา

758
00:38:09,039 --> 00:38:12,543
พอทัวร์ถึงไมแอมี
คนดูก็ล้นหลามแล้ว

759
00:38:12,626 --> 00:38:16,588
โปรโมเตอร์อัปเกรดสถานที่จัดงานจาก
บาสเกตบอลอารีนาเป็นเบสบอลสเตเดียม

760
00:38:18,048 --> 00:38:22,427
โจ เพอร์รีกับสตีเวน ไทเลอร์
จากวงวงแอโรสมิธบินลงมาที่ไมแอมี

761
00:38:22,511 --> 00:38:24,221
เพื่อเล่นกับพวกเขาแค่เพลงเดียว

762
00:38:24,304 --> 00:38:26,682
และมันจะต้องเป็นโชว์ที่สุดยอดมากๆ

763
00:38:27,641 --> 00:38:29,643
เธอเริ่มสุงสิงกับหนุ่มๆ วงดนตรี

764
00:38:29,726 --> 00:38:31,562
เธอถึงกับขาชี้ฟ้า...

765
00:38:31,645 --> 00:38:37,192
ตัดภาพไปที่ตอนแอโรสมิธกำลังจะ
ขึ้นเวทีไปแจมกับรัน-ดีเอ็มซี

766
00:38:37,276 --> 00:38:40,445
เพื่อเล่นเพลงฮิตอันดับหนึ่งทั่วโลก

767
00:38:40,529 --> 00:38:43,323
พวกเขาเดินออกมา
ผู้ชมออกอาการคลั่งไคล้

768
00:38:43,407 --> 00:38:47,202
แต่มีอีกคนที่อยู่บนเวที

769
00:38:47,286 --> 00:38:48,412
เยาค์

770
00:38:52,332 --> 00:38:54,918
เยาค์ดันเอาเบสติดตัวไปด้วย

771
00:38:55,002 --> 00:38:58,046
และแจมมาสเตอร์เจย์จากรัน-ดีเอ็มซี
คิดว่าคงสนุกดี

772
00:38:58,130 --> 00:39:01,758
ถ้าจะให้เขาเล่นเบสเพลงฮิต
กับพวกเขาและแอโรสมิธ

773
00:39:01,842 --> 00:39:05,971
บนเวทีของเบสบอลสเตเดียมที่ไมแอมี

774
00:39:06,054 --> 00:39:09,349
และเยาค์ก็แสดงออกมาได้น่าทึ่งมาก

775
00:39:09,433 --> 00:39:13,061
สีหน้าของวงแอโรสมิธ
งงกันไปทั้งแถบ

776
00:39:13,145 --> 00:39:15,230
"ไอ้หนุ่มขี้เมาบนเวทีคนนี้ใครกัน

777
00:39:15,314 --> 00:39:18,275
แล้วทำไมเขาถึงมาเล่นเบสกับเรา"

778
00:39:19,359 --> 00:39:20,736
ตลอดเวลาที่เล่นเพลงนั้น

779
00:39:20,819 --> 00:39:23,363
เยาค์พยายามจะทำท่า
แบบเวลามือกีตาร์เอาหลังชนกัน

780
00:39:23,447 --> 00:39:26,450
กับโจ เพอร์รีที่ไม่อยากทำเลยสักนิด

781
00:39:26,533 --> 00:39:27,534
แล้วก็...

782
00:39:27,618 --> 00:39:32,080
กลายเป็นว่าเยาค์วิ่งถอยหลัง
ไล่ตามเขาไปทั่วเวที

783
00:39:32,164 --> 00:39:35,792
ส่วนพวกเรายืนอยู่ข้างเวที

784
00:39:35,876 --> 00:39:40,464
ดูไป ตะโกนไป ขำไป
ถูกใจจริงๆ

785
00:39:42,633 --> 00:39:46,178
มันไม่ใช่แค่สนุกสุดๆ นะ
ที่ได้ออกทัวร์

786
00:39:46,261 --> 00:39:48,180
และใช้เวลาอยู่กับรัน-ดีเอ็มซี

787
00:39:48,263 --> 00:39:51,308
แต่เราได้เรียนรู้มากมาย
จากการดูพวกเขาในแต่ละคืน

788
00:39:51,391 --> 00:39:53,810
เหมือนเราอยู่ในโรงเรียนสอนแร็ปเลย

789
00:39:53,894 --> 00:39:58,690
ใช่ๆ ทุกคน เราจะไม่หยุด
ทำต่อไป ทำให้ลุกเป็นไฟ

790
00:39:58,774 --> 00:39:59,775
ไง...

791
00:40:01,109 --> 00:40:02,402
ไม่มีอะไรจะพิสูจน์

792
00:40:02,486 --> 00:40:05,072
ดูให้ดี ท่าทีของผมน่ะดึงดูด

793
00:40:05,155 --> 00:40:08,033
ดื่มให้หมด ดื่มให้เมา
จะเหล้า จะเบียร์

794
00:40:08,116 --> 00:40:11,119
ที่อยู่ตรงเทิร์นเทเบิลน่ะคือ...

795
00:40:11,203 --> 00:40:13,580
ผมชื่อรัน ผมเป็นคนมันๆ

796
00:40:13,664 --> 00:40:16,333
ฟังผมร้องให้ดี
เพราะผมนั้นมีสไตล์

797
00:40:16,416 --> 00:40:18,919
ส่วนนี่ดีเอ็มซี และเขาอยู่ข้างกาย

798
00:40:19,002 --> 00:40:21,547
คว้าไมค์ไป...

799
00:40:21,630 --> 00:40:23,173
พอเรากลับมาบ้าน

800
00:40:23,257 --> 00:40:27,302
เราพบว่าริคได้มิกซ์เพลงของเรา
ครบทุกเพลงในแผ่นเสร็จแล้ว

801
00:40:27,386 --> 00:40:30,055
มันแปลกมากที่เขาทำโดยที่เราไม่รู้

802
00:40:30,764 --> 00:40:34,351
เยาค์เป็นคนที่สนใจด้านเทคนิค
ของการบันทึกเสียง

803
00:40:34,434 --> 00:40:38,021
ผมมั่นใจว่าแบบนี้คงทำให้เขาหัวเสีย
หรือหงุดหงิดแน่นอน

804
00:40:38,105 --> 00:40:40,899
แต่ผลงานของริคนั้นน่าทึ่งมาก

805
00:40:40,983 --> 00:40:42,818
เขาเอาเพลงแร็ปประหลาดๆ ของเรา

806
00:40:42,901 --> 00:40:47,447
ไปทำให้เสียงออกมาคลีน โดดเด่น
ขัดเกลาทุกเม็ดจนพร้อมเปิดทางวิทยุ

807
00:40:47,531 --> 00:40:50,826
เพลงพวกนั้นเหมือนเพลงจริงๆ
มากกว่าแค่เพลงตลกๆ

808
00:40:50,909 --> 00:40:52,953
(บีสตีบอยส์)

809
00:40:55,247 --> 00:40:59,251
แบรสมังกี้ ฟังกี้มังกี้

810
00:40:59,334 --> 00:41:03,213
ขี้เมาแบรสมังกี้ ฟังกี้มังกี้

811
00:41:03,297 --> 00:41:04,798
แบรสมังกี้

812
00:41:05,549 --> 00:41:06,967
บทที่สี่:

813
00:41:07,050 --> 00:41:10,596
"ก่อนหน้านี้เราพูดถึงเพลง
ที่เราคิดว่าทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

814
00:41:10,679 --> 00:41:12,181
และมันก็เปลี่ยนไปจริงๆ

815
00:41:12,264 --> 00:41:15,767
แต่นี่ต่างหาก
ที่เป็นเพลงที่เปลี่ยนทุกอย่างไป"

816
00:41:18,187 --> 00:41:23,066
บอกก่อน เราเกือบทำ
อัลบั้ม Licensed to Ill เสร็จแล้ว

817
00:41:23,150 --> 00:41:24,693
แต่รัสเซลล์บอกว่ามันยังยาวไม่พอ

818
00:41:24,776 --> 00:41:27,029
เราต้องเพิ่มเข้าไปอีกเพลงนึง

819
00:41:27,112 --> 00:41:30,574
เยาค์กับเพื่อนของเขา ทอม คุชแมน
มีวงสำรองที่ชื่อ "บรุกลิน"

820
00:41:30,657 --> 00:41:33,202
พวกเขามีเพลงที่ชื่อว่า
"Fight for Your Right (To Party)"

821
00:41:33,285 --> 00:41:34,328
เยาค์บอกว่า

822
00:41:34,411 --> 00:41:37,247
"ทำไมเราไม่เอาเพลงของวงบรุกลิน
มาให้บีสตีบอยส์ใช้ล่ะ"

823
00:41:37,331 --> 00:41:38,498
พวกเขาทำเพลงนี้ขึ้นมาขำๆ

824
00:41:38,582 --> 00:41:42,753
เหมือนเพลงตลกล้อเลียน
พวกเพื่อนๆ และเด็กมหาลัยขี้เมา

825
00:41:42,836 --> 00:41:47,090
จริงๆ เราไม่เคยเจอ
พวกคนขี้เมาแบบนั้นหรอก

826
00:41:47,633 --> 00:41:50,052
แต่เราคิดว่ามันคงตลกดี
ที่ได้เอามาล้อเลียน

827
00:41:50,135 --> 00:41:53,597
ไอเดียของเราคือการนำแบบนี้นิด

828
00:41:55,057 --> 00:41:56,350
แบบโน้นหน่อย

829
00:41:57,976 --> 00:41:59,645
แบบนี้อีกนิดนึง

830
00:42:01,146 --> 00:42:04,483
แล้วก็เพิ่มแบบโน้นเข้าไปอีกหน่อย

831
00:42:04,566 --> 00:42:07,778
เอาทุกอย่างที่เห็นนี้มายำรวมกัน

832
00:42:07,861 --> 00:42:09,363
สิ่งที่ได้ก็คือ...

833
00:42:09,446 --> 00:42:13,951
เราต้องสู้เพื่อสิทธิ์ของเรา

834
00:42:14,034 --> 00:42:16,537
ที่จะปาร์ตี้

835
00:42:17,829 --> 00:42:20,040
เรื่องบ้าๆ มันเกิดขึ้นเร็วมาก

836
00:42:20,123 --> 00:42:23,001
รู้เหมือนว่าวันถัดมา
พอปล่อยเพลงของเราไปแล้ว

837
00:42:23,085 --> 00:42:24,920
จากนั้นก็ปล่อยวิดีโอ

838
00:42:25,003 --> 00:42:26,046
มันดังไปทั่วเลย

839
00:42:26,129 --> 00:42:28,841
ตัวผมนี่นั่งกินซีเรียลอยู่ที่บ้าน

840
00:42:28,924 --> 00:42:32,636
และดูเพลงนี้ฉายทางเอ็มทีวี
ชั่วโมงละห้ารอบ

841
00:42:32,719 --> 00:42:34,388
สมัยนั้นใครๆ ก็ดูเอ็มทีวี

842
00:42:34,471 --> 00:42:36,849
และเราโผล่ทางทีวียาวๆ เลย

843
00:42:36,932 --> 00:42:40,769
มีการฉายวิดีโอทำเองของเรา
ที่ถ่ายที่อะพาร์ตเมนต์ของเพื่อน

844
00:42:40,853 --> 00:42:44,982
คั่นระหว่างวิดีโอของไมเคิล แจ็กสัน
พรินซ์ และทีนา เทิร์นเนอร์

845
00:42:45,065 --> 00:42:48,527
มันคือเรื่องบ้าสุดๆ เลย

846
00:42:49,111 --> 00:42:51,530
เราผันตัวจากการเป็นคนดังใน...

847
00:42:51,613 --> 00:42:53,907
- เรื่องบ้าๆ
- ให้ตายสิ

848
00:42:56,785 --> 00:42:59,997
เราผันตัวจากการเป็นคนดัง
แค่ในรัศมี 14 บล็อก

849
00:43:00,080 --> 00:43:02,583
จนเป็นที่รู้จักในวงการฮิปฮอปใต้ดิน

850
00:43:02,666 --> 00:43:06,879
เป็นที่รู้จักเวลาเดินตามท้องถนน
หลังปล่อยอัลบั้ม Licensed to Ill

851
00:43:06,962 --> 00:43:10,382
ทุกที่ที่เราไป คนจะเริ่มตะโกนว่า...

852
00:43:10,465 --> 00:43:12,342
"โย่ ไมค์ ดี"

853
00:43:12,426 --> 00:43:14,136
"ว่าไง ไอ้หนู"

854
00:43:14,219 --> 00:43:16,430
กับผมและเยาค์ก็เหมือนกัน
เราเดินอยู่ตามท้องถนน

855
00:43:16,513 --> 00:43:18,557
ถ้ามีคนจำเราได้ พวกเขาจะบอกว่า...

856
00:43:18,640 --> 00:43:20,434
"โย่ ไมค์ ดี"

857
00:43:23,103 --> 00:43:24,229
เรื่องจริง

858
00:43:24,313 --> 00:43:27,149
เรารู้สึกถึงตัวตนของเราจริงๆ

859
00:43:27,232 --> 00:43:29,026
ประมาณสองเดือนต่อมา

860
00:43:29,109 --> 00:43:33,572
รัสเซลล์ส่งเราไปออกทัวร์ของตัวเอง
ครั้งใหญ่ครั้งแรกในอเมริกา

861
00:43:33,655 --> 00:43:34,656
เราทำไงน่ะเหรอ

862
00:43:34,740 --> 00:43:37,701
เราพาเดฟ สกิลเคน,
เซย์, ดีเจเฮอร์ริเคน

863
00:43:37,784 --> 00:43:39,203
และเพื่อนคนอื่นๆ ของเราไปด้วย

864
00:43:39,286 --> 00:43:41,580
อัลบั้มของเราขายดีถล่มทลาย

865
00:43:41,663 --> 00:43:43,999
นั่นคือตอนที่เราเริ่มรู้สึกว่า
มันเปลี่ยนไปจริงๆ

866
00:43:44,082 --> 00:43:46,126
การเป็นคนดัง
ในเมืองของเราก็เรื่องนึง

867
00:43:46,210 --> 00:43:48,545
แต่การเป็นคนดังในห้าง
ที่มิสซูลา รัฐมอนแทนา

868
00:43:48,629 --> 00:43:50,839
มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

869
00:43:50,923 --> 00:43:52,591
ก่อนทัวร์นั้นจะเริ่มต้นขึ้น

870
00:43:52,674 --> 00:43:54,676
รัสเซลล์ ซิมมอนส์พาเราไปพบ
กับคนประหลาดคนนึง

871
00:43:54,760 --> 00:43:57,387
เพื่อคุยว่าเราอยากได้อะไรบนเวทีบ้าง

872
00:43:57,471 --> 00:44:01,892
เพื่อปั่นหัวคนนั้นเล่น
เราเลยบอกว่า "อ๋อ ขอบ้านหน่อย

873
00:44:01,975 --> 00:44:07,064
เราอยากได้เบียร์บัดไวเซอร์แพ็กหกขวด
สูงสิบฟุตเป็นโต๊ะของดีเจ

874
00:44:07,147 --> 00:44:09,274
- "ได้"
- "เราอยากได้กรงของนักเต้นอะโกโก"

875
00:44:09,358 --> 00:44:10,651
- "ได้"
- "เราอยากได้กล่องใหญ่ๆ

876
00:44:10,734 --> 00:44:13,529
ที่มีจู๋ขนาด 25 ฟุต
โผล่ออกมาตอนจบการแสดง"

877
00:44:13,612 --> 00:44:15,113
- "อันนี้ง่าย ได้ ไม่มีปัญหา"
- นะ

878
00:44:15,197 --> 00:44:16,615
รู้ตัวอีกที

879
00:44:16,698 --> 00:44:20,035
พอเราไปถึงมิสซูลา รัฐมอนแทนา
เพื่อแสดงครั้งแรก ก็เจอนี่เลย

880
00:44:29,586 --> 00:44:32,297
ไมค์ ดี ใจดีสู้เสือ

881
00:44:32,840 --> 00:44:35,843
เราพยายามใจดีสู้เสือ
เราตื่นเต้นกันมาก

882
00:44:36,718 --> 00:44:40,430
เราไม่รู้ว่าจะมีใครมาดูเราเล่นบ้าง

883
00:44:41,265 --> 00:44:44,393
เราไม่คิดจริงๆ ว่าพวกขี้เมาทั้งหลาย

884
00:44:44,476 --> 00:44:46,270
ที่เราล้อเล่นสนุกปากจะมาดูด้วย

885
00:44:46,353 --> 00:44:50,566
แต่ปรากฏว่าพวกเขาชอบเพลง "Fight for
Your Right (To Party)" มาก

886
00:44:50,649 --> 00:44:53,026
รู้อะไรไหม เราชอบเป็นคนที่ถูกรัก

887
00:44:53,110 --> 00:44:56,947
งั้นก็ช่างแม่ง เอาเหล้า 40 ดีกรีมา
แล้วเมาให้เละกันดีกว่า

888
00:44:58,907 --> 00:45:03,537
ทุกอย่างที่รัสเซลล์พูดว่าจะเกิดขึ้น
ก็เกิดขึ้นจริงๆ

889
00:45:03,620 --> 00:45:07,916
เขาจะโผล่มาหาบ่อยๆ ตามเมืองต่างๆ
ที่เราไปทัวร์ และย้ำเตือนเรา บอกว่า

890
00:45:08,000 --> 00:45:10,002
"เห็นไหม บอกแล้วไง ไอ้พวกบ้า

891
00:45:10,085 --> 00:45:12,546
ว่าจะต้องดังเป็นพลุแตกแน่นอน"

892
00:45:13,755 --> 00:45:15,757
การแสดงของเราใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

893
00:45:15,841 --> 00:45:18,594
คืนนี้มีผู้ชม 1,000 คน
คืนต่อไปมี 2,000 คน

894
00:45:18,677 --> 00:45:21,221
- ชิคาโก แอตแลนตา...
- ไมแอมี

895
00:45:21,305 --> 00:45:22,514
ไมแอมี

896
00:45:23,140 --> 00:45:24,141
- มิวนิก
- มิวนิก

897
00:45:24,224 --> 00:45:25,225
ฮิวสตัน

898
00:45:25,309 --> 00:45:28,145
โชว์ โรงแรม ปาร์ตี้หลังจบงาน
และปาร์ตี้หลังปาร์ตี้หลังจบงาน

899
00:45:28,228 --> 00:45:34,193
ตอนนั้นชีวิตเรากำลังรุ่งสุดๆ
มีแต่เรื่องให้ทึ่ง

900
00:45:37,321 --> 00:45:39,531
เป็นที่รับรองแล้วว่า
Licensed to Ill

901
00:45:39,615 --> 00:45:43,493
คืออัลบั้มเดบิวต์ที่ขายดีที่สุด
ในประวัติการณ์ของค่ายเพลงนี้

902
00:45:43,577 --> 00:45:45,662
- พวกเขาคือ...
- บีสตีบอยส์

903
00:45:45,746 --> 00:45:47,039
ถูกต้องครับ

904
00:45:51,627 --> 00:45:53,629
เท้าเหยียบกระเดื่อง
ไม่เคยพลาดเหล็กอันเขื่อง

905
00:45:53,712 --> 00:45:55,923
เครื่องยนต์ร้อนระอุ
ยิ่งกว่ากาน้ำต้มสุก...

906
00:45:56,006 --> 00:45:59,510
ในปี 1987 บีสตีบอยส์จะครองอเมริกา

907
00:46:01,428 --> 00:46:03,847
ไม่หยุดอยู่กับที่
เราทัวร์ทั่วประเทศไป

908
00:46:03,931 --> 00:46:06,350
บีสตีบอยส์ออกมาพักร้อนไง...

909
00:46:06,433 --> 00:46:09,144
พวกคุณสามคนมารวมตัวกันได้ยังไง
จูลียาร์ดเหรอ

910
00:46:11,271 --> 00:46:13,690
เรื่องจริงไม่หลอก
ผมจะเอาเงินคุณนะขอบอก

911
00:46:13,774 --> 00:46:16,193
ไปเที่ยวชายฝั่งทางโน้นทางนี้
ดูสาวๆ สะบัดก้นในบิกินี่

912
00:46:16,276 --> 00:46:18,153
ขณะที่คุณทำงานเช้ายันเย็น

913
00:46:18,237 --> 00:46:21,198
บีสตีบอยส์แสดงสด
ที่การ์เดนโคลด์ให้คนเต้น

914
00:46:21,281 --> 00:46:24,660
แต่มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น
ตลอดการทัวร์นั้น

915
00:46:24,743 --> 00:46:29,581
เราเปลี่ยนจากการแกล้งเพื่อนขี้เมา
มาเป็นคนขี้เมาซะเอง

916
00:46:29,665 --> 00:46:31,291
มาโยกหัวไปพร้อมๆ กัน

917
00:46:35,337 --> 00:46:36,839
โย่ ว่าไง เอ็มทีวี

918
00:46:36,922 --> 00:46:39,383
- เราคือบีสตีบอยส์
- ใช่แล้ว

919
00:46:39,466 --> 00:46:43,345
เพลงที่แราแต่งขำๆ
ได้กลายเป็นเพลงฮิตติดตลาด

920
00:46:44,096 --> 00:46:47,099
ตัวอย่างนึงคือเรามีเพลง
ในอัลบั้มแรกของเรา

921
00:46:47,182 --> 00:46:51,144
ที่กะจะให้เป็นมุกตลกงี่เง่าเสียดสี

922
00:46:51,228 --> 00:46:53,230
แต่เอาเข้าจริงมันไม่ได้ตลกขนาดนั้น

923
00:46:53,814 --> 00:46:55,941
ผมจะบอกเนื้อเพลงของเพลงนี้ให้คุณฟัง

924
00:46:56,942 --> 00:47:00,529
"สาวๆ มีไว้ล้างจาน

925
00:47:01,154 --> 00:47:03,532
สาวๆ มีไว้ปัดกวาดห้องให้ผม

926
00:47:04,366 --> 00:47:06,618
สาวๆ มีไว้ซักผ้าให้ผม

927
00:47:07,327 --> 00:47:10,581
"สาวๆ อย่าลืมในห้องน้ำด้วยนะ สาว

928
00:47:18,964 --> 00:47:21,633
ตอนนั้นเรายังไม่รู้
ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่มุกตลก

929
00:47:21,717 --> 00:47:24,178
ทุกอย่างมันดูเลอะเลือนจริงๆ

930
00:47:27,598 --> 00:47:30,601
เนื้อเพลงมันค่อนข้างเลอะเลือน
สำหรับเรา

931
00:47:30,684 --> 00:47:35,731
ผมมีช่วงที่พักจากการทัวร์
แต่ผมไม่แม้แต่จะโทรหาเพื่อนๆ

932
00:47:35,814 --> 00:47:38,317
เพราะผมไม่รู้ว่า
จะเข้ากับพวกเขาได้ยังไงอีก

933
00:47:38,400 --> 00:47:42,154
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ
ว่าตัวเองกลายเป็นคนยังไงในตอนนั้น

934
00:47:42,237 --> 00:47:45,616
ผมจำได้แม่น มีครั้งนึง
ผมเจอเคท เชลเลนบาคที่ร้านขายอาหาร

935
00:47:46,283 --> 00:47:47,367
และผมไม่ได้ทักทายเธอ

936
00:47:48,410 --> 00:47:50,078
เธออาจจะไม่เห็นผม ผมไม่รู้

937
00:47:50,162 --> 00:47:51,288
แต่ถ้าเธอเห็นผม

938
00:47:51,371 --> 00:47:55,167
เธอต้องเห็นผม
ที่ไม่ใช่ผมคนเดิมแน่นอน

939
00:47:55,959 --> 00:47:58,629
ผมจำได้ว่าผมอยู่หลังร้าน
ข้างๆ ตู้แช่เย็น

940
00:47:58,712 --> 00:48:00,422
เธออยู่หน้าร้าน กำลังจ่ายเงิน

941
00:48:00,506 --> 00:48:03,008
เธอหัวเราะสนุกสนาน
อยู่กับเพื่อนของเธอ

942
00:48:03,842 --> 00:48:06,053
ผมว่าที่ผมไม่ได้ทักทายเธอ
เพราะผมอาย

943
00:48:06,136 --> 00:48:07,804
เมื่อคิดว่าผมเปลี่ยนไปมากขนาดไหน

944
00:48:10,849 --> 00:48:12,309
พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนไป

945
00:48:12,768 --> 00:48:16,605
ผมอยากขอโทษแมททิวพี่ชายผมสักหน่อย

946
00:48:16,688 --> 00:48:18,565
สำหรับตอนที่ผม
เอาแต่เรียกเขาว่า "มันนี่"

947
00:48:18,649 --> 00:48:20,776
เวลาที่เราพยายามจะคุย
เรื่องจริงจังกัน

948
00:48:20,859 --> 00:48:23,028
ผมจะบอก
"โย่ มันนี่ ไม่รู้สิ มันนี่"

949
00:48:23,111 --> 00:48:26,990
เขาจะตอบมาว่า "โย่ ทำอะไรของนายวะ
นี่คุยเป็นเรื่องเป็นราวอยู่"

950
00:48:27,950 --> 00:48:29,076
ยังไงก็เถอะ

951
00:48:29,159 --> 00:48:31,537
แมททิว ขอโทษนะที่ทำตัวเป็นไอ้งั่ง

952
00:48:33,080 --> 00:48:37,584
ต่อไปคือบทที่ห้า:
"ไอ้งั่งในกล่อง"

953
00:48:37,668 --> 00:48:38,836
(บทที่ห้า
ไอ้งั่งในกล่อง)

954
00:48:38,919 --> 00:48:42,965
อัลบั้มของเราขายดีถล่มทลาย
และโชว์ของเราก็ยิ่งบ้าขึ้นเรื่อยๆ

955
00:48:43,048 --> 00:48:44,633
เหล้าเพียบ คำด่าเป็นพรวน

956
00:48:44,716 --> 00:48:48,345
ทางใต้พยายามแบนเรา
เพราะพฤติกรรมลามกจกเปรต

957
00:48:48,428 --> 00:48:51,974
เราต้องแอบออกจากเวทีหลังจบโชว์
ย่องไปขึ้นรถตู้

958
00:48:52,057 --> 00:48:54,726
แล้วขับรถข้ามรัฐ
เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม

959
00:48:54,810 --> 00:48:56,478
ตอนนั้นมีสื่อของอังกฤษเล่นข่าวเรา

960
00:48:56,562 --> 00:48:58,230
พวกเขาเขียนข่าวมากมายเกี่ยวกับเรา

961
00:48:58,313 --> 00:49:01,316
พอเราไปถึงอังกฤษเพื่อแสดงทัวร์

962
00:49:01,400 --> 00:49:03,277
พวกเขาเขียนข่าวเรื่องเราทั้งหมด

963
00:49:03,360 --> 00:49:05,654
แล้วขึ้นปกหนังสือพิมพ์ไปทั่วเลย

964
00:49:05,737 --> 00:49:06,905
(ป๊อปไอดอลเย้ยหยันเด็กใกล้ตาย)

965
00:49:06,989 --> 00:49:10,242
จึงมีความคาดการณ์แปลกๆ
ว่าเราต้องเป็นไอ้พวกวิกลจริตแน่ๆ

966
00:49:11,326 --> 00:49:15,831
เราไม่ได้ทำแบบนั้นซะหน่อย
ขอบอกเลยนะ มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง

967
00:49:16,331 --> 00:49:18,792
(เราเกลียดอังกฤษ
ใช่ พวกบีสตีบอยส์นั่นแหละ)

968
00:49:22,296 --> 00:49:26,466
เอาจริงๆ ผมชอบนะ
พวกเขาใช้คำว่า "ไอ้ห่วยโฮโรวิตซ์"

969
00:49:26,550 --> 00:49:28,135
- ชอบจริงๆ แต่ว่า...
- อือ

970
00:49:28,218 --> 00:49:31,054
น่าเสียดายนะที่ไม่ได้เอามาใช้

971
00:49:31,138 --> 00:49:32,806
- "ไอ้ห่วย" โฮโรวิตซ์เหรอ
- ใช่ ติดหูดีออก

972
00:49:32,890 --> 00:49:35,309
มีการประชุมในรัฐสภาด้วย

973
00:49:35,392 --> 00:49:37,603
เพื่อตัดสินใจว่าควรอนุญาต
ให้เราเข้ามาในอังกฤษไหม

974
00:49:37,686 --> 00:49:38,604
(ไปตายซะ บีสดีส์)

975
00:49:38,687 --> 00:49:39,855
พูดจริงนะเนี่ย

976
00:49:39,938 --> 00:49:44,151
แต่ละเมืองที่เราไปทัวร์
ผู้ชมจะเริ่มพัฒนาบรรยากาศแบบว่า

977
00:49:44,234 --> 00:49:45,986
"พวกเวรอย่างแกไม่ได้มีดีอะไรหรอก

978
00:49:46,069 --> 00:49:48,655
เทียบกับพวกเราที่นี่" ประมาณนี้

979
00:49:49,364 --> 00:49:53,368
พอถึงการแสดงครั้งสุดท้าย
ของทัวร์นั้นที่ลิเวอร์พูล

980
00:49:53,452 --> 00:49:55,329
พวกผู้ชมโกรธคลั่งมาก

981
00:49:55,746 --> 00:49:56,663
(บีสตีส์ท่ามกลางความเดือดดาล)

982
00:49:56,747 --> 00:49:59,499
ตอนเข้าเพลงแรกของโชว์ที่ลิเวอร์พูล

983
00:49:59,583 --> 00:50:02,961
ผู้ชมเริ่มร้องเพลงสโมสรฟุตบอล
และขว้างปาของใส่เรา

984
00:50:03,045 --> 00:50:05,839
จากนั้นก็กลายเป็นพายุกระป๋องเบียร์
เต็มรูปแบบ...

985
00:50:05,923 --> 00:50:07,674
ให้ตายสิ ไมค์ ไม่เอาน่า

986
00:50:08,258 --> 00:50:11,178
พายุกระป๋องเบียร์และขวดเบียร์
เต็มรูปแบบ

987
00:50:11,678 --> 00:50:15,516
ช่วงกลางโชว์ เราหนีรอดออกมา
แล้วขับรถกลับลอนดอน

988
00:50:15,599 --> 00:50:16,808
(บีสตีบอยส์รีบชิ่ง
เพราะขวดเหล้าบินได้)

989
00:50:16,892 --> 00:50:19,353
หลังจากเรื่องทั้งหมด
คุณคงคิดว่าเราอยากพักสักนิดใช่ไหม

990
00:50:19,436 --> 00:50:21,438
ให้เรื่องอะไรมันซาลงก่อน

991
00:50:21,522 --> 00:50:22,523
แต่เปล่าเลย

992
00:50:22,606 --> 00:50:26,235
จบจากนั้น เราก็ไปทัวร์ที่ญี่ปุ่นต่อ

993
00:50:26,318 --> 00:50:27,694
หลังจบทัวร์ที่ญี่ปุ่น

994
00:50:27,778 --> 00:50:31,323
เรากลับมาที่สหรัฐฯ
และทัวร์แบบเดิมซ้ำอีกรอบ

995
00:50:31,406 --> 00:50:32,574
ไม่มีพัก

996
00:50:33,742 --> 00:50:34,910
เราไม่ได้หยุดเลย

997
00:50:35,661 --> 00:50:37,704
รัสเซลล์บอกว่า
"พวกคุณต้องออกทัวร์ต่อ

998
00:50:37,788 --> 00:50:40,999
พวกคุณจะทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ
และเป็นร็อกสตาร์ที่มีความสุข"

999
00:50:41,083 --> 00:50:43,210
"ก็ได้ รัสเซลล์
คุณว่าไงก็เอาตามนั้น"

1000
00:50:46,255 --> 00:50:47,673
เขาเป็นผู้จัดการวงนี่นา

1001
00:50:47,756 --> 00:50:51,635
ถ้าเขาบอกว่า "พวกคุณต้องทัวร์ต่อ"
นั่นคือสิ่งที่คุณต้องทำ

1002
00:50:52,719 --> 00:50:54,429
เราไม่ตั้งคำถามอะไรมากมายนัก

1003
00:50:54,513 --> 00:50:57,599
เรารู้สึกว่าเราต้องออกไปทำแบบนี้

1004
00:50:57,683 --> 00:51:00,477
แต่เรายังโตไม่มากพอ
ที่จะแสดงความรู้สึกออกมา

1005
00:51:00,561 --> 00:51:03,105
ว่าเราเริ่มไม่ชอบเพลงของตัวเองแล้ว

1006
00:51:03,730 --> 00:51:05,524
มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก

1007
00:51:06,567 --> 00:51:10,070
เยาค์คือคนแรกที่เริ่มส่งสัญญาณ
ว่าไม่อยากออกทัวร์แล้ว

1008
00:51:10,988 --> 00:51:13,448
ไม่ใช่ว่าเราไม่สนุกกันในฐานะเพื่อน

1009
00:51:13,991 --> 00:51:16,326
แต่การแสดงมันเริ่มเป็นแค่นั้นเอง

1010
00:51:16,410 --> 00:51:17,411
เป็นแค่การแสดง

1011
00:51:17,995 --> 00:51:19,121
กลเม็ดบ้าๆ

1012
00:51:20,372 --> 00:51:21,832
เราทุกคนเหนื่อยล้า

1013
00:51:22,749 --> 00:51:24,126
เราคิดถึงครอบครัวของเรา

1014
00:51:24,668 --> 00:51:25,919
เราคิดถึงการได้อยู่บ้าน

1015
00:51:26,837 --> 00:51:29,798
เราคิดถึงเรื่องทั่วไป
อย่างการไปซื้อแซนด์วิชในร้านค้า

1016
00:51:30,465 --> 00:51:32,801
เราคิดถึงการเป็นคนที่เราเคยเป็น

1017
00:51:33,510 --> 00:51:36,597
เรื่องงี่เง่าทั้งหลายที่เราพูด
และกรงเต้นอะโกโก

1018
00:51:36,680 --> 00:51:39,516
เบียร์กองโตกับไอ้งั่งในกล่อง...

1019
00:51:39,600 --> 00:51:41,977
ทุกอย่างมันกลายเป็นสิ่งที่น่าอับอาย

1020
00:51:43,061 --> 00:51:45,230
เราใช้ร่างกายเปลืองมาก

1021
00:51:45,314 --> 00:51:48,233
พริบตาเดียวเลย บีสตีบอยส์เปลี่ยนจาก

1022
00:51:48,317 --> 00:51:51,069
หนุ่มๆ จิบน้อย มีอารมณ์ขัน
และสวมที่บังตะเกียงบนหัว

1023
00:51:51,153 --> 00:51:55,157
ไปเป็นหนุ่มขี้เมาทำตัวทุเรศ
ที่คนอยากไล่ออกไปจากอะพาร์ตเมนต์

1024
00:51:55,240 --> 00:51:57,993
เหมือนหนังเรื่อง Groundhog Day
ของบิล เมอร์เรย์

1025
00:51:58,535 --> 00:52:01,788
ที่ตัวเอกต้องใช้ชีวิต
วันเดียววันเดิมซ้ำๆ ทุกวัน

1026
00:52:02,623 --> 00:52:05,083
แต่ในหนังของเรา มันคือไอ้งั่ง

1027
00:52:05,167 --> 00:52:08,587
ทำตัวเอาแน่เอานอนไม่ได้
หลังจบโชว์แต่ละครั้ง

1028
00:52:10,172 --> 00:52:15,260
ปัญหาก็คือเราสร้างกล่องขึ้นมา
และเราคือไอ้งั่งที่ติดอยู่ในกล่อง

1029
00:52:16,178 --> 00:52:19,389
มันกลายเป็นว่า
"เราจะจบโชว์ไวๆ ได้ยังไง

1030
00:52:19,473 --> 00:52:25,395
ไอ้งั่งจะได้กลับลงกล่อง
และเราจะได้ลงจากเวทีซะที"

1031
00:52:33,820 --> 00:52:35,614
(เอ็มทีวี)

1032
00:52:36,448 --> 00:52:38,075
(ข่าว)

1033
00:52:38,158 --> 00:52:39,618
เกิดอะไรขึ้นกับบีสตีบอยส์

1034
00:52:39,701 --> 00:52:42,162
ช่วงปลายปี 1986
พวกเขาปล่อยอัลบั้ม Licensed to Ill

1035
00:52:42,246 --> 00:52:44,623
หนึ่งในอัลบั้มเดบิวต์
ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล

1036
00:52:44,706 --> 00:52:47,459
แต่พวกเขายังไม่ทันได้ทำอัลบั้มใหม่
พวกเขาก็แยกทางกันซะแล้ว

1037
00:52:47,543 --> 00:52:50,295
หลังจากการทัวร์กับรัน-ดีเอ็มซี
จบลงเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน

1038
00:52:50,379 --> 00:52:53,507
ปัจจุบันนี้ ไมค์ ดีกับเอ็มซีเอ
เล่นดนตรีในวงไปทั่วนิวยอร์ก

1039
00:52:53,590 --> 00:52:56,802
ส่วนแอ็ด-ร็อกอยู่ลอสแอนเจลิส
กำลังสร้างเดบิวต์หนัง

1040
00:53:09,231 --> 00:53:11,400
นายเพิ่งย้ายมาอยู่เชอร์แมนใช่ไหม

1041
00:53:12,609 --> 00:53:14,945
ใช่ ย้ายมาเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว

1042
00:53:15,028 --> 00:53:16,488
มาอยู่บ้านหลังโตที่นี่

1043
00:53:17,406 --> 00:53:18,949
นายจะช่วยฉันล้างรถคันนี้ไหม

1044
00:53:20,075 --> 00:53:21,076
ตอนนี้เลยเหรอ

1045
00:53:33,881 --> 00:53:34,882
โอเค

1046
00:53:36,758 --> 00:53:37,885
โอเค คืองี้...

1047
00:53:38,927 --> 00:53:41,638
นั่นเป็นหนังที่ผมเล่น
หลังจากจบทัวร์ Licensed to Ill

1048
00:53:42,431 --> 00:53:45,184
หนังเรื่องนี้ชื่อว่า Lost Angels
และมันห่วยแตกมาก

1049
00:53:45,267 --> 00:53:47,102
ขอล่ะครับ อย่าไปหาดูนะ

1050
00:53:47,186 --> 00:53:49,021
อย่าไปหามาดูเชียว

1051
00:53:49,646 --> 00:53:50,689
อย่าเลย

1052
00:53:50,772 --> 00:53:51,773
ยังไงก็เถอะ

1053
00:53:53,233 --> 00:53:54,776
การออกทัวร์นาน 12 เดือน

1054
00:53:54,860 --> 00:53:57,946
รู้สึกเหมือนพายุทอร์นาโดได้พัดผม
ออกจากอะพาร์ตเมนต์ในนิวยอร์ก

1055
00:53:58,030 --> 00:54:02,367
แล้วหอบผมไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก
จากนั้นก็เอาผมไปหย่อนที่ฮอลลีวูด

1056
00:54:02,951 --> 00:54:05,245
และนั่นคือตอนที่ผมได้ไปคัดตัว
เป็นนักแสดงหนัง

1057
00:54:05,829 --> 00:54:09,583
ตอนนั้นผมอายุ 22 ปี
และผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

1058
00:54:10,417 --> 00:54:12,961
ผมไม่ได้คุยกับอดัมหรือไมค์
มานานหลายเดือนแล้ว

1059
00:54:13,045 --> 00:54:14,713
เราไม่ได้ทะเลาะหรือไม่ลงรอยอะไรกัน

1060
00:54:14,796 --> 00:54:18,425
แต่นั่นเป็นครั้งแรก
ที่เราไม่อยากไปไหนมาไหนด้วยกัน

1061
00:54:18,509 --> 00:54:22,179
ผมเดาว่าเราคงอยากพักบ้าง
แยกทางกันไปสักพักนึง

1062
00:54:23,013 --> 00:54:26,517
เยาค์อยู่นิวยอร์ก
เขาสนใจอีกวงของเขามาก วงบรุกลินน่ะ

1063
00:54:27,643 --> 00:54:29,978
ส่วนผมอยู่แอลเอ
เพื่อเล่นหนังเรื่องนั้น

1064
00:54:30,646 --> 00:54:32,147
ส่วนไมค์ก็...

1065
00:54:33,023 --> 00:54:34,233
ไมค์ ตอนนั้นคุณทำอะไรนะ

1066
00:54:34,316 --> 00:54:39,071
บอกตามตรง ผมกำลังอยู่ในช่วง
ทดลองเล่นยาหลายๆ แบบ

1067
00:54:39,488 --> 00:54:40,489
นั่นสินะ

1068
00:54:43,784 --> 00:54:48,372
สำหรับผมแล้ว
ผมปลีกตัวออกจากทุกอย่าง

1069
00:54:48,455 --> 00:54:51,708
แม่ผมเพิ่งเสีย ก่อนออกอัลบั้ม
Licensed to Ill ไม่นาน

1070
00:54:51,792 --> 00:54:54,378
และโอกาสที่จะหลีกหนี
เพื่อกลายเป็นคนใหม่

1071
00:54:54,461 --> 00:54:56,839
ไม่มีตอนไหนจะเหมาะกว่าตอนนี้อีกแล้ว

1072
00:54:57,673 --> 00:55:01,426
หลังจบทัวร์ ผมยังคงปลีกตัว
ออกจากทุกอย่างที่ผมรู้สึก

1073
00:55:01,510 --> 00:55:02,553
(อดัม โฮโรวิตซ์, 22 ปี)

1074
00:55:03,053 --> 00:55:05,848
วันนึงหลังจากถ่ายหนัง
ผมกลับไปที่โรงแรมที่ผมพักอยู่

1075
00:55:05,931 --> 00:55:07,182
และมีคนที่แผนกต้อนรับบอกว่า

1076
00:55:07,266 --> 00:55:09,351
มีพัสดุถึงผมวางไว้ในห้องผมแล้ว

1077
00:55:09,852 --> 00:55:13,355
ผมเข้าห้องไปเจอกับพัสดุกล่องใหญ่
มันมาจากเยาค์

1078
00:55:14,022 --> 00:55:17,359
ผมเปิดกล่องดู
ข้างในกล่องเป็นกล่องอีกใบ

1079
00:55:17,442 --> 00:55:20,070
แล้วก็เป็นกล่องอีกใบ อีกใบ และอีกใบ

1080
00:55:21,280 --> 00:55:24,992
แล้วก็มีถุงซิปล็อกใบใหญ่
ที่มีผงกาแฟบดข้างใน

1081
00:55:25,617 --> 00:55:28,829
ภายในความยุ่งเหยิงนั้น
มีตลับเทปอยู่ม้วนนึง

1082
00:55:30,372 --> 00:55:33,041
เป็นเทปเดโมของวงบรุกลินของเขา

1083
00:55:33,750 --> 00:55:37,254
มันแปลกนะ จากการที่คุยกับใครสักคน
ทุกๆ วันมาตลอดหลายปี

1084
00:55:37,337 --> 00:55:39,965
กลายเป็นไม่ได้ข่าวจากกันเลย
ตลอดหลายเดือน

1085
00:55:40,048 --> 00:55:42,801
การที่เขาส่งเทปเพลงชองเขามาให้ผม
จึงเป็นอะไรที่เจ๋งมาก

1086
00:55:43,302 --> 00:55:46,138
เหมือนว่าเขาทำแบบนั้น
เพื่อให้เรายังคงเป็นเพื่อนกันต่อไป

1087
00:55:46,930 --> 00:55:48,891
แต่มันทำให้ผมฉุกคิดแป๊บนึง

1088
00:55:48,974 --> 00:55:50,976
แบบว่า
นั่นอาจเป็นสิ่งที่เขากำลังทำอยู่

1089
00:55:51,059 --> 00:55:53,812
เขาอาจไม่เอาบีสตีบอยส์แล้ว
และเราไม่ใช่วงเดียวกันอีกต่อไป

1090
00:55:54,313 --> 00:55:59,193
ปรากฏว่าเราก็ไม่ใช่วงอีกต่อไป
เพราะเยาค์ลาออกจากวง

1091
00:55:59,276 --> 00:56:02,613
เขาไม่ได้บอกเราเรื่องนี้
จนผ่านไปสองสามปีแล้ว

1092
00:56:03,113 --> 00:56:05,616
เขาเบื่อที่ต้องเป็นไอ้ขี้เมา
ในงานปาร์ตี้

1093
00:56:05,699 --> 00:56:08,118
เยาค์บอกว่า
รัสเซลล์ไม่พยายามรับฟังเขาเลย

1094
00:56:08,202 --> 00:56:10,662
แถมยังพยายามโน้มน้าวเขา
ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี

1095
00:56:10,746 --> 00:56:12,372
และบอกว่าเขาควรกลับไปออกทัวร์ต่อ

1096
00:56:12,456 --> 00:56:15,250
และเอาน้ำเปล่าใส่กระป๋องเบียร์
สาดไปทั่วๆ แทน

1097
00:56:15,334 --> 00:56:17,544
รวมทั้งเรื่องตลกๆ ทั้งหลายด้วย

1098
00:56:17,628 --> 00:56:19,046
แต่เยาค์ไม่เอาแล้ว

1099
00:56:19,129 --> 00:56:21,673
เขาบอกรัสเซลล์ว่า "ผมขอลาออก"

1100
00:56:21,757 --> 00:56:26,053
ระหว่างที่เกิดเรื่องบ้าๆ พวกนี้
เราไม่ได้เงินค่าลิขสิทธิ์อีกต่อไป

1101
00:56:26,720 --> 00:56:28,305
เราหาเงินจากการออกโชว์

1102
00:56:28,388 --> 00:56:31,016
โชว์ใหญ่ๆ
อย่างโชว์ที่แมดิสันสแควร์การ์เดน

1103
00:56:31,099 --> 00:56:36,104
แต่ไม่ได้สักดอลลาร์เดียว
สำหรับอัลบั้มยอดฮิต Licensed to Ill

1104
00:56:36,188 --> 00:56:38,941
อัลบั้มที่เพื่อนกลุ่มนึงทำร่วมกันมา

1105
00:56:39,024 --> 00:56:41,860
มีทั้งความจริงจังและความสนุกสนาน
ที่ได้ทำร่วมกัน

1106
00:56:41,944 --> 00:56:43,779
หัวเราะด้วยกันอยู่หลายชั่วโมง

1107
00:56:43,862 --> 00:56:48,659
ในร้านกาแฟ คลับ สตูดิโอ หอพัก
บนแท็กซี่ และในปาร์ตี้...

1108
00:56:48,742 --> 00:56:51,078
แต่ตอนนี้ ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง

1109
00:56:51,161 --> 00:56:55,123
ค่ายเพลงตัดสินใจว่า
พวกเขาไม่ควรจ่ายเงินให้เรา

1110
00:56:55,666 --> 00:56:58,585
ริคกับรัสเซลล์ เพื่อนของเรา เดฟแจม

1111
00:56:59,169 --> 00:57:01,088
เราอยู่กับพวกเขาตั้งแต่ต้น

1112
00:57:01,630 --> 00:57:05,342
เรารู้สึกว่าความสำเร็จของเดฟแจม
คือความสำเร็จของเรา กลับกันก็ด้วย

1113
00:57:05,425 --> 00:57:07,010
เพราะเราทุกคนคือเพื่อนกัน

1114
00:57:07,094 --> 00:57:09,763
รัสเซลล์พูดกล่าวหาว่าเราละเมิดสัญญา

1115
00:57:09,847 --> 00:57:13,058
เพราะเราไม่ได้เริ่มบันทึกเสียง
อัลบั้มใหม่ให้เดฟแจม

1116
00:57:13,517 --> 00:57:17,104
รัสเซลล์อยากได้ "Fight for
Your Right (To Party) Part 2"

1117
00:57:17,187 --> 00:57:18,188
ตอนรัสเซลล์เซ็นสัญญากับเรา

1118
00:57:18,272 --> 00:57:22,067
เราคิดว่าเขาเชื่อในตัวเรามากกว่า

1119
00:57:22,150 --> 00:57:26,488
แต่ลึกๆ แล้ว เขาแค่อยากได้
แร็ปเปอร์ผิวขาวสามคนออกเอ็มทีวี

1120
00:57:26,572 --> 00:57:28,365
เราจะเป็นใครก็ได้

1121
00:57:29,908 --> 00:57:32,244
ยังไงก็เถอะ
กลับมาที่ผมและลอสแอนเจลิสกัน

1122
00:57:33,495 --> 00:57:35,664
ผมอยู่ที่นั่น
กำลังทำโปรเจ็กต์นึง...

1123
00:57:35,747 --> 00:57:38,333
สไปค์ ยอมตามใจผมหน่อย

1124
00:57:38,417 --> 00:57:41,253
เราขอดูคลิป
ที่อดัมลงไปในสระน้ำได้ไหม

1125
00:57:41,336 --> 00:57:43,130
- ไม่ได้ เราต้อง...
- ขอดูอีกทีสิ

1126
00:57:48,385 --> 00:57:50,554
เล่นซ้ำหลายๆ รอบเลย

1127
00:57:50,637 --> 00:57:51,722
สองสามครั้งก็พอ

1128
00:57:56,560 --> 00:57:59,188
ผมไม่เคยขับรถลงไปในสระว่ายน้ำ

1129
00:57:59,271 --> 00:58:00,856
- แหงล่ะ
- โอเค

1130
00:58:00,939 --> 00:58:04,276
แต่ผมคิดว่าถ้าผมต้องทำแบบนั้น

1131
00:58:04,359 --> 00:58:07,487
และตอนที่ผมรู้สึกว่า
รถมันลงไปในสระว่ายน้ำแล้ว

1132
00:58:07,571 --> 00:58:12,242
ปฏิกิริยาของผมคงเป็นอะไร
ที่ไม่เหมือนการสำเร็จความใคร่ทางเพศ

1133
00:58:15,037 --> 00:58:16,788
ไม่รู้สิ ทุกคน มันดูเซ็กซี่ดีออก

1134
00:58:16,872 --> 00:58:18,373
ไม่รู้จะพูดอะไรได้อีก

1135
00:58:20,167 --> 00:58:22,336
ยังไงก็เถอะ ผมได้ไปที่ฮอลลีวูด

1136
00:58:22,419 --> 00:58:24,087
เอาละๆ พอแล้ว

1137
00:58:26,924 --> 00:58:30,886
ผมอยู่ที่ฮอลลีวูด
และได้ไปงานปาร์ตี้ฮอลลีวูดที่ใหญ่โต

1138
00:58:30,969 --> 00:58:33,972
ผมนั่งเล่นอยู่ริมสระว่ายน้ำ
เหมือนปาร์ตี้ริมสระในฮอลลีวูดทั่วไป

1139
00:58:34,640 --> 00:58:38,310
แล้วผมก็ได้ยินเพลงเจ๋งๆ
ลอยมาจากไหนสักแห่ง

1140
00:58:41,438 --> 00:58:44,858
"เพลงอะไรน่ะ" ผมพยายามหาต้นตอ
ว่าเพลงมันมาจากไหน

1141
00:58:44,942 --> 00:58:47,444
ผมเดินไปทั่วงานปาร์ตี้
พยายามหาคำตอบ

1142
00:58:47,528 --> 00:58:49,196
- แชมเปญไหมครับ
- ขอบคุณครับ ไมค์ ดี

1143
00:58:50,072 --> 00:58:52,533
ผมเดินแบบนี้
เวลาอยู่ในงานปาร์ตี้ของฮอลลีวูด

1144
00:58:53,450 --> 00:58:54,785
ดอนนี่ วอห์ลเบิร์ก เฮ้ ว่าไง

1145
00:58:54,868 --> 00:58:55,994
ดื่มหมดยังครับ

1146
00:58:56,787 --> 00:59:00,707
ผมเดินไปตามเสียงเพลง
พยายามหาต้นตอของมัน

1147
00:59:00,791 --> 00:59:02,376
จนไปเจอเครื่องเล่นตลับเทป

1148
00:59:02,960 --> 00:59:05,379
และที่เครื่องเล่นตลับเทป
มีคนที่ชื่อแมตต์ ไดก์อยู่

1149
00:59:05,462 --> 00:59:07,172
และพวกเขาคือวงดัสต์บราเธอร์ส

1150
00:59:07,256 --> 00:59:08,674
(แมตต์ ไดก์
ดัสต์บราเธอร์ส)

1151
00:59:08,757 --> 00:59:10,592
พวกเขาบอกว่าพวกเขาเป็นคนทำเพลงนี้

1152
00:59:10,676 --> 00:59:14,346
มันเจ๋งถึงขนาดที่ผมต้องโทรหาอดัม
กับไมค์ในวันต่อมา และบอกว่า

1153
00:59:14,429 --> 00:59:17,766
"พวกนายควรมาลอสแอนเจลิส
และเราควรไปเจอคนกลุ่มนี้หน่อย"

1154
00:59:17,850 --> 00:59:18,934
และพวกเขาก็มาจริงๆ

1155
00:59:19,017 --> 00:59:21,311
ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง
ตอนที่พวกเขามาถึง

1156
00:59:21,395 --> 00:59:24,439
เพราะเราไม่ได้เจอหน้ากัน
มาหลายเดือนแล้ว

1157
00:59:24,523 --> 00:59:27,943
แต่ตอนที่พวกเขามาถึง มันรู้สึก
เหมือนว่านี่แหละคือสิ่งที่ควรเป็น

1158
00:59:28,026 --> 00:59:30,195
เราใช้เวลาด้วยกัน ฟังเพลงนี้ด้วยกัน

1159
00:59:30,696 --> 00:59:33,824
และทำเรื่องอื่นๆ ที่เราทำเป็นปกติ

1160
00:59:33,907 --> 00:59:38,370
วงบรุกลินของเยาค์
ผมกับการเล่นหนัง ไมค์กับการเป็นไมค์

1161
00:59:40,163 --> 00:59:41,999
แต่มันทำให้ผมนึกได้ว่า

1162
00:59:42,082 --> 00:59:44,960
บีสตีบอยส์คือสิ่งที่เราควรทำ
ในชีวิตของเรา ใช่ไหม

1163
00:59:45,043 --> 00:59:46,128
สำหรับผมนะ

1164
00:59:49,590 --> 00:59:52,217
และเราตัดสินใจกันอย่างมีสติมากๆ
ที่จะเดินหน้าต่อ

1165
00:59:52,801 --> 00:59:57,681
ไม่มีผู้จัดการ ไม่มีโปรดิวเซอร์
ไม่มีค่ายเพลงคอยสั่งให้เราทำนู่นนี่

1166
00:59:57,764 --> 00:59:59,766
จะมีแค่พวกเราสามคนเท่านั้น

1167
01:00:04,771 --> 01:00:05,647
ดังนั้น...

1168
01:00:06,982 --> 01:00:11,445
มีไม่กี่ครั้งหรอกที่คุณรู้ว่า
ตัวเองอยู่ในบทใหม่ของชีวิต

1169
01:00:11,528 --> 01:00:13,947
บทที่หก: "บทใหม่ของชีวิต"

1170
01:00:14,031 --> 01:00:17,034
(บทที่หก
บทใหม่ของชีวิต)

1171
01:00:17,117 --> 01:00:20,954
ดนตรีที่ดัสต์บราเธอร์สทำ
มันน่าอัศจรรย์มาก

1172
01:00:21,038 --> 01:00:24,333
และเป็นแรงบันดาลใจ
ให้เราอยากทำอีกอัลบั้มนึง

1173
01:00:24,416 --> 01:00:27,503
แต่ความจริงก็คือการทำวงต่อไปนั้น

1174
01:00:27,586 --> 01:00:30,130
เราต้องไปพบกับค่ายเพลงใหม่ค่ายอื่น

1175
01:00:30,214 --> 01:00:31,882
หนึ่งในนั้นคือแคปิตอลเรคคอร์ดส์

1176
01:00:31,965 --> 01:00:35,344
เราจึงไปพบกับประธานของค่ายนั้น
และเขาบอกว่า

1177
01:00:35,427 --> 01:00:38,639
"พวกคุณไม่ได้ทำอะไรในอัลบั้ม
Licensed to Ill เลย พูดตามตรง

1178
01:00:38,722 --> 01:00:40,474
ริคกับรัสเซลล์เป็นคนทำทั้งหมด

1179
01:00:40,557 --> 01:00:42,351
พวกคุณคือผลงานของพวกเขา"

1180
01:00:42,434 --> 01:00:46,146
แต่ในขณะเดียวกัน
พวกเขาก็ยอมเสี่ยงกับเรา

1181
01:00:46,230 --> 01:00:49,942
แม้จะดูยากลำบาก
แต่เราก็อาจทำ

1182
01:00:50,025 --> 01:00:52,611
"Fight for Your Right
(To Party) Part 2" ให้พวกเขาได้

1183
01:00:52,694 --> 01:00:55,072
เราละอายเรื่องเพลงนั้นก็จริง

1184
01:00:55,155 --> 01:00:59,535
แต่เราไม่อายที่เราจะไม่ใช้มัน
เพื่อตกลงเซ็นสัญญาทำอัลบั้มใหม่

1185
01:01:01,787 --> 01:01:04,998
เราตกลงทำอัลบั้มใหม่แล้ว
แต่ตอนนี้เราต้องการผู้จัดการ

1186
01:01:05,082 --> 01:01:09,086
เราจึงเลือกผู้จัดการ
ด้วยเหตุผลที่อาจจะไม่ฉลาดนัก

1187
01:01:09,419 --> 01:01:13,298
เราเลือกคนนี้เพราะเคยเป็นผู้จัดการ
ให้เคนนี่ โรเจอร์สและไลโอเนล ริชชี่

1188
01:01:13,382 --> 01:01:15,133
และเราคิดว่ามันตลกดี

1189
01:01:15,926 --> 01:01:19,471
บางทีมุกตลกโง่ๆ ก็ไม่ใช่

1190
01:01:19,555 --> 01:01:22,516
สิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะนำไปสู่อนาคตทางการเงินของคุณ

1191
01:01:22,599 --> 01:01:23,934
ว่าไหม

1192
01:01:24,017 --> 01:01:26,436
อีกอย่าง เราปิ๊งไอเดียดีๆ ด้วย

1193
01:01:26,520 --> 01:01:29,481
แบบว่า โอเค
ถ้าเราอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

1194
01:01:29,565 --> 01:01:32,025
เราต้องทำอะไรต่างๆ ให้เสร็จ

1195
01:01:32,109 --> 01:01:36,697
เราจึงรับเงินก้อนนี้มา
จากสัญญาค่ายเพลงใหม่ของเรา

1196
01:01:36,780 --> 01:01:42,369
และเราเช่าบ้านที่หรูหราราคาแพง
บนเนินเขาฮอลลีวูดฮิลส์

1197
01:01:43,787 --> 01:01:46,081
ไม่ใช่ว่าบ้านหลังไหน
ในฮอลลีวูดฮิลส์ก็ได้

1198
01:01:46,164 --> 01:01:49,418
แต่บ้านหลังนี้
เปรียบดังพิพิธภัณฑ์ยุค 70

1199
01:01:49,501 --> 01:01:53,505
เหมือนหนังเรื่อง Hart to Hart
ผสมกับเรื่อง The Love Boat ผสมกับ

1200
01:01:53,589 --> 01:01:55,591
ร้านเรกัลบีเกิล
จากเรื่อง Three's Company

1201
01:01:56,675 --> 01:01:59,261
ให้ตาย เรื่อง Hart to Hart นี่
ยกตัวอย่างได้ดี

1202
01:01:59,344 --> 01:02:00,345
เจ๋งมาก

1203
01:02:01,096 --> 01:02:05,350
บ้านหลังนี้เป็นของ
อเล็กซ์และแมดิลีน แกรสฮอฟฟ์

1204
01:02:05,434 --> 01:02:06,727
- ใช่
- เกร็ดเล็กๆ

1205
01:02:06,810 --> 01:02:09,271
ในบ้านนี้มีตู้ที่ล็อกอยู่หลังนึง

1206
01:02:09,354 --> 01:02:12,232
เวลาที่คุณอายุประมาณ 20 กว่าๆ

1207
01:02:12,316 --> 01:02:16,612
คุณขี้สงสัย แถมเมาสุดๆ
และมีตู้ล็อกอยู่ตรงหน้า

1208
01:02:17,237 --> 01:02:18,405
คุณจะทำไง

1209
01:02:18,488 --> 01:02:20,199
เตะให้ตู้มันเปิดสิ ใช่ไหม

1210
01:02:20,282 --> 01:02:21,491
คุณอยากรู้ว่าข้างในมีอะไร

1211
01:02:21,575 --> 01:02:25,537
ในตู้นั้นเต็มไปด้วยของสะสมสุดเจ๋ง

1212
01:02:25,621 --> 01:02:29,333
จากยุค 70 ของแมดิลีน แกรสฮอฟฟ์

1213
01:02:29,416 --> 01:02:30,751
ผมหมายถึงว่า...

1214
01:02:30,834 --> 01:02:32,544
ใช่ๆ

1215
01:02:32,628 --> 01:02:37,216
เราหมายถึงเสื้อโค้ตน้ำหนักเบา
ที่ปะด้วยผ้ากำมะหยี่

1216
01:02:37,299 --> 01:02:39,384
และยังมีชุดจัมป์สูทผ้าซาตินอีก

1217
01:02:39,468 --> 01:02:42,721
ทุกอย่างดูสวยอร่ามและวิเศษมาก

1218
01:02:42,804 --> 01:02:46,266
อย่างหมวกขนสัตว์ เสื้อกั๊กแบบพิเศษ

1219
01:02:46,350 --> 01:02:48,435
เป็นคุณจะไม่อยากไปทานมื้อเช้า

1220
01:02:48,519 --> 01:02:51,146
ในชุดออสการ์ แมดิสันเหรอ

1221
01:02:51,230 --> 01:02:53,857
หรือคุณอยากไปทานมื้อเช้าในชุดนี้

1222
01:02:56,527 --> 01:02:58,820
นี่คือบ้านหลังที่เราอยู่
นั่นคือไมค์

1223
01:02:58,904 --> 01:03:00,113
ดูเท่ระเบิดเลย

1224
01:03:00,197 --> 01:03:01,406
ขอบคุณนะ อดัม

1225
01:03:01,490 --> 01:03:05,619
ถ้าคุณมีสระว่ายน้ำแต่ไม่มีสะพานข้าม
คุณจะหาทางป่วนจนได้

1226
01:03:06,119 --> 01:03:08,038
แต่ฟังก่อน
ห้องของผมไม่ได้อยู่ในบ้าน

1227
01:03:08,121 --> 01:03:10,832
มันมีห้องแปลกๆ ที่สร้างไว้ข้างๆ
ตรงนี้ไง

1228
01:03:10,916 --> 01:03:13,126
และในสระว่ายน้ำมีหน้าต่างบานเล็กๆ

1229
01:03:13,210 --> 01:03:16,839
ที่มองจากห้องในสระว่ายน้ำ
ตรงเข้าไปในห้องผมได้เลย

1230
01:03:16,922 --> 01:03:19,049
บางวันตอนหกโมงเช้า

1231
01:03:19,132 --> 01:03:20,801
ผมจะได้ยินเสียงทุบดังๆ

1232
01:03:20,884 --> 01:03:22,928
พอผมตื่นมาก็จะพบกับภาพนี้

1233
01:03:25,430 --> 01:03:27,641
เยาค์มาเรียกผม "ไปกินมื้อเช้ากัน"

1234
01:03:28,892 --> 01:03:32,688
กิจวัตรของเราคือการตื่นขึ้นมา
ในบ้านแกรสฮอฟฟ์ที่สุดอัศจรรย์นี้

1235
01:03:32,771 --> 01:03:33,981
ไปกินมื้อเช้ากัน

1236
01:03:34,064 --> 01:03:36,859
และจากนั้นเราจะไปหาแมตต์ ไดก์
และดัสต์บราเธอร์สที่สตูดิโอ

1237
01:03:40,070 --> 01:03:41,363
ตอนนั้นแมตต์ ไดก์เป็นดีเจ

1238
01:03:41,446 --> 01:03:45,200
เขามีแผ่นเสียงนับพันแผ่น
กองเป็นตั้งในอะพาร์ตเมนต์ของเขา

1239
01:03:45,284 --> 01:03:47,119
เขาเป็นคนที่เจ๋งจริงๆ

1240
01:03:47,202 --> 01:03:49,705
ไม่รู้สิ
เราอยากรู้ว่าเขารู้อะไรบ้าง

1241
01:03:49,788 --> 01:03:53,041
ดัสต์บราเธอร์สเป็นนักศึกษา
วิทย์คอมฯ ที่วิทยาลัยแคลร์มองต์

1242
01:03:53,125 --> 01:03:54,126
(อีซี ไมค์
ราศีตุลย์)

1243
01:03:54,209 --> 01:03:55,335
อีซี ไมค์เป็นดีเจ

1244
01:03:56,336 --> 01:03:58,046
จอห์นเป็นพ่อมดด้านคอมพิวเตอร์

1245
01:03:58,672 --> 01:04:02,301
ให้ตาย เราไม่เคยเห็นคอมพิวเตอร์
ในสตูดิโอบันทึกเสียงมาก่อน

1246
01:04:02,926 --> 01:04:05,012
เราบ้ากันมากๆ เลยตอนนั้น

1247
01:04:06,054 --> 01:04:07,055
สายเขียว

1248
01:04:12,394 --> 01:04:15,355
("Shake Your Rump"
กำกับโดย เนเทเนียล ฮอร์นโบลเวอร์)

1249
01:04:15,439 --> 01:04:18,984
ดัสต์บราเธอร์สเปิดโลกใหม่
ด้านความสร้างสรรค์ให้เรารู้จัก

1250
01:04:19,067 --> 01:04:22,446
เราสร้างดนตรีที่ละชั้น ทีละชั้นๆ

1251
01:04:22,529 --> 01:04:26,241
ทำให้ทุกเพลงอัดแน่นไปด้วยเนื้อเพลง
ตัวอย่าง และมุกตลกให้มากที่สุด

1252
01:04:26,325 --> 01:04:28,285
เราใช้สองอย่างบ้าง สามอย่างบ้าง

1253
01:04:28,368 --> 01:04:31,205
เราเอาทุกอย่างมาผสมผสานกันเป็นเพลง
เหมือนศิลปะภาพปะติดเลย

1254
01:04:31,288 --> 01:04:34,625
เราคิดว่าเราพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว

1255
01:04:34,708 --> 01:04:36,960
ผมเหมือนแมงดาตัวยุ่ง
ผมมีเรือไว้กินกุ้ง

1256
01:04:37,044 --> 01:04:39,254
ขาผมไม่มีอะไรผิด
แค่เต้นบีบอยสุดฮิต

1257
01:04:39,338 --> 01:04:41,423
ถูกจับที่มาร์ดิแกรส
เพราะโดดลงแพ

1258
01:04:41,507 --> 01:04:44,176
เพื่อนผม เอ็มซีเอ
มีเคราแพะเหมือนคนแก่

1259
01:04:44,259 --> 01:04:46,261
อู๊ๆ เพลงดิสโกมันเรียกร้อง

1260
01:04:46,345 --> 01:04:48,889
เอ็มซีเอ ผมอดเต้นไม่ได้น่ะน้อง

1261
01:04:52,684 --> 01:04:53,810
ทีนี้...

1262
01:04:57,981 --> 01:05:01,026
ผมจำได้ว่ามีอยู่คืนนึง
ตอนอยู่ในบ้านแกรสฮอฟฟ์

1263
01:05:01,109 --> 01:05:05,280
เยาค์เปิดเพลงมิกซ์ที่เรากำลังทำอยู่
เสียงดังมากๆ

1264
01:05:05,364 --> 01:05:09,201
เรามองวิวแสงไฟระยิบระยับ
ของลอสแอนเจลิสที่อยู่ด้านล่าง

1265
01:05:09,284 --> 01:05:12,120
ตอนนั้นเราค่อนข้างเมาด้วยล่ะ

1266
01:05:12,204 --> 01:05:17,251
เยาค์หันมาหาผมและบอกว่า
"โย่ เจ๋งว่ะ"

1267
01:05:17,334 --> 01:05:22,089
ผมตอบอย่างหล่อเลยว่า
"ใช่ นี่มันพิเศษจริงๆ นะเพื่อน"

1268
01:05:23,924 --> 01:05:25,259
มันก็พิเศษจริงอย่างว่า

1269
01:05:25,342 --> 01:05:29,346
เพราะช่วงนั้น เยาค์กำลังสนุก
กับการใช้ความคิดสร้างสรรค์

1270
01:05:29,429 --> 01:05:34,142
พอไม่มีริคกับรัสเซลล์
เราก็ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

1271
01:05:34,226 --> 01:05:37,688
วงดนตรีต้องทำอะไรมากกว่า
แค่เขียนเพลงและปล่อยออกมาให้ฟัง

1272
01:05:37,771 --> 01:05:39,523
เหมือนถ่ายรูปก็ไม่ใช่แค่กดถ่ายรูป

1273
01:05:39,606 --> 01:05:41,191
หลังออกอัลบั้ม Licensed to Ill

1274
01:05:41,275 --> 01:05:43,610
สิ่งสุดท้ายที่เราอยากทำ
คือการถ่ายรูปประหลาดๆ

1275
01:05:43,694 --> 01:05:45,445
กับคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก

1276
01:05:45,529 --> 01:05:48,323
เยาค์จึงคิดไอเดียนี้ออก
เขาบอกเราว่า "เราจะถ่ายรูปเอง

1277
01:05:48,407 --> 01:05:51,451
เอาไอ้ที่บีบอันเล็กๆ
มาเชื่อมต่อเข้ากับกล้อง

1278
01:05:51,535 --> 01:05:52,578
แล้วก็ถ่าย...

1279
01:05:52,661 --> 01:05:54,788
นี่ไง เห็นไหม

1280
01:05:54,872 --> 01:05:56,039
ผมชอบคุณในรูปนี้จัง ไมค์

1281
01:05:56,748 --> 01:05:57,958
ขอบคุณ

1282
01:05:58,041 --> 01:06:00,794
แล้วเราก็ต้องถ่ายปกอัลบั้มกัน
แน่นอน เยาค์บอกว่า

1283
01:06:00,878 --> 01:06:06,675
"ง่ายมาก เราจะใช้กล้องตัวนี้
และถ่ายรูปแบบ 360 องศา

1284
01:06:06,758 --> 01:06:08,510
และนั่นจะเป็นรูปปกอัลบั้มของเรา"

1285
01:06:08,594 --> 01:06:12,097
โอเค คืองี้นะ
เราอยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว

1286
01:06:12,181 --> 01:06:17,060
เยาค์จะรู้เรื่องของพวกนี้ทั้งหมด
และเราจะคิดว่า

1287
01:06:17,144 --> 01:06:18,145
"เจ๋งดีจัง"

1288
01:06:18,228 --> 01:06:20,731
"เขารู้เรื่องนั้นได้ไงวะ
แปลกเป็นบ้าเลย"

1289
01:06:21,732 --> 01:06:23,817
และเวลาเราเตรียมออกอัลบั้ม

1290
01:06:23,901 --> 01:06:29,031
บริษัทค่ายเพลงยักษ์ใหญ่
จะจัดหาผู้กำกับมือดีให้เรา

1291
01:06:29,114 --> 01:06:32,075
แต่แน่นอนว่ากับพวกเราตอนนั้น
เราค่อนข้างหวาดระแวง

1292
01:06:32,159 --> 01:06:34,411
เราไม่ไว้ใจใครเลย เยาค์จึงบอกว่า

1293
01:06:34,494 --> 01:06:35,871
"เปล่าๆ เราจะให้ลุงของฉันมาทำ

1294
01:06:35,954 --> 01:06:38,874
เขาคือนักสร้างหนังชาวสวิสในตำนาน
เนเทเนียล ฮอร์นโบลเวอร์

1295
01:06:38,957 --> 01:06:40,876
เขาจะมาที่นี่และคอยช่วยเราเอง

1296
01:06:40,959 --> 01:06:43,462
และเขาจะเป็นคนกำกับ
วิดีโอทุกชิ้นของเรา"

1297
01:06:44,046 --> 01:06:45,881
(คลิปจากเพลง
"Looking Down the Barrel Of A Gun")

1298
01:06:45,964 --> 01:06:47,049
(กำกับโดย เนเทเนียล ฮอร์นโบลเวอร์)

1299
01:06:47,132 --> 01:06:48,884
เยาค์ถ่อมตัวกับเรื่องนี้
เขาให้เครดิตลุงของเขา

1300
01:06:48,967 --> 01:06:50,511
สำหรับการทดลองและการกำกับภาพ

1301
01:06:50,594 --> 01:06:52,471
แต่เยาค์คือแรงผลักดัน

1302
01:06:54,306 --> 01:06:56,642
อันที่จริงในวิดีโอของเพลง
"Looking Down the Barrel of a Gun"

1303
01:06:56,725 --> 01:06:59,561
เราใส่เสื้อผ้าของแมดิลีน แกรสฮอฟฟ์

1304
01:06:59,645 --> 01:07:02,022
เป็นวันที่เรา
เอาเสื้อผ้ากองโตของเธอมาใส่

1305
01:07:02,105 --> 01:07:04,358
แล้วขับรถไปทั่ว
เพื่อถ่ายวิดีโอตัวเราเอง

1306
01:07:04,441 --> 01:07:07,027
ต้องขอบคุณแมดิลีนสำหรับของพวกนี้

1307
01:07:08,570 --> 01:07:10,280
("Shadrach"
กำกับโดย เนเทเนียล ฮอร์นโบลเวอร์)

1308
01:07:10,364 --> 01:07:12,449
ยกให้คนจน
และพูดขอบคุณเสมอ

1309
01:07:12,533 --> 01:07:15,285
เพราะผมมีเรื่องราว
เยอะกว่าที่เจดีมีซาลินเจอร์

1310
01:07:15,369 --> 01:07:17,538
- ผมมีคำนำหน้านาย
- และคุณคือคนท้าทาย

1311
01:07:17,621 --> 01:07:19,665
ฮอร์นโบลเวอร์อยู่กับเราบ่อยมาก

1312
01:07:19,748 --> 01:07:22,543
ซึ่งเป็นอะไรที่เจ๋งมาก
เพราะเขาเป็นลุงของเยาค์

1313
01:07:22,626 --> 01:07:25,796
แต่เขาเป็นไอ้ขี้เมาน่ะ ไมค์
ไม่รู้จะใช้คำไหนได้ดีกว่านี้

1314
01:07:25,879 --> 01:07:27,172
เขาชอบถุงหนังใส่ไวน์ของเขา

1315
01:07:27,256 --> 01:07:29,049
พวกเราจะทำอะไรของเราไป แล้วก็มี

1316
01:07:29,132 --> 01:07:32,636
คุณลุงชาวสวิสประหลาดๆ คนนี้
นอนแผ่อยู่บนโซฟา

1317
01:07:32,719 --> 01:07:36,181
ดูนะ นี่คือสิ่งที่เราต้องเจอ
ลุงของเยาค์น่ะ

1318
01:07:36,265 --> 01:07:38,308
อือ มันรู้สึกค่อนข้างแปลกสำหรับผม

1319
01:07:38,392 --> 01:07:41,937
เพราะผมไม่ชิน
กับการอยู่ฝั่งนี้ของกล้อง

1320
01:07:42,020 --> 01:07:45,566
ผมชอบอยู่หลังกล้องมากกว่า

1321
01:07:47,526 --> 01:07:49,152
แต่คุณแต่งตัวมาเต็มยศเลย

1322
01:07:49,236 --> 01:07:52,406
นี่คือชุดประจำชาติ
ของประเทศบ้านเกิดของผม

1323
01:07:52,489 --> 01:07:54,449
คุณจะเอาไปล้อเลียนก็ได้

1324
01:07:54,533 --> 01:07:59,246
แต่ผมขอล้อคุณกลับ
ที่คุณสวมชุดสูทนักธุรกิจไปไหนมาไหน

1325
01:07:59,329 --> 01:08:01,415
แบบนั้นอาจจะดูงี่เง่าในสายตาผมก็ได้

1326
01:08:01,498 --> 01:08:03,417
ผมอาจจะหัวเราะเยาะคุณอยู่ก็ได้

1327
01:08:05,919 --> 01:08:10,007
ถึงแม้จะมีทั้งกัญชา
มื้อเช้า และปาร์ตี้

1328
01:08:10,090 --> 01:08:13,594
เราก็ทำเพลงและปกอัลบั้มจนเสร็จ
ส่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

1329
01:08:17,430 --> 01:08:18,432
แบบนี้

1330
01:08:18,515 --> 01:08:20,850
เราตื่นเต้นกันมาก

1331
01:08:20,934 --> 01:08:23,312
เราทำอัลบั้มนี้เสร็จ
เราภูมิใจกับมันมาก

1332
01:08:23,395 --> 01:08:25,397
จะมีคนซื้อไปฟัง

1333
01:08:25,479 --> 01:08:27,357
และเห็นว่าเราเป็นมากกว่า

1334
01:08:27,441 --> 01:08:29,318
แค่คนแบบ
"Fight for Your Right (To Party)"

1335
01:08:29,401 --> 01:08:32,237
คุณคิดว่าเราควรนอบน้อม
ที่ออกมาจากเดฟแจม

1336
01:08:32,321 --> 01:08:33,529
- ไม่เลย
- แต่เปล่าเลย

1337
01:08:33,613 --> 01:08:34,781
เราอยู่บนจุดสูงสุดของโลก

1338
01:08:34,865 --> 01:08:37,618
โย่ ว่าไง พวกเราบีสตีบอยส์
กับรายการ โย่! เอ็มทีวีแร็ปส์

1339
01:08:37,701 --> 01:08:38,577
บอย!

1340
01:08:38,660 --> 01:08:40,787
สาวน้อย คุณก็รู้ความจริงเป็นไง

1341
01:08:41,580 --> 01:08:45,082
ไมค์ ดีรักคุณหมดใจ

1342
01:08:45,167 --> 01:08:46,710
ช่วงใกล้ปล่อยอัลบั้ม

1343
01:08:46,792 --> 01:08:47,961
เราให้สัมภาษณ์หลายรายการ

1344
01:08:48,045 --> 01:08:50,255
ให้ตาย เราพร้อมเปิดการแสดง
ที่แมดิสันสแควร์การ์เดน

1345
01:08:50,339 --> 01:08:51,965
แล้วทำให้เวทีลุกเป็นไฟ

1346
01:08:53,591 --> 01:08:55,844
แคปิตอลเรคคอร์ดส์ก็เห็นดีด้วย

1347
01:08:55,928 --> 01:08:57,679
เผลอๆ พวกเขาจะตื่นเต้น
มากกว่าเราซะอีก

1348
01:08:57,763 --> 01:08:59,055
บีสตีส์ไม่ใช่...

1349
01:08:59,139 --> 01:09:00,474
(ปาร์ตี้เปิดตัว
อัลบั้ม Paul's Boutique)

1350
01:09:00,557 --> 01:09:02,643
แนวคิดที่คนอื่นเป็นคนบงการ

1351
01:09:03,644 --> 01:09:07,189
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ
Licensed to Ill อัลบั้มแรกของพวกเขา

1352
01:09:07,272 --> 01:09:08,273
ไม่ใช่เรื่องฟลุก

1353
01:09:09,858 --> 01:09:11,902
คำพูดที่เห็นกันทั่วไป
จากแร็ปเปอร์ที่น่าเคารพ

1354
01:09:11,984 --> 01:09:15,572
ตั้งแต่อีซี-อี และเอ็มซีแฮมเมอร์
ไปจนถึงพับลิกเอเนมี

1355
01:09:15,656 --> 01:09:17,866
ระบุว่าพวกเขาคือศิลปินตัวจริง

1356
01:09:17,950 --> 01:09:19,618
ดนตรีของพวกเขาสดใหม่ซื่อบื้อจริงๆ

1357
01:09:20,786 --> 01:09:21,995
พวกเขามีของ

1358
01:09:22,955 --> 01:09:24,163
หมดเรื่องพูดแล้ว

1359
01:09:24,872 --> 01:09:26,917
มาชักธงขึ้นเสากัน

1360
01:09:27,000 --> 01:09:28,210
แบทแมน ระวังให้ดี

1361
01:09:28,877 --> 01:09:31,587
บีสตีส์จะเข้ามาป่วนเมือง
ในฤดูร้อนปีนี้

1362
01:09:32,214 --> 01:09:36,844
และจากนั้น
วันที่ 25 กรกฎาคม 1989...

1363
01:09:36,926 --> 01:09:39,220
กับการรอคอยของคนทั้งโลก...

1364
01:09:39,888 --> 01:09:43,934
อัลบั้มใหม่ของเรา Paul's Boutique
เปิดตัวแล้ว และ...

1365
01:09:47,479 --> 01:09:48,479
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

1366
01:09:50,107 --> 01:09:51,108
จิ้งหรีดร้องระงมเลย

1367
01:09:53,109 --> 01:09:55,612
บทที่เจ็ด: "จิ้งหรีด"

1368
01:09:57,155 --> 01:10:00,868
ไม่มีวิทยุสถานีไหนเปิดเพลงใหม่
เอ็มทีวีก็ไม่เปิดวิดีโอใหม่

1369
01:10:00,951 --> 01:10:02,911
ไม่มีการแสดง ไม่มีใครสนใจเลย

1370
01:10:02,995 --> 01:10:04,121
ทุกคนเบือนหน้าหนีหมดแล้ว

1371
01:10:04,788 --> 01:10:07,082
เรารู้สึกเหมือนทรงผม
ที่พวกเขาตัดตอนเรียนเกรดเจ็ด

1372
01:10:07,165 --> 01:10:09,585
และคิดว่ามันเจ๋งดี
แต่ตอนนี้พวกเขาคิดว่ามันน่าอาย

1373
01:10:09,668 --> 01:10:11,712
และอยากแกล้งทำเป็นว่า
มันไม่เคยเกิดขึ้น

1374
01:10:11,795 --> 01:10:13,714
ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมแปลกใจมาก

1375
01:10:13,797 --> 01:10:17,384
ที่ Paul's Boutique
ไม่ดังไปกว่าตอนเปิดตัว

1376
01:10:17,467 --> 01:10:20,470
เพราะผมรู้สึกว่าเราตั้งใจกันจริงๆ

1377
01:10:20,554 --> 01:10:22,931
มันเป็นการบันทึกเสียง
ที่ทำได้ดีกว่า Licensed to Ill

1378
01:10:23,015 --> 01:10:25,142
ตอนเราทำอัลบั้ม Paul's Boutique
ผมเอาแต่คิดว่า

1379
01:10:25,225 --> 01:10:26,476
"ว้าว ฟังดูดีกว่าเดิมเยอะเลย

1380
01:10:26,560 --> 01:10:29,229
ผมนึกภาพออกเลยว่าผลตอบรับ
จะต้องดีกว่าเดิมแน่นอน"

1381
01:10:29,313 --> 01:10:33,108
พอมันไม่สำเร็จ ผมคิดว่า
"ก็นะ ใครจะไปรู้"

1382
01:10:33,192 --> 01:10:35,402
เพราะแบบนี้เอง ผมถึงเลิกคาดเดาแล้ว

1383
01:10:35,485 --> 01:10:38,572
ไม่มีใครสนใจว่าเราออกอัลบั้มใหม่

1384
01:10:39,114 --> 01:10:45,204
ไม่มีเลย ยกเว้นเพื่อนเก่าแก่ของเรา
คุณดอน คอร์นีเลียส

1385
01:10:45,287 --> 01:10:47,372
บีสตีส์ บีสตีส์

1386
01:10:48,040 --> 01:10:48,999
เป็นไงกันบ้าง หนุ่มๆ

1387
01:10:49,082 --> 01:10:50,417
- ว่าไง ดอน
- สบายดี

1388
01:10:50,501 --> 01:10:51,710
- หวัดดี
- เฮ้ ดอน

1389
01:10:51,793 --> 01:10:53,378
- โย่ ว่าไงพวก
- เป็นไง

1390
01:10:54,338 --> 01:10:55,964
- ว่าไง ดอน
- ก็ดี

1391
01:10:56,048 --> 01:10:57,508
- ครับ โอเค
- พีซ

1392
01:10:57,591 --> 01:10:59,092
กับคุณก็ด้วยนะ น้องชาย

1393
01:10:59,176 --> 01:11:01,303
นี่ อะไรคือ "ดอน คอร์นีเลียส" เหรอ

1394
01:11:01,386 --> 01:11:03,847
- ดอน คอร์นีเลียส
- คุณคิดขึ้นมาเองนี่

1395
01:11:03,931 --> 01:11:05,724
- คุณนั่นแหละ
- ดอน คอร์นีเลียส

1396
01:11:05,807 --> 01:11:09,770
โย่ พูดจริงนะ เราแค่อยากบอกว่า
เราเคยขึ้นแสดงมาก่อน จะอะไรก็ช่าง

1397
01:11:09,853 --> 01:11:12,189
แต่เราดูรายการนี้มาตั้งแต่...

1398
01:11:12,272 --> 01:11:15,317
หลายคนไม่รู้หรอก
ตั้งแต่ไหนล่ะ ตั้งแต่เรายังเด็กๆ

1399
01:11:15,400 --> 01:11:16,527
นานขนาดนั้นเลยล่ะ

1400
01:11:16,610 --> 01:11:19,029
ผมเอาอัลบั้มมาให้
รายการ Soul Train เพียบเลย

1401
01:11:19,112 --> 01:11:21,114
ถ้าได้มาเที่ยวในเมืองอีกเมื่อไร

1402
01:11:21,198 --> 01:11:23,575
แวะมาที่นี่ได้เสมอเลย โอเคนะ

1403
01:11:23,659 --> 01:11:24,660
- ได้เลยพวก
- ได้เลย

1404
01:11:24,743 --> 01:11:27,079
บีสตีบอยส์ครับ

1405
01:11:28,038 --> 01:11:29,456
(รายการ Soul Train)

1406
01:11:29,540 --> 01:11:32,209
คุณขู่ดอน คอร์นีเลียส
คุณเล่นซะเขา...

1407
01:11:32,292 --> 01:11:33,293
เปิดภาพอีกทีได้ไหม

1408
01:11:33,377 --> 01:11:36,296
ผมเอาอัลบั้มมาให้
รายการ Soul Train เพียบเลย

1409
01:11:36,839 --> 01:11:38,131
ทำไมล่ะ ไมค์

1410
01:11:38,423 --> 01:11:41,969
ผมใส่เสื้อเหมือนเสื้อผู้หญิงอยู่นะ

1411
01:11:42,052 --> 01:11:44,429
ดูเหมือนคุณไม่รู้
วิธีใส่เสื้อเชิ้ตด้วยซ้ำ

1412
01:11:45,973 --> 01:11:49,351
เราดูเหมือนสี่คนที่ต่างกัน
และมาจากวงดนตรีคนละวง

1413
01:11:49,810 --> 01:11:52,104
ขอพูดเรื่องนี้หน่อยนะ อดัม

1414
01:11:52,187 --> 01:11:53,605
ไม่ได้จะว่าอะไรนะ

1415
01:11:53,689 --> 01:11:58,569
แต่ดูเหมือนว่าคุณกำลังจะอ้วกแตก
ใส่หัวไหล่ของดีเจเฮอร์ริเคนเลย

1416
01:11:58,652 --> 01:12:00,112
ดูสภาพคุณก็ไม่ค่อยไหวนะ

1417
01:12:00,195 --> 01:12:02,447
ผมว่าผมน่าจะง่วงหรืออยากร้องไห้

1418
01:12:03,615 --> 01:12:08,120
และตอนนี้ผมต้องขอโทษ
คุณดอน คอร์นีเลียสด้วย

1419
01:12:08,203 --> 01:12:13,709
เพราะเห็นได้ชัดว่าผมทำตัวก้าวร้าว
ใส่เขาโดยไม่จำเป็นเลย

1420
01:12:14,251 --> 01:12:17,754
อะไรก็ตามที่ผมสูบวันนั้น
คงเป็นสิ่งที่ทำให้...

1421
01:12:17,838 --> 01:12:21,383
ไม่รู้สิ ทำให้เห็นหน้าเพื่อนปุ๊บ
ก็อยากชกหน้าเขาปั๊บ

1422
01:12:21,466 --> 01:12:23,051
ตามด้วยตีเข่าให้จุก

1423
01:12:25,304 --> 01:12:26,597
มันทำให้เราบ้าและก้าวร้าว

1424
01:12:26,680 --> 01:12:29,725
ให้ตายสิ ไมค์
พูดงี้มัน... มันเจาะจงเกิน

1425
01:12:29,808 --> 01:12:33,312
ผมคิดว่าอันที่ผมสูบวันนั้น
น่าจะเรียกว่าสตีเวน ซีกัล

1426
01:12:36,106 --> 01:12:37,524
ทุกคนครับ

1427
01:12:37,608 --> 01:12:42,738
บอกไว้ก่อน ในปี 1988
เราไปดูจิมมี่ คลิฟฟ์แสดงสด

1428
01:12:43,363 --> 01:12:46,116
ตอนนั้นเราโคตรเมาอยู่ด้านหลัง

1429
01:12:46,200 --> 01:12:47,743
พอช่วงกลางโชว์ของจิมมี่ คลิฟฟ์...

1430
01:12:47,826 --> 01:12:51,830
ตอนนั้นเป็นโชว์กลางแจ้งในฤดูร้อน
เพลงหยุดลง และเขาพูดว่า "ตอนนี้

1431
01:12:51,914 --> 01:12:55,584
ขอเชิญนักแสดงรุ่นใหญ่มากๆ
ขึ้นมาบทเวที

1432
01:12:55,667 --> 01:12:57,169
คุณสตีเวน ซีกัล"

1433
01:12:57,252 --> 01:12:58,420
เขาพูดประมาณนี้

1434
01:12:58,504 --> 01:13:01,673
"ตอนนี้ขอเชิญนักแสดงรุ่นใหญ่มากๆ"

1435
01:13:02,007 --> 01:13:03,425
เห็นสำเนียงจาไมกาไม่ได้เลยนะ

1436
01:13:03,759 --> 01:13:06,887
แล้วสตีเวน ซีกัลแม่งก็ออกมาจริงๆ
เขาใส่ชุดนินจาเต็มตัว

1437
01:13:06,970 --> 01:13:09,264
เขามาตีกลองทิมบาเลแล้วก็ลงจากเวทีไป

1438
01:13:09,348 --> 01:13:10,974
ใช่ แล้วรู้อะไรไหม อดัม

1439
01:13:11,058 --> 01:13:13,101
นั่นมันเรื่องบ้าๆ เลยล่ะ

1440
01:13:13,185 --> 01:13:14,561
เรื่อง-เรื่อง-เรื่อง...

1441
01:13:14,645 --> 01:13:16,522
(เรื่องบ้าๆ)

1442
01:13:17,481 --> 01:13:18,815
เรื่องบ้าๆ

1443
01:13:19,983 --> 01:13:21,944
เรื่องบ้าๆ

1444
01:13:22,027 --> 01:13:22,903
เรื่องบ้าๆ

1445
01:13:24,404 --> 01:13:27,324
มันตลกตรงไหน
ผมไม่รู้ว่าอะไร... มันไม่ตลกเลย

1446
01:13:27,407 --> 01:13:28,784
ผมว่าเราคิดถูกแล้วที่จะตัดออก

1447
01:13:28,867 --> 01:13:30,494
ใช่ๆ ผมก็ว่างั้น ตัดออกเถอะ

1448
01:13:31,828 --> 01:13:35,374
เอาละ ตอนนั้น
เราเป็นคนที่น่าปวดประสาทมาก

1449
01:13:35,457 --> 01:13:36,667
ที่สุด

1450
01:13:36,750 --> 01:13:41,255
การทุ่มเทความพยายาม เวลา
และความตื่นเต้นในการทำอะไรสักอย่าง

1451
01:13:41,338 --> 01:13:42,756
แต่ผลที่ได้คือจิ้งหรีดร้อง...

1452
01:13:43,298 --> 01:13:44,716
ผมรู้สึกใจสลายหน่อยๆ นะ

1453
01:13:45,133 --> 01:13:48,011
เราทุกคนพร้อมรับมือ
ถ้า Paul's Boutique ดังเป็นพลุแตก

1454
01:13:48,262 --> 01:13:51,056
แต่มันเกิดขึ้นแบบนั้น
ก็เหมือนทำให้เราตาสว่าง

1455
01:13:56,520 --> 01:13:58,814
โย่ ว่าไง ไมค์ ดีพูด ว่าไง

1456
01:13:59,773 --> 01:14:00,899
อ้อ สวัสดี สหาย

1457
01:14:00,983 --> 01:14:03,443
นี่บิลล์ ฮาร์เปอร์ นักบัญชีของคุณ

1458
01:14:03,527 --> 01:14:05,362
เวรละ ว่าไงพวก เป็นไงบ้าง

1459
01:14:05,445 --> 01:14:07,489
ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณหน่อย

1460
01:14:07,573 --> 01:14:10,367
อย่างที่เห็นตอนนี้
สถานะทางการเงินของคุณเปลี่ยนไปนิด

1461
01:14:10,450 --> 01:14:13,120
ดูเหมือนว่าพวกคุณ
ไม่ได้มีเงินเยอะอีกต่อไปแล้ว

1462
01:14:13,203 --> 01:14:14,288
ว่าไงนะ

1463
01:14:14,371 --> 01:14:17,875
คืองี้นะเพื่อน ไมค์ ดี
พวกคุณไปแอลเอ ย้ายไปอยู่ที่นั่น

1464
01:14:17,958 --> 01:14:21,503
เช่าบ้านหรูหรา
ที่มีสะพานทอดข้ามสระว่ายน้ำ

1465
01:14:21,587 --> 01:14:23,422
มีรถราคาแพงๆ มากมาย

1466
01:14:23,505 --> 01:14:26,425
คุณใช้เงินหลายล้านดอลลาร์
ไปกับสตูดิโอราคาแพงหูฉี่

1467
01:14:26,508 --> 01:14:27,509
เอาไว้ใช้ทำงานนี่นา

1468
01:14:27,593 --> 01:14:31,555
คุณใช้เงินซื้อนมอัลมอนด์
4,200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

1469
01:14:31,638 --> 01:14:32,639
ก็เพื่องานเหมือนกัน

1470
01:14:32,723 --> 01:14:36,185
รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น
คุณถังแตกยังไงล่ะ

1471
01:14:36,268 --> 01:14:38,478
บ้าจริง บิลล์ แย่เนอะ

1472
01:14:38,854 --> 01:14:39,897
ใช่ แย่สิ

1473
01:14:40,397 --> 01:14:41,356
ผมต้องวางแล้ว ไมค์

1474
01:14:41,440 --> 01:14:43,650
ดอนนี่ ออสมอนด์โทรหาผมอีกสายนึง

1475
01:14:46,570 --> 01:14:49,698
เราเรียกช่วงเวลานี้ว่าเป็น
ยุคมืดของพอล

1476
01:14:51,575 --> 01:14:53,744
แต่ข่าวดีก็คือ

1477
01:14:53,827 --> 01:14:56,455
เราเซ็นสัญญาหลายอัลบั้มกับแคปิตอล

1478
01:14:56,538 --> 01:14:58,540
ไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ชอบ

1479
01:14:58,624 --> 01:15:02,419
พวกเขาต้องเอาเงินให้เรา
มาทำอัลบั้มต่อไป

1480
01:15:02,836 --> 01:15:05,756
แต่เราต้องลดขนาดลงนิด

1481
01:15:05,839 --> 01:15:07,841
เราหมดเงินมากมาย

1482
01:15:07,925 --> 01:15:11,011
ไปกับการทำอัลบั้ม Paul's Boutique
ในสตูดิโอหรูหราพวกนั้น

1483
01:15:11,094 --> 01:15:12,721
เราจึงคิดได้ว่า "ช่างแม่ง

1484
01:15:12,804 --> 01:15:15,933
เอาเงินค่าทำอัลบั้ม
มาสร้างสตูดิโอของเราเองดีกว่า

1485
01:15:16,016 --> 01:15:17,601
เราจะประหยัดได้อีกเยอะ"

1486
01:15:17,976 --> 01:15:21,271
เราเจอห้องพักเล็กๆ ในแอตวอเทอร์

1487
01:15:21,355 --> 01:15:23,357
ด้านที่เงียบเหงาของลอสแอนเจลิส

1488
01:15:23,440 --> 01:15:25,776
ที่ไม่มีอะไรให้ทำเลย

1489
01:15:25,859 --> 01:15:29,071
เราสร้างสตูดิโอบันทึกเสียงแบบง่ายๆ
มีห่วงบาสเกตบอล

1490
01:15:29,154 --> 01:15:31,073
และเยาค์สร้างทางลาดไว้เล่นสเกตด้วย

1491
01:15:31,156 --> 01:15:34,076
เราอยากเริ่มทำเพลง
ในแบบของเราอีกครั้ง

1492
01:15:34,159 --> 01:15:36,578
ถึงแม้เราจะไม่รู้
ว่ามันหมายความว่าไงในตอนแรก

1493
01:15:36,912 --> 01:15:38,497
เราจึงย้ายออกจากบ้านแกรสฮอฟฟ์

1494
01:15:38,580 --> 01:15:40,832
เราแต่ละคนย้ายมาอยู่ในบ้าน
ที่ราคาถูกกว่านั้นมาก

1495
01:15:40,916 --> 01:15:44,378
ให้ตายสิ เยาค์อาศัยอยู่ในกระท่อมไม้

1496
01:15:44,628 --> 01:15:45,754
ใช่ไหมล่ะ เอาจริงๆ

1497
01:15:45,838 --> 01:15:47,714
เราลดขนาดลงมาจริงๆ

1498
01:15:48,465 --> 01:15:51,927
แต่ก็เหมือนเดิม
เราอยากทำในสิ่งที่เราทำอยู่บ่อยๆ

1499
01:15:52,386 --> 01:15:54,805
แค่ทำเพลง ไปเที่ยวเล่นกัน
ทำอะไรไร้สาระ

1500
01:15:55,180 --> 01:15:57,266
แต่คราวนี้
เราอยากทำในแบบที่ต่างออกไป

1501
01:15:57,766 --> 01:16:00,102
เราคิดกันว่า
แทนที่จะสุ่มหาดนตรีที่เรารัก

1502
01:16:00,185 --> 01:16:02,312
ทำไมเราไม่ลองเล่น
ด้วยเครื่องดนตรีของเราล่ะ

1503
01:16:02,396 --> 01:16:05,607
ทำไมไม่ทำเพลงออกมา
เหมือนเดอะมีเทอร์สล่ะ

1504
01:16:07,484 --> 01:16:09,069
แรกๆ เราก็ห่วยแหละ

1505
01:16:09,152 --> 01:16:11,947
ผมเคยเป็นมือกีตาร์วงพังก์
ตอนนี้ผมพยายามเล่นแนวแจ๊สกับโซล

1506
01:16:12,030 --> 01:16:13,532
ไม่ค่อยน่าปลื้มเท่าไร

1507
01:16:14,074 --> 01:16:16,493
- ไมค์เขาตีกลองเก่งอยู่แล้ว
- ขอบคุณ

1508
01:16:16,577 --> 01:16:18,996
แต่เยาค์เขาไปซื้อเบสอะคูสติกมา

1509
01:16:19,079 --> 01:16:20,873
แล้วรู้วิธีเล่นเฉยเลย
อย่างกับเวทมนตร์

1510
01:16:21,582 --> 01:16:24,501
แบบว่า... ผมไม่รู้ว่าคุณเคยลองเล่น
เครื่องดนตรีพวกนี้ไหม

1511
01:16:24,585 --> 01:16:25,919
แต่มันยากสุดๆ เลยนะ

1512
01:16:26,003 --> 01:16:30,132
กิจวัตรใหม่ของเราคือ
การไปที่คลับเฮาส์ของเราทุกวัน

1513
01:16:30,215 --> 01:16:34,136
และเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ของเรา
มันนี่ มาร์ค กับมาริโอ ซี

1514
01:16:34,428 --> 01:16:37,097
เราเจอมาริโอ ซี
ตอนทำอัลบั้ม Paul's Boutique

1515
01:16:37,347 --> 01:16:39,099
เขาเป็นวิศวกรเสียงให้ดัสต์บราเธอร์ส

1516
01:16:39,183 --> 01:16:41,476
เราขอให้เขาช่วยสร้างสตูดิโอของเรา

1517
01:16:41,560 --> 01:16:45,022
สุดท้ายเราก็ให้เขา
อยู่ทำเพลงกับเราต่อ

1518
01:16:45,105 --> 01:16:48,108
ตอนที่เราอยู่บ้านหรูในฮอลลีวูดนั้น

1519
01:16:48,192 --> 01:16:50,485
ไมค์ขับรถชนกับรั้วกั้นถนน

1520
01:16:50,569 --> 01:16:51,612
เรื่องจริง

1521
01:16:51,695 --> 01:16:54,573
แต่มาริโอมีเพื่อนที่เป็นช่างไม้
ชื่อมาร์ค นิชิตะ

1522
01:16:54,656 --> 01:16:55,782
เขาเป็นคนมาซ่อมให้

1523
01:16:55,866 --> 01:16:59,369
แต่มาริโอบอกว่าเขาคนนี้
คือมือคีย์บอร์ดที่ยอดเยี่ยมมาก

1524
01:16:59,453 --> 01:17:01,830
พอเราไปถึงสตูดิโอ
และเริ่มเล่นเพลงกัน

1525
01:17:01,914 --> 01:17:05,667
เราขอให้เขามาช่วยเรา
ทำให้เพลงออกมาฟังกี้มากขึ้น

1526
01:17:05,751 --> 01:17:06,835
เร่งเสียงอีกหน่อยสิ

1527
01:17:11,798 --> 01:17:14,384
นั่นเยาค์เล่นเบสอยู่ครับ
ผมเล่นกีตาร์

1528
01:17:14,468 --> 01:17:16,303
ฟังเสียงกีตาร์สิ อดัม

1529
01:17:16,720 --> 01:17:17,596
กีตาร์ก็แจ่มนะ

1530
01:17:17,679 --> 01:17:19,848
คุณก็มีรูปแบบการตีไฮแฮตเจ๋งๆ ไมค์

1531
01:17:21,225 --> 01:17:24,311
มาร์คเล่นออร์แกน
ดูเหมือนเราจะเข้ากันได้สวยนะ ไมค์

1532
01:17:30,734 --> 01:17:33,529
เราทำแบบนี้อยู่ประมาณปีนึง
และเรามีความสุขกันสุดๆ

1533
01:17:34,321 --> 01:17:37,157
เราได้เรียนรู้วิธีเล่นเครื่องดนตรี
และเราได้สร้างดนตรีแต่ละท่อน

1534
01:17:37,241 --> 01:17:38,825
เราสร้างจังหวะแบบที่เราชอบ

1535
01:17:38,909 --> 01:17:41,286
เราได้ทำดนตรีที่เราชอบจริงๆ

1536
01:17:42,037 --> 01:17:45,249
ปัญหาเดียวก็คือเราทำไม่เสร็จสักเพลง

1537
01:17:46,416 --> 01:17:48,794
พอถึงเวลาต้องร้องเพลง

1538
01:17:48,877 --> 01:17:50,712
เราลังเลและรู้สึกอาย

1539
01:17:50,796 --> 01:17:52,047
เราเคยคิดและทำอะไรแปลกๆ

1540
01:17:52,130 --> 01:17:55,008
เลยสับสนกับเสียงร้องของเราเมื่อก่อน

1541
01:17:55,092 --> 01:17:57,052
เสียงร้องของเราควรเป็นแบบไหน

1542
01:17:57,511 --> 01:18:00,597
เราคิดว่าเราคือแร็ปเปอร์เพราะ
สองอัลบั้มแรกของเราเป็นเพลงแร็ป

1543
01:18:00,848 --> 01:18:03,475
แต่เราจะแร็ปเกี่ยวกับอะไรล่ะ

1544
01:18:03,559 --> 01:18:04,935
เรารู้สึกว่าเราไม่ใช่คนเดิม

1545
01:18:05,018 --> 01:18:07,729
ที่ทำอัลบั้ม Licensed to Ill
หรือ Paul's Boutique

1546
01:18:07,938 --> 01:18:10,649
เราไม่รู้ด้วยซ้ำ
ว่ามันพาเราไปอยู่จุดไหน

1547
01:18:13,527 --> 01:18:15,487
และแล้วเช้าวันนึงตอนผมอยู่บ้าน

1548
01:18:15,571 --> 01:18:18,615
ผมตื่นเพราะสายโทรศัพท์
แบบที่ผมไม่เคยรับมาก่อน

1549
01:18:19,700 --> 01:18:22,035
เป็นโทรศัพท์จากพ่อของเพื่อนเรา
ร้องไห้อยู่ที่ปลายสาย

1550
01:18:23,579 --> 01:18:25,289
พ่อของเดฟ สกิลเคนเพื่อนของเราโทรมา

1551
01:18:25,372 --> 01:18:27,291
และบอกว่าเดฟเสียชีวิต
จากการใช้ยาเกินขนาด

1552
01:18:27,666 --> 01:18:29,084
ตอนนั้นเขาอายุ 20 ปี

1553
01:18:30,919 --> 01:18:33,172
ผมไม่เคยสูญเสียเพื่อนสนิท
แบบนี้มาก่อน

1554
01:18:34,381 --> 01:18:37,509
คนรอบตัวเราก็มีบ้าง
แต่ไม่ใช่คนที่สนิทกันขนาดนี้

1555
01:18:38,010 --> 01:18:39,636
มันรู้สึกต่างกันมากจริงๆ

1556
01:18:39,720 --> 01:18:41,221
เดวิด สกิลเคน

1557
01:18:42,389 --> 01:18:44,975
เราทุกคนกลับไปนิวยอร์ก
เพื่อร่วมงานศพของเดฟ

1558
01:18:45,058 --> 01:18:46,643
- ทักทายหน่อย เดฟ
- ไง

1559
01:18:47,186 --> 01:18:48,437
มันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

1560
01:18:48,520 --> 01:18:50,898
โย่ นี่คือเดฟ สกิลเคน
นี่คือชาดิวัน

1561
01:18:51,815 --> 01:18:54,109
หลังจากนั้น เราไปกันที่บาร์แห่งนึง

1562
01:18:54,193 --> 01:18:56,653
เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณทำ
เมื่อคุณเสียเพื่อนไป

1563
01:18:56,737 --> 01:19:00,240
ดื่มเบียร์ นั่งคุยกัน
เล่าเรื่องเกี่ยวกับพวกเขา

1564
01:19:01,658 --> 01:19:03,243
เราเริ่มรู้สึกมีสติมากขึ้น

1565
01:19:03,327 --> 01:19:04,995
ตอนที่เราเจอเพื่อนเก่าในตอนนั้น

1566
01:19:05,704 --> 01:19:08,624
เราคิดว่าพวกเขาจะมองเราเป็นคนแบบใน
"Fight for Your Right (to Party)"

1567
01:19:08,707 --> 01:19:10,209
และพวกเขาคงล้อเราแน่

1568
01:19:10,667 --> 01:19:12,836
แต่กับเคทและเพื่อนเก่าของเรา
ไม่ใช่แบบนั้นเลย

1569
01:19:12,920 --> 01:19:15,422
เราแค่นั่งคุยกัน
คิดถึงเดฟ เพื่อนของเรา

1570
01:19:15,506 --> 01:19:18,467
และมันมีความหมายกับเราสามคน
มากกว่าที่เรารู้ซะอีก

1571
01:19:19,009 --> 01:19:21,303
มันมีเหตุผล
ที่ทำให้เราทุกคนเป็นเพื่อนกัน

1572
01:19:22,012 --> 01:19:24,723
และการเดินทางครั้งนั้นเหมือนได้
สานสัมพันธ์กับนิวยอร์กซิตีอีก

1573
01:19:26,350 --> 01:19:28,519
มันรู้สึกดี
ที่ได้อยู่พร้อมหน้ากับทุกคนอีกครั้ง

1574
01:19:28,602 --> 01:19:33,065
มันฆ่าเขาและ

1575
01:19:33,148 --> 01:19:38,612
ฉันจะผูกมิตรได้ยังไง

1576
01:19:39,321 --> 01:19:40,739
แม้จะเจอเรื่องเศร้ามากมาย

1577
01:19:40,822 --> 01:19:43,075
เราก็ต้องกลับไปยังคลับเฮาส์ของเรา
ในแอลเอ

1578
01:19:43,534 --> 01:19:45,702
และผมไม่รู้ว่า
เป็นเพราะเราได้เจอเพื่อนๆ

1579
01:19:45,786 --> 01:19:49,039
หรือเพราะชีวิตเราได้เปลี่ยนไป
แต่เรารู้สึกมีแรงบันดาลใจ

1580
01:19:49,122 --> 01:19:51,708
และทันใดนั้น
เราก็เริ่มทำงานเพลงให้เสร็จ

1581
01:19:52,876 --> 01:19:55,838
("Jimmy James"
กำกับโดย เนเทเนียล ฮอร์นโบลเวอร์)

1582
01:19:55,921 --> 01:19:58,006
มันทำให้เรารู้สึกว่า

1583
01:19:58,090 --> 01:19:59,675
จงทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อไปเรื่อยๆ

1584
01:19:59,967 --> 01:20:02,177
ดนตรีของเรา
อาจรวมทุกอย่างที่เรารักไว้

1585
01:20:02,261 --> 01:20:05,347
และอัลบั้มของเราอาจเป็นมิกซ์เทป
ที่รวมดนตรีทุกแนวไว้

1586
01:20:05,430 --> 01:20:08,058
รวมทั้งเสียง บทสนทนา ท่อนดนตรีใดๆ

1587
01:20:08,141 --> 01:20:09,685
หรืออะไรก็ตามที่เราคิดว่าตลกดี

1588
01:20:10,143 --> 01:20:13,438
เวลาคุณอายุ 22 คุณไม่รู้หรอกว่า
จะทำยังไงกับความรู้สึกของตัวเอง

1589
01:20:13,522 --> 01:20:16,483
เราไม่สามารถพูดออกมาให้คนอื่นรู้
ว่าเรารู้สึกยังไง

1590
01:20:16,567 --> 01:20:18,902
แต่ผมคิดว่าการมีความรู้สึกต่างๆ

1591
01:20:18,986 --> 01:20:20,696
และไม่รู้ว่าจะทำไงกับมันดี

1592
01:20:20,779 --> 01:20:23,198
เราจะเอาความรู้สึกพวกนั้นมาใส่
ในอะไรก็ตามที่เราทำอยู่

1593
01:20:23,574 --> 01:20:25,951
ทุกคนสบายดีไหม
เรามาเริ่มวันใหม่

1594
01:20:26,034 --> 01:20:28,370
สำหรับโลกของเรา
นี่คือเช้าที่สดใส

1595
01:20:28,453 --> 01:20:30,789
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
คิดถึงวันที่แสนหวาน

1596
01:20:30,873 --> 01:20:33,250
ดวงอาทิตย์เจิดจ้า
ออกไปยืนท้ารับแสงแดด

1597
01:20:38,297 --> 01:20:40,716
นี่คือการทุ่มเทอย่างเป็นทางการ

1598
01:20:40,799 --> 01:20:43,093
กับแรงบันดาลใจมากมาย
ที่เปล่งเสียงประสาน

1599
01:20:43,177 --> 01:20:45,262
สิ่งเดียวที่อยากทำคือทำตัวดีๆ

1600
01:20:45,345 --> 01:20:47,723
ผ่อนคลายสบายๆ ทำเรื่องงี่เง่าบางที

1601
01:20:48,140 --> 01:20:50,434
ส่งผ่านความรักไปทั่วทุกแห่งหน

1602
01:20:50,517 --> 01:20:52,561
ผมโดดขึ้นเวที แล้วคว้าไมค์มาซุกซน

1603
01:20:52,644 --> 01:20:55,355
ผมไม่ได้แสร้งทำ ผมเป็นตัวผมแบบนี้

1604
01:20:55,439 --> 01:20:57,691
ถ้าจะเล่นงานผม ก็ขอให้คิดดีๆ

1605
01:20:59,276 --> 01:21:01,987
โย่ เราเป็นพวก "ช่างแม่ง" โดยนิสัย

1606
01:21:03,739 --> 01:21:04,948
คืองี้...

1607
01:21:05,908 --> 01:21:07,326
เราควรทำในสิ่งที่เราชอบ

1608
01:21:07,409 --> 01:21:10,621
ถ้าเดอะแคลชมีเพลงแนวพังก์ เร็กเก
และแร็ปในอัลบั้มของพวกเขา

1609
01:21:10,704 --> 01:21:11,830
ทำไมเราจะมีบ้างไม่ได้

1610
01:21:11,914 --> 01:21:14,833
ทำไมไม่ทำเพลงสำหรับคนเมายา
ถัดจากเพลงแร็ป

1611
01:21:14,917 --> 01:21:16,627
ถัดจากเพลงฮาร์ดคอร์ล่ะ

1612
01:21:25,093 --> 01:21:26,970
นี่คือเพลงของเรา "Time for Livin'"

1613
01:21:27,346 --> 01:21:31,225
เราแค่อยากทดลองทำทุกอย่าง
ที่เราสามารถทำได้

1614
01:21:31,433 --> 01:21:33,644
เราเล่นเครื่องดนตรีเอง
และเราคิดท่อนนั้นออกมา

1615
01:21:33,727 --> 01:21:35,229
เราไม่เคยทำแบบนั้นมาก่อน

1616
01:21:35,312 --> 01:21:39,733
ระหว่างที่ทดลองอยู่นั้น
เราเปิดใจให้ตัวเองร้องเพลงออกมา

1617
01:21:41,485 --> 01:21:43,111
เราไม่เคยทำแบบนั้นมาก่อนเหมือนกัน

1618
01:21:43,195 --> 01:21:45,572
แต่เราคิดว่า "ช่างแม่ง มาลองกัน"

1619
01:21:45,656 --> 01:21:49,701
มีบางอย่างเปิดเผยให้เห็น

1620
01:21:51,662 --> 01:21:54,206
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่รายล้อม

1621
01:21:55,374 --> 01:21:57,960
แต่มันลวงตาด้วยภาพซ้อน

1622
01:21:58,043 --> 01:22:00,170
เพลงนี้ชื่อว่า
"Something's Got to Give"

1623
01:22:00,254 --> 01:22:03,090
เยาค์เป็นคนแต่งเนื้อร้อง
ที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงและการเติบโต

1624
01:22:03,173 --> 01:22:07,094
มันสมเหตุสมผลดี เพราะช่วงนั้น
เยาค์กำลังลองทำทุกสิ่งทุกอย่าง

1625
01:22:07,469 --> 01:22:10,180
ไม่มีขอบเขตไหน
ที่เขาไม่สนใจจะก้าวข้าม

1626
01:22:10,973 --> 01:22:13,642
อย่างเช่นการโทรหาผมตอนตีสี่ครึ่ง
แล้วบอกว่า

1627
01:22:13,725 --> 01:22:15,477
"ฉันอัดเสียงนกพิราบอยู่
นายต้องมาฟังนะ"

1628
01:22:15,561 --> 01:22:16,979
ผมบอก "นี่พวก ฉันหลับอยู่"

1629
01:22:17,646 --> 01:22:19,106
เราไม่ได้คุยกันเรื่องนี้

1630
01:22:20,315 --> 01:22:22,442
ผมแค่จะบอกว่า
เขาอยู่ในโหมดแปลงร่างเต็มขั้น

1631
01:22:22,901 --> 01:22:24,152
เขาท่องเที่ยวไปทั่วโลก

1632
01:22:24,236 --> 01:22:27,197
เขาเล่นสโนว์บอร์ด กระโดดลงมาจาก ฮ.
เขาไปเดินป่าในเนปาล

1633
01:22:28,198 --> 01:22:30,659
ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม
เขาจะออกไปค้นหามัน

1634
01:22:31,285 --> 01:22:33,996
ภาพยนตร์ ศาสนาพุทธ ดนตรี

1635
01:22:34,663 --> 01:22:37,249
การพบปะผู้คนจากทุกที่ทั่วโลก

1636
01:22:38,208 --> 01:22:41,545
ถ้าคุณรู้สึกอย่างที่ผมรู้สึก
เพลงนี้คือผลงานชิ้นเอกอย่างใจนึก...

1637
01:22:41,628 --> 01:22:44,006
("Pass The Mic"
กำกับโดย เนเทเนียล ฮอร์นโบลเวอร์)

1638
01:22:44,089 --> 01:22:46,842
สิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจ
เกิดขึ้นตอนเดินย่างไป

1639
01:22:46,925 --> 01:22:49,553
ความรู้สึกแท้จริงเผยออกมา
จากท่าทีที่ผมพูดจา...

1640
01:22:49,636 --> 01:22:53,557
หลังผ่านไปสองปีเต็ม
ที่หมกตัวอยู่ในคลับเฮาส์ของเรา

1641
01:22:54,266 --> 01:22:56,435
เราก็ทำอัลบั้มจนเสร็จ
ชื่อว่า Check Your Head

1642
01:22:56,977 --> 01:22:59,313
(บีสตีบอยส์
Check Your Head)

1643
01:22:59,396 --> 01:23:02,858
บทที่แปด:
"อัลบั้มที่เปลี่ยนทุกอย่างไป"

1644
01:23:04,860 --> 01:23:07,112
เราตื่นเต้น
กับอัลบั้ม Check Your Head มาก

1645
01:23:07,446 --> 01:23:11,867
และเราอยากออกไปเล่นโชว์
เรามีผู้จัดการคนใหม่ชื่อจอห์น ซิลวา

1646
01:23:12,951 --> 01:23:16,413
เขาบอกเราว่า
ถ้าเราจริงจังเรื่องออกทัวร์

1647
01:23:16,496 --> 01:23:19,499
เราจะต้องลุยงานหนัก
เวียนเล่นตามคลับหลายแห่ง

1648
01:23:19,583 --> 01:23:23,921
และต้องทำงานตัวเป็นเกลียว
เพื่อไต่เต้าไปเล่นในที่ใหญ่ขึ้นได้

1649
01:23:24,379 --> 01:23:25,672
เขาซื่อสัตย์กับเรา

1650
01:23:25,756 --> 01:23:30,302
และเขาพูดถูก เพราะตอนนั้นมีไม่กี่คน
ที่สนใจเราจริงๆ

1651
01:23:30,385 --> 01:23:32,054
เขายังคงเป็น
ผู้จัดการคนปัจจุบันของเรา

1652
01:23:32,387 --> 01:23:33,222
ก็เลย...

1653
01:23:35,140 --> 01:23:39,186
ข่าวดี... ข่าวดีคือ
ตอนนี้เรามีทีมออกทัวร์ของเราเองแล้ว

1654
01:23:40,062 --> 01:23:43,273
ข่าวร้ายคือเราต้องทำงานหนักมาก

1655
01:23:48,362 --> 01:23:50,614
ตีลังกาลงจากที่นอน
เดินไปห้องครัวแบบโซซัดโซเซ

1656
01:23:50,697 --> 01:23:52,699
เทความทะเยอทะยานมาจิบสักถ้วย

1657
01:23:52,783 --> 01:23:55,702
อ้าปากหาว ยืดเส้นยืดสาย
พยายามตื่นไม่ให้น้ำลายไหล

1658
01:23:57,746 --> 01:24:00,165
รีบลุกไปอาบน้ำ
เลือดเริ่มสูบฉีดซ้ำ

1659
01:24:00,249 --> 01:24:02,209
อยู่บนท้องถนน
รถติดทุกแห่งหน

1660
01:24:02,292 --> 01:24:06,380
มีแต่คนอย่างเรา
ที่ทำงานเช้าถึงเย็น

1661
01:24:06,463 --> 01:24:11,176
ทำงานเช้ายันเย็น
ช่างเป็นชีวิตที่แสนลำเค็ญ

1662
01:24:11,260 --> 01:24:15,889
แทบรอดไม่ไหว
คนดีแต่เป็นผู้รับ ไม่เคยมีให้

1663
01:24:15,973 --> 01:24:20,352
หลอกใช้ความคิดเรา
แต่ไม่ให้เครดิต ช่างน่าเศร้า

1664
01:24:20,435 --> 01:24:25,232
มากพอจะทำให้เป็นบ้าได้
ถ้าเรายอมให้มันเป็นไป...

1665
01:24:25,983 --> 01:24:29,361
ห้าปีก่อนหน้านั้น เราอยู่ที่
แมดิสันสแควร์การ์เดนใช่ไหม

1666
01:24:29,444 --> 01:24:31,738
- อือ ใช่
- และตอนนี้เราได้เล่นตามคลับ

1667
01:24:31,989 --> 01:24:36,201
คุณอาจคิดว่าเราเสียเวลาเปล่า
แต่การเล่นในที่เล็กๆ ก็สนุกได้

1668
01:24:36,827 --> 01:24:39,371
ถึงแม้เราจะเล่นให้คนดูแค่ไม่กี่ร้อย

1669
01:24:39,746 --> 01:24:40,831
แต่ถือว่ามีคนเนืองแน่น

1670
01:24:41,456 --> 01:24:44,251
ผู้ชมสมัยนี้ต่างจากเมื่อปี 1987 มาก

1671
01:24:44,668 --> 01:24:46,962
Licensed to Ill
เปรียบเหมือนสังเวียนเพลงร็อก

1672
01:24:47,045 --> 01:24:51,300
โชว์ในปี 1992 คลาคล่ำไปด้วย
คนแปลกๆ ที่ชอบอะไรเหมือนกัน

1673
01:24:51,383 --> 01:24:52,843
คนที่เรารู้สึกว่าสื่อถึงกันได้

1674
01:24:53,218 --> 01:24:55,220
เราโชว์ให้คนที่เราอยากใช้เวลา

1675
01:24:55,304 --> 01:24:56,930
ร่วมกันกับพวกเขาได้ดู

1676
01:24:57,306 --> 01:25:00,559
แต่เราก็ยังคงหาคำตอบ
ว่าจะเป็นวงเวอร์ชันใหม่ได้ยังไง

1677
01:25:00,976 --> 01:25:04,813
หลังผ่านไปหนึ่งปีของการตระเวนโชว์
เราเริ่มรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

1678
01:25:04,897 --> 01:25:07,774
ตอนจบทัวร์ Check Your Head นั่นเอง

1679
01:25:07,858 --> 01:25:12,070
ที่ผมคิดอย่างมั่นใจ
ว่าตัวเองเป็นศิลปินตัวจริง

1680
01:25:18,118 --> 01:25:22,497
เราจะใช้เวลาออกทัวร์หนึ่งปี
และเริ่มบันทึกเสียงอีกครั้ง

1681
01:25:22,581 --> 01:25:26,001
เราสนุกมากที่ได้อยู่ด้วยกัน
ได้เล่นดนตรีด้วยกัน

1682
01:25:26,084 --> 01:25:27,085
จะหยุดทำไมล่ะ

1683
01:25:27,419 --> 01:25:31,423
เหมือนกับว่า Check Your Head กับ
Ill Communication คือสิ่งเดียวกัน

1684
01:25:31,507 --> 01:25:33,634
แล้วเราก็เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ

1685
01:25:34,218 --> 01:25:37,179
เราตื่นเต้นที่ได้ไปสตูดิโอทุกคืน

1686
01:25:37,513 --> 01:25:40,307
เพื่อนเราทุกคนจะมาเที่ยวเล่นหาเรา

1687
01:25:40,390 --> 01:25:43,685
ให้ตาย เรามีทั้งสนามบาสและลานสเกต

1688
01:25:43,769 --> 01:25:45,896
นี่ยังไม่นับเครื่องดนตรีอีกเป็นโหล

1689
01:25:46,772 --> 01:25:48,941
คนเจ๋งๆ หลายคนจะแวะมาที่นี่

1690
01:25:49,233 --> 01:25:54,821
คิว-ทิปจะมาเล่นบาสและเขาได้อัดเสียง
ท่อนนึงในเพลง "Get It Together"

1691
01:25:55,447 --> 01:25:58,617
คริสเตียน โฮซอย กับเจสัน ลี
พวกเขาจะแวะมาเล่นสเกต

1692
01:25:59,034 --> 01:26:00,786
บิซ มาร์กี้นี่แวะมาบ่อยมาก

1693
01:26:01,203 --> 01:26:03,705
แล้ววันนึงเพื่อนเก่าของเรา
จิลล์ คันนิฟฟ์

1694
01:26:03,789 --> 01:26:07,543
โทรหาผมและขอให้ฟังเทปเดโม
ของวงเธอที่ชื่อลัสเชียส แจ็กสัน

1695
01:26:07,960 --> 01:26:08,877
เยาค์...

1696
01:26:08,961 --> 01:26:09,795
(ลัสเชียส แจ็กสัน)

1697
01:26:10,963 --> 01:26:11,964
เยาค์บอกว่า

1698
01:26:12,047 --> 01:26:15,259
"เจ๋งดีนี่ เราน่าจะตั้งค่ายเพลง
แล้วปล่อยเพลงนี้นะ"

1699
01:26:15,342 --> 01:26:17,427
ตอนนี้เรามีค่ายเพลงแล้ว
ชื่อแกรนด์รอยัล

1700
01:26:17,511 --> 01:26:21,223
ดนตรีเจ๋งมาก และสิ่งที่
ทำให้มันยิ่งพิเศษสำหรับเรา

1701
01:26:21,640 --> 01:26:25,018
คือเคทเข้าร่วมวงลัสเชียส แจ็กสัน
ตอนที่พวกเขาอยากออกโชว์

1702
01:26:25,519 --> 01:26:28,605
สิบปีต่อมา เราก็กลับเข้ามา
ในชีวิตของกันและกันอีกครั้ง

1703
01:26:32,150 --> 01:26:35,779
ทุกอย่างเกิดขึ้นในที่แห่งเดียว
จี-ซัน สตูดิโอของเรานั่นเอง

1704
01:26:36,238 --> 01:26:38,323
วันนึงผมเดินเข้าไป

1705
01:26:38,407 --> 01:26:41,076
และได้ยินเยาค์
กำลังเล่นไลน์เบสสุดเจ๋งอยู่

1706
01:26:41,159 --> 01:26:44,538
มันดีจริงๆ
มันควรเอามาใส่ในเพลงได้แล้ว

1707
01:26:44,621 --> 01:26:47,124
ผมบอกว่า "โย่ เยาค์ เพลงอะไรน่ะ"

1708
01:26:47,958 --> 01:26:50,377
เขาบอกว่า "เพลงของเราไง
ฉันเพิ่งแต่งเสร็จ"

1709
01:26:50,752 --> 01:26:53,422
ผมนั่งลง และเริ่มเล่นกลองกับเขา

1710
01:27:00,637 --> 01:27:04,141
มันนี่ มาร์คมือคีย์บอร์ดก็มานั่ง
และเริ่มเล่นออร์แกนของเขา

1711
01:27:04,224 --> 01:27:07,227
แล้วอดัมก็หยิบกีตาร์มาสวม
เขาเริ่มเล่น

1712
01:27:07,311 --> 01:27:09,688
เราเรียบเรียงเพลงกันอย่างไว
และบันทึกมันไว้ด้วย

1713
01:27:10,105 --> 01:27:12,065
มันเป็นเพลงที่ทำเร็วที่สุด
ที่เราเคยทำมา

1714
01:27:12,441 --> 01:27:14,818
และเป็นทำนองในแบบที่เราชอบด้วย

1715
01:27:14,902 --> 01:27:16,445
แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้
มันวางอยู่เฉยๆ

1716
01:27:16,528 --> 01:27:18,447
เป็นเดือนแล้วเดือนเล่า
โดยไม่มีเสียงร้อง

1717
01:27:19,031 --> 01:27:20,657
ตอนที่เราทำอัลบั้มใกล้เสร็จ

1718
01:27:20,741 --> 01:27:23,076
เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง
กับเพลงนั้น

1719
01:27:23,660 --> 01:27:25,746
เราลองไอเดียที่หลากหลาย
ทำให้มันเป็นเพลงแร็ป

1720
01:27:25,829 --> 01:27:26,872
แต่มันไม่เวิร์ก

1721
01:27:26,955 --> 01:27:30,417
แล้วผมเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา
ผมไปบ้านของมาริโอ ซี

1722
01:27:30,501 --> 01:27:33,504
และเขาจะอัดเสียง
ตอนผมแหกปากร้องอะไรไปเรื่อย

1723
01:27:33,587 --> 01:27:36,840
เนื้อเพลงนี้พูดถึงมาริโอ
ที่เป็นคนที่แย่ที่สุดในโลก

1724
01:27:36,924 --> 01:27:39,968
เขาคอยเป็นบ่อนทำลายเรา
และฉุดรั้งเราไม่ให้ก้าวหน้า

1725
01:27:40,052 --> 01:27:41,845
ผมว่ามันคงตลกดี
ที่ได้ยืนอยู่ข้างๆ เขา

1726
01:27:41,929 --> 01:27:43,514
และแหกปากร้องแบบนั้นขณะเขาอัดเสียง

1727
01:27:44,056 --> 01:27:47,935
มา มา มา ฟังให้ดี
คุณไม่มีสิทธิ์พูดมากกว่านี้

1728
01:27:48,393 --> 01:27:50,562
ชอบกันท่า ชอบขัดขวางผมอยู่เรื่อย

1729
01:27:50,646 --> 01:27:51,605
แต่ โย่ ผมน่ะ...

1730
01:27:51,688 --> 01:27:53,774
ผมคิดออกว่าเราควรถ่ายรูปเราเอง

1731
01:27:53,857 --> 01:27:56,193
แต่งตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ
กินโดนัท ทำอะไรไปเรื่อย

1732
01:27:56,610 --> 01:28:00,989
แต่เราคิดว่า "ช่างแม่ง
เราถ่ายวิดีโอแทนเลยดีกว่า"

1733
01:28:01,490 --> 01:28:04,201
พอสไปค์มา
เราก็แต่งตัวแบบที่เราแต่งตามปกติ

1734
01:28:04,284 --> 01:28:05,827
วิ่งร่อนไปมาอย่างกับคนบ้า

1735
01:28:05,911 --> 01:28:09,164
ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีตำรวจ
หรือนักดับเพลิงอะไรทั้งนั้น

1736
01:28:09,414 --> 01:28:11,750
สิ่งที่คุณเห็น
อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณได้

1737
01:28:12,125 --> 01:28:14,962
เราพนันได้เลย
คุณอย่าเพิ่งหาเรื่องใส่ตัว...

1738
01:28:15,045 --> 01:28:17,214
(นำแสดงโดย นาทาน วินด์
รับบทเป็น โคชีส)

1739
01:28:17,840 --> 01:28:20,717
บอกอยู่นี่ไง
ว่ามันคือการทำลายโดยเจตนา

1740
01:28:20,801 --> 01:28:22,886
(วิค โคลฟารี
รับบทเป็น บ็อบบี้ "เดอะรุกกี้")

1741
01:28:26,181 --> 01:28:28,350
(อลาซอนโดร อเลเกร
รับบทเป็น "เดอะชีฟ")

1742
01:28:28,892 --> 01:28:29,810
("Sabotage")

1743
01:28:29,893 --> 01:28:33,188
มันเปลี่ยนทุกอย่างสำหรับเราอีกครั้ง

1744
01:28:33,730 --> 01:28:37,067
ฤดูร้อนปีนั้น เราเริ่มเล่นเป็นวงปิด
ในทัวร์เทศกาลดนตรีลอลลาปาลูซา

1745
01:28:38,443 --> 01:28:40,571
เราไปมินนิโซตากัน

1746
01:28:40,654 --> 01:28:44,825
เราอยู่ในลานกว้างๆ นี้
และมีกองไฟอยู่ไกลๆ ด้วย

1747
01:28:44,908 --> 01:28:46,702
ผู้ชมบ้าคลั่งมากๆ

1748
01:28:46,785 --> 01:28:50,455
เรากลับขึ้นเวทีไปเล่นตามเสียงเรียก
เราเล่นเพลง "Sabotage"

1749
01:28:50,539 --> 01:28:53,959
แล้วคนดูก็บ้าคลั่งหนักกว่าเดิมอีก

1750
01:28:54,042 --> 01:28:57,379
เราลงจากเวทีมามองหน้ากัน
และพูดว่า

1751
01:28:57,462 --> 01:28:59,840
"ว้าว เราได้เพลงใหม่
เพลงสุดท้ายของเราแล้ว"

1752
01:29:02,342 --> 01:29:06,597
เราคิดว่าทั้งหมดนั้นมาจากเยาค์
และไลน์เบสของเขา

1753
01:29:12,728 --> 01:29:16,356
พวกเราทุกคนเคยอยู่ในห้องที่มีเพื่อน

1754
01:29:16,440 --> 01:29:19,443
พูดหรือทำอะไรสักอย่างแบบมั่วๆ
แล้วมันดันออกมาเจ๋ง

1755
01:29:20,194 --> 01:29:23,113
แต่เมื่อสิ่งนั้น
ดูจะไม่เป็นที่ถูกใจในช่วงเวลาหนึ่ง

1756
01:29:23,197 --> 01:29:25,741
ได้กลายเป็นสิ่งที่อยู่ยงคงกระพัน
และมีอิทธิพลมากมาย

1757
01:29:26,909 --> 01:29:28,785
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

1758
01:29:29,119 --> 01:29:31,663
ปีก่อนเราให้สัมภาษณ์หลายรายการ

1759
01:29:31,747 --> 01:29:33,665
ถึงหนังสือ "Beastie Boys Book"
ที่เราเขียน

1760
01:29:34,041 --> 01:29:35,751
และสิ่งที่เราถูกถามมากที่สุด

1761
01:29:35,834 --> 01:29:39,004
คือเนื้อเพลงที่เยาค์แต่ง
ในเพลง "Sure Shot"

1762
01:29:39,296 --> 01:29:41,924
ขอพูดเรื่องนึงที่ควรจบไปนานแล้ว

1763
01:29:42,007 --> 01:29:44,134
เรื่องไม่เคารพผู้หญิง
ไม่ควรมีอีกต่อไป

1764
01:29:44,218 --> 01:29:46,720
ถึงคนเป็นแม่ พี่สาวน้องสาว
ภรรยา และสหาย

1765
01:29:46,803 --> 01:29:49,306
ผมขอมอบความรักและความเคารพให้ตลอดไป

1766
01:29:55,646 --> 01:29:59,483
เวลาที่เขาพูดแบบนั้น มันไม่ใช่
เหตุการณ์ใหญ่โตที่จริงจังอะไร

1767
01:29:59,566 --> 01:30:02,903
มันก็แค่เนื้อเพลงที่เยาค์แต่ง
รวมกับเนื้อเพลงท่อนอื่นๆ

1768
01:30:02,986 --> 01:30:05,155
และเอามาพูดตอนถึงตาเขาจับไมค์

1769
01:30:05,572 --> 01:30:08,575
เราบอกว่า
"ว้าว เขาพูดแบบนี้เจ๋งดีนะ"

1770
01:30:09,159 --> 01:30:13,622
เขาไม่ได้พูดถึงคนจำนวนมากเท่านั้น
เขาพูดถึงเราสองคนด้วย

1771
01:30:14,790 --> 01:30:19,086
หลายปีของการทำเพลงและออกทัวร์
สองอัลบั้มนั้นมีความสำคัญกับเรามาก

1772
01:30:19,419 --> 01:30:21,129
เราเปลี่ยนทิศทางการทำวงของเรา

1773
01:30:21,505 --> 01:30:24,299
เราเปลี่ยนตัวเองในแบบที่อยากเป็น
ทั้งในฐานะคนและเพื่อน

1774
01:30:24,716 --> 01:30:27,386
เราคิดถึงโลกส่วนรวม
มากกว่าแค่โลกของพวกเรา

1775
01:30:28,512 --> 01:30:30,472
ตอนที่เรากำลังดังในปี 1987

1776
01:30:30,556 --> 01:30:34,643
เราได้ออกรายการ American Bandstand
และเราไม่สนใจอะไรเลยสักนิด

1777
01:30:34,726 --> 01:30:38,188
ตื่นไปโรงเรียนสาย
รู้นะว่าไม่อยากไป

1778
01:30:41,900 --> 01:30:44,987
เราไม่ค่อยได้หัดทำท่าพวกนั้น

1779
01:30:46,947 --> 01:30:51,577
เจ็ดปีต่อมา เราเล่นเพลง "Sabotage"
ที่งานประกาศรางวัลเอ็มทีวี

1780
01:30:51,827 --> 01:30:53,453
เรายืนแข็งทื่ออยู่กับที่

1781
01:31:33,702 --> 01:31:38,123
โย่ เวลาที่เราเล่นในเทศกาลดนตรี
หรือรายการทีวีกับวงอื่นด้วย

1782
01:31:38,207 --> 01:31:40,375
เราจะมองว่ามันคือการแข่งขัน

1783
01:31:40,459 --> 01:31:41,835
เราเล่นเพื่อเอาชนะ

1784
01:31:42,336 --> 01:31:43,879
เราพูดแบบขำๆ ครึ่งนึง

1785
01:31:43,962 --> 01:31:46,965
แต่อีกครึ่งนึงก็จริงจังเกือบ 100%

1786
01:31:47,716 --> 01:31:51,386
เราอยากให้ทุกคนที่ดูการแสดงของเรา
หรือได้ไปเทศกาลนั้น

1787
01:31:51,470 --> 01:31:53,388
ได้กลับบ้านไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง
ในวันถัดไป

1788
01:31:53,472 --> 01:31:56,225
"บีสตีบอยส์แม่งเอาอยู่ว่ะ" ใช่ไหม

1789
01:31:56,308 --> 01:31:57,893
เราเล่นเพื่อเอาชนะ

1790
01:31:59,269 --> 01:32:03,482
ตอนที่เราเล่นในงานของเอ็มทีวี
เราชนะ ใช่ไหม ไมค์ ไม่ใช่เหรอ

1791
01:32:03,565 --> 01:32:04,399
- ใช่หรือไม่ใช่
- แน่นอน

1792
01:32:04,483 --> 01:32:05,484
เราชนะใช่ไหม

1793
01:32:05,567 --> 01:32:07,903
ไม่ต้องสงสัยเลย ชนะอยู่แล้ว

1794
01:32:08,445 --> 01:32:12,282
แต่... ต่อมาในคืนนั้น
สไปค์ โจนส์ได้รับการเสนอชื่อ

1795
01:32:12,366 --> 01:32:16,078
ชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมสำหรับ
วิดีโอ "Sabotage" แต่เขาไม่ชนะ

1796
01:32:18,455 --> 01:32:22,042
และนั่นคือตอนที่ลุงฮอร์นโบลเวอร์
ของเยาค์สติหลุด

1797
01:32:23,585 --> 01:32:26,630
ผู้ชนะรางวัลผู้กำกับวิดีโอยอดเยี่ยม
ได้แก่...

1798
01:32:30,008 --> 01:32:30,926
พูดเลยค่ะ

1799
01:32:31,260 --> 01:32:32,261
อาร์อีเอ็ม

1800
01:32:42,563 --> 01:32:48,193
แบบนี้มันน่าโมโหมาก
เพราะสไปค์เป็นผู้กำกับที่เพิ่ง...

1801
01:32:48,277 --> 01:32:51,822
ผมมาจากสวิตเซอร์แลนด์ โอเคนะ
ผมขอบอกให้ทุกคนรู้ไว้เฉยๆ และ...

1802
01:32:53,031 --> 01:32:58,287
ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ
ผมฝันมาตลอดว่าสไปค์ต้องชนะรางวัลนี้

1803
01:32:59,121 --> 01:33:00,622
แต่มันกลับกลายเป็นแบบนี้

1804
01:33:00,706 --> 01:33:03,208
ผมแค่อยากบอกทุกคน
ว่านี่คือเรื่องตลกบ้าบอชัดๆ เลย

1805
01:33:03,584 --> 01:33:07,588
ผมมีไอเดียสำหรับหนัง
สตาร์วอร์สและทุกๆ อย่าง

1806
01:33:13,510 --> 01:33:14,761
ว้าว

1807
01:33:18,557 --> 01:33:23,437
บทที่เก้า: "ผมจะกลับไปนิวยอร์กซิตี"

1808
01:33:23,520 --> 01:33:26,565
เชื่อว่าผมเบื่อที่นี่แล้ว

1809
01:33:28,233 --> 01:33:30,652
ลอนแอสเจลิสดีกับเรามาก

1810
01:33:30,736 --> 01:33:33,071
ตั้งแต่มีบ้าน
ที่มีสะพานข้ามสระว่ายน้ำ

1811
01:33:33,530 --> 01:33:36,950
มีสตูดิโอเจ๋งๆ มีเพื่อนใหม่ดีๆ
ได้ทำเพลงมากมาย

1812
01:33:37,534 --> 01:33:39,661
และได้กลายเป็นนักดนตรีจริงๆ

1813
01:33:39,745 --> 01:33:42,247
แต่เราอยู่ที่นั่นนานถึงแปดปี
และเวลามันผ่านไปเร็วมาก

1814
01:33:42,873 --> 01:33:45,417
ตอนนั้นเราอายุประมาณ 30 ปีแล้ว
และเราคิดถึงบ้าน

1815
01:33:45,501 --> 01:33:47,044
เราคิดถึงครอบครัวของเรา

1816
01:33:47,127 --> 01:33:49,338
เยาค์เป็นคนแรกที่ย้ายกลับมานิวยอร์ก

1817
01:33:49,630 --> 01:33:51,632
เขาเบื่อกับการเดินทางไปทั่วโลก

1818
01:33:51,715 --> 01:33:54,801
และเขาอยากกลับมานิวยอร์ก
เพื่อเป็นคนนิวยอร์กจริงๆ

1819
01:33:55,344 --> 01:33:56,470
ไม่นานผมกับอดัมก็ตามไป

1820
01:33:56,553 --> 01:33:58,722
พวกเราสามคนจึงไล่ตามความฝัน
ที่แท้จริงของเรา

1821
01:33:58,805 --> 01:34:00,098
ดาราศาสตร์ฟิสิกส์

1822
01:34:00,766 --> 01:34:02,559
แต่มันไม่ค่อยเวิร์กเท่าไรหรอก

1823
01:34:03,644 --> 01:34:05,145
ฤดูร้อนปี 1996

1824
01:34:05,687 --> 01:34:08,941
เรากลับมาอยู่บ้าน ใช้ชีวิตแบบ
เด็กมัธยมเวอร์ชันที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

1825
01:34:09,024 --> 01:34:11,485
ไม่มีอะไรทำนอกจากเดินเล่น
พยายามปะติดปะต่อสิ่งต่างๆ

1826
01:34:11,568 --> 01:34:16,031
ใช้เวลากับเพื่อนใหม่บางคน
ฟังเพลงใหม่ๆ และทำเพลงใหม่ๆ

1827
01:34:16,114 --> 01:34:19,493
มันไม่ค่อยเหมือนการลงหลักปักฐาน
แต่เหมือนการย้ายที่อยู่มากกว่า

1828
01:34:20,077 --> 01:34:22,871
หลังจากหลายปี
ของการทำสิ่งที่เราทำเป็นปกติ

1829
01:34:22,955 --> 01:34:27,376
ทำเพลง สั่งอาหาร ทำตัวไร้สาระ
ออกไปเที่ยว ทำเพลงอีก

1830
01:34:27,793 --> 01:34:29,211
เราก็ทำอัลบั้มจนเสร็จ

1831
01:34:29,294 --> 01:34:31,880
อาจเป็นอัลบั้มโปรดของเราด้วย
เพราะมันคือการทดลองเยอะเลย

1832
01:34:32,381 --> 01:34:33,423
อัลบั้ม Hello Nasty

1833
01:34:34,216 --> 01:34:37,636
(บีสตีบอยส์: Hello Nasty)

1834
01:34:38,303 --> 01:34:42,266
ตอนที่เราออกทัวร์อัลบั้มนั้น
มันคือทัวร์ครั้งใหญ่ที่สุดของเราเลย

1835
01:34:42,933 --> 01:34:45,102
ไม่ใช่ว่า "Fight for Your Right
(To Party)" ถูกลบเลือนไป

1836
01:34:45,727 --> 01:34:48,105
แต่พอถึงตอนนั้น
เราก็ไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว

1837
01:34:48,897 --> 01:34:50,732
ตอนนั้นเราใกล้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

1838
01:34:51,275 --> 01:34:55,028
เบียร์ จู๋ และพวกขี้เมา
ทุกอย่างหายไปหมดแล้ว

1839
01:34:55,112 --> 01:34:56,989
คุณแทบไม่เห็นอะไรแบบนี้อีก

1840
01:34:57,322 --> 01:34:58,991
ตอนนั้นเรามีอายุมากกว่าเดิม

1841
01:34:59,074 --> 01:35:02,452
เรามีเรื่องที่ต้องทำแยกกัน
แบบเรื่องของผู้ใหญ่น่ะ

1842
01:35:02,536 --> 01:35:04,788
เรามีความสัมพันธ์แบบจริงจัง
เรามีค่ายเพลง

1843
01:35:04,872 --> 01:35:06,707
นิตยสาร ร้านขายจักรยาน

1844
01:35:06,999 --> 01:35:08,333
แต่เราสามคนก็หาเลี้ยงตัวเองได้

1845
01:35:08,417 --> 01:35:11,086
ได้ทำอัลบั้ม ออกทัวร์
และแสดงดนตรีด้วยกัน

1846
01:35:11,962 --> 01:35:15,883
เราไมไ่ด้โตขึ้นเท่าไรหรอก
แต่เราฉลาดขึ้นมากกว่า

1847
01:35:17,050 --> 01:35:19,553
ตอนนี้เราพูดได้ว่าภาพสะท้อน
ของความผิดพลาดที่เราเคยทำ

1848
01:35:19,803 --> 01:35:23,098
มาจากเยาค์
และแนวคิดที่เขาแบ่งปันให้เรารู้

1849
01:35:23,182 --> 01:35:24,433
แต่นั่นมันจริงแค่ส่วนหนึ่ง

1850
01:35:24,516 --> 01:35:26,143
เราพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

1851
01:35:26,476 --> 01:35:29,605
เราสนับสนุนกันและกัน
ให้ทำและพูดอย่างที่ใจอยาก

1852
01:35:29,938 --> 01:35:32,524
ถ้าเยาค์อยากทำเพลง
ที่ชื่อว่า "Bodhisattva Vow"

1853
01:35:32,608 --> 01:35:36,069
และพูดถึงชาวพุทธที่สาบานว่า
จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ก็ได้เลย

1854
01:35:36,153 --> 01:35:37,362
เจ๋งโคตรๆ เลยแบบนั้น

1855
01:35:39,615 --> 01:35:41,950
เราเป็นผู้ใหญ่พอที่จะรู้ว่า

1856
01:35:42,034 --> 01:35:44,578
สิ่งที่เราทำและเคยทำนั้นมีความสำคัญ

1857
01:35:44,661 --> 01:35:47,581
และส่งผลกระทบต่อผู้อื่น
ทั้งในทางบวกและลบ

1858
01:35:47,664 --> 01:35:50,834
เรารู้สึกซาบซึ้งใจที่เรามีชีวิตอยู่
นานพอเพื่อบอกเล่าเรื่องราวนี้

1859
01:35:50,918 --> 01:35:54,588
และเราโชคดีมากพอที่จะ
ลงมือทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้

1860
01:35:54,671 --> 01:35:59,176
มีเพลงนึงในอัลบั้ม Hello Nasty
ชื่อ "Song for the Man" ที่อดัม...

1861
01:35:59,259 --> 01:36:01,762
อยู่ไหนนะ อดัมเป็นคนแต่งเพลงนี้

1862
01:36:01,845 --> 01:36:06,141
พูดถึงท่าทางของผู้ชายหลายคน
เวลาเห็นผู้หญิงเดินผ่าน

1863
01:36:06,225 --> 01:36:08,769
ผู้สัมภาษณ์คนนึงเรียกเขา
ว่าเป็นคนปากว่าตาขยิบ

1864
01:36:08,852 --> 01:36:10,479
และท้าเขาเรื่องเพลง

1865
01:36:10,562 --> 01:36:12,898
ที่มาจากตัวตนในเพลง
"Fight for Your Right (To Party)"

1866
01:36:12,981 --> 01:36:15,108
ตอนที่ผมได้ยินคำตอบของเขา

1867
01:36:15,192 --> 01:36:16,693
ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นเพื่อนเขา

1868
01:36:17,528 --> 01:36:19,905
เขาพูดประมาณว่า

1869
01:36:19,988 --> 01:36:23,242
"ผมยอมเป็นคนปากว่าตาขยิบ
ดีกว่าเป็นคนเดิมไปตลอดกาล"

1870
01:36:29,373 --> 01:36:30,874
เอาละครับ

1871
01:36:30,958 --> 01:36:32,876
ผมขอเล่าเรื่องนึงให้พวกคุณฟัง...

1872
01:36:32,960 --> 01:36:36,338
ผมจะเล่าเรื่องนึงจาก
Beastie Boys Book หนังสือของเรา

1873
01:36:38,131 --> 01:36:39,049
เอาละ

1874
01:36:40,008 --> 01:36:41,468
เรื่องนี้มีชื่อว่า
"คอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย"

1875
01:36:47,975 --> 01:36:50,602
เราไม่รู้ว่าคอนเสิร์ตไหน
จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เล่น

1876
01:36:51,520 --> 01:36:54,314
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนั้น
ก็เหมือนปกติทุกวันเลย

1877
01:36:54,398 --> 01:36:58,026
คอนเสิร์ตนั้นเป็นวงปิดในเทศกาลดนตรี
ขนาดใหญ่ในเทนเนสซีที่ชื่อบอนนารู

1878
01:36:58,110 --> 01:37:00,028
ตอนนั้นคือปี 2009

1879
01:37:00,112 --> 01:37:02,865
จะมีผู้ชมนับหมื่นๆ คนไปที่นั่น

1880
01:37:02,948 --> 01:37:04,533
และเราจะเล่นเป็นวงปิด

1881
01:37:04,616 --> 01:37:06,785
เราไปถึงเทนเนสซีเร็วหน่อย
เพราะเราอยากถ่ายวิดีโอ

1882
01:37:06,869 --> 01:37:08,704
สำหรับเพลงใหม่ของเรา
ที่ยังไม่ได้ปล่อย

1883
01:37:08,787 --> 01:37:13,083
มีเรา มีแร็ปเปอร์ชื่อนาส
และโรมัน โคปโปลาจะเป็นผู้กำกับ

1884
01:37:13,166 --> 01:37:16,378
มันคือเรื่องปกติสำหรับเรามาก
ที่ได้เล่นในคอนเสิร์ตใหญ่ๆ

1885
01:37:16,461 --> 01:37:19,173
และมีคนอย่างโรมัน
กับกล้องโบเล็กซ์มาถ่ายทำเรา

1886
01:37:19,256 --> 01:37:21,675
วิ่งไปทั่วซูเปอร์มาร์เก็ตในเทนเนสซี

1887
01:37:23,510 --> 01:37:26,388
ยิ่งทำตัวแปลก ก็ยิ่งเป็นเรื่องปกติ
สำหรับเราตอนนั้น

1888
01:37:30,142 --> 01:37:32,644
สิ่งต่างๆ ในชีวิต
ไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมได้ตลอดไป

1889
01:37:33,478 --> 01:37:35,397
อาจจะมีครั้งสองครั้ง
ที่มันผิดไปจากเดิมบ้าง

1890
01:37:35,480 --> 01:37:38,442
แต่สำหรับผมแล้ว
มันมักจะผิดเพี้ยนไปจากเดิม

1891
01:37:38,525 --> 01:37:41,570
ผิดเพี้ยนราวกับรูปวาดสีเทียน
ของเด็กทารก

1892
01:37:42,529 --> 01:37:44,823
แน่นอนว่ามันมีความคล้ายคลึงกันอยู่

1893
01:37:44,907 --> 01:37:47,034
เยาค์กับผมและไมค์ยังคงอยู่ด้วยกัน

1894
01:37:47,117 --> 01:37:49,036
ยังหัวเราะด้วยกัน
เป็นครอบครัวเดียวกัน

1895
01:37:49,620 --> 01:37:53,248
อัล กรีนกำลังจะจบโชว์ของเขา
จากหนึ่งในเวทีมากมายที่เทศกาลนั้น

1896
01:37:53,332 --> 01:37:56,168
การได้ฟังเสียงเขาจากระยะไกล
มันทำให้จิตใจผ่อนคลาย

1897
01:37:56,251 --> 01:37:58,462
เหมือนตอนที่ผมอยู่ในโรงเรียนมัธยม

1898
01:37:58,545 --> 01:38:00,631
ในห้องนอนผม รอให้พวกเขาแวะมาหา

1899
01:38:04,343 --> 01:38:07,012
แต่ตอนนี้
ในเมื่อระยะห่างมันมากเหลือเกิน

1900
01:38:14,269 --> 01:38:17,689
แทบเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะเปลี่ยนมุมมองด้านหลัง

1901
01:38:18,982 --> 01:38:21,443
เคท เชลเลนบาคไม่ได้อยู่ที่นั่น
กับเราในเทนเนสซี

1902
01:38:21,527 --> 01:38:23,070
จอห์น เบอร์รีก็ไม่อยู่

1903
01:38:23,153 --> 01:38:25,447
เดฟ สกิลเคน, บอสโก, เดอะแคปเทน

1904
01:38:25,948 --> 01:38:27,574
เดฟ พาร์สันส์
พ่อของไมค์...

1905
01:38:35,874 --> 01:38:37,876
พ่อของไมค์ แม่ของผม
ไม่อยู่ที่นั่นด้วย

1906
01:38:38,669 --> 01:38:39,711
มีอีกหลายคนเลย

1907
01:38:40,337 --> 01:38:43,298
ผมกับอดัมและไมค์อายุมากขึ้นแล้ว
และเรารู้ดี

1908
01:38:43,382 --> 01:38:44,925
เรากำลังจะปล่อยอัลบั้มใหม่

1909
01:38:45,008 --> 01:38:47,302
และเรายังคงชอบที่จะทำแบบนั้นอยู่

1910
01:38:47,386 --> 01:38:49,555
เราเตรียมพร้อม
เพื่อทำอัลบั้มใหม่วนไปเรื่อยๆ

1911
01:38:51,348 --> 01:38:56,562
การเล่นเป็นวงปิดในเทศกาลดนตรีใหญ่ๆ
มันต่างจากการเล่นที่คลับซีบีจีบีมาก

1912
01:38:57,813 --> 01:39:00,983
แต่ให้ตายสิ เราไม่รู้เลย
ว่านั่นจะเป็นโชว์ครั้งสุดท้ายของเรา

1913
01:39:06,655 --> 01:39:08,490
การสูญเสียครั้งใหญ่ในวงการดนตรี

1914
01:39:08,574 --> 01:39:12,953
อดัม เยาค์แห่งบีสตีบอยส์เสียชีวิต
หลังสู้กับโรคมะเร็งมาอย่างยาวนาน

1915
01:39:13,036 --> 01:39:15,664
เขาเป็นที่รู้จักในชื่อเอ็มซีเอ
และนักดนตรีทั้งสามคนนี้

1916
01:39:15,747 --> 01:39:19,001
เป็นส่วนหนึ่งในไม่กี่คน
ที่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหว

1917
01:39:19,084 --> 01:39:23,005
เยาค์เป็นนักดนตรีที่ฝึกหัดเอง
และต่อมาก็เป็นนักสร้างหนัง

1918
01:39:23,088 --> 01:39:27,050
อดัม เยาค์ เอ็มซีเอ อายุ 47 ปี

1919
01:39:37,519 --> 01:39:39,897
เราทุกคนมีเพื่อนที่แตกต่างกันไป

1920
01:39:41,106 --> 01:39:43,400
มีเพื่อนคนที่ชอบทำตัวงี่เง่า...

1921
01:39:44,484 --> 01:39:46,653
แต่อยู่ด้วยบางครั้งก็สนุกดี

1922
01:39:46,737 --> 01:39:48,655
สนุกที่ได้ดื่มด้วยกัน
คุยเรื่องไร้สาระกัน

1923
01:39:48,739 --> 01:39:52,409
แต่คุณไม่มีทางขอความช่วยเหลือ
ทั้งทางกายและทางจิตใจจากพวกเขาได้

1924
01:39:52,492 --> 01:39:54,328
เพราะพวกเขาไม่ใช่คนที่เราไว้ใจ

1925
01:39:54,411 --> 01:39:58,540
หรือเพื่อนที่คุณเจอหน้าเป็นบางที
และรู้สึกดีที่ได้ไปเที่ยวกันบ้าง

1926
01:39:58,624 --> 01:39:59,791
คุณคิดอยู่เสมอว่า

1927
01:39:59,875 --> 01:40:01,960
"เราน่าจะใช้เวลากับคนนั้น
ให้มากกว่านี้"

1928
01:40:02,044 --> 01:40:04,087
แต่คุณไม่ได้ทำ
ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

1929
01:40:04,922 --> 01:40:06,256
แล้วยังมีคนที่เป็นเพื่อนแท้

1930
01:40:06,340 --> 01:40:08,342
คนที่คุณคุยโทรศัพท์ด้วย
ได้ทั้งวันทั้งคืน

1931
01:40:09,134 --> 01:40:12,095
คนที่คอยช่วยคุณย้ายบ้าน
หรือไปเยี่ยมคุณที่โรงพยาบาล

1932
01:40:12,179 --> 01:40:14,348
หรือมีที่ว่างบนโซฟาของเขา
ไว้ให้คุณเสมอ

1933
01:40:14,431 --> 01:40:16,391
เผื่อวันไหนที่คุณจำเป็นต้องใช้

1934
01:40:17,309 --> 01:40:20,604
เพื่อนประเภทนี้หาได้ยากมาก
เราทุกคนรู้ดี

1935
01:40:20,687 --> 01:40:23,440
แต่ยังมีเพื่อน
ที่หาได้ยากกว่านั้นอีก

1936
01:40:23,524 --> 01:40:25,442
คนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณ

1937
01:40:25,526 --> 01:40:27,361
คนที่ไม่เพียงแต่ลงมือทำ

1938
01:40:27,444 --> 01:40:29,196
สิ่งที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น

1939
01:40:29,279 --> 01:40:32,407
แต่บอกว่า "เราควรทำแบบนี้ด้วยกัน"

1940
01:40:32,491 --> 01:40:34,535
แล้วก็ทำจริงๆ

1941
01:40:34,618 --> 01:40:36,578
เยาค์คือเพื่อนแบบนั้นแหละ

1942
01:40:45,045 --> 01:40:47,339
เพื่อนแบบที่หาได้ครั้งเดียวในชีวิต

1943
01:40:47,965 --> 01:40:50,217
เพื่อนที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริง

1944
01:40:50,300 --> 01:40:52,678
เพื่อที่เป็นแรงบันดาลใจ
ให้เราทำเรื่องใหญ่ๆ

1945
01:40:54,012 --> 01:40:56,723
เปิดเพลงนี้หน่อย เพลงที่เยาค์แต่ง
ในอัลบั้ม Hello Nasty

1946
01:41:01,103 --> 01:41:06,483
ประมาณปี 1990 เยาค์ไปอินเดีย
เนปาล และเจอคนทิเบตที่ลี้ภัยอยู่

1947
01:41:06,567 --> 01:41:09,528
เขาอยากเข้าใจคำปฏิญาณตน
เรื่องสันติวิธี

1948
01:41:10,445 --> 01:41:13,323
ทำไมพวกเขาเลือกที่จะไม่สู้กลับ
เพื่อตอบโต้รัฐบาล

1949
01:41:13,407 --> 01:41:16,827
ที่ทำร้ายและจับคนขังคุก
เพียงเพราะโบกธงทิเบต

1950
01:41:16,910 --> 01:41:18,370
เขาอยากรู้ให้มากกว่านั้น

1951
01:41:18,453 --> 01:41:20,163
เขาอยากช่วยเหลือ

1952
01:41:20,247 --> 01:41:21,707
แต่ตามสไตล์ของเยาค์นั้น

1953
01:41:21,790 --> 01:41:23,959
แทนที่จะเขียนเช็คให้องค์กรใดสักแห่ง

1954
01:41:24,042 --> 01:41:25,127
เขากลับก่อตั้งขึ้นมาเอง

1955
01:41:25,210 --> 01:41:26,753
กองทุนมิลาเรปาฟันด์

1956
01:41:29,631 --> 01:41:32,384
และเขาเป็นคนจัดคอนเสิร์ต
เพื่ออิสรภาพของทิเบตเป็นครั้งแรก

1957
01:41:32,467 --> 01:41:34,261
คอนเสิร์ตใหญ่เพื่อการกุศล
สองวันเต็มๆ

1958
01:41:34,344 --> 01:41:38,724
ที่โกลเดนเกตพาร์ค
ในซานฟรานซิสโกเมื่อปี 1996

1959
01:41:40,100 --> 01:41:43,270
เป็นคอนเสิร์ตการกุศลที่ใหญ่ที่สุด
นับตั้งแต่งานไลฟ์เอด

1960
01:41:43,353 --> 01:41:45,022
สิ่งที่เขาทำถูกจารึกในประวัติศาสตร์

1961
01:41:45,105 --> 01:41:48,483
ผู้ชมนับแสนคน
ต่างตะโกนคำว่า "ปลดแอกทิเบต"

1962
01:41:48,567 --> 01:41:50,485
มีเป็นสติกเกอร์ติดกันชนรถด้วย

1963
01:41:50,569 --> 01:41:52,863
พวกเขารับรู้
ถึงการเรียกร้องเพื่อสันติวิธี

1964
01:41:52,946 --> 01:41:55,782
ทั้งหมดนี้
เพียงเพราะชายคนเดียวในบีสตีบอยส์

1965
01:41:55,866 --> 01:41:57,576
ใครจะทำแบบนั้นกันบ้าง

1966
01:42:03,665 --> 01:42:06,418
เยาค์ ไมค์ และผม
ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากกว่า

1967
01:42:06,502 --> 01:42:07,836
อยู่กับครอบครัวตัวเองซะอีก

1968
01:42:07,920 --> 01:42:09,004
จริงๆ นะ

1969
01:42:09,087 --> 01:42:11,131
พอเป็นเรื่องของเพื่อนผม
แร็ปเปอร์ไมค์ ดี

1970
01:42:11,215 --> 01:42:14,843
ฉายาสวีท ลู
หรือฉายาไมเคิล หลุยส์ ไดอะมอนด์

1971
01:42:14,927 --> 01:42:16,553
ผมรู้จักเขา

1972
01:42:16,637 --> 01:42:17,679
รู้ไส้รู้พุงเลย

1973
01:42:17,763 --> 01:42:19,348
และเขาก็รู้จักผมแบบเดียวกัน

1974
01:42:19,431 --> 01:42:22,184
แต่อดัม เยาค์ ผู้เป็นจิ๊กซอว์

1975
01:42:22,267 --> 01:42:23,435
ปริศนา

1976
01:42:24,645 --> 01:42:26,480
พูดต่อที ผมทำไม่ได้

1977
01:42:26,563 --> 01:42:29,233
เขาวงกตแห่งไอเดียและอารมณ์

1978
01:42:29,316 --> 01:42:31,652
คนลึกลับ ยากที่จะคาดเดา

1979
01:42:31,735 --> 01:42:34,530
หลังมิตรภาพที่ยาวนานถึง 35 ปี

1980
01:42:34,613 --> 01:42:38,492
ผมไม่เคยรู้เลย
ว่าเขาจะพูดหรือทำอะไรต่อไป

1981
01:42:38,575 --> 01:42:41,453
เขาคือความขัดแย้งที่มีชีวิต
ของไอเดียคนอื่น

1982
01:42:41,537 --> 01:42:45,791
ของสิ่งที่คุณควรเป็นหรือควรทำ

1983
01:42:46,625 --> 01:42:48,710
เขาคือชาวพุทธที่บอกผม

1984
01:42:48,794 --> 01:42:53,173
ว่าเมื่อคืนเขาไปงานปาร์ตี้
หลังงานปาร์ตี้เพื่อดูแฟชั่นโชว์

1985
01:42:53,924 --> 01:42:56,802
และเขาคือไอ้หนุ่ม
"Fight for Your Right (To Party)"

1986
01:42:56,885 --> 01:43:00,138
ที่ออกไปเดินเขาในเนปาล
กับภารกิจเพื่อค้นพบบางอย่าง

1987
01:43:00,222 --> 01:43:03,016
และเขาได้เข้าพบนักการเมือง
ในวอชิงตันดีซี

1988
01:43:03,100 --> 01:43:06,478
บอกให้พวกเขารู้
ว่าเขาได้เห็นและเรียนรู้อะไรมา

1989
01:43:13,819 --> 01:43:17,573
เขาเคยบอกผมครั้งนึง
ว่าเหตุผลหลักที่เขาชอบดาไลลามะ

1990
01:43:17,656 --> 01:43:19,491
คือท่านเป็นผู้ชายที่ฮามาก

1991
01:43:21,076 --> 01:43:23,453
เห็นได้ชัดว่ามีเหตุผลอื่นๆ อีกมาก

1992
01:43:23,537 --> 01:43:26,540
ที่ทำให้เขาสนใจด้านจิตวิญญาณ
ศรัทธา และศาสนาพุทธ

1993
01:43:26,623 --> 01:43:29,918
แต่ผมว่า "ผู้ชายที่ฮามาก"
ที่เยาค์พูดนั้นดูสมเหตุสมผลที่สุด

1994
01:43:30,002 --> 01:43:33,005
เพราะอารมณ์ขันคือสิ่งสำคัญ

1995
01:43:40,470 --> 01:43:45,434
จะมีใครได้ทำงาน
กับเพื่อนรักสองคนทุกวันบ้างล่ะ

1996
01:43:46,226 --> 01:43:47,769
ผมนี่ไง

1997
01:43:47,853 --> 01:43:49,771
ผมว่านั่นคือสิ่งที่
ทำให้ผมเป็นคนโชคดีมาก

1998
01:43:49,855 --> 01:43:54,985
ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันง่าย
หรือมีแต่เรื่องดีๆ เท่านั้น

1999
01:43:55,068 --> 01:43:58,906
บางครั้งเราสองคนก็อยากทำอะไรใจจะขาด

2000
01:43:58,989 --> 01:44:03,243
เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายคุณ
ร้องเรียกว่า "ใช่ เราจะทำแบบนี้"

2001
01:44:03,327 --> 01:44:05,287
เพื่อให้ใครสักคนในกลุ่มพวกเราพูดว่า

2002
01:44:05,370 --> 01:44:11,376
"กับพวกนายก็อาจจะเจ๋งดีนะ
แต่ฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไร"

2003
01:44:12,461 --> 01:44:16,298
พอผมกลับบ้าน
ผมจะบ่นให้ใครก็ตามที่อยากรับฟัง

2004
01:44:16,381 --> 01:44:20,677
ผมจะพูดว่า "บ้าจริง คุณไม่เชื่อแน่
ว่าวันนี้โฮโรวิตซ์ทำอะไร

2005
01:44:20,761 --> 01:44:24,097
เขาแม่ง...
เขาแม่งจะทำให้ผมประสาทตาย"

2006
01:44:24,181 --> 01:44:30,229
แต่เหมือนที่เรารักเพลง เนื้อเพลง
หรือไอเดียอะไรสักอย่างนั่นแหละ

2007
01:44:30,312 --> 01:44:34,233
เรายังคงรักกัน
และอยู่ด้วยกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

2008
01:44:43,283 --> 01:44:46,453
ช่วยผมหน่อยได้ไหม
คิดว่าผมเป็นเอ็ดดี้ แฮร์ริสก็ได้

2009
01:44:46,537 --> 01:44:49,122
คุณกินชีสอย่างบ้าคลั่ง
เหมือนคิดว่าผมมาจากฝรั่งเศส

2010
01:44:49,206 --> 01:44:51,834
คุณรู้ว่าผมชอบเหล้า คุณคิดว่าผมเมา

2011
01:44:51,917 --> 01:44:54,586
คุณรู้ว่าผมหายไป
ผมจะบอกให้ว่าทำไม

2012
01:44:54,670 --> 01:44:58,340
บอกทีคุณทิ้งใครมา
ผมอาจจะพลาดอะไรไป

2013
01:44:58,423 --> 01:45:01,301
เหตุผลที่คุณยิ้มหรืออารมณ์รุนแรง
ฟังให้ดี

2014
01:45:01,385 --> 01:45:03,262
ในหัวผม อยากกำจัดมันไปให้พ้น

2015
01:45:03,345 --> 01:45:06,557
ปล่อยให้จินตนาการล่องลอย
ผมจะปล่อยออกมาให้ล้น

2016
01:45:06,640 --> 01:45:08,475
ปล่อยให้ไหลไปอย่างทะเลโคลน

2017
01:45:08,559 --> 01:45:11,186
พอเครื่องผมติด ผมจะโบยบินไปไกลโพ้น

2018
01:45:11,270 --> 01:45:14,022
ผมเข้าใจข้อความได้ล้ำลึก นะทุกคน

2019
01:45:14,106 --> 01:45:17,234
ผมโดนพาดพิงเป็นพรวน
เพราะผมชอบก่อกวน นะทุกคน

2020
01:45:17,317 --> 01:45:19,403
จะเอา จะเอา จะเอาอะไรอะ

2021
01:45:19,486 --> 01:45:22,698
ผมเริ่มฮา เพราะเงินที่ผมหามา
คุณเอาไปคุยโว

2022
01:45:22,781 --> 01:45:25,784
ถามหน่อย "ไปเอาข้อมูลมาจากไหน ฮะ"

2023
01:45:25,868 --> 01:45:28,662
คิดว่ารับไหวเมื่อถูกเปิดโปงไหมจ๊ะ

2024
01:45:28,745 --> 01:45:32,374
ใช่ รับให้ไหวนะ

2025
01:45:39,798 --> 01:45:42,301
- จะเอา จะเอา จะเอาอะไรอะ
- เอาอะไรอะ

2026
01:45:42,384 --> 01:45:44,887
- จะเอา จะเอา จะเอาอะไรอะ
- เอาอะไรอะ

2027
01:45:44,970 --> 01:45:46,972
ถามว่าจะเอา จะเอา จะเอาอะไรอะ

2028
01:45:47,055 --> 01:45:48,056
เอาอะไรอะ

2029
01:45:48,140 --> 01:45:50,017
ถามว่าจะเอา จะเอา จะเอาอะไรอะ

2030
01:45:50,100 --> 01:45:51,351
เอาอะไรอะ

2031
01:45:51,435 --> 01:45:53,645
ถ้าทำได้ ผมขอแทรกหน่อย
ผมอยากบอกว่าผมรักพวกเขามาก

2032
01:45:53,729 --> 01:45:56,106
ผมโตมากับพวกเขา ผมคิดว่า
พวกเขาเยี่ยมมาก ผมรักพวกเขานะ

2033
01:45:57,816 --> 01:46:02,237
(อาลัยรักแด่อดัม เยาค์)

2034
01:46:13,999 --> 01:46:15,918
ไมค์ ดี
ไมค์ ดี

2035
01:46:19,171 --> 01:46:22,591
ไม่ต้องมาบอกให้ผมยิ้ม

2036
01:46:22,674 --> 01:46:24,510
อยู่เคียงข้างกันไป
ผมจะทำให้คุณถูกใจ

2037
01:46:24,593 --> 01:46:27,095
เบอร์ผม คุณจำไม่ได้หรอก

2038
01:46:27,179 --> 01:46:29,389
อาจเป็นเพราะผมสับรางเก่งน่ะดูออก

2039
01:46:29,473 --> 01:46:31,433
สไตล์ โปรไฟล์ บอกไว้หน่อย

2040
01:46:31,517 --> 01:46:33,977
โดนดึงกลับมาทุกที
เมื่อได้ยินว่า "เด็กน้อย!"

2041
01:46:34,061 --> 01:46:36,188
จากแม่น้ำฮัดสันไปจนถึงแม่น้ำไนล์

2042
01:46:36,271 --> 01:46:38,607
ผมวิ่งมาราธอนไม่หยุดจนไมล์สุดท้าย

2043
01:46:38,690 --> 01:46:40,651
ถ้ามาท้าผมแข่ง
รู้สึกเหมือนโดนแช่งนะเนี่ย

2044
01:46:40,734 --> 01:46:42,611
ใครๆ ก็บอกว่าสไตล์ผมน่ะโคตรเสี่ย

2045
01:46:42,694 --> 01:46:45,155
คุณจะกล้า คุณจะบ้า

2046
01:46:45,239 --> 01:46:47,115
ก้าวเข้ามา ผมน่ะแร็ปเทวดา

2047
01:46:47,199 --> 01:46:49,785
ถ้าอยากมาท้า ผมว่าอย่าดีกว่า

2048
01:46:49,868 --> 01:46:52,037
อยู่ยูเรนัสยังอยากรู้จักสไตล์เรา

2049
01:46:52,120 --> 01:46:54,331
เอาเลย ร้องให้คล้องจองไม่ต้องเดา

2050
01:46:54,414 --> 01:46:56,625
ไม่งั้นจะไล่ไปให้พ้นหน้าเรา

2051
01:46:56,708 --> 01:47:01,129
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2052
01:47:01,213 --> 01:47:05,717
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2053
01:47:05,801 --> 01:47:07,928
ทำให้ตื่นเต้นและชิ่งไปเงียบๆ
คือทีมเรา

2054
01:47:08,011 --> 01:47:10,222
ก้าวเข้ามาในปาร์ตี้
ทำให้งานเละเป็นขี้

2055
01:47:10,305 --> 01:47:12,140
พูดถึงจะหวะเพลง
ผมนี่แหละจอมนักเลง

2056
01:47:12,224 --> 01:47:14,268
กาแฟผมต้องใส่นมและน้ำตาล

2057
01:47:14,351 --> 01:47:16,436
ต้องเดินหน้าต่อ
เดินหน้าต่อไปนานๆ

2058
01:47:16,520 --> 01:47:19,189
หวานเกินกว่าจะเปรี้ยว
เฟี้ยวเกินกว่าจะร้าย

2059
01:47:19,273 --> 01:47:21,108
พวกผู้ชายสายโหด
ผมไม่โปรดสักเท่าไร

2060
01:47:21,191 --> 01:47:23,777
อยากเปลี่ยนแปลงโลก
ผมวางแผนและอุบาย

2061
01:47:23,861 --> 01:47:26,113
มาริโอ ซีชอบกวาดสิ่งร้ายๆ ให้หมดไป

2062
01:47:26,196 --> 01:47:28,574
จะเปล่งประกายราวลำแสงอาทิตย์

2063
01:47:28,657 --> 01:47:30,409
แร็ปต่อไป
คือความฝันที่ไม่หยุดคิด

2064
01:47:30,492 --> 01:47:32,911
โมดีให้เราเกรดเอ
เพราะ "เราไม่เคยหลุดธีม"

2065
01:47:32,995 --> 01:47:35,163
ถ้าอิจฉาตาร้อน
เพราะคุณยังอ่อนประสบการณ์

2066
01:47:35,247 --> 01:47:37,332
อิจฉาท่วงทำนองและคำร้องของพวกเรา

2067
01:47:37,416 --> 01:47:41,962
อีกมิติหนึ่ง สู่กาแล็กซีใหม่
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น

2068
01:47:42,045 --> 01:47:46,508
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2069
01:47:46,592 --> 01:47:50,637
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2070
01:47:50,721 --> 01:47:55,601
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2071
01:47:55,684 --> 01:48:00,105
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2072
01:48:01,940 --> 01:48:04,568
ฮิปฮอปโอลด์สคูลอยู่ในสายเลือดของเรา

2073
01:48:04,651 --> 01:48:06,904
ถอดรองเท้าเหวี่ยง
แล้วใส่ถุงเท้าวิ่งเอา

2074
01:48:06,987 --> 01:48:08,989
เพลงเราจะแพร่ไวอย่างกับเชื้อไวรัส

2075
01:48:09,072 --> 01:48:11,450
ดนตรีไม่มีวันตาย
เหมือนกระแสไฟไม่ถูกตัด

2076
01:48:11,533 --> 01:48:15,996
ผมเก่งเรื่องกระโจน
กลิ้งตัวแบบฟลินต์สโตนก็ทำได้

2077
01:48:16,079 --> 01:48:18,207
แทมมี่ ดีจัดการเรื่องผลลัพธ์

2078
01:48:18,290 --> 01:48:20,083
บีสตีบอยส์เก่งเรื่องทำให้เพลง

2079
01:48:21,418 --> 01:48:22,461
ดับ

2080
01:48:22,544 --> 01:48:24,963
ตอนเขียนกราฟฟิตี้
ชื่อผมคือสล็อป

2081
01:48:25,047 --> 01:48:27,216
ถ้าแร็ปคือน้ำซุป จังหวะคือกระดูกหมู

2082
01:48:27,299 --> 01:48:29,468
ถอยให้ไกลจากโต๊ะ เดี๋ยวผมสับโดนหู

2083
01:48:29,551 --> 01:48:31,845
ผมคือช่างไม้สุดเท่ ดีเจแอ็ด-ร็อก

2084
01:48:31,929 --> 01:48:34,056
คิดจะเล่นงานผม ระวังเป็นลมไปก่อน

2085
01:48:34,139 --> 01:48:36,308
ผมจะจับคุณทอดในกระทะเหมือนปลาช่อน

2086
01:48:36,391 --> 01:48:38,352
เข่าคุณจะเริ่มสั่น
นิ้วคุณจะเริ่มล็อก

2087
01:48:38,435 --> 01:48:40,938
เหมือนมีอะไรมาบีบคอแบบคุณสป็อค

2088
01:48:41,021 --> 01:48:45,484
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2089
01:48:45,567 --> 01:48:49,988
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2090
01:48:50,072 --> 01:48:54,493
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2091
01:48:54,576 --> 01:48:59,373
สู่กาแล็กซีอื่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ดาวเคราะห์ดวงอื่น กาแล็กซีอื่น

2092
01:48:59,456 --> 01:49:01,500
อีกมิติหนึ่ง อีกมิติหนึ่ง

2093
01:49:01,583 --> 01:49:03,836
อีกมิติหนึ่ง อีกมิติหนึ่ง

2094
01:49:17,182 --> 01:49:18,225
ลุยเลย

2095
01:49:58,348 --> 01:50:00,934
ฟังนะทุกคน
ฟังทางนี้ให้ดี

2096
01:50:01,018 --> 01:50:03,437
เราจะไปเดย์โทนา
และไปซ่ากันที่โน่น

2097
01:50:03,520 --> 01:50:06,398
สัปดาห์เดียวได้หยุดพัก
ไม่เห็นตลกตรงไหน

2098
01:50:06,481 --> 01:50:09,151
ผ่านไปแค่สองวัน
เงินหมดกระเป๋าแล้วไง

2099
01:50:09,234 --> 01:50:11,904
ต้องนอนหลับในรถ
เพราะโรงแรมมันเต็ม

2100
01:50:11,987 --> 01:50:14,489
เจอสาวน่ารัก เลยพาไปกินของเค็ม

2101
01:50:14,573 --> 01:50:16,241
ผมถาม "เรียนด้านไหน"

2102
01:50:16,325 --> 01:50:17,659
เธอบอกจิตวิทยา

2103
01:50:17,743 --> 01:50:20,120
ผมออกเอ็มทีวี
และผมคว้าไมค์มาซ่า

2104
01:50:20,204 --> 01:50:22,915
เธอบอกอยากเจออลัน
กับมาร์ธา ควินน์

2105
01:50:22,998 --> 01:50:24,458
แต่ผมชื่อเอ็มซีเอ

2106
01:50:24,541 --> 01:50:27,669
ผมจะทำเป็นไม่ได้ยิน
บอกว่าจะไปเดย์โทนา

2107
01:50:27,753 --> 01:50:30,047
- เพื่อโชว์บ้าๆ
- เราคือบีสตีบอยส์

2108
01:50:30,130 --> 01:50:31,840
- เอ็มทีวี
- สปริงเบรก

2109
01:50:33,592 --> 01:50:34,468
แล้วมันผิดตรงไหน

2110
01:50:35,594 --> 01:50:38,555
สัปดาห์ก่อนฉันไปแชนฮาสเซน มินนิโซตา
กับบีสตีบอยส์

2111
01:50:39,389 --> 01:50:41,099
พวกเขาไปซ้อมทัวร์
และพวกเขาบอกว่า

2112
01:50:41,183 --> 01:50:43,018
"เราอยากได้ภาพแบบวง
Marky Mark and the Funky Bunch"

2113
01:50:43,852 --> 01:50:46,522
- อยากดังก์ลูกบาสให้พวกเขาจัง
- ฉันต้องไปตกลงให้ได้ก่อน

2114
01:50:46,605 --> 01:50:47,481
แล้วมันผิดตรงไหน

2115
01:50:47,564 --> 01:50:51,818
"พวกเวรอย่างแกไม่ได้มีดีอะไรหรอก
เทียบกับพวกเราที่นี่" ประมาณนี้

2116
01:50:52,277 --> 01:50:55,489
- พอถึง...
- เดี๋ยวก่อนๆ ไมค์

2117
01:50:55,572 --> 01:50:56,740
สำเนียงอังกฤษเป๊ะเว่อร์

2118
01:50:59,201 --> 01:51:00,285
โย่ ไมค์

2119
01:51:01,578 --> 01:51:03,956
- ไปเร็วพวก
- เร็วเข้า เรามีงานต้องทำ

2120
01:51:04,039 --> 01:51:05,916
- นั่นสิพวก ได้เวลาไปซ่าแล้ว
- ไปเร็ว

2121
01:51:08,252 --> 01:51:11,129
"เครื่องบินอีกลำ รถไฟอีกขบวน
เติมเหล้าในสมองอีกสักขวด"

2122
01:51:11,213 --> 01:51:14,091
บีสตีบอยส์แร็ปไว้
ในเพลง "No Sleep 'Till"

2123
01:51:14,800 --> 01:51:16,760
- เอริค
- บรุกลินคืออะไร

2124
01:51:16,844 --> 01:51:20,097
- คุณพูดถึงกรันจ์ใช่ไหม
- กรันจ์

2125
01:51:21,849 --> 01:51:22,975
กรันจ์

2126
01:51:24,184 --> 01:51:25,185
กรันจ์

2127
01:51:25,269 --> 01:51:27,271
ใครสังเกตใน
ร้านโคซี่ซุปแอนด์เบอร์เกอร์บ้าง

2128
01:51:27,354 --> 01:51:30,148
เวลาคุณสั่งเบอร์เกอร์
พวกเขาจะมีช้อนตักไอศกรีม

2129
01:51:30,232 --> 01:51:32,985
และพวกเขามีเหมือนลิ้นชักใส่เนื้อ

2130
01:51:33,068 --> 01:51:34,653
พวกเขาจะจกลงไปในนั้น

2131
01:51:34,736 --> 01:51:37,030
แล้วตักเอาเนื้อลูกนึงมาวางบนเตา

2132
01:51:37,781 --> 01:51:40,826
ข้อมูลสนุกๆ นะ ตอนเราเด็กๆ
เราจะคิดว่า "โย่ วันนึงพอเราโต

2133
01:51:40,909 --> 01:51:42,953
เราจะซื้อลิ้นชักใส่เนื้อไว้ในบ้าน"

2134
01:51:43,036 --> 01:51:45,247
- พูดจริงนะ พูดจริง
- จริงแน่นอน

2135
01:51:45,330 --> 01:51:46,748
- ใช่ไหม
- แน่นอน

2136
01:51:46,832 --> 01:51:49,710
การออกทัวร์กับฟูไฟต์เตอร์ส
และโซนิกยูธเป็นไงบ้าง

2137
01:51:49,793 --> 01:51:52,713
ฟูไฟต์เตอร์ส ผมโตมากับวงนี้
ตั้งแต่ผมอายุ...

2138
01:51:52,796 --> 01:51:54,673
ตั้งแต่ผมอายุแค่สี่ขวบ ผมเคย...

2139
01:51:54,756 --> 01:51:56,717
- โย่ จะบอกให้นะ...
- เด็กๆ พวกนี้มันบ้า

2140
01:51:56,800 --> 01:51:59,052
เด็กๆ พวกนี้เหมือนหลุดจากโซ่ล่าม

2141
01:51:59,136 --> 01:52:02,014
จะบอกให้นะ ผมกับโซนิกยูธ
คู่กันเหมือนทารกกับจุกนมเลย

2142
01:52:02,097 --> 01:52:03,015
- นั่นสินะ
- จริงๆ

2143
01:52:03,098 --> 01:52:06,310
- เด็กพวกนี้เสียสติไปแล้ว
- ผมเคยอาบน้ำหมากับเทิร์สตัน

2144
01:52:06,393 --> 01:52:08,604
เฮ้ย ตัวนั้นเราอาบไปแล้ว

2145
01:52:08,687 --> 01:52:11,064
- ไม่เห็นต้องโกรธเลย
- เราอาบให้มันแล้ว

2146
01:52:11,148 --> 01:52:13,901
ว่าไงพวก นายจะอาบน้ำหมา
ไปตลอดชีวิตไม่ได้นะ

2147
01:52:13,984 --> 01:52:17,070
ไปออกทัวร์กันเถอะ
ขึ้นแสดงบนเวทีด้วยกัน

2148
01:52:17,154 --> 01:52:20,282
เราตื่นเต้นและแปลกใจมาก

2149
01:52:20,365 --> 01:52:22,117
แต่เราก็...

2150
01:52:23,410 --> 01:52:25,746
เราก็แปลกใจที่ริค...

2151
01:52:30,209 --> 01:52:35,130
"และเราก็แปลกใจ...
ที่ริคเป็นคนรัสเซียเหรอ"

2152
01:52:36,507 --> 01:52:39,510
เพราะงี้เราถึงเข้ากันได้ดี
ทุกคนในวงนี้เลย

2153
01:52:39,593 --> 01:52:41,970
เราเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย
เข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม

2154
01:52:42,054 --> 01:52:43,347
คุณชอบตอนไหนที่สุดในโชว์นี้

2155
01:52:43,430 --> 01:52:46,683
ผมว่าตอนที่เราออกมาก็ดีนะ

2156
01:52:46,767 --> 01:52:48,810
- นายคิดว่าไง
- ตอนที่หนุ่มๆ พวกนั้นขึ้นเวที

2157
01:52:48,894 --> 01:52:50,562
เล่นเพลง"King of Rock"
และเราสนุกไปด้วย

2158
01:52:50,646 --> 01:52:52,356
ตอนนั้นน่าจะเจ๋งที่สุดแล้ว

2159
01:52:52,439 --> 01:52:55,526
- ใช่ ประกายไฟนั่นด้วย ใช่
- น่าจะเป็นตอนที่เยี่ยมที่สุด...

2160
01:52:55,609 --> 01:52:57,694
- เข้ากันไง
- ใช่ เข้ากันเป็นหนึ่ง

2161
01:52:59,238 --> 01:53:00,531
รู้ไหม...

2162
01:53:00,614 --> 01:53:02,950
- ไมค์เสียสติไปแล้ว
- บ้าชิบ

2163
01:53:03,033 --> 01:53:05,369
ไมค์เป็นอะไรไปเนี่ย

2164
01:53:06,370 --> 01:53:08,205
นายต้องใส่รองเท้า ถ้าจะเดินบนนั้น

2165
01:53:08,288 --> 01:53:09,623
รองเท้าอยู่ไหน

2166
01:53:09,706 --> 01:53:11,750
ฉันหารองเท้าไม่เจอ
กางเกงกำมะหยี่ด้วย

2167
01:53:11,834 --> 01:53:14,253
ตอนที่เอ็มทีวีได้วิดีโอนี้
มันช่างติดตาจริงๆ

2168
01:53:14,336 --> 01:53:17,798
และก้าวข้าวขอบเขตของการทำวิดีโอ
เราขอยกให้เป็นวิดีโอแหวกแนวไปเลย

2169
01:53:17,881 --> 01:53:19,591
"Shadrach" น่าสนใจด้วยสองเหตุผล

2170
01:53:19,675 --> 01:53:21,552
ข้อแรก เพราะแอนิเมชันในวิดีโอนี้
ทำได้ดีมาก

2171
01:53:21,635 --> 01:53:24,888
ข้อที่สอง เพราะมันกำกับและสร้างขึ้น
โดยสมาชิกในวงคนเดียว

2172
01:53:24,972 --> 01:53:27,599
ผู้กำกับโจนาธาน เดย์ตัน
และวาเลอรี ฟาริสถ่ายทำบางตอน

2173
01:53:27,683 --> 01:53:29,184
ของคอนเสิร์ตบีสตีบอยส์

2174
01:53:29,268 --> 01:53:32,855
จากนั้นเอ็มซีเอ สมาชิกในวง
ได้นำภาพเหล่านั้นมาทำใหม่ทีละเฟรม

2175
01:53:32,938 --> 01:53:34,648
เพื่อสร้างแอนิเมชันที่น่าอัศจรรย์

2176
01:53:34,731 --> 01:53:35,816
ดูผลงานจากฝีมือของเขาสิ

2177
01:53:35,899 --> 01:53:38,694
นี่คือเพลงใหม่จากบีสตีบอยส์
"Shadrach" ครับ

2178
01:53:41,154 --> 01:53:42,656
เดี๋ยวก่อนนะ อดัม

2179
01:53:42,739 --> 01:53:45,158
เดี๋ยวก่อนสิ ขอโทษทีนะ อดัม

2180
01:53:45,242 --> 01:53:47,286
- อดัม...
- อะไรกัน มีอะไร เดวิด ครอสส์

2181
01:53:47,369 --> 01:53:49,746
อะไรวะเนี่ย...
ขอโทษที ผมแค่... อะไรกันเนี่ย

2182
01:53:49,830 --> 01:53:51,331
มีอะไร เบ็น สติลเลอร์

2183
01:53:51,415 --> 01:53:53,917
- เฮ้ ทุกคน
- อะไร นั่นใคร...

2184
01:53:54,001 --> 01:53:55,752
- สบายดีไหม
- เฮ้ สตีฟ บูเซมี

2185
01:53:55,836 --> 01:53:57,212
เฮ้ สบายดีไหม

2186
01:53:57,296 --> 01:54:00,966
ขอโทษที ผมเดินอยู่บนถนน
พยายามเก็บตัวที่ฉีกขาด

2187
01:54:01,049 --> 01:54:02,426
และผมบังเอิญได้ยิน...

2188
01:54:02,509 --> 01:54:05,053
ผมเพิ่งตื่นนอน
แต่ผมคิดว่าผมได้ยินคุณ...

2189
01:54:06,889 --> 01:54:09,391
ผมว่าผมได้ยินคุณพูดถึง
Paul's Boutique

2190
01:54:09,474 --> 01:54:12,186
อัลบั้มใหม่ล่าสุดของพวกเขา
มีชื่อว่า Licensed to Kill

2191
01:54:12,269 --> 01:54:14,438
ได้รางวัลแพลตินัมหลังปล่อยอัลบั้ม
เพียงแปดสัปดาห์เท่านั้น

2192
01:54:14,521 --> 01:54:15,564
Licensed to Kill ใช่ไหม

2193
01:54:15,647 --> 01:54:17,191
- Ill ต่างหาก
- Ill!

2194
01:54:18,317 --> 01:54:19,401
"Ill" ต่างหากล่ะ โจน

2195
01:54:19,484 --> 01:54:22,779
บอกเลยนะคะ คอนแทคเลนส์ฉันไม่ชัด
แป๊บนึงนะ

2196
01:54:22,863 --> 01:54:25,616
อัลบั้มของพวกเขา
มีชื่อว่า Licensed to Ill

2197
01:54:26,116 --> 01:54:28,202
ชื่ออัลบั้มอะไรงี่เง่าจัง

2198
01:54:29,036 --> 01:54:32,831
ทุกคนรู้ว่า Paul's Boutique
เป็นความล้มเหลวทางธุรกิจครั้งโต

2199
01:54:32,915 --> 01:54:34,958
- ความล้มเหลวที่น่าสังเวช
- ล้มไม่เป็นท่า

2200
01:54:35,042 --> 01:54:36,710
- แย่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
- ไม่มีคนซื้อ

2201
01:54:36,793 --> 01:54:39,004
มันคงน่าอับอายมากๆ เลย

2202
01:54:39,087 --> 01:54:42,674
ความล้มเหลวครั้งมโหฬาร

2203
01:54:42,758 --> 01:54:45,344
- ขอบคุณมากครับที่ย้ำ
- เราทุกคนรู้อยู่แล้ว

2204
01:54:45,427 --> 01:54:48,514
เวลาต้นไม้ล้มในป่า
ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก

2205
01:54:49,723 --> 01:54:54,311
ที่ผมอยากถามคุณก็คือ
คุณยังทำต่อไปได้ยังไง...

2206
01:54:54,394 --> 01:54:59,316
ไม่ใช่ "ได้ยังไง" สิ
ทำไมคุณถึงทำวงต่อไปอีก

2207
01:54:59,399 --> 01:55:02,152
- แต่ว่า...
- ย้อนกลับไป อย่างที่เรารู้กัน

2208
01:55:02,236 --> 01:55:06,949
ตอนนี้มันกลายเป็นอัลบั้มแร็ป
ที่มีอิทธิพลมากที่สุดเลย ใช่ไหม

2209
01:55:07,699 --> 01:55:13,872
ผมแค่บอกให้ฟัง อดัม สำหรับผมแล้ว
มันเหมือน Pet Sounds แบบแร็ป...

2210
01:55:13,956 --> 01:55:17,835
เป็นเพราะการใช้ท่อนดนตรี
มาซ้อนกันมากเกินไป...

2211
01:55:19,419 --> 01:55:21,630
ท่อนดนตรี ซ้อนกันเป็นชั้น

2212
01:55:21,713 --> 01:55:22,923
ฮิป

2213
01:55:23,006 --> 01:55:24,007
ฮอป

2214
01:55:24,758 --> 01:55:29,221
แล้วตอนนี้คุณพูดถึงมันว่า
"ไม่มีใครชอบ"

2215
01:55:29,304 --> 01:55:31,557
ผมรู้สึกว่าคุณทำสิ่งที่คุณชอบ

2216
01:55:31,640 --> 01:55:34,351
"มันไม่ดี ผมก็จะบอกว่ามันไม่ดี

2217
01:55:34,434 --> 01:55:36,979
แต่ผมอยากให้พวกคุณรู้สึก
ว่ามันดีจริงๆ"

2218
01:55:37,062 --> 01:55:39,314
เหมือนอะไรที่อยู่ในหัวเรา
ทำให้เรารู้สึกแย่

2219
01:55:39,398 --> 01:55:40,774
แต่เพราะคุณรู้สึกแย่กับตัวเอง

2220
01:55:40,858 --> 01:55:42,109
ผมไม่อยากพูดลึกถึงรายละเอียด

2221
01:55:42,192 --> 01:55:43,610
และนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

2222
01:55:43,694 --> 01:55:45,779
- เฮ้ ไมค์ เป็นไงบ้าง
- ว่าไง

2223
01:55:45,863 --> 01:55:47,364
- และคืนนี้...
- โย่ ว่าไง

2224
01:55:47,447 --> 01:55:50,492
เราจะปล่อย "Jimmy James"
ให้ทั่วโลกได้รู้จัก

2225
01:55:50,576 --> 01:55:51,410
ใช่

2226
01:55:51,493 --> 01:55:52,911
มันมาจากหนัง The Little Rascals
ตอนที่พูดว่า

2227
01:55:52,995 --> 01:55:56,206
"คุณชื่ออะไร" "จิมมี่ เจมส์
ถามอีกที ผมก็จะตอบเหมือนเดิม" เหรอ

2228
01:55:56,290 --> 01:55:57,875
เปล่า จริงๆ แล้วมาจาก My Three Sons

2229
01:55:57,958 --> 01:56:02,129
ตอนที่ลุงชาร์ลีสติแตก
ที่มีขวานอยู่บนหัวเด็กๆ

2230
01:56:02,713 --> 01:56:05,716
โอเค ผมคิดว่าถ้าเป็นเรื่องทัวร์
จากทัวร์ทั้งหมดที่เราเคยไป

2231
01:56:05,799 --> 01:56:08,760
ผมว่าคนที่ประหลาดที่สุด
ที่เราออกทัวร์ด้วยน่าจะเป็นไมค์

2232
01:56:08,844 --> 01:56:11,054
หมอนี่มันหลุดโลก

2233
01:56:15,601 --> 01:56:17,144
หวัดดี ผมชื่อไมค์

2234
01:56:17,227 --> 01:56:20,856
- แล้วไง...
- ผมอยู่ในวงบีสตีบอยส์

2235
01:56:23,108 --> 01:56:24,359
ไง ไอ้หนู

2236
01:56:25,736 --> 01:56:28,030
"ความมืดคืบคลานมาตอนกลางวัน

2237
01:56:28,906 --> 01:56:31,658
เงาพาดผ่านช้อนสีเงินหนึ่งคัน

2238
01:56:32,826 --> 01:56:36,538
ใบมีดทำเอง ลูกโป่งของเด็กน้อย"

2239
01:56:42,419 --> 01:56:44,880
เฮ้ อย่าพลาดบีสตีบอยส์นะ
พวกเขากำลังทัวร์ฤดูร้อนปี 1992

2240
01:56:44,963 --> 01:56:46,924
- ใช่แล้ว
- แล้วหลังจากนั้นล่ะ

2241
01:56:47,007 --> 01:56:50,052
- เจ๋งเป้ง!
- คุณจะไปไหนต่อ

2242
01:56:50,135 --> 01:56:52,262
(บีสตีบอยส์ - ดัฟฟ์)

2243
01:56:52,971 --> 01:56:56,558
ชาวปาร์ตี้ทั้งหลาย รัน-ดีเอ็มซี
และบีสตีบอยส์กำลังไปหาคุณแล้ว

2244
01:56:56,642 --> 01:56:59,353
เราจะเล่นสดให้มันหยดไปเลย
ใช่ไหมพวกเรา

2245
01:57:03,815 --> 01:57:05,526
- ไอ้หนู!
- แล้วมันผิดตรงไหน

2246
01:57:05,609 --> 01:57:07,402
ตัวนั้นเราอาบไปแล้ว

2247
01:57:07,486 --> 01:57:08,820
ไม่เห็นต้องโกรธเลย

2248
01:59:06,063 --> 01:59:08,065
คำบรรยายโดย ชลันธร เรืองภักดี



