1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:01:01,186 --> 00:01:04,438
(เมืองเมริด้า ประเทศเม็กซิโกวันแห่งผู้ล่วงลับ)

4
00:01:10,070 --> 00:01:13,031
เมืองเมริด้าในคาบสมุทรยูกาตัน

5
00:01:13,115 --> 00:01:18,704
เป็นศูนย์กลางของความหายนะที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดกับโลกของเรา

6
00:01:19,162 --> 00:01:22,416
ดาวเคราะห์น้อยทั้งดวงตกมาที่นี่

7
00:01:23,125 --> 00:01:27,379
มันเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่แล้วก่อนที่มนุษย์จะเกิด

8
00:01:27,462 --> 00:01:32,217
แต่พิธีบูชาลูกไฟก็คล้ายกับการจำลองเหตุการณ์

9
00:01:33,135 --> 00:01:37,222
แน่นอนว่าชาวมายาโบราณไม่อาจรู้ได้

10
00:01:42,394 --> 00:01:44,897
เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต...

11
00:01:44,980 --> 00:01:45,981
(เมืองเชเลียบินสค์ ประเทศไซบีเรีย)

12
00:01:46,064 --> 00:01:47,983
ว่าอะไรจะมาทำลายล้างเรา

13
00:01:48,483 --> 00:01:52,154
แต่มันจะเหมือนกับลูกไฟลูกนี้ที่อยู่เหนือไซบีเรีย

14
00:01:52,237 --> 00:01:54,239
แต่ใหญ่กว่ามาก

15
00:01:56,658 --> 00:01:59,411
ภาพที่กล้องติดรถยนต์บันทึกไว้

16
00:01:59,494 --> 00:02:01,788
เหมือนกับนิยายวิทยาศาสตร์

17
00:02:32,694 --> 00:02:34,905
ผู้มาเยือนจากต่างดาว

18
00:02:34,988 --> 00:02:38,408
จากความลึกลับของจักรวาลได้มาถึงแล้ว

19
00:02:38,492 --> 00:02:41,370
และไม่รู้อีกเท่าไรที่กำลังเดินทางมา

20
00:02:45,207 --> 00:02:46,834
(หลุมอุกกาบาตวูล์ฟครีกรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย)

21
00:02:46,917 --> 00:02:49,461
ถ้าจะมีอะไรยิ่งใหญ่เกิดขึ้น

22
00:02:49,545 --> 00:02:53,215
ก็จะมีแสงจ้าบนท้องฟ้าแม้แต่ในเวลากลางวัน

23
00:02:53,757 --> 00:02:56,844
แต่นั่นก็อาจจะยังอีกหลายล้านปี

24
00:03:00,806 --> 00:03:04,309
อุกกาบาตชนโลกของเราตลอดเวลา

25
00:03:04,393 --> 00:03:08,063
และลูกใหญ่ๆก็เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศไปหมด

26
00:03:08,939 --> 00:03:12,734
และมีผลกระทบอย่างมากต่อวัฒนธรรม

27
00:03:14,069 --> 00:03:16,655
ตัวอย่างหนึ่งก็คือวัฒนธรรมอิสลาม

28
00:03:17,155 --> 00:03:19,491
ตามประเพณีโบราณ

29
00:03:19,575 --> 00:03:23,120
พระเจ้าส่งหินก้อนหนี่งลงมาจากสวรรค์

30
00:03:23,203 --> 00:03:27,374
เพื่อนำทางอดัมกับอีฟไปสู่จุดที่จะสร้างแท่นบูชา

31
00:03:29,209 --> 00:03:31,128
อุกกาบาตตกลงมา

32
00:03:31,211 --> 00:03:34,590
ตรงที่นครมักกะฮ์อันศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างขึ้นในภายหลัง

33
00:03:38,468 --> 00:03:41,597
(นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย)

34
00:03:41,680 --> 00:03:45,559
เราอยู่ที่จุดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกมุสลิม

35
00:03:46,185 --> 00:03:48,187
มีกะอ์บะห์ตั้งอยู่ตรงกลาง

36
00:03:48,687 --> 00:03:52,065
มีหินสีดำฝังอยู่ที่หัวมุมด้านตะวันออก

37
00:03:52,649 --> 00:03:56,278
หินนี้เป็นที่เคารพบูชามาก่อนยุคอิสลาม

38
00:03:56,361 --> 00:04:01,825
อย่างน้อยพันปีก่อนที่พระโมฮัมหมัดจะก่อตั้งศาสนาอิสลาม

39
00:04:04,369 --> 00:04:08,207
หินสีดำนี้ล้อมกรอบด้วยเงิน

40
00:04:08,290 --> 00:04:11,251
และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้วิเคราะห์มันได้

41
00:04:11,335 --> 00:04:14,463
แต่เกือบแน่ใจได้ว่ามันคืออุกกาบาต

42
00:04:18,759 --> 00:04:23,013
มีคน 1.9 พันล้านคนนับถือศาสนาอิสลาม

43
00:04:23,430 --> 00:04:24,681
สำหรับผู้แสวงบุญ

44
00:04:24,765 --> 00:04:28,602
หินสีดำเป็นหนึ่งในพระธาตุที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุด

45
00:04:29,102 --> 00:04:33,774
ดึงดูดผู้คนนับไม่ถ้วนเพื่อไปสัมผัสและจูบ

46
00:04:35,692 --> 00:04:41,114
เพราะพวกเราไม่ใช่มุสลิม จึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองศักดิ์สิทธิ์

47
00:04:41,823 --> 00:04:46,870
เราจึงต้องพึ่งภาพวิดีโอจากมือถือของผู้นับถือคนหนึ่ง

48
00:05:13,689 --> 00:05:18,277
กลับมาที่ความกว้างใหญ่ที่เงียบงันแห่งทะเลทรายออสเตรเลีย

49
00:05:21,238 --> 00:05:24,533
ไคล์ฟ ออพเพนไฮเมอร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

50
00:05:24,616 --> 00:05:29,121
ผู้เริ่มต้นหนังเรื่องนี้อธิบายให้ผมฟังว่า...

51
00:05:30,622 --> 00:05:35,294
นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะรู้เรื่องหลุมขนาดใหญ่บนพื้นดินในปี 1947

52
00:05:35,377 --> 00:05:37,379
เมื่อเห็นมันจากอากาศ

53
00:05:37,921 --> 00:05:41,133
หลุมอุกกาบาตกว้างราวหนึ่งกิโลเมตร

54
00:05:41,216 --> 00:05:42,217
(ไคล์ฟ ออพเพนไฮเมอร์)

55
00:05:42,301 --> 00:05:46,388
และเกิดขึ้นเมื่อสะเก็ดของดาวเคราะห์น้อยที่เป็นเหล็ก

56
00:05:47,097 --> 00:05:51,518
ขนาดเท่าเรือรบ และเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อวินาที

57
00:05:51,602 --> 00:05:53,812
ตกลงมากระแทกพื้นดิน

58
00:05:54,313 --> 00:05:58,275
และผนังของหลุมอุกกาบาตบริเวณนี้

59
00:05:58,358 --> 00:06:00,194
เกิดจากหินโบราณ

60
00:06:00,277 --> 00:06:03,447
ที่แตกเป็นชิ้นๆ จากการถูกพุ่งชนและกระจายไปทั่ว

61
00:06:04,281 --> 00:06:10,329
อุกกาบาตเองก็กลายเป็นผุยผงเกือบหมด

62
00:06:10,871 --> 00:06:12,998
มีเพียงสะเก็ดไม่กี่ชิ้น

63
00:06:13,081 --> 00:06:17,169
ที่ถูกพบบริเวณทะเลทรายรอบๆ

64
00:06:19,755 --> 00:06:21,840
รูปแบบของการกระจายตัว

65
00:06:21,924 --> 00:06:26,094
แสดงให้เห็นว่าอุกกาบาตระเบิดมาจากทางด้านนั้น

66
00:06:26,929 --> 00:06:29,223
เรื่องอุณหภูมิก็น่ามหัศจรรย์มาก

67
00:06:29,306 --> 00:06:32,059
เกิดมวลอากาศร้อนขนาดใหญ่

68
00:06:32,142 --> 00:06:34,937
ทะลุชั้นบรรยากาศไปถึงชั้นที่สอง

69
00:06:35,020 --> 00:06:40,025
และส่งเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยโปรยปรายลงมาเป็นบริเวณกว้าง

70
00:06:40,108 --> 00:06:43,278
และแน่นอนว่าเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

71
00:06:43,820 --> 00:06:46,448
จากการถูกพุ่งชนนั่นเอง

72
00:06:46,532 --> 00:06:47,699
ก็เลยมีแผ่นดินไหวรุนแรง

73
00:06:47,783 --> 00:06:50,452
ตอนนี้เราอยู่กลางทะเลทราย

74
00:06:50,536 --> 00:06:56,750
แต่ลองคิดดูว่าถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในเขตเมืองในวันนี้

75
00:06:56,834 --> 00:06:59,086
มันจะทำให้เสียหายสักเพียงไหน

76
00:06:59,169 --> 00:07:02,881
แทบจะไม่มีใครเคยโดนชนด้วยอุกกาบาตเลยใช่ไหม

77
00:07:02,965 --> 00:07:08,387
มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกชนด้วยอุกกาบาต

78
00:07:08,470 --> 00:07:11,348
ที่ทะลุหลังคาบ้านของเธอ

79
00:07:11,431 --> 00:07:15,269
และตกใส่เธอในขณะที่เธอนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา

80
00:07:15,352 --> 00:07:16,603
อุกกาบาตซิลาคอก้า

81
00:07:16,687 --> 00:07:18,021
(วันที่ 30 พฤศจิกายน 1954เวลา 12.46 น.)

82
00:07:18,897 --> 00:07:21,441
เธอรอดชีวิตมาได้แต่ก็มีรอยฟกช้ำที่น่ากลัว

83
00:07:21,525 --> 00:07:24,236
(แอนน์ ฮอดจ์สเมืองซิลาคอก้า รัฐแอละแบมา)

84
00:07:27,990 --> 00:07:32,411
ถึงแม้รอบๆ หลุมอุกกาบาตจะน่ากลัวและไม่น่าอยู่

85
00:07:32,494 --> 00:07:35,956
แต่ก็มีคนพื้นเมืองอาศัยอยู่แถวนี้

86
00:07:37,165 --> 00:07:39,376
หลายคนหาเลี้ยงตัวเองในฐานะศิลปิน

87
00:07:39,459 --> 00:07:40,460
(ศูนย์ศิลปะบิลลิลูน่า)

88
00:07:40,544 --> 00:07:43,881
เช่นเดียวกับคนในชุมชนบิลลิลูน่าที่ใกล้ที่สุด

89
00:07:45,174 --> 00:07:49,887
พวกเขาไม่ได้เห็นการพุ่งชนมากว่าแสนปีแล้ว

90
00:07:49,970 --> 00:07:52,139
แต่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้

91
00:07:52,222 --> 00:07:54,850
ที่กระตุ้นเตือนความทรงจำเชิงวัฒนธรรม

92
00:07:55,559 --> 00:08:00,314
ในภาพวาดของพวกเขามักจะมีลวดลายหลุมอุกกาบาต

93
00:08:00,397 --> 00:08:02,482
แต่มันฝังลึกลงไปกว่านั้น

94
00:08:04,776 --> 00:08:06,653
เราได้พบกับเคที่ ดาร์กกี้

95
00:08:06,737 --> 00:08:09,781
จิตรกรที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในชุมชน

96
00:08:09,865 --> 00:08:12,242
นี่ภาพวาดของคุณเองใช่ไหมครับ

97
00:08:12,326 --> 00:08:13,744
ไหนขอดูภาพนี้หน่อย

98
00:08:17,456 --> 00:08:19,875
ช่วยบอกได้ไหมว่าเรากำลังดูรูปอะไรอยู่

99
00:08:19,958 --> 00:08:21,126
เป็นภาพวาดที่สวยมาก

100
00:08:21,210 --> 00:08:22,586
นี่คือเนินทราย...

101
00:08:23,754 --> 00:08:25,506
นี่คือต้นหญ้า

102
00:08:25,589 --> 00:08:28,342
ไม่มีมันฝรั่งหรือที่เราเรียกว่าคาร์นที

103
00:08:28,425 --> 00:08:29,426
(เคที่ ดาร์กกี้จิตรกร)

104
00:08:29,510 --> 00:08:32,429
นานมาแล้ว คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า...

105
00:08:34,847 --> 00:08:38,769
มีชายคนหนึ่งออกไปล่านกที่หลุมอุกกาบาต

106
00:08:38,852 --> 00:08:43,857
แต่เขาเดินทะลุอุโมงค์ใต้แม่น้ำ

107
00:08:44,608 --> 00:08:46,151
ที่เราเรียกว่าลำห้วย

108
00:08:46,235 --> 00:08:48,946
และโผล่ออกมาอีกด้านหนึ่งของหลุม

109
00:08:49,446 --> 00:08:54,618
และเมื่อเดินกลับไปทางที่มา

110
00:08:55,244 --> 00:08:56,495
จากที่ที่เขาล่าสัตว์

111
00:08:57,955 --> 00:09:01,917
แล้วในเรื่องนี้หลุมเกิดขึ้นได้อย่างไร

112
00:09:02,000 --> 00:09:03,168
ต้นกำเนิดคืออะไร

113
00:09:03,794 --> 00:09:07,381
คนที่ไม่ใช่ชาวพื้นเมืองจะบอกว่ามีอุกกาบาตตกลงมาที่นั่น

114
00:09:07,464 --> 00:09:10,926
- นั่นคือเรื่องที่คนขาวเล่ากัน- เรื่องที่คนขาวเล่ากัน

115
00:09:11,009 --> 00:09:13,929
บางคนว่าดาวตกลงมา

116
00:09:15,222 --> 00:09:17,891
แต่บรรพบุรุษและคนเฒ่าคนแก่บอกเราว่า

117
00:09:18,642 --> 00:09:21,353
มีงูสีรุ้งตกลงไปในหลุม

118
00:09:22,062 --> 00:09:25,774
เราถึงมีเรื่องเกี่ยวกับหลุมนี้สามเรื่องด้วยกัน

119
00:09:25,858 --> 00:09:27,359
แต่ก็เชื่อมโยงกันเป็นเรื่องเดียว

120
00:09:28,902 --> 00:09:30,487
พวกเราจะพาเด็กๆ ไปด้วยเสมอ

121
00:09:31,405 --> 00:09:34,116
ทุกเสาร์-อาทิตย์เราจะออกไปตั้งแคมป์ที่นั่น

122
00:09:34,199 --> 00:09:39,830
มันเป็นที่ที่เรารู้สึกถึงบรรพบุรุษและครอบครัวของเราได้

123
00:09:40,330 --> 00:09:44,710
ว่าพวกเขาคุ้มครองเราเวลาที่เราไปที่หลุม

124
00:09:45,961 --> 00:09:47,963
เป็นสถานที่พิเศษสำหรับพวกเรา

125
00:09:48,463 --> 00:09:51,216
และสำหรับครอบครัวของเราด้วย

126
00:10:30,047 --> 00:10:32,883
อุกกาบาตตกมาอย่างส่งเดช

127
00:10:32,966 --> 00:10:36,845
มีลูกหนึ่งซึ่งสำคัญมากตกมาที่แคว้นอัลซาส ประเทศฝรั่งเศส

128
00:10:39,014 --> 00:10:44,394
แต่ที่นี่มันเปลี่ยนเรื่องราวของคนมันมีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์

129
00:11:09,086 --> 00:11:12,130
ที่เห็นอยู่ไกลๆ คือเมืองเอนซิสไฮล์ม

130
00:11:12,548 --> 00:11:13,715
(เมืองเอนซิสไฮล์มแคว้นอัลซาส ประเทศฝรั่งเศส)

131
00:11:13,799 --> 00:11:17,636
ในศตวรรษที่ 15ประวัติศาสตร์ของโลกเริ่มต้นที่นี่

132
00:11:17,719 --> 00:11:21,431
เพราะอาณาจักรฮาพส์เบิร์กกลายเป็นที่ยอมรับ

133
00:11:21,515 --> 00:11:23,767
เพราะหินที่ตกลงมา

134
00:11:24,935 --> 00:11:27,771
มีป้ายบอกจุดที่มันตกลงมา

135
00:11:31,817 --> 00:11:34,778
ไคล์ฟพาศาสตราจารย์ไซม่อน ชาฟเฟอร์

136
00:11:34,862 --> 00:11:36,864
เพื่อนร่วมงานจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

137
00:11:36,947 --> 00:11:38,365
(ไซม่อน ชาฟเฟอร์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์)

138
00:11:38,448 --> 00:11:43,662
เขาเป็นนักประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์หนึ่งในพหูสูตไม่กี่คนที่เหลืออยู่

139
00:11:44,621 --> 00:11:49,376
เกิดอะไรขึ้นใน...วันที่ 7 พฤศจิกายน 1492

140
00:11:49,960 --> 00:11:53,839
ในวันพิเศษวันนี้

141
00:11:53,922 --> 00:11:58,468
มีลูกไฟปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

142
00:11:58,552 --> 00:12:03,223
มันเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและส่งเสียงหวีดหวิวไปด้วย

143
00:12:03,307 --> 00:12:08,729
แล้วมันก็ตกลงมาที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้เมื่อเวลา 11.30 ตอนเช้า

144
00:12:09,188 --> 00:12:11,940
จากรายงานส่วนมาก

145
00:12:12,024 --> 00:12:14,651
มีคนยืนอยู่ที่ทุ่งหญ้าเพียงคนเดียว

146
00:12:14,735 --> 00:12:16,069
เด็กเลี้ยงแกะ

147
00:12:16,153 --> 00:12:18,488
และเขาก็คงได้เห็นสิ่งที่วิเศษที่สุด

148
00:12:18,572 --> 00:12:24,244
คงได้เห็นหินขนาด 300 ปอนด์พุ่งลงมาชนทุ่งหญ้า

149
00:12:24,328 --> 00:12:26,872
จนกลายเป็นหลุม

150
00:12:27,497 --> 00:12:30,792
วันที่ 7 พฤศจิกายน 1492

151
00:12:30,876 --> 00:12:33,962
วันที่ก้อนหินตกลงมานั้น

152
00:12:34,046 --> 00:12:40,093
เป็นเพียงไม่กี่วันหลังจากการมาถึงของสิ่งที่ยิ่งใหญ่อีกสิ่งหนึ่ง

153
00:12:40,177 --> 00:12:43,722
นั่นก็คือการมาถึงของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและลูกเรือ

154
00:12:43,805 --> 00:12:47,017
ที่โลกใหม่ในทะเลแคริบเบียน

155
00:12:48,101 --> 00:12:50,729
และเพราะโคลัมบัสนี่เอง

156
00:12:50,812 --> 00:12:53,899
ที่ทำให้มีการปลูกข้าวโพดที่นี่

157
00:12:53,982 --> 00:12:59,279
นี่เป็นผลของการแตกตัวของการเกษตรในยุโรป

158
00:12:59,363 --> 00:13:02,866
และของพืชผลที่ก่อนหน้านั้นปลูกในทวีปอเมริกาเท่านั้น

159
00:13:03,367 --> 00:13:07,287
การที่หินตกลงมานั้นสำคัญมาก

160
00:13:07,371 --> 00:13:11,834
ถึงกับมีพงศาวดารที่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 1492

161
00:13:11,917 --> 00:13:14,920
ที่เล่าแต่เรื่องก้อนหินแห่งเมืองเอนซิสไฮล์ม

162
00:13:15,003 --> 00:13:17,089
โดยที่ไม่พูดถึงโคลัมบัสเลย

163
00:13:18,590 --> 00:13:23,595
อาจเป็นอย่างที่พวกเขาคิดก็ได้ว่าหินนั้นอาจจะตกลงมาจากพระเจ้า

164
00:13:23,679 --> 00:13:27,641
ลงมาใกล้เมืองที่สำคัญมาก

165
00:13:27,724 --> 00:13:30,102
เมืองเอนซิสไฮล์มในแคว้นอัลซาส

166
00:13:30,185 --> 00:13:32,104
เมืองเอนซิสไฮล์มในขณะนั้น

167
00:13:32,187 --> 00:13:36,483
เป็นกองบัญชาการของกองทัพออสเตรีย

168
00:13:36,567 --> 00:13:38,318
ในภูมิภาคนี้

169
00:13:38,402 --> 00:13:42,489
ภายในสองอาทิตย์หลังจากที่ก้อนหินตกลงมา

170
00:13:42,990 --> 00:13:46,076
ผู้บัญชาการทหารออสเตรีย

171
00:13:46,159 --> 00:13:50,581
แม่ทัพใหญ่แม็กซิมิเลียนก็มาถึง

172
00:13:51,957 --> 00:13:56,295
เห็นแก่สวรรค์เถอะทำไมหินถึงตกมาในตอนนั้น

173
00:13:56,378 --> 00:14:02,885
หินตกลงมาที่ทุ่งหญ้านี้เพื่อเห็นแก่สวรรค์จริงๆ

174
00:14:03,510 --> 00:14:04,887
สำหรับคนเหล่านั้น

175
00:14:05,387 --> 00:14:09,349
สัญญาณเหนือธรรมชาติจากสวรรค์ถือเป็นข้อความ

176
00:14:09,433 --> 00:14:12,936
เหมือนกับได้รับอีเมลจากพระเจ้า

177
00:14:13,020 --> 00:14:15,647
ถึงชาวประชาของแม็กซิมิเลียน

178
00:14:15,731 --> 00:14:18,066
ว่าการปกครองของเขาถูกต้องแล้ว

179
00:14:18,150 --> 00:14:19,943
ว่าเขาจะเอาชนะศัตรู

180
00:14:20,027 --> 00:14:22,321
ว่าควรจะเชื่อฟังคำสั่งของเขา

181
00:14:22,404 --> 00:14:24,489
คุณมาสนใจเรื่องนี้ได้อย่างไร

182
00:14:24,948 --> 00:14:29,828
ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุกกาบาต

183
00:14:29,912 --> 00:14:35,042
คือการที่มันมีความรู้สึกและมีความหมาย

184
00:14:35,125 --> 00:14:40,005
คนเคยคิดว่ามันตกลงมาพร้อมกับสิ่งอื่น

185
00:14:40,088 --> 00:14:45,802
บ้างว่าชิ้นส่วนของร่ายกายคนกบหรือไม่ก็ฝนเลือด

186
00:14:45,886 --> 00:14:48,472
พร้อมกับโรคระบาดหรือภัยพิบัติอื่นๆ

187
00:14:48,555 --> 00:14:53,185
อุกกาบาตเป็นสิ่งมีชีวิต

188
00:14:53,268 --> 00:14:56,480
เกือบเหมือนสัตว์ที่มีความหมายกับเรา

189
00:14:56,563 --> 00:15:00,192
ผมคิดว่ามันเป็นแนวคิดที่ทรงพลังและแยบยล

190
00:15:00,275 --> 00:15:06,281
ความคิดที่ว่าอุกกาบาตมีความหมาย

191
00:15:07,157 --> 00:15:11,995
และเป็นหน้าที่ของมนุษยชาติที่จะต้องตีความหมายของมัน

192
00:15:13,038 --> 00:15:15,624
ไซม่อน ชาฟเฟอร์คงจะเล่าต่อ

193
00:15:15,707 --> 00:15:20,045
โดยไม่น่าเบื่อและไม่หยุดเลยเป็นเวลาแปดชั่วโมง

194
00:15:20,128 --> 00:15:25,050
แต่เราอยากเห็นซากของหินที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

195
00:15:26,093 --> 00:15:29,680
มันดูเหลือเชื่อ ชวนให้จินตนาการ

196
00:15:31,682 --> 00:15:35,102
นายกเทศมนตรีของเมืองอยากจะทักทายเรา

197
00:15:35,185 --> 00:15:38,856
ขนาบข้างมาด้วยเพื่อนๆที่สนใจอุกกาบาต

198
00:15:40,065 --> 00:15:43,986
ตราสัญลักษณ์นี้มาจากไม้แกะสลักในยุคกลาง

199
00:15:44,570 --> 00:15:46,321
คุณจะพบได้ทั่วไป

200
00:15:47,781 --> 00:15:53,537
แต่วันนี้มันหมายถึงการคิดย้อนหลังและคิดล่วงหน้าไปหลายศตวรรษ

201
00:15:54,872 --> 00:15:58,417
สมาชิกของชมรมก้อนหินนี้

202
00:15:58,500 --> 00:16:01,420
เคยคิดถึงอนาคตไกลแสนไกลหรือไม่

203
00:16:02,129 --> 00:16:03,964
พวกเขากำลังคิดอะไรอยู่

204
00:16:04,548 --> 00:16:07,718
พวกเขามีแผนการไกลอะไร

205
00:16:09,678 --> 00:16:12,806
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเผ่าพันธุ์มนุษย์สูญพันธุ์

206
00:16:14,016 --> 00:16:19,313
เราจะทิ้งอะไรไว้ให้นักบินอวกาศแห่งอนาคตจากโลกอื่น

207
00:16:19,396 --> 00:16:24,276
เพื่อแสดงว่าเราจะไม่ทิ้งสหายไว้เบื้องหลัง

208
00:16:25,861 --> 00:16:30,616
เราเห็นรูปปั้นนี้อยู่ข้างหิน

209
00:16:36,330 --> 00:16:38,248
"สวัสดี ฉันชื่อฌอง"

210
00:16:38,332 --> 00:16:42,503
รูปปั้นพูด หวังว่ามนุษย์ต่างดาวจะพูดภาษาฝรั่งเศสได้นะ

211
00:16:42,586 --> 00:16:44,379
"ฉันเป็นคนงานเหมือง

212
00:16:44,463 --> 00:16:47,508
และโลกของเราก็สวยงามแบบนี้"

213
00:16:49,510 --> 00:16:53,805
เมื่อเรามองเห็นอันตรายในท้องฟ้ายามค่ำคืน

214
00:16:54,223 --> 00:16:55,807
เราจึงเตรียมการป้องกันไว้ก่อน

215
00:16:56,225 --> 00:17:00,103
เราขุดอุโมงค์และสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน

216
00:17:00,562 --> 00:17:04,441
เราคิดว่าเราจะอยู่รอดได้เป็นสิบปี

217
00:17:05,192 --> 00:17:07,528
และถ้าพายุไฟมา

218
00:17:07,611 --> 00:17:11,156
ฉันก็แน่ใจว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอด

219
00:17:11,823 --> 00:17:15,035
แต่ฉันก็ไม่ใช่ศาสดาฉันเป็นเพียงคนงานเหมือง"

220
00:17:18,372 --> 00:17:20,958
"ขอให้สนุกกับการเยี่ยมชมช่วงสุดท้าย"

221
00:17:34,471 --> 00:17:36,223
(สนามวาลฮอลล์)

222
00:17:36,306 --> 00:17:37,307
(เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์)

223
00:17:37,391 --> 00:17:42,062
ที่หมายต่อไปคือสนามกีฬาใหญ่ที่เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์

224
00:17:43,856 --> 00:17:48,485
ใหญ่ขนาดเอาสนามฟุตบอลมาใส่ได้ทั้งสนาม

225
00:17:49,945 --> 00:17:52,823
แต่เราสนใจที่หลังคาของมันมากกว่า

226
00:17:52,906 --> 00:17:56,785
และสนใจผู้ชายคนนี้ ยอน ลาร์เซน

227
00:17:56,869 --> 00:17:59,079
นักดนตรีแจ๊สที่ดังที่สุดในนอร์เวย์

228
00:17:59,162 --> 00:18:00,163
(ยอน ลาร์เซน)

229
00:18:01,206 --> 00:18:03,792
แต่ความเป็นนักวิทยาศาสตร์สมัครเล่น

230
00:18:03,876 --> 00:18:07,462
ทำให้เขาขึ้นมาอยู่บนหลังคานี้

231
00:18:26,732 --> 00:18:29,610
มันเริ่มอย่างไรครับคุณมาเจอที่นี่ได้อย่างไร

232
00:18:30,319 --> 00:18:33,780
ผมหาในกูเกิลเอิร์ธ

233
00:18:33,864 --> 00:18:37,451
และเจอหลังคาที่ใหญ่ที่สุด

234
00:18:37,534 --> 00:18:42,539
สนามกีฬานี้น่าจะใหญ่ที่สุดในออสโลในขณะนั้น

235
00:18:42,956 --> 00:18:45,542
และผมก็เห็นว่า...

236
00:18:46,502 --> 00:18:50,714
วัตถุขนาดเล็กจะไหลลงมาตามด้านข้างและมากองรวมกันแถวนี้

237
00:18:50,797 --> 00:18:52,716
และสุดท้ายก็มาอยู่ใกล้ท่อระบายน้ำ

238
00:18:52,799 --> 00:18:56,428
ก็อย่างที่เราเห็นว่ามีฝุ่นเยอะ

239
00:18:56,512 --> 00:18:59,806
แต่ในนั้นจะมีผงฝุ่นคอสมิกปนอยู่ด้วย

240
00:19:00,516 --> 00:19:01,975
คุณเริ่มจากที่ไหน

241
00:19:02,059 --> 00:19:06,522
คุณเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จมา 40 ปี

242
00:19:07,105 --> 00:19:10,817
คุณมาอยู่บนหลังคานี่ได้ยังไงหนีแฟนเพลงมาหรือครับ

243
00:19:10,901 --> 00:19:14,780
ไม่เลย ผมสะสมหินมานานแล้วและสนใจเรื่องธรณีวิทยามาตลอด

244
00:19:14,863 --> 00:19:17,950
เป็นงานอดิเรกของผมมาทั้งชีวิตเลย

245
00:19:18,033 --> 00:19:23,789
เมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ผมกำลังทานอาหารเช้าอยู่นอกบ้าน

246
00:19:23,872 --> 00:19:28,627
ผมเจอจุดเล็กๆ สีดำแวววาวอยู่บนโต๊ะ

247
00:19:28,710 --> 00:19:31,505
ซึ่งเมื่อสองวินาทีก่อนหน้านี้ไม่มี

248
00:19:31,588 --> 00:19:33,423
ผมก็เลยหยิบมันขึ้นมาด้วยนิ้วของผม

249
00:19:33,507 --> 00:19:36,927
และเนื่องจากผมมีความรู้ทางแร่วิทยาอยู่บ้าง

250
00:19:37,010 --> 00:19:39,680
ผมก็เลยรู้ว่า"ว้าว มันเป็นหินขนาดจิ๋ว"

251
00:19:40,264 --> 00:19:41,598
และเราก็สงสัยกันว่า

252
00:19:41,682 --> 00:19:45,602
"มันมาจากไหน มาจากอวกาศหรือเปล่านะผมไม่รู้จริงๆ"

253
00:19:45,686 --> 00:19:49,815
ผมก็เลยหาข้อมูลด้วยกูเกิลและพบว่า

254
00:19:49,898 --> 00:19:54,987
มีผงฝุ่นคอสมิกแปลกๆ

255
00:19:55,070 --> 00:19:56,405
ที่เรียกว่าละอองดาว

256
00:19:56,488 --> 00:19:57,614
และมันก็เริ่มจากตรงนี้เอง

257
00:19:57,698 --> 00:19:59,074
คุณคิดว่ามีละอองดาวตรงนี้

258
00:19:59,157 --> 00:20:02,494
คุณใช้เครื่องมืออะไรเก็บเศษของพวกนี้

259
00:20:03,203 --> 00:20:05,289
อาวุธสำคัญของผมคือแม่เหล็ก

260
00:20:05,372 --> 00:20:08,208
ผมใช้แม่เหล็กเพราะว่า...

261
00:20:08,792 --> 00:20:10,961
ละอองดาวคือแม่เหล็ก

262
00:20:11,044 --> 00:20:14,173
ผมเริ่มจากการเอาแม่เหล็กใส่ไว้ใน

263
00:20:14,256 --> 00:20:17,593
ในถุงพลาสติกเล็กๆ มีซิปแบบนี้

264
00:20:18,635 --> 00:20:20,929
และก็ตะขอก็ช่วยได้เยอะ...

265
00:20:21,013 --> 00:20:25,934
น่าแปลกจริงๆที่ยอน ลาร์เซนและอุปกรณ์คร่ำครึ

266
00:20:26,018 --> 00:20:29,646
ได้เริ่มวิทยาศาสตร์แขนงใหม่ขึ้น

267
00:20:30,022 --> 00:20:33,275
บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่สุ่มตัวอย่าง

268
00:20:33,358 --> 00:20:35,694
ผมจะเลื่อนมันไปบนพื้นแบบนี้

269
00:20:37,070 --> 00:20:42,201
ผงหนักๆ จะกลิ้งลงไปอยู่ตรงที่หนักที่สุด

270
00:20:42,993 --> 00:20:46,830
นี่อาจจะเป็นอณูแม่เหล็กขนาดจิ๋ว

271
00:20:47,372 --> 00:20:49,791
ผมจะเอามาดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ทีหลัง

272
00:20:49,875 --> 00:20:53,754
แต่ละวันมีผงฝุ่นจากอวกาศตกลงมาที่โลกสักเท่าไรครับ

273
00:20:53,837 --> 00:20:55,297
เรารู้ตัวเลขนี้ไหม

274
00:20:55,380 --> 00:20:57,799
ประมาณหนึ่งร้อยตันครับ

275
00:20:57,883 --> 00:21:04,181
ลองนึกภาพรถบรรทุกทรายคันใหญ่สองคันเทฝุ่นคอสมิกลงที่โลกทุกวัน

276
00:21:04,264 --> 00:21:08,101
แต่นั่นก็เท่ากับหนึ่งอณู

277
00:21:08,185 --> 00:21:11,855
ต่อปี ต่อหนึ่งตารางเมตร

278
00:21:12,314 --> 00:21:14,942
อณูเหล่านี้คือข้อความใช่ไหม

279
00:21:15,025 --> 00:21:17,861
เหมือนเป็นข้อความพิเศษสำหรับคุณ

280
00:21:17,945 --> 00:21:19,029
สำหรับผมมันใช่

281
00:21:19,112 --> 00:21:22,824
มันคือสสารที่เก่าแก่ที่สุด

282
00:21:23,408 --> 00:21:25,202
ไม่มีอะไรที่เดินทางไกลกว่านี้

283
00:21:25,285 --> 00:21:29,331
และเมื่อผมหยิบละอองดาวขึ้นมาผมรู้สึกได้ว่า

284
00:21:30,082 --> 00:21:34,127
ไม่มีมนุษย์คนไหนได้แตะต้องอะไรที่เก่าแก่กว่านี้

285
00:21:34,211 --> 00:21:38,465
เหมือนได้จ้องตากับกัลปาวสาน

286
00:21:38,549 --> 00:21:42,302
มันคือเศษซากของยุคสมัยอื่น

287
00:21:42,386 --> 00:21:44,513
ของดาวที่กำลังจะตายจากยุคอื่น

288
00:21:45,055 --> 00:21:49,268
มีเรื่องราวที่ย้อนไปถึงบิกแบง

289
00:21:52,187 --> 00:21:53,897
นี่คือยาน เบรลี่ คีห์เลอ

290
00:21:53,981 --> 00:21:57,901
นักธรณีวิทยาที่จะวิเคราะห์ตัวอย่างของยอนด้วยกล้องจุลทรรศน์

291
00:21:57,985 --> 00:21:59,611
(ยาน เบรลี่ คีห์เลอ)

292
00:21:59,695 --> 00:22:02,072
เราชอบการแต่งตัวแบบไวอัท เอิร์ปของเขา

293
00:22:02,614 --> 00:22:04,199
เขาเกิดที่เทกซัส

294
00:22:05,158 --> 00:22:06,660
แต่เขามีอะไรมากกว่านั้น

295
00:22:07,286 --> 00:22:09,913
เขารอดจากมะเร็งสี่ครั้ง

296
00:22:09,997 --> 00:22:14,793
มีสองครั้งที่เป็นระยะสุดท้าย

297
00:22:15,711 --> 00:22:19,089
เขาอยากสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง

298
00:22:19,173 --> 00:22:24,052
ตอนนี้เขามีส่วนร่วมในการรักษามะเร็งแบบใหม่

299
00:22:24,553 --> 00:22:25,971
นี่เป็นรังลับ

300
00:22:26,054 --> 00:22:29,808
เราพยายามทำเอกสารการถ่ายภาพที่นี่

301
00:22:30,601 --> 00:22:32,936
- นี่เพื่อนของผม ยาน คีห์เลอ- สวัสดีครับ

302
00:22:33,020 --> 00:22:34,479
เราทำงานด้วยกันมาหลายปี

303
00:22:34,563 --> 00:22:39,610
เพื่อถ่ายรูปสีที่มีความละเอียดสูงของละอองดาว

304
00:22:40,110 --> 00:22:44,948
ไม่มีที่ไหนในโลกที่ทำการขยายได้มากเท่านี้

305
00:22:45,866 --> 00:22:47,659
คุณขยายแค่ไหน

306
00:22:47,743 --> 00:22:49,995
คุณเห็นไหมว่าอณูพวกนี้เล็กแค่ไหน

307
00:22:50,078 --> 00:22:52,289
แทบจะมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ

308
00:22:52,372 --> 00:22:57,127
เราต้องขยายสองสามพันเท่า

309
00:22:57,544 --> 00:23:00,964
เพื่อให้ได้รูปขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตร

310
00:23:01,048 --> 00:23:02,132
เราต้องการแบบนั้น

311
00:23:02,549 --> 00:23:04,718
ตอนที่ทุกคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้

312
00:23:04,801 --> 00:23:07,596
ตอนนี้คุณได้สร้างวิทยาศาสตร์แขนงใหม่ขึ้นมาแล้ว

313
00:23:07,679 --> 00:23:12,309
คุณจำผลตอบรับจากเพื่อนร่วมงานได้ไหม

314
00:23:12,392 --> 00:23:14,645
- พวกเขาหัวเราะกันใหญ่- ใช่แล้ว

315
00:23:14,728 --> 00:23:17,689
ตอนที่ถามเราว่า "คุณจะทำอะไรนะ

316
00:23:18,148 --> 00:23:20,192
ใครๆ ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

317
00:23:20,275 --> 00:23:24,488
อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวนมากกว่าหนึ่งต่อพันล้านเสียอีก

318
00:23:24,571 --> 00:23:25,739
รู้สึกดีขึ้นมาเลย"

319
00:23:27,241 --> 00:23:29,868
คุณเสียใจไหมตอนนั้น

320
00:23:29,952 --> 00:23:31,078
ไม่เลยครับ

321
00:23:31,703 --> 00:23:33,330
นี่เป็นงานวิทยาศาสตร์

322
00:23:33,413 --> 00:23:37,042
มันไม่เกี่ยวอะไรกับความรู้สึกมันก็แค่ความอยากรู้อยากเห็น

323
00:23:37,668 --> 00:23:39,962
อันนี้มาจากเมื่อเช้านี้

324
00:23:40,754 --> 00:23:43,799
พอเห็นลักษณะพื้นผิวที่พิเศษแบบนี้ เราก็รู้เลย

325
00:23:43,882 --> 00:23:48,136
"นี่แหละละอองดาวและไม่ใช่ผงฝุ่นอุตสาหกรรม"

326
00:23:48,220 --> 00:23:50,264
ตอนนี้ภาพยังไม่ชัด

327
00:23:50,347 --> 00:23:52,432
เรา... เราถ่ายรูปได้ไหม

328
00:23:53,267 --> 00:23:54,643
- ไม่ได้- ไม่ได้ครับ

329
00:23:54,726 --> 00:23:55,811
ถ้าเรา...

330
00:23:55,894 --> 00:24:00,148
ถ้าเราตื่นเต้นเกินไปการเต้นของหัวใจของเราจะไปรบกวนได้

331
00:24:00,232 --> 00:24:01,275
ดังนั้นจึงถ่ายไม่ได้

332
00:24:01,358 --> 00:24:04,069
ต้องออกไปถ่ายข้างนอกถึงจะถ่ายรูปได้

333
00:24:04,778 --> 00:24:07,406
อณูเหล่านี้มาจากไหน

334
00:24:07,489 --> 00:24:10,617
เป็นคำถามที่ดีมากเพราะเราก็ไม่มีคำตอบ

335
00:24:11,118 --> 00:24:13,203
มันมาจากอวกาศแน่นอน

336
00:24:13,287 --> 00:24:15,706
บางอันมาจากแถบดาวเคราะห์น้อย

337
00:24:15,789 --> 00:24:17,916
บางอันก็อาจจะมาจากดาวหาง

338
00:24:18,417 --> 00:24:23,839
แต่ก็อาจจะมาจากกาแล็กซีอื่นหรือระบบสุริยะอื่นๆ ก็เป็นได้

339
00:24:24,673 --> 00:24:27,759
เราไม่รู้ว่าแต่ละสะเก็ดมาจากไหน

340
00:24:28,343 --> 00:24:29,803
มันน่าอัศจรรย์มาก

341
00:24:29,887 --> 00:24:33,724
ทุกคืนวันอังคารพอยอนเอาละอองใหม่มาให้

342
00:24:34,224 --> 00:24:35,726
เราก็ตะลึงไป

343
00:24:35,809 --> 00:24:37,895
เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

344
00:24:37,978 --> 00:24:41,857
อณูเหล่านี้เล็กและโดดเดี่ยวอยู่ในอวกาศ

345
00:24:41,940 --> 00:24:46,820
บางอันไม่เคยใหญ่กว่านี้เลย

346
00:24:46,904 --> 00:24:49,031
เช่น การสร้าง...

347
00:24:49,114 --> 00:24:52,284
การสร้างดาวเคราะห์เล็กๆที่แถบดาวเคราะห์น้อย

348
00:24:52,743 --> 00:24:56,788
จริงๆ มันคือฝุ่นคอสมิกฝุ่นมีอยู่ทั่วไปในจักรวาล

349
00:24:57,289 --> 00:25:01,293
ด้านบนนี้คือโลหะผสมเหล็ก-นิกเกิล

350
00:25:02,920 --> 00:25:07,633
และเริ่มมีการตกผลึก

351
00:25:07,716 --> 00:25:09,593
เริ่มจากแก้ว

352
00:25:10,552 --> 00:25:13,013
และเริ่มตกผลึกเป็นแร่โอลิวีน

353
00:25:13,722 --> 00:25:18,227
และรอบนอกเป็นขอบเหล็กซัลไฟด์ที่บางมาก

354
00:25:18,310 --> 00:25:21,355
มันเกือบเหมือนดาวเคราะห์นอกระบบที่เป็นน้ำแข็ง

355
00:25:21,438 --> 00:25:22,898
ดูหนาแน่นมาก ใช่แล้ว

356
00:25:22,981 --> 00:25:25,651
มีภูเขาน้ำแข็งที่กำลังแตกด้วย

357
00:25:25,734 --> 00:25:28,153
ผมว่าอันนี้น่าสนใจมากเป็นพิเศษ

358
00:25:28,237 --> 00:25:34,117
เมื่อตอนเข้ามาในชั้นบรรยากาศมันมีอุณหภูมิสูงมาก

359
00:25:34,201 --> 00:25:36,453
ด้านหน้าซึ่งก็คือส่วนบนนี้

360
00:25:36,537 --> 00:25:40,082
คือทิศทางที่มันเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลก

361
00:25:40,165 --> 00:25:45,337
จากนั้นเมื่อมันเริ่มช้าลงแกนโลหะหนักจะถูกผลักไปข้างหน้า

362
00:25:45,420 --> 00:25:49,049
โดย... ความเฉื่อย

363
00:25:49,508 --> 00:25:53,929
และท้ายสุดก็จะมีเหล็กนูนๆ ขึ้นมาด้านหน้าของอณู

364
00:25:54,763 --> 00:25:58,475
คือเหล็ก-นิกเกิลอยู่ด้านหน้าตามเคย

365
00:25:58,559 --> 00:26:04,147
ถึงเราจะเก็บตัวอย่างได้กว่า 2,500 ชิ้น

366
00:26:04,231 --> 00:26:05,858
ก็ไม่มีชิ้นไหนที่เหมือนกันเลย

367
00:26:06,817 --> 00:26:08,861
เมื่อคุณเริ่ม...

368
00:26:08,944 --> 00:26:11,989
ทำความกับรู้จักละอองดาวและฝุ่นคอสมิก

369
00:26:12,072 --> 00:26:16,702
คุณจะเห็นว่ามันแตกต่างจากธรณีวิทยาภาคพื้นดินมาก

370
00:26:16,785 --> 00:26:21,164
มันผ่านกระบวนการด้วยความเร็วสูง

371
00:26:21,248 --> 00:26:23,959
เร็วกว่ากระสุนปืนไรเฟิล 50 เท่า

372
00:26:24,418 --> 00:26:26,503
และอุณหภูมิที่สูงอย่างกับนรก

373
00:26:26,587 --> 00:26:29,506
และกลายเป็นของล้ำค่าจากอวกาศ

374
00:27:08,253 --> 00:27:13,509
ความสวยงามและประหลาดที่เราเห็นยังแปลกมากขึ้นได้อีก

375
00:27:13,592 --> 00:27:15,219
นี่เป็นตัวอย่างของรูปแบบ

376
00:27:16,094 --> 00:27:19,556
คุณถือไว้นะ ผมจะเดินไปที่กระดานข้างหน้าและ...

377
00:27:19,640 --> 00:27:22,476
ตัวอย่างที่ไคล์ฟกำลังฉายอยู่นี้

378
00:27:22,559 --> 00:27:26,480
เป็นเครื่องพิสูจน์ของสิ่งที่เคยคิดกันว่าเป็นไปไม่ได้

379
00:27:26,563 --> 00:27:30,108
มันเกี่ยวกับโครงสร้างของผลึก

380
00:27:30,192 --> 00:27:32,945
ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

381
00:27:33,028 --> 00:27:35,489
ที่เรียกกันว่าการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบ

382
00:27:36,281 --> 00:27:37,449
(พอล สไตน์ฮาร์ดมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน)

383
00:27:37,533 --> 00:27:40,369
เขาคือคนที่ไม่ยอมรับความเป็นไปไม่ได้

384
00:27:40,827 --> 00:27:46,750
นี่คือนักจักรวาลวิทยาที่มีชื่อเสียงพอล สไตน์ฮาร์ด จาก ม.พรินซ์ตัน

385
00:27:46,834 --> 00:27:52,881
คุณพบหลักฐานของการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบตามธรรมชาติ

386
00:27:52,965 --> 00:27:55,259
ในจักรวาลที่พบในอุกกาบาต

387
00:27:55,342 --> 00:27:57,261
การตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบคืออะไร

388
00:27:58,387 --> 00:28:02,891
คือการรวมตัวของสสารแบบที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้

389
00:28:03,392 --> 00:28:07,145
เราเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้มาเป็นร้อยๆ ปี

390
00:28:08,230 --> 00:28:12,067
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าไม่เพียงแต่มันเป็นไปได้

391
00:28:12,150 --> 00:28:14,611
มันเกิดขึ้นในจักรวาลมานานมากแล้ว

392
00:28:14,695 --> 00:28:16,280
นานกว่าเราที่เราจินตนาการไว้

393
00:28:16,363 --> 00:28:17,990
เรามาเริ่มกันด้วยอะไรง่ายๆ

394
00:28:18,824 --> 00:28:21,660
คริสตัลเป็นการเรียงตัว

395
00:28:21,743 --> 00:28:24,413
เหมือนการปูกระเบื้องพื้นห้องน้ำ

396
00:28:24,496 --> 00:28:27,374
- โอเค- สี่เหลี่ยมง่ายๆ

397
00:28:27,457 --> 00:28:30,169
กระเบื้องสี่เหลียมเข้ากันได้พอดี

398
00:28:30,252 --> 00:28:33,839
แต่กับห้าเหลี่ยมหรือสมมาตรห้าชั้น

399
00:28:33,922 --> 00:28:35,465
คุณจะเจอปัญหาทันที

400
00:28:35,924 --> 00:28:38,177
ไหนลองขยับมาตรงนี้หน่อย

401
00:28:38,677 --> 00:28:40,095
และ...

402
00:28:40,512 --> 00:28:42,264
เริ่มเห็นแล้วว่าจะมีปัญหาที่ไหน

403
00:28:42,347 --> 00:28:44,183
เห็นไหมว่าเกิดอะไรขึ้น

404
00:28:44,266 --> 00:28:47,436
เราเปิดช่องว่างขึ้นมาและตอนนี้ก็ต้องเลือกแล้ว

405
00:28:47,519 --> 00:28:49,313
เราไม่สามารถจะเติมช่องว่างนั้นได้

406
00:28:49,396 --> 00:28:51,023
ผมเอาใส่ตรงนั้นหรือตรงนั้นได้

407
00:28:51,106 --> 00:28:53,192
- แต่ไม่มีทาง...- ใช่

408
00:28:54,401 --> 00:28:55,986
อะตอมไม่ชอบมีช่องว่าง

409
00:28:56,069 --> 00:28:58,280
ดังนั้นเมื่อคุณสร้างช่องว่างระหว่างอะตอม

410
00:28:58,363 --> 00:29:00,490
มันก็จะเคลื่อนตัวไปรอบๆเพื่อกำจัดช่องว่างนั้น

411
00:29:00,574 --> 00:29:04,077
สมมาตรห้าชั้นเป็นสิ่งต้องห้ามของสสาร

412
00:29:04,536 --> 00:29:09,208
การตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบยิ่งซับซ้อนและลึกลับว่านี้อีก

413
00:29:10,083 --> 00:29:13,545
มาดูต้นแบบการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบกันก่อน

414
00:29:13,629 --> 00:29:16,298
จะได้เห็นว่ามันเป็นอย่างไร

415
00:29:16,381 --> 00:29:20,677
การปูกระเบื้องที่คุณเห็นบนโต๊ะเป็นตัวอย่างที่ดีเลย

416
00:29:20,761 --> 00:29:25,098
ถ้าคุณศึกษามันให้ดีจะเห็นได้ว่ามีแค่สองชิ้น สองแบบ

417
00:29:25,641 --> 00:29:26,808
นั่นไก่นี่

418
00:29:27,684 --> 00:29:30,145
คล้ายกับตัวต่อของเด็กๆ

419
00:29:30,229 --> 00:29:33,315
แต่มีความเป็นคณิตศาสตร์ที่แยบยลแฝงอยู่

420
00:29:34,316 --> 00:29:38,487
รูปแบบนี้ค้นพบโดยเซอร์โรเจอร์ เพ็นโรสในช่วงปี 1970

421
00:29:39,363 --> 00:29:40,489
(เซอร์โรเจอร์ เพ็นโรส)

422
00:29:40,572 --> 00:29:43,367
นักคณิตศาสตร์และบางครั้งก็นักจักรวาลวิทยาด้วย

423
00:29:44,201 --> 00:29:47,412
มันน่าตื่นเต้นมากที่รูปแบบการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบ...

424
00:29:47,496 --> 00:29:48,997
(เทวสถานดาร์บไบอิหม่ามเมืองเอสแฟฮอน ประเทศอิหร่าน)

425
00:29:49,081 --> 00:29:51,708
สามารถพบได้ที่เทวสถานในเมืองเอสแฟฮอนในอิหร่าน

426
00:29:52,167 --> 00:29:56,964
โดยปราศจากหลักการทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน

427
00:29:57,047 --> 00:30:00,092
ช่างฝีมือเมื่อห้าร้อยกว่าปี

428
00:30:00,175 --> 00:30:04,596
แก้เรขาคณิตของสมมาตรห้าชั้นที่เป็นไปไม่ได้ได้สำเร็จ

429
00:30:05,597 --> 00:30:06,807
นี่ไง

430
00:30:09,226 --> 00:30:10,352
ขอเตือนไว้ก่อนเลย...

431
00:30:10,435 --> 00:30:12,563
สมควรแก่การเตือนแล้ว

432
00:30:13,021 --> 00:30:16,733
เพราะมันซับซ้อนมากจริงๆ

433
00:30:16,817 --> 00:30:20,279
จนเราจะไม่ทรมานคุณด้วยรายละเอียดปลีกย่อย

434
00:30:20,737 --> 00:30:22,239
เอาสักตัวอย่างหนึ่งแล้วกัน

435
00:30:22,948 --> 00:30:27,911
แทนที่จะเป็นทรงยี่สิบหน้าก็เป็นทรงยี่สิบหน้าของทรงยี่สิบหน้า

436
00:30:28,495 --> 00:30:31,790
เราเลยคิดว่า "นั่นอาจจะเป็นการสร้างอะไรจากด้านนอก

437
00:30:31,874 --> 00:30:33,375
เพื่อคงโครงสร้างนี้ไว้"

438
00:30:34,042 --> 00:30:35,252
แต่เราก็เจอปัญหา

439
00:30:35,961 --> 00:30:38,964
แต่โมเดลอันนี้ก็แก้ปัญหานั้นไปได้

440
00:30:39,047 --> 00:30:41,967
มันแสดงให้เห็นถึงการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบที่แท้จริง

441
00:30:42,050 --> 00:30:44,052
และถ้าคุณสามารถสร้างแนวระนาบนี้ได้...

442
00:30:44,136 --> 00:30:47,848
ตอนนี้สไตน์ฮาร์ดอยากเจอการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบตามธรรมชาติ

443
00:30:50,225 --> 00:30:53,353
คุณก็เลยไปออกภาคสนามที่คัมชัตคา

444
00:30:53,437 --> 00:30:55,606
คงได้แรงบัลดาลใจจากทฤษฎี...

445
00:30:55,689 --> 00:30:57,524
จากโมเดลอันนี้เลย

446
00:30:57,608 --> 00:30:58,901
เพราะมันหมายถึงว่า

447
00:30:58,984 --> 00:31:02,779
"ถ้าอะตอมมีพลังงานเหมือนลูกโซ่นี้

448
00:31:02,863 --> 00:31:05,324
พวกมันก็จะต้องรวมตัวมาเป็นลักษณะนี้"

449
00:31:05,407 --> 00:31:06,950
ทำให้ผมคิดทันทีว่า

450
00:31:07,034 --> 00:31:11,413
"เป็นไปได้ไหมที่ธรรมชาติจะสร้างการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบก่อนมนุษย์"

451
00:31:11,496 --> 00:31:16,627
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบนับสิบปี

452
00:31:17,169 --> 00:31:20,297
ต่อมาเราได้พบกับนักแร่วิทยาในเมืองฟลอเรนซ์ ชื่อลูก้า บินดี้...

453
00:31:20,380 --> 00:31:21,882
(ลูก้า บินดี้มหาวิทยาลัยฟลอเรนซ์)

454
00:31:21,965 --> 00:31:25,802
ในพิพิธภัณฑ์ของเขามีตัวอย่าง...

455
00:31:26,303 --> 00:31:28,889
ของหินที่ซับซ้อน

456
00:31:28,972 --> 00:31:32,226
ที่มีการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบเป็นเม็ดเล็กๆ อยู่ข้างใน

457
00:31:32,976 --> 00:31:35,229
จากการศึกษาตัวอย่างนี้

458
00:31:35,312 --> 00:31:39,274
เราจะเห็นเป็นนัยว่าในมือของเราคือชิ้นส่วนอุกกาบาต

459
00:31:39,358 --> 00:31:44,655
แต่เพื่อพิสูจน์เราต้องรู้ว่าหินก้อนนั้นมาจากไหน

460
00:31:44,738 --> 00:31:47,616
และดูว่าเราจะหาตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ได้หรือไม่

461
00:31:48,158 --> 00:31:51,203
พอล สไตน์ฮาร์ดและลูก้า บินดี้

462
00:31:51,286 --> 00:31:54,915
จึงออกสำรวจแถวตะวันออกของรัสเซีย

463
00:31:54,998 --> 00:31:56,959
ใกล้กับช่องแคบเบริง

464
00:31:59,878 --> 00:32:04,091
จุดสีแดงแสดงถึงแหล่งที่มีชิ้นส่วนอุกกาบาต

465
00:32:05,008 --> 00:32:09,763
ที่พบบริเวณลำห้วยที่มีชื่อว่าลิซท์เวอนิโทเวีย

466
00:32:10,180 --> 00:32:12,099
ที่ไม่มีใครรู้จัก

467
00:32:13,141 --> 00:32:18,438
การออกสำรวจครั้งนี้ทำร่วมกับทีมนักธรณีวิทยาของรัสเซีย

468
00:32:18,522 --> 00:32:22,317
ที่พบตัวอย่างแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน

469
00:32:36,874 --> 00:32:39,918
พวกเขาต้องเผชิญกับภูมิประเทศที่ยากลำบาก

470
00:32:40,002 --> 00:32:42,921
ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับพอล สไตน์ฮาร์ด

471
00:32:43,005 --> 00:32:49,636
ประสบการณ์นอกสถานที่ของเขานั้นไม่เกินไปกว่าสนามหญ้าของพรินซ์ตัน

472
00:33:00,397 --> 00:33:03,817
ยุงนับไม่ถ้วนรุมทรมานเขา

473
00:33:04,318 --> 00:33:07,696
ภาพที่เห็นคือพอลใส่มุ้งครอบหน้าไว้

474
00:33:08,280 --> 00:33:10,365
นอนหลับก็ไม่สนิท

475
00:33:10,782 --> 00:33:15,370
หมีไม่ได้อยู่แค่ในฝันร้ายแต่อยู่ในความเป็นจริงด้วย

476
00:33:16,622 --> 00:33:20,584
การทำงานที่แสนยากลำบากของพวกเขาได้ผล

477
00:33:21,710 --> 00:33:25,172
การตรวจสอบเบื้องต้นของสิ่งที่เจอดูน่าจะมีหวัง

478
00:33:26,215 --> 00:33:30,344
คราวนี้บินดี้และสไตน์ฮาร์ดก็ฉลองได้

479
00:33:30,427 --> 00:33:35,307
ถึงแม้พวกเขายังไม่รู้ว่ามีการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบหรือไม่

480
00:33:37,351 --> 00:33:41,647
รูปแบบการเลี้ยวของรังสีเอกซ์ของตัวอย่างที่พบใหม่

481
00:33:41,730 --> 00:33:44,900
ก็แสดงถึงสมมาตรห้าชั้นที่เป็นสิ่งต้องห้าม

482
00:33:44,983 --> 00:33:49,363
อันเป็นข้อพิสูจน์ว่ามีการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบในอุกกาบาต

483
00:33:49,446 --> 00:33:52,199
เล่าความรู้สึกตอนที่เห็นให้ฟังหน่อย

484
00:33:52,950 --> 00:33:56,662
เหมือนกับว่าทุกอย่าง...เวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

485
00:33:58,247 --> 00:33:59,248
เหมือน...

486
00:34:00,832 --> 00:34:04,336
รูปนี้บอกผมได้ทันทีว่า

487
00:34:04,419 --> 00:34:07,464
ทุกอย่างที่เราพยายามทำมาสิบๆ ปี

488
00:34:07,548 --> 00:34:09,424
ได้สำเร็จลงแล้ว

489
00:34:09,507 --> 00:34:13,762
และเราพิสูจน์ได้แล้วว่าการตกผลึกแบบกึ่งเป็นรอบ

490
00:34:13,846 --> 00:34:17,516
ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในธรรมชาติแต่ในอวกาศด้วย

491
00:34:17,599 --> 00:34:19,016
(ศูนย์วิจัยอุกกาบาต)

492
00:34:19,101 --> 00:34:22,312
เราจะพักเรื่องลึกลับของสสารไว้ก่อน

493
00:34:22,771 --> 00:34:27,525
และหันไปหาหินธรรมดาๆที่ตกลงมาใส่เรา

494
00:34:27,609 --> 00:34:30,070
เรามีพรมเหนียวๆ ตรงนี้

495
00:34:31,905 --> 00:34:36,534
มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนามีคอลเล็กชันขนาดใหญ่

496
00:34:36,618 --> 00:34:39,329
สิ่งสกปรกจากข้างนอกจะเข้าไปในตู้ทำความสะอาด

497
00:34:39,413 --> 00:34:40,539
(ลอเรนซ์ การ์วีมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา)

498
00:34:40,621 --> 00:34:42,666
เรื่องน่าตื่นเต้นกำลังรอเราอยู่

499
00:34:42,748 --> 00:34:43,583
เมื่อเราเข้าไป

500
00:34:43,667 --> 00:34:45,752
คุณต้องเหยียบพรมนี้เพื่อเอาสิ่งสกปรกออกจากเท้าคุณ

501
00:34:45,835 --> 00:34:46,670
ได้ครับ

502
00:34:46,753 --> 00:34:49,464
ลอเรนซ์ การ์วีผู้ดูแลที่นี่พาเราเข้าชม

503
00:34:49,547 --> 00:34:53,927
มีแรงดันในนี้เพื่อให้อากาศสะอาดเข้ามา

504
00:34:54,011 --> 00:34:55,637
- เอาสิ่งสกปรกออกหมดหรือยัง- ครับผม

505
00:34:55,721 --> 00:34:59,308
เรามีกล้องที่ทำงานตลอดเวลาในห้องนี้ยิ้มให้กล้องหน่อย โบกมือด้วย

506
00:34:59,933 --> 00:35:02,519
ที่สำคัญก็คือ

507
00:35:02,603 --> 00:35:05,355
เมื่อเราเข้ามาในที่เก็บอุกกาบาตอย่างนี้

508
00:35:05,439 --> 00:35:08,734
เราต้องรักษาความสะอาดของอุกกาบาตอย่างดีที่สุด

509
00:35:08,817 --> 00:35:10,694
ตามปรกติเราจะรักษาความสะอาดของเราเอง

510
00:35:10,777 --> 00:35:13,822
แต่ที่นี่เราจะพยายามไม่ให้ความมันจากนิ้วของเราไปโดนตัวอย่าง

511
00:35:13,906 --> 00:35:16,700
รวบกวนใส่ถุงมือด้วยครับผมก็จะใส่เหมือนกัน

512
00:35:16,783 --> 00:35:18,660
เราทำแบบนี้เพราะผมจะให้คุณดู

513
00:35:18,744 --> 00:35:23,123
อุกกาบาตที่น่าดูที่สุดลูกหนึ่งที่เพิ่งตกลงมาเมื่อไม่กี่อาทิตย์

514
00:35:23,207 --> 00:35:24,875
มันตกลงมาที่ประเทศคอสตาริกา

515
00:35:24,958 --> 00:35:28,962
เป็นอุกกาบาตที่มีสารประกอบอินทรีย์อยู่มากมาย

516
00:35:29,046 --> 00:35:30,464
มันสำคัญมาก

517
00:35:30,547 --> 00:35:32,257
เพราะมันบอกเราถึงระบบสุริยะจักรวาลก่อนหน้านี้

518
00:35:32,341 --> 00:35:35,636
และอาจบอกถึงการก่อตัวของชีวิตในระบบสุริยะของเราด้วยก็ได้

519
00:35:35,719 --> 00:35:39,223
ผมมีตัวอย่างอยู่ในตู้พิเศษพวกนี้

520
00:35:39,306 --> 00:35:40,849
มันคือตู้ก๊าซไนโตรเจน

521
00:35:40,933 --> 00:35:43,018
มีไนโตรเจน... ไนโตรเจนแห้ง

522
00:35:43,101 --> 00:35:46,605
ที่สำคัญคือเราต้องส่งไนโตรเจนแห้งเข้าไปในตู้พวกนี้

523
00:35:46,688 --> 00:35:51,401
พอผมเปิดตู้ คุณจะได้ยินเสียงไนโตรเจนแห้งที่ถูกพ่นเข้าไป

524
00:35:51,485 --> 00:35:53,612
เป็นการเก็บรักษาอุกกาบาต

525
00:35:53,695 --> 00:35:56,740
ไม่ใส่น้ำ ไม่ใส่ออกซิเจนเข้าไป

526
00:35:56,823 --> 00:35:59,660
เป็นการเก็บรักษาที่ดีที่สุดในขณะนี้

527
00:35:59,743 --> 00:36:00,994
เสียงฟู่ๆ นั่นใช่ไหม

528
00:36:01,078 --> 00:36:02,329
เสียงฟู่ๆ นั่นแหละ

529
00:36:03,372 --> 00:36:06,458
ดูตัวอย่างนี่ อันนี้คือ...

530
00:36:08,502 --> 00:36:11,380
อุกกาบาตที่มหัศจรรย์ที่สุดอันหนึ่ง

531
00:36:12,089 --> 00:36:13,674
เห็นไหมว่ามันชื่อว่าอะไร

532
00:36:14,216 --> 00:36:15,551
"บ้านหมา"

533
00:36:16,802 --> 00:36:17,803
เรามาลอง...

534
00:36:21,807 --> 00:36:23,100
งั้น...

535
00:36:23,183 --> 00:36:24,977
บอกก่อนเลย อย่าทำตกนะ

536
00:36:25,060 --> 00:36:27,646
- จะพยายาม- อย่าทำตกเด็ดขาด

537
00:36:30,858 --> 00:36:35,988
หินนี้ตกลงมาที่คอสตาริกาเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี้เอง

538
00:36:36,071 --> 00:36:37,781
ตกลงมาทะลุบ้านหมา

539
00:36:37,865 --> 00:36:39,908
ตอนหมากำลังหลับอยู่ในนั้นด้วย

540
00:36:39,992 --> 00:36:43,287
- ไม่โดนหมานะ ผมหวังว่า- เฉียดไปนิดเดียวเอง

541
00:36:43,370 --> 00:36:46,373
แล้วลงมาฝังอยู่บนพื้นใกล้ๆ กับหมา

542
00:36:46,999 --> 00:36:49,168
สิ่งที่ทำให้หินก้อนนี้พิเศษมาก

543
00:36:49,251 --> 00:36:51,170
ก็คือมันมีขนหมาติดมาด้วย

544
00:36:51,253 --> 00:36:52,379
ไม่มีทาง

545
00:36:52,462 --> 00:36:55,174
และที่ทำให้น่ามหัศจรรย์

546
00:36:55,257 --> 00:36:57,759
ก็คือ ถ้าคุณลองดมดู...

547
00:36:59,094 --> 00:37:02,890
คุณจะได้กลิ่นสารประกอบอินทรีย์ที่อยู่ในนั้น

548
00:37:02,973 --> 00:37:06,476
มันเป็นสารประกอบอินทรีย์อายุ 4.5 พันล้านปี

549
00:37:06,560 --> 00:37:09,313
ที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์สมัยก่อน...

550
00:37:09,396 --> 00:37:11,440
ที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว...

551
00:37:11,523 --> 00:37:13,275
และติดอยู่ในหินก้อนนี้

552
00:37:13,358 --> 00:37:17,446
และอยู่ที่แถบดาวเคราะห์น้อยมาสี่พันล้านปี

553
00:37:17,529 --> 00:37:19,865
ก่อนที่จะออกจากแถบดาวเคราะห์น้อย

554
00:37:19,948 --> 00:37:21,325
และตกลงมาที่คอสตาริกา

555
00:37:21,408 --> 00:37:23,952
และมาอยู่ในตู้อุกกาบาตของเราที่นี่

556
00:37:24,036 --> 00:37:26,163
นั่นกลิ่นอะไรครับ มันคือ...

557
00:37:26,246 --> 00:37:28,624
เราไม่รู้ แค่คิดว่า...

558
00:37:28,707 --> 00:37:31,126
คล้ายกับลูกเหม็น หรืออะไรทำนองนั้น

559
00:37:31,210 --> 00:37:33,045
คงมีสารประกอบคล้ายๆ กัน

560
00:37:33,128 --> 00:37:34,880
เหมือนตัวทำละลายอะไรสักอย่างหรือครับ

561
00:37:34,963 --> 00:37:36,632
ก็ทำนองนั้น

562
00:37:36,715 --> 00:37:38,800
ผมจะเอามันกลับเข้าตู้ถ้าคุณไม่อยากจับมันอีก

563
00:37:38,884 --> 00:37:40,177
- ไม่แล้ว ผม...- อีกอย่างหนึ่ง

564
00:37:40,260 --> 00:37:42,387
สีแดงนี่มาจากหลังคาบ้านหมา

565
00:37:43,430 --> 00:37:46,892
และสีขาวมาจากพื้นบ้านหมา

566
00:37:46,975 --> 00:37:49,019
แล้วหมามันรู้ตัวทันทีเลยหรือเปล่า

567
00:37:49,102 --> 00:37:51,688
ว่ามีแขกจากสวรรค์มาเยี่ยม

568
00:37:51,772 --> 00:37:54,399
ไม่เลย แต่ที่น่าตลกก็คือ

569
00:37:54,483 --> 00:37:58,946
เคยมีคนใช้หมาตามหาอุกกาบาตด้วยนะเพราะมันมีกลิ่น

570
00:37:59,029 --> 00:38:01,114
เราสอนให้หมาตามกลิ่นนั้นได้

571
00:38:02,074 --> 00:38:03,242
งั้นเก็บก่อนนะครับ

572
00:38:09,665 --> 00:38:12,501
นี่คือเหล็กโทลูก้าจากแถวจิควิพิลโก

573
00:38:12,584 --> 00:38:13,585
ลองยกอันนี้ดู

574
00:38:13,669 --> 00:38:15,629
อย่าทำตกใส่เท้าตัวเองนะมันจะแตก

575
00:38:15,712 --> 00:38:16,713
ตายจริง

576
00:38:16,797 --> 00:38:18,882
นี่คงหนักประมาณ

577
00:38:18,966 --> 00:38:22,219
ก้อนนึงคงประมาณ30-40 กิโลได้มั้ง

578
00:38:22,302 --> 00:38:23,595
นั่นแร่เหล็กบริสุทธิ์ใช่ไหม

579
00:38:23,679 --> 00:38:25,556
มันเป็นเหล็กบริสุทธิ์แต่อุดมไปด้วยนิกเกิล

580
00:38:25,639 --> 00:38:28,225
- งั้นอย่าทำตกเลยนะ พร้อมแล้ว- ส่งคืนให้คุณเลย

581
00:38:29,643 --> 00:38:33,313
หนึ่งในการพุ่งชนของอุกกาบาตที่มหัศจรรย์ที่สุดที่ไม่เคยเห็นทางทีวี

582
00:38:33,397 --> 00:38:35,691
คือสะเก็ดดาวนี้เอง

583
00:38:35,774 --> 00:38:40,445
เรามี...มีการพุ่งชนของอุกกาบาตบนโลก

584
00:38:40,529 --> 00:38:44,449
ที่ทำให้ผิวโลกละลายเป็นบริเวณใหญ่

585
00:38:44,533 --> 00:38:47,786
ในกรณีนี้คงกินพื้นที่หลายพันตารางกิโลเมตร

586
00:38:47,870 --> 00:38:50,455
และมันก็หลอมละลายทันที

587
00:38:50,539 --> 00:38:52,291
และแรงสั่นสะเทือนจากการพุ่งชนนั้น

588
00:38:52,374 --> 00:38:55,669
ทำให้วัตถุนี้กระจายไปกว่าหนึ่งส่วนสามของโลก

589
00:38:55,752 --> 00:38:56,753
นี่มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ครับ

590
00:38:56,837 --> 00:38:59,590
เราคิดว่า...ประมาณ 750,000 ปีมาแล้ว

591
00:38:59,673 --> 00:39:01,675
ฟังดูเหมือนนาน

592
00:39:01,758 --> 00:39:04,511
แต่ในทางธรณีวิทยามันเหมือนกับเมื่อวาน

593
00:39:04,595 --> 00:39:06,680
- เป็นปรากฏการณ์เร็วๆ นี้- นี่แก้วหรือครับ

594
00:39:06,763 --> 00:39:09,266
สิ่งนี้คือ... ถ้าลองฟังดู...

595
00:39:10,434 --> 00:39:13,562
แก้ว แต่ไม่ใช่แก้วที่มาจากนอกโลกนะ

596
00:39:13,645 --> 00:39:18,317
นี่มาจากโลกเป็นการหลอมละลายของวัตถุ

597
00:39:18,400 --> 00:39:22,613
มันละลายและกระจายไปทั่วโลก

598
00:39:22,696 --> 00:39:26,450
พบได้ที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ฟิลิปปินส์

599
00:39:26,533 --> 00:39:29,244
ทั่วอินโดนีเซีย ไปจนถึงออสเตรเลีย

600
00:39:29,328 --> 00:39:31,496
และยาวไปถึงทวีปแอนตาร์กติกา

601
00:39:31,580 --> 00:39:34,333
เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก

602
00:39:34,416 --> 00:39:37,211
ดูรูปร่างของมันสิคุณว่ามันบอกอะไรเรา

603
00:39:37,294 --> 00:39:41,965
บอกว่าของพวกนี้กระเซ็นขี้นและแข็งตัวกลางอากาศ

604
00:39:43,133 --> 00:39:45,260
ถ้าเราอยู่ที่นั่นตอนที่มันตกลงมา

605
00:39:45,344 --> 00:39:46,887
มันจะเป็นจุดจบของเราไหม

606
00:39:46,970 --> 00:39:48,180
จุดจบทุกอย่างเลย

607
00:39:48,263 --> 00:39:50,974
ลองคิดดูนะ...หลายพันตารางกิโลเมตรเลย...

608
00:39:51,058 --> 00:39:54,937
ที่ทุกอย่างในบริเวณนั้นจะกลายเป็นแก้วแทบจะทันที

609
00:39:55,312 --> 00:39:57,689
ดังนั้นถ้าคุณกำลังนั่งจิบชาอยู่แถวนั้น

610
00:39:57,773 --> 00:39:59,942
คุณจะกลายเป็นแก้วไปด้วยทุกอย่างเลย

611
00:40:04,863 --> 00:40:08,742
หินทุกก้อนที่มาจากโลกลึกลับ

612
00:40:08,825 --> 00:40:10,327
มีเรื่องราวของมันเอง

613
00:40:21,672 --> 00:40:26,635
ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาอุกกาบาตดึงดูดจินตนาการของมนุษย์

614
00:40:27,427 --> 00:40:30,639
เครื่องมือง่ายๆอย่างแสงจากโทรศัพท์มือถือ

615
00:40:30,722 --> 00:40:35,602
ช่วยให้เห็นความงามที่น่าลึกลับของนักเดินทางจากแดนไกลพวกนี้

616
00:41:04,381 --> 00:41:05,799
นี่คือ...

617
00:41:05,883 --> 00:41:10,596
ที่ศูนย์วิจัยที่เดียวกันในเมืองเทมเป รัฐแอริโซนา

618
00:41:10,679 --> 00:41:13,307
เราได้พบกับ ดร.มีนาคชิ วัดห์วา

619
00:41:13,390 --> 00:41:16,852
นักวิทยาศาสตร์แถวหน้าทางด้านอุกกาบาต

620
00:41:16,935 --> 00:41:19,062
อุกกาบาต 40,000 ชิ้น

621
00:41:19,146 --> 00:41:20,480
(มีนาคชิ วัดห์วานักวิทยาศาสตร์ด้านดาวเคราะห์)

622
00:41:20,564 --> 00:41:23,567
- มีจากงานของบาร์บารา เฮปเวิร์ธด้วย- แน่นอน

623
00:41:24,943 --> 00:41:28,363
นี่คืออุปกรณ์ชั้นยอดที่ใช้ในงานของเราที่นี่

624
00:41:28,447 --> 00:41:29,698
(ผู้ส่งสาส์นจากนอกโลก)

625
00:41:29,781 --> 00:41:31,783
เราดูอะไรหรือครับ

626
00:41:31,867 --> 00:41:34,953
วัตถุกลมๆ ที่คุณเห็น

627
00:41:35,037 --> 00:41:37,664
นั่นคือ...

628
00:41:37,748 --> 00:41:40,334
จินตนาการว่ามันคือละอองน้ำเล็กๆ

629
00:41:40,417 --> 00:41:43,420
ที่เกิดขึ้นในตอนแรกสุดของระบบสุริยะจักรวาล

630
00:41:43,504 --> 00:41:46,381
ประมาณ 4.5 พันล้านปีมาแล้ว

631
00:41:46,465 --> 00:41:48,258
ก่อนที่ดาวเคราะห์จะเกิดขึ้นหรือครับ

632
00:41:48,342 --> 00:41:51,929
ใช่ค่ะ ตอนที่ยังมีแต่ก๊าซและฝุ่น

633
00:41:52,012 --> 00:41:54,890
ไม่มีอย่างอื่น ไม่มีดาวเคราะห์ไม่มีโลก ไม่มีอะไรเลย

634
00:41:55,474 --> 00:41:57,059
และมี...

635
00:41:57,142 --> 00:42:00,896
ที่เรียกกันว่าละอองฝนไฟ

636
00:42:00,979 --> 00:42:04,233
ที่... กลั่นตัวมาจากเนบิวลา

637
00:42:04,316 --> 00:42:06,443
จากเมฆก๊าซและฝุ่น

638
00:42:06,527 --> 00:42:09,530
คงเป็นเพราะกระบวนการกระแทก

639
00:42:09,613 --> 00:42:12,491
ที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของระบบสุริยะด้วย

640
00:42:12,574 --> 00:42:15,702
เราไม่แน่ใจว่าแรงกระแทกนี้มาจากไหน

641
00:42:15,786 --> 00:42:18,205
แต่เราคิดว่ามันคือกระบวนการที่เกิดขึ้น

642
00:42:18,288 --> 00:42:20,958
ในระบบสุริยะอื่นๆที่กำลังก่อตัวในขณะนี้

643
00:42:21,583 --> 00:42:23,460
จะเจอธาตุอะไรได้บ้างในนี้

644
00:42:23,544 --> 00:42:25,963
ที่เห็นอยู่นี้

645
00:42:26,046 --> 00:42:29,591
ที่เป็นเหมือนกระจกสีที่คุณเห็นนี้

646
00:42:29,675 --> 00:42:32,052
คือแร่โอลิวีน

647
00:42:32,636 --> 00:42:36,932
และนี่...ถ้าฉันหมุนมันแบบนี้...

648
00:42:37,015 --> 00:42:40,561
เมื่อคุณส่องแสงผ่านเข้าไปในแร่ธาตุพวกนี้

649
00:42:40,644 --> 00:42:43,397
แสงก็จะ...ถูกบังคับให้ไปทางเดียวกัน

650
00:42:43,480 --> 00:42:45,148
และตัวแร่ธาตุเอง

651
00:42:45,232 --> 00:42:48,235
ก็จะดับแสงในบางทิศ

652
00:42:48,318 --> 00:42:53,115
คุณก็เลยจะเห็นสว่างบ้างมืดบ้าง

653
00:42:53,740 --> 00:42:56,994
มัน... มันสวยมากเหมือนกับหน้าต่างที่มีกระจกสีเลย

654
00:42:57,077 --> 00:43:00,247
- ฉันว่ามัน... ใช่- สวยมาก

655
00:43:00,330 --> 00:43:02,833
นี่คือตัวอย่าง

656
00:43:02,916 --> 00:43:08,547
แผ่นบางๆ ของชิ้นตัวอย่างจากดาวอังคารที่ฉันได้ดูครั้งแรก

657
00:43:08,630 --> 00:43:11,967
เมื่อเริ่มงานวิจัยอุกกาบาตใหม่ๆ

658
00:43:12,050 --> 00:43:15,679
ฉันติดใจมาก

659
00:43:15,762 --> 00:43:18,682
เพราะมันดูคุ้นเคยแต่จริงๆ แล้วมาจากโลกอื่น

660
00:43:19,474 --> 00:43:23,687
เรารู้ว่าหินนี้มาจากดาวอังคารเพราะก๊าซที่ติดอยู่ข้างใน

661
00:43:23,770 --> 00:43:27,399
ที่มีองค์ประกอบเดียวกับชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร

662
00:43:27,482 --> 00:43:30,277
ถ้าเอาหินก้อนนี้มาทำให้ร้อน

663
00:43:30,360 --> 00:43:34,448
ก๊าซจะระเหยออกมาแล้วคุณก็จะวัดองค์ประกอบของก๊าซได้

664
00:43:34,531 --> 00:43:36,992
และมันจะเป็นองค์ประกอบเดียวกัน

665
00:43:37,534 --> 00:43:40,621
กับที่เราวัดได้จากยานอวกาศที่ดาวอังคาร

666
00:43:40,704 --> 00:43:43,081
- เหลือเชื่อจริงๆ- ใช่ เหลือเชื่อมากค่ะ

667
00:44:06,688 --> 00:44:10,108
คาร์ล เซแกนใช่ไหมที่ว่ามนุษย์ประกอบขึ้นมาจากละอองดาว

668
00:44:10,192 --> 00:44:11,860
เราทุกคนคือละอองดาวแน่นอน

669
00:44:11,944 --> 00:44:16,031
ทุกส่วนของร่างกายของเรา

670
00:44:16,114 --> 00:44:20,744
ถูกสังเคราะห์ที่ดาวดวงอื่นก่อนที่จะมาที่นี่

671
00:44:20,827 --> 00:44:22,704
ใช่แล้ว เราทุกคนคือละอองดาว

672
00:44:23,872 --> 00:44:26,124
- ในตอนท้าย- ความคิดที่ยอดเยี่ยมมาก

673
00:44:26,208 --> 00:44:27,042
จริงค่ะ

674
00:44:27,125 --> 00:44:31,088
นี่เป็นเพียงครั้งเดียวตลอดการถ่ายทำหนังเรื่องนี้

675
00:44:31,171 --> 00:44:33,423
ที่ผมอดใจไม่ได้

676
00:44:33,507 --> 00:44:36,468
ผมต้องพูดแทรกขึ้นมาจากหลังกล้อง

677
00:44:37,010 --> 00:44:40,222
ผมไม่ใช่ละอองดาว ผมเป็นคนบาวาเรีย

678
00:44:44,685 --> 00:44:47,187
ทำด้วยของวิเศษเลย

679
00:44:47,813 --> 00:44:49,857
ใช่แล้วค่ะ

680
00:44:58,782 --> 00:45:00,367
การเดินทางของเรา

681
00:45:00,450 --> 00:45:03,161
พาเราไปทุกที่ที่มีลูกไฟใหญ่ตกลงมาบนโลก

682
00:45:03,245 --> 00:45:04,580
(หลุมอุกกาบาตแรมการ์รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย)

683
00:45:05,372 --> 00:45:09,293
เราอยากรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกมาที่นี่ไหม

684
00:45:10,252 --> 00:45:16,425
หลุมอุกกาบาตแรมการ์ขนาดสี่ กม.ที่ราชสถานทางตอนเหนือของอินเดีย

685
00:45:17,259 --> 00:45:20,262
มองเห็นได้ทันทีจากอวกาศ

686
00:45:20,345 --> 00:45:24,850
แต่ถ้าอยู่ที่พื้นจะแทบจะไม่รู้เลยว่าอยู่ในหลุมอุกกาบาต

687
00:45:25,392 --> 00:45:30,230
แต่ก็มีวัดฮินดูมาสร้างอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่สิบ

688
00:45:32,482 --> 00:45:36,403
เราอยากรู้ว่าอินทรีย์วัตถุในอุกกาบาต

689
00:45:36,486 --> 00:45:41,033
สามารถเป็นส่วนผสมของสิ่งมีชีวิตบนโลกของเราได้หรือไม่

690
00:45:42,367 --> 00:45:46,788
เรามาถามผู้เชี่ยวชาญศาสตราจารย์นิต้า ซาไฮ

691
00:45:46,872 --> 00:45:51,001
ผู้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงจากเคมีสู่ชีววิทยา

692
00:45:52,127 --> 00:45:56,173
เราอยู่ใน...ในหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่มาก

693
00:45:56,256 --> 00:45:58,175
ที่เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาต

694
00:45:58,258 --> 00:46:00,802
เราไม่รู้ว่ามันเป็นอุกกาบาตที่มีคาร์บอเนตหรือเปล่า

695
00:46:00,886 --> 00:46:03,722
แต่เรารู้ว่อุกกาบาตที่มีคาร์บอเนต

696
00:46:03,805 --> 00:46:06,308
มีโมเลกุลอินทรีย์หลายอย่าง

697
00:46:06,391 --> 00:46:10,562
มีอุกกาบาตแบบไหนบ้างที่อาจมีสิ่งมีชีวิต

698
00:46:10,646 --> 00:46:13,941
อันที่จริงเราพบสิ่งมีชีวิตบนอุกกาบาตทุกลูก

699
00:46:14,024 --> 00:46:15,442
(นิต้า ซาไฮนักธรณีเคมีศาสตร์)

700
00:46:15,526 --> 00:46:17,069
กรดอะมิโนที่ประกอบเป็นโปรตีน

701
00:46:17,152 --> 00:46:20,072
โมเลกุลของไขมันที่ประกอบเป็นเยื่อหุ้มเซลล์

702
00:46:20,155 --> 00:46:23,075
แม้กระทั่งไรโบสซึ่งก็คือน้ำตาล

703
00:46:23,158 --> 00:46:25,577
ผมว่ามันน่าทึ่งจริงๆ

704
00:46:25,661 --> 00:46:30,332
ที่คุณเจอน้ำตาลที่ประกอบเป็นโปรตีนอยู่ในอุกกาบาต

705
00:46:30,415 --> 00:46:31,250
ใช่ค่ะ

706
00:46:31,333 --> 00:46:35,170
มันเกิดจากทางธรณีวิทยาเช่นเดียวกับแร่ธาตุหรือ...

707
00:46:35,754 --> 00:46:39,341
มันไม่เหมือนแร่ธาตุเพราะมันคือโมเลกุลอินทรีย์

708
00:46:39,424 --> 00:46:40,759
และแร่ธาตุเป็นอนินทรีย์

709
00:46:40,843 --> 00:46:42,970
แต่เราคาดว่ามันเกิดขึ้น

710
00:46:43,053 --> 00:46:46,974
จากปฏิสัมพันธ์ของโมเลกุลอินทรีย์และพื้นผิวแร่

711
00:46:47,057 --> 00:46:50,727
อย่างเช่นบนเม็ดฝุ่นระหว่างดวงดาว

712
00:46:50,811 --> 00:46:53,772
และบนพื้นผิวของอุกกาบาตเอง

713
00:46:54,356 --> 00:46:56,650
ผมว่ามันยังอีกไกล

714
00:46:56,733 --> 00:47:00,445
กว่าที่เราจะใช้ส่วนประกอบเหล่านี้มาสร้างชีวิต

715
00:47:00,529 --> 00:47:02,322
- ใช่ค่ะ- เราต้องใช้อะไรบ้างครับ

716
00:47:02,406 --> 00:47:04,992
ผมว่าคงต้องใช้เบ้าหลอมบางอย่างเพื่อใส่พวกนี้ลงไป

717
00:47:05,075 --> 00:47:06,785
และความร้อนใช่ไหมครับ

718
00:47:06,869 --> 00:47:10,205
ใช่ค่ะ คุณต้องเอาส่วนประกอบพื้นฐานพวกนี้

719
00:47:10,289 --> 00:47:12,541
มาต่อให้เป็นลูกโซ่ที่ยาวขึ้น

720
00:47:12,624 --> 00:47:17,546
เพราะโซ่ที่ยาวขึ้นจะพับได้และสามารถใช้การได้

721
00:47:17,629 --> 00:47:19,631
คุณคิดอย่างไรกับทฤษฎีแพนสเปอร์เมีย

722
00:47:19,715 --> 00:47:23,302
ที่ว่าสิ่งมีชีวิตกระจัดกระจายอยู่รอบจักรวาล

723
00:47:23,385 --> 00:47:26,054
มันเป็นไปได้ไหมที่สิ่งมีชีวิต

724
00:47:26,138 --> 00:47:29,975
จะอยู่รอดในอุณหภูมิที่รุนแรงและการแผ่รังสีนอกโลก

725
00:47:30,517 --> 00:47:33,353
เราพบว่าดีเอ็นเอค่อนข้างแข็งแกร่ง

726
00:47:33,437 --> 00:47:37,524
และสามารถอยู่รอดในอวกาศ

727
00:47:37,983 --> 00:47:42,696
แม้แต่สิ่งมีชีวิตก็จะอยู่รอดในแบบสปอร์

728
00:47:42,779 --> 00:47:46,450
เพราะตอนที่เราขุดลึกลงไปในพื้นผิวโลก

729
00:47:46,533 --> 00:47:50,120
หลายกิโลเมตร

730
00:47:50,204 --> 00:47:54,791
เราเจอแบคทีเรียที่คาดว่าน่าจะมีชีวิตอยู่มาหลายล้านปีแล้ว

731
00:47:54,875 --> 00:47:59,505
และอยู่รอดมาได้โดยการระงับการเคลื่อนไหว

732
00:47:59,588 --> 00:48:02,841
คุณทราบไหมครับว่าทำไมนักบวชถึงมาสร้างวัดที่นี่

733
00:48:02,925 --> 00:48:05,302
วัดนี้บูชาพระอิศวรเสียด้วย

734
00:48:05,385 --> 00:48:09,765
บังเอิญมากไปไหมที่มาสร้างอยู่บนพื้นหลุมอุกกาบาต

735
00:48:09,848 --> 00:48:14,394
มันน่าสนใจมากที่วัดนี้บูชาพระอิศวรและพระแม่ปารวตี

736
00:48:14,478 --> 00:48:19,900
นี่เป็นวัดแบบทันทริกซึ่งแสดงถึงการสร้าง

737
00:48:19,983 --> 00:48:22,110
และพระอิศวรก็เป็นเทพผู้ทรงทำลายด้วย

738
00:48:22,569 --> 00:48:25,072
ในตำนานเทพเจ้าฮินดูมีความเชื่อเกี่ยวกับ

739
00:48:25,155 --> 00:48:28,784
วัฏจักรของการสร้างและการทำลายล้างจักรวาล

740
00:48:28,867 --> 00:48:32,704
และในหลุมที่เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตนี้

741
00:48:32,788 --> 00:48:36,124
ที่แรงกระแทกสามารถกวาดล้างชีวิตได้

742
00:48:36,208 --> 00:48:38,794
กลับส่งโมเลกุลอินทรีย์

743
00:48:38,877 --> 00:48:41,129
ที่สามารถสร้างชีวิตมาด้วยตั้งแต่แรก

744
00:48:45,592 --> 00:48:50,180
ฤษีที่อยู่แถวๆ นี้ก็บอกอย่างเดียวกัน

745
00:48:51,014 --> 00:48:56,645
หากมนุษยชาติและทุกชีวิตสูญพันธุ์เพราะสงครามหรืออุกกาบาต

746
00:48:56,728 --> 00:49:01,108
ชีวิตจะเริ่มใหม่ ณ ที่แห่งนี้ที่ทะเลสาบหลุมอุกกาบาตแห่งนี้

747
00:49:10,450 --> 00:49:14,663
เราต้องไปที่ที่ลูกไฟยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดตกลงมา

748
00:49:15,622 --> 00:49:19,084
เป็นที่ที่ไม่มีใครอ่านชื่อออก

749
00:49:19,168 --> 00:49:21,795
ที่ชายฝั่งของคาบสมุทรยูกาตันในประเทศเม็กซิโก

750
00:49:21,879 --> 00:49:24,798
(ท่าเรือชิคชูลูป ประเทศเม็กซิโก)

751
00:49:24,882 --> 00:49:30,804
นี่คือที่ที่โลกประสบกับความเสียหายจนไม่อาจจินตนาการได้

752
00:49:31,597 --> 00:49:34,850
สิ่งที่ตกลงจากนอกโลกมาที่นี่

753
00:49:34,933 --> 00:49:40,105
มีความรุนแรงหลายร้อยล้าน...หรือหลายพันล้านเท่า...

754
00:49:40,189 --> 00:49:43,066
ของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา

755
00:49:44,610 --> 00:49:47,571
ไม่มีอะไรที่นี่ที่ทำให้เรานึกถึงมัน

756
00:49:48,113 --> 00:49:51,992
ทุกอย่างมีแต่ความน่าเบื่อ

757
00:49:54,203 --> 00:50:00,292
ชิคชูลูปเป็นรีสอร์ตริมชายหาดที่จะทำให้คุณอยากร้องไห้

758
00:51:12,489 --> 00:51:15,826
สุนัขที่นี่ก็เหมือนสุนัขที่อื่นๆ

759
00:51:15,909 --> 00:51:19,121
พวกมันโง่เกินกว่าจะเข้าใจ

760
00:51:19,204 --> 00:51:22,708
ว่าสามในสี่ของสายพันธุ์ทั้งหมดถูกทำลาย

761
00:51:22,791 --> 00:51:25,627
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่

762
00:51:31,550 --> 00:51:35,304
ไดโนเสาร์มีชีวิตรอดอยู่ในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเท่านั้น

763
00:51:38,265 --> 00:51:42,477
ตาของมันสร้างโดยมนุษย์ไม่รับรู้เรื่องใดๆ

764
00:51:44,062 --> 00:51:46,690
รอยเท้าเท่านั้นที่เป็นของจริง

765
00:51:46,773 --> 00:51:50,527
แต่มันแสดงให้เห็นว่าพวกมันซุ่มเดินช้าๆ ไม่ได้วิ่งหนี

766
00:51:51,612 --> 00:51:54,781
พวกมันไม่รู้ถึงความตายอย่างกะทันหันของทุกสรรพสิ่งเลย

767
00:52:13,550 --> 00:52:15,928
ที่ที่ปราศจากพระผู้เป็นเจ้าแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง

768
00:52:16,011 --> 00:52:19,681
ของความหายนะทางธรณีวิทยาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก

769
00:52:20,182 --> 00:52:24,436
มันเปลี่ยนวิถีชีวิตบนโลกใบนี้อย่างไม่อาจย้อนกลับได้

770
00:52:24,520 --> 00:52:26,605
เมื่อประมาณ 66 ล้านปีก่อน

771
00:52:26,688 --> 00:52:29,066
ดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสิบ กม.

772
00:52:29,149 --> 00:52:34,029
พุ่งเข้าหาโลกด้วยความเร็ว 20 กม.ต่อวินาที

773
00:52:34,905 --> 00:52:37,574
ความรุนแรงอย่างมหาศาลของการพุ่งชน

774
00:52:37,658 --> 00:52:41,495
ทำให้เกิดหลุมลึก 30 กิโลเมตร

775
00:52:42,246 --> 00:52:44,373
หลุมอุกกาบาตที่เกิดขึ้น...

776
00:52:44,456 --> 00:52:49,670
ยื่นลงไปในทะเล 100 กม.และเข้าไปบนบก 100 กม.

777
00:52:50,212 --> 00:52:54,508
และอุณหภูมิที่ก่อตัวขึ้นที่พื้นผิวสืบเนื่องมาจากการพุ่งชน

778
00:52:54,591 --> 00:52:59,805
ทำให้พื้นผิวละลายและระเหยเป็นไอและตัวอุกกาบาตเองก็สูญไป

779
00:53:00,597 --> 00:53:03,308
เกิดแผ่นดินไหวระดับ 11

780
00:53:03,392 --> 00:53:07,938
มันแรงกว่าแผ่นดินไหวใดๆในประวัติศาสตร์เป็นร้อยเท่า

781
00:53:08,021 --> 00:53:10,691
เมกะสึนามิ คลื่นสูงร้อยเมตร

782
00:53:10,774 --> 00:53:14,152
ทำลายชายฝั่งทะเลอันห่างไกล

783
00:53:14,236 --> 00:53:19,658
และละอองฝุ่นที่ละลายเป็นหยดและก๊าซจำนวนมาก

784
00:53:19,741 --> 00:53:21,285
ทะยานสู่ชั้นบรรยากาศ

785
00:53:21,368 --> 00:53:25,998
บางอย่างถึงความเร็วหลุดพ้นและหลุดออกไปในอวกาศ

786
00:53:26,665 --> 00:53:31,044
หยดหลอมเหลวพวกนี้โปรยปรายลงมาในพื้นที่ร่วม 3,000 กิโลเมตร

787
00:53:31,128 --> 00:53:34,214
ทำให้เกิดทะเลเพลิงไปทั่วพื้นดิน

788
00:53:34,298 --> 00:53:36,717
ผมชอบที่หนังพรรณนาให้เห็นภาพ

789
00:53:36,800 --> 00:53:37,926
(มหาวิบัติ วันสิ้นพิภพล้านปี)

790
00:53:38,010 --> 00:53:40,012
800 กม.จากจุดที่ถูกพุ่งชน

791
00:53:40,095 --> 00:53:41,805
แสงจ้ามาก

792
00:53:41,889 --> 00:53:45,142
จนดูเหมือนจะมองทะลุเนื้อหนังของอลาโมซอรัสได้...

793
00:53:47,811 --> 00:53:50,981
และฝังภาพเงาของพวกมันลงบนพื้น

794
00:53:54,568 --> 00:53:57,154
แสงที่แผดจ้าทำให้พวกมันแสบตา

795
00:53:57,237 --> 00:53:59,740
และมองไม่เห็นว่าอะไรกำลังพุ่งเข้าใส่พวกมัน

796
00:54:00,741 --> 00:54:02,117
แต่พวกมันก็รู้สึกได้

797
00:54:04,703 --> 00:54:06,622
พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรอดมาได้

798
00:54:06,705 --> 00:54:10,125
และพวกมันใช้ระบบนิเวศวิทยาใหม่ให้เป็นประโยชน์

799
00:54:11,376 --> 00:54:14,796
มนุษย์พันธุ์โฮโมเซเปียนส์อย่างเราคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่

800
00:54:14,880 --> 00:54:17,382
ถ้าการพุ่งชนครั้งมโหฬารนี้ไม่ได้เกิดขึ้น

801
00:54:18,967 --> 00:54:23,889
ไม่มีใครรู้เรื่องหลุมอุกกาบาตนี้จนเมื่อปี 1970

802
00:54:24,431 --> 00:54:30,896
แรงโน้มถ่วงและข้อมูลหลุมเจาะแสดงให้เห็นโครงสร้างและขนาดของมัน

803
00:54:30,979 --> 00:54:31,980
(ท่าเรือชิคชูลูปเมืองเมริด้า)

804
00:54:32,064 --> 00:54:33,941
สิ่งที่มองเห็นได้บนพื้นผิวเพียงอย่างเดียว

805
00:54:34,024 --> 00:54:38,654
ก็คือบ่อน้ำที่เรียกว่าเซโนเต้ที่เรียงตัวกันป็นวงอย่างน่าประหลาด

806
00:54:39,363 --> 00:54:42,449
มันเป็นผลกระทบทางธรณีวิทยาจากการพุ่งชน

807
00:54:43,617 --> 00:54:47,454
เพราะไม่มีแม่น้ำและทะเลสาบในคาบสมุทรยูกาตัน

808
00:54:47,955 --> 00:54:51,208
บ่อน้ำเหล่านี้จึงเป็นที่สนใจของชาวมายาโบราณ

809
00:54:52,543 --> 00:54:55,170
หากไม่มีบ่อเซโนเต้นี้แล้ว

810
00:54:55,254 --> 00:54:58,924
ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของชิเชนอิตซาคงไม่ได้เกิดขึ้น

811
00:54:59,007 --> 00:55:00,425
(พีระมิดของเทพคูคุลคานชิเชนอิตซา)

812
00:55:02,010 --> 00:55:05,639
พวกเขาพัฒนาวัฒนธรรมชั้นสูงด้วยระบบการเขียน

813
00:55:05,722 --> 00:55:10,686
ดาราศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของพีระมิดและวิหาร

814
00:55:20,404 --> 00:55:24,783
พวกเขายังสร้างหอดูดาวก่อนที่จะมีกล้องโทรทรรศน์ด้วย

815
00:55:25,284 --> 00:55:28,287
พวกเขาติดตามตำแหน่งของวัตถุบนท้องฟ้า

816
00:55:29,746 --> 00:55:35,419
ปฏิทินของพวกเขาแม่นยำกว่าอื่นใดในประวัติศาสตร์ช่วงเวลานี้

817
00:55:37,588 --> 00:55:42,176
ชาวมายาสนใจในเรื่องความตายและชีวิตหลังความตายมาก

818
00:55:43,093 --> 00:55:48,140
พวกเขาเชื่อว่ามีโลกบาดาลเก้าแห่งและสวรรค์ 13 แห่ง

819
00:55:53,854 --> 00:55:56,648
เพราะต้องการที่จะเห็นโลกบาดาล

820
00:55:56,732 --> 00:56:00,110
พวกเขาจึงลงไปในบ่อเซโนเต้แถวนี้

821
00:56:06,366 --> 00:56:07,951
(ฟาติมา เท็ค โพลนักโบราณคดีทางด้านถ้ำ)

822
00:56:08,035 --> 00:56:11,038
ฟาติมา เท็ค โพลผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ้ำและนักโบราณคดี

823
00:56:11,121 --> 00:56:14,374
พาเราไปหนึ่งในที่พำนักของเทพเจ้าแห่งฝน

824
00:56:17,503 --> 00:56:21,089
บ่อเซโนเต้นี้แทบไม่มีใครรู้จักจนเมื่อไม่นานมานี้

825
00:56:21,173 --> 00:56:24,801
ฟาติมา คุณช่วยบอกทีว่ามีความเกี่ยวพันอะไรระหว่างบ่อเซโนเต้

826
00:56:24,885 --> 00:56:28,472
ถ้ำนี้และพิธีกรรมและความเชื่อของชาวมายา

827
00:56:29,556 --> 00:56:32,309
ที่นี่น่าสนใจเพราะเราจะเห็นได้ว่า

828
00:56:32,392 --> 00:56:36,021
ทั้งน้ำและถ้ำรวมกันอย่างไร

829
00:56:36,605 --> 00:56:39,024
และชาวมายาใช้สถานที่พวกนี้ทำพิธีกรรมอย่างไร

830
00:56:39,566 --> 00:56:45,656
คุณจะเห็นกำแพงที่ชวนให้คิดว่าชาวมายาเคยมาแสวงบุญที่นี่

831
00:56:45,739 --> 00:56:47,783
และเคยเดินผ่านกำแพงพวกนี้

832
00:56:47,866 --> 00:56:50,077
- เราเข้าไปได้ไหมครับ- ได้ค่ะ ไปกันเลย

833
00:56:58,585 --> 00:57:01,004
เพราะถ้ำพวกนี้เหมือนปากทางโลกบาดาล

834
00:57:01,588 --> 00:57:06,510
เราจะได้เห็นว่าพวกเขาเอารูปแบบธรรมชาติของถ้ำมาใช้

835
00:57:06,593 --> 00:57:09,596
เพื่อทำพิธีกรรมฝากซากศพมนุษย์

836
00:57:09,680 --> 00:57:13,809
ที่อาจเป็นบรรพบุรุษของครอบครัวชาวมายาครอบครัวหนึ่งอย่างไร

837
00:57:13,892 --> 00:57:17,396
- พวกเขามาจากยุคไหน- น่าจะยุคก่อนคลาสสิกค่ะ

838
00:57:19,648 --> 00:57:22,734
เราจะเห็นประตูใหญ่นี้ด้วย

839
00:57:22,818 --> 00:57:24,987
มันจะพาเราลึกลงไปในโลกบาดาล

840
00:57:26,113 --> 00:57:29,283
ตรงนี้มีอะไรที่น่าสนใจ...

841
00:57:35,205 --> 00:57:37,040
กระดูกนิ้วมือคน

842
00:57:38,083 --> 00:57:42,087
วางไว้ที่กำแพงส่วนนี้

843
00:57:42,171 --> 00:57:47,050
ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นขี้เถ้าที่น่าจะเป็นการรักษาศพอย่างหนึ่ง

844
00:57:47,676 --> 00:57:50,679
ก่อนที่จะเอามาใส่ไว้ในกำแพง

845
00:57:50,762 --> 00:57:53,682
ปลอดภัยหรือเปล่าที่มนุษย์จะเข้าไปในโลกบาดาล

846
00:57:53,765 --> 00:57:55,058
ในพื้นที่ของพระเจ้า

847
00:57:55,142 --> 00:57:56,894
แน่นอนอยู่แล้ว

848
00:58:14,203 --> 00:58:18,040
เรากำหนดการเดินทางให้ตรงกับวันแห่งผู้ล่วงลับของเม็กซิโก

849
00:58:18,790 --> 00:58:21,502
สำหรับชาวมายาแล้วความตายเป็นความหมกมุ่น

850
00:58:22,461 --> 00:58:26,507
มีลายสลักที่ยาวไม่มีที่สิ้นสุดเป็นรูปกะโหลกเพียงอย่างเดียว

851
00:58:39,853 --> 00:58:42,481
เมืองเมริด้า ใจกลางสุสาน

852
00:58:43,023 --> 00:58:46,652
ทุกอย่างนี้อยู่ในเขตของหลุมอุกกาบาตชิคชูลูป

853
00:58:49,404 --> 00:58:52,950
คนตายลุกขึ้นจากหลุมไปร่วมวงกับคนเป็น

854
01:01:08,836 --> 01:01:14,883
(สวนในปราสาทกันดอลโฟที่พักฤดูร้อนของพระสันตะปาปา)

855
01:01:23,934 --> 01:01:25,811
เราอยู่ในสวนที่เงียบสงบ

856
01:01:25,894 --> 01:01:29,731
ในที่พักฤดูร้อนของพระสันตะปาปาปราสาทกันดอลโฟ

857
01:01:30,148 --> 01:01:33,861
แต่งานวิทยาศาสตร์ที่จริงจังก็กำลังทำกันอยู่ที่นี่

858
01:01:35,112 --> 01:01:41,368
ที่นี่มีหอดูดาวที่มีชื่อเสียงเรื่องแผนที่ภาพถ่ายท้องฟ้า

859
01:01:42,786 --> 01:01:48,292
ใกล้ๆ กันมีทะเลสาบอัลบาโนมีปากปล่องภูเขาไฟที่น่าเกรงขาม

860
01:01:51,128 --> 01:01:55,424
ผู้อำนวยการเป็นนักบวชนิกายเยสุอิตคือบาทหลวงกาย คอนโซลมัญโญ่

861
01:01:55,507 --> 01:01:57,676
(บาทหลวงกาย คอนโซลมัญโญ่นักวิทยาศาสตร์ด้านดาวเคราะห์)

862
01:01:57,759 --> 01:02:00,971
เขาเป็นหนึ่งในนักวิชาการชั้นแนวหน้าในเรื่องอุกกาบาต

863
01:02:01,972 --> 01:02:05,267
บาทหลวงกายครับที่ใจกลางของหอดูดาววาติกัน

864
01:02:05,350 --> 01:02:07,352
มีคอลเล็กชันชั้นยอดของอุกกาบาต

865
01:02:07,436 --> 01:02:09,188
คอลเล็กชันที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เสียด้วย

866
01:02:09,271 --> 01:02:10,439
ผมก็คิดเช่นนั้น

867
01:02:10,522 --> 01:02:13,567
ผมทำงานกับพวกมันมาเกือบ 30 ปี

868
01:02:13,650 --> 01:02:15,569
นี่เป็นเหตุผลที่คุณมาที่นี่หรือครับ

869
01:02:15,652 --> 01:02:17,613
ผมไม่ได้เลือกมาที่นี่นะ

870
01:02:17,696 --> 01:02:20,282
ผมมาตามศีลบนแห่งความนบนอบ

871
01:02:20,365 --> 01:02:23,202
ผมเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์จากนั้นก็เข้าสู่คณะเยสุอิต

872
01:02:23,285 --> 01:02:26,955
ตอนแรกคิดว่าจะได้สอนเช่นในมหาวิทยาลัยอย่างจอร์จทาวน์

873
01:02:27,039 --> 01:02:30,751
แต่ผู้ปกครองคณะก็ส่งผมมาที่กรุงโรม

874
01:02:30,834 --> 01:02:34,087
มากินอาหารไม่อร่อยและดูวิวแย่ๆ

875
01:02:34,171 --> 01:02:37,424
และก็มีคอลเล็กชันของอุกกาบาตนับพัน

876
01:02:37,508 --> 01:02:39,968
พวกเขาไม่รู้มาก่อนว่ามีอุกกาบาตที่นี่

877
01:02:40,052 --> 01:02:43,138
พวกเขาไม่รู้ว่าผมเชี่ยวชาญเรื่องอุกกาบาต

878
01:02:43,222 --> 01:02:46,099
มันเป็นความบังเอิญของพระเจ้า

879
01:02:46,183 --> 01:02:48,644
มันน่าทึ่งมากที่เรามีอุกกาบาต

880
01:02:48,727 --> 01:02:53,023
ที่เรามีชิ้นส่วนของอะไรจากนอกโลกที่มาเยี่ยมเยียนเราที่โลก

881
01:02:53,106 --> 01:02:55,400
และเราก็บอกได้ว่ามันไม่ได้มาจากโลกนี้

882
01:02:55,484 --> 01:02:58,403
ว่ามันเกิดจากอะไรบางอย่างที่ต่างกันทางเคมีโดยสิ้นเชิง

883
01:02:58,487 --> 01:03:01,073
และมันเกิดขึ้นเมื่อ 4.5 พันล้านปีที่แล้ว

884
01:03:01,156 --> 01:03:04,243
ว่าการที่เราสามารถเข้าใจมันได้

885
01:03:04,326 --> 01:03:05,994
ก็เป็นปาฏิหาริย์แล้ว

886
01:03:06,703 --> 01:03:11,166
คุณคิดว่ามันเป็นไปได้ไหมที่จะมีสิ่งมีชีวิตที่อื่นในจักรวาล

887
01:03:11,250 --> 01:03:14,253
และชีวิตบนโลกใบนี้อาจจะเริ่มมาจากที่อื่น

888
01:03:14,336 --> 01:03:17,381
มันเป็นไปได้ครับ แต่ผมก็ไม่รู้ผมไม่มีข้อมูล

889
01:03:17,464 --> 01:03:19,675
บางทีมีคนถามผม

890
01:03:19,758 --> 01:03:22,219
ว่าผมเชื่อไหมว่ามีสิ่งมีชีวิตที่อื่นในจักรวาล

891
01:03:22,302 --> 01:03:24,429
ผมว่าเป็นการถามที่ถูกต้อง

892
01:03:24,513 --> 01:03:27,850
มันเป็นเรื่องของความเชื่อผมไม่มีข้อมูล

893
01:03:28,559 --> 01:03:30,644
แต่ถ้าคุณมาหาผมอย่างนักวิทยาศาสตร์

894
01:03:30,727 --> 01:03:32,771
มาบอกผมว่าคุณอยากจะค้นหาชีวิต

895
01:03:32,855 --> 01:03:35,148
และบอกว่าคุณมีโครงการที่ดีผมจะบอกว่า "เอาเลย"

896
01:03:35,232 --> 01:03:37,150
ในทางกลับกันถ้าคุณบอกว่าคุณอยากศึกษา

897
01:03:37,234 --> 01:03:39,820
มนุษย์ต่างดาวตัวเขียวที่ออกมาจากยูเอฟโอ

898
01:03:39,903 --> 01:03:42,322
ผมไม่แน่ใจว่าผมจะสนับสนุนคุณ

899
01:03:42,406 --> 01:03:47,035
ถ้ามนุษย์ต่างดาวตัวเขียวมาที่โลกคุณจะรับเขาเข้าเป็นชาวคริสต์ไหม

900
01:03:47,452 --> 01:03:48,745
ถ้าเขาขอนะครับ

901
01:03:50,831 --> 01:03:54,835
บาทหลวงกายเชิญเราไปดูกล้องโทรทรรศน์ในประวัติศาสตร์

902
01:03:54,918 --> 01:03:57,588
ได้รับหน้าที่ถ่ายภาพท้องฟ้าทั้งหมด

903
01:03:57,671 --> 01:03:59,298
และทำแผนที่ภาพถ่าย

904
01:03:59,798 --> 01:04:02,801
ทำไมในตลอดประวัติศาสตร์และทั่วทุกมุมโลก

905
01:04:02,885 --> 01:04:06,597
คนถึงคิดว่าสวรรค์อยู่ข้างบน

906
01:04:07,973 --> 01:04:09,641
ผมก็ไม่รู้ แต่มันเป็นความจริง

907
01:04:09,725 --> 01:04:11,518
มีหลายภาษาเลย

908
01:04:11,602 --> 01:04:14,605
ที่คำว่า "ท้องฟ้า" กับ "สวรรค์"เป็นคำๆ เดียวกัน

909
01:04:15,939 --> 01:04:17,149
ผมคิดออกแค่นี้...

910
01:04:17,232 --> 01:04:20,611
บางทีผู้เชี่ยวชาญสักคนอาจจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้...

911
01:04:20,694 --> 01:04:24,364
ที่ผมคิดออกก็คือ การมองดวงดาว

912
01:04:24,448 --> 01:04:29,745
ทำให้คุณรู้สึกเหมือนออกมานอกตัวเอง

913
01:04:29,828 --> 01:04:32,623
ทำให้พร้อมที่จะพบพระเจ้า

914
01:04:33,790 --> 01:04:35,918
เวลาคุณเห็นดาวตก

915
01:04:36,001 --> 01:04:40,088
คุณว่ามันน่าสนในใจเชิงวิทยาศาสตร์หรือคุณอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

916
01:04:40,172 --> 01:04:42,299
ทั้งสองอย่างครับ

917
01:04:43,634 --> 01:04:48,055
เอาเข้าจริงเพราะผมรู้จักวิทยาศาสตร์ผมก็เลยยิ่งทึ่ง

918
01:04:48,805 --> 01:04:51,558
การที่จะพูดว่า "แสงนั่นสวยจัง"

919
01:04:51,642 --> 01:04:52,935
มันไม่เหมือนกับการพูดว่า

920
01:04:53,018 --> 01:04:55,562
"ผมรู้ว่าแสงนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง

921
01:04:55,646 --> 01:04:57,773
ผมรู้ว่าทำไมมันถึงสีนั้น

922
01:04:57,856 --> 01:05:00,817
ผมรู้ว่าผมจะเรียนรู้จากมันได้

923
01:05:00,901 --> 01:05:03,612
ผมหวังว่าจะมีกล้องถ่ายรูปมันไว้ได้เพื่อที่ผมจะได้ตรวจวัดมัน

924
01:05:03,695 --> 01:05:06,073
ไม่ใช่แค่พูดว่า 'สวยจังเลย'

925
01:05:06,156 --> 01:05:10,285
แต่พูดว่า 'มันกำลังบอกผมเรื่องฝุ่นจากดาวหาง'

926
01:05:10,369 --> 01:05:15,040
กลุ่มฝุ่นที่หลงเหลืออยู่หลังดาวหางที่โลกกำลังพุ่งเข้าหา

927
01:05:15,123 --> 01:05:17,709
ราวกับหิมะที่พุ่งลงมาใส่กระจกหน้ารถยนต์ของคุณ

928
01:05:17,793 --> 01:05:21,880
มันคือแสงที่มากระทบชั้นบรรยากาศของเรา"

929
01:05:22,840 --> 01:05:27,344
และสิ่งเหล่านั้นเพิ่มความสุขไม่ได้ทำให้ลดน้อยลงไป

930
01:05:27,427 --> 01:05:31,223
มันทำให้นึกถึงการไม่หยุดนิ่งของลำดับความรู้ต่างๆ

931
01:05:31,306 --> 01:05:35,352
เหตุผลและบทกวีจินตนาการและปัญญา

932
01:05:35,435 --> 01:05:39,523
สำหรับผมคุณต้องเรียบเรียงกระบวนการคิด

933
01:05:39,606 --> 01:05:43,902
เพื่อรับมือกับเรื่องใหญ่ๆอย่างเรื่องจักรวาล

934
01:05:43,986 --> 01:05:46,530
เช่นเดียวกับเพื่อเรื่องใกล้ตัวอย่างเรื่องจิตวิญญาณ

935
01:05:47,406 --> 01:05:50,742
คุณไม่สามารถทำอย่างหนึ่งและไม่ทำอีกอย่างหนึ่งได้

936
01:05:51,159 --> 01:05:52,911
คุณจะทำงานวิทยาศาสตร์ไม่ได้...

937
01:05:52,995 --> 01:05:55,080
คุณไม่อยากทำงานวิทยาศาสตร์

938
01:05:55,163 --> 01:06:00,002
ถ้าคุณไม่ทึ่งและไม่รู้สึกอัศจรรย์ใจ

939
01:06:00,752 --> 01:06:04,506
คุณไม่สามารถเชื่อในพระเจ้าผู้สร้าง

940
01:06:04,590 --> 01:06:07,301
ถ้าคุณไม่เคยสัมผัสกับการสร้าง

941
01:06:07,759 --> 01:06:09,970
ไม่อย่างนั้นเราจะเชื่อไปทำไม

942
01:06:11,138 --> 01:06:14,516
ผมทราบว่าคุณพูดไว้ในช่วงยุค 70ตอนเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

943
01:06:14,600 --> 01:06:16,268
ตอนที่เห็นดาวหางเวสต

944
01:06:16,351 --> 01:06:20,647
คุณว่า "น่าประทับใจมั้ยไม่เลย น่ากลัวมากกว่า"

945
01:06:20,731 --> 01:06:23,442
คุณบอกว่ามันทำให้คุณสั่นไปทั้งตัวทำไมครับ

946
01:06:24,651 --> 01:06:26,695
มีดาวหางอยู่บนฟ้า

947
01:06:26,778 --> 01:06:30,282
เหมือนกับรูปถ่ายดาวหางทุกรูปที่คุณเคยเห็น

948
01:06:30,365 --> 01:06:33,619
อะไรที่คุณเคยคิดว่ามีแต่ในรูป

949
01:06:33,702 --> 01:06:35,245
และไม่สมควรมีอยู่จริง

950
01:06:35,329 --> 01:06:37,289
มันใหญ่และน่ากลัว

951
01:06:37,372 --> 01:06:40,042
และมันไม่อยู่ที่นั่นเมื่อวานนี้คุณถามตัวเองว่า "มันเกิดอะไรขึ้นนะ"

952
01:06:41,001 --> 01:06:44,755
แล้วคุณก็เข้าใจว่าทำไมคนโบราณถึงเห็นดาวหาง

953
01:06:44,838 --> 01:06:50,135
เป็นลางบอกอะไรที่น่ากลัวและแตกต่างออกไปมากๆ

954
01:06:50,802 --> 01:06:55,349
คริสตจักรจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากกล้องโทรทรรศน์ขององค์การนาซา

955
01:06:55,432 --> 01:06:59,311
ตรวจพบวัตถุที่น่ากลัวกำลังพุ่งตรงมาที่โลก

956
01:06:59,937 --> 01:07:03,815
เอาจริงๆ เลยนะ เราก็จะสวดมนต์จะทำอะไรได้อีก

957
01:07:05,609 --> 01:07:08,028
(วันสิ้นโลก ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย)

958
01:07:08,111 --> 01:07:10,781
ผมอยากให้คุณดูหนังฉากนี้

959
01:07:10,864 --> 01:07:13,742
ที่ความกลัวทางกายและอัตถิภาวนิยม

960
01:07:13,825 --> 01:07:16,912
เป็นสิ่งที่ผู้ชมที่กำลังตัวสั่นคิดว่าน่าสนุก

961
01:07:17,371 --> 01:07:19,164
มันทำออกมาได้ดีมาก

962
01:07:54,116 --> 01:07:56,785
นอกจากบทสวดของบาทหลวงกายแล้ว

963
01:07:56,869 --> 01:07:59,913
ยังมีมาตรการเชิงปฏิบัติอยู่แล้ว

964
01:08:00,497 --> 01:08:02,457
เราอยู่ที่แพนสตาร์ส...

965
01:08:02,541 --> 01:08:04,418
(หอดูดาวแพนสตาร์สภูเขาไฟฮาเลอาคาลา รัฐฮาวาย)

966
01:08:04,501 --> 01:08:07,963
ย่อมาจาก Panoramic Survey Telescopeand Rapid Response System

967
01:08:08,046 --> 01:08:11,633
ตั้งอยู่ที่เกาะเมาอีในฮาวาย

968
01:08:11,717 --> 01:08:13,886
โอเค ปล่อยเบรกแล้วนะ

969
01:08:13,969 --> 01:08:15,554
(ดอนน่า โรห์เรอร์ช่างประจำกล้องโทรทรรศน์แพนสตาร์ส)

970
01:08:15,637 --> 01:08:17,639
ทุกคนยืนห่างเอาไว้นะฉันจะเอามันลงมา

971
01:08:17,723 --> 01:08:21,602
นี่คือกล้องโทรทรรศน์ในระหว่างการบำรุงรักษา

972
01:08:44,582 --> 01:08:46,417
งั้นก็เอาตามนั้น

973
01:08:46,502 --> 01:08:48,962
- ฉันจะลองดู- โอเค

974
01:08:49,046 --> 01:08:50,339
(ศูนย์ปฏิบัติการแพนสตาร์ส)

975
01:08:52,424 --> 01:08:54,676
ดร.โจแอนนา บัลเจอร์ได้รับความไว้วางใจ...

976
01:08:54,760 --> 01:08:56,470
(โจแอนนา บัลเจอร์สถาบันดาราศาสตร์ รัฐฮาวาย)

977
01:08:56,553 --> 01:08:58,596
ให้ดูแลความปลอดภัยของมนุษยชาติ

978
01:09:01,850 --> 01:09:04,895
และเพื่อนร่วมงานของเธอดร.มาร์ค วิลล์แมน

979
01:09:05,812 --> 01:09:09,066
แค่เห็นหน้าก็รู้สีกมั่นใจขึ้นมาก

980
01:09:09,149 --> 01:09:10,901
(มาร์ค วิลล์แมนสถาบันดาราศาสตร์ รัฐฮาวาย)

981
01:09:14,071 --> 01:09:17,448
พวกเขาอนุญาตให้เรารบกวนการอยู่ยามกลางคืนของพวกเขา

982
01:09:17,533 --> 01:09:19,868
- สวัสดีครับ- อ้อ สวัสดีไคล์ฟ

983
01:09:19,952 --> 01:09:22,371
- เจอตัวแล้ว การอยู่ยามกลางคืน- เป็นไงบ้างคะ

984
01:09:22,453 --> 01:09:24,997
- มาทางนี้ นั่งนี่เลยค่ะ- เชิญนั่งครับ

985
01:09:25,624 --> 01:09:30,546
นี่กำลังป้องกันเราจากหินจากอวกาศที่อาจมีเจตนาร้ายสินะ

986
01:09:30,629 --> 01:09:32,840
เรากำลังดูอยู่แต่ต้องปิดไป

987
01:09:32,923 --> 01:09:34,800
เพราะความชื้นสูงขึ้นมาก

988
01:09:34,883 --> 01:09:37,051
ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 90%

989
01:09:37,135 --> 01:09:39,680
และเราต้องปิดที่ 85เพิ่งป้องกันกระจก

990
01:09:39,763 --> 01:09:42,057
เราไม่ต้องการความชื้นบนกระจก

991
01:09:42,140 --> 01:09:45,560
คุณสื่อสารกับผู้ควบคุมที่กล้องดูดาวอย่างไร

992
01:09:45,644 --> 01:09:49,398
คือว่า... เรานี่แหละผู้ควบคุม

993
01:09:49,481 --> 01:09:52,317
ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่ยอดนี่เป็นการสังเกตการณ์ระยะไกล

994
01:09:52,401 --> 01:09:54,945
มันล้าสมัยแล้วที่จะต้องไปที่ยอด

995
01:09:55,028 --> 01:09:56,488
มันตั้ง 10,000 ฟุต

996
01:09:56,572 --> 01:09:59,157
อยู่ที่นี่ที่ 2,000 ฟุตสบายกว่าเยอะ

997
01:10:00,659 --> 01:10:01,952
แล้วนี่อะไรบ้างครับ

998
01:10:02,035 --> 01:10:04,371
ที่จอนี่คงเป็นท้องฟ้าเวลากลางคืน

999
01:10:04,454 --> 01:10:06,039
ใช่ครับ นี่แผนที่ท้องฟ้า

1000
01:10:06,123 --> 01:10:08,166
คุณจะเห็นว่ามีจุดสูงสุด

1001
01:10:08,250 --> 01:10:10,752
อยู่ตรงเหนือศีรษะและนี่คือกล้องโทรทรรศน์

1002
01:10:11,879 --> 01:10:15,007
และนี่คือเป้าหมายเราจะจับตาดู

1003
01:10:15,090 --> 01:10:16,842
เราถ่ายรูปประมาณ 60 รูป

1004
01:10:16,925 --> 01:10:21,805
และเราถ่ายจุดเดิมบนท้องฟ้าสี่รูป

1005
01:10:21,889 --> 01:10:24,808
เพื่อที่จะได้หนังสั้นขนาดสี่รูป

1006
01:10:24,892 --> 01:10:27,019
เพื่อที่จะสามารถแยกเป้าหมายเคลื่อนที่ด้วยวิธีนั้น

1007
01:10:27,102 --> 01:10:29,146
คุณมีกล้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก

1008
01:10:29,229 --> 01:10:30,480
- ใช่ไหมครับ- ใช่ครับ

1009
01:10:30,564 --> 01:10:31,982
ผมมีกล้อง 12 ล้านพิกเซล

1010
01:10:32,065 --> 01:10:34,151
- 12 ล้านพิกเซลเหรอ- กล้องคุณเท่าไหร่

1011
01:10:34,234 --> 01:10:37,321
กล้องเรามากกว่าพันล้านพิกเซล

1012
01:10:37,404 --> 01:10:40,282
มัน... ใหญ่กว่ามากๆ

1013
01:10:40,365 --> 01:10:44,328
ใหญ่กว่า...กล้องของผู้บริโภคทั่วไปมาก

1014
01:10:46,496 --> 01:10:48,957
มีอะไรในรูปนี้หรือครับ

1015
01:10:49,041 --> 01:10:51,043
- ใช่การเรียงตัวของพิกเซลหรือเปล่า- ใช่ค่ะ

1016
01:10:51,126 --> 01:10:53,337
นี่คือภาพที่เราถ่าย

1017
01:10:53,420 --> 01:10:56,215
เปิดรับแสง 45 วินาที

1018
01:10:56,298 --> 01:11:01,053
คุณจะเห็นขนาดของกล้องด้วย

1019
01:11:02,346 --> 01:11:05,724
มัน... เราจะ...เราได้มุมมองสามองศา

1020
01:11:05,807 --> 01:11:08,352
หรือประมาณเจ็ดตารางองศาบนท้องฟ้า

1021
01:11:08,936 --> 01:11:11,355
ตัวกล้องนั้นถูกต่อเข้าด้วยกัน

1022
01:11:11,438 --> 01:11:16,026
ด้วยการเรียงแบบแปดคูณแปดของอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สื่อสารได้

1023
01:11:16,527 --> 01:11:19,404
ดังนั้นถ้าคุณ...เราก็จะเลือกรูปใดก็ได้

1024
01:11:19,488 --> 01:11:21,198
- รูปนี้แล้วกัน- นั่นอะไรครับ

1025
01:11:21,281 --> 01:11:23,325
- ดาวตกใช่ไหมครับนั่น- ที่นี่หรือคะ

1026
01:11:23,408 --> 01:11:27,287
ไม่ใช่ นั่นคือดาวเทียมสองดวงที่พบในมุมมองของเรา

1027
01:11:27,704 --> 01:11:29,873
มันเป็นงานที่น่าพอใจ เพราะว่า...

1028
01:11:32,417 --> 01:11:36,004
เราไม่อยากสูญพันธุ์เหมือนไดโนเสาร์และ...

1029
01:11:36,088 --> 01:11:38,173
มันจึงคุ้มที่คอยระวังอะไรพวกนี้

1030
01:11:38,257 --> 01:11:43,345
แม้ว่ามันเป็นได้น้อยมากที่จะมีอะไรใหญ่ๆ มาชนเราในเร็วๆ นี้

1031
01:11:44,096 --> 01:11:47,140
แต่ไม่ช้าก็เร็วก็จะมีตัวใหญ่มา

1032
01:11:47,224 --> 01:11:49,309
เราก็เลยต้องมาเฝ้าอยู่นี่

1033
01:11:50,769 --> 01:11:53,272
ผมรู้สึกว่าผมคงหลับสบายขึ้น

1034
01:11:53,355 --> 01:11:56,650
เมื่อรู้ว่ามีคนอยู่ยามกะกลางคืนอยู่เสมอ

1035
01:11:56,733 --> 01:12:00,112
คอยมองหาอุกกาบาตที่กำลังพุ่งเข้ามามันวิเศษมาก

1036
01:12:00,195 --> 01:12:02,322
ปีละ 365 วัน ทุกคืนเลยค่ะ

1037
01:12:02,406 --> 01:12:04,658
ขอบคุณมากจริงๆ ครับที่คอยคุ้มครองพวกเรา

1038
01:12:05,284 --> 01:12:07,369
- ยินดีครับ เป็นเกียรติมาก- ใช่ค่ะ

1039
01:12:07,953 --> 01:12:12,040
รูปถ่ายท้องฟ้าตอนกลางคืนจะถูกวิเคราะห์โดย ดร.ร็อบ เวริค

1040
01:12:12,124 --> 01:12:13,917
(ร็อบ เวริคสถาบันดาราศาสตร์ รัฐฮาวาย)

1041
01:12:14,001 --> 01:12:16,211
นักวิจัยด้านการปกป้องโลกจากแคนาดา

1042
01:12:17,462 --> 01:12:20,299
ผมไม่อยากเชื่อเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณขึ้นมาที่กล้องโทรทรรศน์

1043
01:12:20,382 --> 01:12:23,677
ปรกติผมดูเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจสอบวัตถุอันตรายที่กล้องเจอ

1044
01:12:23,760 --> 01:12:25,679
ผมดีใจที่มีโอกาสขึ้นมาดูกล้องโทรทรรศน์

1045
01:12:25,762 --> 01:12:29,057
เหมือนกับการเจอน้องชายที่ไม่เคยเจอมาก่อนไหม

1046
01:12:29,141 --> 01:12:30,517
คงจริงครับ

1047
01:12:30,601 --> 01:12:33,979
ผลสุดท้ายพวกเขาก็เปิดกล้องได้ตอนเกือบเช้าประมาณชั่วโมงครึ่ง

1048
01:12:34,062 --> 01:12:36,398
เราได้วิเคราะห์ข้อมูลเมื่อเช้านี้

1049
01:12:36,481 --> 01:12:38,901
และผมเจอวัตถุอันตรายหกชิ้น

1050
01:12:38,984 --> 01:12:40,277
"เรา" ก็คือ "คุณ" คุณเจอมัน

1051
01:12:40,360 --> 01:12:42,070
เป็นความดีความชอบของทีมครับ

1052
01:12:42,154 --> 01:12:43,822
แต่ผมเป็นคนวิเคราะห์ ก็เลย...

1053
01:12:43,906 --> 01:12:46,283
วัตถุอันตรายที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่คุณเคยเจอคืออะไรครับ

1054
01:12:46,366 --> 01:12:49,369
วัตถุที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่เราเจอกลายเป็นที่รู้จักในนามโอมูอามูอา

1055
01:12:49,453 --> 01:12:51,330
มันคือดาวหางระหว่างดวงดาวดวงแรก

1056
01:12:51,413 --> 01:12:53,707
เป็นดาวหางที่มาจากระบบสุริยะอื่น

1057
01:12:53,790 --> 01:12:56,335
เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นอะไรแบบนั้น

1058
01:12:56,418 --> 01:12:57,586
โอมูอามูอาหรือครับ

1059
01:12:57,669 --> 01:12:59,880
โอมูอามูอา เป็นคำในภาษาฮาวายครับ

1060
01:12:59,963 --> 01:13:01,965
แปลว่า "ผู้ส่งสาส์นคนแรกจากแดนไกล"

1061
01:13:02,049 --> 01:13:03,050
โอเค

1062
01:13:03,759 --> 01:13:05,844
มันเป็นกระบวนการสองขั้นตอน

1063
01:13:05,928 --> 01:13:09,306
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่สมบูรณ์แบบจึงต้องมีการตรวจสอบด้วยตนเอง

1064
01:13:09,389 --> 01:13:10,849
และนี่ก็คือหน้าที่ของผม

1065
01:13:10,933 --> 01:13:14,478
ความรับผิดชอบหลักของผมคือวิเคราะห์สิ่งที่เจอในตอนกลางคืน

1066
01:13:14,561 --> 01:13:16,313
สิ่งที่มีอยู่จริง

1067
01:13:16,396 --> 01:13:20,400
จะขึ้นมาเป็นจุดๆ หรือมีรอยเป็นทาง

1068
01:13:20,484 --> 01:13:22,653
คุณเป็นคนแรกที่เห็นมันหรือเปล่า

1069
01:13:22,736 --> 01:13:25,322
ใช่ครับ ขณะที่นักสังเกตการณ์คอยเก็บข้อมูล

1070
01:13:25,405 --> 01:13:28,492
ผมเป็นคนแรกของโลกที่ได้เห็นและวิเคราะห์มัน

1071
01:13:28,575 --> 01:13:30,452
และผมจะส่งสัญญาณเตือนภัย

1072
01:13:30,536 --> 01:13:32,871
ถ้ามีอะไรที่เป็นอันตรายต่อโลก

1073
01:13:34,498 --> 01:13:37,543
สัญญาณเตือนภัยจะส่งถูกไปที่

1074
01:13:37,626 --> 01:13:41,255
หน่วยงานปกป้องโลกขององค์การนาซา

1075
01:13:42,089 --> 01:13:44,132
มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าหน่วยงานนี้มีอยู่จริง

1076
01:13:44,216 --> 01:13:45,801
(หน่วยงานปกป้องโลก)

1077
01:13:45,884 --> 01:13:48,887
ผู้ดูแลที่นี่คือดร.เคลลี่ ฟาสท์ นักดาราศาสตร์

1078
01:13:48,971 --> 01:13:49,972
(เคลลี่ ฟาสท์นักดาราศาสตร์)

1079
01:13:50,347 --> 01:13:52,516
ผมเคยได้ยินว่าคุณเรียกดาวเคราะห์น้อย

1080
01:13:52,599 --> 01:13:54,101
ว่าสิ่งที่น่ารังเกียจในระบบสุริยะจักรวาล

1081
01:13:54,184 --> 01:13:55,769
ทำไมเรียกแบบนั้นครับ

1082
01:13:56,478 --> 01:14:01,108
นักดาราศาสตร์ที่มองไปที่อื่นที่ไม่ใช่ที่ดาวเคราะห์น้อย

1083
01:14:02,192 --> 01:14:03,652
อาจกำลังมองไปที่เป้าหมายของเขาอยู่

1084
01:14:03,735 --> 01:14:08,031
แล้วดาวเคราะห์น้อยก็มักจะเข้ามาบังอะไรที่ดูอยู่

1085
01:14:08,115 --> 01:14:11,118
คือถ้าคุณกำลังมองอย่างอื่นอยู่

1086
01:14:11,201 --> 01:14:13,412
มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในระบบสุริยะจักรวาล

1087
01:14:14,121 --> 01:14:15,873
จากมุมมองขององค์การนาซา

1088
01:14:15,956 --> 01:14:20,586
มันเยี่ยมมากในทางวิทยาศาสตร์และเป็นเป้าหมายที่ดีของยานอวกาศ

1089
01:14:20,669 --> 01:14:22,421
แต่เราก็ต้องคอยระวังมันอยู่เสมอ

1090
01:14:22,504 --> 01:14:27,009
เพราะมันไม่ใช่เรื่องดีที่มีสองอย่างอยู่ในที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน

1091
01:14:27,092 --> 01:14:30,804
เราจึงต้องรู้ว่ามันจะเข้ามาขวางวงโคจรของโลก

1092
01:14:30,888 --> 01:14:33,307
ในตอนที่โลกจะอยู่ที่นั่นหรือเปล่า

1093
01:14:33,390 --> 01:14:35,976
มีฝุ่นตกลงมาในชั้นบรรยากาศของโลกตลอดเวลา

1094
01:14:36,059 --> 01:14:37,936
เราเห็นดาวตก

1095
01:14:38,020 --> 01:14:39,980
ซึ่งก็คือฝุ่นที่เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ

1096
01:14:40,063 --> 01:14:43,025
แต่เมื่อมันมีขนาดใหญ่ขึ้น

1097
01:14:43,108 --> 01:14:45,903
ถึงขนาดดาวเคราะห์น้อย...

1098
01:14:47,070 --> 01:14:49,865
ชั้นบรรยากาศโลกทำหน้าที่เผาไหม้ได้ดีมาก

1099
01:14:49,948 --> 01:14:52,159
แต่ถ้ามันใหญ่เกินไปมันก็จะเผาไหม้ได้ไม่หมด

1100
01:14:52,242 --> 01:14:55,454
อย่างที่เมืองเชเลียบินสค์ขนาด 20 เมตร นั่นคือการทำลายล้าง

1101
01:14:56,246 --> 01:14:58,707
เมืองตุงกุสคา ประเทศไซบีเรียปี 1908

1102
01:14:58,790 --> 01:15:02,002
น่าจะเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาด 40 เมตร

1103
01:15:02,085 --> 01:15:04,296
(เมืองตุงกุสคา ประเทศไซบีเรียปี 1908)

1104
01:15:04,379 --> 01:15:08,342
ต้นไม้ 80 ล้านต้นพังราบจากการระเบิด

1105
01:15:08,425 --> 01:15:13,096
แต่เราหาชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อยไม่เจอแม้แต่ชิ้นเดียว

1106
01:15:16,225 --> 01:15:19,937
การป้องกันล่ะครับ เราจะทำอย่างไรถ้ามีอะไรใหญ่ๆ พุ่งเข้ามาหาเรา

1107
01:15:20,020 --> 01:15:21,980
เราทำอะไรได้บ้างครับ

1108
01:15:22,064 --> 01:15:24,691
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเตรียมพร้อม

1109
01:15:24,775 --> 01:15:26,652
ต้องเริ่มการหามันให้เจอก่อน...

1110
01:15:26,735 --> 01:15:29,363
คุณไม่รู้ว่าจะต้องป้องกันอย่างไรจนกว่าคุณจะเจอมัน

1111
01:15:29,446 --> 01:15:31,490
นั่นคือขั้นแรกเลย

1112
01:15:31,573 --> 01:15:34,076
เราทำการสำรวจพื้นผิวตลอดเวลา

1113
01:15:34,535 --> 01:15:36,203
ลองคิดดูนะคะ

1114
01:15:36,286 --> 01:15:37,120
มีดวงอาทิตย์

1115
01:15:37,204 --> 01:15:39,957
มีโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆที่โคจรรอบดวงอาทิตย์

1116
01:15:40,040 --> 01:15:41,208
เหมือนกับสนามแข่งรถ

1117
01:15:41,291 --> 01:15:44,169
แล้วก็มีดาวเคราะห์น้อยเยอะแยะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในสนามด้วย

1118
01:15:44,253 --> 01:15:47,005
มีหลายครั้งที่มันเข้ามาใกล้กัน

1119
01:15:47,089 --> 01:15:49,925
จริงๆ แล้วมันบ่อยเลยทีเดียวที่เราเรียกว่า "เฉียด"

1120
01:15:50,008 --> 01:15:53,011
เวลาที่ดาวเคราะห์น้อยเข้ามาใกล้โลก ซึ่ง...

1121
01:15:53,095 --> 01:15:56,390
ที่ว่าใกล้ก็ยังไกลกว่าระยะห่างของดวงจันทร์หลายเท่า

1122
01:15:56,849 --> 01:15:58,517
แต่สมมติว่ามันใหญ่มาก

1123
01:15:58,600 --> 01:16:02,062
ว่ามันเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่และเรามีเวลาไม่มาก

1124
01:16:02,688 --> 01:16:05,148
มีหนังหลายเรื่องที่บอกว่าให้ระเบิดมัน

1125
01:16:05,232 --> 01:16:06,233
(วันสิ้นโลก ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย)

1126
01:16:06,316 --> 01:16:09,361
จริงๆ แล้วไม่ต้องทำแบบนั้นแต่เราก็ต้องผลักมันออกไป

1127
01:16:09,444 --> 01:16:12,823
อาจจะใช้อุปกรณ์ระเบิดนิวเคลียร์

1128
01:16:12,906 --> 01:16:14,283
อย่างที่ใช้ในหนังบางเรื่อง

1129
01:16:14,366 --> 01:16:18,245
แต่แค่ระเบิดใกล้ๆ กับดาวเคราะห์น้อยนั้น

1130
01:16:18,328 --> 01:16:23,375
และพลังงานจากระเบิดก็จะฉาบพื้นผิว

1131
01:16:23,458 --> 01:16:26,211
และสิ่งที่กระเด็นออกจากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย

1132
01:16:26,295 --> 01:16:28,297
ก็จะผลักมันไปทางอื่น

1133
01:16:30,340 --> 01:16:32,593
วิธีที่อ่อนโยนกว่าและไม่รุนแรงวิธีหนึ่ง...

1134
01:16:32,676 --> 01:16:34,052
(ดาวเคราะห์น้อยรีวงูขนาดหนึ่งกิโลเมตร)

1135
01:16:34,136 --> 01:16:38,307
ถูกนำมาใช้กับดาวเคราะห์น้อยรีวงูโดยยานสำรวจอวกาศไร้คนขับ

1136
01:16:39,391 --> 01:16:41,602
ไม่ว่าดาวเคราะห์น้อยจะเล็กแค่ไหน

1137
01:16:41,685 --> 01:16:46,815
เราก็จะบอกได้จากขนาดของเงาที่ยานสำรวจฉายลงไปที่พื้นผิวของมัน

1138
01:16:49,651 --> 01:16:53,906
มีแรงโน้มถ่วงน้อยมากแม้แต่การลงจอดที่นิ่มนวลที่สุด

1139
01:16:53,989 --> 01:16:58,702
ก็ยังทำให้ชิ้นส่วนจำนวนมากกระเด็นออกไปในอวกาศ

1140
01:17:00,621 --> 01:17:03,749
ที่นี่เองที่เราเห็นว่าอุกกาบาตเกิดขึ้นได้อย่างไร

1141
01:17:05,042 --> 01:17:08,962
ยานสำรวจกำลังเดินทางกลับโลก

1142
01:17:09,046 --> 01:17:12,799
และตักเศษดาวเคราะห์น้อยมาด้วยหนึ่งกรัม

1143
01:17:13,842 --> 01:17:18,138
แต่สำหรับตัวอย่างที่ใหญ่กว่านั้นทวีปแอนตาร์กติกาคือสวรรค์

1144
01:17:21,767 --> 01:17:25,062
ไม่ใช่ว่ามีหินตกลงมาที่นี่มากกว่าที่อื่นหรอกนะ

1145
01:17:25,812 --> 01:17:31,401
แต่เราเห็นมันได้ง่ายบนน้ำแข็งที่ครอบคลุมเกือบทั้งทวีป

1146
01:17:31,485 --> 01:17:34,571
ที่ใหญ่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกาอีก

1147
01:17:35,989 --> 01:17:41,078
เราได้รับเชิญให้ไปร่วมการค้นหาจากคณะนักวิทยาศาสตร์เกาหลี

1148
01:17:41,745 --> 01:17:44,498
สถานีของพวกเขาที่ชื่อจังโบโก...

1149
01:17:44,581 --> 01:17:45,832
(สถานีจังโบโกทวีปแอนตาร์กติกา)

1150
01:17:45,916 --> 01:17:49,837
ที่ชายฝั่งแอนตาร์กติกาตะวันออกมีคนอยู่ประมาณ 50 คน

1151
01:17:53,048 --> 01:17:57,052
ฤดูร้อนของซีกโลกใต้ยาวนานกว่าห้าเดือน

1152
01:17:57,469 --> 01:18:00,013
ซึ่งในช่วงเวลานี้พระอาทิตย์จะไม่ตกดินเลย

1153
01:18:03,183 --> 01:18:06,895
ข้างในกว้างกว่าที่เราคิด

1154
01:18:08,522 --> 01:18:13,610
ห่างออกไปไม่กี่ไมล์ ชายหกคนจากการเดินทางครั้งสุดท้ายของสก็อตต์

1155
01:18:13,694 --> 01:18:19,825
ต้องทนกับฤดูหนาวอยู่ในถ้ำหิมะขนาดเพียงเก้าฟุต

1156
01:18:20,659 --> 01:18:23,620
พวกเขาอดอยากและหนาวเหน็บอยู่ในความสกปรก

1157
01:18:23,704 --> 01:18:28,417
มีชีวิตรอดอยู่ได้จากเนื้อแมวน้ำและขนมปังกรอบวันละหนึ่งชิ้น

1158
01:18:29,418 --> 01:18:31,837
จากสมุดบันทึกของลูกน้องของสก็อตต์

1159
01:18:31,920 --> 01:18:37,634
เรารู้ว่าพวกเขาฝันถึงงานเลี้ยงที่ถูกพรากไปจากส้อมที่เตรียมไว้

1160
01:18:37,718 --> 01:18:42,014
มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้กินในความฝัน

1161
01:18:42,097 --> 01:18:45,767
จึงสมแล้วที่เพื่อนทุกคนจะเกลียดเขา

1162
01:18:50,147 --> 01:18:53,317
แต่เราไม่ได้มากินล็อบสเตอร์และกิมจิ

1163
01:18:53,817 --> 01:18:57,988
เราอยากจะบินไปที่ราบสูงขั้วโลกที่อยู่ด้านในให้เร็วที่สุด

1164
01:18:58,822 --> 01:19:02,910
เรารู้ว่ามีการสำรวจทางบกด้วยรถบรรทุก

1165
01:19:02,993 --> 01:19:05,954
ที่ออกจากสถานีไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อน

1166
01:19:06,038 --> 01:19:10,626
อยู่ใกล้ๆ บริเวณที่มีการค้นหาอุกกาบาตบนน้ำแข็ง

1167
01:19:20,928 --> 01:19:25,766
ก่อนอื่นเฮลิคอปเตอร์ต้องบินขึ้นไปประมาณ 2,000 เมตร

1168
01:19:26,266 --> 01:19:30,729
จากสถานีชายฝั่งไปยังที่ราบสูงน้ำแข็งของทวีป

1169
01:19:30,812 --> 01:19:34,691
เรากำลังบินอยู่เหนือธารน้ำแข็งที่ลดหลั่นกันลงมา

1170
01:19:35,400 --> 01:19:37,569
ลองนึกภาพการเดินเท้า

1171
01:19:38,237 --> 01:19:41,281
หินแต่ละก้อนที่กระจัดกระจายอยู่ทั่ว

1172
01:19:41,365 --> 01:19:43,992
มีขนาดใหญ่กว่าอาคารบ้านเรือน

1173
01:19:44,076 --> 01:19:47,621
และไหลลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง

1174
01:19:51,416 --> 01:19:53,794
ในที่สุดเราก็มาถึงที่ราบ

1175
01:19:54,628 --> 01:19:59,842
เหลือภูเขาเพียงไม่กี่ลูกที่โผล่พ้นน้ำแข็งออกมาเหมือนเกาะ

1176
01:20:01,677 --> 01:20:06,390
มันเหมือนกับการเข้าไปในโลกที่ไม่ใช่โลกของเรา

1177
01:20:11,645 --> 01:20:14,523
จากจุดนี้ไป ความเหงาสุดขั้ว

1178
01:20:14,606 --> 01:20:20,737
ของทวีปอันกว้างใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนาสองถึงสี่ กม.ก็เริ่มขึ้น

1179
01:20:26,285 --> 01:20:30,539
จากข้อมูลจีพีเอสเรารู้ว่าขบวนรถอยู่ที่ไหน

1180
01:20:31,999 --> 01:20:33,959
พวกเขากำลังรอเราอยู่

1181
01:20:52,978 --> 01:20:56,315
เราอยากเจอจองอิคลีมาก

1182
01:20:56,398 --> 01:20:58,692
เขาเป็นหัวหน้าคณะสำรวจนี้

1183
01:20:59,526 --> 01:21:03,280
เขาเป็นคนเชิญเรามาที่แอนตาร์กติกา

1184
01:21:03,363 --> 01:21:05,574
เหมือนกับว่าได้เจอเพื่อนเก่า

1185
01:21:05,657 --> 01:21:07,492
(จองอิคลีสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งเกาหลี)

1186
01:21:07,576 --> 01:21:09,328
- ผมไม่นึกว่าคุณจะมาได้จริงๆ- นั่นสิ

1187
01:21:09,411 --> 01:21:11,330
ผมก็ไม่นึกว่าเราจะมาได้จริงๆ

1188
01:21:11,413 --> 01:21:13,290
ความฝันของผม...

1189
01:21:13,373 --> 01:21:17,878
เราได้เห็นวิดีโอที่เขาถ่ายแถวๆ นี้เมื่อสองสามปีก่อน

1190
01:21:18,962 --> 01:21:21,548
เขาเจออุกกาบาตขนาดใหญ่

1191
01:21:21,632 --> 01:21:26,220
เราตกหลุมรักเขาทันทีที่ได้เห็นอาการดีใจของเขา

1192
01:21:27,012 --> 01:21:29,681
นี่คือวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด

1193
01:21:32,893 --> 01:21:37,814
(ด้วยความอนุเคราะห์จากสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งเกาหลี 2014)

1194
01:22:10,180 --> 01:22:12,474
วางลง วางลง

1195
01:22:21,024 --> 01:22:25,445
อีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบเมื่อเวลาที่อารมณ์ขึ้นสูงแบบนี้

1196
01:22:25,529 --> 01:22:30,075
อะไรที่หลักสูตรโง่ๆของโรงเรียนภาพยนตร์จะไม่ยอมให้มี

1197
01:22:31,702 --> 01:22:34,454
ดูภาพด้านหลังสิ มีคนเดินเข้ามา

1198
01:22:34,538 --> 01:22:38,458
ไม่รู้ว่าทำอะไร ไม่ถูกจังหวะ

1199
01:22:38,542 --> 01:22:40,544
เอาก้นเข้ามาก่อน

1200
01:22:59,062 --> 01:23:00,856
กลับมาที่ตอนนี้

1201
01:23:01,690 --> 01:23:06,195
มิจังภรรยาของจองอิคมาถึงพร้อมเรา

1202
01:23:06,278 --> 01:23:09,448
เธอเองก็เป็นนักธรณีวิทยาขั้วโลกที่มีชื่อเสียง

1203
01:23:21,251 --> 01:23:23,128
สามีภรรยากลับมาเจอกัน

1204
01:23:24,588 --> 01:23:29,009
หลังจากมาถึงไม่กี่นาทีเราก็เจออุกกาบาตชิ้นแรก

1205
01:23:30,260 --> 01:23:34,097
น้ำแข็งที่ว่างเปล่าไม่มีหิมะปกคลุม

1206
01:23:34,181 --> 01:23:36,767
เป็นที่ที่เหมาะมากในการหามัน

1207
01:23:37,684 --> 01:23:42,940
น้ำแข็งก้อนยักษ์เคลื่อนที่อย่างช้าๆราวกับสายพานลำเลียง

1208
01:23:43,023 --> 01:23:48,612
และเผยให้เห็นก้อนหินที่อาจตกลงมาเมื่อหลายแสนปีก่อน

1209
01:23:51,782 --> 01:23:55,369
อุกกาบาตส่วนใหญ่จะถูกพัดไปยังมหาสมุทร

1210
01:23:55,911 --> 01:24:02,000
แต่เมื่อธารน้ำแข็งถูกเบี่ยงขึ้นไปโดยเทือกเขาที่อยู่ข้างใต้

1211
01:24:02,084 --> 01:24:06,255
น้ำแข็งก็จะระเหยออกไปและทิ้งมันไว้ที่พื้นผิว

1212
01:24:08,090 --> 01:24:11,593
หินทุกก้อนที่นี่คืออุกกาบาต

1213
01:24:55,345 --> 01:24:58,473
ดูผู้ชายทางขวา เขาเจออะไรแล้ว

1214
01:25:12,154 --> 01:25:14,948
ผู้โชคดีก็คือไคล์ฟ

1215
01:25:15,574 --> 01:25:18,619
อาจจะดูเหมือนการจัดฉากแต่เป็นเขาจริงๆ

1216
01:25:23,415 --> 01:25:29,296
นี่ไง!นี่ไงล่ะ ตัวอย่างของคุณ!

1217
01:25:29,379 --> 01:25:31,548
ยินดีด้วยครับ

1218
01:25:31,632 --> 01:25:34,218
วันนี้เป็นวันสำคัญ สำคัญที่สุดเลย

1219
01:25:34,301 --> 01:25:38,013
ผมเจออีกอันตรงนู้น อันเล็ก

1220
01:25:38,096 --> 01:25:39,431
แล้วพอผม...

1221
01:25:39,515 --> 01:25:41,141
กลายเป็นว่า

1222
01:25:41,225 --> 01:25:45,020
นี่เป็นอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดที่เจอในฤดูกาลนี้

1223
01:25:45,103 --> 01:25:50,442
การประเมินเบื้องแรกชี้ให้เห็นว่านี่เป็นตัวอย่างที่หายากมาก

1224
01:26:03,872 --> 01:26:08,252
เราหาต่อไปแต่ความคิดหนึ่งก็แว่บเข้ามา

1225
01:26:09,086 --> 01:26:13,048
ยังอีกห้าเดือนกว่าจะมืด

1226
01:26:13,799 --> 01:26:19,471
แล้วเราก็จะเดินไป 5,000 กิโลโดยที่จะไม่เจอใครเลย

1227
01:26:42,786 --> 01:26:47,666
นี่คือประสบการณ์อวกาศสุดยอดของคนเดินดิน

1228
01:26:49,168 --> 01:26:55,174
แต่เรารู้จักที่ที่ใช้จิตวิญญาณเดินทางแทนเท้า

1229
01:26:55,924 --> 01:27:00,137
ที่ที่เราอยู่เหนือการดำรงอยู่ของมนุษย์

1230
01:27:05,267 --> 01:27:09,605
การเดินทางครั้งสุดท้ายของเราพาเราไปยังเกาะที่ไกลที่สุดแห่งหนึ่ง

1231
01:27:09,688 --> 01:27:12,774
ของหมู่เกาะในช่องแคบทอร์เรส

1232
01:27:13,859 --> 01:27:18,238
เกาะพวกนี้อยู่ระหว่างออสเตรเลียกับนิวกินี

1233
01:27:20,032 --> 01:27:25,412
เกาะเล็กๆ เกาะนี้มีชื่อว่าเมอร์มีประชากรประมาณ 400 คน

1234
01:27:26,747 --> 01:27:30,959
เราเคยได้ยินความเชื่อของชนเผ่าเกี่ยวกับดาวตก

1235
01:27:31,043 --> 01:27:35,506
ที่นำพาวิญญาณของคนตายไปสู่ชีวิตใหม่ที่อื่น

1236
01:27:38,175 --> 01:27:40,469
ดั๊ก พาสซี่หนึ่งในผู้อาวุโสในเผ่า...

1237
01:27:40,552 --> 01:27:41,553
(ฟาเลน 'ดั๊ก' พาสซี่)

1238
01:27:41,637 --> 01:27:47,142
รู้เรื่องเกี่ยวกับวิญญาณที่จากไปพร้อมกับดาวตกไปยังโลกใต้พิภพ

1239
01:27:49,436 --> 01:27:55,400
คนในครอบครัวของฉันคนหนึ่งถูกผีส่งมากับมาเออร์

1240
01:27:55,484 --> 01:27:58,237
- อุกกาบาตใช่ไหม- ใช่แล้ว คือดาวตก

1241
01:27:58,320 --> 01:28:03,075
เธออยู่บนมาเออร์เลยนะ

1242
01:28:03,158 --> 01:28:04,284
ไหม้ไปด้วยเลย

1243
01:28:06,912 --> 01:28:07,913
ได้ยินมาอย่างนั้นนะ

1244
01:28:08,872 --> 01:28:11,458
เขาว่ากันว่าเป็นเรื่องจริง

1245
01:28:12,167 --> 01:28:16,380
และ... แม่เฒ่าคนนั้น...ชื่อกิซู ซิมโบโล

1246
01:28:16,463 --> 01:28:18,090
ตอนนั้นเธอยังไม่ตายหรือว่าเป็นวิญญาณของเธอ

1247
01:28:18,173 --> 01:28:19,925
ยังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่

1248
01:28:20,551 --> 01:28:23,345
เมื่อครอบครัวพร้อมที่จะตาย...

1249
01:28:24,721 --> 01:28:27,307
มาเออร์ก็จะเล่าให้เราฟังว่า

1250
01:28:27,391 --> 01:28:31,645
"อีกไม่กี่วันใครคนหนึ่งจะหายไป"หรือ...

1251
01:28:32,396 --> 01:28:34,022
หรือไม่ก็...

1252
01:28:34,857 --> 01:28:38,026
"เขากำลังจะไปที่อื่น"

1253
01:28:39,444 --> 01:28:44,199
ดาวตกหรือมาเออร์บางทีก็สีแดง บางทีก็สีฟ้าอ่อน

1254
01:28:46,159 --> 01:28:47,995
ฟังดูเหมือนกับว่าความตายคือ...

1255
01:28:48,078 --> 01:28:51,957
มันไม่ใช่เหตุการณ์สักเท่าไรแต่เป็นการเริ่มต้นของการเดินทาง

1256
01:28:53,208 --> 01:28:57,129
เป็นการเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่ชีวิตใหม่

1257
01:29:02,342 --> 01:29:04,052
มันมาในหลายรูปแบบ

1258
01:29:04,761 --> 01:29:09,099
เป็นนก เป็นหมา เป็นคน

1259
01:29:11,143 --> 01:29:14,313
เป็นเงาที่เห็นบนกำแพง

1260
01:29:14,980 --> 01:29:16,857
หรือบางทีก็เป็นขอนไม้ลอยน้ำ

1261
01:29:17,941 --> 01:29:20,360
ขอนไม้ลอยในทะเล

1262
01:29:27,826 --> 01:29:29,995
เพราะเราเอากล้องมาด้วย

1263
01:29:30,078 --> 01:29:33,749
ชาวเกาะจึงรื้อฟื้นการเต้นที่เกือบถูกลืมไปแล้ว

1264
01:29:33,832 --> 01:29:36,877
ที่ไม่ได้นำออกมาแสดงมาเป็นครึ่งศตวรรษ

1265
01:29:44,092 --> 01:29:49,556
อาโล ทาพิม ผู้อาวุโสคนหนึ่งสอนท่าเต้นให้หนุ่มๆ

1266
01:29:59,566 --> 01:30:03,612
(อาโล ทาพิม)

1267
01:30:48,240 --> 01:30:54,288
การเต้นรำนี้เกี่ยวกับมาเออร์อย่างที่คุณบอกไว้

1268
01:30:55,747 --> 01:30:59,918
มาเออร์คือดาว คือดาวหาง

1269
01:31:00,794 --> 01:31:02,713
เป็นดาวที่พิเศษ

1270
01:31:06,967 --> 01:31:11,221
ดาวนี้จะปรากฏให้ชาวเมอเรียมเห็นในโอกาสสำคัญๆ เท่านั้น

1271
01:31:11,305 --> 01:31:14,099
ชาวเมอเรียมคอยดูดาวดวงนี้

1272
01:31:14,766 --> 01:31:18,937
เมื่อคนที่พวกเขารักจากชีวิตนี้ไปสู่ภพหน้า

1273
01:31:20,647 --> 01:31:23,734
การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นผ่านดาวดวงนี้

1274
01:31:26,195 --> 01:31:31,408
นักเต้นถือแนร์หรือคบเพลิง

1275
01:31:32,618 --> 01:31:34,578
เราเรียกมันว่าแนร์

1276
01:31:35,412 --> 01:31:36,538
พวกเขาถือมัน

1277
01:31:38,248 --> 01:31:43,420
และพวกมันจะชี้บอกเวลาที่ดาว...

1278
01:31:43,504 --> 01:31:48,425
ที่ดาวตกปล่อยถ่านที่ยังไม่มอดออกมา

1279
01:31:50,010 --> 01:31:52,721
จะบอกโดยคบเพลิงที่พวกเขาถือ

1280
01:31:54,181 --> 01:31:57,142
และเมื่อคบเพลิงสองอันมากระทบกัน...

1281
01:31:58,769 --> 01:32:00,771
เวลาที่พวกเขาเอามาชนกัน

1282
01:32:01,605 --> 01:32:04,942
เอามาตบเข้าหากันคบเพลิงสองอันกับถ่านที่ยังไม่มอด...

1283
01:32:06,902 --> 01:32:08,987
มันก็จะบอกเรื่องราว

1284
01:32:12,824 --> 01:32:17,621
มันเล่าเรื่อง... ของดาวดวงนั้น

1285
01:32:19,831 --> 01:32:21,750
และนี่ก็คือเรื่องราวของพวกเรา

1286
01:37:36,857 --> 01:37:38,859
Translated by Panupong Erawan



