1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:10,719 --> 00:00:13,221
หลุมดำนั้นแปลกประหลาดกว่าสิ่งใด

4
00:00:13,304 --> 00:00:15,849
ที่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จะจินตนาการได้

5
00:00:18,143 --> 00:00:19,477
เป็นพื้นที่ของอวกาศ

6
00:00:20,061 --> 00:00:21,938
ที่แรงโน้มถ่วงสูงมาก

7
00:00:22,731 --> 00:00:24,607
จนไม่มีอะไรหนีออกมาได้

8
00:00:29,404 --> 00:00:31,406
เมื่อคุณอยู่ตรงขอบเขต

9
00:00:32,657 --> 00:00:34,242
ไม่มีทางกลับออกมาได้

10
00:00:37,245 --> 00:00:41,082
(เมืองเซร์ดัน เม็กซิโก มกราคม 2017)

11
00:01:16,659 --> 00:01:17,535
โอ้โฮ

12
00:01:18,161 --> 00:01:21,790
ผมทึ่งตลอดเลยที่เห็นภูเขาสองลูกบนนั้น

13
00:01:23,792 --> 00:01:25,043
มันหลอกตานะ

14
00:01:25,126 --> 00:01:28,046
ดูเหมือนน่าจะเดินถึงได้ในไม่กี่ชั่วโมง

15
00:01:30,048 --> 00:01:33,885
แต่มันสูงกว่าจุดที่เราอยู่ตอนนี้มาก

16
00:01:40,892 --> 00:01:42,977
ผมไม่เคยเป็นเด็กที่ชอบดาราศาสตร์

17
00:01:43,061 --> 00:01:45,271
ตอนเด็กๆ ผมไม่มีกล้องดูดาว

18
00:01:46,773 --> 00:01:49,484
แต่ผมจำได้ว่าเคยเห็นว่าหลุมดำคืออะไร

19
00:01:50,652 --> 00:01:55,073
ผมคิดว่าจักรวาลมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้สำรวจ

20
00:02:00,870 --> 00:02:04,332
กล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซอน
เป็นเครื่องมือใหม่

21
00:02:04,415 --> 00:02:06,626
ที่ทีมทั่วโลกกำลังประกอบอยู่…

22
00:02:08,086 --> 00:02:11,381
มันจะมีพลังขยายเพื่อวิเคราะห์

23
00:02:11,965 --> 00:02:14,467
พื้นที่รอบๆ หลุมดำได้

24
00:02:16,261 --> 00:02:18,054
ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

25
00:02:24,185 --> 00:02:29,524
เรากำลังไล่ตามสิ่งที่พยายามเต็มที่
ไม่ให้มีใครเห็น

26
00:02:31,693 --> 00:02:34,112
และเราจะพูดว่า "เราจะจับแกให้ได้"

27
00:02:40,702 --> 00:02:42,912
เมื่อขึ้นไปถึง 4,500 เมตร

28
00:02:42,996 --> 00:02:45,165
จะอยู่เหนือชั้นบรรยากาศเลย

29
00:02:49,711 --> 00:02:52,839
คุณต้องอยู่เหนือบรรยากาศนั้นเพื่อมองเห็น

30
00:02:53,423 --> 00:02:54,966
ความเวิ้งว้างของจักรวาลได้

31
00:03:09,564 --> 00:03:13,276
เป้าหมายของโครงการ
อีเวนต์ฮอไรซันนั้นง่ายมาก

32
00:03:15,778 --> 00:03:18,781
เราจะถ่ายรูปหลุมดำเป็นครั้งแรก

33
00:03:25,038 --> 00:03:28,041
{\an8}สิ่งที่ผมมีตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยง

34
00:03:28,124 --> 00:03:31,628
ทุกส่วนของระบบเสริมหน้าทำงานได้…

35
00:03:32,378 --> 00:03:34,923
เรามาที่กล้องแอลเอ็มทีนี้ในเดือนมกราคม

36
00:03:35,423 --> 00:03:38,551
เพื่อลองซักซ้อมกันโดยเฉพาะ

37
00:03:39,344 --> 00:03:41,346
แล้วเราก็พบว่ามีปัญหา

38
00:03:41,971 --> 00:03:45,475
พอเราพยายามเปลี่ยนกันน์ไดโอด
เราก็เสียกำลังไฟไป

39
00:03:45,558 --> 00:03:47,393
เราถึงกำลังแก้ปัญหาอยู่ข้างบน

40
00:03:47,477 --> 00:03:50,521
วันนี้ผมจะพยายามทำให้กันน์ไดโอดใช้งานได้อีก
กันน์อันเก่า…

41
00:03:50,605 --> 00:03:52,482
แต่ถ้าเรากลับไปใช้กันน์อันเก่านี้…

42
00:03:52,565 --> 00:03:53,900
- งั้น…
- ใช่

43
00:03:53,983 --> 00:03:56,361
เรายังทำงานเข้ากับกล้องอีเอชทีได้…

44
00:03:56,444 --> 00:04:00,156
- ด้วยการแปลงสองครั้ง
- สำหรับมกราคมและเมษายน

45
00:04:00,698 --> 00:04:04,786
เมษายนคือช่วงที่เราจะมีกล้องทุกตัวจากทั่วโลก

46
00:04:04,869 --> 00:04:06,246
ทั้งโครงการทำงานด้วยกัน

47
00:04:06,329 --> 00:04:09,249
มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเรา
ที่จะจับภาพหลุมดำได้

48
00:04:09,332 --> 00:04:12,377
แต่ก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้น
เราต้องแน่ใจว่าทุกอย่างใช้ได้

49
00:04:12,460 --> 00:04:16,214
ดังนั้นเป้าหมายแรก
คือพยายามให้ได้ 232,1 กิกะเฮิรตซ์

50
00:04:16,297 --> 00:04:18,007
- ทำงานกับกันน์อันเก่าให้ได้
- ใช่

51
00:04:18,091 --> 00:04:20,551
ถ้ามันใช้งานไม่ได้ แล้วไงต่อ

52
00:04:20,635 --> 00:04:21,511
แผนสำรองของผม…

53
00:04:22,136 --> 00:04:23,763
คือ…

54
00:04:27,100 --> 00:04:31,813
ยิ่งกล้องโทรทรรศน์นั้นใหญ่เท่าไหร่
ก็ยิ่งเห็นวัตถุเล็กๆ ชัดมากขึ้น

55
00:04:32,772 --> 00:04:36,234
{\an8}เพื่อวิเคราะห์หลุมดำ
ที่อยู่ใจกลางกาแล็กซีของเรา

56
00:04:36,401 --> 00:04:40,446
{\an8}หรือหลุมดำที่ใหญ่กว่าในกาแล็กซีเอ็ม 87

57
00:04:40,530 --> 00:04:42,949
{\an8}เราต้องใช้กล้องโทรทรรศน์
ที่ขนาดใหญ่เกือบเท่าโลก

58
00:04:46,035 --> 00:04:51,165
มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน
เราจะทำสิ่งที่ดีที่สุดต่อไป

59
00:04:54,168 --> 00:04:56,838
เรานำกล้องโทรทรรศน์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก

60
00:04:56,921 --> 00:05:00,216
แล้วทำให้มันส่องไปที่หลุมดำพร้อมกัน

61
00:05:05,638 --> 00:05:08,224
ลองนึกภาพว่ามีกระจกหนึ่งอัน

62
00:05:08,850 --> 00:05:10,560
เอามาใช้ค้อนทุบให้แตก

63
00:05:11,144 --> 00:05:14,230
แล้วกระจายเศษกระจกนั้นไปทั่วโลก

64
00:05:16,566 --> 00:05:19,360
จากนั้นก็บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในกระจกแต่ละเสี้ยว

65
00:05:19,444 --> 00:05:20,737
นำมารวมกัน

66
00:05:20,820 --> 00:05:23,823
แล้วประกอบกระจกนั้นในซูเปอร์คอมพิวเตอร์

67
00:05:24,282 --> 00:05:26,409
นั่นคือสิ่งที่กล้องอีเวนต์ฮอไรซันกำลังทำอยู่

68
00:05:27,618 --> 00:05:31,456
ดังนั้นทุกอย่างในแต่ละที่ต้องทำงานได้ไม่มีที่ติ

69
00:05:32,874 --> 00:05:34,292
ผมว่าเครื่องนี้เสียหายไปมากนะ

70
00:05:36,044 --> 00:05:37,086
ตอนขนส่งเหรอครับ

71
00:05:39,130 --> 00:05:41,341
ถ้าเปิดแล้วควันขึ้น ก็รู้กันว่ามีอะไรผิดปกติแน่

72
00:05:41,424 --> 00:05:42,258
ใช่

73
00:05:46,262 --> 00:05:48,097
เรายังต้องทดสอบอยู่

74
00:05:48,556 --> 00:05:50,850
พรุ่งนี้เราจะเริ่มการสังเกตการณ์จริงจัง

75
00:05:51,434 --> 00:05:55,271
ซึ่งจะมีทั้งขั้วโลกใต้ สเปน ชิลี

76
00:05:55,772 --> 00:05:57,607
และถ้าโชคช่วยก็กล้องแอลเอ็มทีด้วย

77
00:05:58,149 --> 00:05:59,776
เวลากำลังลดลงแล้ว

78
00:06:00,360 --> 00:06:01,194
ผมรู้

79
00:06:01,736 --> 00:06:03,404
เปิดเพลงประกอบมิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ลหน่อย

80
00:06:08,785 --> 00:06:12,163
ดูนั่นสิ มีกล้องโทรทรรศน์ฝังอยู่ข้างใต้นั้น

81
00:06:12,330 --> 00:06:15,708
- เวรละ ผมว่านะ
- แต่เกิดอะไรขึ้นกันแน่

82
00:06:17,794 --> 00:06:20,129
- เกิดอะไรขึ้น
- อากาศทำพิษ

83
00:06:22,173 --> 00:06:26,427
เดี๋ยว บ้าน่า 16 ชั่วโมงที่ผ่านมาอากาศออกจะดี

84
00:06:26,511 --> 00:06:29,180
พอเราขึ้นมาปุ๊บ พระเจ้าก็ลงโทษเลยเหรอ

85
00:06:32,767 --> 00:06:33,601
งี่เง่าชะมัด

86
00:06:34,477 --> 00:06:37,313
ตอนนี้เราเล็งกล้องในสภาพอากาศแบบนี้ไม่ได้

87
00:06:37,897 --> 00:06:41,359
ตามเวลาเราต้องเริ่มในอีก 40 นาที

88
00:06:42,693 --> 00:06:44,362
เหลือ 35 นาทีแล้ว

89
00:06:45,446 --> 00:06:47,240
ถ้าเรายังติดเมฆบังอยู่

90
00:06:47,323 --> 00:06:50,410
อากาศจะเย็นมาก ต้องกลายเป็นน้ำแข็งแน่

91
00:06:50,493 --> 00:06:52,870
ใช่ ก็เป็นไปได้

92
00:06:52,954 --> 00:06:56,833
- ผมห่วงเรื่องนั้นแหละ
- ใช่ ผมกังวลเรื่องนั้นมาก

93
00:06:56,916 --> 00:07:00,044
ทุกคนอธิษฐานไว้ สวดมนต์ยังไงก็ได้

94
00:07:00,128 --> 00:07:01,629
เราจะผ่านพ้นไปให้ได้

95
00:07:02,255 --> 00:07:04,382
โอเค เราจะไปตั้งระดับในอีกห้อง

96
00:07:04,465 --> 00:07:05,800
- เราก็พร้อมจะเริ่ม
- ผมต้องปรับระดับ

97
00:07:05,883 --> 00:07:07,260
ข้างบนอีกนิดหน่อย

98
00:07:07,343 --> 00:07:09,345
รู้ใช่ไหมว่าเราจะเริ่มกัน

99
00:07:09,429 --> 00:07:13,141
- อีก 14 นาที 15 วินาที
- ใช่ ผมรู้ แต่ว่า…

100
00:07:18,688 --> 00:07:19,856
ให้ตายสิ

101
00:07:25,862 --> 00:07:27,655
คุณพูดว่า 65-73 เหรอ

102
00:07:27,738 --> 00:07:30,199
ต้องให้อาร์พีซีกับแอลพีซีสูงใช่ไหม

103
00:07:30,324 --> 00:07:31,159
เรามีเวลาหนึ่งนาที

104
00:07:31,242 --> 00:07:33,786
เอาละนะทุกคน เตรียมตัวไว้

105
00:07:33,870 --> 00:07:34,996
โอเค เราพร้อมแล้ว

106
00:07:37,206 --> 00:07:42,336
สี่ สาม สอง หนึ่ง ศูนย์!

107
00:07:42,420 --> 00:07:43,754
ปล่อยตัว

108
00:08:48,319 --> 00:08:49,278
ให้ตายสิ

109
00:08:50,655 --> 00:08:51,989
หลุมดำคืออะไร

110
00:08:54,075 --> 00:08:55,368
มันลึกมาก

111
00:08:55,952 --> 00:09:01,457
มันยากที่จะซาบซึ้งถึงฟิสิกส์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

112
00:09:02,375 --> 00:09:05,253
คุณศึกษาเรื่องนี้ทั้งชีวิตยังได้

113
00:09:11,425 --> 00:09:15,680
ลองนึกถึงวัตถุที่แรงโน้มถ่วงสูงมาก

114
00:09:16,514 --> 00:09:21,561
จนบดขยี้วัตถุทุกอย่างที่มันสร้างขึ้นมาได้

115
00:09:25,648 --> 00:09:28,651
วัตถุนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า
ขอบฟ้าเหตุการณ์

116
00:09:29,193 --> 00:09:31,529
และขอบฟ้าเหตุการณ์นี้มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งมาก

117
00:09:31,612 --> 00:09:33,447
มันเป็นถนนทางเดียว

118
00:09:33,531 --> 00:09:37,785
คุณเข้าไปข้างในจากข้างนอกได้
แต่ไม่มีอะไรเล็ดรอดออกมาได้

119
00:09:40,871 --> 00:09:43,708
แรงโน้มถ่วงนั้นรุนแรงมาก

120
00:09:44,542 --> 00:09:48,796
จนอะไรก็ตามที่เข้าใกล้มากพอ
จะหายเข้าไปข้างในเลย

121
00:09:53,884 --> 00:09:57,430
ถ้ามีบางสิ่งหายไปในขอบฟ้าเหตุการณ์
มันจะสูญไปเลย

122
00:09:58,097 --> 00:10:00,558
และเราจะไม่รับรู้ถึงมันอีกต่อไป

123
00:10:02,310 --> 00:10:05,313
มันไม่สามารถตรวจจับ ไม่รับรู้อีกต่อไป

124
00:10:07,857 --> 00:10:08,816
มันอาจจะยังอยู่

125
00:10:08,899 --> 00:10:11,319
หรืออาจจะไม่อยู่ก็ได้ เราไม่มีทางรู้ได้เลย

126
00:10:13,487 --> 00:10:16,157
เราได้สัมผัสกับปรากฏการณ์บางอย่าง

127
00:10:16,240 --> 00:10:18,075
ที่เราไม่เข้าใจถ่องแท้

128
00:10:25,458 --> 00:10:29,629
เหมือนกระแสน้ำวน
ในจักรวาลในอวกาศและเวลา

129
00:10:31,005 --> 00:10:35,760
วัตถุที่ดำมืดที่สุดที่เราจินตนาการได้
ทางคณิตศาสตร์

130
00:10:35,843 --> 00:10:37,511
ไม่ส่องแสง ไม่สะท้อนแสง

131
00:10:40,431 --> 00:10:42,224
แต่มันกลายเป็นเครื่องยนต์

132
00:10:42,308 --> 00:10:45,728
ของเหตุการณ์ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล
ที่เราสังเกตการณ์อยู่ตอนนี้

133
00:10:53,444 --> 00:10:55,321
มันมีอะไรบางอย่าง

134
00:10:56,822 --> 00:10:59,617
ที่ผลักดันความคิด

135
00:11:06,040 --> 00:11:07,249
ได้ยินผมไหม

136
00:11:08,209 --> 00:11:09,919
ได้ยิน

137
00:11:12,797 --> 00:11:16,550
ว่ากันว่าบางครั้งความจริงก็แปลกยิ่งกว่านิยาย

138
00:11:16,634 --> 00:11:20,346
แต่ไม่มีอะไรตรงตามคำกล่าวนั้นมากกว่าหลุมดำ

139
00:11:22,723 --> 00:11:26,977
ตอนนี้ผมกำลังทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่เคมบริดจ์
มัลคอล์ม เพอร์รี

140
00:11:27,061 --> 00:11:29,522
และแอนดี้ สตรอมิงเกอร์จากฮาร์วาร์ด

141
00:11:29,605 --> 00:11:32,274
เรื่องทฤษฎีใหม่เพื่ออธิบายกลไก

142
00:11:32,358 --> 00:11:35,778
ที่ข้อมูลถูกส่งกลับมาจากหลุมดำได้

143
00:11:37,321 --> 00:11:38,823
คอยดูไว้นะครับ…

144
00:11:44,412 --> 00:11:46,372
ผมพบกับสตีเฟนเมื่อปี 1982

145
00:11:47,707 --> 00:11:52,878
หลายปีที่ผ่านมา เราเห็นพ้องกันหลายประเด็น
มากจนน่าแปลกใจเลย

146
00:11:54,547 --> 00:11:58,342
แต่สิ่งที่จริงจังที่สุดที่ยิ่งเติบโตขึ้นมา…

147
00:11:58,426 --> 00:12:00,845
- นานเท่าไหร่แล้วนะ สามปีไหม ใช่
- สามปี

148
00:12:01,470 --> 00:12:07,226
เป็นระดับใหม่ที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

149
00:12:07,810 --> 00:12:10,104
- และต่างกันมาก
- ต่างกันมาก ใช่

150
00:12:12,273 --> 00:12:15,776
วันนั้นเป็นวันที่อากาศอบอุ่นสบาย

151
00:12:16,694 --> 00:12:18,362
ค่อนข้างแปลกสำหรับเดือนเมษายนในอังกฤษ

152
00:12:19,029 --> 00:12:20,698
เราเลยไปบรรยายกันข้างนอก

153
00:12:22,074 --> 00:12:24,243
ในสถานที่ที่เรียกว่าบ้านเกรตแบรมพ์ตัน

154
00:12:25,161 --> 00:12:30,708
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา สตีเฟน
และเพื่อนๆ จัดทริปพักร้อนเล็กๆ

155
00:12:32,835 --> 00:12:36,213
ผมมีความคิดเกี่ยวกับ

156
00:12:36,297 --> 00:12:38,758
โครงสร้างของขอบของอนันตภาพและ…

157
00:12:39,425 --> 00:12:42,052
ว่ามันเก็บข้อมูลได้ยังไง

158
00:12:42,970 --> 00:12:45,848
ผมแค่ฟังการบรรยายนั้นแล้วรู้สึกว่า

159
00:12:45,931 --> 00:12:47,808
ปรากฏการณ์ที่เขาบรรยายอยู่นั้น

160
00:12:47,892 --> 00:12:49,810
อาจจะเกิดขึ้นได้ที่พื้นผิวของหลุมดำ

161
00:12:51,395 --> 00:12:53,898
สตีเฟนจับความได้ทันที

162
00:12:54,565 --> 00:12:58,652
เขาพูดว่า นี่แหละชิ้นส่วนที่หายไป

163
00:12:59,779 --> 00:13:02,823
เขากระตือรือร้นจะไขปฏิทรรศน์

164
00:13:02,907 --> 00:13:06,410
ที่เขาเปิดเผยต่อโลกในปี 1975

165
00:13:07,328 --> 00:13:09,747
สิ่งที่เรียกว่าความย้อนแย้งเชิงข้อมูล

166
00:13:10,998 --> 00:13:14,376
{\an8}ซึ่งกล่าวว่า หลุมดำทำลายข้อมูล

167
00:13:14,460 --> 00:13:18,047
{\an8}ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ นั่นแหละคือความย้อนแย้ง

168
00:13:18,798 --> 00:13:20,508
มันบ่งบอกว่ามีการสูญเสีย

169
00:13:20,633 --> 00:13:23,552
ของกฎฟิสิกส์เมื่ออยู่ต่อหน้าหลุมดำ

170
00:13:24,887 --> 00:13:26,388
ดังนั้นเราถึงไล่ตามปัญหานี้

171
00:13:26,847 --> 00:13:29,183
เพราะถ้าข้อมูลหายไป มันก็จะขัดแย้ง

172
00:13:29,517 --> 00:13:31,644
กับแทบทุกอย่างที่เรารู้เกี่ยวกับฟิสิกส์

173
00:13:32,269 --> 00:13:35,648
มีบางอย่างที่ผิดพลาดในการเข้าใจ
ว่าหลุมดำทำงานยังไง

174
00:13:37,191 --> 00:13:41,487
มองจากภายนอกไม่รู้หรอกว่าในหลุมดำมีอะไร

175
00:13:42,863 --> 00:13:45,991
เมื่อมองไปที่หลุมดำ สิ่งเดียวที่รู้

176
00:13:46,075 --> 00:13:49,036
คือมวล ประจุและสถานะของการหมุน

177
00:13:49,537 --> 00:13:52,665
และหลุมดำก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด
ไม่ว่ามันจะทำจากอะไร

178
00:13:53,249 --> 00:13:57,294
นี่หมายความว่าหลุมดำมีข้อมูลมากมาย

179
00:13:57,378 --> 00:14:00,005
ที่ถูกปิดซ่อนจากโลกภายนอก

180
00:14:01,549 --> 00:14:04,927
นั่นเป็นสิ่งประหลาดที่คนเข้าใจได้ยาก จากนั้น

181
00:14:05,010 --> 00:14:06,804
สตีเฟน ฮอว์กิงก็ทำการค้นพบที่น่าทึ่ง

182
00:14:06,887 --> 00:14:10,307
การแผ่รังสีฮอว์กิง ที่บอกว่าที่จริงแล้ว
สิ่งต่างๆ ออกมาจากหลุมดำได้

183
00:14:11,100 --> 00:14:13,352
นั่นคือตอนที่ปัญหาเริ่มต้น

184
00:14:17,731 --> 00:14:20,359
{\an8}ปรากฎว่ามันไม่ได้เป็นสีดำ มันแผ่รังสีได้

185
00:14:21,735 --> 00:14:25,322
และเมื่อมันแผ่รังสี มันจะสูญเสียมวล
จนในที่สุดก็หายไป

186
00:14:28,659 --> 00:14:31,370
ฝูงช้างที่มีมวลเท่าเทียมกันอาจสร้างหลุมดำได้

187
00:14:31,495 --> 00:14:34,540
สารานุกรมบริแทนนิกาที่มีมวลเท่ากัน
ก็อาจสร้างหลุมดำได้

188
00:14:34,832 --> 00:14:36,834
หลุมดำเลือนหายไป และสิ่งที่ทิ้งไว้ข้างหลัง

189
00:14:36,917 --> 00:14:38,711
คือการแผ่รังสีฮอว์กิงแบบเดียวกัน

190
00:14:40,880 --> 00:14:44,800
ดูเหมือนว่าข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตกลงไปจะหายไป

191
00:14:46,385 --> 00:14:48,971
อนุภาคที่ออกมาจากหลุมดำ

192
00:14:49,054 --> 00:14:51,307
เหมือนจะเป็นการสุ่ม

193
00:14:51,390 --> 00:14:54,393
และไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่ตกลงไปเลย

194
00:14:58,981 --> 00:15:03,319
ถ้าสิ่งที่ฮอว์กิงถูกต้อง
มันอาจจะคายอะไรออกมาก็ได้

195
00:15:03,944 --> 00:15:07,406
อาจจะเป็นเปียโน ทรอมโบน มัน…

196
00:15:07,489 --> 00:15:10,034
อาจมีอะไรออกมาก็ได้

197
00:15:16,248 --> 00:15:20,127
หมายความว่ากฎธรรมชาติของจักรวาล

198
00:15:20,836 --> 00:15:22,922
เป็นการสุ่ม

199
00:15:26,842 --> 00:15:31,388
ไม่มีกฎฟิสิกส์อะไรที่ควบคุมทั้งจักรวาล

200
00:15:33,515 --> 00:15:35,726
นี่คือฝันร้ายของนักฟิสิกส์ทุกคน

201
00:15:39,855 --> 00:15:42,107
ความรู้ส่วนใหญ่ของเราเกี่ยวกับจักรวาล

202
00:15:42,691 --> 00:15:44,234
มีพื้นฐานอยู่บน

203
00:15:44,818 --> 00:15:48,614
ความเชื่อของเราว่าเราทำนาย
ได้อย่างน่าเชื่อถือโดยใช้กฎของธรรมชาติ

204
00:15:49,740 --> 00:15:52,993
เรามีทฤษฎีฟิสิกส์ เราทำนายโดยใช้ทฤษฎีนั้น

205
00:15:53,077 --> 00:15:57,498
เราทำการทดลองหรือสังเกตการณ์
เพื่อดูว่าการคาดการณ์นั้นเป็นจริงหรือไม่

206
00:16:00,125 --> 00:16:03,796
เราเข้าใจจักรวาลยุคแรกโดยใช้กฎฟิสิกส์

207
00:16:04,546 --> 00:16:08,258
เพื่อคาดเดาย้อนกลับไปว่าโลกน่าจะเป็นยังไง

208
00:16:10,928 --> 00:16:13,389
ถ้าไม่เป็นไปตามกฎเหล่านั้น

209
00:16:16,392 --> 00:16:19,603
มันคือการจำกัดความรู้

210
00:16:22,606 --> 00:16:26,110
เราจะรู้อะไรได้บ้างเกี่ยวกับโลก

211
00:16:35,327 --> 00:16:37,830
ถ้าการคาดเดาได้ของจักรวาล

212
00:16:37,913 --> 00:16:40,040
ล่มสลายไปกับหลุมดำ

213
00:16:40,124 --> 00:16:42,835
ก็อาจจะหายไปในสถานการณ์อื่นเช่นกัน

214
00:16:44,795 --> 00:16:48,007
ที่แย่กว่านั้นคือถ้าข้อมูลสูญหายไป

215
00:16:48,090 --> 00:16:51,051
เราก็แน่ใจในประวัติศาสตร์ของเราไม่ได้เช่นกัน

216
00:16:53,262 --> 00:16:56,890
หนังสือประวัติศาสตร์และความทรงจำ
ของเราอาจเป็นแค่ภาพลวงตา

217
00:16:59,393 --> 00:17:02,187
อดีตคือสิ่งที่บอกว่าเราเป็นใคร

218
00:17:04,982 --> 00:17:07,776
ถ้าไม่มีอดีต เราก็จะสูญเสียตัวตน

219
00:17:13,615 --> 00:17:15,868
(ศูนย์การวิจัยวิทยาศาสตร์เชิงทฤษฎีเบื้องต้น
วันที่ 20 มิ.ย. 2015)

220
00:17:22,249 --> 00:17:26,128
ตั้งแต่ผมเรียนบัณฑิตศึกษา การย้อนแย้งเชิงข้อมูล

221
00:17:26,712 --> 00:17:29,173
เป็นสิ่งสำคัญที่ผมคิดถึง

222
00:17:34,595 --> 00:17:36,722
ตลอด 24 ชั่วโมงเลย

223
00:17:39,266 --> 00:17:43,479
ผมตื่นนอน ชงกาแฟ นั่งจดบนกระดาษ

224
00:17:45,230 --> 00:17:48,442
ผมคิดถึงมันเวลาแปรงฟัน

225
00:17:49,193 --> 00:17:50,277
ฝันถึงมัน

226
00:17:55,407 --> 00:18:00,871
มันเป็นคำถามที่น่าสนใจที่สุด

227
00:18:01,413 --> 00:18:02,623
ในฟิสิกส์สมัยใหม่

228
00:18:06,710 --> 00:18:07,836
น่าสนใจจน

229
00:18:09,505 --> 00:18:13,383
ผมพร้อมจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อพยายามเข้าใจมัน

230
00:18:26,105 --> 00:18:29,233
ในช่วง 40 ปีตั้งแต่ฮอว์กิงยกประเด็นนั้นไว้…

231
00:18:29,691 --> 00:18:32,277
อีกอย่าง ระหว่างที่มัลคอล์มกำลังลบอยู่…

232
00:18:32,861 --> 00:18:35,656
มีงานวิจัยหลายพันชิ้น

233
00:18:36,615 --> 00:18:40,911
เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงปริทรรศน์

234
00:18:43,622 --> 00:18:45,499
ไม่มีงานชิ้นไหน

235
00:18:46,166 --> 00:18:47,835
ได้รับการยอมรับเป็นสากล

236
00:18:48,502 --> 00:18:52,881
และทุกชิ้นก็มีปัญหาทางใดทางหนึ่ง

237
00:18:54,800 --> 00:18:56,135
ดังนั้น ผมคิดว่าสูตรวิเศษคือ

238
00:18:56,218 --> 00:18:58,679
- ผมเขียนออกมาให้ละเอียดยิบได้นะ
- อือ

239
00:18:58,762 --> 00:19:01,640
ระหว่างที่มัลคอล์มเขียนอยู่…

240
00:19:03,934 --> 00:19:07,688
สิ่งที่เราทำอย่างแรกคือ คิดคำนวณว่า…

241
00:19:07,771 --> 00:19:12,860
แต่ตอนนี้ สตีเฟน มัลคอล์มและผมค้นพบกลไก

242
00:19:13,485 --> 00:19:19,158
ที่อาจจะใช้ไขความย้อนแย้งเชิงข้อมูลได้

243
00:19:19,241 --> 00:19:20,826
โอ้โฮ น่าสนใจ

244
00:19:21,743 --> 00:19:24,580
มันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ลึกซึ้ง
เราไม่รู้เลยจริงๆ ว่า…

245
00:19:24,663 --> 00:19:27,875
ตอนนี้กำลังตรวจสอบเรื่องนี้กันอย่างแข็งขัน

246
00:19:27,958 --> 00:19:31,378
- แต่พจน์หลักของอะไรล่ะ…
- ความเร็วการหมุนสูงสุดเท่าไหร่

247
00:19:33,005 --> 00:19:36,884
ความเร็วการหมุนสูงสุด ปกติกลุ่มบีเอ็มเอส…

248
00:19:38,051 --> 00:19:41,346
ฟิสิกส์คือการค้นพบความจริง

249
00:19:42,097 --> 00:19:43,265
เกี่ยวกับจักรวาล

250
00:19:44,641 --> 00:19:47,186
เราอาจจะไม่มีวันได้รู้ทุกอย่าง…

251
00:19:47,769 --> 00:19:49,354
สิ่งนี้ทำให้เรามีกฎการอนุรักษ์…

252
00:19:49,438 --> 00:19:52,024
แต่ผมว่ามีโอกาสดีว่า

253
00:19:52,107 --> 00:19:55,903
ในช่วงชีวิตของผม เราจะเข้าใจเรื่องนี้ได้

254
00:19:55,986 --> 00:20:00,282
และนั่นคือการอนุรักษ์พลังงานของการหมุนวน…

255
00:20:01,325 --> 00:20:04,995
ขอผมลบก่อน…

256
00:20:18,133 --> 00:20:19,509
การเห็นคือการเชื่อ

257
00:20:22,012 --> 00:20:25,849
นั่นเป็นความรู้สึกที่น่าเชื่อถือ
และทรงพลังที่สุดที่เรามี

258
00:20:26,725 --> 00:20:28,060
เราต้องเห็นสิ่งต่างๆ

259
00:20:28,936 --> 00:20:30,270
เราอยากเห็นสิ่งต่างๆ

260
00:20:33,941 --> 00:20:37,527
ในใจผม ไม่มีคำถามว่า
มีหลุมดำไหมมานับสิบปีแล้ว

261
00:20:38,362 --> 00:20:42,324
และไม่มีคำถามว่ามันเป็นไปได้ไหม
ผมยังอยากเห็นภาพโง่ๆ นั่นอยู่ดี

262
00:20:42,407 --> 00:20:43,408
ผมอยากเห็น

263
00:20:49,206 --> 00:20:53,669
ที่จริงเรายังไม่เคยเห็นสัญญาณที่บ่งบอก
ว่าหลุมดำมีอยู่จริงเลย

264
00:20:53,752 --> 00:20:58,882
ซึ่งก็คือขอบฟ้าที่ไม่มีแม้แต่แสง
หลุดรอดออกมาได้

265
00:21:00,467 --> 00:21:02,469
ด้วยกล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน
เราจะซูมเข้าไป

266
00:21:02,552 --> 00:21:04,471
ให้เห็นขนาดของขอบฟ้า

267
00:21:05,097 --> 00:21:08,016
แล้วดูว่ามันจะทอดเงาหรือเค้าโครงไหม

268
00:21:09,643 --> 00:21:12,062
กล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน
เป็นจุดสูงสุด

269
00:21:12,145 --> 00:21:13,730
ของการทำงานมาหลายสิบปี

270
00:21:17,109 --> 00:21:20,195
เมื่อเราเริ่มรู้ว่าเราประมวลผลสร้างภาพได้

271
00:21:21,029 --> 00:21:22,656
มันก็น่าทึ่งขึ้นมา

272
00:21:24,491 --> 00:21:27,244
หลายปีที่ผ่านมา เราเลยไปที่ใหม่ๆ

273
00:21:27,327 --> 00:21:30,706
{\an8}และเราต้องโน้มน้าวสถานที่ใหม่ๆ นั้นว่า
วิทยาศาสตร์นี้คุ้มค่า

274
00:21:31,873 --> 00:21:35,335
เราต้องคิดค้นและติดตั้งอุปกรณ์

275
00:21:35,419 --> 00:21:37,337
ที่พิเศษและแพงมากตามที่เหล่านี้

276
00:21:38,213 --> 00:21:40,173
{\an8}ตามที่ไกลโพ้นแบบนี้

277
00:21:40,257 --> 00:21:42,843
(ชิลี)

278
00:21:45,262 --> 00:21:49,474
ตอนนี้เราอยู่ในช่วงเวลา
ที่เราจะทำการสังเกตการณ์คร้งแรก

279
00:21:49,558 --> 00:21:51,101
และมีโอกาสสร้างภาพขึ้นมา

280
00:21:53,312 --> 00:21:55,272
ยังมีคำถาม แต่ว่า

281
00:21:55,355 --> 00:21:57,774
- เอาตามนี้ละกัน
- อือ

282
00:21:58,191 --> 00:22:02,362
อากาศที่กล้องขั้วโลกใต้ดี ไม่ต้องหันเล็ง

283
00:22:02,988 --> 00:22:04,197
มีปัญหาเรื่องการเล็ง

284
00:22:04,281 --> 00:22:06,950
เอสเอ็มทีก็พร้อมแล้ว พยากรณ์อากาศ

285
00:22:07,409 --> 00:22:09,870
อาจมีลมแรง แต่ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร

286
00:22:11,371 --> 00:22:13,373
งั้นทัศนียภาพตอนกลางคืนยังดีใช่ไหม

287
00:22:13,457 --> 00:22:14,333
ใช่

288
00:22:15,500 --> 00:22:19,087
เราติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ทั่วโลก
ที่สามารถสื่อสารกันได้

289
00:22:19,171 --> 00:22:21,340
ที่สามารถบันทึกข้อมูลตามกันได้

290
00:22:22,049 --> 00:22:25,135
ดังนั้น หลังจากถ่ายแล้ว
เราสามารถรวมข้อมูลเหล่านี้

291
00:22:25,218 --> 00:22:29,181
แล้วทำให้มันทำเหมือนเป็นกล้องตัวเดียวกัน

292
00:22:31,725 --> 00:22:34,978
ตอนนี้กล้องอีเวนต์ฮอไรซันจัดเรียงไว้

293
00:22:35,062 --> 00:22:37,314
มีแปดกล้องอยู่ทั่วโลก

294
00:22:38,398 --> 00:22:43,904
จากขั้วโลกใต้ไปยังทะเลทรายแอริโซนา
ถึงฮาวายจนถึงชิลี

295
00:22:47,199 --> 00:22:50,827
แล้วสร้างกล้องโทรทรรศน์ขนาดเท่าโลก
ที่มีประสิทธิภาพ

296
00:22:52,871 --> 00:22:54,706
{\an8}อากาศที่กล้องพิโกน่าจะดี

297
00:22:54,790 --> 00:22:57,417
{\an8}ฉันว่าดูเยี่ยมมากเลย

298
00:22:57,501 --> 00:22:59,836
{\an8}- ผมว่าดีแล้วนะ
- ฉันจะเปลี่ยนเป็นจุดสอง…

299
00:22:59,920 --> 00:23:04,466
ผมอยากเห็นแผนที่ไอน้ำของกล้องแอลเอ็มที

300
00:23:07,010 --> 00:23:08,762
เมื่อมีสถานที่ที่ถ่ายภาพสะดวกที่เดียว

301
00:23:08,845 --> 00:23:10,680
อากาศที่อยู่บนกล้องโทรทรรศน์นั้น

302
00:23:10,764 --> 00:23:12,682
ต้องเพอร์เฟกต์เพื่อสังเกตการณ์ตอนกลางคืน

303
00:23:13,475 --> 00:23:17,354
ทีนี้คิดดูว่าอากาศต้องเพอร์เฟกต์ทุกที่ที่ตั้งกล้องอยู้

304
00:23:18,188 --> 00:23:21,733
กว่าเราจะเริ่มสังเกตการณ์
มันก็จะเคลื่อนผ่านไป

305
00:23:21,817 --> 00:23:24,152
แต่เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเคลื่อนเข้ามาอีกไหม

306
00:23:24,236 --> 00:23:25,570
ดูเหมือนจะเร่งมากขึ้น

307
00:23:25,654 --> 00:23:28,365
- ใช่
- กล้องเอสเอ็มทีเริ่มแย่แล้ว

308
00:23:29,449 --> 00:23:31,034
แล้วผลต่างคืออะไร

309
00:23:31,118 --> 00:23:33,412
มีแค่กล้องแอลเอ็มทีกับเอสเอ็มที

310
00:23:33,495 --> 00:23:36,832
เราต้องตัดสินใจแล้ว โดยดูจากขั้วโลกใต้

311
00:23:36,915 --> 00:23:39,334
อ้างอิงตามสิ่งที่เรารู้ตอนนี้
ซึ่งก็คือมันอาจจะมีปัญหาเวลาเล็ง

312
00:23:39,793 --> 00:23:42,546
แอลเอ็มที คุณกังวลเรื่องเครื่องส่งสัญญาณแค่ไหน

313
00:23:44,381 --> 00:23:45,966
ผมกังวลเครื่องส่งสัญญาณนิดหน่อย

314
00:23:46,049 --> 00:23:48,218
แค่เพราะเรายังไม่ได้ทำการทดสอบ
ที่จะทำให้รู้ว่า

315
00:23:49,970 --> 00:23:51,471
มันใช้ได้ดีขนาดไหน

316
00:23:52,722 --> 00:23:55,559
- นี่สามโมงครึ่ง เรามีเวลาครึ่งชั่วโมง
- อือ

317
00:23:55,642 --> 00:23:56,726
ตัดสินเลยไหม

318
00:24:02,858 --> 00:24:05,777
ผมคิดว่าเราควรเริ่มงานคืนนี้

319
00:24:05,861 --> 00:24:07,988
ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นช่วงอากาศดีที่สุดแล้ว

320
00:24:08,071 --> 00:24:09,781
ปัญหาทางเทคนิคจะทำให้เราเขว

321
00:24:09,865 --> 00:24:11,867
ถ้าจะมีคำถามเรื่องขั้วโลกใต้

322
00:24:11,950 --> 00:24:13,660
ก็ต้องเป็นคืนนี้นี่แหละ

323
00:24:13,743 --> 00:24:14,578
ใช่

324
00:24:17,289 --> 00:24:22,043
เราจะได้ภาพเอ็ม 87 ดีๆ บ้าง หวังว่านะ

325
00:24:24,254 --> 00:24:26,214
เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะ

326
00:24:26,673 --> 00:24:29,551
ผมจะเป็นคนตัดสิน ผมจะประกาศเอง

327
00:24:29,634 --> 00:24:32,387
คืนที่ห้า พร้อมทำตามแผนดีได้

328
00:24:33,430 --> 00:24:35,432
ขอให้ทุกคืนในอนาคตดีเท่าคืนนี้

329
00:24:36,766 --> 00:24:39,394
จากนั้นกล้องโทรทรรศน์ทั่วโลก

330
00:24:40,479 --> 00:24:42,731
จะหมุนในเวลาเดียวกัน

331
00:24:43,940 --> 00:24:47,360
แล้วเราจะเริ่มบันทึกโฟตอนจากหลุมดำ

332
00:24:59,372 --> 00:25:03,543
หลุมดำจะดูใหญ่ขนาดไหนเมื่ออยู่บนฟ้า
ขึ้นอยู่กับมวลรวมของมัน

333
00:25:03,627 --> 00:25:05,170
และระยะทางด้วย

334
00:25:07,506 --> 00:25:11,218
หลุมดำที่ใจกลางกาแล็กซีของเรา
ซาจิททาเรียสเอสตาร์

335
00:25:11,301 --> 00:25:15,597
มีขนาดมุมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตามด้วยกาแล็กซีเอ็ม 87

336
00:25:16,681 --> 00:25:19,893
หลุมดำของเอ็ม 87 ใหญ่กว่าเป็นพันเท่า

337
00:25:19,976 --> 00:25:22,479
แต่อยู่ห่างออกไปเป็นพันเท่า

338
00:25:23,522 --> 00:25:27,108
ปรากฎว่าพวกมันมีขนาดที่เทียบกันได้บนท้องฟ้า

339
00:25:34,074 --> 00:25:37,285
นี่คือศูนย์บัญชาการ มีคนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

340
00:25:37,786 --> 00:25:40,956
คนเขียนกันเข้ามาว่า เกิดปัญหาฉุกเฉิน

341
00:25:41,289 --> 00:25:44,668
กับเครื่องบันทึก เครื่องรับสัญญาณ
หรืออะไรสักอย่าง

342
00:25:44,751 --> 00:25:46,253
เรานึกว่าจะได้นั่งเบื่อ

343
00:25:47,045 --> 00:25:48,588
{\an8}เรานึกว่าจะไม่มีอะไรทำ

344
00:25:48,672 --> 00:25:51,675
{\an8}ทุกอย่างจะได้ราบรื่นและไม่มีอะไรผิดพลาด

345
00:25:52,676 --> 00:25:55,220
แต่ก็นะ เราอยู่ที่นี่เผื่อไว้

346
00:25:56,846 --> 00:26:00,934
เราเพิ่งทำการสังเกตการณ์
จากกล้องอีเอชทีวันที่สามเสร็จ

347
00:26:01,935 --> 00:26:03,353
ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

348
00:26:03,436 --> 00:26:07,524
เราสังเกตการณ์ได้สำเร็จสามคืนติดต่อกันแล้ว

349
00:26:07,607 --> 00:26:09,901
แต่นั่นเป็นเพราะอากาศดีมาก

350
00:26:10,485 --> 00:26:12,279
และทีมก็เหนื่อยกันแล้ว

351
00:26:12,362 --> 00:26:15,115
เพราะเราทำงานกันทั้งวันทั้งคืน

352
00:26:15,198 --> 00:26:16,908
พวกเขาอยู่บนพื้นที่สูง

353
00:26:16,992 --> 00:26:18,910
พวกเขาใส่ใจในรายละเอียดมาก

354
00:26:18,994 --> 00:26:22,205
พวกเขาเครียด พยายามแก้ไขปัญหา

355
00:26:22,289 --> 00:26:25,292
และเรากำลังผลักดันผู้คนจนถึงขีดจำกัดแล้วตอนนี้

356
00:26:36,886 --> 00:26:38,888
เริ่มสแกนภาพสุดท้ายของซาจิททาเรียสเอสตาร์

357
00:26:39,889 --> 00:26:43,810
อันนี่แหละ ใช่แล้ว ภาพสแกนสุดท้าย

358
00:26:44,769 --> 00:26:46,730
ของการสังเกตการณ์ปี 2017

359
00:26:47,814 --> 00:26:49,274
ของหลุมดำซาจิททาเรียสเอสตาร์

360
00:27:01,620 --> 00:27:07,542
ที่ไหนสักแห่งเหนือสายรุ้ง

361
00:27:08,793 --> 00:27:11,713
นกบลูเบิร์ดโผบิน

362
00:27:11,796 --> 00:27:13,757
- คุณเขียนว่า "วูฮู" เหรอ
- ใช่

363
00:27:15,800 --> 00:27:18,261
ความฝันที่เธอกล้าฝันนั้น

364
00:27:18,678 --> 00:27:24,643
{\an8}จะกลายเป็นความจริง

365
00:27:26,645 --> 00:27:29,481
{\an8}บางวันฉันจะขอพรกับดวงดาว

366
00:27:29,981 --> 00:27:36,946
{\an8}และตื่นขึ้นมายามที่ก้อนเมฆไกลออกไป

367
00:27:38,031 --> 00:27:39,074
ที่ปัญหาหายไป…

368
00:27:39,157 --> 00:27:44,788
ผมคิดว่าเพลงนี้จับความรู้สึกดีๆ ที่ได้ทำ

369
00:27:44,871 --> 00:27:47,207
สิ่งที่ทำมานานให้เป็นจริงได้ดีมาก

370
00:27:49,584 --> 00:27:50,752
นานเท่าไหร่ครับ

371
00:27:52,504 --> 00:27:56,257
ผมทำงานนี้มา… ไม่รู้สิ 20 ปีได้มั้ง

372
00:28:00,929 --> 00:28:05,600
ขั้นต่อไปที่ที่ทำการอีเอชทีทุกที่
ทุกคนจะเก็บฮาร์ดดิสก์

373
00:28:05,684 --> 00:28:08,561
ด้วยความระมัดระวังมาก

374
00:28:09,104 --> 00:28:11,356
ส่งกลับมาที่ศูนย์ประมวลผลกลาง

375
00:28:13,608 --> 00:28:15,026
เดี๋ยว ทุกคนเราทำเสร็จแล้ว

376
00:28:16,861 --> 00:28:18,822
เราเพิ่งเสร็จ… เราทำทั้งหมดเสร็จแล้ว

377
00:28:19,406 --> 00:28:21,324
เสร็จแล้ว เรียบร้อย

378
00:28:24,577 --> 00:28:27,122
เราเพิ่งสแกนทั้งหมดเสร็จสิ้น

379
00:28:27,956 --> 00:28:31,710
ตารางงานทั้งหมด โครงการทั้งหมด

380
00:28:33,878 --> 00:28:36,756
และการสังเกตการณ์

381
00:28:38,258 --> 00:28:40,885
ด้วยกล้องอีเวนต์ฮอไรซันทั้งหมดของปีนี้

382
00:28:43,096 --> 00:28:45,682
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่
ของกล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน

383
00:28:45,765 --> 00:28:49,394
คือเมื่อข้อมูลทั้งหมดส่งกลับมา
ยังศูนย์บัญชาการกลางเท่านั้น

384
00:28:49,477 --> 00:28:51,271
เราถึงจะรู้จริงๆ ว่าทุกอย่างราบรื่น

385
00:28:52,105 --> 00:28:54,023
และนั่นจะใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน

386
00:28:55,316 --> 00:28:57,986
จนกว่าจะถึงตอนนั้น จะมีความเครียดอยู่

387
00:28:58,069 --> 00:29:00,905
มีความไม่แน่ใจเล็กน้อยว่ามองข้ามบางอย่างไป

388
00:29:03,825 --> 00:29:08,663
เดือนพฤศภาคม ฤดูใบไม้ผลิ การเกิดใหม่
จับภาพหลุมดำ

389
00:29:10,415 --> 00:29:12,751
พูดเลยว่าจะเป็นฤดูร้อนที่พิเศษมาก

390
00:31:19,794 --> 00:31:22,547
มันเป็นคำถามที่มีมานานแล้ว
ในปรัชญาวิทยาศาสตร์

391
00:31:24,090 --> 00:31:28,094
ถ้าแต่เดิม เราสนใจในปรากฎการณ์

392
00:31:28,177 --> 00:31:30,930
ที่สามารถตรวจจับได้ทางการทดลอง

393
00:31:33,933 --> 00:31:36,519
แล้วที่จริง

394
00:31:36,811 --> 00:31:39,898
เรามีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตไม่ได้ได้ยังไง

395
00:31:51,826 --> 00:31:57,081
{\an8}ฉันรู้สึกสนใจสิ่งที่มองไม่เห็น

396
00:31:57,332 --> 00:31:58,666
{\an8}และเรื่องลึกลับเสมอมา

397
00:32:00,043 --> 00:32:03,004
ฉันรู้สึกเหมือนถูกแรงโน้มถ่วงให้สนใจหลุมดำ

398
00:32:06,382 --> 00:32:11,387
แต่การใช้แค่สมการเพื่อเข้าใจหลุมดำนั้น
เป็นเรื่องยากมาก

399
00:32:19,604 --> 00:32:23,566
ถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดในระดับใดก็ตาม

400
00:32:24,442 --> 00:32:27,946
คุณจะไม่เข้าใจได้ด้วยคณิตศาสตร์ล้วนๆ หรอก

401
00:32:28,029 --> 00:32:31,741
มันเป็นไปไม่ได้ คุณต้องจำลองในคอมพิวเตอร์

402
00:32:39,123 --> 00:32:43,336
มีสิ่งที่เรียกว่าจานพอกพูนมวล
ที่โคจรรอบหลุมดำอยู่

403
00:32:44,128 --> 00:32:45,088
มันวุ่นวาย

404
00:32:48,132 --> 00:32:52,011
มันเป็นก๊าซที่เป็นไอออน เป็นสนามแม่เหล็ก

405
00:32:52,095 --> 00:32:53,763
ทั้งหมดนั้นกำลังหมุนอยู่

406
00:32:55,390 --> 00:32:57,684
พอก๊าซร้อนขึ้นก็แผ่รังสีออกมา

407
00:33:02,480 --> 00:33:04,482
กลายเป็นเรื่องซับซ้อนเกินไป

408
00:33:04,565 --> 00:33:07,527
ที่นักทฤษฎีจะคำนวณด้วยกระดาษและดินสอได้

409
00:33:15,743 --> 00:33:20,456
{\an8}การจำลองช่วยให้เราสร้างสิ่งที่มองไม่เห็น

410
00:33:21,165 --> 00:33:24,502
{\an8}กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้

411
00:33:40,101 --> 00:33:43,021
(วันที่ 10 กันยายน 2017)

412
00:33:43,688 --> 00:33:48,609
{\an8}(บรินซ็อปคอร์ต ประเทศอังกฤษ)

413
00:33:55,658 --> 00:33:57,785
- แอนดี้แน่เลย
- หวัดดีค่ะ

414
00:33:59,037 --> 00:34:01,372
เรามีข่าวที่เกือบดีมาก

415
00:34:01,456 --> 00:34:02,290
อะไร

416
00:34:04,167 --> 00:34:05,126
แต่ก็ไม่เชิงนัก

417
00:34:05,752 --> 00:34:07,754
มีจุดเชื่อมโยงที่หายไปสักที่

418
00:34:08,254 --> 00:34:10,673
ถ้าไม่คิดถึงมันมาก ก็จะได้คำตอบที่ถูกต้อง

419
00:34:10,757 --> 00:34:12,717
ผมไม่เคยคิดมากหรอก…

420
00:34:13,551 --> 00:34:16,179
ปีละครั้งสตีเฟน ฮอว์กิงกับเพื่อนของเขา…

421
00:34:16,846 --> 00:34:19,682
เช่าบ้านที่ไหนสักแห่ง

422
00:34:20,349 --> 00:34:23,144
เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด สนุกสนานกัน

423
00:34:23,227 --> 00:34:25,229
ให้เราหนีไปปีนเขากันได้

424
00:34:25,313 --> 00:34:26,647
สตีเฟนมาถึงแล้ว

425
00:34:26,731 --> 00:34:29,650
- สตีเฟนมาแล้ว เยี่ยมเลย
- คุณตรงไปทางนั้น

426
00:34:29,734 --> 00:34:30,735
- ทักทายเขาได้เลย
- โอเค

427
00:34:33,029 --> 00:34:37,909
สตีเฟน ซาช่า มัลคอล์มกับผมเจอช่องโหว่

428
00:34:38,576 --> 00:34:40,661
อาจจะมากกว่าช่องนะ

429
00:34:40,745 --> 00:34:44,749
เจอรูขนาดใหญ่ในความย้อนแย้งเชิงข้อมูล

430
00:34:44,832 --> 00:34:47,168
- ไปใช้กระดานดำในนั้นกัน
- ได้

431
00:34:47,251 --> 00:34:48,711
ความเชื่อเดิมคือ<i>…</i>

432
00:34:50,213 --> 00:34:53,925
หลุมดำไม่มีทางเก็บรักษาข้อมูลได้

433
00:34:54,008 --> 00:34:55,676
มันเป็นแค่หลุมในอวกาศ

434
00:34:57,762 --> 00:34:59,597
แต่เราค้นพบว่าขอบฟ้า

435
00:34:59,680 --> 00:35:02,016
ีมีคุณสมบัติบางอย่างที่เข้ารหัสข้อมูลได้

436
00:35:03,559 --> 00:35:07,105
คือการแปรเปลี่ยนอย่างยิ่งยวด
และการหมุนความเร็วสูงอย่างอิสระ

437
00:35:07,188 --> 00:35:08,898
สิ่งที่ตอนนี้เราเรียกว่า "ผมอ่อน"

438
00:35:08,981 --> 00:35:10,775
- โอเค
- โอเค ทำให้กลม

439
00:35:12,777 --> 00:35:17,573
ผมอ่อนนั้นจะกระจายไป
ทั่วเส้นขอบฟ้าของหลุมดำ

440
00:35:18,282 --> 00:35:20,827
เมื่อโยนอะไรเข้าไปในหลุมดำ

441
00:35:21,285 --> 00:35:22,829
เท่ากับคุณเปลี่ยนทรงผมม

442
00:35:22,912 --> 00:35:25,957
ตอนเริ่มเป็นแบบนี้
พอใส่อะไรเข้าหน่อย ก็เปลี่ยนเลย

443
00:35:27,667 --> 00:35:32,088
เราพบว่ามีการบันทึกสิ่งที่ตกลงไปในหลุมดำ

444
00:35:34,507 --> 00:35:37,969
ข้อมูลบางอย่างถูกส่งไปแน่นอน

445
00:35:41,472 --> 00:35:43,683
เรายังไม่รู้เลยว่าทั้งหมดไหม

446
00:35:45,643 --> 00:35:49,856
และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังตั้งใจสืบสวน

447
00:35:49,939 --> 00:35:50,857
- มันดูเหมือนนี่
- ใช่

448
00:35:50,940 --> 00:35:53,067
มันมีแค่สองอนุพันธ์

449
00:35:53,151 --> 00:35:55,862
- ในเอปไซลอน ตรงนั้นต้องหายไป
- โอเค

450
00:35:55,945 --> 00:35:59,073
เราต้องดูว่าผมอ่อนและอนุภาพบางๆ เช่นนี้

451
00:35:59,157 --> 00:36:01,159
สามารถเข้ารหัสข้อมูลทุกอย่างในหลุมดำได้ไหม

452
00:36:01,242 --> 00:36:02,910
โอเคเราไม่กังวลพจน์นั้น

453
00:36:02,994 --> 00:36:04,704
- ไม่
- คุณดูพจน์นั้นด้วยไหม

454
00:36:05,246 --> 00:36:06,330
ต้นยุค 70

455
00:36:07,206 --> 00:36:10,835
{\an8}มีสูตรโดยเบเกนสไตน์และฮอว์กิง

456
00:36:11,711 --> 00:36:14,255
เพื่อคำนวณว่า

457
00:36:15,298 --> 00:36:18,843
หลุมดำสามารถเก็บข้อมูลได้กี่กิกะไบต์

458
00:36:19,760 --> 00:36:24,515
ดังนั้นในการทดสอบครั้งแรก ที่เรายังทำไม่ผ่าน

459
00:36:25,975 --> 00:36:29,729
คือการนับข้อมูลโดยใช้วิธีการขนอ่อน

460
00:36:30,396 --> 00:36:35,109
และแสดงให้เห็นว่ามันให้คำตอบที่ถูกต้อง

461
00:36:38,571 --> 00:36:41,199
ถ้าเราทำให้ประจุศูนย์กลางเป็น 12 เจได้

462
00:36:41,782 --> 00:36:45,119
ข้อมูลก็จะไม่หายไป ข้อมูลจะถูกเก็บไว้

463
00:36:45,494 --> 00:36:46,996
และเราจะสามารถตามรอยข้อมูลนี้ได้

464
00:36:47,079 --> 00:36:48,873
โดยดูที่ขอบฟ้า

465
00:36:50,166 --> 00:36:52,460
เราใช้เวลาสามเดือนได้ผลเป็นศูนย์

466
00:36:52,543 --> 00:36:54,462
และอีกสามเดือนได้ผลเป็นอนันต์

467
00:36:54,545 --> 00:36:56,214
และช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มัลคอล์ม

468
00:36:56,714 --> 00:36:59,300
คิดว่าเขาได้ 12 แล้ว แต่เราคิดว่ามันผิดอีกแล้ว

469
00:37:00,176 --> 00:37:02,303
สำหรับตอนนี้ เรามี 12 แล้ว

470
00:37:02,386 --> 00:37:05,223
แต่ด้วยขั้นตอนที่น่าสงสัย

471
00:37:06,182 --> 00:37:08,517
คุณบอกว่าทำการอินทิเกรตทีละส่วน

472
00:37:08,601 --> 00:37:10,645
เพื่อให้ได้สูตรสุดท้ายนี้เหรอ

473
00:37:12,230 --> 00:37:13,231
ฉันว่าอย่างนั้น

474
00:37:13,940 --> 00:37:17,818
ใช่ เพราะไม่มีพจน์ที่มีอนุพันธ์ที่มีซีตา

475
00:37:18,569 --> 00:37:21,405
ประเด็นคือการกำจัดอนุพันธ์สองตัวออกจากซีตา

476
00:37:22,990 --> 00:37:24,825
แต่มันอาจจะอยู่จริงๆ ก็ได้

477
00:37:29,372 --> 00:37:31,791
มาดูกัน โอเค

478
00:37:32,291 --> 00:37:35,378
ผมคิดว่าเราต้องคิดเรื่องนี้ให้มากขึ้น

479
00:37:39,173 --> 00:37:40,800
สตีเฟนมาแล้ว รอดแล้ว!

480
00:37:43,219 --> 00:37:44,887
หวัดดีสตีเฟน

481
00:37:44,971 --> 00:37:46,055
สวัสดีสตีเฟน

482
00:37:46,138 --> 00:37:49,475
เราสรุปภาพรวมให้สตีเฟนละกัน

483
00:37:50,226 --> 00:37:51,936
ถ้าสมมติว่าทุกอย่างถูกต้องนะ

484
00:37:52,019 --> 00:37:53,479
- ต้องรอยืนยันต่อไป
- ไม่ๆ

485
00:37:53,562 --> 00:37:55,106
อย่าสมมติว่าทุกอย่างถูกต้องเด็ดขาด

486
00:37:56,857 --> 00:37:59,485
- ตรวจสอบ ทุกอย่างต้องตรวจสอบ
- ใช่ ตรวจสอบทุกอย่าง

487
00:38:00,027 --> 00:38:03,990
เมื่อกี้เราตื่นเต้นกันมาก ความรู้สึก

488
00:38:04,073 --> 00:38:08,411
เพราะพจน์ตรงออกมาตรงเป๊ะ

489
00:38:08,911 --> 00:38:14,750
ตรงตามที่มันควรเป็นเพื่อให้ได้กฎของพื้นที่

490
00:38:15,459 --> 00:38:19,463
แล้วเราก็รู้ว่าเราอาจจะพลาดบางพจน์

491
00:38:23,718 --> 00:38:25,928
ดูเหมือนจะมีเรื่องดีๆ บางอย่างเกิดขึ้นนะ

492
00:38:27,888 --> 00:38:29,598
แต่เราเจองานหนักเข้าแล้ว

493
00:38:39,525 --> 00:38:41,569
มีบางอย่างที่เราลืมไป

494
00:38:41,652 --> 00:38:42,486
อะไร

495
00:38:42,987 --> 00:38:45,364
มีคำถามเรื่องพจน์ค่าเอฟบวกลบ

496
00:38:46,449 --> 00:38:48,159
ใช่ ผมก็กังวลเรื่องนั้น

497
00:38:48,576 --> 00:38:51,996
อาจจะเป็นเอฟบวกลบก็ได้

498
00:38:52,788 --> 00:38:55,916
เราทำอะไรกันเรื่องนั้น เพราะ…

499
00:38:56,000 --> 00:39:00,713
เพราะฉันคิดว่าฉันไม่ได้ผลิตอะไรเลย
ด้วยสามอนุพันธ์ของเอปไซลอน

500
00:39:01,213 --> 00:39:02,631
- แต่…
- เราต้องตรวจดู

501
00:39:05,885 --> 00:39:07,678
มีตัวเลขที่เราต้องการ

502
00:39:08,679 --> 00:39:10,473
สิบสองคูณโมเมนตัมเชิงมุม

503
00:39:11,849 --> 00:39:14,393
- ฉันคิดว่านี่…
- ไดเวอร์เจนซ์ของ…

504
00:39:14,477 --> 00:39:17,730
มันยากมากที่จะได้ตัวเลขนั้น มันยากมากจริงๆ

505
00:39:18,773 --> 00:39:21,359
ถ้าได้เลขนั้นมา…

506
00:39:22,360 --> 00:39:23,319
ข้างบนนี้

507
00:39:23,402 --> 00:39:26,864
ที่จะบอกว่าหลุมดำมีความจุที่สามารถเก็บ…

508
00:39:28,324 --> 00:39:30,493
ข้อมูลทั้งหมดที่อาจจะสูญเสียไปได้

509
00:39:30,576 --> 00:39:32,411
ผมว่าในนี้มีทางเดินอยู่นะ

510
00:39:32,495 --> 00:39:35,915
จะเป็นก้าวสำคัญสู่การแก้ปัญหา
ความย้อนแย้งเชิงข้อมูลได้

511
00:39:36,582 --> 00:39:39,377
และมัลคอล์มมาถึงจุดนี้จากตรงนั้นได้
ด้วยการอินทิเกรตทีละส่วน

512
00:39:40,461 --> 00:39:42,004
- อย่างผิดกฎ
- ใช่

513
00:39:42,088 --> 00:39:45,299
แต่เมื่อใช้ไดเวอร์เจนซ์ของสามรูปแบบ…

514
00:39:45,424 --> 00:39:48,219
- เราทำแบบเดียวกันได้
- เราจะได้สมการแบบเดียวกันนี้

515
00:39:48,302 --> 00:39:51,055
- และมีที่สำหรับ…
- มีเวกเตอร์

516
00:39:51,138 --> 00:39:53,682
ที่สอดคล้องกันเท่าไหร่

517
00:39:54,392 --> 00:39:55,935
- สาม!
- เลขอนันต์เหรอ

518
00:39:56,769 --> 00:39:57,895
หก!

519
00:39:59,063 --> 00:40:01,982
สตีเฟนเป็นคนที่น่าสนใจมาก
ในการร่วมงานด้วย เพราะ…

520
00:40:02,691 --> 00:40:06,195
ฉันว่าเขาเป็นคนพูดน้อย
ดังนั้นทุกอย่างที่เขาพูดจึงสำคัญมาก

521
00:40:06,821 --> 00:40:10,616
มีเวกเตอร์ที่มีนิยามชัดเจนอยู่ทั่วโลก

522
00:40:10,699 --> 00:40:14,036
มีทั้งหมดสามอัน

523
00:40:14,745 --> 00:40:17,039
เขาอาจจะถามอะไรสักอย่างที่ตอนแรกเห็น

524
00:40:17,123 --> 00:40:19,041
ดูเหมือนเขาพยายามอธิบายบางอย่าง

525
00:40:19,583 --> 00:40:21,544
ที่จริงแล้วมันกลายเป็นว่า

526
00:40:21,627 --> 00:40:23,879
เขามีความคิดที่ต่างออกไปหรือ…

527
00:40:24,922 --> 00:40:27,174
เขาแค่ให้ข้อมูลเชิงลึกหรือตามสัญชาตญาณ

528
00:40:28,134 --> 00:40:30,928
ซึ่งอาจทำให้ทุกคนสับสน

529
00:40:31,011 --> 00:40:32,972
แล้วเราก็รู้ว่ามันสำคัญมาก

530
00:40:33,055 --> 00:40:34,765
เราก็เลย…

531
00:40:35,683 --> 00:40:39,019
เราทำตามคำสั่งของคุณอย่างเคร่งครัด

532
00:40:41,230 --> 00:40:43,274
ลืมเรื่องอนันตภาพไปซะ

533
00:40:43,858 --> 00:40:49,280
ตอนแรกผมปูพื้นไปก่อน พยายามอ้อมรอบภูเขา

534
00:40:49,363 --> 00:40:52,324
พยายามหาทางที่ดีที่สุดที่จะขึ้นไปถึงยอดเขาได้

535
00:40:52,992 --> 00:40:57,621
แล้วสตีเฟนก็บอกว่า "โอเค เราจะไปทางนี้"

536
00:41:00,541 --> 00:41:01,876
เขาบ้าบิ่นมาก

537
00:41:03,335 --> 00:41:06,505
เขาไม่อยากเสียเวลามาก

538
00:41:06,589 --> 00:41:09,967
ไปกับการสำรวจเรื่องยิบย่อย
และความเป็นไปได้ต่างๆ

539
00:41:10,759 --> 00:41:13,095
เขาต้องการเจาะเข้าประเด็นเลย

540
00:41:14,096 --> 00:41:16,765
อนุพันธสัณฐานจะทำให้เกิดเอนโทรปีไหม

541
00:41:16,849 --> 00:41:18,976
อนุพันธสัณฐานอันไหนจะทำให้มีเอนโทรปีเหรอ

542
00:41:21,187 --> 00:41:22,771
คำถามคืออนุพันธสัณฐานไหน…

543
00:41:22,855 --> 00:41:25,441
ปัญหานี้อาจจะยากที่จะแก้ด้วยตัวเอง

544
00:41:25,524 --> 00:41:28,569
แต่ต่างคนก็ต่างความคิดกันไป

545
00:41:28,652 --> 00:41:32,490
และแต่ละคนก็นำความคิดของตัวเอง

546
00:41:32,573 --> 00:41:33,866
มานำเสนอกัน

547
00:41:33,949 --> 00:41:37,161
ง่ายๆ คือมันเป็นสมการอีถึงไอ เอ็น ไฟ

548
00:41:38,245 --> 00:41:42,041
- มันคือ…
- อีถึงไอ เอ็น ไฟ แต่ยังไงไม่รู้…

549
00:41:42,124 --> 00:41:43,459
ผมมักจะรีบวิ่ง

550
00:41:44,001 --> 00:41:46,712
ไปให้ถึงเส้นชัยแล้วพยายามเติมเต็มช่องว่าง…

551
00:41:46,795 --> 00:41:47,838
จริงเหรอ

552
00:41:47,922 --> 00:41:52,259
ซึ่งเป็นวิธีการที่มักจะทำให้เกิดข้อผิดพลาด

553
00:41:52,343 --> 00:41:55,387
เพราะคุณตัดสินใจแล้วว่าต้องการคำตอบอะไร

554
00:41:58,015 --> 00:42:00,559
ส่วนมัลคอล์มมักจะทำงาน

555
00:42:01,268 --> 00:42:04,480
โดยเริ่มตั้งแต่แรกแล้วค่อยๆ ทำไป

556
00:42:05,022 --> 00:42:07,733
เป็นระบบมากกว่า ซึ่งก็มีปัญหาเช่นกัน

557
00:42:07,816 --> 00:42:09,485
เพราะถ้าไม่ได้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง

558
00:42:09,568 --> 00:42:10,945
ก็ไม่มีวันไปถึง

559
00:42:12,071 --> 00:42:14,490
ผมเลยคิดว่าเราเสริมกันและกันได้ดี

560
00:42:16,408 --> 00:42:19,578
ซาช่าเป็นสมาชิกใหม่ที่ยอดเยี่ยมมาก

561
00:42:20,371 --> 00:42:23,415
เธอเริ่มด้วยการเป็นลูกศิษย์ของมัลคอล์ม

562
00:42:25,000 --> 00:42:29,755
แล้วเธอก็พุ่งขึ้นมา
จากศูนย์ถึง 60 ได้อย่างยอดเยี่ยม

563
00:42:33,217 --> 00:42:37,555
เราเคยได้มาครั้งหนึ่ง แล้วมันก็หายไป
แล้วเราก็ได้อีกประมาณสิบวันที่แล้ว

564
00:42:37,638 --> 00:42:38,889
แต่มันหายไปอีกแล้ว

565
00:42:42,643 --> 00:42:44,645
เรามาถูกทางแล้ว

566
00:42:45,521 --> 00:42:48,232
แต่กลายเป็นว่ามันซับซ้อนมหาศาลเลยทีเดียว

567
00:42:48,315 --> 00:42:50,317
- ฉันว่าไปทางนี้เถอะ
- ผมก็ว่างั้น

568
00:42:50,401 --> 00:42:53,696
- เราน่าจะเอาเฮลิคอปเตอร์มา
- คุณอยากไปทางนั้นไหม

569
00:42:53,779 --> 00:42:55,531
- หมายถึงทางนี้เหรอ
- ไม่

570
00:42:58,492 --> 00:43:01,829
(วันที่ 12 พฤษภาคม 2017)

571
00:43:04,582 --> 00:43:08,669
(ศูนย์ประมวลผลข้อมูลอีเอชที
หอสังเกตการณ์เฮย์สแต็ก ม.เอ็มไอที)

572
00:43:11,964 --> 00:43:16,927
นี่เป็นการขนส่งระหว่างประเทศ
ที่ยุ่งยากมากเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในชิลี

573
00:43:17,511 --> 00:43:19,930
- รู้ใช่ไหมว่านี่เป็นข้อมูลสำคัญ
- ครับ

574
00:43:20,014 --> 00:43:24,893
ผมไม่อยากได้ยินคำว่า "ยุ่งยาก"
ในประโยคเดียวกับ "ข้อมูลของคุณ"

575
00:43:24,977 --> 00:43:26,604
เครื่องมือทำลายล้าง

576
00:43:27,688 --> 00:43:30,065
{\an8}นี่เป็นข้อมูลที่เพิ่งส่งมา

577
00:43:33,277 --> 00:43:37,406
ส่งมาจากชิลีเลย เครื่องอัดอันที่สาม
ช่องสอง ชุดที่สอง

578
00:43:38,616 --> 00:43:40,743
- ติดป้ายได้ดีมาก
- วินเซนต์

579
00:43:41,076 --> 00:43:44,496
โฟตอนจากชิลี แช่แข็งอยู่

580
00:43:45,873 --> 00:43:49,126
เมื่อเราได้ข้อมูลจากกล้องดูดาวหลากหลายที่มา

581
00:43:49,710 --> 00:43:52,921
จำนวนข้อมูลนั้นมหาศาลมาก

582
00:43:53,047 --> 00:43:55,591
เราต้องวัดคลื่นทุกคลื่น

583
00:43:55,674 --> 00:43:59,261
ทุกยอดที่ขึ้นและร่องที่ตกลง
เมื่อมันส่งมาถึงกล้องโทรทรรศน์

584
00:44:01,513 --> 00:44:03,849
เราต้องบันทึกให้แม่นที่สุด

585
00:44:03,932 --> 00:44:06,560
แล้วจับคู่แนวหน้าคลื่นแต่ละอัน

586
00:44:06,644 --> 00:44:09,647
กับคลื่นที่ตรงกันจากกล้องโทรทรรศน์อีกตัว

587
00:44:09,730 --> 00:44:11,023
ที่อยู่ไกลไปอีกซีกโลก

588
00:44:11,106 --> 00:44:13,233
โอเค ข้อมูลล่าสุดจากอัลมา

589
00:44:13,692 --> 00:44:14,777
นั่นอะไรน่ะ

590
00:44:14,860 --> 00:44:18,113
เรากำลังสร้างข้อมูลถึงหนึ่งเพตะไบตส์ครึ่ง

591
00:44:18,197 --> 00:44:19,406
ต่อการสังเกตการณ์หนึ่งคืน

592
00:44:20,658 --> 00:44:22,993
- โอเค
- ใช่ เมื่อเราผ่าน…

593
00:44:23,077 --> 00:44:26,705
เป็นจำนวนข้อมูล
จากการสังเกตการณ์หนึ่งคืนที่มากที่สุด

594
00:44:27,164 --> 00:44:30,292
ยิ่งกว่าการทดลองฟิสิกส์ครั้งใดในประวัติศาสตร์

595
00:44:30,751 --> 00:44:32,127
ผมอยากเห็น…

596
00:44:32,628 --> 00:44:34,588
ของกล้องอัลมาอยู่ที่นี่ทั้งหมด

597
00:44:35,673 --> 00:44:37,591
เรานำข้อมูลทั้งหมดกลับมา

598
00:44:37,758 --> 00:44:40,260
ต่อไดรฟ์ทั้งหมดเข้ากับซูเปอร์คอมพิวเตอร์

599
00:44:40,761 --> 00:44:43,722
เครื่องหนึ่งอยู่ที่หอสังเกตการณ์เฮยส์สแต็ก
ของม.เอ็มไอที

600
00:44:44,640 --> 00:44:47,559
และอีกคนอยู่ที่สถาบันแม็กซ์พลังก์
สำหรับดาราศาสตร์วิทยุ

601
00:44:47,643 --> 00:44:50,562
ที่เมืองบอนน์ เยอรมนี
และระหว่างสองที่นี้

602
00:44:50,854 --> 00:44:53,148
เราก็ประมวลและจัดการข้อมูลทั้งหมด

603
00:44:53,232 --> 00:44:55,859
นี่คือวิธีสร้างกล้องดูดาวขนาดเท่าโลก

604
00:44:56,360 --> 00:44:58,320
มันเป็นแผนที่สำหรับโลกทั้งใบเลย

605
00:44:58,404 --> 00:45:02,032
ตรงนี้เรามีโมดูลที่บันทึกในเม็กซิโก

606
00:45:02,700 --> 00:45:05,536
อันนี้ก็มาจากเม็กซิโก อันนี้จากแอริโซนา

607
00:45:05,994 --> 00:45:07,955
ตรงนี้มาจากสเปน

608
00:45:08,664 --> 00:45:10,249
นี่มาจากฮาวาย

609
00:45:10,916 --> 00:45:13,585
เราไม่สามารถประมวลผลจากขั้วโลกใต้ได้เลย

610
00:45:13,669 --> 00:45:15,671
ตอนนี้สถานีขั้วโลกใต้ปิดแล้ว

611
00:45:16,672 --> 00:45:18,382
ไม่มีอะไรลงจอดหรือขึ้นบินได้

612
00:45:19,675 --> 00:45:22,845
ข้อมูลทั้งหมดถูกแช่แข็งจนถึงเดือนตุลาคม

613
00:45:25,180 --> 00:45:27,558
นี่เป็นที่รวมข้อมูลทั้งหมด

614
00:45:27,641 --> 00:45:29,852
แล้วเราจะได้ผลิตภัณฑ์ข้อมูลขั้นสุดท้าย

615
00:45:30,477 --> 00:45:34,732
มันจะเกิดขึ้นแล้ว ผมก็ไม่อยากเชื่อ
แต่จะเกิดขึ้นจริงแล้ว

616
00:45:34,815 --> 00:45:38,694
ตอนนี้พักไว้ก่อนแล้วค่อยลองใส่เส้นฐานเข้าไป

617
00:45:41,655 --> 00:45:45,534
เมื่อคุณแก้ไขแบบนี้ให้ถูกต้อง นี่ก็จะดูดีขึ้น

618
00:45:47,286 --> 00:45:51,665
แม้แต่อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงก็จะเพิ่มขึ้น
แอมพลิจูดก็จะเพิ่มขึ้น

619
00:45:52,374 --> 00:45:54,168
สุดยอดเลย

620
00:45:55,419 --> 00:45:57,880
เรากำลังได้การตอบสนองไว

621
00:45:57,963 --> 00:46:02,301
และความละเอียดที่เราตามหา
มาประมาณราวสิบปี

622
00:46:04,970 --> 00:46:06,722
สำหรับผมแล้ว

623
00:46:08,015 --> 00:46:11,685
นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความกระวนกระวาย

624
00:46:13,562 --> 00:46:16,565
เราทำงานกันมานานเพื่อผลลัพธ์นี้

625
00:46:17,608 --> 00:46:21,653
และตอนนี้เราก็ไม่รู้เลยว่าเรามีอะไร

626
00:46:34,541 --> 00:46:37,461
(มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม
เมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ)

627
00:46:37,544 --> 00:46:39,588
(อาคารฟิสิกส์)

628
00:46:47,638 --> 00:46:50,599
(ห้องปฏิบัติการหลุมดำ)

629
00:49:10,614 --> 00:49:12,532
หลุมดำอยู่ไกลเกินเอื้อม

630
00:49:16,495 --> 00:49:19,790
เราไม่รู้ว่าสมการที่เราใช้อยู่นั้น

631
00:49:19,873 --> 00:49:21,875
อธิบายหลุมดำได้จริงหรือเปล่า

632
00:49:23,168 --> 00:49:27,631
นั่นคือสิ่งที่เราทดสอบโดยตรงไม่ได้
มันเป็นปัญหาของเรา

633
00:49:32,302 --> 00:49:34,137
ในห้องแล็บของฉัน

634
00:49:34,221 --> 00:49:37,724
ฉันมีแบบจำลอง
ที่เลียนแบบลักษณะบางอย่างของหลุมดำ

635
00:49:40,143 --> 00:49:43,271
แน่ละ มันไม่ใช่หลุมดำของจริง
ทำแบบนั้นคงอันตรายมาก

636
00:49:46,942 --> 00:49:50,153
สิ่งที่เรามีคือบ่อน้ำขนาดใหญ่

637
00:49:51,863 --> 00:49:55,033
มีกระแสน้ำวนที่สวยงามตรงกลาง

638
00:49:57,494 --> 00:50:02,207
ความแปรปรวนเล็กน้อยบนพื้นผิว
มีลักษณะเหมือนหลุมดำที่หมุนอยู่

639
00:50:10,632 --> 00:50:13,760
มีฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับเส้นขอบฟ้า

640
00:50:15,429 --> 00:50:16,263
การหักเหของแสง

641
00:50:16,972 --> 00:50:18,056
การแผ่รังสีฮอว์กิง

642
00:50:18,557 --> 00:50:19,808
การปล่อยรังสีตามธรรมชาติ

643
00:50:21,810 --> 00:50:24,771
และนี่คือผลกระทบที่เราจำลองได้

644
00:50:24,855 --> 00:50:27,524
ผลกระทบทั้งหมดที่เกิดขึ้นนอกขอบฟ้าเหตุการณ์

645
00:50:31,611 --> 00:50:35,198
และท้ายที่สุด คุณจะเห็นผลกระทบ
ที่คาดการณ์มาหลายปี

646
00:50:35,282 --> 00:50:37,534
โดยไม่มีการยืนยันการทดลอง

647
00:50:40,328 --> 00:50:41,538
นั่นคือฟิสิกส์ของจริง

648
00:50:42,164 --> 00:50:43,498
มันถูกตรวจพบแล้ว

649
00:50:48,670 --> 00:50:52,340
ตอนนี้สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับหลุมดำมีขีดจำกัด

650
00:50:52,841 --> 00:50:57,137
แต่ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์
นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุด

651
00:51:01,099 --> 00:51:03,477
เรามีจักรวาลนี้อยู่ในจานเพาะเชื้อ

652
00:51:05,437 --> 00:51:09,149
และมันมีข้อมูลเชิงลึกใหม่ที่ยอดเยี่ยม

653
00:51:09,566 --> 00:51:11,109
รอคอยการค้นพบ

654
00:51:19,785 --> 00:51:23,288
(สี่เดือนหลังกการเก็บตัวที่บ้านฮอว์กิง
วันที่ 25 มกราคม 2018)

655
00:51:25,707 --> 00:51:28,418
ซีตาลบซีตา ทิลดา วาย

656
00:51:28,919 --> 00:51:33,924
และนี่มีเอปไซลอนดับเบิลไพรม์
ที่มีเอปไซลอนไพรม์

657
00:51:34,049 --> 00:51:35,926
มันต้องขึ้นไปอยู่เหนือดับเบิลยูบวก

658
00:51:36,009 --> 00:51:38,762
เหนือดับเบิลยูบวก

659
00:51:40,847 --> 00:51:43,225
แปลว่าคุณต้องคำนวณกับดับเบิลยูบวกด้วย

660
00:51:43,308 --> 00:51:45,018
แน่ใจนะว่าไม่มีอย่างอื่นอีก

661
00:51:46,186 --> 00:51:47,270
ไม่มีแล้ว

662
00:51:47,604 --> 00:51:52,234
ไม่มี เพราะมันเป็น
พจน์ดับเบิลยูบวกตัวเดียวที่ให้ผลได้

663
00:51:54,402 --> 00:51:56,947
- ใช่
- เราต้องการดับเบิลยูบวกนั้น

664
00:51:57,030 --> 00:51:59,491
คุณต้องคำนวณนี่เพื่อสั่งให้ดับเบิลยูบวก

665
00:51:59,574 --> 00:52:00,408
ไม่

666
00:52:00,492 --> 00:52:03,286
ไม่ เพราะคุณอยากได้หนึ่งหารดับเบิลยูบวก
ในอินทิแกรนด์

667
00:52:04,371 --> 00:52:06,998
- ใช่
- เพราะช่วงของดับเบิลยูบวกเป็นศูนย์

668
00:52:07,082 --> 00:52:10,377
ดังนั้นถ้าเราไม่มีตัวดับเบิลยูบวกตรงนั้น
เราจะได้ศูนย์

669
00:52:13,964 --> 00:52:17,968
- เราไม่เข้าใจเรื่องนี้ในบรินซ็อป
- ใช่ ผมว่าเราไม่เข้าใจ

670
00:52:21,471 --> 00:52:23,849
ที่บรินซ็อป เราคิดว่าทุกอย่างน่าจะค่อนข้างง่าย

671
00:52:23,932 --> 00:52:26,351
เราไม่มีเวลาคิดมากนัก

672
00:52:26,434 --> 00:52:29,354
แต่ตั้งแต่นั้น เราค้นพบว่ามีสิ่งอื่นๆ มากมาย

673
00:52:29,437 --> 00:52:31,982
ที่มีส่วนและทำให้สิ่งต่างๆ ซับซ้อน

674
00:52:32,065 --> 00:52:35,402
ที่บรินซ็อป เราคิดว่าเราจะคำนวณกันเองได้

675
00:52:36,361 --> 00:52:38,572
สักสิบหน้า

676
00:52:42,492 --> 00:52:44,995
กลายเป็นการคำนวณ

677
00:52:46,496 --> 00:52:50,750
ที่ยาวนานที่สุดที่เราเคยทำกันมาเลย

678
00:52:50,834 --> 00:52:53,086
มันถูกเป๊ะเลย

679
00:52:57,090 --> 00:52:58,675
หนึ่งพันห้าสิบพจน์

680
00:52:58,758 --> 00:53:04,431
หนึ่งพันห้าสิบเหรอ เราเพิ่ม 1,050 พจน์

681
00:53:04,848 --> 00:53:06,766
โดยไม่ผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวไม่ได้หรอก

682
00:53:07,642 --> 00:53:08,768
ไม่ก็ผมทำไม่ได้

683
00:53:08,852 --> 00:53:10,520
ผมว่านี่เกินกว่ามัลคอล์มจะคิดได้อีก

684
00:53:10,604 --> 00:53:12,981
ผมคิดว่าผมทำได้สักครึ่งเดียว แต่ว่า…

685
00:53:14,733 --> 00:53:16,610
เมื่อเดือนที่แล้ว

686
00:53:17,194 --> 00:53:20,989
เราก็รู้ว่าเราจะใช้คอมพิวเตอร์

687
00:53:23,408 --> 00:53:26,578
โดยรวมแล้วก็เพิ่มพจน์เข้าไปหลายพัน

688
00:53:26,912 --> 00:53:31,499
ถ้ารวมกันแล้วมันได้เท่ากับสิบสองเจเป๊ะ

689
00:53:31,583 --> 00:53:34,377
หมายความว่าขนอ่อนที่อยู่ในหลุมดำ

690
00:53:35,003 --> 00:53:38,715
ก็พอที่จะสร้างหลุมดำขึ้นมาใหม่ได้

691
00:53:39,466 --> 00:53:41,635
เป็นหนทางที่ยาวไกล
สู่การไขความย้อนแย้งเชิงข้อมูล

692
00:53:42,844 --> 00:53:44,971
เท่าที่ผ่านมา เรายังไม่เห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น

693
00:53:45,472 --> 00:53:49,476
ซึ่งแปลว่ามีข้อผิดพลาด
ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของเรา

694
00:53:49,559 --> 00:53:50,936
ข้อผิดพลาดในข้อมูล

695
00:53:51,436 --> 00:53:54,689
ไม่ก็ข้อผิดพลาดในการวิเคราะห์ปัญหาของเรา

696
00:53:55,857 --> 00:53:59,110
เราก็มองโลกในแง่ดีไม่มากขึ้นก็น้อยลง

697
00:54:00,195 --> 00:54:03,573
เราต้องเชื่อว่ามันจะไปได้ดี

698
00:54:03,657 --> 00:54:04,866
ด้วยเหตุผลง่ายๆ

699
00:54:04,950 --> 00:54:08,995
ว่าเราจะไม่ทุ่มเทขนาดนี้ถ้าเราไม่เชื่ออย่างนั้น

700
00:54:11,081 --> 00:54:13,917
- เราทุ่มเทกันเต็มที่
- เราทุ่มเทกันมาก ใช่

701
00:54:14,000 --> 00:54:17,420
และเหตุผลที่เรากำลังทำสิ่งนี้
เพราะเราเชื่อในมัน

702
00:54:18,713 --> 00:54:21,091
ถ้าเราไม่เชื่อ เราคงจะ…

703
00:54:23,009 --> 00:54:25,512
- ล้มเลิกไปนานแล้ว
- ถอดใจไปนิดหน่อย

704
00:54:27,013 --> 00:54:28,348
ฉันมองโลกในแง่ดีนะ

705
00:54:30,350 --> 00:54:32,352
แต่ฉันคิดว่าเรากำลังพลาดบางอย่างที่ค่อนข้าง…

706
00:54:33,311 --> 00:54:34,938
เราขาดพจน์หรืออะไรสักอย่าง

707
00:54:36,982 --> 00:54:37,816
หรือความคิด

708
00:54:37,899 --> 00:54:42,028
หรือความคิดอะไรสักอย่าง
เราแค่ไม่ได้บวกเลขถูกต้อง

709
00:54:45,156 --> 00:54:50,495
ความย้อนแย้งเชิงข้อมูลบอกว่า เพราะหลุมดำ

710
00:54:50,578 --> 00:54:51,579
จักรวาลนั้น

711
00:54:52,163 --> 00:54:53,999
ไม่สามารถบรรยายได้

712
00:54:54,791 --> 00:54:57,502
โดยใช้กฎฟิสิกส์

713
00:55:00,171 --> 00:55:02,382
ผมจะเดิมพันกับความคิดว่า

714
00:55:02,841 --> 00:55:06,303
มีกฎฟิสิกส์อยู่ และเราจะค้นพบได้ว่ามันคืออะไร

715
00:55:08,847 --> 00:55:10,724
แต่มันยังไม่จบหรอก

716
00:55:23,570 --> 00:55:27,073
ฉันคิดว่าน่าสนใจดีเมื่อการสังเกตการณ์

717
00:55:27,157 --> 00:55:30,035
ไม่สอดคล้องกับ

718
00:55:30,118 --> 00:55:32,871
ภาพมาตรฐานของเรา
ว่าสิ่งต่างๆ ควรปฏิบัติอย่างไร

719
00:55:33,330 --> 00:55:36,583
และเมื่อนั้นผู้คนก็จะเริ่มมองหา

720
00:55:36,666 --> 00:55:38,543
คำอธิบายที่แปลกใหม่

721
00:55:40,962 --> 00:55:43,631
และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรื่องราวของหลุมดำ

722
00:55:46,593 --> 00:55:49,346
ตอนแรกนั้น หลุมดำช่าง

723
00:55:49,429 --> 00:55:53,183
ยากที่จะเข้าใจ เป็นคณิตศาสตร์ ยอมรับได้ยาก

724
00:55:53,933 --> 00:55:56,644
แต่ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป

725
00:55:56,728 --> 00:55:59,731
ก็มีข้อสังเกตที่ไม่สมเหตุสมผล

726
00:56:01,441 --> 00:56:04,652
หลุมดำเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่สังเกตได้

727
00:56:05,987 --> 00:56:09,240
สิ่งที่ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่คือหลุมดำขนาดยักษ์

728
00:56:09,324 --> 00:56:12,243
แบบที่ขนาดใหญ่กว่ามวลพระอาทิตย์
เป็นล้านเป็นพันเท่า

729
00:56:15,413 --> 00:56:18,375
กาแล็กซีทั้งหมดอาจซ่อนหลุมดำขนาดยักษ์
ไว้ที่ใจกลางก็ได้

730
00:56:19,334 --> 00:56:21,086
แม้แต่กาแล็กซี่ของเรา

731
00:56:22,128 --> 00:56:24,005
มันเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมาก

732
00:56:24,839 --> 00:56:28,802
และเป็นความคิดที่ฉันสนใจมากทีเดียว

733
00:56:31,429 --> 00:56:33,473
ฉันมีเทคนิคที่กำลังทำอยู่

734
00:56:33,556 --> 00:56:35,934
{\an8}หลุ่มของฉันกับกลุ่มในเยอรมนี

735
00:56:36,017 --> 00:56:39,646
{\an8}ที่จะคิดคำตอบได้ตามหลักการ

736
00:56:41,606 --> 00:56:44,943
และนี่เป็นตอนที่หอสังเกตการณ์เค็ก
กำลังจะเปิดในฮาวาย

737
00:56:48,530 --> 00:56:50,949
มันยอดเยี่ยมมากที่กล้องโทรทรรศน์ขนาดยักษ์

738
00:56:51,032 --> 00:56:53,785
ยอมให้เราเล่นกับเครื่องมือ

739
00:56:56,704 --> 00:56:57,997
และมันก็ได้ผลด้วย

740
00:56:58,081 --> 00:56:59,624
อยู่ดีๆ เราก็เห็นศูนย์กลางของกาแล็กซี

741
00:56:59,707 --> 00:57:01,334
ดาวเหล่านั้นที่ใจกลางของกาแล็กซี

742
00:57:05,422 --> 00:57:08,716
และถ้าในนั้นมีหลุมดำที่มีมวล
มากกว่าพระอาทิตย์ถึงหลายล้านเท่า

743
00:57:08,800 --> 00:57:11,386
สิ่งพวกนี้จะเคลื่อนไหวเร็วมาก

744
00:57:13,388 --> 00:57:15,640
ครั้งแรกนั้น เราวัดได้ 95

745
00:57:15,723 --> 00:57:19,352
พอ 96 เราก็เห็นรูปที่สอง ตายแล้ว

746
00:57:20,979 --> 00:57:23,940
หลุมพวกนั้นไม่ได้อยู่ที่เดียวกันเลย

747
00:57:25,233 --> 00:57:26,985
เจ้าพวกนี้เคลื่อนที่ฉิวเลย

748
00:57:28,486 --> 00:57:31,239
เก้าสิบแปด เก้าสิบเก้า มันเห็นชัดมาก

749
00:57:31,322 --> 00:57:34,117
ว่าอันที่อยู่ใกล้กันเริ่มโค้งงอ

750
00:57:36,327 --> 00:57:39,038
ความโค้งทำให้มีทิศทางไปยังหลุมดำ

751
00:57:39,122 --> 00:57:42,834
แล้วเราก็มีดาวสามดวงที่กำลังตีวงโค้ง
มันเลยเหมือนลูกศรสามคัน

752
00:57:43,960 --> 00:57:46,796
แล้วมันก็มาตัดที่จุดเดียวกัน

753
00:57:50,675 --> 00:57:52,927
มันต้องมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก

754
00:57:53,428 --> 00:57:56,139
ถึงจะผลักดันวงโคจรในระยะสั้นแบบนั้นได้

755
00:58:01,102 --> 00:58:06,149
มันยากที่จะมองเห็นสิ่งอื่นที่ใจกลาง

756
00:58:06,232 --> 00:58:09,110
นอกจากหลุมดำมวลมหาศาล

757
00:58:13,031 --> 00:58:15,033
เรากำลังเข้าไปแล้ว

758
00:58:17,952 --> 00:58:19,454
เราแทบรู้สึกได้เลย

759
00:58:27,962 --> 00:58:31,925
{\an8}(การประมวลภาพอีเอชทีมาราธอน
วันที่ 12 ตุลาคม 2017)

760
00:58:32,008 --> 00:58:33,968
{\an8}ฉันคิดว่าคาซูบอกว่า…

761
00:58:34,052 --> 00:58:36,638
{\an8}ใช่ แต่คาซูบอกให้ฉันดูรูปที่ 120 เมื่อวาน

762
00:58:36,721 --> 00:58:38,348
{\an8}เมื่อวานเราถึงได้ดูอันนั้น

763
00:58:38,431 --> 00:58:40,308
นี่คือสามซีสามสี่ห้าเหรอ

764
00:58:40,391 --> 00:58:41,226
- ใช่
- โอเค

765
00:58:41,309 --> 00:58:43,645
ความจริงคือเราตั้งเป้าสูงมากกับอีเอชที

766
00:58:43,728 --> 00:58:46,231
เพื่อให้เห็นสิ่งที่รู้ว่าไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

767
00:58:46,356 --> 00:58:49,192
แปลว่าเราต้องพัฒนาอุปกรณ์ชุดใหม่โดยสิ้นเชิง

768
00:58:49,275 --> 00:58:52,070
มันง่ายกว่าถ้าจะมองจากมุมมองกว้าง…

769
00:58:52,153 --> 00:58:54,656
เราต้องสร้างภาพใหม่ที่แม่นยำพอ

770
00:58:54,739 --> 00:58:56,574
ที่เราเชื่อในสิ่งที่เราเห็นได้

771
00:58:56,658 --> 00:58:58,660
เล็กๆ น้อยๆ แล้วได้โครงสร้างแปลกๆ ออกมา

772
00:58:58,743 --> 00:59:02,372
ฉันไม่ได้โหลดให้ใช้สเกลแบบเส้นตรงไว้

773
00:59:02,455 --> 00:59:05,083
เมื่อเราใช้กล้องของเราถ่ายภาพ

774
00:59:05,166 --> 00:59:08,461
คุณเชื่อว่ารูปนั้นเป็นความจริงใช่ไหม

775
00:59:08,545 --> 00:59:10,755
เห็นได้ด้วยตาตัวเอง

776
00:59:10,838 --> 00:59:12,799
และเห็นได้ว่ามันตรงกัน

777
00:59:12,882 --> 00:59:16,386
เมื่อเราถ่ายภาพหลุมดำด้วยกล้องอีเวนต์ฮอไรซัน

778
00:59:16,469 --> 00:59:17,971
เราไม่ได้เห็นว่า

779
00:59:18,054 --> 00:59:20,098
เราไม่รู้ว่าภาพที่สร้างขึ้นมานั้น

780
00:59:20,181 --> 00:59:22,225
เป็นภาพหน้าตาของหลุมดำจริงหรือเปล่า

781
00:59:22,934 --> 00:59:25,144
เราจะประเมินภาพที่แท้จริงได้ยังไง

782
00:59:26,312 --> 00:59:28,940
งั้นอันไหนถูก ผมแค่บอกว่าโดยรวมแล้ว…

783
00:59:29,023 --> 00:59:32,360
อันไหนถูกล่ะ ผู้คนตีพิมพ์…

784
00:59:32,485 --> 00:59:35,280
วิธีหนึ่งที่เราใช้แก้ปัญหาคือด้วยการแบ่งทีม

785
00:59:35,363 --> 00:59:37,574
เป็นหลากหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มคุยกันไม่ได้

786
00:59:38,074 --> 00:59:41,286
เราสร้างข้อมูลจากภาพหลากหลายแบบ

787
00:59:41,369 --> 00:59:45,206
ข้อมูลที่แท้จริงที่เราได้จากกล้องอีเวนต์ฮอไรซัน

788
00:59:45,290 --> 00:59:48,167
แล้วก็ปล่อยออกสู่ชุมชนโดยไม่มีรูปที่แท้จริง

789
00:59:48,710 --> 00:59:52,130
แล้วบอกว่า ทำให้เต็มที่
ดึงภาพที่ดีที่สุดจากข้อมูลนี้

790
00:59:52,547 --> 00:59:56,718
สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องของทีมหนึ่งก็อยู่แต่ในห้องนี้

791
00:59:57,427 --> 00:59:59,596
ถ้าฉันเห็นภาพของทีมอื่น

792
00:59:59,679 --> 01:00:02,640
ฉันอาจจะพยายามผลักดันอัลกอริทึมของภาพฉัน

793
01:00:02,724 --> 01:00:05,810
ไปในทิศทางที่คล้ายกับภาพนั้นโดยไม่ตั้งใจ

794
01:00:05,893 --> 01:00:07,645
ดูแถบความผิดพลาดของแอมพลิจูดพวกนี้สิ

795
01:00:08,855 --> 01:00:13,568
เราอยากถ่ายภาพหลายๆ รอบ
และปรับแต่งกระบวนการถ่ายภาพ

796
01:00:14,611 --> 01:00:16,821
ก่อนที่เราจะนำภาพมาเทียบกัน

797
01:00:16,904 --> 01:00:20,325
คุณมองสิ่งต่างๆ ในข้อมูลเดียวกัน

798
01:00:20,408 --> 01:00:22,118
มันคือการต่อสู้สูสี…

799
01:00:22,201 --> 01:00:26,205
เราน่าจะเปรียบเทียบอัลกอริทึม
ที่ต่างกันระหว่างทีมได้

800
01:00:26,289 --> 01:00:28,499
และถ้าเราเริ่มได้คอนเวอร์เจนซ์ของค่าพวกนั้น

801
01:00:28,583 --> 01:00:32,253
แล้วเราจะได้รู้ว่าเราอยู่ในสถานะที่จะทำ
แบบเดียวกันกับแซกเอสตาร์กับเอ็ม 87 ได้ไหม

802
01:00:32,337 --> 01:00:35,256
และนี่คือแอมพลิจูดที่ต่ำลง

803
01:00:35,340 --> 01:00:37,091
มันต่างกันมากเลยนะ

804
01:00:37,258 --> 01:00:38,593
มันต่างกันสามวัน

805
01:00:39,093 --> 01:00:41,095
ใช่ แต่แหล่งข้อมูลไม่เปลี่ยนไปมากนัก

806
01:00:41,804 --> 01:00:43,306
และคุณเปลี่ยนความเร็วของแสงไม่ได้

807
01:00:44,098 --> 01:00:49,937
แต่ตรงสีส้มกับฟ้านั้นได้จากวันเดียวกัน
ในเวลาเดียวกันเป๊ะเลย

808
01:00:50,438 --> 01:00:54,067
ในทีมที่สอง ผมว่าเรามีปัญหามาก

809
01:00:55,318 --> 01:00:59,405
ผมรู้สึกว่าข้อมูลมันยังไม่พร้อม

810
01:01:00,073 --> 01:01:02,116
ยังไม่ได้ปรับค่าให้ถูกต้อง

811
01:01:02,867 --> 01:01:03,951
สำหรับการประมวลภาพ

812
01:01:04,035 --> 01:01:06,788
ยังมีงานต้องทำอีก

813
01:01:15,254 --> 01:01:17,840
ผมบังเอิญดูเว็บไซต์หนังสือพิมพ์การ์เดียนอยู่

814
01:01:17,924 --> 01:01:21,886
ตอนเที่ยงคืนวันที่ 13

815
01:01:22,512 --> 01:01:23,846
แล้วพวกเขาก็ประกาศข่าว

816
01:01:25,348 --> 01:01:26,182
นั่นแหละครับ

817
01:01:28,935 --> 01:01:32,689
{\an8}เราคุยกันว่าจะไปหาเขา

818
01:01:33,773 --> 01:01:35,692
{\an8}เพราะเราเป็นห่วงและเพราะว่า

819
01:01:36,484 --> 01:01:40,488
เรารู้ว่าการทำงานจะทำให้เขามีกำลังใจ

820
01:01:42,573 --> 01:01:45,451
เราพูดหลายครั้งว่าทันทีที่เราได้ความคืบหน้า

821
01:01:45,535 --> 01:01:47,203
เราจะบินกลับไปอังกฤษทันที

822
01:01:47,286 --> 01:01:50,206
เพื่อคุยกับเขาเรื่องนี้
และหารือเรื่องก้าวต่อไปกับเขา

823
01:01:50,748 --> 01:01:55,294
มันจะทำให้เขามีความสุขมาก
ที่รู้ว่าเราเราคืบหน้ากับโครงการนี้

824
01:01:55,878 --> 01:01:59,590
น่าเสียดายที่เราทำได้ไม่ทันเวลา

825
01:02:01,759 --> 01:02:03,803
- เราทุกคนคิดคนละแบบกัน
- ใช่

826
01:02:03,886 --> 01:02:07,014
และเขามีวิธีคิดที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

827
01:02:08,307 --> 01:02:12,687
และเราไม่ได้รับอนุญาต
ให้เข้าถึงจิตใจเขาอีกต่อไปแล้ว

828
01:02:13,271 --> 01:02:14,605
นั่นเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

829
01:02:16,065 --> 01:02:18,192
มันมีมิตรภาพพิเศษ

830
01:02:19,026 --> 01:02:24,657
ที่เกิดจากการร่วมมือ
และการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

831
01:02:24,741 --> 01:02:28,786
ที่ไม่เหมือนสิ่งอื่นใดในประสบการณ์ของผมเลย

832
01:02:30,163 --> 01:02:34,375
และการได้มี…

833
01:02:36,127 --> 01:02:37,420
วิทยาศาสตร์…

834
01:02:38,004 --> 01:02:40,506
ปฏิสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ

835
01:02:41,924 --> 01:02:46,012
กับใครบางคนมาหลายสิบปี

836
01:02:47,221 --> 01:02:48,639
แล้วก็เสียสิ่งเหล่านั้นไป

837
01:02:49,682 --> 01:02:51,100
มันน่าเศร้ามาก

838
01:02:52,393 --> 01:02:56,606
มันน่าเศร้าในแบบที่แตกต่าง
จากการสูญเสียญาติ แต่มัน…

839
01:02:57,565 --> 01:02:58,399
มัน…

840
01:03:02,278 --> 01:03:05,323
มันเป็นสิ่งพิเศษและน่าเศร้ามากที่สูญเสียสิ่งนั้นไป

841
01:03:44,445 --> 01:03:46,823
ลองคิดดูนะคะ ถ้าคุณลอยอยู่

842
01:03:46,906 --> 01:03:49,075
ใกล้ๆ หลุมดำสองหลุมที่ชนกัน

843
01:03:50,868 --> 01:03:54,914
เมื่อมันโคจรไป ปริภูมิเวลาจะเริ่มตอบสนอง

844
01:03:56,457 --> 01:03:58,376
มันเหมือนใช้ไม้ตีกลอง

845
01:03:59,001 --> 01:04:00,837
กลองนั้นคือตัวปริภูมิเวลาเอง

846
01:04:01,712 --> 01:04:03,047
มันเริ่มดังขึ้น

847
01:04:04,215 --> 01:04:07,218
คลื่นแรงโน้มถ่วงบีบและยืดพื้นที่

848
01:04:09,053 --> 01:04:12,098
ตามหลักการ คลื่นนั้นจะสะเทือนแก้วหูของคุณ

849
01:04:12,765 --> 01:04:16,143
คุณจะได้ยินเสียงแม้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า

850
01:04:21,691 --> 01:04:26,320
คลื่นแรงโน้มถ่วงเป็นเหมือนเสียงกลางอวกาศ

851
01:04:33,536 --> 01:04:37,456
และนั่นคือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี 2015

852
01:04:38,040 --> 01:04:42,587
การทดลองของไลโกบันทึกการชนกัน
ของหลุมดำมืดสนิทสองหลุม

853
01:04:47,758 --> 01:04:50,511
{\an8}หนึ่งในห้าของวินาทีสุดท้าย

854
01:04:50,595 --> 01:04:54,098
{\an8}ก่อนที่หลุมดำจะรวมตัวกัน
และเงียบลงเป็นหลุมดำที่ใหญ่กว่า

855
01:04:54,932 --> 01:04:56,183
{\an8}และนั่นก็น่าทึ่งมาก

856
01:04:56,267 --> 01:04:59,478
หลักฐานเดียวของหลุมดำที่เรามีก่อนหน้านั้น

857
01:04:59,562 --> 01:05:01,355
คือสิ่งที่พวกมันทำกับสภาพแวดล้อม

858
01:05:02,189 --> 01:05:03,399
{\an8}นี่แหละตรงแล้ว

859
01:05:03,482 --> 01:05:06,193
{\an8}หลักฐานแรกที่ตรงไปตรงมา

860
01:05:06,360 --> 01:05:09,113
{\an8}ไม่ใช่แค่พิสูจน์การมีอยู่ของหลุมดำ

861
01:05:09,196 --> 01:05:11,824
แต่เป็นหลักฐานการมีอยู่ของหลุมดำคู่หนึ่งด้วย

862
01:05:12,408 --> 01:05:15,953
สัญญาณนี้มาถึงหลังจากเดินทางกว่าพันล้านปีแสง

863
01:05:16,037 --> 01:05:17,038
{\an8}แล้วพวกเขาก็บันทึกไว้

864
01:05:17,580 --> 01:05:20,917
{\an8}เป็นการค้นพบที่น่าทึ่งจริงๆ

865
01:05:22,668 --> 01:05:26,672
งานของฉันเกี่ยวกับ
ทฤษฎีการปะทะกันของหลุมดำ

866
01:05:26,756 --> 01:05:28,966
ว่ามันน่าจะเสียงเป็นยังไง จำลองเสียงเหล่านั้น

867
01:05:29,050 --> 01:05:32,261
และเข้าใจพลวัตรของวงโคจรหลุมดำ

868
01:05:36,849 --> 01:05:40,227
{\an8}กว่าคลื่นแรงโน้มถ่วงจะมาถึงโลกนั้น
มันก็เงียบมาก

869
01:05:41,854 --> 01:05:46,108
{\an8}การทดลองจับได้เพียงวงโคจรไม่กี่รอบสุดท้าย

870
01:05:48,361 --> 01:05:50,905
เพื่อเจาะลึกลงไปและได้ยินเสียงนั้น

871
01:05:50,988 --> 01:05:55,701
ทีมของฉันทำการประมาณ
ช่วงเวลาไม่กี่นาทีสุดท้าย

872
01:05:57,370 --> 01:05:59,288
เมื่อฟังเสียงที่ยาวขึ้น

873
01:05:59,372 --> 01:06:02,667
เราบอกได้ว่าหลุมดำนั้นมีพลวัตรที่น่าสนใจมากขึ้น

874
01:06:02,750 --> 01:06:04,877
ว่ามันมีการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนขึ้นไหม

875
01:06:06,879 --> 01:06:10,508
ในกรณีนี้ หลุมดำไม่เพียงมีมวล
ที่แตกต่างกันเท่านั้น

876
01:06:10,591 --> 01:06:13,511
มันไม่เพียงมีวงโคจรที่ซับซ้อนกว่าเท่านั้น

877
01:06:13,594 --> 01:06:15,262
แต่มันยังหมุนอยู่ด้วย

878
01:06:18,849 --> 01:06:21,852
ระบบเริ่มหมุนรอบในอวกาศ

879
01:06:24,271 --> 01:06:26,440
แล้วเราก็ได้ยินเสียงมันเบาลง

880
01:06:26,524 --> 01:06:28,734
เมื่อคลื่นแรงโน้มถ่วงแผ่ไกลออกไปจากตัว

881
01:06:28,818 --> 01:06:31,529
และดังขึ้นเมื่อมันเข้ามาไกล

882
01:06:32,363 --> 01:06:35,116
ดังนั้น สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียด
ที่เราดึงออกมาได้

883
01:06:35,199 --> 01:06:38,077
ด้วยการฟังเสียงของคลื่นแรงโน้มถ่วง

884
01:06:39,787 --> 01:06:41,330
แล้วเสียงมันก็ดังขึ้น เร็วขึ้น

885
01:06:42,039 --> 01:06:43,207
ก่อนที่มันจะมารวมตัวกัน

886
01:06:44,834 --> 01:06:46,877
แล้วมันก็เงียบลงไป กลายเป็นหลุมดำหลุมเดียว

887
01:06:49,005 --> 01:06:50,548
มันทำให้ตื้นตันมาก

888
01:06:51,090 --> 01:06:55,052
เป็นความรู้สึกแรงกล้าอยู่ในตัวที่ได้มีประสบการณ์

889
01:06:55,136 --> 01:06:56,804
ฟังเสียงบันทึกแบบนั้น

890
01:06:57,471 --> 01:07:00,057
ในแง่หนึ่ง มันทำให้หลุมดำเป็นจริงมากขึ้น

891
01:07:01,892 --> 01:07:04,020
ช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ได้มีชีวิตอยู่เหลือเกิน

892
01:07:05,187 --> 01:07:10,026
ที่ได้มีชีวิตอยู่บนจุดที่ไม่รู้แล้วก็ได้ค้นพบ

893
01:07:13,237 --> 01:07:17,491
(ข้อมูลหลุมดำกาแล็กซี่เอ็ม 87
พร้อมสำหรับการถ่ายภาพ 5 มิถุนายน 2018)

894
01:07:27,001 --> 01:07:29,712
เอาละทุกคน เราจะปล่อยข้อมูลแล้ว

895
01:07:30,921 --> 01:07:32,840
ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ ลุยกันเลย

896
01:07:33,424 --> 01:07:37,261
โอเค ผมจะรวมทุกคนที่ร่วมงานกันนี้ในโน้ต

897
01:07:38,679 --> 01:07:43,476
เป้าหมายสูงสุดคือได้มีภาพถ่ายความเป็นจริง
ว่าหลุมดำหน้าตาเป็นยังไง

898
01:07:44,560 --> 01:07:48,689
หลุมดำที่อยู่ใจกลางกาแล็กซี
อาบอยู่ในพลาสมาเรืองแสงที่ร้อน

899
01:07:48,773 --> 01:07:50,941
จึงมีแสงออกมาจากด้านหลังหลุมดำ

900
01:07:51,025 --> 01:07:53,652
ด้านหน้าและทุกทางเลย

901
01:07:53,736 --> 01:07:58,074
พวกมันหักเหปริภูมิเวลามาก
จนแม้แต่แสงจากด้านหลังหลุมดำ

902
01:07:58,157 --> 01:08:01,035
สามารถหันเหรอบมันได้เพื่อไปถึงผู้สังเกตการณ์

903
01:08:04,663 --> 01:08:05,581
คุณคงพอนึกภาพออก

904
01:08:05,664 --> 01:08:08,918
โฟตอนบางส่วนที่อยู่ไกลจะมาหาคุณ

905
01:08:09,001 --> 01:08:12,546
บางอันจะอยู่ใกล้กับขอบฟ้า
และมันหักเหเข้าไปด้านใน

906
01:08:13,214 --> 01:08:17,051
และบางส่วนจะอยู่ใกล้เกินไป
จนตกลงไปในหลุมดำ

907
01:08:18,302 --> 01:08:21,263
ดังนั้นเงาของหลุมดำในพื้นที่วงกลมนี้

908
01:08:21,347 --> 01:08:24,642
ที่มีความสว่างลดลง
และมีวงแหวนสว่างล้อมรอบอยู่

909
01:08:25,518 --> 01:08:28,896
{\an8}มันเป็นสิ่งที่พิเศษมาก
ที่มีการคาดการณ์ที่จับต้องได้

910
01:08:28,979 --> 01:08:30,523
{\an8}ถึงสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็น

911
01:08:31,315 --> 01:08:34,610
ถ้าคุณกำลังจะสร้างภาพ คุณต้องเข้าไปอีกห้อง

912
01:08:34,693 --> 01:08:36,362
- โอเค
- เราจะได้เริ่มพร้อมกัน

913
01:08:36,445 --> 01:08:38,364
ทีมสร้างภาพที่หนึ่ง!

914
01:08:38,989 --> 01:08:40,950
โอเค ว่าแต่วันไหนได้ภาพที่ดีที่สุดนะ

915
01:08:41,033 --> 01:08:42,827
ฉันกำลังทำ 3601

916
01:08:42,910 --> 01:08:45,371
- ตอนนี้ผมก็ว่าจะทำ 3601 ด้วย
- เหมือนกัน

917
01:08:45,454 --> 01:08:47,790
- โอเคเรา พร้อมนะ
- ตื่นเต้นจัง

918
01:08:47,873 --> 01:08:50,417
พระเจ้า ปิดประตูดีไหม เราพร้อมหรือยัง

919
01:08:50,501 --> 01:08:53,170
เดี๋ยว เกิดอะไรขึ้น

920
01:08:53,254 --> 01:08:55,005
เรากำลังพยายามสร้างภาพเดี๋ยวนี้แล้ว!

921
01:08:55,089 --> 01:08:57,883
เราค่อยเป็นค่อยไปได้ไหม

922
01:08:58,634 --> 01:09:00,261
ไม่ได้เด็ดขาด

923
01:09:01,178 --> 01:09:02,596
เชป ปิดประตู

924
01:09:02,680 --> 01:09:03,514
พระเจ้า

925
01:09:03,931 --> 01:09:05,933
เราเริ่มได้หรือยัง ไมเคิล
คุณไม่ต้องเริ่มก็ได้

926
01:09:06,016 --> 01:09:07,351
รอไมเคิลละกัน

927
01:09:07,434 --> 01:09:09,854
เราไปตามเส้นโคจรของเรา

928
01:09:09,937 --> 01:09:12,273
แล้วค่อยกลับมาพบกันอีก 20 นาทีได้ไหม

929
01:09:12,982 --> 01:09:16,026
- ไม่ได้
- ฉันแค่คิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่

930
01:09:16,110 --> 01:09:20,114
ฉันคิดว่าสำหรับฉัน ฉันแค่บอกว่า

931
01:09:21,031 --> 01:09:23,325
ฉันคิดว่าน่าจะสนุกสำหรับทุกคน
ถ้าจะทำภาพแรกด้วยกัน

932
01:09:23,409 --> 01:09:27,788
ดูมันซะ แล้วค่อยแยกย้ายกันไปปรับภาพ

933
01:09:27,913 --> 01:09:31,000
ฉันแค่คิดว่ามันน่าตื่นเต้นมาก
คุณอยากทำตามลำพังเหรอ

934
01:09:31,083 --> 01:09:34,879
ผมอยากเห็นทุกอย่างพร้อมกัน
เราจะได้เข้าใจข้อมูล

935
01:09:34,962 --> 01:09:36,922
- พร้อมไหม
- พร้อม

936
01:09:37,006 --> 01:09:38,841
มันไม่ได้ผลเลย

937
01:09:38,924 --> 01:09:40,634
ขยายภาพๆ

938
01:09:41,218 --> 01:09:42,052
พร้อมไหม

939
01:09:42,553 --> 01:09:43,387
เตรียม

940
01:09:43,804 --> 01:09:44,638
- เริ่ม!
- เริ่ม!

941
01:09:44,722 --> 01:09:47,099
พระเจ้าช่วย เรากดปุ่มแล้ว

942
01:09:48,934 --> 01:09:50,394
มันก็แค่วาฟเฟิล

943
01:09:52,438 --> 01:09:54,815
มันดูน่าสนใจมาก

944
01:09:58,819 --> 01:10:00,404
วาฟเฟิลเป็นไงบ้าง

945
01:10:00,487 --> 01:10:02,364
ภาพของแอนดรูว์ดูสวยมาก

946
01:10:02,448 --> 01:10:04,825
ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย

947
01:10:06,535 --> 01:10:08,621
ผมตั้งค่าความหนาแน่นไว้สูงมาก

948
01:10:10,748 --> 01:10:13,667
แดเนียลกับผมก็ได้อะไรแบบนี้เหมือนกัน

949
01:10:15,044 --> 01:10:16,879
ผมได้ภาพนี้เมื่อขยายภาพ

950
01:10:16,962 --> 01:10:20,049
- ขยายภาพเหรอ
- พระเจ้า ดูที่ไคสแควร์สิ

951
01:10:20,132 --> 01:10:22,343
- ใช้ได้เลย!
- และได้ภาพที่ดีขึ้นนิดหน่อย

952
01:10:22,426 --> 01:10:25,054
และนี่คือเมื่อปรับแต่งนิดหน่อย

953
01:10:25,137 --> 01:10:28,224
ทำให้มันเนียนขึ้น
และกำจัดส่วนเกินออกไปนิดหน่อย

954
01:10:28,307 --> 01:10:29,808
- นี่คือจากโลว์แบนด์เหรอ
- ใช่

955
01:10:29,892 --> 01:10:32,770
- นี่จากแค่วันเดียวเองเหรอ
- แค่วันเดียวเหรอ

956
01:10:33,437 --> 01:10:35,731
- รู้อะไรไหม
- มันดูมีแววมากนะ

957
01:10:36,315 --> 01:10:37,608
ใช่ น่าจะ

958
01:10:37,691 --> 01:10:39,276
คุณตัดข้อมูลผิดปกติในแอมพลิจูดไปเหรอ

959
01:10:39,360 --> 01:10:40,611
ผมไม่ได้แตะต้องอะไรเลย

960
01:10:41,111 --> 01:10:45,449
เจ๋งมากเลยทุกคน เจ๋งมากจริงๆ

961
01:10:45,532 --> 01:10:46,659
เดี๋ยว นั่นรูปไหน

962
01:10:46,742 --> 01:10:47,743
ของเคที

963
01:10:48,369 --> 01:10:50,371
ดูสิว่ามันไม่เหมือนกัน

964
01:10:50,454 --> 01:10:53,749
เพราะของพวกคุณมีจุดสว่างด้านนี้มากกว่า

965
01:10:53,832 --> 01:10:55,334
ถามจริง

966
01:10:55,459 --> 01:10:59,672
ดูสิ เราทุกคนได้ภาพพระจันทร์เสี้ยว
ที่ขนาดน่าจะถูกต้อง…

967
01:11:00,965 --> 01:11:04,802
- แล้วมันขนาดเท่าไหร่ สัก…
- ประมาณ 40 ค่ะ

968
01:11:04,885 --> 01:11:05,970
น่าจะได้แหละ

969
01:11:06,053 --> 01:11:10,849
นี่แหละที่คาดไว้ถ้าเอ็ม 87 มีมวล
เทียบเท่าดวงอาทิตย์ 6,000 ล้าน

970
01:11:10,933 --> 01:11:12,184
นั่นสูงมากเลยนะ

971
01:11:12,268 --> 01:11:15,813
รู้ไหมว่านี่คืออะไร นี่คือเครื่องชั่งน้ำหนักหลุมดำ

972
01:11:15,896 --> 01:11:19,692
เอาจริงนะ ถ้าเราได้ภาพที่ดูเหมือนอย่างนั้น
จากหลายๆ วัน

973
01:11:19,775 --> 01:11:21,610
ทุกคน ทางเดียวที่จะมีใครออกจากห้องนี้ได้

974
01:11:21,694 --> 01:11:23,821
คือถ้าทุกคนไปยืนตรงนั้นแล้วถ่ายรูปกัน

975
01:11:23,904 --> 01:11:25,239
มันอาจจะออกมาแย่ก็ได้

976
01:11:25,322 --> 01:11:27,950
ฉันเตี้ยพอที่จะยืนตรงนี้ได้ไหม

977
01:11:30,494 --> 01:11:31,996
ถ่ายให้เห็นภาพด้วยนะ

978
01:11:33,497 --> 01:11:38,085
ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่สิ่งต่างๆ
อาจจะผิดพลาดได้โดยไม่ตั้งใจ

979
01:11:38,877 --> 01:11:43,299
โอเค ผมถ่ายรูปสิ่งที่อยู่บนจอไว้ในมือถือแล้ว

980
01:11:43,382 --> 01:11:45,634
เจอกันพรุ่งนี้ เราจะทำภาพกันต่อ

981
01:11:45,718 --> 01:11:48,595
ถ้ามีรูปพวกนี้เพียงรูปเดียว

982
01:11:48,679 --> 01:11:50,973
ส่งไปให้ผิดคน

983
01:11:51,056 --> 01:11:54,268
คนจะมองรูปนั้นแล้ววัดขนาดจากหน้าจอ

984
01:11:54,351 --> 01:11:57,354
แล้วเอาไปเขียนหนังสือพิม์ รับรองได้เลย

985
01:11:58,147 --> 01:12:01,400
ต้องมีคำสั่งห้ามเอาออก 100 เปอร์เซ็นต์

986
01:12:02,776 --> 01:12:05,904
ห้ามใครนอกโครงการอีเอชทีเห็นรูปเด็ดขาด

987
01:12:07,031 --> 01:12:08,574
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ที่นี่

988
01:12:09,575 --> 01:12:11,577
ห้ามแพร่งพรายนอกทีมหนึ่งเด็ดขาด

989
01:12:13,287 --> 01:12:14,997
มันบ้ามาก

990
01:12:15,581 --> 01:12:19,251
มันผิดทั้งหมด ผมมั่นใจว่ามันผิด แต่ถ้ามันได้ผล

991
01:12:19,877 --> 01:12:22,129
ก็จะน่าทึ่งทีเดียว

992
01:12:49,656 --> 01:12:50,991
ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

993
01:12:52,785 --> 01:12:56,872
เราคิดว่าเราทำส่วนนี้ของโครงการได้แล้ว

994
01:12:58,290 --> 01:13:02,878
(บรินซ็อปคอร์ต อังกฤษ
วันที่ 16 กันยายน 2018)

995
01:13:03,379 --> 01:13:08,133
เราได้คำตอบตรงตามเป้าหมาย 12 เจแล้ว

996
01:13:11,178 --> 01:13:12,971
มีสิ่งอื่นเหลือให้ทำนิดหน่อย

997
01:13:24,817 --> 01:13:29,029
ผมคิดว่าสิ่งเดียวที่สำคัญคือสามจุดห้า

998
01:13:29,613 --> 01:13:31,031
- สามจุดห้าเหรอ
- ใช่

999
01:13:36,036 --> 01:13:36,995
ดีใจที่ได้เจอกัน

1000
01:13:38,580 --> 01:13:41,250
- หวัดดีซาช่า
- อ้าว มาถึงแล้วเหรอคะ

1001
01:13:41,333 --> 01:13:44,420
ใช่ เราคำนวณกันไปเสร็จห้าหน้าแล้ว

1002
01:13:44,503 --> 01:13:45,337
คุณมาสาย!

1003
01:13:50,300 --> 01:13:52,845
เอาของไปเก็บแล้วเข้าห้องน้ำได้นะ

1004
01:13:53,303 --> 01:13:55,514
ไม่เป็นไรค่ะถ้าต้องการตัวฉัน

1005
01:13:55,597 --> 01:13:57,307
- ไม่มีเวลาแล้ว
- ไม่ค่ะ

1006
01:14:00,060 --> 01:14:00,894
โอเค…

1007
01:14:01,728 --> 01:14:05,107
เราถึงไหนแล้ว ยังต้องทำอะไรอีกคะ

1008
01:14:06,066 --> 01:14:09,153
สิ่งเดียวที่ผมเห็นตอนนี้คือ…

1009
01:14:09,236 --> 01:14:13,490
การเข้าใจจีบวกลบถึงค่าพี

1010
01:14:13,574 --> 01:14:15,701
- ใช่
- ใช่ และขอบฟ้าที่ผ่านมา

1011
01:14:15,784 --> 01:14:17,828
และขอบฟ้าที่ผ่านมา มีใครเห็นอะไรอีกไหม

1012
01:14:17,911 --> 01:14:18,829
ไม่ แค่นั้นแหละ

1013
01:14:22,499 --> 01:14:24,209
กลับไปที่บรินซ็อปเมื่อผ่านไปหนึ่งปี

1014
01:14:25,502 --> 01:14:27,463
ปีที่แล้วเราคิดว่าจะผ่านฉลุย

1015
01:14:27,546 --> 01:14:29,673
เราจะใช้เวลาที่นั่นอีกสองสามสัปดาห์

1016
01:14:29,756 --> 01:14:31,925
สรุปพจน์พวกนี้แล้วก็ได้คำตอบที่เราต้องการ

1017
01:14:32,009 --> 01:14:34,011
แต่แล้วในช่วงปีที่แล้ว

1018
01:14:34,094 --> 01:14:36,513
เราได้รู้ว่าที่จริงแล้วมันซับซ้อนกว่านั้นมาก

1019
01:14:36,597 --> 01:14:38,599
ค่าทีซ้าย ทดที่ทีขวาบวกทีซ้าย

1020
01:14:39,099 --> 01:14:42,478
เราพบว่ามีพจน์นับล้าน
และมันไม่เสร็จภายในสองสัปดาห์แน่

1021
01:14:42,561 --> 01:14:45,689
เราเอาคอมพิวเตอร์มาคำนวณเป็นครั้งแรก
แล้วก็ไม่ได้ผล

1022
01:14:46,773 --> 01:14:47,941
หนึ่งหารวาย

1023
01:14:48,984 --> 01:14:52,196
จากนั้นเราก็รู้ว่าเราสามารถแตกสมการที่มีอยู่

1024
01:14:52,279 --> 01:14:55,782
เราแตกออกเป็นภาคจำนวนเต็มกับไม่เต็มได้

1025
01:14:55,866 --> 01:14:57,367
ฉันคิดว่านั่นเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่

1026
01:14:58,410 --> 01:15:01,830
เราต้องรู้ว่าเรามีเกือบทุกอย่างที่ต้องการแล้ว

1027
01:15:01,914 --> 01:15:03,165
แต่ยังไงก็ตาม

1028
01:15:03,624 --> 01:15:05,334
ฉันเดาว่ามีบางพจน์ที่หายไป

1029
01:15:05,417 --> 01:15:06,585
เอ็น ดี ตรงนี้

1030
01:15:06,668 --> 01:15:07,961
เราได้ค้นพบว่า

1031
01:15:08,921 --> 01:15:11,965
สมการคือผลรวมของตัวแปรของแรงเฉื่อย

1032
01:15:12,341 --> 01:15:15,802
และตัวแปรของความเร็วเชิงมุมของขอบฟ้า

1033
01:15:16,178 --> 01:15:19,223
ซึ่งเมื่อประเมินแล้วคุณจะได้ 12 เจ

1034
01:15:20,432 --> 01:15:22,976
ก่อนหน้านี้เรามีแค่บางพจน์
ที่เกี่ยวข้องกับความเร็วเชิงมุม

1035
01:15:23,060 --> 01:15:24,269
ของขอบฟ้า

1036
01:15:24,853 --> 01:15:27,689
และไม่มีแบบเต็มรูปแบบ ไม่ได้เต็มจำนวน

1037
01:15:29,858 --> 01:15:32,277
ตอนนี้เราได้รูปสวย ๆ แล้ว

1038
01:15:32,361 --> 01:15:34,655
และวิธีที่ดีที่จะได้ค่า 12 เจ

1039
01:15:34,738 --> 01:15:39,284
ตอนนี้ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว
เพื่อให้แน่ใจว่าเราเชื่อมั่นในสิ่งนี้จริงๆ

1040
01:15:42,538 --> 01:15:46,542
ฉันเสียใจมากที่สตีเฟนไม่อยู่เพื่อดูสิ่งนี้จนจบ

1041
01:15:46,667 --> 01:15:48,710
เขาน่าจะตื่นเต้นมาก

1042
01:15:52,714 --> 01:15:54,174
มันแปลกมากที่ฟิสิกส์

1043
01:15:55,717 --> 01:15:57,052
กลายเป็นเรื่องส่วนตัวมาก

1044
01:15:58,804 --> 01:16:03,433
สิ่งหนึ่งที่น่าเศร้ามากเกี่ยวกับ
การตายกลางคันของสตีเฟน

1045
01:16:04,518 --> 01:16:06,311
คือถ้ามันใช้ได้ เราก็บอกเขาไม่ได้

1046
01:16:07,104 --> 01:16:08,355
วางไว้หนึ่งขวดข้างหน้า…

1047
01:16:12,568 --> 01:16:13,402
เพื่อสตีเฟน

1048
01:16:14,194 --> 01:16:15,028
เพื่อสตีเฟน

1049
01:16:15,362 --> 01:16:19,783
สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจและวิเศษมาก
เกี่ยวกับสตีเฟน

1050
01:16:20,033 --> 01:16:21,660
คือเขาช่างใส่ใจมาก

1051
01:16:22,619 --> 01:16:26,999
กับคำถามพวกนี้

1052
01:16:31,086 --> 01:16:34,381
เรารู้ว่าข้างในหลุมดำมันแตกต่างกันมาก

1053
01:16:34,881 --> 01:16:38,844
ดังนั้นถ้าเราหาคำตอบได้
ผลตอบแทนก็จะยิ่งใหญ่มาก

1054
01:16:41,888 --> 01:16:43,307
ธรรมชาติของปริภูมิเวลา

1055
01:16:47,394 --> 01:16:48,520
น่าจะถูกนะ

1056
01:16:51,815 --> 01:16:55,819
ฮอว์กิงบอกคำใบ้ที่ใหญ่ที่สุดที่เรามี

1057
01:16:58,488 --> 01:17:01,241
ถ้าโครงการที่เราทำอยู่ตอนนี้

1058
01:17:02,993 --> 01:17:06,622
ได้ผล มันจะเหมือนเป็นป้ายบอกทางอันใหญ่

1059
01:17:06,705 --> 01:17:08,415
"ทางนี้มีทองคำ"

1060
01:17:10,917 --> 01:17:13,170
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

1061
01:17:13,962 --> 01:17:16,298
แน่ละ คุณมองไม่เห็นมัน

1062
01:17:18,300 --> 01:17:20,052
แต่คุณรู้ว่ามันอยู่บนนั้น

1063
01:17:21,386 --> 01:17:22,763
แทบจะล้อเลียนเราอยู่

1064
01:17:24,890 --> 01:17:26,391
"ลองทำความเข้าใจฉันสิ"

1065
01:17:32,272 --> 01:17:34,316
{\an8}(หอสังเกตการณ์เนร็อคเฮย์สแต็ก)

1066
01:17:36,610 --> 01:17:38,403
{\an8}ผมแค่อยากเช็กเสียง

1067
01:17:38,487 --> 01:17:39,529
ได้ยินไหม

1068
01:17:39,613 --> 01:17:41,114
ได้ยินแล้ว

1069
01:17:41,198 --> 01:17:42,949
{\an8}- สวัสดี โมนิก้า ได้ยินไหม
- ได้ยินแล้ว

1070
01:17:43,033 --> 01:17:44,576
{\an8}โอเค ผมอยากเริ่มละนะ

1071
01:17:44,660 --> 01:17:50,040
{\an8}การประชุมทางไกลครั้งแรก
ที่จะแสดงภาพแรกของกาแล็กซีเอ็ม 87 จริงๆ

1072
01:17:50,624 --> 01:17:52,959
{\an8}ทุกภาพสอดคล้องกันมาก

1073
01:17:53,043 --> 01:17:54,878
{\an8}มีลักษณะที่เหมือนเงา

1074
01:17:55,671 --> 01:17:57,881
เป็นผลลัพธ์ที่น่าชื่นใจมาก

1075
01:18:00,008 --> 01:18:03,011
มันได้ผล ได้ผลจริงๆ

1076
01:18:04,054 --> 01:18:05,013
เราเห็นวงแหวนแล้ว

1077
01:18:06,598 --> 01:18:09,893
แต่ที่จริงแล้วคุณต้องสงสัยให้มาก

1078
01:18:09,976 --> 01:18:13,689
ผมอยากเห็นของจริง
และนั่นแหละทำให้ผมยิ่งสงสัย

1079
01:18:13,772 --> 01:18:15,607
เกี่ยวกับตัวเองและสิ่งที่เห็น

1080
01:18:15,691 --> 01:18:19,403
ผมว่าถ้าจะเรียกนั่นว่าเป็นเงาก็ได้นะ

1081
01:18:19,486 --> 01:18:20,737
ที่เห็นอยู่ตรงกลาง

1082
01:18:20,821 --> 01:18:24,408
แต่เราควรจะระวังให้มาก
ว่าเราคิดว่าเราเห็นอะไร

1083
01:18:24,491 --> 01:18:26,702
เราจะได้เห็นภาพของทีมอื่นไหม

1084
01:18:26,785 --> 01:18:27,953
ไม่

1085
01:18:28,036 --> 01:18:33,208
เมื่อเราพบกันที่เวิร์กช็อปรวมภาพ
เพื่อตรวจภาพของแต่ละทีม…

1086
01:18:33,291 --> 01:18:36,461
เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยเพราะผมตื่นเต้นมาก

1087
01:18:36,545 --> 01:18:40,549
ผมรอชุดข้อมูลนี้และภาพนี้มาแปดปี

1088
01:18:41,049 --> 01:18:44,219
{\an8}ฉันดีใจมากที่เราทุกคนได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกัน

1089
01:18:44,803 --> 01:18:47,431
และฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าทีมอื่นทำอะไร

1090
01:18:47,514 --> 01:18:50,142
เราทุกคนเก็บความลับได้ดี

1091
01:18:52,144 --> 01:18:57,149
{\an8}ทีมประมวลภาพที่สาม
ทำตามเทคนิคมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่

1092
01:18:57,232 --> 01:18:59,860
{\an8}เราใช้อัลกอริทึมชื่อว่าคลีน

1093
01:19:01,862 --> 01:19:06,199
ทีมเรามีสมาชิกประมาณหกคนที่ประมวลภาพอยู่

1094
01:19:07,242 --> 01:19:10,746
เราเห็นตรงกันเรื่องส่วนกลางของภาพแล้ว

1095
01:19:12,664 --> 01:19:15,417
คงน่าสนใจดีที่ได้เห็นว่า
ทีมอื่นใช้วิธี "แอนโทรปีสูงสุด"

1096
01:19:15,500 --> 01:19:18,545
และวิธีอื่นๆ ว่าพวกเขาได้ผลอะไรสัปดาห์หน้า

1097
01:19:20,213 --> 01:19:22,466
เราหวังว่ามันจะสอดคล้องกัน

1098
01:19:23,216 --> 01:19:25,343
เราพยายามจะระมัดระวังมากๆ

1099
01:19:25,427 --> 01:19:29,681
สิ่งที่แย่ที่สุดคงเป็นการบอกว่า
เราได้เห็นเงาของหลุมดำ

1100
01:19:29,765 --> 01:19:32,267
แล้วดันค้นพบทีหลังว่า
มันเป็นสิ่งที่เกิดจากการประมวลภาพ

1101
01:19:34,770 --> 01:19:36,480
ตอนนี้ในทีมที่หนึ่ง

1102
01:19:36,563 --> 01:19:39,733
เราค่อนข้างมั่นใจในโครงสร้างที่เราได้มา

1103
01:19:40,817 --> 01:19:43,236
เรารู้สึกดีกับความสม่ำเสมอของภาพของเรา

1104
01:19:43,320 --> 01:19:46,823
แต่เรายังไม่เห็นอะไรจากทีมอื่นเลย

1105
01:19:46,907 --> 01:19:49,284
เป็นไปได้ว่าทุกอย่างอาจจะ…

1106
01:19:49,367 --> 01:19:51,369
เละเทะเมื่อนำภาพแต่ละทีมมาเทียบกัน

1107
01:19:51,453 --> 01:19:54,956
และฉันก็กลัวว่าแผนของเราต่อไปจะเป็นยังไง

1108
01:19:55,040 --> 01:19:57,459
- ถ้าเราได้ภาพต่างกัน
- ครับ

1109
01:20:03,924 --> 01:20:05,175
อรุณสวัสดิ์!

1110
01:20:05,258 --> 01:20:06,635
- เป็นไงบ้าง
- ดีทีเดียว

1111
01:20:21,066 --> 01:20:22,442
โอเค ผมตั้งตารอนะ

1112
01:20:23,276 --> 01:20:24,236
- ไง
- ไง

1113
01:20:24,361 --> 01:20:26,321
- ยินดีที่ได้รู้จักเสียที
- เช่นกัน

1114
01:20:26,404 --> 01:20:27,239
ฉันเคทีค่ะ

1115
01:20:27,322 --> 01:20:28,490
ยินดีที่รู้จัก

1116
01:20:29,032 --> 01:20:30,534
ขอบคุณที่มาไกลถึงที่นี่

1117
01:20:41,294 --> 01:20:43,421
นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมาก

1118
01:20:43,505 --> 01:20:47,175
เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็นว่า
ทุกทีมเห็นโครงสร้างพื้นฐานแบบเดียวกันไหม

1119
01:20:47,259 --> 01:20:49,719
ผมยังไม่เห็นผลลัพธ์จากที่อื่นเลย

1120
01:20:49,803 --> 01:20:53,598
นี่เป็นเหมือนของขวัญคริสต์มาสฮานุกกะห์จริงๆ

1121
01:20:53,682 --> 01:20:57,811
นี่คือตอนที่ได้แกะกล่องของขวัญ

1122
01:20:57,894 --> 01:20:59,521
ได้ลูกม้าไหม ไม่รู้สิ

1123
01:20:59,604 --> 01:21:03,275
แล้วฉันก็ปรับค่าเอง

1124
01:21:03,358 --> 01:21:04,359
โอเค

1125
01:21:04,442 --> 01:21:06,736
ฉันขนลุกนิดหน่อยเลย

1126
01:21:07,571 --> 01:21:11,783
{\an8}ฉันรอเวลานี้มาสิบปีแล้ว

1127
01:21:12,492 --> 01:21:15,120
{\an8}ฉันทำแบบจำลองหลุมดำมาสิบป

1128
01:21:15,954 --> 01:21:18,623
ในที่สุดมันก็กลายเป็นความจริง

1129
01:21:19,124 --> 01:21:20,333
ดูกันว่าเราทำอะไรได้บ้าง

1130
01:21:20,417 --> 01:21:23,628
ถ้าเราใช้สคริปต์เดียวกันเป๊ะ

1131
01:21:23,712 --> 01:21:26,172
โดยไม่เปลี่ยนหรือปรับแต่งอะไรเลย

1132
01:21:26,256 --> 01:21:28,300
เพื่อดูว่ามันจะทำยังไง

1133
01:21:28,383 --> 01:21:30,343
โอเค น่าจะน่าสนใจดีนะ

1134
01:21:30,427 --> 01:21:33,763
แค่อยากรู้ ลองดูว่าเราจะหาสคริปต์เดียว

1135
01:21:33,847 --> 01:21:34,764
ที่สามารถ…

1136
01:21:34,848 --> 01:21:36,683
ทั้งหมดอยู่ตามระบบลิปดาและพิลิปดา

1137
01:21:36,766 --> 01:21:40,520
ดูเหมือนว่ามันถมเข้าไปในสุญญากาศอีก

1138
01:21:41,563 --> 01:21:45,358
ผมว่าเรามีสองทางเลือก
สำหรับการตอบสนองต่อเส้นพื้นฐาน

1139
01:21:45,483 --> 01:21:48,695
และทั้งสองทางเลือกก็ออกมาเป็นภาพที่คล้ายกัน

1140
01:21:48,778 --> 01:21:51,698
ดูไม่มีเหตุผลเลยที่จะใช้มัน

1141
01:21:51,781 --> 01:21:55,285
ที่จริงแล้วมีนะ มันเพิ่มข้อมูลมากขึ้น

1142
01:21:55,368 --> 01:21:57,871
แต่อาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องก็ได้

1143
01:21:57,954 --> 01:22:02,125
ไมเคิล ฉันยังไม่ได้รับภาพจากทีมสามเลย
ควรจี้พวกเขาไหม

1144
01:22:02,626 --> 01:22:03,460
โอเค

1145
01:22:04,753 --> 01:22:07,172
- งั้นมันจะแย่กว่านี้อีก
- โอเค

1146
01:22:07,255 --> 01:22:08,256
ขอโทษนะ แป๊บเดียว

1147
01:22:08,381 --> 01:22:11,176
คุณต้องการเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะพร้อม

1148
01:22:12,469 --> 01:22:15,430
- ไม่รู้สิ…
- สักสิบห้านาทีไหม

1149
01:22:15,513 --> 01:22:17,182
ได้ ถ้าทุกอย่างราบรื่นก็ 15 นาทีพอ

1150
01:22:17,265 --> 01:22:19,351
ทีมสามต้องการเวลาเท่าไหร่

1151
01:22:19,434 --> 01:22:21,269
สักสองสามนาทีถ้ามันใช้งานได้

1152
01:22:21,353 --> 01:22:22,270
เอาตามนั้นละกัน

1153
01:22:22,354 --> 01:22:24,189
คุณค่อยดูเลข ถ้ามันดูโอเคสำหรับคุณ…

1154
01:22:24,272 --> 01:22:25,106
โอเค

1155
01:22:35,367 --> 01:22:37,369
- นี่ผม…
- ผมพร้อมแล้ว

1156
01:22:44,417 --> 01:22:49,005
เอาละ ก่อนอื่นเราทำการเปรียบเทียบ
สหสัมพันธ์ไขว้

1157
01:22:49,089 --> 01:22:50,799
ของภาพทั้งหมด

1158
01:22:50,882 --> 01:22:55,637
ค่าหนึ่งจะเป็นความสอดคล้องที่สมบูรณ์แบบ
ระหว่างสองรูป

1159
01:22:55,720 --> 01:22:56,846
ศูนย์ถือว่าค่อนข้างแย่

1160
01:22:57,931 --> 01:23:00,308
เราพร้อมสำหรับช่วงเวลาสำคัญแล้ว

1161
01:23:03,186 --> 01:23:05,230
โอเค ฉันจะเลื่อนลงนะ

1162
01:23:05,313 --> 01:23:06,481
พระเจ้า

1163
01:23:06,564 --> 01:23:07,732
ดูนั่นสิ

1164
01:23:07,816 --> 01:23:09,317
โอ้โฮ

1165
01:23:13,279 --> 01:23:14,364
เอ็ม 87

1166
01:23:16,616 --> 01:23:19,661
เราเทียบกันพิกเซลต่อพิกเซลเลย

1167
01:23:19,744 --> 01:23:21,204
ดูว่าภาพมันใกล้เคียงกันขนาดไหน

1168
01:23:23,498 --> 01:23:25,917
เราไม่ได้คุยกันข้ามทีมเลย

1169
01:23:26,001 --> 01:23:28,378
แต่เลขพวกนี้บอกเราว่าถึงจะอย่างนั้น

1170
01:23:28,461 --> 01:23:31,089
โดยรวมแล้วเราก็เห็นโครงสร้างเดียวกัน

1171
01:23:31,172 --> 01:23:32,799
มันดูมีความหวังมาก

1172
01:23:38,722 --> 01:23:40,515
มันน่าตื้นตันมากทีเดียว

1173
01:23:41,683 --> 01:23:43,935
จากมุมมองทางคณิตศาสตร์

1174
01:23:44,019 --> 01:23:47,063
และเราดูภาพที่คล้ายกันจากแบบจำลองของเรา

1175
01:23:47,647 --> 01:23:51,609
แต่เมื่อมองแล้วต้องบอกตัวเองว่า
นี่เป็นข้อมูลของจริง

1176
01:23:51,693 --> 01:23:55,989
ไม่ได้ดูภาพจำลอง
แต่กำลังดูหลุมดำของจริงอยู่

1177
01:23:56,072 --> 01:23:59,743
ฉันนั่งจ้องภาพในมือถือเป็นชั่วโมงเลย

1178
01:24:02,120 --> 01:24:04,039
สิ่งที่จะเกิดขึ้นตอนนี้คือ

1179
01:24:04,122 --> 01:24:06,833
ทุกฝ่ายที่ร่วมงานกันต้องมารวมตัวกันเพื่อตกลง

1180
01:24:11,755 --> 01:24:13,673
มันอยู่ในละติจูดเดียวกับกล้องอัลมา

1181
01:24:15,133 --> 01:24:18,136
นี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโครงการ

1182
01:24:18,636 --> 01:24:21,347
เราต้องนำกลุ่มคนที่หลากหลาย
จากพื้นเพที่แตกต่างกัน

1183
01:24:21,431 --> 01:24:23,767
มารวมกันเพื่อเห็นพ้องกันเรื่องสิ่งที่…

1184
01:24:24,809 --> 01:24:29,981
จะเป็นตัวแทนของ 200 หรือ 250 คน

1185
01:24:31,066 --> 01:24:34,611
เป็นคำถามที่ดีมาก ผมว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ…

1186
01:24:35,236 --> 01:24:37,655
มันง่ายมากที่จะเสียความน่าเชื่อถือ

1187
01:24:37,739 --> 01:24:41,242
และโครงการอีเวนต์ฮอไรซัน
สร้างความน่าเชื่อถือมานานหลายปี

1188
01:24:42,869 --> 01:24:44,412
เราต้องทำให้ถูกต้อง

1189
01:24:47,165 --> 01:24:50,210
คุณจะตัดสินใจยังไงว่าอะไรคือหัวใจสำคัญ

1190
01:24:51,086 --> 01:24:52,629
เราจะเห็นพ้องกันเรื่องอะไร

1191
01:24:53,171 --> 01:24:55,924
มันเป็นเรื่องที่อภิปรายและถกเถียงกันอยู่

1192
01:24:56,424 --> 01:24:58,635
แต่ก็ยังตัดสินกันไม่ลงตัว

1193
01:24:58,718 --> 01:25:00,845
(สามโมงครึ่งถึงห้าโมง
ประชุม: รายงานฉบับที่สองและสี่)

1194
01:25:00,929 --> 01:25:04,557
ใช่ เราอยากมีภาพเดียว

1195
01:25:05,141 --> 01:25:07,018
แต่เราก็อยากแสดงให้เห็นความแตกต่างเช่นกัน

1196
01:25:07,102 --> 01:25:08,645
ใช่ เราต้องคิดหาทางประนีประนอม

1197
01:25:09,104 --> 01:25:12,440
สิ่งที่ได้ผล อะไรที่ได้ผลจริง

1198
01:25:12,524 --> 01:25:14,776
ฉันว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากให้เห็น

1199
01:25:14,859 --> 01:25:18,279
ฉันว่าเราควรเลือกชุดข้อมูลที่ดีที่สุด

1200
01:25:18,363 --> 01:25:20,990
และภาพที่ดีที่สุดออกมา

1201
01:25:21,074 --> 01:25:24,369
ทำให้ใครที่อยากทำซ้ำทำได้ง่ายๆ

1202
01:25:24,911 --> 01:25:26,830
ผมค่อนข้างชอบภาพเฉลี่ยนะ

1203
01:25:26,913 --> 01:25:29,457
แต่ในเมื่อมันไม่สอดคล้องกับข้อมูลไหนเลย

1204
01:25:29,541 --> 01:25:33,753
เราจะใช้ภาพนี้เพื่อประเมินพารามิเตอร์

1205
01:25:37,549 --> 01:25:41,386
ทุกคนเข้ามาด้วยเงินทุน
ความคาดหวังของตัวเอง

1206
01:25:41,469 --> 01:25:43,638
สิ่งสำคัญคือการโน้มน้าวกัน

1207
01:25:43,721 --> 01:25:46,224
และคาดคั้นกันเพื่อให้คืบหน้าไปได้

1208
01:25:46,307 --> 01:25:52,355
คุณคิดว่ามีระบบที่ไม่ได้จำลอง
ในข้อมูลสังเคราะห์หรือเปล่า

1209
01:25:52,438 --> 01:25:55,692
มันเป็นประชาธิปไตยมาก แต่ไม่ง่าย

1210
01:25:56,234 --> 01:25:57,819
พูดตามตรงเลยนะ

1211
01:26:11,875 --> 01:26:15,378
ผมคิดว่าความฝันของนักฟิสิกส์ทุกคน
ที่ศึกษาหลุมดำ

1212
01:26:16,671 --> 01:26:20,300
คือการผ่านขอบฟ้าและไปยังอีกด้านหนึ่งได้

1213
01:26:26,848 --> 01:26:28,516
ถ้าผมเดินทางครั้งนี้ได้

1214
01:26:30,393 --> 01:26:33,313
เมื่อผมคิดแล้วว่าเห็นโลกนี้มาพอแล้ว

1215
01:26:34,981 --> 01:26:36,024
ผมจะได้เห็นอะไร

1216
01:26:45,742 --> 01:26:48,620
เช่นเดียวกับที่นักสำรวจโบราณ
ถูกดึงดูดเข้าหาทะเล

1217
01:26:49,746 --> 01:26:51,414
เราก็ถูกดึงดูดเข้าหาขอบฟ้า

1218
01:26:55,001 --> 01:26:58,171
เรารู้สึกหลงใหลขีดจำกัดเสมอ

1219
01:27:03,676 --> 01:27:05,470
ขอบฟ้าของหลุมดำ

1220
01:27:07,222 --> 01:27:10,391
คือขอบเขตของความรู้เรา

1221
01:27:11,476 --> 01:27:14,103
ของความเข้าใจในจักรวาลของเรา

1222
01:27:17,023 --> 01:27:21,444
และปัญหาที่น่าตื่นเต้นที่สุด
คือการก้าวข้ามขอบนั้น

1223
01:27:27,992 --> 01:27:29,244
นั่นคือเป้าหมายสูงสุด

1224
01:27:29,869 --> 01:27:33,456
นั่นคือที่ที่ไม่มีคำว่า "ไกลออกไป"

1225
01:27:40,880 --> 01:27:42,548
มันเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

1226
01:27:42,632 --> 01:27:46,469
ในฐานะส่วนที่จับต้องและวัดได้ของจักรวาล

1227
01:27:48,137 --> 01:27:51,516
คุณยังสามารถไปที่นั่นและสัมผัสมันได้

1228
01:27:54,644 --> 01:27:56,396
แต่บอกใครไม่ได้

1229
01:27:58,690 --> 01:28:01,234
และคุณไม่มีตัวตนสำหรับโลกภายนอกอีกต่อไป

1230
01:28:05,238 --> 01:28:08,074
สัญชาติญาณคนเรา
มักจะเชื่อมโยงกับความตายเสมอ

1231
01:28:18,001 --> 01:28:21,462
(วันที่ 5 ตุลาคมปี 2018)

1232
01:28:42,608 --> 01:28:45,194
มาแล้ว ยิ้มร่าเชียว!

1233
01:28:45,278 --> 01:28:49,240
ดีใจที่ได้เจอคุณอีก ผมคิดถึงพวกคุณ

1234
01:28:49,324 --> 01:28:51,409
เราเป็นอิสระแล้ว

1235
01:28:53,036 --> 01:28:55,204
เราเขียนงานวิจัยเสร็จแล้ว

1236
01:28:57,123 --> 01:28:59,042
ทุกคนถึงได้ยิ้ม

1237
01:28:59,792 --> 01:29:01,210
ผมรู้สึกดีมากเลย

1238
01:29:01,294 --> 01:29:03,796
บอกเลยว่าผมรู้สึกดีสุดๆ

1239
01:29:03,880 --> 01:29:08,301
เพราะมันใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จ

1240
01:29:08,384 --> 01:29:10,136
โล่งอกมากเลย

1241
01:29:10,595 --> 01:29:12,555
ดีจังที่ได้…

1242
01:29:13,097 --> 01:29:14,891
คิดถึงภาพรวมมากขึ้น

1243
01:29:14,974 --> 01:29:18,269
ฉันรู้สึกว่าฉันใช้เวลาไปมากกับการวุ่นวาย…

1244
01:29:18,353 --> 01:29:19,479
คุณรู้สึกเป็นอิสระ

1245
01:29:19,562 --> 01:29:22,815
ใช่ ฉันรู้สึกเป็นอิสระ
ที่จะได้เรียนรู้เพิ่มว่าเกิดอะไรขึ้น

1246
01:29:22,899 --> 01:29:26,402
และฉันรู้สึกว่าผลลัพธ์ของเราน่าสนใจมาก

1247
01:29:27,653 --> 01:29:32,325
เราทำให้เห็นว่าขนอ่อนนั้นอธิบาย

1248
01:29:33,117 --> 01:29:37,205
ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในหลุมดำได้

1249
01:29:38,831 --> 01:29:42,210
แต่เราต้องคิดให้ฉลาดว่าจะทำอะไรต่อไป

1250
01:29:42,960 --> 01:29:44,420
ใช่ ถูกต้องที่สุด

1251
01:29:44,504 --> 01:29:47,256
ความท้าทายครั้งใหญ่คือพยายามทำให้เห็น

1252
01:29:48,132 --> 01:29:49,675
ว่าสิ่งนี้ทั้งอาจเกิดขึ้นได้

1253
01:29:49,801 --> 01:29:52,720
และมันเกิดขึ้นจริง และนั่นเป็นกลไก

1254
01:29:53,388 --> 01:29:57,392
ที่ข้อมูลไหลเข้าและออกจากหลุมดำได้

1255
01:29:58,851 --> 01:30:01,437
นั่นเป็นปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

1256
01:30:01,979 --> 01:30:04,649
นั่นคือสิ่งที่สตีเฟนคงอยากให้เราทำ

1257
01:30:06,943 --> 01:30:10,863
คุณจะมาแถลงข่าววันที่ 15 ไหม

1258
01:30:15,368 --> 01:30:16,744
ผมลังเลอยู่

1259
01:30:34,137 --> 01:30:35,555
สวัสดีครับ

1260
01:30:35,763 --> 01:30:40,143
ขอต้อนรับสู่งานเปิดตัวหนังสือเล่มสุดท้าย
ของศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์กิง

1261
01:30:40,643 --> 01:30:44,772
เขายังคงค้นหาคำตอบด้วยงานวิจัยฉบับสุดท้าย
จนถึงช่วงที่เขาเสียชีวิต

1262
01:30:44,856 --> 01:30:47,525
ผลงานที่เขาเขียนร่วมกับผู้ร่วมงานกันมานาน

1263
01:30:47,608 --> 01:30:50,236
ศาสตราจารย์มัลคอล์ม เพอร์รี
และแอนดี้ สตรอมิงเกอร์

1264
01:30:50,319 --> 01:30:55,074
ว่าด้วยปัญหาที่น่าฉงนที่สุดข้อหนึ่ง
ในวงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน

1265
01:30:55,158 --> 01:30:56,993
ความย้อนแย้งเชิงข้อมูล

1266
01:30:57,827 --> 01:31:01,664
มัลคอล์ม แอนดี้ ขอสรุปงานวิจัยย่อๆ หน่อยครับ

1267
01:31:01,747 --> 01:31:04,375
ครับ มันเป็นปัญหาใหญ่

1268
01:31:04,459 --> 01:31:07,295
ที่สตีเฟนฝากให้เราไว้

1269
01:31:07,920 --> 01:31:10,381
ต้องใช้เวลา 50 ปีกว่าจะเข้าใจ

1270
01:31:10,465 --> 01:31:13,801
ว่าหลุมดำคืออะไร
ก่อนที่จะเริ่มกังวลเรื่องควอนตัม…

1271
01:31:13,885 --> 01:31:16,179
คงอีกสิบปีกว่าจะรู้ว่า

1272
01:31:16,262 --> 01:31:19,515
เส้นทางนี้จะพาเราไปสู่ที่ที่เราอยากไปไหม

1273
01:31:20,600 --> 01:31:22,560
เราเองก็ไม่รู้ว่ามันทำไม่ได้หรือเปล่า

1274
01:31:23,311 --> 01:31:28,065
และผมต้องสารภาพว่า…
มันดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลยนะ

1275
01:31:29,025 --> 01:31:30,735
มันรู้สึกว่าใช่

1276
01:31:32,987 --> 01:31:37,074
ผมตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง
ของการผจญภัยครั้งใหญ่นี้

1277
01:31:42,038 --> 01:31:44,999
- แด่สตีเฟน
- แด่สตีเฟน

1278
01:31:45,082 --> 01:31:47,418
- แด่ขนอ่อน
- แด่ขนอ่อน

1279
01:31:48,669 --> 01:31:51,756
และการล่มสลายของความย้อนแย้งเชิงข้อมูล

1280
01:31:53,049 --> 01:31:54,383
และงานวิจัยชิ้นต่อไป

1281
01:31:57,678 --> 01:31:58,804
มันเป็นชีวิตที่ดี

1282
01:31:59,847 --> 01:32:01,557
นี่คือประเด็นของชีวิต

1283
01:32:03,309 --> 01:32:08,231
(วันที่ 10 เมษายน 2019)

1284
01:32:13,361 --> 01:32:15,154
(สนามบินโลแกน)

1285
01:32:25,998 --> 01:32:27,875
(อาคารสื่อมวลชนแห่งชาติ)

1286
01:32:38,427 --> 01:32:39,637
{\an8}(จองไว้สำหรับสื่อมวลชน)

1287
01:32:55,194 --> 01:32:56,737
ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน

1288
01:33:06,831 --> 01:33:09,417
ยินดีต้อนรับสู่การแถลงข่าววันนี้

1289
01:33:09,500 --> 01:33:12,670
{\an8}นำเสนอโดยมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
และโครงการอีเวนต์ฮอไรซัน

1290
01:33:12,753 --> 01:33:14,088
{\an8}สวัสดีค่ะ

1291
01:33:14,171 --> 01:33:17,883
{\an8}เรามีเวลาน้อยมาก
ก่อนที่จะมีการประกาศข่าวจริงทั่วโลก

1292
01:33:17,967 --> 01:33:21,887
{\an8}ในการแถลงข่าวพร้อมกันทั้งหก…

1293
01:33:24,056 --> 01:33:25,933
{\an8}วันนี้เป็นวันที่พิเศษมากสำหรับวงการดาราศาสตร์

1294
01:33:27,018 --> 01:33:30,438
(เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)

1295
01:33:30,521 --> 01:33:36,527
{\an8}สิ่งที่คุณเห็นคือผลจากการทำงานร่วมกันมากมาย

1296
01:33:37,820 --> 01:33:41,198
ขอบคุณแขกทุกท่านผู้คลั่งไคล้หลุมดำ

1297
01:33:41,282 --> 01:33:44,744
หลุมดำเป็นวัตถุที่ลึกลับที่สุดในจักรวาล

1298
01:33:45,453 --> 01:33:47,913
เราเป็นสมาชิกของความร่วมมือครั้งใหญ่

1299
01:33:47,997 --> 01:33:51,751
เรามีสมาชิก 200 คน เรามีกันหกสถาบัน

1300
01:33:51,876 --> 01:33:54,462
และเราทำงานกันในกว่า 20 ประเทศ
และภูมิภาค

1301
01:33:54,962 --> 01:33:56,631
เราทำงานกันมากว่าสิบปี

1302
01:33:57,131 --> 01:34:00,009
เพื่อเปิดเผยส่วนหนึ่งของจักรวาล
ที่เรามองไม่เห็นมาก่อน

1303
01:34:00,926 --> 01:34:04,221
และเรายินดีที่จะรายงานให้คุณทราบในวันนี้

1304
01:34:04,305 --> 01:34:07,642
ว่าเราได้เห็นสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะมองเห็นได้

1305
01:34:08,768 --> 01:34:12,855
เราได้เห็นและถ่ายรูปหลุมดำ

1306
01:34:15,232 --> 01:34:16,067
นี่ครับ

1307
01:34:19,987 --> 01:34:23,616
ตอนนี้เรามีหลักฐานที่มองเห็นได้ว่ามีหลุมดำอยู่

1308
01:34:24,533 --> 01:34:25,576
ตอนนี้เรารู้แล้วว่า

1309
01:34:25,660 --> 01:34:28,829
มีหลุมดำที่มีน้ำหนักมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา
ถึง 6,5 พันล้านเท่า

1310
01:34:28,913 --> 01:34:31,165
มีอยู่จริงในกาแล็กซี่เอ็ม 87

1311
01:34:33,334 --> 01:34:35,461
และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

1312
01:34:50,935 --> 01:34:52,687
(นักวิทยาศาสตร์จับภาพ
ของหลุมดำเป็นครั้งแรกได้)

1313
01:34:56,107 --> 01:34:57,983
(เปิดเผยภาพหลุมดำเป็นครั้งแรก)

1314
01:35:02,071 --> 01:35:06,117
{\an8}(ไขปริศนาหนึ่งในจักรวาล
อันกว้างใหญ่ของเราได้)

1315
01:35:06,200 --> 01:35:07,743
(กูเกิล)

1316
01:38:40,164 --> 01:38:44,418
คำบรรยายโดย PJ



