1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:19,978 --> 00:00:24,774
‎("สิ่งที่ยิ่งใหญ่ย่อมนำคำสาป
‎เข้ามาสู่ชีวิตคนเป็นด้วย")

4
00:00:24,858 --> 00:00:27,861
‎(โซโฟเคลส)

5
00:00:31,156 --> 00:00:34,200
‎ครับ เชิญเลย ลองดูว่านั่งสบายไหม

6
00:00:37,579 --> 00:00:38,413
‎โอเคนะ

7
00:00:38,663 --> 00:00:39,497
‎ครับ

8
00:00:43,043 --> 00:00:44,419
‎เทคหนึ่ง ทำเครื่องหมาย

9
00:00:46,880 --> 00:00:48,590
‎อยากเริ่มด้วยการแนะนำตัวเองไหม

10
00:00:50,467 --> 00:00:53,344
‎สวัสดีชาวโลก ฉันเบลีย์ เทคสาม

11
00:00:53,970 --> 00:00:56,056
‎- โอเคนะครับ
‎- ส่วนนี้แหละที่แย่ที่สุด

12
00:00:57,515 --> 00:00:58,391
‎ผมไม่ชอบเลย

13
00:00:59,768 --> 00:01:02,228
‎ผมทำงานที่เฟซบุ๊กในปี 2011 และ 2012

14
00:01:02,395 --> 00:01:05,190
‎ฉันคือหนึ่งในพนักงานยุคแรกๆ ของอินสตาแกรม

15
00:01:05,273 --> 00:01:08,443
‎ผมทำงานที่กูเกิล ยูทูบ

16
00:01:08,860 --> 00:01:11,696
‎แอปเปิ้ล กูเกิล ทวิตเตอร์ ปาล์ม

17
00:01:12,530 --> 00:01:15,617
‎ผมช่วยก่อตั้งมอซิลลา แล็บส์
‎จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ฝั่งไฟร์ฟอกซ์

18
00:01:15,742 --> 00:01:17,994
‎เราถ่ายหรือยัง ทุกคน...

19
00:01:18,078 --> 00:01:18,912
‎เยี่ยม

20
00:01:21,206 --> 00:01:26,169
‎ผมทำงานที่ทวิตเตอร์ ตำแหน่งสุดท้ายของผม
‎คือรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรม

21
00:01:27,462 --> 00:01:28,838
‎ผมคือประธานของพินเทอเรสต์

22
00:01:29,339 --> 00:01:32,717
‎ก่อนหน้านั้นผมเป็นผู้อำนวยการ
‎แผนกการสร้างรายได้

23
00:01:32,801 --> 00:01:34,260
‎อยู่ที่เฟซบุ๊กเป็นเวลาห้าปี

24
00:01:34,344 --> 00:01:37,764
‎ผมดูแลแพลตฟอร์มนักพัฒนา
‎ให้กับทวิตเตอร์อยู่หลายปี

25
00:01:38,056 --> 00:01:40,225
‎ก่อนจะขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค

26
00:01:40,308 --> 00:01:44,270
‎ผมคือผู้ร่วมคิดค้นกูเกิลไดรฟ์ จีเมลแชท

27
00:01:44,354 --> 00:01:46,689
‎เฟซบุ๊กเพจ และปุ่ม "ไลก์" ของเฟซบุ๊ก

28
00:01:47,440 --> 00:01:50,777
‎ครับ เพราะแบบนี้แหละผมถึงต้องหารือกับทนาย

29
00:01:50,860 --> 00:01:52,779
‎เป็นเวลานานถึงแปดเดือน

30
00:01:54,030 --> 00:01:55,198
‎ผมสติแตกไปเลย

31
00:01:58,409 --> 00:02:02,914
‎ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น ลึกๆ ผมรู้สึกอยู่เสมอ
‎ว่ามันคือขุมพลังเพื่อความดีงาม

32
00:02:03,373 --> 00:02:05,375
‎ผมไม่แน่ใจว่าผมยังรู้สึกแบบนั้นไหม

33
00:02:05,458 --> 00:02:10,588
‎ผมออกจากกูเกิลเดือนมิถุนายน ปี 2017
‎เพราะกังวลในประเด็นจริยธรรม

34
00:02:10,672 --> 00:02:14,134
‎และไม่ใช่แค่กับกูเกิล แต่เป็นกับทั้งวงการนี้

35
00:02:14,217 --> 00:02:15,385
‎ผมกังวลมากๆ

36
00:02:16,719 --> 00:02:17,679
‎มากๆ เลย

37
00:02:19,097 --> 00:02:21,808
‎ทุกวันนี้มันง่ายมากที่เราจะลืมข้อเท็จจริง

38
00:02:21,891 --> 00:02:27,814
‎ว่าเครื่องมือเหล่านี้
‎มันได้สร้างความมหัศจรรย์แก่โลก

39
00:02:27,897 --> 00:02:31,943
‎มันพาครอบครัวที่พลัดพรากมาเจอกัน
‎มันช่วยหาผู้บริจาคอวัยวะ

40
00:02:32,026 --> 00:02:35,613
‎มันมีความเปลี่ยนแปลง
‎อย่างเป็นระบบและเปี่ยมความหมาย

41
00:02:35,697 --> 00:02:37,866
‎เกิดขึ้นทั่วโลก

42
00:02:37,949 --> 00:02:40,201
‎เพราะแพลตฟอร์มเหล่านี้ นั่นคือข้อดีของมัน

43
00:02:40,827 --> 00:02:44,539
‎แต่เรามองด้านตรงข้ามของเหรียญ
‎อย่างใสซื่อเกินไป

44
00:02:45,540 --> 00:02:48,585
‎ครับ สิ่งเหล่านี้ พอเราปล่อยมันแล้ว
‎เราก็หมดสิทธิ์จะควบคุมมันได้อีก

45
00:02:48,668 --> 00:02:52,005
‎และพวกมันก็ถูกใช้ไปในทางที่เราไม่ได้คิดไว้

46
00:02:52,088 --> 00:02:56,509
‎ผมเชื่อลึกๆ ว่าไม่มีใคร
‎ตั้งใจจะให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

47
00:02:56,801 --> 00:02:59,554
‎ผู้ร้ายไม่ได้มีคนเดียว ไม่ค่ะ ไม่ใช่แน่นอน

48
00:03:01,639 --> 00:03:03,600
‎งั้นปัญหาคืออะไรครับ

49
00:03:09,230 --> 00:03:11,065
‎มันมีปัญหาไหม และปัญหาคืออะไร

50
00:03:18,406 --> 00:03:20,158
‎จะให้ตอบสั้นๆ มันก็ยาก...

51
00:03:20,241 --> 00:03:22,118
‎ผมจะพยายามสรุปปัญหาต่างๆ ให้ฟัง

52
00:03:22,577 --> 00:03:23,453
‎ปัญหาคืออะไร

53
00:03:28,208 --> 00:03:32,253
‎(ผลงานภาพยนตร์สารคดีจาก NETFLIX)

54
00:03:33,588 --> 00:03:35,340
‎แม้จะเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์

55
00:03:35,423 --> 00:03:37,675
‎แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ก็ยังโตขึ้นเรื่อยๆ

56
00:03:37,759 --> 00:03:40,929
‎วงการเทคโนโลยีกำลังต้องเจอกับ
‎การตรวจสอบในอีกระดับ

57
00:03:41,012 --> 00:03:43,806
‎และการศึกษาล่าสุดก็เปิดเผยว่า

58
00:03:43,890 --> 00:03:46,142
‎การใช้โซเชียลมีเดียเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

59
00:03:46,226 --> 00:03:48,478
‎มาว่ากันถึงงานวิจัยล่าสุด...

60
00:03:49,187 --> 00:03:51,397
‎โดยปราศจากความคุ้มครองใดๆ

61
00:03:51,481 --> 00:03:54,108
‎มีชาวอเมริกาหลายสิบล้านคนที่เสพติด

62
00:03:54,192 --> 00:03:56,319
‎อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเกินเยียวยา

63
00:03:56,402 --> 00:03:59,364
‎การที่เราสามารถเลือกรายล้อมตัวเอง
‎ด้วยคนที่เห็นตรงกับเรา...

64
00:03:59,447 --> 00:04:00,698
‎(เพื่อนของคุณแท็กคุณในภาพ)

65
00:04:00,782 --> 00:04:02,742
‎เพราะเทคโนโลยีของเราก็ทำให้มันแย่ลงอีก

66
00:04:02,825 --> 00:04:04,577
‎ข่าวปลอมนั้นล้ำหน้ามากขึ้น

67
00:04:04,661 --> 00:04:06,788
‎และเป็นภัยต่อหลายสังคมทั่วโลก

68
00:04:06,871 --> 00:04:10,333
‎เราไม่ได้คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
‎ตอนที่เราสร้างทวิตเตอร์เมื่อ 12 ปีก่อน

69
00:04:10,416 --> 00:04:12,502
‎ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเขาไม่มีเหตุผลให้เชื่อ

70
00:04:12,585 --> 00:04:14,754
‎ว่าการโจมตีทางไซเบอร์ของรัสเซียจะหยุดลง

71
00:04:14,837 --> 00:04:18,132
‎ยูทูบถูกบีบให้ต้องจริงจัง
‎กับการชำระเนื้อหาในเว็บไซต์

72
00:04:18,341 --> 00:04:21,552
‎ติ๊กต็อก ถ้าคุณไปคุยกับเด็กวัยไม่ถึง 15

73
00:04:21,886 --> 00:04:23,805
‎มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะลบแอปนี้...

74
00:04:24,097 --> 00:04:26,349
‎นี่ ไอส์ล่า ช่วยจัดโต๊ะหน่อยสิ

75
00:04:26,432 --> 00:04:27,517
‎คำถามสำคัญก็คือ

76
00:04:27,600 --> 00:04:29,978
‎โซเชียลมีเดียทำให้เด็กเกิดภาวะซึมเศร้าหรือไม่

77
00:04:30,061 --> 00:04:32,105
‎ไอส์ล่า ช่วยจัดโต๊ะทีได้ไหม

78
00:04:32,188 --> 00:04:35,316
‎วิธีการเสริมความงามเหล่านี้
‎กลายเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น

79
00:04:35,400 --> 00:04:37,902
‎แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง
‎ได้ตั้งชื่อให้กับกลุ่มอาการใหม่นี้

80
00:04:37,986 --> 00:04:40,822
‎โรคเกลียดรูปลักษณ์ตัวเองสแนปแชท
‎เพื่อใช้เรียกคนไข้วัยรุ่น

81
00:04:40,905 --> 00:04:43,741
‎ที่อยากศัลยกรรมให้ตัวเอง
‎ดูเหมือนรูปเซลฟีที่ปรับแต่งแล้ว

82
00:04:43,825 --> 00:04:45,702
‎หนูยังไม่เข้าใจว่าแม่ซื้อมันให้เธอทำไม

83
00:04:45,994 --> 00:04:47,203
‎แล้วจะให้แม่ทำยังไงล่ะ

84
00:04:47,620 --> 00:04:49,664
‎เพื่อนร่วมชั้นของเธอมีมันกันทุกคน

85
00:04:50,164 --> 00:04:51,165
‎เธออายุแค่ 11 เอง

86
00:04:51,457 --> 00:04:52,959
‎แคส ไม่มีใครบังคับให้เธอใช้

87
00:04:53,042 --> 00:04:54,919
‎ถ้าไม่อยากเชื่อมต่อกับโลก มันก็แล้วแต่เธอ

88
00:04:55,169 --> 00:04:59,340
‎ไม่มีมือถือฉันก็เชื่อมต่อได้ โอเคนะ
‎ตอนนี้ฉันใช้อินเทอร์เน็ตอยู่

89
00:04:59,424 --> 00:05:03,094
‎แถมนั่นมันก็ไม่ใช่การเชื่อมต่อของจริง
‎มันมีแต่เรื่องประสาท...

90
00:05:03,177 --> 00:05:06,180
‎ทุนนิยมสอดแนมได้เปลี่ยนโฉมหน้าการเมือง
‎และวัฒนธรรมของพวกเรา

91
00:05:06,597 --> 00:05:08,308
‎ในแบบที่คนส่วนมากไม่รับรู้

92
00:05:08,391 --> 00:05:10,101
‎พวกไอซิสปลุกปั่นสาวกผ่านเน็ต

93
00:05:10,184 --> 00:05:12,812
‎และตอนนี้กลุ่มผู้นิยมผิวขาวสุดโต่ง
‎ก็กำลังทำแบบเดียวกัน

94
00:05:12,895 --> 00:05:14,147
‎เมื่อเร็วๆ นี้ที่อินเดีย

95
00:05:14,230 --> 00:05:17,442
‎ม็อบจากเน็ตได้รุมประชาทัณฑ์
‎และสังหารคน 12 ชีวิตซึ่งรวมถึงห้าคน...

96
00:05:17,525 --> 00:05:20,361
‎มันไม่ใช่แค่ข่าวลวง
‎แต่เป็นข่าวลวงที่นำมาซึ่งผลลัพธ์

97
00:05:20,445 --> 00:05:24,240
‎เราจะรับมือกับโรคระบาด
‎ในยุคสมัยของข่าวลือได้ยังไง

98
00:05:24,324 --> 00:05:27,118
‎ถ้ากินอาหารจีน เราจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาไหม

99
00:05:27,535 --> 00:05:32,540
‎เราได้ก้าวจากยุคสารสนเทศมาสู่ยุคข่าวปลอม

100
00:05:32,623 --> 00:05:34,667
‎ประชาธิปไตยของเรากำลังถูกโจมตี

101
00:05:34,751 --> 00:05:39,005
‎ที่ผมบอกก็คือ "ผมคิดว่าเครื่องมือ
‎ที่ถูกสร้างขึ้นในวันนี้

102
00:05:39,088 --> 00:05:41,632
‎กำลังเริ่มกัดกร่อนสายใยทางสังคม
‎ที่พาสังคมเราขับเคลื่อน"

103
00:06:00,151 --> 00:06:03,446
‎เอซากล่าวต้อนรับ เราจะเล่นวิดีโอ

104
00:06:04,197 --> 00:06:07,241
‎จากนั้นก็ "สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ
‎เชิญพบกับทริสทัน แฮร์ริส"

105
00:06:07,408 --> 00:06:08,826
‎- ครับ
‎- ดี

106
00:06:08,951 --> 00:06:12,038
‎แล้วผมก็ขึ้นมา และ...

107
00:06:12,121 --> 00:06:13,748
‎(ฮิวเมน แผนใหม่สำหรับเทคโนโลยี)

108
00:06:13,831 --> 00:06:15,708
‎ผมจะพูดว่า "ขอบคุณที่มานะครับ"

109
00:06:17,919 --> 00:06:21,798
‎ทีนี้ วันนี้ผมอยากจะพูดเรื่อง
‎แผนการใหม่สำหรับเทคโนโลยี

110
00:06:22,131 --> 00:06:25,468
‎และสาเหตุที่เราอยากทำแบบนั้น
‎ก็เพราะถ้าคุณถามใครๆ ว่า

111
00:06:25,551 --> 00:06:27,595
‎"ปัญหาของวงการเทคโนโลยีทุกวันนี้คืออะไร"

112
00:06:28,304 --> 00:06:31,599
‎มันจะมีเสียงก่นด่าผสมปนเปกับข่าวอื้อฉาว

113
00:06:31,724 --> 00:06:33,893
‎"พวกนั้นขโมยข้อมูลเรา"
‎มีปัญหาเสพติดเทคโนโลยี

114
00:06:33,976 --> 00:06:35,978
‎มีข่าวปลอม มีปัญหาการแบ่งขั้ว

115
00:06:36,062 --> 00:06:37,397
‎มีการแทรกแซงการเลือกตั้ง

116
00:06:38,189 --> 00:06:41,484
‎แต่ภายใต้ปัญหาพวกนี้ มันมีอะไร

117
00:06:41,692 --> 00:06:44,654
‎ที่ทำให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกันหรือเปล่า

118
00:06:46,447 --> 00:06:48,324
‎- ผมพูดเป็นไง
‎- ดีมากเลย

119
00:06:50,827 --> 00:06:52,703
‎ผมตั้งใจว่า ผมอยากให้ผู้คนเห็น...

120
00:06:53,037 --> 00:06:55,206
‎ว่าในแวดวงเทคโนโลยีมันมีปัญหาเกิดขึ้น

121
00:06:55,289 --> 00:07:00,211
‎มันไม่มีชื่อเรียก และมันมีแหล่งที่มาเดียว...

122
00:07:05,091 --> 00:07:09,387
‎เวลามองไปรอบตัว
‎เราจะรู้สึกเหมือนโลกมันผิดเพี้ยนไปแล้ว

123
00:07:12,765 --> 00:07:14,809
‎เราจะอดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่มันปกติเหรอ

124
00:07:16,102 --> 00:07:18,771
‎หรือว่าเราตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอะไร

125
00:07:22,316 --> 00:07:25,153
‎(ทริสทัน แฮร์ริส
‎อดีตนักจริยธรรมการออกแบบที่กูเกิล)

126
00:07:25,236 --> 00:07:27,905
‎(ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ฮิวเมน เทคโนโลยี)

127
00:07:27,989 --> 00:07:30,491
‎ผมหวังว่าจะมีคนเข้าใจกลไกของเรื่องนี้มากขึ้น

128
00:07:30,575 --> 00:07:34,036
‎เพราะมันไม่ควรเป็นเรื่องที่รู้กัน
‎แค่เฉพาะในวงการเทคโนโลยี

129
00:07:34,120 --> 00:07:35,913
‎มันควรเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้

130
00:07:47,383 --> 00:07:48,301
‎- สวัสดีค่ะ
‎- ไงครับ

131
00:07:48,843 --> 00:07:50,678
‎- ผมทริสทัน ดีใจที่ได้พบ
‎- ทริสทันใช่ไหม

132
00:07:50,761 --> 00:07:51,721
‎- ครับ
‎- เยี่ยมเลยค่ะ

133
00:07:53,181 --> 00:07:55,933
‎ทริสทัน แฮร์ริส
‎คืออดีตนักจริยธรรมการออกแบบของกูเกิล

134
00:07:56,017 --> 00:07:59,353
‎และถูกขนานนามว่าเป็น
‎คนที่มีมโนธรรมที่สุดในซิลิคอนแวลลีย์

135
00:07:59,437 --> 00:08:00,730
‎เขาเรียกร้องให้วงการเทคโนโลยี

136
00:08:00,813 --> 00:08:04,192
‎เพิ่มสิ่งที่เขาเรียกว่า "จริยธรรมการออกแบบ"
‎เข้าไปในผลิตภัณฑ์ของตน

137
00:08:04,275 --> 00:08:06,986
‎คนในแวดวงเทคโนโลยีที่พูดความจริงนั้นหายาก

138
00:08:07,236 --> 00:08:10,114
‎แต่ทริสทันเห็นว่ามันต้องมีคนที่ทำแบบนั้น

139
00:08:11,324 --> 00:08:12,408
‎ตอนผมอยู่ที่กูเกิล

140
00:08:12,783 --> 00:08:15,661
‎ผมอยู่ทีมจีเมลและตอนนั้นผมก็เหนื่อยเต็มที

141
00:08:16,120 --> 00:08:18,372
‎กับการหารือกันไม่หยุดหย่อนเกี่ยวกับ...

142
00:08:19,457 --> 00:08:23,169
‎หน้าตาของกล่องข้อความขาเข้า
‎และสีที่มันควรจะเป็น

143
00:08:23,419 --> 00:08:25,963
‎และโดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคนเสพติดอีเมล

144
00:08:26,297 --> 00:08:27,632
‎และผมว่ามันน่าสนใจมาก

145
00:08:27,715 --> 00:08:31,385
‎ที่ในทีมจีเมลไม่มีใครคิดหาวิธี
‎ทำให้คนเสพติดมันน้อยลงเลย

146
00:08:31,969 --> 00:08:34,222
‎ผมคิดว่า "ไม่มีคนอื่นที่คิดเรื่องนี้บ้างเหรอ

147
00:08:34,597 --> 00:08:36,224
‎ผมไม่เคยได้ยินใครพูดเรื่องนี้"

148
00:08:36,849 --> 00:08:41,437
‎และผมก็รู้สึกขมขื่นแบบนี้
‎กับวงการเทคโนโลยีทั้งหมด

149
00:08:41,521 --> 00:08:42,813
‎มันเหมือนเรากำลังหลงทาง

150
00:08:46,943 --> 00:08:49,820
‎ผมพยายามอย่างหนักเพื่อหาคำตอบว่า

151
00:08:49,904 --> 00:08:52,490
‎เราจะเปลี่ยนแปลงมันจากข้างในได้ยังไง

152
00:08:55,201 --> 00:08:59,497
‎และตอนนั้นเองที่ผมตัดสินใจทำสื่อนำเสนอ
‎เพื่อเรียกร้องให้มีการทำอะไรสักอย่าง

153
00:09:00,998 --> 00:09:04,377
‎ทุกวันพอถึงบ้าน ผมจะทำมันคืนละสองชั่วโมง

154
00:09:06,170 --> 00:09:11,884
‎เนื้อหาของมันมีอยู่ว่า
‎การที่นักออกแบบผิวขาวอายุ 20 ถึง 35

155
00:09:12,426 --> 00:09:15,263
‎จำนวน 50 คนในแคลฟอร์เนีย
‎ได้ตัดสินใจเรื่องบางอย่าง

156
00:09:15,888 --> 00:09:19,725
‎และส่งผลกระทบต่อผู้คนสองพันล้าน
‎เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน

157
00:09:21,018 --> 00:09:24,355
‎แค่นักออกแบบที่กูเกิลบอกว่า
‎"นี่คือวิธีการทำงานของระบบแจ้งเตือน

158
00:09:24,522 --> 00:09:28,067
‎ที่คุณจะตื่นมาเจอบนหน้าจอในตอนเช้า"

159
00:09:28,484 --> 00:09:30,361
‎อาจไม่ได้ทำให้คนสองพันล้านต้องการมัน

160
00:09:31,112 --> 00:09:35,032
‎และในฐานะกูเกิล เรามีหน้าที่ทางศีลธรรม
‎ที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้

161
00:09:36,075 --> 00:09:37,743
‎ผมส่งสื่อนำเสนอตัวนี้

162
00:09:37,827 --> 00:09:41,622
‎ไปให้เพื่อนร่วมงานที่สนิทด้วยในกูเกิล
‎ราวๆ 15 ถึง 20 คน

163
00:09:41,872 --> 00:09:44,542
‎ผมกังวลเรื่องมันมาก
‎ผมไม่รู้ว่าผลตอบรับจะเป็นยังไง

164
00:09:46,460 --> 00:09:47,837
‎วันต่อมาพอผมไปทำงาน

165
00:09:48,129 --> 00:09:50,464
‎ผมเห็นสื่อนำเสนอตัวนี้บนหน้าจอส่วนใหญ่

166
00:09:50,548 --> 00:09:52,049
‎(ฟังทางนี้)

167
00:09:52,133 --> 00:09:54,552
‎ภายในวันนั้นมีผู้คนดูมันพร้อมกันถึง 400 คน

168
00:09:54,635 --> 00:09:56,053
‎และจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

169
00:09:56,137 --> 00:09:57,680
‎ผมได้รับอีเมลจากทั่วบริษัท

170
00:09:58,180 --> 00:10:00,141
‎พนักงานในทุกแผนกบอกว่า

171
00:10:00,349 --> 00:10:02,852
‎"ผมเห็นด้วยเต็มร้อย
‎ผมเห็นว่ามันทำอะไรกับลูกผม

172
00:10:02,935 --> 00:10:06,522
‎ผมเห็นว่ามันทำอะไรกับคนรอบตัวผม
‎เราต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้"

173
00:10:07,481 --> 00:10:10,318
‎ผมรู้สึกเหมือนผมได้เปิดฉากการปฏิวัติ
‎หรืออะไรทำนองนั้นเลย

174
00:10:11,861 --> 00:10:15,197
‎ต่อมาผมมารู้ว่าแลร์รี่ เพจ
‎ได้รับแจ้งเกี่ยวกับสื่อนำเสนอตัวนี้

175
00:10:15,281 --> 00:10:16,824
‎ในที่ประชุมสามครั้งของวันนั้น

176
00:10:18,075 --> 00:10:20,369
‎และมันก็ทำให้เกิดช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรม

177
00:10:20,870 --> 00:10:23,205
‎ซึ่งกูเกิลจำเป็นจะต้องใส่ใจ

178
00:10:26,000 --> 00:10:28,794
‎แล้วจากนั้น ก็สูญ

179
00:10:34,300 --> 00:10:36,135
‎ทุกคนในปี 2006...

180
00:10:37,345 --> 00:10:38,888
‎รวมถึงเราทุกคนที่เฟซบุ๊ก

181
00:10:39,305 --> 00:10:43,392
‎ต่างก็ชื่นชมกูเกิลและสิ่งที่กูเกิลได้สร้างขึ้น

182
00:10:43,476 --> 00:10:47,271
‎อันได้แก่การบริการ
‎ที่เป็นประโยชน์อย่างน่าเหลือเชื่อ

183
00:10:47,480 --> 00:10:51,067
‎ซึ่งเท่าที่เราบอกได้
‎มันได้สร้างประโยชน์มากมายแก่โลก

184
00:10:51,525 --> 00:10:54,695
‎และได้สร้างบ่อเงินบ่อทองคู่ขนานนี้ขึ้นมา

185
00:10:55,696 --> 00:11:00,034
‎พวกเราอิจฉาเรื่องนั้น
‎เรามองว่ามันงามสง่า...

186
00:11:00,826 --> 00:11:02,161
‎และสมบูรณ์แบบเหลือเกิน

187
00:11:02,953 --> 00:11:04,872
‎เฟซบุ๊กเพิ่งก่อตั้งมาได้ราวสองปี

188
00:11:05,873 --> 00:11:08,250
‎และผมก็ถูกจ้างมาเพื่อตีให้แตกว่า

189
00:11:08,459 --> 00:11:10,586
‎บริษัทควรมีโมเดลทางธุรกิจยังไง

190
00:11:10,920 --> 00:11:13,214
‎ผมเป็นผอ. แผนกการสร้างรายได้ งานคือ...

191
00:11:13,506 --> 00:11:16,634
‎"คุณคือคนที่ต้องคิดให้ออกว่า
‎จะหารายได้จากเจ้านี่ยังไง"

192
00:11:17,301 --> 00:11:19,804
‎ที่นั่นมีหลายคนที่ทำงานหลายอย่าง

193
00:11:19,887 --> 00:11:25,476
‎แต่ชัดเจนว่า
‎ผมคือหนึ่งในคนที่มีหน้าที่ชี้บอกทิศทาง...

194
00:11:26,769 --> 00:11:28,437
‎แรกที่สุด เราต้องทำเงิน...

195
00:11:29,313 --> 00:11:33,651
‎และผมคิดว่าโมเดลธุรกิจโฆษณา
‎ดูจะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุด

196
00:11:43,077 --> 00:11:44,453
‎แม่ส่งวิดีโออะไรมาให้เราเนี่ย

197
00:11:44,537 --> 00:11:47,873
‎จากรายการทอล์กโชว์น่ะ แต่มันดีมากเลย
‎ผู้ชายคนนั้นเป็นอัจฉริยะ

198
00:11:47,957 --> 00:11:50,584
‎เขาพูดเรื่องลบโซเชียลมีเดียทิ้งและนายก็ควรทำ

199
00:11:50,668 --> 00:11:52,503
‎ฉันน่าจะบล็อกอีเมลแม่ซะ

200
00:11:52,962 --> 00:11:55,923
‎พูดตรงๆ นะ ฉันฟังแม่พูดไม่เข้าใจด้วยซ้ำ
‎แม่อาการหนักกว่าฉันอีก

201
00:11:56,173 --> 00:11:58,592
‎- ไม่หรอก แม่ใช้แค่ดูสูตรอาหาร
‎- ใช่ และทำงาน

202
00:11:58,676 --> 00:12:00,511
‎- ใช้ดูวิดีโอออกกำลัง
‎- และเช็คดูเรา

203
00:12:00,594 --> 00:12:02,638
‎กับทุกคนที่แม่เคยเจอมาในชีวิต

204
00:12:04,932 --> 00:12:07,893
‎ถ้าคุณเลื่อนดูฟีดข่าวโซเชียลมีเดียของคุณ

205
00:12:07,977 --> 00:12:11,564
‎ระหว่างที่รับชมเราไปด้วย
‎คุณควรจะรีบวางมือถือลงและฟังเรา

206
00:12:11,814 --> 00:12:14,817
‎เพราะแขกคนต่อไปของเรา
‎คือผู้เขียนสุดยอดหนังสือ

207
00:12:14,900 --> 00:12:17,903
‎ที่บอกเราว่ามันทำชีวิตเราพังได้มากแค่ไหน

208
00:12:18,195 --> 00:12:19,447
‎โปรดต้อนรับผู้แต่งหนังสือ

209
00:12:19,530 --> 00:12:23,993
‎สิบเหตุผลให้คุณลบบัญชีโซเชียลมีเดียเดี๋ยวนี้

210
00:12:24,535 --> 00:12:25,786
‎จารอน เลเนียร์

211
00:12:27,997 --> 00:12:31,834
‎บริษัทอย่างกูเกิลและเฟซบุ๊กเป็นบริษัทที่มั่งคั่ง

212
00:12:31,917 --> 00:12:33,544
‎และประสบความสำเร็จอย่างที่สุด

213
00:12:34,295 --> 00:12:36,672
‎พวกเขามีพนักงานค่อนข้างน้อย

214
00:12:36,922 --> 00:12:40,468
‎พวกเขาแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องยักษ์
‎ที่ช่วยพวกเขาในการหาเงิน

215
00:12:41,510 --> 00:12:45,306
‎ทีนี้คนจ่ายเงินให้พวกเขาเพื่ออะไร
‎นั่นคือคำถามสำคัญ

216
00:12:47,308 --> 00:12:49,977
‎ผมลงทุนกับเทคโนโลยีมาเป็นเวลา 35 ปี

217
00:12:51,020 --> 00:12:54,356
‎ช่วง 50 ปีแรกของซิลิคอนแวลลีย์
‎อุตสาหกรรมนี้ได้สร้างผลิตภัณฑ์

218
00:12:54,440 --> 00:12:58,402
‎ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แล้วขายมันให้ลูกค้า
‎นี่เป็นธุรกิจเรียบง่ายที่ดี

219
00:12:58,611 --> 00:13:01,447
‎แต่ในช่วงสิบปีให้หลัง
‎บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ของซิลิคอนแวลลีย์

220
00:13:01,530 --> 00:13:03,866
‎กลับทำธุรกิจขายผู้ใช้งาน

221
00:13:03,949 --> 00:13:05,910
‎มาพูดตอนนี้มันออกจะซ้ำซากด้วยซ้ำ

222
00:13:05,993 --> 00:13:09,205
‎แต่เราไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงิน
‎สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อีกแล้ว

223
00:13:09,288 --> 00:13:12,166
‎ผู้ลงโฆษณาต่างหากที่จ่ายแทนเรา

224
00:13:12,416 --> 00:13:14,084
‎ผู้ลงโฆษณาคือลูกค้า

225
00:13:14,710 --> 00:13:16,086
‎ส่วนเราคือสิ่งที่ถูกขาย

226
00:13:16,170 --> 00:13:17,421
‎สำนวนโบราณบอกว่า

227
00:13:17,713 --> 00:13:21,592
‎"ถ้าคุณไม่ได้จ่ายเงินซื้อสินค้า
‎งั้นคุณก็จะเป็นสินค้าเสียเอง"

228
00:13:21,675 --> 00:13:23,302
‎(คุณเป็นสินค้า)

229
00:13:23,385 --> 00:13:27,223
‎คนมากมายที่คิดว่า "กูเกิลเป็นแค่กล่องค้นหา

230
00:13:27,306 --> 00:13:29,642
‎ส่วนเฟซบุ๊กก็เป็นที่ที่เอาไว้ดูว่า
‎เพื่อนๆ เราทำอะไรอยู่

231
00:13:29,809 --> 00:13:31,101
‎และดูรูปพวกเขา"

232
00:13:31,185 --> 00:13:35,481
‎แต่ที่พวกเขาไม่ตระหนักก็คือ
‎ของพวกนี้แข่งขันกันเพื่อดึงความสนใจเรา

233
00:13:36,524 --> 00:13:41,028
‎ทั้งเฟซบุ๊ก สแนปแชท ทวิตเตอร์
‎อินสตาแกรม ยูทูบ

234
00:13:41,195 --> 00:13:45,449
‎บริษัทจำพวกนี้ โมเดลธุรกิจของพวกเขา
‎คือการดึงผู้คนให้ติดอยู่กับหน้าจอ

235
00:13:46,283 --> 00:13:49,578
‎เรามาคิดกันดีกว่าว่าเราจะใช้วิธีการไหน
‎เพื่อดึงความสนใจคนคนนี้

236
00:13:49,662 --> 00:13:50,746
‎ให้ได้มากที่สุด

237
00:13:51,455 --> 00:13:53,165
‎เราทำให้คุณใช้เวลากับมันได้เท่าไร

238
00:13:54,124 --> 00:13:56,669
‎เราทำให้คุณมอบชีวิตคุณให้กับเราได้มากแค่ไหน

239
00:13:58,712 --> 00:14:01,090
‎เมื่อไหรที่คุณคิดถึงการทำงานของบริษัทพวกนี้

240
00:14:01,173 --> 00:14:02,258
‎มันก็จะเริ่มสมเหตุสมผล

241
00:14:03,050 --> 00:14:06,095
‎ในอินเทอร์เน็ตมีบริการมากมายที่เราคิดว่ามันฟรี

242
00:14:06,262 --> 00:14:09,473
‎แต่มันไม่ฟรี
‎ผู้ลงโฆษณาเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขา

243
00:14:09,682 --> 00:14:11,559
‎แล้วผู้ลงโฆษณาจะจ่ายให้บริษัทพวกนั้นทำไม

244
00:14:11,725 --> 00:14:14,687
‎พวกเขาจ่ายเพื่อแลกกับ
‎การเอาโฆษณามาแสดงให้เราดู

245
00:14:14,770 --> 00:14:18,357
‎เราคือสินค้า ความสนใจของเรา
‎คือสินค้าที่ถูกขายให้ผู้ลงโฆษณา

246
00:14:18,816 --> 00:14:20,317
‎เรื่องนั้นมันออกจะง่าย

247
00:14:20,734 --> 00:14:23,654
‎ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ค่อยเป็นค่อยไป

248
00:14:23,737 --> 00:14:26,282
‎ในพฤติกรรมและการรับรู้ของคุณนั่นแหละคือสินค้า

249
00:14:26,365 --> 00:14:27,575
‎(ความเปลี่ยนแปลง)
‎(พฤติกรรมและการรับรู้)

250
00:14:27,658 --> 00:14:30,244
‎และนั่นก็คือสินค้า เป็นสินค้าเดียวที่เป็นไปได้

251
00:14:30,327 --> 00:14:33,706
‎ไม่มีอะไรอีกแล้วที่พอให้เรียกว่าเป็นสินค้าได้

252
00:14:34,164 --> 00:14:36,584
‎นั่นเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาจะหาเงินจากมันได้

253
00:14:37,668 --> 00:14:39,086
‎การเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณ

254
00:14:39,336 --> 00:14:41,714
‎ความคิดของคุณ สิ่งที่คุณเป็น

255
00:14:42,631 --> 00:14:45,301
‎มันเป็นความเปลี่ยนแปลงทีละนิด มันเล็กน้อย

256
00:14:45,384 --> 00:14:48,846
‎ถ้าคุณสามารถเดินไปบอกใครสักคนว่า
‎"เอาเงินมาให้ผมสิบล้านดอลลาร์สิ

257
00:14:49,054 --> 00:14:54,310
‎แล้วผมจะทำให้คนหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของโลก
‎เปลี่ยนแปลงไปในทางที่คุณต้องการ..."

258
00:14:54,894 --> 00:14:58,355
‎มันทั้งโลกนะ แบบนั้นมันคงมหัศจรรย์
‎และมันก็คงจะคุ้มค่าเงินมหาศาล

259
00:14:59,315 --> 00:15:00,149
‎โอเค

260
00:15:00,691 --> 00:15:04,403
‎นี่คือสิ่งที่ทุกธุรกิจใฝ่ฝันถึงมาตลอด

261
00:15:04,653 --> 00:15:10,784
‎การลงโฆษณาที่รับประกันได้ว่า
‎มันจะประสบความสำเร็จ

262
00:15:11,327 --> 00:15:14,455
‎นั่นคือธุรกิจของพวกเขา
‎พวกเขาขายความแน่นอน

263
00:15:14,997 --> 00:15:17,625
‎เพื่อให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจนั้น

264
00:15:17,791 --> 00:15:19,585
‎คุณต้องมีการคาดการณ์ชั้นเลิศ

265
00:15:19,668 --> 00:15:20,544
‎(การคาดการณ์ชั้นเลิศ)

266
00:15:20,628 --> 00:15:24,131
‎การคาดการณ์ชั้นเลิศ
‎เริ่มต้นด้วยเงื่อนไขจำเป็นเดียว

267
00:15:25,215 --> 00:15:26,926
‎คุณต้องมีข้อมูลจำนวนมาก

268
00:15:27,009 --> 00:15:29,053
‎(ข้อมูล)

269
00:15:29,136 --> 00:15:31,263
‎มีหลายคนที่เรียกมันว่าทุนนิยมสอดแนม

270
00:15:31,639 --> 00:15:34,350
‎ลัทธิทุนนิยมที่ค้ากำไร
‎จากการแกะรอยที่ที่ทุกๆ คนไป

271
00:15:34,433 --> 00:15:38,062
‎อย่างไม่มีที่สิ้นสุดโดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

272
00:15:38,145 --> 00:15:40,356
‎ซึ่งมีโมเดลธุรกิจเป็นการรับประกันว่า

273
00:15:40,439 --> 00:15:42,566
‎ผู้ลงโฆษณาจะประสบความสำเร็จ

274
00:15:43,150 --> 00:15:45,486
‎นี่คือตลาดรูปแบบใหม่

275
00:15:45,653 --> 00:15:48,072
‎เป็นตลาดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

276
00:15:48,822 --> 00:15:55,371
‎และเป็นตลาดที่ขายเฉพาะอนาคตของมนุษย์

277
00:15:56,288 --> 00:16:01,669
‎เหมือนกับที่มีตลาดซึ่งขายอนาคตของหมูสามชั้น
‎หรือขายอนาคตของน้ำมัน

278
00:16:02,127 --> 00:16:07,341
‎ตอนนี้เรามีตลาดที่ขายอนาคตของมนุษย์
‎ในระดับใหญ่

279
00:16:08,175 --> 00:16:13,347
‎และตลาดพวกนั้นทำเงินได้เป็นล้านล้านดอลลาร์

280
00:16:14,014 --> 00:16:19,061
‎ส่งผลให้บริษัทอินเทอร์เน็ตทั้งหลาย
‎กลายเป็นบริษัทที่ร่ำรวยที่สุด

281
00:16:19,353 --> 00:16:22,356
‎ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

282
00:16:27,444 --> 00:16:31,073
‎สิ่งที่ผมอยากให้คนรู้ก็คือ
‎ทุกอย่างที่พวกเขาทำออนไลน์

283
00:16:31,156 --> 00:16:34,326
‎ล้วนถูกจับจ้อง ถูกตามรอย ถูกประเมิน

284
00:16:35,035 --> 00:16:39,623
‎ทุกๆ การกระทำที่เราทำ
‎ล้วนถูกจับตาดูด้วยความระมัดระวังและบันทึกไว้

285
00:16:39,707 --> 00:16:43,836
‎ภาพใดบ้างที่คุณหยุดมองและคุณมองมันนานแค่ไหน

286
00:16:43,919 --> 00:16:45,629
‎นั่นแหละสำคัญ คุณมองมันนานแค่ไหน

287
00:16:45,879 --> 00:16:47,548
‎(นาวิยา อาร์ ระยะเวลามีส่วนร่วม)

288
00:16:47,631 --> 00:16:50,426
‎(ไรอัน เอ็ม ระยะเวลามีส่วนร่วม)
‎(เร็น เอฟ ระยะเวลามีส่วนร่วม)

289
00:16:50,509 --> 00:16:53,512
‎พวกเขารู้ว่าตอนไหนที่ใครเหงา
‎พวกเขารู้ว่าตอนไหนที่ใครซึมเศร้า

290
00:16:53,595 --> 00:16:56,849
‎พวกเขารู้ว่าตอนไหนใครกำลังดูรูปของอดีตคู่รัก

291
00:16:56,932 --> 00:17:00,060
‎พวกเขารู้ว่าคุณทำอะไรตอนดึกๆ
‎พวกเขารู้ทุกอย่าง

292
00:17:01,270 --> 00:17:03,230
‎คุณเป็นพวกชอบเก็บตัวหรือชอบสังคม

293
00:17:03,313 --> 00:17:06,442
‎หรือคุณมีอาการทางประสาทชนิดใด
‎คุณเป็นคนประเภทไหน

294
00:17:08,193 --> 00:17:11,572
‎พวกเขามีข้อมูลเกี่ยวกับเรามากยิ่งกว่า

295
00:17:11,697 --> 00:17:14,324
‎ที่ใครจะเคยคาดคิดในประวัติศาสตร์มนุษย์

296
00:17:14,950 --> 00:17:16,368
‎มันไม่เคยมีมาก่อน

297
00:17:18,579 --> 00:17:22,499
‎และข้อมูลทั้งหมดนี้ที่เราถ่ายเทออกไปตลอดเวลา

298
00:17:22,875 --> 00:17:26,754
‎จะถูกนำป้อนเข้าสู่ระบบ
‎ซึ่งแทบจะไม่มีมนุษย์ควบคุมดูแลอยู่

299
00:17:27,463 --> 00:17:30,507
‎และทำให้มันคาดการณ์
‎ได้แม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

300
00:17:30,966 --> 00:17:33,135
‎ว่าเราจะทำอะไรและเราเป็นใคร

301
00:17:34,887 --> 00:17:36,346
‎(แนะนำสำหรับคุณ)

302
00:17:36,430 --> 00:17:39,308
‎คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า
‎สิ่งที่ถูกขายไปคือข้อมูลของเรา

303
00:17:40,476 --> 00:17:43,270
‎การยกข้อมูลให้ฟรีๆ
‎ไม่สร้างประโยชน์ทางธุรกิจให้กับเฟซบุ๊ก

304
00:17:45,522 --> 00:17:46,940
‎พวกเขาทำอะไรกับข้อมูลพวกนั้น

305
00:17:51,070 --> 00:17:54,364
‎พวกเขาสร้างโมเดล
‎ที่คาดเดาการกระทำของเรา

306
00:17:54,656 --> 00:17:57,618
‎และใครก็ตามที่มีโมเดลที่ดีที่สุดคือผู้ชนะ

307
00:18:02,706 --> 00:18:04,041
‎เลื่อนหน้าจอช้าลง

308
00:18:04,124 --> 00:18:07,002
‎ใกล้หมดระยะการใช้งานโดยเฉลี่ยแล้ว
‎ลดการป้อนโฆษณา

309
00:18:07,086 --> 00:18:08,420
‎ดึงเพื่อนกับครอบครัวกลับมา

310
00:18:09,671 --> 00:18:11,340
‎ที่อีกฟากหนึ่งของหน้าจอ

311
00:18:11,423 --> 00:18:15,469
‎มันเหมือนพวกเขามีโมเดลหุ่นฟาง
‎ที่เป็นตัวแทนของพวกเราอยู่

312
00:18:16,845 --> 00:18:18,180
‎ทุกๆ อย่างที่เราทำ

313
00:18:18,263 --> 00:18:19,473
‎ทุกคลิกที่เรากด

314
00:18:19,556 --> 00:18:21,350
‎ทุกวิดีโอที่เราดู ทุกไลก์ของเรา

315
00:18:21,725 --> 00:18:25,354
‎มันจะถูกดึงกลับไป
‎เพื่อสร้างโมเดลที่เที่ยงตรงมากขึ้นเรื่อยๆ

316
00:18:25,896 --> 00:18:27,481
‎โมเดลนั้น พอคุณได้มันแล้ว

317
00:18:27,564 --> 00:18:29,858
‎คุณจะสามารถคาดเดาสิ่งที่คนคนนั้นทำ

318
00:18:30,109 --> 00:18:31,777
‎เอาละ ขอทดสอบหน่อย

319
00:18:32,569 --> 00:18:33,487
‎คุณจะไปที่ไหน

320
00:18:33,570 --> 00:18:36,115
‎ผมสามารถทำนายได้ว่าวิดีโอแบบไหน
‎ที่จะทำให้คุณดูต่อ

321
00:18:36,198 --> 00:18:39,159
‎ผมสามารถทำนายได้ว่า
‎อารมณ์แบบไหนที่กระตุ้นคุณได้

322
00:18:39,243 --> 00:18:40,410
‎ใช่ สมบูรณ์แบบ

323
00:18:41,578 --> 00:18:43,163
‎คลิปหลุดสุดโป๊ะแห่งปี

324
00:18:43,747 --> 00:18:44,665
‎(คลิปหลุดสุดโป๊ะ)

325
00:18:48,627 --> 00:18:51,088
‎- ยอดเยี่ยม ได้ผล
‎- ตามด้วยวิดีโออีกตัว

326
00:18:51,171 --> 00:18:54,049
‎งดงามมาก ทีนี้ก็ใส่โฆษณา
‎รองเท้าผ้าใบสั้นๆ เข้าไปก่อนมันเริ่ม

327
00:18:56,510 --> 00:18:59,263
‎ที่บริษัทเทคโนโลยีพวกนี้
‎พวกเขามีเป้าหมายหลักสามอย่าง

328
00:18:59,513 --> 00:19:03,517
‎เป้าหมายด้านการมีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มการใช้งาน
‎เพื่อให้คุณเลื่อนหน้าจอต่อ

329
00:19:04,393 --> 00:19:05,936
‎เป้าหมายด้านการเติบโต

330
00:19:06,019 --> 00:19:08,647
‎เพื่อคอยดึงคุณกลับมา
‎และทำให้คุณชวนเพื่อนมามากที่สุด

331
00:19:08,730 --> 00:19:10,315
‎แล้วให้พวกเขาชวนเพื่อนมาเพิ่ม

332
00:19:11,358 --> 00:19:14,987
‎จากนั้นก็เป็นเป้าหมายด้านการโฆษณา
‎เพื่อให้แน่ใจว่าขณะที่สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น

333
00:19:15,070 --> 00:19:17,406
‎เรากำลังทำเงินเท่าที่จะมากได้จากการโฆษณา

334
00:19:19,324 --> 00:19:21,994
‎เป้าหมายเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม

335
00:19:22,077 --> 00:19:24,454
‎ซึ่งมีหน้าที่คิดว่าจะเอาอะไรให้คุณดู

336
00:19:24,538 --> 00:19:25,747
‎เพื่อเพิ่มตัวเลขเหล่านั้น

337
00:19:26,623 --> 00:19:29,918
‎ที่เฟซบุ๊ก เราคุยกันถึงแนวคิดที่จะทำให้เรา

338
00:19:30,002 --> 00:19:34,006
‎หมุนปรับมันได้ตามใจชอบอยู่บ่อยๆ

339
00:19:34,673 --> 00:19:38,594
‎และเราก็คุยกันด้วยว่าจะให้มาร์คถือตัวหมุนนั้น

340
00:19:41,305 --> 00:19:44,474
‎"นี่ วันนี้ผมต้องการผู้ใช้งานในเกาหลีเพิ่ม"

341
00:19:45,684 --> 00:19:46,518
‎หมุนปรับเลย

342
00:19:47,436 --> 00:19:48,770
‎"เพิ่มโฆษณาสักนิด"

343
00:19:49,980 --> 00:19:51,607
‎"เพิ่มการสร้างรายได้อีกหน่อย"

344
00:19:53,108 --> 00:19:55,444
‎และเรามี...

345
00:19:55,527 --> 00:19:59,239
‎ไม่สิ บริษัทเหล่านี้ทั้งหมด
‎ต่างก็มีความแม่นยำในระดับดังกล่าว

346
00:19:59,990 --> 00:20:02,409
‎- พวก...
‎- ฉันไม่รู้ว่าฉันโดนกรรมการปรับได้ไง

347
00:20:02,492 --> 00:20:05,537
‎- กรรมการคนนั้นห่วยแตก
‎- แต่นายพุ่งสุดตัวเลยนะ...

348
00:20:05,871 --> 00:20:07,956
‎- นั่นรีเบกก้า ไปคุยกับเธอสิ
‎- ฉันเห็นแล้วน่า

349
00:20:08,040 --> 00:20:10,834
‎- พวก ไปคุยกับเธอเร็ว
‎- ฉันว่าจะทำอยู่

350
00:20:10,918 --> 00:20:14,171
‎ปฏิทินของเขาบอกว่าตอนนี้เขาพักอยู่
‎เราน่าจะถ่ายทอดสดนะ

351
00:20:15,422 --> 00:20:16,298
‎ให้ฉันสะกิดไหม

352
00:20:17,132 --> 00:20:18,008
‎อือ สะกิดเลย

353
00:20:21,720 --> 00:20:24,181
‎"ไทเลอร์เพื่อนคุณเพิ่งเข้าร่วม
‎โบกมือทักทายเขาสิ"

354
00:20:26,016 --> 00:20:26,850
‎เร็วเข้าพวก

355
00:20:27,434 --> 00:20:28,769
‎กดโบกมือหน่อย

356
00:20:29,394 --> 00:20:31,313
‎นายไม่กล้า ไปคุยกับเธอเถอะน่า

357
00:20:31,730 --> 00:20:34,900
‎(ไทเลอร์เพื่อนคุณเพิ่งเข้าร่วม
‎โบกมือทักทายเขาสิ)

358
00:20:36,902 --> 00:20:37,986
‎(การเชื่อมต่อเครือข่าย)

359
00:20:38,070 --> 00:20:40,447
‎ลิงก์ใหม่ เอาละ ได้เรื่องแล้ว

360
00:20:40,948 --> 00:20:46,078
‎ตามด้วยโพสต์ของผู้ใช้งาน
‎หมายเลข 079044238820 รีเบกก้า

361
00:20:46,161 --> 00:20:49,790
‎ความคิดดี พิกัดจีพีเอสบอกว่า
‎ตอนนี้พวกเขาอยู่ใกล้กัน

362
00:20:52,167 --> 00:20:55,837
‎(รีเบกก้า จี)
‎(เจอคู่ชีวิตแล้ว แฮชแท็กคู่ซี้ หม่ำๆ เพื่อนแท้)

363
00:20:55,921 --> 00:20:57,172
‎เขาพร้อมรับโฆษณาแล้ว

364
00:20:57,631 --> 00:20:58,465
‎ได้เวลาประมูล

365
00:20:58,715 --> 00:21:00,050
‎(ตัวอย่างโฆษณา)
‎(แว็กซ์ผมดีปเฟด)

366
00:21:00,133 --> 00:21:02,803
‎ขาย ส่งแว็กซ์ผมดีปเฟดออกไป

367
00:21:03,387 --> 00:21:07,933
‎มีผู้ประมูลที่สนใจ 468 ราย เราขายเบน
‎ที่ 3.262 เซ็นต์ต่อหนึ่งการมีส่วนร่วม

368
00:21:17,109 --> 00:21:21,530
‎เราได้สร้างโลกที่ซึ่งการเชื่อมต่อในโลกออนไลน์
‎กลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

369
00:21:22,072 --> 00:21:23,907
‎โดยเฉพาะกับคนรุ่นเยาว์

370
00:21:23,991 --> 00:21:28,662
‎และในโลกใบนั้น ทุกครั้งที่คนสองคนเชื่อมต่อกัน

371
00:21:29,162 --> 00:21:33,083
‎ทางเดียวที่มันจะทำเงิน
‎คือต้องผ่านบุคคลที่สามที่ปิดบังตัว

372
00:21:33,333 --> 00:21:35,585
‎ที่จ่ายเงินเพื่อชักใยสองคนนั้น

373
00:21:36,128 --> 00:21:39,381
‎เราทำให้ทั่วทั้งโลกเกิดคนรุ่นที่ถูกเลี้ยงดู

374
00:21:39,464 --> 00:21:44,011
‎ภายในบริบทที่ว่าความหมายของการสื่อสาร

375
00:21:44,094 --> 00:21:47,431
‎ความหมายของวัฒนธรรมคือการชักใย

376
00:21:47,514 --> 00:21:49,725
‎เราตั้งความเจ้าเล่ห์และหลอกลวง

377
00:21:49,808 --> 00:21:52,185
‎เอาไว้ที่แกนกลางของทุกสิ่งที่เราทำ

378
00:21:56,356 --> 00:22:01,445
‎("เทคโนโลยีใดๆ ที่ก้าวหน้าเพียงพอ
‎มิอาจจำแนกจากเวทมนตร์ได้")

379
00:22:01,528 --> 00:22:05,657
‎(อาเธอร์ ซี คลาร์ก)

380
00:22:05,741 --> 00:22:07,242
‎- หันไปที่อีก...
‎- โอเค

381
00:22:07,326 --> 00:22:09,369
‎- ผมต้องหันไปทางไหนถึงจะดี
‎- นั่นดีแล้ว

382
00:22:09,453 --> 00:22:10,412
‎- นี่เหรอ
‎- ครับ

383
00:22:10,704 --> 00:22:13,707
‎ถ้าผมทำแบบนี้
‎ภาพในกล้องมันจะออกมายังไง...

384
00:22:13,790 --> 00:22:15,042
‎- เราสามารถ...
‎- แบบนี้

385
00:22:15,542 --> 00:22:16,835
‎- อะไรน่ะ
‎- ครับ

386
00:22:16,918 --> 00:22:18,462
‎- ทำอีกทีได้ไหม
‎- ได้สิครับ

387
00:22:19,046 --> 00:22:20,255
‎ไม่ มันอาจจะไม่...

388
00:22:21,256 --> 00:22:22,090
‎ครับ

389
00:22:22,466 --> 00:22:23,884
‎ไอ้นี่มันไม่ค่อย...

390
00:22:31,016 --> 00:22:32,517
‎คริสอ้าปากค้างอยู่ตรงนี้แล้ว

391
00:22:34,728 --> 00:22:35,562
‎เจ๋งไหมล่ะ

392
00:22:35,645 --> 00:22:37,773
‎(มายากล)

393
00:22:37,856 --> 00:22:40,609
‎ผมเริ่มหัดมายากลตอนอายุได้สักห้าขวบ

394
00:22:41,151 --> 00:22:45,781
‎และผมก็สามารถหลอกผู้ใหญ่
‎ผู้ใหญ่เต็มวัยอย่างพวกดอกเตอร์

395
00:22:55,040 --> 00:22:57,709
‎นักมายากลก็เหมือนนักประสาทวิทยา

396
00:22:57,793 --> 00:22:58,960
‎และนักจิตวิทยารุ่นแรก

397
00:22:59,044 --> 00:23:02,005
‎พวกเขาเป็นพวกแรกที่เข้าใจว่า

398
00:23:02,089 --> 00:23:03,382
‎จิตใจของคนทำงานยังไง

399
00:23:04,216 --> 00:23:07,344
‎พวกเขาทดสอบอะไรหลายอย่าง
‎กับผู้คนต่อหน้าต่อตา

400
00:23:09,137 --> 00:23:11,139
‎นักมายากลนั้นจะเข้าใจบางอย่าง

401
00:23:11,223 --> 00:23:14,017
‎บางส่วนของจิตใจคุณที่คุณไม่ล่วงรู้

402
00:23:14,101 --> 00:23:15,769
‎นั่นคือสิ่งที่ทำให้มายากลได้ผล

403
00:23:16,269 --> 00:23:20,399
‎จะหมอ จะทนาย จะเป็นคนที่รู้วิธี
‎สร้างเครื่องบิน 747 หรือจรวดนิวเคลียร์

404
00:23:20,732 --> 00:23:24,361
‎พวกเขาไม่รู้นักหรอกว่า
‎จิตใจของตัวเองเปราะบางยังไง

405
00:23:24,444 --> 00:23:26,113
‎มันเป็นหลักการที่ต่างออกไป

406
00:23:26,571 --> 00:23:28,990
‎และมันก็เป็นหลักการที่ประยุกต์ใช้
‎ได้กับมนุษย์ทุกคน

407
00:23:29,074 --> 00:23:30,909
‎(มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด)

408
00:23:30,992 --> 00:23:34,079
‎จากแง่มุมดังกล่าว
‎คุณจะเกิดความเข้าใจที่ต่างออกไป

409
00:23:34,162 --> 00:23:35,247
‎ว่าเทคโนโลยีทำอะไร

410
00:23:36,873 --> 00:23:40,836
‎สมัยผมอยู่ที่ห้องวิจัยเทคโนโลยีการชักจูง
‎ที่สแตนฟอร์ด นี่คือสิ่งที่เราเรียนกัน

411
00:23:41,628 --> 00:23:43,463
‎เราจะใช้ทุกอย่างที่เรารู้

412
00:23:43,547 --> 00:23:45,632
‎เกี่ยวกับจิตวิทยาการจูงใจคน

413
00:23:45,966 --> 00:23:48,176
‎มาสร้างเป็นเทคโนโลยีได้ยังไง

414
00:23:48,468 --> 00:23:50,887
‎เอาละ พวกคุณที่ฟังอยู่ส่วนใหญ่
‎ต่างก็เป็นอัจฉริยะอยู่แล้ว

415
00:23:50,971 --> 00:23:55,851
‎ผมเชื่ออย่างนั้น แต่เป้าหมายผมคือการทำให้คุณ
‎เป็นอัจฉริยะด้านการเปลี่ยนพฤติกรรม

416
00:23:56,852 --> 00:24:01,231
‎คนสำคัญของซิลิคอนแวลลีย์จำนวนมาก
‎มาเรียนวิชานั้น

417
00:24:01,440 --> 00:24:05,485
‎พวกที่มีบทบาทสำคัญ
‎ในการพัฒนาเฟซบุ๊ก อูเบอร์และบริษัทอื่นๆ

418
00:24:05,569 --> 00:24:08,989
‎พวกเขามาศึกษาว่าจะสร้างเทคโนโลยียังไง
‎ให้ชักจูงคนได้มากขึ้น

419
00:24:09,614 --> 00:24:10,782
‎ทริสทันคือหนึ่งในนั้น

420
00:24:12,284 --> 00:24:14,619
‎เทคโนโลยีการชักจูงคืองานออกแบบ

421
00:24:14,786 --> 00:24:16,580
‎ซึ่งตั้งใจให้นำมาใช้งานจริงได้

422
00:24:16,663 --> 00:24:18,874
‎เมื่อเราต้องการจะปรับเปลี่ยน
‎พฤติกรรมคนบางคน

423
00:24:18,957 --> 00:24:20,542
‎เราต้องการให้พวกเขาทำแบบนี้

424
00:24:20,625 --> 00:24:23,336
‎เราต้องการให้พวกเขาใช้นิ้วทำแบบนี้

425
00:24:23,420 --> 00:24:26,256
‎พอลากลงจะเป็นการรีเฟรช
‎แล้วด้านบนก็จะเป็นเรื่องใหม่

426
00:24:26,339 --> 00:24:28,508
‎ลากลงแล้วรีเฟรชอีกก็ใหม่อีก ทุกๆ ครั้งที่ทำเลย

427
00:24:28,592 --> 00:24:33,430
‎ซึ่งในทางจิตวิทยาแล้ว เราเรียกมันว่า
‎การเสริมแรงทางบวกเป็นระยะ

428
00:24:33,805 --> 00:24:37,142
‎เราไม่รู้ว่าเราจะได้เมื่อไหร่
‎หรือเราจะได้อะไรไหม

429
00:24:37,225 --> 00:24:39,811
‎มันจึงทำงานเหมือนตู้สล็อตในเวกัส

430
00:24:40,145 --> 00:24:42,230
‎แค่คุณใช้สินค้าอย่างมีสติมันไม่พอ

431
00:24:42,314 --> 00:24:44,024
‎ผมอยากจะเจาะลึกลงไปในก้านสมองคุณ

432
00:24:44,107 --> 00:24:47,360
‎และปลูกนิสัยที่คุณไม่ตระหนักเอาไว้ข้างใน

433
00:24:47,819 --> 00:24:50,864
‎เพื่อป้อนคำสั่งคุณในระดับที่ลึกลงไป

434
00:24:50,947 --> 00:24:51,990
‎คุณจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

435
00:24:52,532 --> 00:24:53,742
‎ชายชื่อเจมส์...

436
00:24:53,825 --> 00:24:56,286
‎ทุกครั้งที่คุณเห็นมันบนเคาน์เตอร์

437
00:24:56,369 --> 00:24:59,789
‎และคุณมองดูมัน คุณจะรู้ว่าถ้าคุณเอื้อมมือเข้าไป

438
00:24:59,873 --> 00:25:01,333
‎คุณอาจจะได้อะไรจากมัน

439
00:25:01,416 --> 00:25:04,002
‎คุณจึงเล่นตู้สล็อตนั้นเพื่อดูว่าคุณจะได้อะไร
‎ถูกไหมครับ

440
00:25:04,294 --> 00:25:06,046
‎มันคือเทคนิคการออกแบบ ไม่ใช่บังเอิญ

441
00:25:06,129 --> 00:25:11,134
‎เขานำทองคำก้อนไปให้นายทหาร
‎ในกองทัพที่ซานฟรานซิสโก

442
00:25:12,219 --> 00:25:15,388
‎อย่าลืมเชียว
‎ประชากรของซานฟรานซิสโกมีแค่...

443
00:25:15,472 --> 00:25:17,432
‎อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือการแท็กรูป

444
00:25:19,726 --> 00:25:23,730
‎ถ้าคุณได้รับอีเมลบอกว่า
‎เพื่อนของคุณแท็กคุณในรูปภาพ

445
00:25:24,147 --> 00:25:28,568
‎แน่นอนว่าคุณจะต้องคลิกอีเมลนั้นและดูรูป

446
00:25:29,152 --> 00:25:31,821
‎มันไม่ใช่อะไรที่คุณสามารถเลือกที่จะเมินเฉย

447
00:25:32,364 --> 00:25:36,117
‎นี่คือนิสัยที่ฝังรากลึกของมนุษย์
‎ซึ่งพวกเขาใช้ประโยชน์

448
00:25:36,409 --> 00:25:38,078
‎สิ่งที่คุณควรถามตัวเองก็คือ

449
00:25:38,161 --> 00:25:40,288
‎"ทำไมอีเมลฉบับนั้นไม่ใส่รูปเข้ามาด้วยเสียเลย

450
00:25:40,372 --> 00:25:42,123
‎แบบนั้นมันจะดูรูปง่ายกว่า"

451
00:25:42,791 --> 00:25:45,919
‎ตอนที่เฟซบุ๊กเจอฟีเจอร์นั้น
‎พวกเขาแค่เอามันมาขยายใหญ่

452
00:25:46,002 --> 00:25:48,505
‎เพราะพวกเขาคิดว่า
‎"นี่จะเป็นวิธีสร้างกิจกรรมที่ดี

453
00:25:48,588 --> 00:25:51,091
‎เรามาทำให้คนแท็กกันในรูปภาพทั้งวันดีกว่า"

454
00:25:56,263 --> 00:25:58,890
‎(เบน ดับเบิลยู)
‎(อย่างน้อยเราคนหนึ่งก็ดูดี)

455
00:25:59,349 --> 00:26:00,183
‎เขาแสดงความเห็น

456
00:26:00,559 --> 00:26:01,393
‎วิเศษ

457
00:26:01,935 --> 00:26:04,396
‎โอเค รีเบกก้าได้รับและเธอกำลังตอบ

458
00:26:04,771 --> 00:26:07,065
‎มาทำให้เบนรู้เรื่องนั้นดีกว่า
‎เราจะได้ไม่เสียเขาไป

459
00:26:07,649 --> 00:26:08,733
‎เปิดจุดไข่ปลา

460
00:26:09,234 --> 00:26:13,613
‎(อย่างน้อยเราคนหนึ่งก็ดูดี)
‎(...)

461
00:26:19,578 --> 00:26:20,745
‎เยี่ยม เธอโพสต์แล้ว

462
00:26:21,454 --> 00:26:24,249
‎เขากำลังพิมพ์ใต้ความเห็นเธอ
‎เรื่องความเห็นเขาในโพสต์เธอ

463
00:26:25,041 --> 00:26:26,084
‎เดี๋ยวก่อน เขาหยุดพิมพ์

464
00:26:27,002 --> 00:26:27,836
‎ใช้ระบบเติมคำศัพท์

465
00:26:28,420 --> 00:26:30,005
‎อีโมจิ เขาชอบอีโมจิ

466
00:26:31,381 --> 00:26:33,758
‎(เติมข้อความ)
‎(การมีส่วนร่วม)

467
00:26:33,842 --> 00:26:34,676
‎เขาเลือกอีโมจิไฟ

468
00:26:35,427 --> 00:26:36,595
‎อุตส่าห์เชียร์มะเขือยาว

469
00:26:38,597 --> 00:26:42,475
‎มันจะมีหลักการและแผนก
‎ที่เรียกว่า "โกรทแฮกกิ้ง" อยู่

470
00:26:42,809 --> 00:26:47,147
‎พวกทีมวิศวกรจะมีหน้าที่แฮกจิตวิทยามนุษย์

471
00:26:47,230 --> 00:26:48,565
‎เพื่อให้แอปเติบโตยิ่งขึ้น

472
00:26:48,648 --> 00:26:50,900
‎พวกเขาจะได้ผู้ใช้งานเพิ่ม ได้การมีส่วนร่วมเพิ่ม

473
00:26:51,067 --> 00:26:52,861
‎พวกเขาสามารถทำให้คุณเชิญคนมาเพิ่ม

474
00:26:52,944 --> 00:26:55,655
‎หลังจากการทดสอบ การทวนซ้ำและอะไรพวกนั้น

475
00:26:56,072 --> 00:26:57,532
‎เรื่องใหญ่ที่สุดที่เราพบคืออะไร

476
00:26:57,991 --> 00:27:00,577
‎พาบุคคลไปหาเพื่อนเจ็ดคนให้ได้ในสิบวัน

477
00:27:01,953 --> 00:27:02,787
‎นั่นแหละครับ

478
00:27:02,871 --> 00:27:05,498
‎ชามัธเป็นหัวหน้าฝ่ายการเติบโต
‎ของเฟซบุ๊กยุคแรกๆ

479
00:27:05,582 --> 00:27:08,251
‎และเขาเป็นที่รู้จักดีในวงการเทคโนโลยี

480
00:27:08,335 --> 00:27:11,004
‎ในเรื่องการบุกเบิก
‎กลยุทธ์กระตุ้นการเติบโตมากมาย

481
00:27:11,087 --> 00:27:14,841
‎ซึ่งถูกใช้กระตุ้นให้เฟซบุ๊ก
‎เติบโตเร็วจนน่าเหลือเชื่อ

482
00:27:14,966 --> 00:27:18,553
‎และกลยุทธ์การเติบโตพวกนั้นก็กลายเป็น
‎คู่มือกลยุทธ์พื้นฐานที่ซิลิคอนแวลลีย์

483
00:27:18,637 --> 00:27:21,389
‎มันถูกใช้ที่อูเบอร์และที่บริษัทอื่นๆ อีกเป็นโขยง

484
00:27:21,473 --> 00:27:27,062
‎หนึ่งในสิ่งที่เขาบุกเบิก
‎คือการใช้หลักการทดสอบแบบสองตัวแปร

485
00:27:27,145 --> 00:27:28,563
‎ในการปรับเปลี่ยนฟีเจอร์เล็กๆ

486
00:27:29,022 --> 00:27:30,940
‎บริษัทอย่างกูเกิลและเฟซบุ๊ก

487
00:27:31,024 --> 00:27:34,569
‎จะหมั่นแนะนำการทดลองเล็กๆ มากมาย

488
00:27:34,653 --> 00:27:36,905
‎ที่พวกเขาทำอยู่ตลอดเวลากับผู้ใช้งาน

489
00:27:37,030 --> 00:27:39,866
‎แล้วในชั่วเวลาหนึ่ง
‎ด้วยการทดลองที่ต่อเนื่องเหล่านี้

490
00:27:39,949 --> 00:27:43,036
‎เราก็จะพัฒนาวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

491
00:27:43,119 --> 00:27:45,288
‎ที่จะทำให้ผู้ใช้งานทำอย่างที่เราต้องการขึ้นมาได้

492
00:27:45,372 --> 00:27:46,790
‎มันคือการควบคุมชักใย

493
00:27:47,332 --> 00:27:49,042
‎คุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นหนูทดลอง

494
00:27:49,834 --> 00:27:51,920
‎คุณเป็นหนูทดลอง เราทุกคนเป็นหนูทดลอง

495
00:27:52,545 --> 00:27:55,548
‎และเราก็ไม่ใช่หนูทดลอง
‎สำหรับพัฒนายารักษาโรคมะเร็ง

496
00:27:55,632 --> 00:27:58,134
‎พวกเขาไม่ได้คิดจะทำประโยชน์แก่เรา

497
00:27:58,218 --> 00:28:01,680
‎จริงไหม เราเป็นแค่ซอมบี้ไร้สมอง
‎และพวกเขาก็ต้องการให้เราดูโฆษณาเพิ่ม

498
00:28:01,763 --> 00:28:02,889
‎พวกเขาจะได้ทำเงินเพิ่ม

499
00:28:03,556 --> 00:28:08,228
‎เฟซบุ๊กได้ทำสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า
‎"การทดลองการแพร่ระบาดระดับใหญ่"

500
00:28:08,311 --> 00:28:09,145
‎โอเค

501
00:28:09,229 --> 00:28:12,857
‎เราจะใช้การบอกเป็นนัยที่ซ่อนเร้นอยู่
‎ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก

502
00:28:13,400 --> 00:28:17,570
‎เพื่อให้คนไปลงคะแนนเสียง
‎ในการเลือกตั้งกลางเทอมมากขึ้นได้ยังไง

503
00:28:18,113 --> 00:28:20,824
‎และพวกเขาพบว่าพวกเขาสามารถทำแบบนั้นได้

504
00:28:21,116 --> 00:28:23,993
‎ข้อสรุปหนึ่งที่พวกเขาได้ก็คือตอนนี้เรารู้แล้วว่า

505
00:28:24,744 --> 00:28:28,915
‎เราสามารถสร้างผลกระทบ
‎ต่อพฤติกรรมในโลกจริงและความรู้สึกได้

506
00:28:28,998 --> 00:28:32,877
‎โดยที่ไม่ทำให้ผู้ใช้งานตระหนักด้วยซ้ำ

507
00:28:33,503 --> 00:28:37,298
‎พวกเขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

508
00:28:38,049 --> 00:28:41,970
‎เราหันกลไกของเอไอเหล่านี้กลับมาที่ตัวเอง

509
00:28:42,053 --> 00:28:46,224
‎เพื่อใช้หลักวิศวกรรมผันกลับ
‎หาว่าอะไรที่เรียกการตอบสนองของเรา

510
00:28:46,850 --> 00:28:49,561
‎มันคล้ายๆ กับคุณไปแหย่เซลล์ประสาทของแมงมุม

511
00:28:49,644 --> 00:28:51,187
‎เพื่อดูว่าอะไรทำให้ขามันตอบสนอง

512
00:28:51,938 --> 00:28:53,940
‎มันจึงเหมือนกับการทดลองเรือนจำ

513
00:28:54,023 --> 00:28:56,735
‎ซึ่งเรากวาดต้อนผู้คนเข้าสู่ผังข้อมูลขนาดใหญ่

514
00:28:56,818 --> 00:29:00,572
‎และเราก็เก็บเกี่ยวเม็ดเงินกับข้อมูล
‎จากกิจกรรมทั้งหมดของพวกเขา

515
00:29:00,655 --> 00:29:01,489
‎เพื่อนำมาหากำไร

516
00:29:01,573 --> 00:29:03,032
‎และเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้น

517
00:29:03,867 --> 00:29:07,912
‎เราต้องการจะหาคำตอบในเชิงจิตวิทยา
‎ว่าเราจะบงการคุณให้เร็วที่สุดได้ยังไง

518
00:29:07,996 --> 00:29:09,539
‎จากนั้นก็กระตุ้นโดพามีนให้คุณ

519
00:29:10,165 --> 00:29:12,208
‎ที่เฟซบุ๊ก เราทำแบบนั้นอย่างชาญฉลาด

520
00:29:12,625 --> 00:29:14,627
‎อินสตาแกรมทำแบบนั้น วอตส์แอปป์ทำแบบนั้น

521
00:29:15,003 --> 00:29:17,380
‎สแนปแชททำแบบนั้น ทวิตเตอร์ก็ทำแบบนั้น

522
00:29:17,672 --> 00:29:19,424
‎นั่นเป็นอะไรที่...

523
00:29:19,507 --> 00:29:22,427
‎มีแต่แฮกเกอร์อย่างผมจะคิดขึ้นมาได้

524
00:29:22,510 --> 00:29:27,140
‎เพราะนั่นคุณกำลังใช้ประโยชน์
‎จากจุดอ่อนของจิตใจมนุษย์

525
00:29:27,223 --> 00:29:28,725
‎(ฌอน พาร์คเกอร์ อดีตประธานเฟซบุ๊ก)

526
00:29:28,808 --> 00:29:33,438
‎ผมคิดว่าเรา นักคิดค้น นักประดิษฐ์...

527
00:29:33,980 --> 00:29:37,317
‎แบบผม แบบมาร์ค แบบ...

528
00:29:37,400 --> 00:29:39,903
‎เควิน ซิสตรอมที่อินสตาแกรม คนเหล่านี้...

529
00:29:41,154 --> 00:29:46,451
‎เข้าใจเรื่องพวกนี้ดี แต่เราก็ยังทำมันอยู่ดี

530
00:29:50,580 --> 00:29:53,750
‎ไม่มีใครรู้สึกแย่ตอนที่โลกเริ่มมีจักรยาน

531
00:29:55,043 --> 00:29:58,004
‎จริงไหม แบบว่าถ้าทุกคนเริ่มขี่จักรยานไปเที่ยว

532
00:29:58,087 --> 00:30:00,757
‎จะไม่มีใครพูดว่า
‎"พระเจ้าช่วย เราทำลายสังคม

533
00:30:01,007 --> 00:30:03,051
‎จักรยานมันส่งผลกระทบต่อคน

534
00:30:03,134 --> 00:30:04,928
‎มันดึงพ่อแม่ให้ห่างออกไปจากลูกๆ

535
00:30:05,386 --> 00:30:08,723
‎มันทำลายสายใยประชาธิปไตย
‎คนแยกความจริงไม่ออกอีกต่อไป"

536
00:30:08,807 --> 00:30:11,184
‎เราไม่พูดอะไรแบบนั้นกับจักรยาน

537
00:30:12,769 --> 00:30:16,147
‎ถ้าอะไรสักอย่างเป็นแค่เครื่องมือ
‎มันจะตั้งอยู่ตรงนั้น

538
00:30:16,731 --> 00:30:18,525
‎รอคอยอย่างอดทน

539
00:30:19,317 --> 00:30:22,612
‎แต่ถ้ามันไม่ใช่เครื่องมือ
‎มันจะเริ่มเรียกร้องสิ่งต่างๆ จากคุณ

540
00:30:22,904 --> 00:30:26,533
‎มันล่อลวงคุณ ปั่นหัวคุณ
‎มันต้องการบางอย่างจากคุณ

541
00:30:26,950 --> 00:30:30,495
‎และเราก็ย้ายจากการมีสภาพแวดล้อม
‎ทางเทคโนโลยีสำหรับใช้เป็นเครื่องมือ

542
00:30:31,037 --> 00:30:34,249
‎ไปเป็นสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี
‎เพื่อการควบคุมและเสพติด

543
00:30:34,582 --> 00:30:35,625
‎นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนไป

544
00:30:35,792 --> 00:30:39,295
‎โซเชียลมีเดียไม่ใช่เครื่องมือที่รอให้เราไปใช้

545
00:30:39,504 --> 00:30:43,466
‎มันมีเป้าหมายของมัน
‎และมีวิธีการของตนเองสำหรับไปให้ถึงเป้าหมาย

546
00:30:43,550 --> 00:30:45,552
‎ด้วยการใช้สภาพจิตใจคุณเล่นงานคุณเอง

547
00:30:49,055 --> 00:30:52,517
‎("มีเพียงสองอุตสาหกรรม
‎ที่เรียกลูกค้าของตนว่า'ผู้ใช้'")

548
00:30:52,600 --> 00:30:55,562
‎("นั่นคือยาเสพติดกับซอฟต์แวร์")

549
00:30:55,645 --> 00:30:57,480
‎(เอ็ดเวิร์ด ทัฟต์)

550
00:30:57,605 --> 00:31:02,193
‎ย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน
‎ผมคือประธานของพินเทอเรสต์

551
00:31:03,194 --> 00:31:08,366
‎ผมกลับมาบ้าน แต่ถึงอยู่บ้าน
‎ผมก็ยังไม่ห่างจากจอมือถือ

552
00:31:08,449 --> 00:31:12,036
‎แม้ผมจะมีลูกเล็กๆ สองคน
‎ที่ต้องการความรักความเอาใจใส่จากผม

553
00:31:12,412 --> 00:31:15,748
‎ผมอยู่ในครัว แล้วก็พิมพ์บางอย่างในอีเมล

554
00:31:15,832 --> 00:31:17,458
‎บางทีก็ดูพินเทอเรสต์

555
00:31:18,167 --> 00:31:19,627
‎ผมคิดว่า "ให้ตาย ตลกเป็นบ้า

556
00:31:19,711 --> 00:31:22,046
‎ตอนกลางวันผมไปทำงาน

557
00:31:22,130 --> 00:31:26,426
‎และสร้างบางอย่างขึ้นมา
‎แล้วจากนั้นผมก็ตกเป็นเหยื่อของมัน"

558
00:31:26,509 --> 00:31:29,762
‎และผมก็ไม่ ในบางจังหวะ ผมห้ามตัวเองไม่ได้

559
00:31:32,307 --> 00:31:36,102
‎แอปที่ผมติดที่สุดคือทวิตเตอร์

560
00:31:36,728 --> 00:31:37,729
‎ก่อนหน้าคือเรดดิต

561
00:31:38,187 --> 00:31:42,859
‎ผมถึงกับต้องเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นมา
‎เพื่อให้ตัวเองเลิกเสพติดการอ่านเรดดิต

562
00:31:45,403 --> 00:31:47,739
‎ที่ผมติดที่สุดน่าจะเป็นอีเมล

563
00:31:47,864 --> 00:31:49,866
‎จริงๆ นะ ผมเรักมัน

564
00:31:52,577 --> 00:31:54,954
‎มันน่าสนใจมากที่ทั้งที่เรารู้ว่า

565
00:31:55,038 --> 00:31:58,166
‎มีอะไรเกิดขึ้นหลังม่านบ้าง

566
00:31:58,249 --> 00:32:01,628
‎แต่กลับยังคุมการใช้งานไม่ได้

567
00:32:01,711 --> 00:32:03,046
‎มันน่ากลัวอยู่หน่อยๆ

568
00:32:03,630 --> 00:32:07,050
‎แม้จะรู้ว่าลูกเล่นพวกนี้ทำงานยังไง
‎ผมก็ยังหวั่นไหวกับมัน

569
00:32:07,133 --> 00:32:09,886
‎ผมยังคงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
‎แล้วเวลา 20 นาทีก็จะหายไป

570
00:32:12,931 --> 00:32:15,725
‎คุณจะเช็คโทรศัพท์ก่อนฉี่ทุกเช้า

571
00:32:15,850 --> 00:32:17,310
‎หรือจะเช็คระหว่างฉี่ในตอนเช้า

572
00:32:17,560 --> 00:32:19,187
‎มันมีแค่สองทางเลือกเท่านั้น

573
00:32:19,771 --> 00:32:23,274
‎ผมลองตั้งใจมั่น มุ่งมั่นเต็มเปี่ยม...

574
00:32:23,358 --> 00:32:26,903
‎"ผมจะวางโทรศัพท์
‎ผมจะทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถตอนที่ผมกลับบ้าน"

575
00:32:26,986 --> 00:32:30,573
‎ผมบอกตัวเองแบบนั้นเป็นพันหน เป็นพันๆ วัน

576
00:32:30,657 --> 00:32:32,617
‎"ผมจะไม่หยิบมันเข้าห้องนอน"

577
00:32:32,700 --> 00:32:34,535
‎จากนั้นพอถึงสามทุ่ม

578
00:32:34,619 --> 00:32:37,121
‎"เอาละ ผมจะเอามือถือเข้ามาในห้องนอน"

579
00:32:37,956 --> 00:32:39,290
‎มันคล้ายๆ กับว่า...

580
00:32:39,374 --> 00:32:41,125
‎ความมุ่งมั่นคือความตั้งใจแรก

581
00:32:41,209 --> 00:32:44,295
‎แต่จากนั้นความตั้งใจที่สองมันแรงกว่า

582
00:32:44,379 --> 00:32:45,880
‎เราขอแนะนำเดอะคิทเช่นเซฟ

583
00:32:45,964 --> 00:32:49,801
‎เดอะคิทเช่นเซฟคือบรรจุภัณฑ์
‎แบบตั้งเวลาล็อคที่จะปฏิวัติวงการ

584
00:32:49,884 --> 00:32:51,511
‎เพื่อช่วยให้คุณต่อสู้กับสิ่งล่อใจ

585
00:32:51,761 --> 00:32:56,724
‎ที่เดวิดต้องทำก็คือใส่สิ่งที่ล่อใจเขา
‎ลงไปในเดอะคิทเช่นเซฟ

586
00:32:57,392 --> 00:33:00,561
‎จากนั้น เขาต้องหมุนปุ่มลูกบิดเพื่อตั้งเวลา

587
00:33:01,479 --> 00:33:04,232
‎และท้ายที่สุดก็กดปุ่มซะเพื่อให้ล็อคทำงาน

588
00:33:04,315 --> 00:33:05,525
‎เดอะคิทเช่นเซฟคือ...

589
00:33:05,608 --> 00:33:06,776
‎เรามีมันใช่ไหม

590
00:33:06,859 --> 00:33:08,569
‎วิดีโอเกม บัตรเครดิตและโทรศัพท์มือถือ

591
00:33:08,653 --> 00:33:09,570
‎อือ เรามี

592
00:33:09,737 --> 00:33:11,072
‎พอล็อคเดอะคิทเช่นเซฟแล้ว

593
00:33:11,155 --> 00:33:13,866
‎เราจะเปิดมันอีกไม่ได้
‎จนกว่าเวลาที่ตั้งไว้จะเป็นศูนย์

594
00:33:13,950 --> 00:33:17,537
‎ประเด็นก็คือโซเชียลมีเดียเป็นยาเสพติด

595
00:33:17,620 --> 00:33:20,873
‎เรามีความจำเป็นทางชีววิทยาพื้นฐาน

596
00:33:20,957 --> 00:33:22,959
‎ที่ต้องเชื่อมต่อกับคนอื่น

597
00:33:23,167 --> 00:33:28,131
‎วิธีนั้นจะทำให้เกิดการหลั่งสารโดพามีน
‎เป็นการตอบแทน

598
00:33:28,297 --> 00:33:32,552
‎วิวัฒนาการหลายล้านปีอยู่เบื้องหลังระบบดังกล่าว

599
00:33:32,635 --> 00:33:35,722
‎ที่นำเรามารวมกัน มาอยู่รวมเป็นชุมชน

600
00:33:35,805 --> 00:33:37,932
‎หาคู่และแพร่ขยายเผ่าพันธุ์

601
00:33:38,099 --> 00:33:41,728
‎ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่แน่นอนว่า
‎พาหนะอย่างโซเชียลมีเดีย

602
00:33:41,936 --> 00:33:45,523
‎ซึ่งช่วยปรับการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนให้เหมาะสม

603
00:33:45,773 --> 00:33:48,568
‎จะมีแนวโน้มที่ทำให้คนเสพติดมัน

604
00:33:52,780 --> 00:33:54,115
‎พ่อคะ หยุดนะ

605
00:33:55,450 --> 00:33:58,369
‎หนูมีสนิปเป็นพันต้องส่งก่อนกินมื้อเย็น

606
00:33:58,703 --> 00:33:59,537
‎สนิปเหรอ

607
00:33:59,620 --> 00:34:00,913
‎ฉันไม่รู้ว่าสนิปคืออะไร

608
00:34:01,164 --> 00:34:03,124
‎- กลิ่นหอมจังเลยที่รัก
‎- ขอบคุณ

609
00:34:03,291 --> 00:34:05,877
‎แม่คิดว่าคืนนี้เราน่าจะใช้ประสาททั้งห้า

610
00:34:05,960 --> 00:34:07,462
‎เพื่อทานมื้อเย็นของเราให้อร่อย

611
00:34:07,795 --> 00:34:11,382
‎แม่เลยตัดสินใจว่าคืนนี้
‎เราจะต้องไม่มีโทรศัพท์บนโต๊ะกินข้าว

612
00:34:11,466 --> 00:34:13,301
‎เอาละ เอามาให้แม่

613
00:34:13,801 --> 00:34:14,677
‎- เอาจริงอะ
‎- ค่ะ

614
00:34:15,928 --> 00:34:18,056
‎- ก็ได้
‎- ขอบคุณ เบนล่ะ

615
00:34:18,139 --> 00:34:19,891
‎- โอเค
‎- คุณแม่จอมโจรโทรศัพท์

616
00:34:21,100 --> 00:34:22,226
‎- ได้แล้ว
‎- แม่

617
00:34:22,602 --> 00:34:26,147
‎มันจะอยู่อย่างปลอดภัยในนี้
‎จนกว่าเราจะทานมื้อเย็นเสร็จ...

618
00:34:27,023 --> 00:34:31,235
‎และทุกคนจะได้ผ่อนคลาย โอเคไหม

619
00:34:47,418 --> 00:34:48,920
‎- ขอดูได้ไหมว่าใคร
‎- ไม่

620
00:34:54,759 --> 00:34:57,053
‎ฉันจะไปเอาส้อมอีกคัน

621
00:34:58,304 --> 00:34:59,138
‎ขอบใจจ้ะ

622
00:35:04,727 --> 00:35:06,521
‎ลูกรัก ลูกเปิดมันไม่ได้หรอก

623
00:35:06,771 --> 00:35:09,273
‎แม่ตั้งเวลาล็อคไว้หนึ่งชั่วโมง เพราะงั้นวางซะ

624
00:35:11,192 --> 00:35:13,194
‎ทีนี้เราคุยอะไรกันดี

625
00:35:13,444 --> 00:35:17,907
‎เราน่าจะคุยเรื่องพวกบ้าสายกลางสุดโต่ง
‎ที่ผมขับรถผ่านวันนี้นะ

626
00:35:17,990 --> 00:35:18,825
‎- นี่แฟรงก์
‎- อะไร

627
00:35:18,908 --> 00:35:20,785
‎ฉันไม่อยากคุยเรื่องการเมือง

628
00:35:20,868 --> 00:35:23,496
‎- พวกกลางสุดโต่งมันทำไมเหรอ
‎- ดูสิ เขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำ

629
00:35:23,621 --> 00:35:24,622
‎มันแล้วแต่ว่าลูกถามใคร

630
00:35:24,705 --> 00:35:26,624
‎มันเหมือนถามว่า "โฆษณาชวนเชื่อผิดยังไง"

631
00:35:28,876 --> 00:35:29,710
‎ไอส์ล่า

632
00:35:32,797 --> 00:35:33,756
‎พระเจ้าช่วย

633
00:35:37,135 --> 00:35:38,553
‎- อยากให้ผมไป...
‎- ค่ะ

634
00:35:41,973 --> 00:35:43,933
‎ฉันเป็นห่วงลูกๆ ของฉัน

635
00:35:44,016 --> 00:35:46,394
‎และถ้าคุณมีลูก ฉันก็ห่วงลูกๆ ของคุณด้วย

636
00:35:46,978 --> 00:35:50,189
‎ทั้งที่ฉันมีความรู้และประสบการณ์ทั้งหลายแหล่

637
00:35:50,273 --> 00:35:52,108
‎แต่ฉันก็ยังต้องทะเลาะกับลูกๆ

638
00:35:52,191 --> 00:35:54,443
‎เพื่อคุมเวลาเล่นมือถือ
‎กับคอมพิวเตอร์ของพวกเขา

639
00:35:54,527 --> 00:35:58,197
‎ฉันจะพูดกับลูกชายว่า
‎"ลูกเล่นโทรศัพท์กี่ชั่วโมงแล้ว"

640
00:35:58,281 --> 00:36:01,075
‎เขาจะตอบว่า
‎"เพิ่งครึ่งชั่วโมง ไม่เกินครึ่งชั่วโมงแน่"

641
00:36:01,159 --> 00:36:04,871
‎ผมว่าน่าจะชั่วโมงกว่าๆ ชั่วโมงครึ่ง

642
00:36:04,954 --> 00:36:06,789
‎สองสัปดาห์ก่อนฉันดูรายงานการใช้ของเขา

643
00:36:06,873 --> 00:36:08,708
‎- ทั้งหมดคือสามชั่วโมง 45 นาที
‎- นั่น...

644
00:36:11,377 --> 00:36:13,671
‎ฉันไม่คิดว่านั่น นั่นคือเฉลี่ยต่อวันเหรอ

645
00:36:13,838 --> 00:36:15,506
‎- เออ
‎- ผมไปเอามันมาเลยดีไหม

646
00:36:15,590 --> 00:36:19,177
‎ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่ต้องเตือนลูกๆ

647
00:36:19,260 --> 00:36:21,512
‎เรื่องสมดุลของความสุขกับความเจ็บปวด

648
00:36:21,846 --> 00:36:26,267
‎เรื่องภาวะขาดโดพามีน
‎เรื่องความเสี่ยงที่จะเสพติด

649
00:36:26,350 --> 00:36:27,310
‎- เอาละ
‎- มาดูกัน

650
00:36:27,935 --> 00:36:29,604
‎สองชั่วโมง 50 นาทีต่อวัน

651
00:36:29,770 --> 00:36:31,564
‎- ไหนดูซิ
‎- วันนี้ฉันใช้มือถือเยอะ

652
00:36:31,647 --> 00:36:33,191
‎- ช่วงเจ็ดวันมานี้
‎- น่าจะเพราะงั้น

653
00:36:33,316 --> 00:36:37,028
‎อินสตาแกรม หกชั่วโมง 13 นาที
‎โอเค งั้นอินสตาแกรมของฉันหนักกว่า

654
00:36:39,572 --> 00:36:43,201
‎จอฉันร้าวไปหมดเลย ขอบใจนะแคส

655
00:36:44,410 --> 00:36:45,536
‎"ขอบใจนะแคส" คืออะไร

656
00:36:45,745 --> 00:36:48,664
‎ก็เธอทำให้แม่สติแตกเรื่องโทรศัพท์
‎ทั้งที่มันไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

657
00:36:48,998 --> 00:36:51,167
‎เราไม่ต้องใช้โทรศัพท์เพื่อทานมื้อเย็น

658
00:36:51,250 --> 00:36:53,711
‎ฉันเข้าใจที่เธอจะพูด
‎มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เลย

659
00:36:56,088 --> 00:36:58,049
‎ถ้าไม่ใช่ ก็ลองไม่ใช้มันสักอาทิตย์หนึ่งสิ

660
00:37:01,135 --> 00:37:01,969
‎ใช่

661
00:37:02,261 --> 00:37:06,349
‎ใช่ ถ้าลูกไม่ใช้มันสักหนึ่งสัปดาห์ได้

662
00:37:07,725 --> 00:37:09,185
‎แม่จะเปลี่ยนจอใหม่ให้

663
00:37:11,062 --> 00:37:12,438
‎- เริ่มเลยเหรอ
‎- เริ่มเลย

664
00:37:15,274 --> 00:37:16,859
‎โอเค ผมตกลง

665
00:37:16,943 --> 00:37:18,611
‎โอเค ลูกต้องวางมันไว้ตรงนี้

666
00:37:19,862 --> 00:37:21,113
‎ได้ครับ ผมจะเสียบปลั๊กมันไว้

667
00:37:22,531 --> 00:37:25,076
‎ผมจะจับเวลาไว้ ผมถอยออกมาแล้ว

668
00:37:25,159 --> 00:37:25,993
‎โอเค

669
00:37:27,828 --> 00:37:29,413
‎- เริ่มนับถอยหลัง
‎- หนึ่งสัปดาห์

670
00:37:29,497 --> 00:37:30,331
‎ให้ตาย...

671
00:37:31,499 --> 00:37:32,458
‎คิดว่าเขาทำได้ไหม

672
00:37:33,000 --> 00:37:34,085
‎ไม่รู้สิ มาดูกัน

673
00:37:35,002 --> 00:37:36,128
‎ลูกกินไปเถอะ

674
00:37:44,220 --> 00:37:45,263
‎เป็นมื้อเย็นครอบครัวที่ดี

675
00:37:47,723 --> 00:37:50,017
‎สินค้าเทคโนโลยีพวกนี้ไม่ได้ออกแบบโดย

676
00:37:50,142 --> 00:37:53,688
‎นักจิตวิทยาเด็กที่พยายามปกป้องและดูแลเด็กๆ

677
00:37:53,854 --> 00:37:56,148
‎พวกเขาออกแบบมันเพื่อสร้างอัลกอริทึม

678
00:37:56,232 --> 00:37:58,734
‎ที่แนะนำวิดีโอต่อไปให้คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

679
00:37:58,818 --> 00:38:02,071
‎หรือทำให้คุณถ่ายรูปโดยใช้ฟิลเตอร์ของมัน
‎ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

680
00:38:03,072 --> 00:38:05,324
‎(สองไลก์)

681
00:38:13,291 --> 00:38:15,126
‎(แน่ใจหรือไม่ว่าต้องการลบ)
‎(ไม่)

682
00:38:15,209 --> 00:38:16,210
‎(ใช่)

683
00:38:16,752 --> 00:38:20,256
‎มันไม่เพียงดึงความสนใจของพวกเขาเท่านั้น

684
00:38:21,173 --> 00:38:26,304
‎แต่โซเชียลมีเดียได้เริ่มเจาะลึกเข้าไปเรื่อยๆ
‎ในก้านสมองของพวกเขา

685
00:38:26,387 --> 00:38:29,765
‎และเข้ายึดอัตลักษณ์
‎กับความรู้สึกว่าตัวเองมีค่าของเด็กๆ

686
00:38:29,849 --> 00:38:31,851
‎(ทำให้ฉันสวยสิ)

687
00:38:42,069 --> 00:38:43,112
‎(ลิลี่ ที)
‎(น่ารัก!)

688
00:38:43,195 --> 00:38:44,822
‎(โซเฟีย เอ็ม)
‎(ต๊าย สวยเลิศ)

689
00:38:44,905 --> 00:38:46,490
‎(โอลิเวีย บี)
‎(เธอดูดีมากเลย)

690
00:38:46,574 --> 00:38:48,200
‎(เอวา อาร์)
‎(ทำให้หูใหญ่กว่านี้ได้ไหม)

691
00:38:48,284 --> 00:38:49,118
‎(ฮ่าๆ)

692
00:38:52,496 --> 00:38:56,250
‎การวิวัฒน์ทำให้เราสนใจ
‎ว่าคนในเผ่าของเรานั้น...

693
00:38:56,751 --> 00:38:59,128
‎คิดกับเราดีหรือไม่ เนื่องจากมันสำคัญ

694
00:38:59,837 --> 00:39:04,550
‎แต่เราวิวัฒน์มาเพื่อรับรู้
‎สิ่งที่คน 10,000 คนคิดกับเราหรือเปล่า

695
00:39:04,842 --> 00:39:05,885
‎เราไม่ได้วิวัฒน์มา

696
00:39:05,968 --> 00:39:10,348
‎เพื่อรับรู้ว่าสังคมยอมรับเราหรือไม่
‎ในทุกๆ ห้านาที

697
00:39:10,431 --> 00:39:13,142
‎เราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เจออะไรแบบนั้น

698
00:39:15,394 --> 00:39:19,982
‎เราจัดแสดงชีวิตโดยยึดความเข้าใจ
‎เรื่องความสมบูรณ์แบบตามที่รับรู้

699
00:39:20,733 --> 00:39:23,527
‎เพราะเราจะได้รางวัลตอบแทน
‎เป็นสัญญาณระยะสั้น

700
00:39:23,611 --> 00:39:25,154
‎หัวใจ ยอดไลก์ การชูหัวแม่โป้ง

701
00:39:25,237 --> 00:39:28,199
‎เรานำมันมาปะปนกับคุณค่า
‎เรานำมันมาปะปนกับความจริง

702
00:39:29,825 --> 00:39:33,120
‎ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือ
‎ความเป็นที่นิยมปลอมๆ ที่เปราะบาง

703
00:39:33,913 --> 00:39:37,458
‎มันมีระยะสั้น และยอมรับเถอะครับ
‎ว่ามันทำให้คุณรู้สึก

704
00:39:37,541 --> 00:39:39,919
‎ว่างเปล่าและไร้ความหมายมากขึ้นก่อนทำ

705
00:39:41,295 --> 00:39:43,381
‎เพราะมันจะผลักคุณเข้าไปสู่วงจรอุบาทว์

706
00:39:43,464 --> 00:39:46,842
‎ที่คุณจะคิดว่า "ฉันต้องทำอะไรต่อ
‎เพราะฉันต้องการมันกลับมา"

707
00:39:48,260 --> 00:39:50,846
‎ทีนี้ลองคิดว่ามีคนสองพันล้านที่รู้สึกแบบนั้น

708
00:39:50,930 --> 00:39:54,308
‎แล้วลองคิดว่าคนเรามีปฏิกิริยา
‎ต่อการรับรู้ของคนอื่นยังไง

709
00:39:54,850 --> 00:39:56,435
‎มัน มันเลวร้ายมาก

710
00:39:56,977 --> 00:39:58,229
‎มันเลวร้ายมากจริงๆ

711
00:40:00,856 --> 00:40:05,069
‎วัยรุ่นอเมริกันมีปัญหาเรื่องโรคซึมเศร้า
‎และความหวาดวิตก

712
00:40:05,152 --> 00:40:06,529
‎เพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล

713
00:40:06,612 --> 00:40:10,741
‎โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงระหว่างปี 2011 และ 2013

714
00:40:11,033 --> 00:40:15,371
‎จำนวนเด็กสาววัยรุ่น
‎จาก 100,000 คนของประเทศนี้

715
00:40:15,454 --> 00:40:17,123
‎ที่ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกปี

716
00:40:17,206 --> 00:40:19,708
‎เนื่องจากการกรีดข้อมือตัวเอง
‎หรือไม่ก็ทำร้ายตัวเอง

717
00:40:20,000 --> 00:40:23,629
‎มันเป็นตัวเลขที่คงที่
‎จนกระทั่งถึงช่วงปี 2010 และ 2011

718
00:40:24,004 --> 00:40:25,840
‎แล้วจากนั้นมันก็พุ่งสูงขึ้น

719
00:40:28,759 --> 00:40:32,263
‎สำหรับเด็กผู้หญิงวัยโตกว่า
‎มันขึ้นไปถึง 62 เปอร์เซ็นต์

720
00:40:32,346 --> 00:40:33,931
‎(ยอดคนไข้ในจากการทำร้ายตัวเอง)

721
00:40:34,014 --> 00:40:38,310
‎ส่วนเด็กก่อนวัยสาว มันขึ้นไป 189 เปอร์เซ็นต์
‎ซึ่งนั่นคือเกือบจะสามเท่า

722
00:40:40,312 --> 00:40:43,107
‎ที่น่ากลัวยิ่งกว่า
‎คือเราเห็นรูปแบบเดียวกันกับการฆ่าตัวตาย

723
00:40:43,190 --> 00:40:44,900
‎(อัตราการฆ่าตัวตายต่อเด็กสาวล้านคน)

724
00:40:44,984 --> 00:40:47,570
‎กับเด็กสาววัยโตกว่า ช่วง 15 ถึง 19 ปี

725
00:40:47,653 --> 00:40:51,449
‎ตัวเลขมันเพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์
‎เมื่อเทียบกับในสิบปีแรกของศตวรรษนี้

726
00:40:52,158 --> 00:40:55,077
‎ส่วนเด็กวัยก่อนสาว ซึ่งก่อนหน้านี้มีอัตราที่ต่ำมาก

727
00:40:55,161 --> 00:40:57,663
‎ก็ขึ้นมาถึง 151 เปอร์เซ็นต์

728
00:40:58,831 --> 00:41:01,709
‎และรูปแบบนั้นชี้มาที่โซเชียลมีเดีย

729
00:41:01,792 --> 00:41:03,961
‎(โซเชียลมีเดียใช้งานบนมือถือได้)
‎(ปี 2009)

730
00:41:04,044 --> 00:41:07,298
‎คนเจนแซด เด็กที่เกิดหลังปี 1996 เป็นต้นมา

731
00:41:07,423 --> 00:41:10,342
‎เด็กพวกนั้นเป็นคนรุ่นแรกในประวัติศาสตร์

732
00:41:10,426 --> 00:41:12,636
‎ที่ได้ใช้โซเชียลมีเดียในชั้นมัธยมต้น

733
00:41:15,973 --> 00:41:17,099
‎พวกเขาใช้เวลาว่างยังไง

734
00:41:19,727 --> 00:41:22,480
‎พวกเขากลับจากโรงเรียน พอถึงบ้านก็จับอุปกรณ์

735
00:41:24,315 --> 00:41:29,195
‎คนรุ่นนี้วิตกกังวลมากกว่า
‎เปราะบางมากกว่า ซึมเศร้ามากกว่า

736
00:41:30,613 --> 00:41:33,282
‎พวกเขาพร้อมรับความเสี่ยงน้อยลงมาก

737
00:41:34,325 --> 00:41:37,161
‎อัตราการสอบผ่านใบขับขี่ของพวกเขาตกลง

738
00:41:38,996 --> 00:41:41,081
‎จำนวนของคนที่เคยออกไปเดท

739
00:41:41,165 --> 00:41:44,126
‎หรือมีความสัมพันธ์ในเชิงความรัก
‎ตกลงอย่างรวดเร็ว

740
00:41:47,505 --> 00:41:49,715
‎นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในคนรุ่นนี้

741
00:41:53,177 --> 00:41:57,014
‎และอย่าลืมว่า ในทุกๆ กรณีเหล่านี้
‎ทุกครั้งที่มีการเข้าโรงพยาบาล

742
00:41:57,389 --> 00:42:00,267
‎มันจะมีครอบครัวที่เกิดแผลใจและหวาดผวา

743
00:42:00,351 --> 00:42:02,353
‎"พระเจ้า เกิดอะไรขึ้นกับลูกของเรา"

744
00:42:19,411 --> 00:42:20,955
‎มันชัดเจนมากสำหรับผม

745
00:42:22,873 --> 00:42:28,128
‎บริการเหล่านี้กำลังฆ่าผู้คน
‎และทำให้ผู้คนฆ่าตัวตาย

746
00:42:29,213 --> 00:42:33,300
‎ผมไม่รู้จักพ่อแม่คนไหนที่บอกว่า
‎"ใช่ ฉันอยากให้ลูกๆ ฉันโตมา

747
00:42:33,384 --> 00:42:36,637
‎ภายใต้การควบคุมของนักออกแบบเทคโนโลยี

748
00:42:36,971 --> 00:42:39,515
‎ถูกควบคุมความสนใจ
‎ถูกทำให้ไม่สามารถทำการบ้านได้

749
00:42:39,598 --> 00:42:42,351
‎ถูกทำให้เปรียบเทียบตัวเอง
‎กับมาตรฐานความงามจอมปลอม

750
00:42:42,643 --> 00:42:44,436
‎ไม่มีใครต้องการแบบนั้น

751
00:42:45,104 --> 00:42:46,063
‎ไม่มีเลย

752
00:42:46,522 --> 00:42:48,482
‎เราเคยมีการปกป้องพวกนี้

753
00:42:48,566 --> 00:42:50,943
‎เวลาที่เด็กๆ ดูการ์ตูนตอนเช้าวันเสาร์

754
00:42:51,026 --> 00:42:52,778
‎เราห่วงเรื่องการปกป้องเด็กๆ

755
00:42:52,861 --> 00:42:56,574
‎เราอาจจะพูดว่า "คุณจะเอาเจ้านี่
‎มาโฆษณาให้เด็กวัยนี้แบบนี้ไม่ได้"

756
00:42:57,366 --> 00:42:58,784
‎แต่ทีนี้คุณมียูทูบสำหรับเด็ก

757
00:42:58,867 --> 00:43:02,371
‎และตัวมันก็ใช้หลักเศรษฐกิจ
‎แห่งการกระตุ้นความสนใจทุกส่วน

758
00:43:02,538 --> 00:43:04,915
‎และตอนนี้พวกเด็กๆ ก็ล้วนเข้าถึงยูทูบสำหรับเด็ก

759
00:43:04,999 --> 00:43:07,251
‎การปกป้องและข้อบังคับเหล่านี้หายไปหมด

760
00:43:10,296 --> 00:43:17,261
‎(ช่วงเวลาที่ไม่ใช้โทรศัพท์)

761
00:43:18,304 --> 00:43:22,141
‎เรากำลังฝึกฝนและปรับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ทั้งรุ่น

762
00:43:23,434 --> 00:43:28,856
‎เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกไม่สบายใจ หรือเหงา
‎หรือไม่แน่ใจ หรือหวาดกลัว

763
00:43:29,231 --> 00:43:31,775
‎เรามีเครื่องบรรเทาดิจิทัลให้ตัวเอง

764
00:43:32,484 --> 00:43:36,488
‎ซึ่งมันจะลดทอดทักษะ
‎ในการรับมือสิ่งเหล่านั้นของเรา

765
00:43:53,964 --> 00:43:56,884
‎โฟโตชอปไม่ได้มีวิศวกรนับพัน
‎อยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของหน้าจอ

766
00:43:57,009 --> 00:43:58,969
‎และคอยใช้การแจ้งเตือน คอยใช้เพื่อนของคุณ

767
00:43:59,053 --> 00:44:02,431
‎ใช้เอไอคาดเดาว่าอะไรที่จะทำให้คุณเสพติด
‎หรือทำให้คุณติดเบ็ด

768
00:44:02,514 --> 00:44:04,516
‎หรือปั่นหัวคุณ หรืออนุญาตให้ผู้ลงโฆษณา

769
00:44:04,600 --> 00:44:08,395
‎ทดสอบตัวแปรข้อความหรือสี 60,000 ชุด...

770
00:44:08,604 --> 00:44:10,648
‎เพื่อหาว่าอะไรจะคุมความคิดคุณได้ดีที่สุด

771
00:44:11,148 --> 00:44:14,985
‎นี่คืออำนาจและอิทธิพลสายพันธุ์ใหม่

772
00:44:16,070 --> 00:44:18,864
‎ผมอยากบอกอีกครั้งว่าวิธีการที่ใช้

773
00:44:19,239 --> 00:44:22,868
‎เพื่อเล่นกับความสามารถในการเสพติด
‎หรือรับอิทธิพลของผู้คน

774
00:44:22,951 --> 00:44:25,204
‎ในคราวนี้มันอาจต่างออกไป
‎พวกมันอาจจะต่างกัน

775
00:44:25,287 --> 00:44:28,749
‎มันแตกต่างตอนที่หนังสือพิมพ์เข้ามา
‎และแท่นพิมพ์เข้ามา

776
00:44:28,832 --> 00:44:31,835
‎และมันก็แตกต่างตอนที่โทรทัศน์เข้ามา

777
00:44:31,919 --> 00:44:34,004
‎คุณมีช่องหลักสามช่อง และ...

778
00:44:34,463 --> 00:44:36,423
‎- ในตอนนั้น
‎- ในตอนนั้น นั่นคือที่ผมกำลังบอก

779
00:44:36,507 --> 00:44:38,384
‎แต่ที่ผมอยากบอกคือมันมีคำว่าระดับใหม่อยู่

780
00:44:38,467 --> 00:44:42,054
‎และไอ้ระดับใหม่นั่นมันก็เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง

781
00:44:42,137 --> 00:44:45,099
‎นี่แค่ระดับใหม่ล่าสุดที่เราเจอเท่านั้น

782
00:44:45,349 --> 00:44:48,727
‎มันมีคำพูดที่ว่า "เราจะปรับตัวเข้ากับมันได้

783
00:44:48,811 --> 00:44:51,188
‎เราจะเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตกับอุปกรณ์เหล่านี้

784
00:44:51,271 --> 00:44:53,273
‎เหมือนที่เราเคยเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตกับอย่างอื่น"

785
00:44:53,816 --> 00:44:56,568
‎แต่ที่พวกเขาพลาดไปก็คือ
‎เมื่อก่อนบางอย่างมันก็ยังไม่มี

786
00:44:57,444 --> 00:45:00,322
‎เรื่องที่อาจอันตรายที่สุดก็คือความจริงที่ว่า

787
00:45:00,406 --> 00:45:04,410
‎มันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเป็นเท่าตัว

788
00:45:04,910 --> 00:45:05,911
‎(การประมวลผล)

789
00:45:05,994 --> 00:45:09,081
‎ถ้าพูดแบบคร่าวๆ จากยุค 1960 จนทุกวันนี้

790
00:45:09,873 --> 00:45:12,960
‎ความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
‎เพิ่มขึ้นเป็นล้านล้านเท่า

791
00:45:13,794 --> 00:45:18,340
‎ไม่มีอะไรอีกแล้วที่เราพัฒนาได้ใกล้เคียง
‎ในระดับดังกล่าว

792
00:45:18,424 --> 00:45:21,927
‎อย่างรถก็เร็วขึ้นแค่สองเท่า

793
00:45:22,261 --> 00:45:25,013
‎และสิ่งอื่นๆ มันก็ดูขี้ประติ๋ว

794
00:45:25,347 --> 00:45:27,182
‎และที่อาจจะสำคัญที่สุดก็คือ

795
00:45:27,266 --> 00:45:31,353
‎มนุษย์เรา จิตใจของเรา
‎สมองของเรามันไม่ได้พัฒนาสักนิด

796
00:45:31,854 --> 00:45:35,232
‎(ช่วงเวลาที่ไม่ใช้โทรศัพท์)

797
00:45:37,401 --> 00:45:41,488
‎มนุษย์เรานั้นในระดับจิตใจและร่างกาย
‎และในระดับกายภาพ

798
00:45:41,947 --> 00:45:43,866
‎ไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้ว

799
00:45:56,837 --> 00:46:00,924
‎ในอนาคตเราอาจสามารถใช้การตัดต่อพันธุกรรม
‎เพื่อพัฒนามนุษย์สายพันธุ์ใหม่ได้

800
00:46:01,008 --> 00:46:05,095
‎แต่ถ้าพูดโดยอิงความเป็นจริง
‎เราอาศัยอยู่ในฮาร์ดแวร์ สมองของเรา

801
00:46:05,304 --> 00:46:06,930
‎ซึ่งมีอายุเป็นหลายล้านปี

802
00:46:07,306 --> 00:46:10,559
‎แต่แล้วก็มีหน้าจอนี้ และที่อีกฝั่งของจอ

803
00:46:10,642 --> 00:46:13,479
‎ก็มีวิศวกรเป็นพันๆ กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์

804
00:46:13,645 --> 00:46:15,856
‎ซึ่งมีเป้าหมายที่แตกต่างจากเป้าหมายของคุณ

805
00:46:16,148 --> 00:46:19,651
‎แล้วใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น ใครจะชนะ

806
00:46:25,699 --> 00:46:26,617
‎เราแพ้เขาได้ยังไง

807
00:46:27,159 --> 00:46:29,620
‎- ฉันไม่รู้
‎- เขาอยู่ไหน นี่มันไม่ปกติ

808
00:46:29,912 --> 00:46:32,080
‎เนื้อหาของเพื่อนและครอบครัวทำเขาเบื่อเหรอ

809
00:46:32,164 --> 00:46:34,082
‎- คงงั้นมั้ง
‎- อาจเพราะโฆษณา

810
00:46:34,166 --> 00:46:37,878
‎ไม่ บางอย่างมันไม่ถูกต้อง
‎เปลี่ยนไปใช้โหมดกู้ชีพเถอะ

811
00:46:39,713 --> 00:46:44,051
‎เวลาที่คุณคิดถึงเอไอ นึกออกไหม
‎เอไอมันจะมาทำลายล้างโลก

812
00:46:44,134 --> 00:46:47,346
‎คุณเห็นหนังเรื่องคนเหล็ก
‎คุณเห็นอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

813
00:46:47,638 --> 00:46:48,680
‎ฉันจะกลับมา

814
00:46:48,764 --> 00:46:52,434
‎คุณเห็นหุ่นโดรนและคุณก็คิดว่า
‎"อ้อ เราจะฆ่ามนุษย์ด้วยเอไอ"

815
00:46:53,644 --> 00:46:59,441
‎แต่สิ่งที่คนมองไม่เห็นก็คือ
‎โลกทุกวันนี้มันขับเคลื่อนด้วยเอไอแล้ว

816
00:46:59,900 --> 00:47:03,028
‎แม้แต่การพูดถึง "เอไอ" ก็เป็นแค่อุปมา

817
00:47:03,320 --> 00:47:09,451
‎ที่บริษัทอย่างกูเกิล พวกเขามีห้องขนาดมหึมา

818
00:47:10,327 --> 00:47:12,746
‎บางห้องอยู่ใต้ดิน บางห้องอยู่ใต้น้ำ

819
00:47:13,080 --> 00:47:14,456
‎ในนั้นมีแต่คอมพิวเตอร์

820
00:47:14,581 --> 00:47:17,668
‎คอมพิวเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วน
‎เรียงรายไปไกลสุดลูกหูลูกตา

821
00:47:18,460 --> 00:47:20,504
‎พวกมันเชื่อมต่อกันหมดในระดับลึก

822
00:47:20,587 --> 00:47:22,923
‎และกำลังขับเคลื่อนโปรแกรม
‎ที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุด

823
00:47:23,006 --> 00:47:25,884
‎พร้อมส่งข้อมูลไปมาระหว่างเครื่องตลอดเวลา

824
00:47:26,802 --> 00:47:28,595
‎พวกเขาจะสั่งให้โปรแกรมต่างๆ

825
00:47:28,679 --> 00:47:30,806
‎และสินค้าหลายตัวทำงานด้วยเครื่องจักรพวกนั้น

826
00:47:31,348 --> 00:47:33,684
‎เรานิยามพวกมันบางเครื่อง
‎ว่าเป็นอัลกอริทึมง่ายๆ

827
00:47:33,767 --> 00:47:35,227
‎แต่บางเครื่องก็เป็นอัลกอริทึม

828
00:47:35,310 --> 00:47:37,354
‎ที่มีความซับซ้อนซึ่งเราเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์

829
00:47:40,148 --> 00:47:43,777
‎ฉันอยากจะบอกว่าอัลกอริทึม
‎คือความเห็นที่ฝังไว้ในรหัส...

830
00:47:45,070 --> 00:47:47,656
‎และอัลกอริทึมก็ไม่ได้เป็นภววิสัย

831
00:47:48,365 --> 00:47:51,577
‎อัลกอริทึมถูกนำมาปรับใช้
‎ตามเป้าหมายความสำเร็จ

832
00:47:52,327 --> 00:47:53,370
‎ถ้าคุณพอนึกออก

833
00:47:53,453 --> 00:47:56,957
‎ถ้าวิสาหกิจการพาณิชย์สร้างอัลกอริทึม

834
00:47:57,207 --> 00:47:59,167
‎ตามเป้าหมายความสำเร็จของพวกเขา

835
00:47:59,835 --> 00:48:01,211
‎มันคือผลประโยชน์ทางพาณิชย์

836
00:48:01,587 --> 00:48:02,671
‎เป็นผลกำไรปกติ

837
00:48:03,130 --> 00:48:07,050
‎พอคุณป้อนเป้าหมายให้คอมพิวเตอร์
‎"ผมต้องการผลลัพธ์นี้"

838
00:48:07,467 --> 00:48:10,262
‎คอมพิวเตอร์ก็จะเรียนรู้วิธีที่จะทำแบบนั้น

839
00:48:10,345 --> 00:48:12,472
‎นั่นคือที่มาของคำว่า
‎"การเรียนรู้ของเครื่องยนต์"

840
00:48:12,848 --> 00:48:14,850
‎และในทุกๆ วันมันก็จะเลือกโพสต์ที่ใช่

841
00:48:14,933 --> 00:48:16,977
‎มาเรียงตามลำดับที่ใช่ได้ดีขึ้นทีละนิด

842
00:48:17,060 --> 00:48:19,438
‎เพื่อให้คุณใช้เวลาไปกับสินค้านั้นๆ นานขึ้นเรื่อยๆ

843
00:48:19,521 --> 00:48:22,232
‎และไม่มีใครเข้าใจว่าพวกมันทำอะไร

844
00:48:22,316 --> 00:48:23,609
‎เพื่อทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จ

845
00:48:24,151 --> 00:48:28,238
‎อัลกอริทึมมีความคิดของตัวเอง
‎ถึงแม้ว่ามนุษย์จะเป็นผู้เขียนมัน

846
00:48:28,906 --> 00:48:30,490
‎มันถูกเขียนขึ้นมาในลักษณะที่ว่า

847
00:48:30,949 --> 00:48:34,703
‎พอคุณสร้างเครื่องจักรขึ้นมา
‎มันจะเปลี่ยนแปลงตัวมันเอง

848
00:48:35,120 --> 00:48:37,873
‎มีคนแค่หยิบมือที่บริษัทพวกนี้

849
00:48:37,956 --> 00:48:40,083
‎ที่เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์และบริษัทอื่นๆ ...

850
00:48:40,250 --> 00:48:43,629
‎มีคนแค่หยิบมือที่เข้าใจว่า
‎ระบบพวกนั้นมันทำงานยังไง

851
00:48:44,004 --> 00:48:46,715
‎และแม้แต่พวกเขาก็อาจไม่เข้าใจเต็มร้อย

852
00:48:46,798 --> 00:48:49,384
‎ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเนื้อหาชิ้นนั้นๆ

853
00:48:49,968 --> 00:48:55,474
‎ดังนั้นมนุษย์เราจึงแทบควบคุมระบบไม่ได้อีกแล้ว

854
00:48:55,891 --> 00:48:59,436
‎เพราะพวกมันเป็นฝ่ายควบคุมข้อมูลที่เราเห็น

855
00:48:59,686 --> 00:49:01,897
‎พวกมันควบคุมเราได้มากกว่าที่เราควบคุมมัน

856
00:49:03,815 --> 00:49:07,027
‎โยงเขาเข้ากับคนที่คล้ายคลึงกัน
‎ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เขาอยู่

857
00:49:07,402 --> 00:49:09,404
‎คู่เหมือนที่มีสภาพจิตเดียวกัน

858
00:49:09,488 --> 00:49:13,700
‎มีคน 13,694 คนในภูมิภาคของเขา
‎ที่ทำพฤติกรรมเดียวกัน

859
00:49:13,784 --> 00:49:16,370
‎- อะไรเป็นกระแสในหมู่พวกเขา
‎- เราต้องใช้อะไรดีๆ

860
00:49:16,453 --> 00:49:17,704
‎สำหรับการกู้ชีพที่เหมาะสม

861
00:49:17,788 --> 00:49:19,373
‎เพราะโพสต์ทั่วๆ ไปมันไม่ได้ผล

862
00:49:20,040 --> 00:49:21,875
‎แม่สาวสวยที่โรงเรียนก็ช่วยไม่ได้

863
00:49:22,084 --> 00:49:25,253
‎ผลวิเคราะห์ของฉันบอกว่าเนื้อหาเชิงการเมือง
‎เกี่ยวกับพวกกลางสุดโต่ง

864
00:49:25,337 --> 00:49:28,256
‎มีโอกาสสร้างการมีส่วนร่วมระยะยาว
‎ได้ 62.3 เปอร์เซ็นต์

865
00:49:28,465 --> 00:49:29,299
‎ก็ไม่เลว

866
00:49:30,342 --> 00:49:31,760
‎แต่ดีไม่พอที่จะเป็นตัวเปิด

867
00:49:32,386 --> 00:49:35,305
‎โอเค เราลองแจ้งเตือนเขา
‎เรื่องรูปภาพที่ถูกแท็กแล้ว

868
00:49:35,389 --> 00:49:38,850
‎ส่งคำเชิญแล้ว แจ้งกิจกรรมล่าสุดแล้ว
‎เราส่งข้อความจากรีเบกก้าให้แล้วด้วย

869
00:49:39,101 --> 00:49:42,437
‎แล้วถ้าเป็นผู้ใช้ 01265923010 ล่ะ

870
00:49:42,896 --> 00:49:44,648
‎ใช่ เบนชอบโพสต์ของเธอทุกโพสต์

871
00:49:44,731 --> 00:49:47,567
‎ตั้งหลายเดือน เขากดชอบทุกโพสต์
‎แต่แล้วก็เลิกสนใจ

872
00:49:47,859 --> 00:49:50,445
‎ฉันคำนวณโอกาสกู้ชีพได้ 92.3 เปอร์เซ็นต์

873
00:49:50,529 --> 00:49:51,905
‎ถ้าเกิดเราแจ้งเตือนเรื่องแอนา

874
00:49:53,907 --> 00:49:55,993
‎(ความสัมพันธ์ใหม่)

875
00:49:56,535 --> 00:49:57,494
‎และเพื่อนใหม่ของเธอ

876
00:49:58,495 --> 00:50:04,001
‎(ช่วงเวลาที่ไม่ใช้โทรศัพท์)

877
00:50:24,354 --> 00:50:25,897
‎(แฟนเก่าคุณมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่)

878
00:50:25,981 --> 00:50:27,024
‎ต้องล้อกันเล่นแน่ๆ

879
00:50:35,657 --> 00:50:36,491
‎โอเค

880
00:50:37,576 --> 00:50:38,785
‎(แอนาและลูอิซกำลังคบกัน)

881
00:50:38,869 --> 00:50:39,703
‎อะไรเนี่ย

882
00:50:41,788 --> 00:50:42,789
‎เปรี้ยง เรากลับมาแล้ว

883
00:50:42,873 --> 00:50:44,374
‎กลับมาปั๊มเงินกันเถอะพรรคพวก

884
00:50:44,458 --> 00:50:46,334
‎ใช่ และเชื่อมต่อเขากับโลกทั้งใบ

885
00:50:46,418 --> 00:50:48,670
‎ฉันจะพาเขาเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่เขาอาจจะชอบ

886
00:50:49,755 --> 00:50:53,717
‎นี่ พวกนายเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า
‎ฟีดข่าวมันไม่ดีสำหรับเบน

887
00:50:57,220 --> 00:50:58,055
‎- ไม่
‎- ไม่

888
00:51:17,532 --> 00:51:19,076
‎ฉันร่ายมนตร์ใส่เธอ

889
00:51:25,040 --> 00:51:26,374
‎เพราะเธอเป็นของฉัน

890
00:51:34,508 --> 00:51:36,593
‎จงหยุดสิ่งที่เธอทำอยู่เดี๋ยวนี้

891
00:51:41,181 --> 00:51:42,265
‎ฉันไม่ได้โกหก

892
00:51:42,349 --> 00:51:44,893
‎(การทดสอบสองตัวแปร)
‎(พวกกลางสุดโต่ง)

893
00:51:44,976 --> 00:51:46,686
‎ไม่ ฉันไม่ได้โกหก

894
00:51:49,981 --> 00:51:51,817
‎เธอก็รู้ว่าฉันทนมันไม่ได้

895
00:51:53,026 --> 00:51:54,611
‎เธอมันจอมเจ้าชู้

896
00:51:55,612 --> 00:51:57,239
‎เธอรู้ดีกว่านั้น พ่อหวานใจ

897
00:51:58,782 --> 00:52:02,077
‎ฉันทนมันไม่ได้เพราะเธอทำให้ฉันเป็นนังโง่

898
00:52:03,286 --> 00:52:04,121
‎ใช่แล้ว

899
00:52:06,456 --> 00:52:08,375
‎ฉันร่ายมนตร์ใส่เธอ

900
00:52:12,379 --> 00:52:14,840
‎เพราะเธอเป็นของฉัน

901
00:52:18,718 --> 00:52:19,845
‎เธอเป็นของฉัน...

902
00:52:20,929 --> 00:52:24,057
‎ลองคิดว่าคุณกำลังเล่นเฟซบุ๊ก...

903
00:52:24,933 --> 00:52:29,312
‎และคุณก็กำลังแข่งขันกับปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้

904
00:52:29,396 --> 00:52:31,231
‎ที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ

905
00:52:31,523 --> 00:52:34,568
‎คาดเดาก้าวต่อไปของคุณออก
‎ขณะที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย

906
00:52:34,651 --> 00:52:37,154
‎ยกเว้นแต่ในนั้นมีวิดีโอแมวเหมียว
‎กับแจ้งเตือนวันเกิด

907
00:52:37,821 --> 00:52:39,573
‎มันไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม

908
00:52:41,575 --> 00:52:43,869
‎เบนน้อยจอมจุ้น ได้เวลาไปกันแล้ว

909
00:52:51,126 --> 00:52:51,960
‎เบน

910
00:53:02,679 --> 00:53:03,513
‎เบน

911
00:53:05,182 --> 00:53:06,016
‎มาเถอะ

912
00:53:07,225 --> 00:53:08,894
‎ต้องไปโรงเรียนแล้ว ไปเร็ว

913
00:53:13,231 --> 00:53:16,735
‎(ศูนย์ฮิวเมน เทคโนโลยี)

914
00:53:31,374 --> 00:53:33,543
‎- วันนี้รู้สึกเป็นไงบ้าง
‎- ผมกังวล

915
00:53:33,627 --> 00:53:34,628
‎- เหรอ
‎- ใช่

916
00:53:37,130 --> 00:53:38,882
‎เราต่างสอดส่องเฝ้าระวังช่วงเวลา

917
00:53:39,132 --> 00:53:42,969
‎ที่เทคโนโลยีอาจจะเอาชนะพละกำลัง
‎และภูมิปัญญาของมนุษย์ได้

918
00:53:43,053 --> 00:53:47,098
‎มันจะข้ามภาวะเอกฐาน จะมาทำงานแทนเรา
‎จะฉลาดกว่ามนุษย์เมื่อไหร่

919
00:53:48,141 --> 00:53:50,101
‎แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นนานโข...

920
00:53:50,977 --> 00:53:55,273
‎เทคโนโลยีก็ได้ก้าวข้าม
‎และพิชิตจุดอ่อนของมนุษย์ไปแล้ว

921
00:53:57,651 --> 00:54:01,655
‎จุดที่ถูกข้ามคือรากของการเสพติด

922
00:54:02,113 --> 00:54:04,741
‎การแบ่งขั้ว การสร้างแนวคิดสุดโต่ง
‎การสร้างความรุนแรง

923
00:54:04,824 --> 00:54:06,368
‎การสร้างความหยิ่งยะโส ทั้งหมดนั้น

924
00:54:07,827 --> 00:54:09,913
‎นี่คือธรรมชาติมนุษย์ที่ไม่อาจต้านทาน

925
00:54:10,622 --> 00:54:13,333
‎และนี่คือการรุกฆาตมวลมนุษยชาติ

926
00:54:30,558 --> 00:54:31,434
‎ขอโทษที

927
00:54:41,736 --> 00:54:44,656
‎หนึ่งในวิธีที่ผมใช้ทำให้คนเข้าใจ

928
00:54:45,198 --> 00:54:49,828
‎ว่าฟีดข่าวจากที่อย่างเช่นเฟซบุ๊ก
‎มันผิดปกติขนาดไหน

929
00:54:49,911 --> 00:54:51,454
‎คือการยกตัวอย่างวิกิพีเดีย

930
00:54:51,538 --> 00:54:52,872
‎(แท็บใหม่)

931
00:54:52,956 --> 00:54:56,209
‎เวลาที่คุณเข้าเว็บไซต์นั้น
‎คุณจะเห็นเหมือนกับที่คนอื่นๆ เห็น

932
00:54:56,543 --> 00:54:59,963
‎มันเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งในเน็ตที่เรามีร่วมกัน

933
00:55:00,380 --> 00:55:03,425
‎ทีนี้ลองจินตนาการถึงวินาทีที่วิกิพีเดียบอกว่า

934
00:55:03,508 --> 00:55:07,012
‎"เราจะทำให้คำอธิบายของแต่ละบุคคลเปลี่ยนไป

935
00:55:07,262 --> 00:55:09,264
‎แล้วจะมีคนจ่ายค่าจ้างให้กับเรา"

936
00:55:09,556 --> 00:55:13,435
‎ทีนี้วิกิพีเดียก็จะสอดแนมคุณ
‎วิกิพีเดียจะทำการคำนวณ

937
00:55:13,518 --> 00:55:17,188
‎"ถ้าจะเปลี่ยนคนคนนี้ไปสักนิด
‎เพื่อผลประโยชน์ทางพาณิชย์

938
00:55:17,272 --> 00:55:19,899
‎ฉันต้องทำยังไงนะ" จริงไหม

939
00:55:19,983 --> 00:55:21,818
‎แล้วจากนั้นหน้าเนื้อหาก็จะเปลี่ยนไป

940
00:55:22,444 --> 00:55:23,570
‎คุณนึกออกไหม

941
00:55:23,653 --> 00:55:24,738
‎คุณควรจะนึกออกนะ

942
00:55:24,821 --> 00:55:26,823
‎เพราะนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเฟซบุ๊ก

943
00:55:26,906 --> 00:55:28,992
‎นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับหน้าฟีดของยูทูบคุณ

944
00:55:29,284 --> 00:55:31,786
‎เวลาคุณเข้ากูเกิลและพิมพ์ว่า "ภาวะโลกร้อน"

945
00:55:31,870 --> 00:55:34,998
‎คุณจะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่าง
‎ขึ้นอยู่กับบริเวณที่คุณอาศัยอยู่

946
00:55:35,081 --> 00:55:36,082
‎(ภาวะโลกร้อน)

947
00:55:36,166 --> 00:55:38,460
‎ในบางเมือง คุณจะเห็นระบบเติมข้อความให้ว่า

948
00:55:38,543 --> 00:55:40,462
‎"ภาวะโลกร้อนคือเรื่องลวงโลก"

949
00:55:40,545 --> 00:55:41,838
‎ในบางกรณี คุณก็จะเห็น

950
00:55:41,921 --> 00:55:44,758
‎"ภาวะโลกร้อนทำให้ธรรมชาติพังทลาย"

951
00:55:44,924 --> 00:55:48,094
‎และกลไกนั้นมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ
‎ความจริงเรื่องภาวะโลกร้อน

952
00:55:48,303 --> 00:55:50,805
‎แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้กูเกิลค้นหาจากที่ไหน

953
00:55:51,014 --> 00:55:53,600
‎รวมถึงเรื่องต่างๆ ที่กูเกิลรู้
‎เกี่ยวกับความสนใจของคุณ

954
00:55:54,851 --> 00:55:57,854
‎แม้แต่เพื่อนสองคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกัน

955
00:55:58,104 --> 00:56:00,273
‎คนที่มีเพื่อนเกือบจะชุดเดียวกันหมด

956
00:56:00,398 --> 00:56:02,650
‎พวกเขาคิดว่า "ถ้าฉันเปิดหน้าฟีดข่าวในเฟซบุ๊ก

957
00:56:02,901 --> 00:56:06,738
‎ฉันน่าจะเจอการอัปเดตชุดเดียวกัน"
‎แต่มันไม่ใช่เลย

958
00:56:06,821 --> 00:56:08,448
‎พวกเขาจะเห็นโลกที่ต่างกันสิ้นเชิง

959
00:56:08,531 --> 00:56:10,575
‎เพราะพวกมันอิงการคำนวณของคอมพิวเตอร์

960
00:56:10,658 --> 00:56:11,743
‎ว่าอะไรเหมาะกับใคร

961
00:56:12,118 --> 00:56:14,245
‎(ออกอากาศ)

962
00:56:14,329 --> 00:56:18,416
‎วิธีที่จะมองเรื่องนี้ก็คือ
‎ให้คิดถึงทรูแมนโชว์ของคน 2.7 พันล้านคน

963
00:56:18,500 --> 00:56:21,294
‎ทุกๆ คนล้วนมีความเป็นจริงและข้อเท็จจริง...

964
00:56:22,670 --> 00:56:23,505
‎ของตนเอง

965
00:56:23,755 --> 00:56:27,008
‎คุณคิดว่าทำไมทรูแมนถึงเพิ่งจะค้นพบ

966
00:56:27,092 --> 00:56:30,095
‎ว่าจริงๆ แล้วโลกที่เขาอยู่มันคืออะไร

967
00:56:31,137 --> 00:56:33,848
‎เรายอมรับความจริงของโลกเท่าที่มันถูกนำเสนอ

968
00:56:34,224 --> 00:56:35,141
‎ง่ายๆ แค่นั้น

969
00:56:35,225 --> 00:56:36,393
‎(ออกอากาศ)

970
00:56:36,476 --> 00:56:41,064
‎เมื่อเวลาผ่านไป
‎คุณจะเข้าใจผิดว่าทุกคนเห็นตรงกันกับคุณ

971
00:56:41,189 --> 00:56:44,067
‎เพราะทุกคนในฟีดข่าวของคุณคิดเหมือนกับคุณ

972
00:56:44,567 --> 00:56:49,072
‎และเมื่อคุณอยู่ในภาวะนั้น คุณจะถูกชักจูงง่ายมาก

973
00:56:49,155 --> 00:56:51,533
‎แบบเดียวกับที่นักมายากลชักจูงคุณ

974
00:56:51,866 --> 00:56:55,120
‎นักมายากลโชว์ไพ่กลให้คุณดู
‎และบอกว่า "เลือกไพ่สิ ใบไหนก็ได้"

975
00:56:55,495 --> 00:56:57,914
‎สิ่งที่คุณไม่รู้ก็คือพวกเขาน่ะเตรียมแผนไว้หมดแล้ว

976
00:56:58,456 --> 00:57:00,583
‎แล้วคุณก็จะเลือกไพ่ใบที่เขาอยากให้เลือก

977
00:57:00,667 --> 00:57:03,169
‎และนั่นคือการทำงานของเฟซบุ๊ก
‎เฟซบุ๊กนั่งอยู่นั่นและพูดว่า

978
00:57:03,253 --> 00:57:06,131
‎"เฮ่ คุณเลือกเพื่อนของคุณ
‎คุณเลือกลิงก์ที่คุณจะติดตาม"

979
00:57:06,297 --> 00:57:08,716
‎แต่นั่นมันขี้โม้ทั้งเพ ก็เหมือนกับนักมายากล

980
00:57:08,800 --> 00:57:10,885
‎เฟซบุ๊กเป็นคนคุมฟีดข่าวของคุณ

981
00:57:11,386 --> 00:57:14,514
‎พวกเราทุกคนล้วนทำงาน
‎บนชุดข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน

982
00:57:14,597 --> 00:57:16,474
‎ซึ่งพอมันเป็นอย่างนั้น

983
00:57:16,558 --> 00:57:20,770
‎คุณจะไม่อาจรับมือหรือบริโภคข้อมูล

984
00:57:20,854 --> 00:57:23,690
‎ที่ขัดแย้งกับมุมมองโลกที่คุณสร้างขึ้น

985
00:57:23,773 --> 00:57:28,027
‎นั่นจึงแปลว่าเราไม่ใช่ปัจเจกที่สร้างสรรค์
‎และปราศจากอคติ

986
00:57:28,778 --> 00:57:32,449
‎ลืมตาขึ้น อย่าเชื่อคำลวง ลืมตา...

987
00:57:32,532 --> 00:57:34,284
‎ทีนี้พอคุณมองไปที่อีกฝั่งหนึ่ง

988
00:57:35,410 --> 00:57:38,746
‎คุณจะเริ่มคิดว่า  "ทำไมคนพวกนี้มันโง่จัง

989
00:57:38,830 --> 00:57:42,125
‎ลองดูข้อมูลพวกนี้ที่ฉันเห็นมาตลอดสิ

990
00:57:42,208 --> 00:57:44,294
‎ทำไมพวกเขาถึงมองไม่เห็นข้อมูลเดียวกันนี้"

991
00:57:44,711 --> 00:57:47,297
‎คำตอบก็คือ "พวกเขาไม่ได้เห็น
‎ข้อมูลชุดเดียวกับคุณ"

992
00:57:47,380 --> 00:57:50,800
‎ลืมตาขึ้น อย่าเชื่อคำลวง

993
00:57:52,093 --> 00:57:53,470
‎พวกริพับลิกันเป็นยังไง

994
00:57:53,761 --> 00:57:55,472
‎พวกที่ไม่รู้อะไรเลย

995
00:57:55,555 --> 00:57:58,933
‎พรรคเดโมแครตเป็นองค์กรอาชญากรรม
‎ไม่ใช่พรรคการเมือง

996
00:57:59,017 --> 00:58:03,188
‎ผลการศึกษาผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน
‎จำนวน 10,000 คนครั้งใหม่ของสำนักวิจัยพิว

997
00:58:03,271 --> 00:58:05,315
‎พบว่าเราแตกแยกกันกว่าที่เคยเป็น

998
00:58:05,398 --> 00:58:09,152
‎เพราะการแบ่งขั้วทางการเมือง
‎และส่วนบุคคลที่สูงที่สุดใน 20 ปี

999
00:58:11,821 --> 00:58:14,199
‎มากกว่าหนึ่งในสามของชาวริพับลิกันบอกว่า

1000
00:58:14,282 --> 00:58:16,618
‎พรรคเดโมแครตเป็นภัยต่อประเทศ

1001
00:58:16,910 --> 00:58:20,121
‎และมากกว่าหนึ่งในสี่ของเดโมแครต
‎ก็คิดแบบเดียวกันกับริพับลิกัน

1002
00:58:20,663 --> 00:58:22,499
‎หลายๆ ปัญหาที่เราถกเถียงกัน

1003
00:58:22,582 --> 00:58:24,417
‎อย่างเรื่องการแบ่งขั้วทางการเมือง

1004
00:58:24,501 --> 00:58:27,879
‎มีให้เห็นมากมายในช่องทีวีเคเบิล

1005
00:58:28,338 --> 00:58:31,007
‎พวกสื่อก็มีปัญหาเดียวกันนี้

1006
00:58:31,090 --> 00:58:33,343
‎เพราะโมเดลธุรกิจของพวกเขาทั้งหมด

1007
00:58:33,426 --> 00:58:35,762
‎คือการขายความสนใจของเราให้กับผู้ลงโฆษณา

1008
00:58:35,845 --> 00:58:38,890
‎และอินเทอร์เน็ตก็เป็นวิธีใหม่
‎ที่ทำแบบนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

1009
00:58:40,225 --> 00:58:43,811
‎ที่ยูทูบ ผมดูแลระบบแนะนำวิดีโอของยูทูบ

1010
00:58:44,229 --> 00:58:47,148
‎ผมกังวลว่าอัลกอริทึมที่ผมคิดค้น

1011
00:58:47,232 --> 00:58:50,151
‎มันกำลังเพิ่มความแตกแยกให้สังคม

1012
00:58:50,485 --> 00:58:53,112
‎แต่ถ้าตัดสินจากระยะเวลารับชม

1013
00:58:53,196 --> 00:58:57,450
‎ความแตกแยกที่ว่ามีประสิทธิภาพที่สุด
‎ในการทำให้คนออนไลน์

1014
00:58:58,785 --> 00:59:00,870
‎ที่อาจารย์พวกนี้สอนเรื่องเหล่านี้

1015
00:59:00,954 --> 00:59:02,163
‎เป็นเพราะมีคนจ้างเท่านั้น

1016
00:59:02,372 --> 00:59:03,957
‎- มันไร้สาระสิ้นดี
‎- ไง เบนจี้

1017
00:59:04,916 --> 00:59:06,292
‎วันนี้ไม่ซ้อมฟุตบอลหรือไง

1018
00:59:06,376 --> 00:59:08,628
‎ซ้อมสิ ฉันแค่ไล่ดูข่าวที่ยังไม่ได้ดู

1019
00:59:08,962 --> 00:59:11,506
‎ลองไปค้นคว้าสิ
‎อะไรที่ต่างจากที่กลุ่มสายกลางสุดโต่ง...

1020
00:59:11,589 --> 00:59:14,092
‎ไอ้ที่นายดูอยู่มันไม่น่าจะเรียกว่าข่าวได้นะ

1021
00:59:15,552 --> 00:59:18,388
‎เธอชอบพูดว่าทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด
‎พวกเขาก็ด้วย

1022
00:59:19,430 --> 00:59:21,140
‎แต่นั่นมันโฆษณาชวนเชื่อ

1023
00:59:21,224 --> 00:59:24,060
‎ไม่มีอะไรจริง มีแต่อะไรที่เข้าเค้า

1024
00:59:24,769 --> 00:59:26,938
‎เบน ฉันพูดจริงนะ สิ่งที่นายดูมันไม่ดีกับนาย

1025
00:59:27,021 --> 00:59:28,189
‎นายควรไปซ้อมฟุตบอล

1026
00:59:35,154 --> 00:59:37,490
‎ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่าก็เพราะห่วง

1027
00:59:37,574 --> 00:59:41,077
‎ผมห่วงว่าคุณจะถูกชักจูง
‎ซึ่งมันไม่โอเคเลย เอาละ

1028
00:59:41,160 --> 00:59:43,121
‎ผู้คนคิดว่าอัลกอริทึมถูกออกแบบมา

1029
00:59:43,204 --> 00:59:46,666
‎ให้มอบสิ่งที่ตรงความต้องการของพวกเขา
‎แต่มันไม่ใช่

1030
00:59:46,916 --> 00:59:52,589
‎จริงๆ แล้วอัลกอริทึมจะพยายามหา
‎รูกระต่ายที่ทรงอำนาจมากๆ

1031
00:59:52,672 --> 00:59:55,883
‎มันจะหารูกระต่ายที่ใกล้เคียง
‎กับความสนใจของคุณที่สุด

1032
00:59:56,301 --> 00:59:59,262
‎จากนั้นพอคุณเริ่มดูวิดีโอตัวหนึ่ง

1033
00:59:59,846 --> 01:00:02,223
‎มันก็จะแนะนำให้คุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

1034
01:00:02,682 --> 01:00:04,517
‎ไม่มีใครต้องการให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้น

1035
01:00:05,059 --> 01:00:07,895
‎เพียงแต่นี่คือสิ่งที่ระบบแนะนำทำ

1036
01:00:07,979 --> 01:00:10,565
‎แบบเดียวกับที่ไครี่ เออร์วิ่ง
‎นักบาสเก็ตบอลชื่อดัง

1037
01:00:11,482 --> 01:00:14,235
‎ได้ประกาศว่าเขาเชื่อเรื่องโลกแบน
‎แล้วเขาก็ขอโทษทีหลัง

1038
01:00:14,319 --> 01:00:15,862
‎และโทษรูกระต่ายของยูทูบ

1039
01:00:16,654 --> 01:00:18,656
‎นึกออกไหม เวลาที่คุณคลิกยูทูบ

1040
01:00:18,740 --> 01:00:21,200
‎เราก็จะพลัดหลงไปในรูกระต่าย

1041
01:00:21,618 --> 01:00:23,369
‎ต่อมาพอเขาไปพูดที่วิทยุแห่งชาติว่า

1042
01:00:23,453 --> 01:00:26,039
‎"ผมขอโทษที่เชื่อเรื่องนี้
‎ผมไม่อยากทำให้ใครหลงผิดเลย"

1043
01:00:26,247 --> 01:00:28,291
‎พวกนักเรียนในชั้นเรียนก็มาให้สัมภาษณ์ว่า

1044
01:00:28,374 --> 01:00:29,667
‎"พวกโลกกลมเล่นเขาแล้ว"

1045
01:00:31,210 --> 01:00:33,963
‎ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดเรื่องโลกแบน

1046
01:00:34,047 --> 01:00:37,634
‎ถูกแนะนำเป็นร้อยล้านครั้งโดยอัลกอริทึม

1047
01:00:37,717 --> 01:00:43,890
‎มันง่ายที่เราจะคิดว่าคงมีแค่คนโง่ไม่กี่คนที่จะเชื่อ

1048
01:00:43,973 --> 01:00:46,893
‎แต่อัลกอริทึมมันฉลาดขึ้นทุกวันๆ

1049
01:00:46,976 --> 01:00:50,188
‎วันนี้มันโน้มน้าวให้คนเชื่อว่าโลกแบน

1050
01:00:50,271 --> 01:00:53,816
‎แต่พรุ่งนี้มันอาจจะโน้มน้าวคุณ
‎ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นความจริง

1051
01:00:54,317 --> 01:00:57,820
‎ในวันที่เจ็ด พฤศจิกายน
‎แฮชแท็ก "พิซซ่าเกท" ได้ถือกำเนิดขึ้น

1052
01:00:58,237 --> 01:00:59,197
‎พิซซ่าเกท...

1053
01:01:00,782 --> 01:01:01,658
‎ให้ตายสิ

1054
01:01:03,159 --> 01:01:06,913
‎ฉันยังไม่แน่ใจ 100 เปอร์เซ็นต์
‎ว่าเรื่องนี้มันมีที่มาจากไหน

1055
01:01:06,996 --> 01:01:12,085
‎แต่ไอเดียก็คือการสั่งพิซซ่า
‎มีความหมายถึงการซื้อบริการมนุษย์

1056
01:01:12,460 --> 01:01:15,046
‎พอกลุ่มมันใหญ่ขึ้นในเฟซบุ๊ก

1057
01:01:15,129 --> 01:01:19,967
‎ระบบแนะนำของเฟซบุ๊ก
‎ก็เริ่มแนะนำมันให้กับผู้ใช้ทั่วไป

1058
01:01:20,051 --> 01:01:21,761
‎ให้พวกเขามาเข้ากลุ่มพิซซ่าเกท

1059
01:01:22,011 --> 01:01:27,392
‎ถ้าเกิดผู้ใช้คนนั้นอยู่ลัทธิต่อต้านวัคซีน
‎หรือเชื่อเรื่องสารพิษล้างสมอง

1060
01:01:27,475 --> 01:01:30,645
‎หรือทำให้อัลกอริทึมของเฟซบุ๊กรู้

1061
01:01:30,728 --> 01:01:33,064
‎ว่าพวกเขามีแนวโน้มจะเชื่อทฤษฎีสมคบคิด

1062
01:01:33,481 --> 01:01:36,776
‎ระบบแนะนำของเฟซบุ๊ก
‎ก็จะยกกลุ่มพิซซ่าเกทมาเสิร์ฟ

1063
01:01:37,068 --> 01:01:40,947
‎เรื่องนี้มาถึงบทสรุปเมื่อชายคนหนึ่งถือปืนมา

1064
01:01:41,155 --> 01:01:44,450
‎เพื่อปลดปล่อยเด็กๆ ที่ถูกขังไว้ในห้องใต้ถุน

1065
01:01:44,701 --> 01:01:46,786
‎ของร้านพิซซ่าที่ไม่ได้มีห้องใต้ถุน

1066
01:01:47,120 --> 01:01:49,789
‎- คุณเข้าไปทำอะไรในนั้น
‎- ดูให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรในนั้น

1067
01:01:50,581 --> 01:01:52,208
‎- หมายถึงอะไร
‎- การค้าบริการเด็ก

1068
01:01:52,417 --> 01:01:53,793
‎- เรื่องอะไรนะ
‎- การค้าเด็ก

1069
01:01:53,876 --> 01:01:55,420
‎พิซซ่าเกท เขาพูดถึงพิซซ่าเกท

1070
01:01:55,962 --> 01:02:00,216
‎นี่คือตัวอย่างของทฤษฎีสมคบคิด

1071
01:02:00,299 --> 01:02:03,594
‎ที่ลุกลามไปทั่วเครือข่ายโซเชียล

1072
01:02:03,761 --> 01:02:06,097
‎ระบบแนะนำของเครือข่ายโซเชียลต่างๆ

1073
01:02:06,180 --> 01:02:07,974
‎ตั้งใจประเคนข่าวพวกนี้ให้กับ

1074
01:02:08,057 --> 01:02:10,476
‎ผู้คนที่ทั้งชีวิตไม่เคยค้นหา
‎คำว่า "พิซซ่าเกท"  มาก่อน

1075
01:02:10,727 --> 01:02:12,395
‎(พิซซ่าเกท เมนูร้อนของเดโมแครตใคร่เด็ก)

1076
01:02:12,478 --> 01:02:14,439
‎มีงานวิจัยอยู่ ของเอ็มไอที

1077
01:02:14,522 --> 01:02:19,444
‎บอกว่าข่าวปลอมในทวิตเตอร์
‎แพร่กระจายเร็วกว่าข่าวจริงหกเท่า

1078
01:02:19,902 --> 01:02:21,404
‎แล้วโลกที่ข่าวปลอม

1079
01:02:21,946 --> 01:02:24,741
‎ไปไวกว่าข่าวจริงหกเท่ามันจะหน้าตาเป็นยังไง

1080
01:02:25,283 --> 01:02:27,410
‎คุณลองจินตนาการว่าสิ่งนี้มันเหมือนกับ...

1081
01:02:27,702 --> 01:02:31,581
‎มันทำให้คานพฤติกรรมมนุษย์เอียง

1082
01:02:31,789 --> 01:02:34,459
‎มันสร้างพฤติกรรมบางอย่างได้ยากกว่า
‎และบางอย่างก็ง่ายกว่า

1083
01:02:34,792 --> 01:02:37,420
‎และคุณก็มีอิสระที่จะเดินขึ้นทางลาด

1084
01:02:37,587 --> 01:02:38,796
‎แต่มีคนส่วนน้อยที่ทำ

1085
01:02:38,880 --> 01:02:43,092
‎และที่ระดับสังคม คุณแค่ต้องเอียงคานนี้

1086
01:02:43,176 --> 01:02:45,970
‎และเปลี่ยนความคิดกับพฤติกรรม
‎ของคนหลายพันล้านซะ

1087
01:02:46,053 --> 01:02:51,934
‎เราสร้างระบบที่โน้มเอียงเข้าหาข้อมูลปลอมขึ้น

1088
01:02:52,643 --> 01:02:54,145
‎ไม่ใช่เพราะเราต้องการ

1089
01:02:54,562 --> 01:02:58,816
‎แต่เพราะข้อมูลปลอมทำเงินให้กับบริษัท

1090
01:02:59,400 --> 01:03:01,319
‎ได้มากกว่าความจริง ความจริงมันน่าเบื่อ

1091
01:03:01,986 --> 01:03:04,489
‎นี่คือโมเดลธุรกิจแบบใช้ข่าวปลอมหากำไร

1092
01:03:04,906 --> 01:03:08,159
‎ยิ่งคุณยอมให้ข้อความที่ไร้การควบคุมไปถึงผู้ใช้

1093
01:03:08,701 --> 01:03:11,287
‎ในราคาที่ดีที่สุด คุณก็จะยิ่งได้เงิน

1094
01:03:11,662 --> 01:03:13,414
‎เพราะภาวะโลกร้อนเหรอ ใช่

1095
01:03:13,748 --> 01:03:16,751
‎มันเป็นเรื่องลวงโลก จริงๆ นะ
‎นั่นแหละประเด็น

1096
01:03:16,834 --> 01:03:20,046
‎ยิ่งพวกเขาพูดถึงมัน เราก็ยิ่งแตกแยกกัน

1097
01:03:20,129 --> 01:03:22,423
‎พวกเขามีอำนาจแค่ไหน ก็ควบคุมเราได้เท่านั้น

1098
01:03:22,507 --> 01:03:25,468
‎ในหน้าฟีดข่าวของเฟซบุ๊ก
‎มีโพสต์พวกนี้เป็นล้านล้าน

1099
01:03:26,761 --> 01:03:29,180
‎พวกเขาไม่มีทางรู้ว่าอะไรจริงอะไรใช่...

1100
01:03:29,972 --> 01:03:33,392
‎เพราะงั้นเรื่องที่เราคุยกันนี้มันจึงสำคัญมาก

1101
01:03:33,810 --> 01:03:37,104
‎ไม่ใช่แค่โควิด 19 ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว

1102
01:03:37,271 --> 01:03:40,191
‎แต่ข่าวปลอมเกี่ยวกับไวรัสในเน็ตก็เช่นกัน

1103
01:03:40,274 --> 01:03:43,694
‎ความเข้าใจที่ว่าการดื่มน้ำให้เยอะ
‎ช่วยชะล้างไวรัสโคโรนาจากร่างกายได้

1104
01:03:43,778 --> 01:03:47,490
‎คือหนึ่งในความเชื่อเกี่ยวกับไวรัส
‎ที่แพร่ระบาดในโซเชียลมีเดีย

1105
01:03:47,698 --> 01:03:50,701
‎รัฐบาลวางแผนเรื่องนี้ขึ้นมา สร้างไวรัส

1106
01:03:50,785 --> 01:03:53,454
‎และทำแบบจำลอง
‎เพื่อดูปฏิกิริยาของนานาประเทศ

1107
01:03:53,663 --> 01:03:55,581
‎ไวรัสโคโรนาเป็นเรื่องลวงโลก

1108
01:03:56,165 --> 01:03:57,959
‎ซาร์ส ไวรัสโคโรนา

1109
01:03:58,376 --> 01:04:01,045
‎ดูวันที่ผลิตสิ ปี 2018

1110
01:04:01,212 --> 01:04:03,881
‎ผมคิดว่ารัฐบาลอเมริกาเป็นคนเริ่มเรื่องบ้าบอนี่

1111
01:04:04,215 --> 01:04:07,093
‎ไม่มีใครป่วย ไม่มีใครป่วยเลย

1112
01:04:07,426 --> 01:04:09,095
‎ไม่มีใครเคยเจอคนป่วยสักคน

1113
01:04:09,512 --> 01:04:13,015
‎บางทีรัฐบาลอาจใช้ไวรัสโคโรนาเป็นข้ออ้าง

1114
01:04:13,099 --> 01:04:15,977
‎เพื่อให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน
‎เพราะมีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น

1115
01:04:16,060 --> 01:04:17,895
‎ไวรัสโคโรนาไม่ได้ฆ่าใคร

1116
01:04:18,104 --> 01:04:20,940
‎แต่เป็นกัมมันตรังสีห้าจีที่พวกเขาปล่อยต่างหาก

1117
01:04:21,023 --> 01:04:22,525
‎(เสาสัญญาณห้าจีถูกโค่นและเผา)

1118
01:04:22,608 --> 01:04:24,569
‎เราถูกปูพรมด้วยข่าวลือ

1119
01:04:25,403 --> 01:04:28,531
‎ผู้คนพากันระเบิดเสาสัญญาณโทรศัพท์ของจริง

1120
01:04:28,906 --> 01:04:32,201
‎เราเห็นรัสเซียและจีนแพร่ข่าวลือ
‎และทฤษฎีสมคบคิด

1121
01:04:32,285 --> 01:04:35,246
‎เมื่อเช้านี้ ความหวาดผวา
‎และการประท้วงในยูเครน...

1122
01:04:35,329 --> 01:04:38,916
‎ผู้คนไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง
‎และตอนนี้มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

1123
01:04:40,001 --> 01:04:42,712
‎แหล่งที่เผยแพร่ข่าวปลอมเรื่องไวรัสโคโรนา

1124
01:04:42,962 --> 01:04:45,798
‎มียอดการมีส่วนร่วมสะสม 52 ล้านแล้ว

1125
01:04:46,090 --> 01:04:50,094
‎คุณบอกว่าซิลเวอร์ไนเตรทใช้ได้ผล

1126
01:04:50,177 --> 01:04:54,140
‎มันยังไม่ได้ถูกทดสอบกับ
‎ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์นี้ แต่...

1127
01:04:54,223 --> 01:04:57,226
‎สิ่งที่เราเห็นจากเรื่องโควิดคือสิ่งที่เกิดขึ้น

1128
01:04:57,310 --> 01:05:00,104
‎ในระบบนิเวศข้อมูลข่าวสารในเวอร์ชันสุดโต่ง

1129
01:05:00,187 --> 01:05:01,022
‎(วิทเมอร์จงเจริญ)

1130
01:05:01,105 --> 01:05:04,817
‎โซเชียลมีเดียจะขยายข่าวซุบซิบ
‎และคำบอกเล่าที่ทบทวีคูณ

1131
01:05:05,109 --> 01:05:06,903
‎ไปถึงจุดที่เราไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง

1132
01:05:07,028 --> 01:05:08,613
‎ไม่ว่าเราจะกังวลเรื่องอะไร

1133
01:05:26,130 --> 01:05:27,131
‎นายยังอยู่ในทีมไหม

1134
01:05:30,468 --> 01:05:34,430
‎โอเค ฉันว่าจะไปหาขนมกินก่อนซ้อม
‎อยากไปด้วยกันไหม

1135
01:05:37,642 --> 01:05:38,476
‎ช่างมันเถอะ

1136
01:05:45,066 --> 01:05:47,401
‎ตอนนี้คนเก้าในสิบคนกำลังไม่พอใจ

1137
01:05:47,610 --> 01:05:50,696
‎ถ้าคิดดีๆ กระแสกลางสุดโต่ง
‎ก็เหมือนการเคลื่อนไหวอื่นในประวัติศาสตร์

1138
01:05:50,821 --> 01:05:54,367
‎เรากำลังยืนหยัดต่อสู้กับเสียงรบกวนพวกนี้

1139
01:05:54,575 --> 01:05:57,036
‎คุณคือประชาชนของผม ผมเชื่อใจคุณ

1140
01:05:59,246 --> 01:06:02,583
‎- ฉลาดมากที่ใช้เนื้อหากลุ่มกลางสุดโต่ง
‎- เขาชอบมันสุดๆ

1141
01:06:02,750 --> 01:06:03,626
‎เริ่มการประมูล

1142
01:06:04,627 --> 01:06:08,547
‎ผู้ประมูล 843 ราย เขาขายให้กับ
‎บริษัทผลิตอาวุธในราคา 4.35 เซ็นต์

1143
01:06:08,631 --> 01:06:10,591
‎เรามาโปรโมทกิจกรรมพวกนี้ดีกว่า

1144
01:06:10,883 --> 01:06:13,511
‎ปลายสัปดาห์นี้จะมีการเดินขบวน
‎ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของเขา

1145
01:06:13,761 --> 01:06:15,179
‎ฉันมีวล็อกเกอร์คนใหม่แล้ว

1146
01:06:17,890 --> 01:06:22,979
‎และพูดตรงๆ นะ ผมพร้อมจะแลกทุกอย่าง

1147
01:06:23,062 --> 01:06:24,939
‎ผมหมายถึงทุกๆ อย่าง

1148
01:06:32,154 --> 01:06:33,114
‎- กดติดตาม
‎- เบน

1149
01:06:33,197 --> 01:06:35,908
‎และกลับมาดูผมอีก เพราะเชื่อผมเถอะ...

1150
01:06:36,659 --> 01:06:38,869
‎ผมจะมีเรื่องใหญ่มาฝาก

1151
01:06:38,953 --> 01:06:40,162
‎เรื่องใหญ่สุดๆ

1152
01:06:40,788 --> 01:06:45,292
‎ปัญหาหนึ่งของเฟซบุ๊กก็คือ
‎ในฐานะเครื่องมือสำหรับชักจูงแล้ว

1153
01:06:45,793 --> 01:06:47,920
‎มันอาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการสร้างมา

1154
01:06:48,129 --> 01:06:52,508
‎ทีนี้ลองคิดว่าเครื่องมือนี้ตกไปอยู่
‎ในมือของเผด็จการหรือพวกลัทธิอำนาจนิยมสิ

1155
01:06:53,718 --> 01:06:57,430
‎ถ้าคุณต้องการควบคุมคนในประเทศ

1156
01:06:57,722 --> 01:07:01,308
‎ไม่มีเครื่องมือใดจะมีประสิทธิภาพ
‎ได้เท่ากับเฟซบุ๊ก

1157
01:07:04,937 --> 01:07:07,398
‎นัยยะที่น่าวิตกมากที่สุด

1158
01:07:07,481 --> 01:07:10,985
‎ของการที่รัฐบาลและผู้ก่อความรุนแรง
‎ใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธ

1159
01:07:11,610 --> 01:07:13,612
‎คือมันจะนำไปสู่ความรุนแรงจริงในโลกออฟไลน์

1160
01:07:13,696 --> 01:07:15,072
‎ฉันคิดว่าตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุด

1161
01:07:15,156 --> 01:07:17,658
‎ซึ่งเป็นที่สนใจของสื่อก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่พม่า

1162
01:07:17,742 --> 01:07:19,160
‎(สำนักประธานาธิบดีพม่า)

1163
01:07:19,243 --> 01:07:21,203
‎ในพม่า เวลาที่คนคิดถึงอินเทอร์เน็ต

1164
01:07:21,287 --> 01:07:22,788
‎สิ่งที่พวกเขาคิดถึงก็คือเฟซบุ๊ก

1165
01:07:23,080 --> 01:07:25,916
‎และเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็คือ
‎เวลาที่คนซื้อโทรศัพท์มือถือ

1166
01:07:26,000 --> 01:07:29,920
‎ร้านขายโทรศัพท์จะดาวน์โหลดเฟซบุ๊ก
‎มาติดตั้งไว้ให้ล่วงหน้า

1167
01:07:30,004 --> 01:07:31,505
‎รวมทั้งเปิดบัญชีไว้ให้ด้วย

1168
01:07:31,589 --> 01:07:34,884
‎และเมื่อคนได้รับโทรศัพท์ สิ่งแรกที่พวกเขาเปิด

1169
01:07:34,967 --> 01:07:37,219
‎และเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาเปิดเป็นก็คือเฟซบุ๊ก

1170
01:07:38,262 --> 01:07:41,891
‎การสืบสวนที่น่าตกใจล่าสุดเปิดเผยว่า
‎เฟซบุ๊กกำลังมีปัญหา

1171
01:07:41,974 --> 01:07:43,809
‎กับการรับมือประทุษวาจาในพม่า

1172
01:07:43,893 --> 01:07:46,020
‎(หยุดฆ่าคนมุสลิม)

1173
01:07:46,103 --> 01:07:49,190
‎เฟซบุ๊กได้มอบวิธีใหม่ในการควบคุม
‎ความเห็นประชาชน

1174
01:07:49,273 --> 01:07:51,776
‎ให้แก่กองทัพและผู้ก่อความรุนแรงอื่นๆ

1175
01:07:51,859 --> 01:07:55,529
‎และยังช่วยกระตุ้นให้มีการใช้ความรุนแรง
‎กับกลุ่มมุสลิมโรฮิงญา

1176
01:07:55,613 --> 01:07:57,740
‎ซึ่งรวมไปถึงการสังหารหมู่

1177
01:07:58,115 --> 01:07:59,867
‎การเผาทำลายหมู่บ้าน

1178
01:07:59,950 --> 01:08:03,704
‎การข่มขืนหมู่และอาชญากรรมร้ายแรง
‎ต่อมนุษยชาติรูปแบบอื่นๆ

1179
01:08:03,788 --> 01:08:08,209
‎ซึ่งทำให้ชาวมุสลิมโรฮิงญา 700,000 คน
‎ต้องหนีออกนอกประเทศ

1180
01:08:11,170 --> 01:08:16,550
‎ไม่ใช่ว่าโลกนี้ไม่เคยมีนักโฆษณาชวนเชื่อ
‎ที่เปี่ยมด้วยแรงจูงใจ

1181
01:08:16,634 --> 01:08:19,762
‎เพียงแต่แพลตฟอร์มนี้มันเอื้อให้

1182
01:08:19,845 --> 01:08:23,557
‎การเผยแพร่ข้อมูลชักจูงใจที่ง่ายดาย
‎โดยไม่ต้องใช้ทุนมาก

1183
01:08:23,808 --> 01:08:25,309
‎กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

1184
01:08:25,559 --> 01:08:27,394
‎ถ้าผมอยากจะคุมผลการเลือกตั้ง

1185
01:08:27,895 --> 01:08:30,564
‎ผมสามารถเข้าไปที่กลุ่มทฤษฎีชวนเชื่อในเฟซบุ๊ก

1186
01:08:30,648 --> 01:08:32,233
‎แล้วหาคนมาร้อยคน

1187
01:08:32,316 --> 01:08:34,443
‎ที่เชื่อว่าโลกมันแบน

1188
01:08:34,860 --> 01:08:37,530
‎และคิดว่าเรื่องที่เราไปดวงจันทร์มาแล้ว
‎เป็นแค่ทฤษฎีสมคบคิด

1189
01:08:37,863 --> 01:08:41,450
‎และผมก็จะบอกเฟซบุ๊กว่า
‎"หาผู้ใช้แบบนี้มาให้ผมพันคนสิ"

1190
01:08:42,118 --> 01:08:46,080
‎เฟซบุ๊กจะส่งผู้ใช้ลักษณะนี้หลายพันคน
‎มาให้ผมด้วยความยินดี

1191
01:08:46,163 --> 01:08:49,250
‎และผมก็จะป้อนทฤษฎีสมคบคิดให้พวกเขาเพิ่ม

1192
01:08:51,168 --> 01:08:52,837
‎ขายที่ 3.4 เซ็นต์ต่อหนึ่งการมีส่วนร่วม

1193
01:08:53,379 --> 01:08:54,713
‎โปรโมทวิดีโอฝ่ายกลางตัวใหม่

1194
01:08:55,005 --> 01:08:56,048
‎เตรียมยิงโฆษณาตัวอื่น

1195
01:08:58,634 --> 01:09:02,138
‎อัลกอริทึมและนักการเมืองที่จูงใจคนเก่งๆ
‎ได้กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ

1196
01:09:02,221 --> 01:09:04,056
‎ในการหาวิธีกระตุ้นเรา

1197
01:09:04,140 --> 01:09:08,352
‎พวกเขาเก่งในการสร้างข่าวปลอม
‎ซึ่งเราจะรับไว้เหมือนเป็นความจริง

1198
01:09:08,435 --> 01:09:10,688
‎และทำให้เราสับสนจนเชื่อคำลวงเหล่านั้น

1199
01:09:10,896 --> 01:09:12,606
‎เราคล้ายจะควบคุมสิ่งที่เราเป็น

1200
01:09:12,690 --> 01:09:14,275
‎และสิ่งที่เราเชื่อได้น้อยลงทุกที

1201
01:09:31,458 --> 01:09:32,668
‎พวกเขาจะได้เลือกข้าง

1202
01:09:32,751 --> 01:09:34,879
‎มันมีคำโกหกตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด

1203
01:09:34,962 --> 01:09:39,967
‎พวกเขาจะได้รักษาอำนาจไว้
‎พวกเขาจะได้ควบคุมทุกอย่าง

1204
01:09:40,050 --> 01:09:46,348
‎พวกเขาควบคุมความคิดเรา
‎เพื่อที่จะเก็บความลับของตัวเองไว้

1205
01:09:46,473 --> 01:09:48,517
‎(ซีดีซียอมรับว่าปิดบังเรื่องวัคซีนและออทิสติก)

1206
01:09:48,601 --> 01:09:50,895
‎ลองจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีใครเชื่อเรื่องจริงดูสิ

1207
01:09:50,978 --> 01:09:52,897
‎(พิสูจน์แล้วว่าวัคซีนไม่ได้เหมาะกับ
‎ยีนส์ของเราทุกคน)

1208
01:09:52,980 --> 01:09:54,899
‎ทุกคนเชื่อว่ารัฐบาลโกหกพวกเขา

1209
01:09:56,317 --> 01:09:57,943
‎ทุกอย่างคือทฤษฎีสมคบคิด

1210
01:09:58,527 --> 01:10:00,696
‎"ฉันไม่ควรไว้ใจใคร ฉันเกลียดอีกฝ่าย"

1211
01:10:01,405 --> 01:10:02,698
‎เรากำลังมุ่งไปสู่จุดนั้น

1212
01:10:02,781 --> 01:10:06,035
‎การเมืองยุโรปยังคงสั่นคลอน

1213
01:10:06,243 --> 01:10:08,412
‎คราวนี้ที่อิตาลีและสเปน

1214
01:10:08,495 --> 01:10:11,999
‎โดยรวมแล้ว พันธมิตรสายกลางเก่าแก่
‎ของยุโรปสูญเสียเสียงข้างมาก

1215
01:10:12,082 --> 01:10:15,002
‎ขณะที่พรรคประชานิยมซ้ายสุดโต่ง
‎และขวาสุดโต่งได้คะแนนเสียง

1216
01:10:17,588 --> 01:10:19,048
‎(สายกลาง)

1217
01:10:19,757 --> 01:10:20,591
‎ถอยไป

1218
01:10:21,675 --> 01:10:22,509
‎โอเค ไปกัน

1219
01:10:28,390 --> 01:10:31,268
‎บัญชีเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายในการเผยแพร่

1220
01:10:31,352 --> 01:10:33,896
‎ความขัดแย้งทางการเมืองในฮ่องกงโดยเฉพาะ

1221
01:10:38,609 --> 01:10:39,610
‎เอาละ เบน

1222
01:10:42,613 --> 01:10:44,907
‎การที่แหล่งข้อมูลทั้งหมดของประเทศ

1223
01:10:45,115 --> 01:10:48,410
‎คือเฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดียมันทำให้เกิดอะไรขึ้น

1224
01:10:48,953 --> 01:10:50,871
‎ประชาธิปไตยพังทลายเร็วมาก

1225
01:10:50,955 --> 01:10:51,830
‎แค่หกเดือน

1226
01:10:51,914 --> 01:10:53,791
‎หลังเหตุจลาจลดังกล่าวในชิคาโก

1227
01:10:53,874 --> 01:10:57,044
‎ก็เกิดเหตุความรุนแรง
‎ระหว่างผู้ประท้วงและผู้สนับสนุน...

1228
01:10:58,045 --> 01:11:01,548
‎ประชาธิปไตยกำลังเผชิญวิกฤตศรัทธา

1229
01:11:01,715 --> 01:11:04,343
‎สิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้คือ
‎การโจมตีประชาธิปไตยในระดับโลก

1230
01:11:04,426 --> 01:11:05,427
‎(สายกลางสุดโต่ง)

1231
01:11:05,511 --> 01:11:07,930
‎ประเทศส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเป้าคือประเทศ...

1232
01:11:08,013 --> 01:11:09,723
‎ที่มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย

1233
01:11:10,808 --> 01:11:12,393
‎เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง

1234
01:11:12,601 --> 01:11:15,562
‎โดยตัวแสดงที่เป็นรัฐ
‎โดยคนที่มีเงินเป็นร้อยๆ ล้านที่พูดว่า

1235
01:11:15,646 --> 01:11:18,524
‎"ฉันอยากทำลายเสถียรภาพของเคนยา
‎เสถียรภาพของแคเมอรูน

1236
01:11:18,607 --> 01:11:20,651
‎อ้อ แองโกลาเหรอ ใช้เงินแค่นี้ก็พอ"

1237
01:11:20,734 --> 01:11:23,362
‎การเลือกตั้งพิเศษในบราซิล
‎มีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

1238
01:11:23,445 --> 01:11:26,073
‎ด้วยการใช้โซเชียลมีเดียในการหาเสียง

1239
01:11:31,036 --> 01:11:33,956
‎พวกเราในวงการเทคโนโลยีได้สร้างเครื่องมือ

1240
01:11:34,039 --> 01:11:37,418
‎ที่ทำลายเสถียรภาพและกัดกร่อนสายใยสังคม

1241
01:11:37,668 --> 01:11:39,920
‎ในทุกที่ทุกประเทศอย่างพร้อมเพรียงกัน

1242
01:11:40,337 --> 01:11:44,133
‎ไม่ว่าจะที่เยอรมัน สเปน ฝรั่งเศส
‎บราซิล ออสเตรเลีย

1243
01:11:44,591 --> 01:11:46,927
‎ประเทศที่พัฒนาถึงขีดสุดแล้วบางแห่ง

1244
01:11:47,428 --> 01:11:49,096
‎กำลังพากันล่มสลาย

1245
01:11:49,305 --> 01:11:50,556
‎แล้วพวกเขามีอะไรเหมือนกัน

1246
01:11:51,974 --> 01:11:52,975
‎เมื่อคุณรู้แบบนี้แล้ว

1247
01:11:53,058 --> 01:11:55,978
‎คุณเชื่อหรือเปล่าว่าเฟซบุ๊ก
‎ส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งปี 2016

1248
01:11:56,854 --> 01:11:58,188
‎อ้อ เรื่องนั้นมันตอบยาก

1249
01:11:58,897 --> 01:11:59,773
‎คุณรู้ไหม คือ...

1250
01:12:01,275 --> 01:12:04,653
‎ในความเป็นจริงแล้ว
‎เรื่องนี้มีปัจจัยที่แตกต่างกันหลายอย่าง

1251
01:12:04,737 --> 01:12:07,865
‎ตัวแทนจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์และกูเกิล
‎กลับมาที่แคปตอล ฮิลล์

1252
01:12:07,948 --> 01:12:09,450
‎เพื่อให้การในวันที่สอง

1253
01:12:09,533 --> 01:12:12,578
‎ถึงเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้ง
‎ในปี 2016 ของรัสเซีย

1254
01:12:12,661 --> 01:12:17,291
‎การชักจูงของบุคคลที่สามไม่ใช่การแฮก

1255
01:12:18,500 --> 01:12:21,295
‎จริงไหม รัสเซียไม่ได้แฮกเฟซบุ๊ก

1256
01:12:21,545 --> 01:12:24,965
‎สิ่งที่พวกเขาทำคือการใช้อุปกรณ์ที่เฟซบุ๊กสร้างขึ้น

1257
01:12:25,049 --> 01:12:27,426
‎สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ถูกกฎหมาย
‎และผู้ใช้งานที่ถูกกฎหมาย

1258
01:12:27,926 --> 01:12:30,179
‎และพวกเขาก็ประยุกต์มันเพื่อจุดมุ่งหมายที่ชั่วร้าย

1259
01:12:32,014 --> 01:12:33,891
‎มันเหมือนสงครามที่สู้รบด้วยรีโมท

1260
01:12:34,475 --> 01:12:36,477
‎ประเทศหนึ่งสามารถชักจูงประเทศหนึ่ง

1261
01:12:36,685 --> 01:12:38,937
‎โดยไม่ต้องรุกรานพรมแดนที่เป็นรูปธรรม

1262
01:12:39,605 --> 01:12:40,981
‎ที่เราเห็นคือภาพความรุนแรง

1263
01:12:41,065 --> 01:12:43,317
‎สิ่งที่ถูกผลักไปมานั้นคือถังขยะ...

1264
01:12:43,400 --> 01:12:45,736
‎ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คุณอยากลงคะแนนให้ใคร

1265
01:12:46,362 --> 01:12:50,574
‎แต่อยู่ที่การสร้างความวุ่นวาย
‎และทำให้สังคมแตกแยกต่างหาก

1266
01:12:50,657 --> 01:12:53,035
‎เหตุเกิดที่ฮันติงตันบีช ขบวน...

1267
01:12:53,118 --> 01:12:54,453
‎มันอยู่ที่การสร้างคนสองฝ่าย

1268
01:12:55,120 --> 01:12:56,413
‎ที่ไม่อาจรับฟังกันได้อีก

1269
01:12:56,497 --> 01:12:58,123
‎คนที่ไม่อยากรับฟังกันอีก

1270
01:12:58,207 --> 01:12:59,166
‎คนที่ไม่ไว้วางใจกันอีก

1271
01:13:00,125 --> 01:13:02,669
‎นี่คือเมืองที่ความเกลียดชังถูกควักออกมา

1272
01:13:02,961 --> 01:13:05,089
‎และแปรสภาพเป็นความรุนแรงระหว่างชาติพันธุ์

1273
01:13:05,547 --> 01:13:07,925
‎(เวอร์จิเนียตึงเครียด
‎มีผู้เสียชีวิตสามรายในวันนองเลือด)

1274
01:13:19,937 --> 01:13:20,771
‎เบน

1275
01:13:21,605 --> 01:13:22,439
‎แคสซานดร้า

1276
01:13:23,190 --> 01:13:24,024
‎- แคส
‎- เบน

1277
01:13:24,108 --> 01:13:25,484
‎มานี่ มานี่ซะ

1278
01:13:27,486 --> 01:13:31,156
‎ยกมือ ยกมือขึ้น คุกเข่าลงไป คุกเข่า

1279
01:13:36,120 --> 01:13:37,204
‎- ใจเย็น...
‎- เบน

1280
01:13:37,287 --> 01:13:38,414
‎นี่ ชูมือขึ้น

1281
01:13:39,623 --> 01:13:41,291
‎หันไป คุกเข่าลง

1282
01:13:56,807 --> 01:13:59,643
‎เราต้องการระบบที่จะขายตัวเอง
‎ให้ผู้ที่ประมูลด้วยราคาสูงสุดไหม

1283
01:14:01,437 --> 01:14:05,149
‎ระบบที่ทำให้ประชาธิปไตยเป็นสินค้า
‎ซึ่งคุณสามารถเข้าถึงความคิดใครก็ได้

1284
01:14:05,482 --> 01:14:08,694
‎แล้วเลือกคำลวงให้กับคนกลุ่มนั้น
‎เพื่อสร้างสงครามทางวัฒนธรรมขึ้นมา

1285
01:14:09,236 --> 01:14:10,112
‎เราต้องการไหม

1286
01:14:14,783 --> 01:14:16,201
‎เราคือประเทศของประชาชน...

1287
01:14:17,161 --> 01:14:18,620
‎ที่ไม่หันหน้าพูดคุยกันอีกต่อไป

1288
01:14:19,872 --> 01:14:23,000
‎เราคือประเทศของประชาชน
‎ที่พร้อมตัดเพื่อนตัดฝูง

1289
01:14:23,083 --> 01:14:25,043
‎เพียงเพราะคนที่พวกเขากาบัตรเลือก

1290
01:14:25,878 --> 01:14:28,422
‎เราคือประเทศของประชาชนที่โดดเดี่ยวตัวเอง

1291
01:14:28,505 --> 01:14:30,507
‎และดูแต่ช่องที่บอกเราว่าเราคิดถูกแล้ว

1292
01:14:32,509 --> 01:14:36,763
‎สารของผมในวันนี้คือลัทธิเผ่าพันธุ์นิยม
‎กำลังทำลายเรา

1293
01:14:37,389 --> 01:14:39,099
‎มันฉีกประเทศของเราเป็นเสี่ยงๆ

1294
01:14:40,267 --> 01:14:42,769
‎และผู้ใหญ่ที่มีสติดีก็ไม่อาจทำอะไรได้

1295
01:14:43,353 --> 01:14:45,314
‎ถ้าเราทุกเชื่อในความเป็นจริงของตนเท่านั้น

1296
01:14:45,397 --> 01:14:49,401
‎มันก็ไม่ต้องมีการประนีประนอม
‎ไม่ต้องมีการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

1297
01:14:49,485 --> 01:14:51,487
‎อันที่จริงผู้คนไม่จำเป็นต้องมีปฏิกิริยาต่อกันเลย

1298
01:14:52,321 --> 01:14:56,617
‎เราจำเป็นต้องมีความเข้าใจร่วม
‎ต่อความเป็นจริง

1299
01:14:57,409 --> 01:14:58,494
‎ไม่งั้นเราก็ไม่ใช่ประเทศ

1300
01:14:58,619 --> 01:14:59,495
‎(คุณซักเคอร์เบิร์ก)

1301
01:14:59,578 --> 01:15:02,998
‎ในระยะยาว ทางออกของเราก็คือ
‎การสร้างปัญญาประดิษฐ์เพิ่ม

1302
01:15:03,081 --> 01:15:08,003
‎เพื่อหารูปแบบของการใช้บริการ
‎ในแบบที่คนจริงๆ ไม่น่าจะทำ

1303
01:15:08,212 --> 01:15:11,840
‎เรายอมให้นักเทคโนโลยีโทษว่าสิ่งนี้คือปัญหา

1304
01:15:11,924 --> 01:15:13,884
‎ที่พวกเขาจำเป็นต้องแก้ไข

1305
01:15:15,135 --> 01:15:16,470
‎มันเป็นคำโกหก

1306
01:15:17,679 --> 01:15:20,724
‎ผู้คนพูดถึงเอไอเหมือนกับว่ามันรู้ความจริง

1307
01:15:21,683 --> 01:15:23,685
‎เอไอแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้

1308
01:15:24,269 --> 01:15:27,189
‎เอไอแก้ปัญหาเรื่องข่าวปลอมไม่ได้

1309
01:15:28,649 --> 01:15:30,651
‎กูเกิลไม่มีโอกาสที่จะบอกว่า

1310
01:15:31,109 --> 01:15:34,154
‎"นี่เป็นทฤษฎีสมคบคิด หรือนี่คือความจริง"

1311
01:15:34,696 --> 01:15:36,240
‎เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าอะไรจริง

1312
01:15:36,823 --> 01:15:40,410
‎พวกเขาไม่มีตัวแทนความจริงที่ดีไปกว่าการคลิก

1313
01:15:41,870 --> 01:15:45,040
‎ถ้าเราตกลงกันไม่ได้ว่าอะไรจริง

1314
01:15:45,207 --> 01:15:47,584
‎หรือว่ามันมีความจริงอยู่

1315
01:15:48,293 --> 01:15:49,127
‎เราก็เจ๊ง

1316
01:15:49,753 --> 01:15:52,089
‎นี่คือปัญหาที่อยู่ใต้ปัญหาอื่นๆ

1317
01:15:52,172 --> 01:15:54,424
‎เพราะถ้าเราตกลงกันไม่ได้ว่าอะไรจริง

1318
01:15:55,092 --> 01:15:57,803
‎เราก็หาทางออกจากปัญหาอื่นๆ ของเราไม่ได้

1319
01:16:05,435 --> 01:16:07,729
‎เราควรเสนอให้เขาติดตามชมรมฟุตบอลโลกแบน

1320
01:16:07,813 --> 01:16:10,107
‎เลิกโชว์อัปเดตเรื่องกีฬาให้เขา
‎เขาไม่สนใจมันแล้ว

1321
01:16:39,970 --> 01:16:42,764
‎คนจำนวนมากในซิลิคอนแวลลีย์
‎เห็นพ้องกับทฤษฎีที่ว่า

1322
01:16:42,848 --> 01:16:44,766
‎เรากำลังสร้างสุดยอดสมองระดับโลก

1323
01:16:45,309 --> 01:16:48,020
‎และผู้ใช้ของเราเป็นแค่เซลล์ประสาทเล็กๆ
‎ที่สามารถทดแทนได้

1324
01:16:48,103 --> 01:16:49,563
‎ไม่มีเซลล์ไหนที่สำคัญ

1325
01:16:50,230 --> 01:16:53,150
‎และมันก็สะกดให้คนเรายอมรับบทบาทพิลึกๆ

1326
01:16:53,233 --> 01:16:56,069
‎ซึ่งคุณนั้นเป็นแค่องค์ประกอบคอมพิวเตอร์ชิ้นเล็กๆ

1327
01:16:56,153 --> 01:16:58,905
‎ที่เราตั้งโปรแกรมผ่านการควบคุมพฤติกรรม

1328
01:16:58,989 --> 01:17:02,159
‎เพื่อรับใช้สมองลูกใหญ่ลูกนี้
‎และคุณก็ไม่ได้สำคัญอะไร

1329
01:17:02,451 --> 01:17:04,911
‎คุณไม่ได้รับค่าจ้าง คุณไม่ได้รับการยอมรับ

1330
01:17:04,995 --> 01:17:06,455
‎คุณไม่สามารถตัดสินใจอะไรเอง

1331
01:17:06,538 --> 01:17:09,416
‎เราจะแอบชักจูงคุณ เพราะคุณเป็นแค่จุดต่อเชื่อม

1332
01:17:09,499 --> 01:17:12,336
‎ฉะนั้นเราต้องตั้งโปรแกรมคุณ
‎เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณทำกับจุดต่อเชื่อม

1333
01:17:20,093 --> 01:17:20,927
‎ให้ตายสิ

1334
01:17:21,928 --> 01:17:25,140
‎เวลาที่คุณคิดถึงเทคโนโลยี
‎และการมีอยู่ของมันในฐานะภัยคุกคามมนุษย์

1335
01:17:25,349 --> 01:17:27,768
‎มันเป็นคำพูดที่ฟังดูใหญ่โตและ...

1336
01:17:29,603 --> 01:17:33,982
‎มันง่ายดายมากที่ในหัวคุณจะคิดว่า
‎"โอเค นี่ฉันกับโทรศัพท์...

1337
01:17:35,609 --> 01:17:36,985
‎ฉันเลื่อน ฉันคลิก ฉันใช้มัน

1338
01:17:37,319 --> 01:17:38,987
‎แล้วไหนล่ะภัยคุกคามมนุษย์

1339
01:17:40,280 --> 01:17:41,615
‎โอเค มันมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์

1340
01:17:41,698 --> 01:17:43,617
‎อยู่ที่อีกฝั่งของหน้าจอและชี้มาที่สมองฉัน

1341
01:17:44,534 --> 01:17:47,537
‎บอกให้ฉันดูวิดีโอเพิ่มอีกตัว
‎แต่ไหนล่ะภัยคุกคามมนุษย์"

1342
01:17:54,252 --> 01:17:59,341
‎เทคโนโลยีมันไม่ใช่ภัยคุกคามมนุษย์

1343
01:18:02,636 --> 01:18:04,346
‎(สมาชิกวุฒิสภาไต่สวนเรื่อง
‎เทคโนโลยีการชักจูง)

1344
01:18:04,429 --> 01:18:08,850
‎แต่ความสามารถของเทคโนโลยี
‎ทำให้สังคมเสื่อมทราม

1345
01:18:09,559 --> 01:18:13,522
‎และสังคมที่เสื่อมทรามคือภัยคุกคามมนุษย์

1346
01:18:13,605 --> 01:18:15,899
‎(วุฒิสภาสหรัฐฯ)

1347
01:18:18,819 --> 01:18:23,115
‎ถ้าเทคโนโลยีทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย

1348
01:18:23,198 --> 01:18:24,783
‎ความรุนแรง ความหยาบคาย

1349
01:18:24,866 --> 01:18:26,368
‎ความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน

1350
01:18:27,285 --> 01:18:30,414
‎ความโดดเดี่ยว ความแปลกแยก
‎ความแบ่งฝักฝ่ายที่เพิ่มขึ้น

1351
01:18:30,706 --> 01:18:33,333
‎การแทรกแซงการเลือกตั้ง ประชานิยม

1352
01:18:33,917 --> 01:18:36,795
‎ความไขว้เขวและไร้สมรรถภาพ
‎ที่จะมองให้เห็นปัญหาจริงๆ ...

1353
01:18:37,963 --> 01:18:39,256
‎นั่นก็คือสังคม

1354
01:18:40,340 --> 01:18:46,388
‎และตอนนี้สังคมมันก็ไม่สามารถเยียวยาตัวเอง

1355
01:18:46,471 --> 01:18:48,515
‎และกำลังเสื่อมถอยไปสู่ความวุ่นวาย

1356
01:18:51,977 --> 01:18:55,021
‎เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อทุกคน
‎ต่อให้คุณไม่ใช้ผลิตภัณฑ์พวกนี้

1357
01:18:55,522 --> 01:18:57,524
‎ของเหล่านี้กลายเป็นแฟรงเกนไสตน์ดิจิทัล

1358
01:18:57,607 --> 01:19:00,068
‎ซึ่งกำลังเปลี่ยนโลกไปตามภาพที่มันวางไว้

1359
01:19:00,152 --> 01:19:01,862
‎ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพจิตเด็ก

1360
01:19:01,945 --> 01:19:04,489
‎หรือการเมืองและวาทกรรมการเมืองของเรา

1361
01:19:04,740 --> 01:19:07,492
‎โดยไม่ต้องรับผิดชอบ
‎เรื่องที่มันเข้าควบคุมการถกเถียงสาธารณะ

1362
01:19:07,576 --> 01:19:10,287
‎- ทีนี้กลับมาที่...
‎- แล้วคุณคิดว่าใครต้องรับผิดชอบ

1363
01:19:10,662 --> 01:19:13,582
‎ผมคิดว่าเราต้องให้แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบ

1364
01:19:13,665 --> 01:19:15,584
‎เพราะเมื่อมันควบคุมโฆษณาการเลือกตั้ง

1365
01:19:15,667 --> 01:19:17,794
‎มันย่อมมีหน้าที่ปกป้องการเลือกตั้ง

1366
01:19:17,878 --> 01:19:20,380
‎เมื่อมันเข้าควบคุมสุขภาพจิตเด็ก
‎หรือการ์ตูนเช้าวันเสาร์

1367
01:19:20,464 --> 01:19:22,382
‎มันก็ต้องปกป้องการ์ตูนเช้าวันเสาร์

1368
01:19:23,717 --> 01:19:27,929
‎การแข่งขันเพื่อดึงความสนใจผู้คนมันไม่หายไป

1369
01:19:28,555 --> 01:19:31,850
‎เทคโนโลยีของเราจะยิ่งประสาน
‎เข้ากับชีวิตเรามากขึ้น ไม่มีน้อยลง

1370
01:19:32,017 --> 01:19:34,895
‎เอไอจะคำนวณได้ดีขึ้นว่า
‎อะไรที่ทำให้เราอยู่ติดกับหน้าจอได้

1371
01:19:34,978 --> 01:19:37,105
‎ไม่ใช่คำนวณได้แย่ลง

1372
01:19:38,940 --> 01:19:42,027
‎ผมอายุ 62 แล้ว

1373
01:19:42,110 --> 01:19:44,571
‎ผมแก่ลงทุกๆ นาทีที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้

1374
01:19:45,238 --> 01:19:47,365
‎แต่ผมจะบอกคุณว่า...

1375
01:19:48,909 --> 01:19:52,370
‎ผมขอตายเสียจะดีกว่าและผมจะขอบคุณที่ตายด้วย

1376
01:19:52,454 --> 01:19:54,122
‎จะได้ไม่ต้องเห็นเรื่องเลวร้ายนี้เกิดขึ้น

1377
01:19:54,790 --> 01:19:59,586
‎เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้ทำผมกลัวแทบตาย

1378
01:20:01,129 --> 01:20:03,048
‎คุณคิดเหมือนกันกับผมไหม

1379
01:20:03,423 --> 01:20:06,760
‎หรือว่าผมตื่นตูมกับสถานการณ์
‎ที่ผมยังเข้าใจไม่ดีพอนี้เกินไป

1380
01:20:09,930 --> 01:20:11,056
‎คุณกังวลกับอะไรที่สุด

1381
01:20:15,519 --> 01:20:18,480
‎ผมคิดว่าความเป็นไปได้ในระยะสั้นที่สุดก็...

1382
01:20:19,523 --> 01:20:20,398
‎สงครามกลางเมือง

1383
01:20:24,444 --> 01:20:29,908
‎ถ้าเราคงสภาพการณ์ปัจจุบัน
‎ต่อไปอีกสัก 20 ปี...

1384
01:20:31,117 --> 01:20:34,579
‎เราอาจจะทำลายอารยธรรมของเรา
‎ด้วยความไม่รู้ที่จงใจ

1385
01:20:34,663 --> 01:20:37,958
‎เราคงไม่อาจรับมือกับภาวะโลกร้อนได้

1386
01:20:38,041 --> 01:20:42,087
‎เราคงบ่อนทำลายประชาธิปไตยโลก

1387
01:20:42,170 --> 01:20:45,924
‎มันคงตกสู่หล่มของความล้มเหลว
‎ของรัฐอัตตาธิปไตย

1388
01:20:46,216 --> 01:20:48,426
‎เราคงทำลายเศรษฐกิจโลก

1389
01:20:49,177 --> 01:20:52,097
‎เราอาจอยู่ไม่รอด

1390
01:20:52,347 --> 01:20:54,808
‎ผมมองมันเป็นภัยคุกคามมนุษย์จริงๆ

1391
01:21:02,524 --> 01:21:04,693
‎นี่จะเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่รู้ว่า

1392
01:21:05,068 --> 01:21:08,488
‎โลกเคยเป็นยังไงก่อนภาพมายา
‎จะเข้ามาแทนที่หรือเปล่า

1393
01:21:11,074 --> 01:21:13,994
‎คุณจะตื่นจากเมทริกซ์ได้ยังไง
‎ถ้าคุณไม่รู้ตัวว่าอยู่ในเมทริกซ์

1394
01:21:17,747 --> 01:21:23,253
‎("มันคือยูโทเปียหรือการหลงลืม
‎นั่นจะเป็นการแข่งวิ่งผลัด")

1395
01:21:23,336 --> 01:21:27,299
‎("ที่ดำเนินไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย..."
‎บักมินสเตอร์ ฟุลเลอร์)

1396
01:21:27,424 --> 01:21:30,552
‎หลายๆ อย่างที่เราพูดมันฟังเหมือนเป็น...

1397
01:21:31,511 --> 01:21:33,597
‎หายนะจากมุมเราฝ่ายเดียว

1398
01:21:33,763 --> 01:21:36,808
‎แบบ "พระเจ้าช่วย เทคโนโลยีทำลายโลก

1399
01:21:36,892 --> 01:21:38,059
‎และมันทำลายเด็กๆ"

1400
01:21:38,143 --> 01:21:39,269
‎และมันแบบ ใช่เหรอ

1401
01:21:40,228 --> 01:21:45,567
‎ที่เราสับสนก็เพราะมันเป็นทั้งยูโทเปีย
‎และดิสโทเปียในเวลาเดียวกัน

1402
01:21:45,942 --> 01:21:50,447
‎แบบว่าผมสามารถกดปุ่มในโทรศัพท์
‎แล้วรถก็มาใน 30 วินาที

1403
01:21:50,530 --> 01:21:52,532
‎ทีนี้ผมก็สามารถไปที่ที่ต้องไปได้

1404
01:21:52,991 --> 01:21:55,660
‎นั่นคือเวทมนตร์ มันมหัศจรรย์

1405
01:21:56,244 --> 01:21:57,662
‎ตอนที่เราสร้างปุ่ม "ไลก์" ขึ้นมา

1406
01:21:57,746 --> 01:22:01,249
‎ความตั้งใจของเราคือ "เราจะส่งต่อ
‎พลังบวกและความรักในโลกได้ไหม"

1407
01:22:01,499 --> 01:22:05,003
‎ความคิดที่ว่าพอข้ามมาถึงวันนี้แล้ว
‎เด็กวัยรุ่นจะรู้สึกหดหู่

1408
01:22:05,086 --> 01:22:06,379
‎เวลาที่ได้ยอดไลก์ไม่พอ

1409
01:22:06,463 --> 01:22:08,632
‎หรือมันจะนำไปสู่การแบ่งขั้วทางการเมือง

1410
01:22:08,715 --> 01:22:09,883
‎ไม่ได้อยู่ในหัวเราเลย

1411
01:22:10,091 --> 01:22:12,135
‎ผมไม่คิดว่าคนพวกนี้ตั้งใจจะเป็นวายร้าย

1412
01:22:13,511 --> 01:22:15,513
‎ปัญหามันอยู่ที่โมเดลธุรกิจ

1413
01:22:15,847 --> 01:22:20,226
‎คุณสามารถยุติการให้บริการ
‎และทำลายอะไรก็ตามแต่

1414
01:22:20,310 --> 01:22:24,064
‎อย่างมูลค่าผู้ถือหุ้นสองหมื่นล้าน
‎แล้วโดนฟ้อง และ...

1415
01:22:24,606 --> 01:22:27,108
‎แต่ในทางปฏิบัติ คุณนำยักษ์กลับเข้าตะเกียงไม่ได้

1416
01:22:27,400 --> 01:22:29,986
‎คุณปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ในท้ายที่สุด

1417
01:22:30,487 --> 01:22:34,032
‎คุณยังต้องเพิ่มยอดรายได้และการใช้งาน
‎ในทุกๆ ไตรมาส

1418
01:22:34,658 --> 01:22:37,369
‎ยิ่งมันใหญ่ขึ้นเท่าไร จะให้ทุกคนเปลี่ยนมันก็ยาก

1419
01:22:38,495 --> 01:22:43,458
‎สิ่งที่ผมเห็นคือกลุ่มคนที่ติดกับดักของโมเดลธุรกิจ

1420
01:22:43,541 --> 01:22:46,169
‎สิ่งจูงใจในรูปตัวเงินและแรงกดดันของผู้ถือหุ้น

1421
01:22:46,378 --> 01:22:48,922
‎มันทำให้พวกเขาแทบจะทำอะไรอื่นไม่ได้เลย

1422
01:22:49,172 --> 01:22:50,924
‎เราคงต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่ปัญหา

1423
01:22:51,007 --> 01:22:52,968
‎ถ้าบริษัทจะพุ่งเป้าไปที่การหาเงิน

1424
01:22:53,259 --> 01:22:56,721
‎ปัญหาจะเกิดก็ต่อเมื่อมันไม่มีกฎ
‎ไม่มีระเบียบ และไม่มีการแข่งขัน

1425
01:22:56,888 --> 01:23:00,684
‎และบริษัทนั้นก็วางตัวประหนึ่งว่า
‎ตนเป็นรัฐบาลโดยพฤตินัย

1426
01:23:01,142 --> 01:23:03,353
‎และพูดว่า "เราตั้งกฎให้ตัวเองได้"

1427
01:23:03,436 --> 01:23:05,605
‎มันเป็นเรื่องโกหก เป็นเรื่องที่บ้าบอมาก

1428
01:23:06,064 --> 01:23:09,150
‎สิ่งจูงใจในรูปตัวเงินควบคุมโลก

1429
01:23:09,234 --> 01:23:15,573
‎วิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้
‎จึงต้องปรับสิ่งจูงใจในรูปตัวเงิน

1430
01:23:16,116 --> 01:23:18,785
‎บริษัทเหล่านี้ไม่มีเหตุผล
‎ทางด้านงบประมาณให้ต้องเปลี่ยน

1431
01:23:19,119 --> 01:23:20,996
‎ผมถึงคิดว่าเราต้องการระเบียบข้อบังคับ

1432
01:23:21,413 --> 01:23:24,165
‎บริษัทโทรศัพท์มีข้อมูลที่อ่อนไหว
‎ของคุณเป็นจำนวนมาก

1433
01:23:24,374 --> 01:23:27,252
‎และเราก็มีกฎหมายหลายข้อ
‎เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ทำเรื่องไม่ดี

1434
01:23:27,627 --> 01:23:31,506
‎แต่เราแทบไม่มีกฎหมายควบคุม
‎ในเรื่องความเป็นส่วนตัวดิจิทัล

1435
01:23:31,715 --> 01:23:34,300
‎เราควรเก็บภาษีการรวบรวมข้อมูล
‎และประมวลผล

1436
01:23:34,509 --> 01:23:37,554
‎แบบเดียวกับที่เรียกเก็บค่าน้ำประปาของคุณ

1437
01:23:37,637 --> 01:23:39,723
‎ด้วยการจับตาดูปริมาตรน้ำที่คุณใช้

1438
01:23:40,015 --> 01:23:43,226
‎คุณต้องเก็บภาษีสินทรัพย์ข้อมูลที่บริษัทเหล่านี้มี

1439
01:23:43,309 --> 01:23:45,145
‎ทีนี้พวกเขาก็มีเหตุผลด้านงบประมาณ

1440
01:23:45,311 --> 01:23:47,731
‎ให้เลิกเก็บข้อมูลทั้งหมดในโลก

1441
01:23:48,106 --> 01:23:50,650
‎กฎหมายยังตามของพวกนี้ไม่ทัน

1442
01:23:50,817 --> 01:23:55,864
‎แต่ที่ผมรู้ก็คือในสถานการณ์ปัจจุบัน
‎เขาไม่ได้สนใจเรื่องการปกป้องผู้ใช้

1443
01:23:55,947 --> 01:23:58,700
‎แต่เป็นการปกป้องสิทธิความชอบธรรม

1444
01:23:58,783 --> 01:24:01,453
‎ของบริษัทยักษ์ใหญ่แสนมั่งคั่งพวกนี้

1445
01:24:02,245 --> 01:24:05,832
‎เราต้องยอมจำนนให้กับคนที่รวยที่สุด
‎และทรงอิทธิพลที่สุดงั้นเหรอ

1446
01:24:05,915 --> 01:24:07,417
‎หรือเราจะพูดว่า

1447
01:24:07,959 --> 01:24:12,047
‎"รู้ไหม ในบางเวลา ผลประโยชน์ของชาติ

1448
01:24:12,130 --> 01:24:15,592
‎ในบางเวลา ผลประโยชน์ของประชาชน
‎ของผู้ใช้งาน

1449
01:24:15,675 --> 01:24:17,177
‎ก็มีความสำคัญมากกว่า

1450
01:24:18,011 --> 01:24:21,014
‎ผลกำไรของคนที่เป็นมหาเศรษฐีอยู่แล้ว"

1451
01:24:21,890 --> 01:24:26,311
‎ตลาดเหล่านี้บ่อนเซาะประชาธิปไตย
‎และบ่อนเซาะเสรีภาพ

1452
01:24:26,686 --> 01:24:28,396
‎มันควรถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

1453
01:24:29,147 --> 01:24:31,608
‎นี่ไม่ใช่ข้อเสนอที่สุดโต่ง

1454
01:24:31,900 --> 01:24:33,902
‎มีบางตลาดที่เรานับว่าผิดกฎหมาย

1455
01:24:34,277 --> 01:24:36,654
‎เรานับการค้าอวัยวะมนุษย์ว่าผิดกฎหมาย

1456
01:24:37,155 --> 01:24:39,532
‎เรานับการค้าทาสว่าผิดกฎหมาย

1457
01:24:39,949 --> 01:24:44,037
‎เพราะพวกมันส่งผลลัพธ์
‎ที่เป็นภัยร้ายแรงอันหลีกเลี่ยงไม่ได้

1458
01:24:44,621 --> 01:24:45,830
‎เราอาศัยอยู่ในโลก

1459
01:24:45,914 --> 01:24:50,001
‎ที่ต้นไม้ตายมีมูลค่าทางการเงิน
‎มากกว่าต้นไม้ที่ยังมีชีวิต

1460
01:24:50,210 --> 01:24:53,755
‎โลกที่ปลาวาฬตายมีมูลค่ามากกว่าเป็น

1461
01:24:53,922 --> 01:24:56,341
‎และตราบใดที่เศรษฐกิจทำงานในรูปแบบนั้น

1462
01:24:56,424 --> 01:24:58,218
‎และบริษัทยังขาดกฎหมายควบคุม

1463
01:24:58,343 --> 01:25:00,678
‎พวกเขาก็ยังจะตัดไม้ทำลายป่า

1464
01:25:00,762 --> 01:25:01,763
‎ฆ่าปลาวาฬ

1465
01:25:01,846 --> 01:25:06,101
‎ขุดเจาะเหมืองและสูบน้ำมันขึ้นจากดินกันต่อไป

1466
01:25:06,184 --> 01:25:08,394
‎ถึงแม้จะรู้ว่านั่นเป็นการทำลายโลก

1467
01:25:08,478 --> 01:25:12,023
‎และส่งต่อโลกที่เลวร้ายยิ่งกว่าให้แก่คนรุ่นหลัง

1468
01:25:12,232 --> 01:25:13,858
‎นี่คือการคิดในระยะสั้น

1469
01:25:13,942 --> 01:25:16,611
‎ซึ่งอิงจากลัทธิมุ่งเน้นผลกำไร

1470
01:25:16,778 --> 01:25:20,156
‎ราวกับว่าการที่แต่ละบริษัทคำนึงถึง
‎เพียงประโยชน์ส่วนตัว

1471
01:25:20,240 --> 01:25:21,950
‎จะทำให้ได้ผลลัพธ์การผลิตที่ดีที่สุด

1472
01:25:22,242 --> 01:25:24,494
‎เรื่องนี้ส่งผลกับสภาพแวดล้อมมานานแล้ว

1473
01:25:24,702 --> 01:25:27,288
‎สิ่งที่น่ากลัวและอาจเป็นฟางเส้นสุดท้าย

1474
01:25:27,372 --> 01:25:29,207
‎ที่จะทำให้เราตื่นรู้ในระดับอารยธรรม

1475
01:25:29,290 --> 01:25:31,709
‎ว่าทฤษฎีนี้มันบกพร่องมาตั้งแต่แรกยังไง

1476
01:25:31,793 --> 01:25:35,004
‎ก็คือการตระหนักว่าตอนนี้
‎เราเป็นต้นไม้และปลาวาฬ

1477
01:25:35,088 --> 01:25:36,923
‎ความสนใจเรากลายเป็นเหมืองให้ขุดเจาะ

1478
01:25:37,132 --> 01:25:39,134
‎เราจะทำให้บริษัทได้ผลประโยชน์มากขึ้น

1479
01:25:39,217 --> 01:25:41,594
‎ถ้าเราใช้เวลาไปกับการจ้องหน้าจอ

1480
01:25:41,678 --> 01:25:42,971
‎และมองดูโฆษณา

1481
01:25:43,054 --> 01:25:45,723
‎มากกว่าเอาเวลาเหล่านั้นมาใช้ชีวิตอย่างรุ่มรวย

1482
01:25:45,974 --> 01:25:47,559
‎และเราก็เห็นผลลัพธ์ของเรื่องนั้น

1483
01:25:47,642 --> 01:25:50,687
‎เราเห็นบริษัทกำลังใช้ปัญญาประดิษฐ์ทรงพลัง

1484
01:25:50,770 --> 01:25:53,648
‎มาเอาชนะสติปัญญาเรา
‎และหาวิธีดึงเอาความสนใจเรา

1485
01:25:53,731 --> 01:25:55,358
‎ไปไว้ยังสิ่งที่พวกเขาอยากให้เราดู

1486
01:25:55,441 --> 01:25:57,277
‎มากกว่าสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมาย

1487
01:25:57,360 --> 01:25:59,237
‎และคุณค่าและชีวิตของเรามากที่สุด

1488
01:26:02,991 --> 01:26:04,450
‎(สตีฟ จอบส์ ผู้บรรยายหลักวันนี้)

1489
01:26:05,368 --> 01:26:06,911
‎สำหรับผม คอมพิวเตอร์ก็คือ...

1490
01:26:06,995 --> 01:26:10,290
‎มันคืออุปกรณ์ที่น่าทึ่งที่สุดที่เราเคยคิดค้นขึ้น

1491
01:26:11,124 --> 01:26:13,877
‎และมันเทียบเท่าได้กับจักรยาน
‎สำหรับความคิดของเรา

1492
01:26:15,628 --> 01:26:20,091
‎ไอเดียเรื่องเทคโนโลยีที่มีมนุษยธรรม
‎ซิลิคอนแวลลีย์เริ่มต้นมาจากตรงนั้น

1493
01:26:21,050 --> 01:26:25,722
‎และเราก็ได้หลงลืมมันไป
‎เพราะทำแบบนั้นมันลงตัวกว่า

1494
01:26:25,805 --> 01:26:27,265
‎ถึงแม้ว่ามันจะไม่ถูกต้อง

1495
01:26:27,557 --> 01:26:29,726
‎อินเทอร์เน็ตเป็นที่ที่แปลกประหลาด

1496
01:26:29,976 --> 01:26:31,394
‎มันคือการทดลอง

1497
01:26:31,477 --> 01:26:34,731
‎มีเรื่องสร้างสรรค์เกิดขึ้นในอินเทอร์เน็ต
‎และแน่นอนว่ามันก็ยังเป็นอยู่

1498
01:26:34,814 --> 01:26:38,359
‎แต่มันก็เป็นเหมือนกับห้างขนาดใหญ่

1499
01:26:38,693 --> 01:26:44,157
‎ฉันรู้สึกว่า "พระเจ้า
‎มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ"

1500
01:26:46,743 --> 01:26:47,994
‎ฉันคงเป็นพวกมองโลกในแง่ดี

1501
01:26:48,494 --> 01:26:52,040
‎เพราะฉันคิดว่าเราสามารถเปลี่ยน
‎วิธีการและหน้าตาของโซเชียลมีเดียได้

1502
01:26:54,292 --> 01:26:57,921
‎วิธีการทำงานของเทคโนโลยี
‎มันไม่ใช่กฎฟิสิกส์ มันไม่ได้ตายตัว

1503
01:26:58,004 --> 01:27:02,050
‎มันคือตัวเลือกที่มนุษย์อย่างผมได้เลือก

1504
01:27:03,009 --> 01:27:05,678
‎และมนุษย์ก็สามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีพวกนั้น

1505
01:27:06,971 --> 01:27:09,974
‎คำถามสำหรับตอนนี้ก็คือ
‎เราพร้อมจะยอมรับหรือไม่

1506
01:27:10,475 --> 01:27:15,188
‎ว่าผลลัพธ์เลวร้ายเหล่านั้น
‎คือผลผลิตโดยตรงจากงานของเรา

1507
01:27:21,152 --> 01:27:24,614
‎เราเป็นคนสร้างสิ่งเหล่านี้
‎เราจึงมีหน้าที่ที่ต้องเปลี่ยนมัน

1508
01:27:37,210 --> 01:27:42,298
‎โมเดลการรีดเอาความสนใจ
‎ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากนำมาใช้กับมนุษย์

1509
01:27:46,094 --> 01:27:48,137
‎มีแค่ฉันหรือว่า...

1510
01:27:49,847 --> 01:27:50,682
‎ไอ้น่าสมเพช

1511
01:27:51,516 --> 01:27:53,226
‎สายใยของสังคมที่มีสุขภาพดี

1512
01:27:53,309 --> 01:27:56,145
‎จะเกิดขึ้นถ้าเราโละโมเดลธุรกิจ
‎ที่บ่อนเซาะมันออกไป

1513
01:28:04,696 --> 01:28:07,782
‎เราสามารถเรียกร้องให้มีการออกแบบ
‎ผลิตภัณฑ์อย่างมีมนุษยธรรมได้

1514
01:28:09,409 --> 01:28:13,121
‎เราเรียกร้องให้พวกเขาเลิกมองเรา
‎เป็นแหล่งทรัพยากรให้ขูดรีดได้

1515
01:28:15,164 --> 01:28:18,334
‎ด้วยความตั้งใจที่ว่า
‎"เราจะทำให้โลกดีขึ้นได้ยังไง"

1516
01:28:20,461 --> 01:28:23,798
‎จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สิ่งที่ดีกว่า

1517
01:28:23,881 --> 01:28:26,342
‎จะเกิดขึ้นเมื่อมีคนออกมาพูดว่า

1518
01:28:26,551 --> 01:28:28,177
‎"นี่มันงี่เง่า เราทำได้ดีกว่านี้"

1519
01:28:29,178 --> 01:28:32,557
‎เช่นนักวิจารณ์ที่ขับเคลื่อนการพัฒนา

1520
01:28:33,141 --> 01:28:35,560
‎ผู้วิจารณ์ที่มองโลกในแง่ดีอย่างแท้จริง

1521
01:28:38,313 --> 01:28:39,147
‎สวัสดี

1522
01:28:46,195 --> 01:28:47,697
‎ฟังดูบ้าใช่ไหมล่ะครับ

1523
01:28:47,780 --> 01:28:51,534
‎ระบบพื้นฐานของเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมา...

1524
01:28:52,994 --> 01:28:54,704
‎ให้มุ่งหน้าไปในทิศทางที่ดี

1525
01:28:55,246 --> 01:28:56,873
‎ทั้งระบบเลย

1526
01:28:56,956 --> 01:29:00,626
‎มันเลยคงฟังดูบ้าที่จะบอกว่า
‎เราต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องนั้น

1527
01:29:01,169 --> 01:29:02,670
‎แต่นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ

1528
01:29:04,380 --> 01:29:05,381
‎คิดว่าเราจะทำได้ไหม

1529
01:29:07,383 --> 01:29:08,217
‎ต้องได้ครับ

1530
01:29:21,314 --> 01:29:24,859
‎คุณดูจะมองโลกในแง่ดีมาก

1531
01:29:26,194 --> 01:29:27,195
‎มันฟังดูแบบนั้นเหรอ

1532
01:29:27,487 --> 01:29:30,114
‎ครับ คือผมไม่คิดว่าคุณยังพูดแบบนั้นได้

1533
01:29:30,198 --> 01:29:33,159
‎เพราะผมเอาแต่บอกว่า "จริงๆ นะ
‎ผมรู้สึกเหมือนเรากำลังพุ่งลงเหว

1534
01:29:33,493 --> 01:29:35,328
‎ผมรู้สึกว่าเรากำลังพุ่งแบบติดจรวด

1535
01:29:35,411 --> 01:29:37,288
‎และจะพ้นเคราะห์ได้ก็คงต้องพึ่งปาฏิหาริย์"

1536
01:29:37,914 --> 01:29:40,166
‎และปาฏิหาริย์นั้นก็คือเจตจำนงร่วม

1537
01:29:41,000 --> 01:29:44,379
‎ฉันมองโลกในแง่ดีว่าเราจะหาทางออกได้

1538
01:29:44,670 --> 01:29:46,923
‎แต่ฉันคิดว่ามันคงต้องใช้เวลานาน

1539
01:29:47,131 --> 01:29:50,385
‎เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา

1540
01:29:50,468 --> 01:29:55,890
‎ฉันคิดว่าความล้มเหลวสำคัญ
‎ในด้านเทคโนโลยีทุกวันนี้

1541
01:29:55,973 --> 01:29:58,643
‎คือความล้มเหลวในแง่การเป็นผู้นำ

1542
01:29:58,726 --> 01:30:01,979
‎ให้ผู้คนออกมาพูดคุยกันแบบเปิดอก

1543
01:30:02,063 --> 01:30:05,983
‎ไม่ใช่แค่เรื่องอะไรที่ใช้ได้ดี
‎แต่รวมถึงอะไรที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ

1544
01:30:06,192 --> 01:30:08,277
‎เพื่อที่จะได้มีใครเข้ามาและสร้างสิ่งใหม่

1545
01:30:08,444 --> 01:30:10,321
‎ถึงท้ายที่สุดแล้ว

1546
01:30:10,405 --> 01:30:14,617
‎เครื่องจักรนี้มันจะไม่ย้อนกลับ
‎เว้นแต่สาธารณชนจะร่วมกันกดดัน

1547
01:30:14,700 --> 01:30:18,121
‎ด้วยการพูดคุยกันและแสดงความคิดเห็น

1548
01:30:18,413 --> 01:30:20,790
‎และในบางกรณีก็ผ่านเทคโนโลยีพวกนี้

1549
01:30:21,165 --> 01:30:24,252
‎เราถึงจะเริ่มเปลี่ยนกระแสได้
‎เราถึงจะเริ่มเปลี่ยนบทสนทนาได้

1550
01:30:24,335 --> 01:30:27,004
‎มันอาจฟังดูแปลกๆ
‎แต่มันคือโลกของผม สังคมของผม

1551
01:30:27,088 --> 01:30:29,632
‎ผมไม่เกลียดพวกเขา
‎ผมไม่ได้คิดร้ายกับกูเกิลหรือเฟซบุ๊ก

1552
01:30:29,715 --> 01:30:32,343
‎ผมแค่อยากปฏิรูปเพื่อไม่ให้พวกเขาทำลายโลก
‎นึกออกไหม

1553
01:30:33,010 --> 01:30:35,513
‎ผมลบการติดตั้งแอปนับสิบในโทรศัพท์

1554
01:30:35,596 --> 01:30:37,723
‎ที่ผมรู้สึกว่ามันผลาญเวลาของผม

1555
01:30:37,807 --> 01:30:40,685
‎แอปโซเชียลมีเดียทั้งหมด แอปข่าวทั้งหมด

1556
01:30:40,768 --> 01:30:42,520
‎และผมก็ปิดการแจ้งเตือน

1557
01:30:42,603 --> 01:30:45,815
‎แอปอะไรก็ตามที่จะมาสั่นขาผมด้วยข้อมูล

1558
01:30:45,898 --> 01:30:48,943
‎ที่ผิดกาลเทศะและไม่ได้สำคัญกับผมตอนนั้น

1559
01:30:49,026 --> 01:30:51,279
‎เป็นเหตุผลเดียวกันที่ผมไม่เก็บคุกกี้ไว้ในกระเป๋า

1560
01:30:51,362 --> 01:30:53,197
‎ลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ได้รับ

1561
01:30:53,281 --> 01:30:54,449
‎ปิดการแจ้งเตือน

1562
01:30:54,532 --> 01:30:55,950
‎ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมด

1563
01:30:56,033 --> 01:30:58,536
‎ผมไม่ใช้กูเกิลอีกแล้ว ผมใช้ควอนท์

1564
01:30:58,619 --> 01:31:01,497
‎มันไม่เก็บประวัติการค้นหา

1565
01:31:01,664 --> 01:31:04,459
‎อย่าไปรับวิดีโอที่แนะนำมาให้คุณในยูทูบ

1566
01:31:04,542 --> 01:31:07,003
‎ให้เลือกเสมอ นี่เป็นวิธีสู้อีกวิธี

1567
01:31:07,086 --> 01:31:12,133
‎โครมมีส่วนขยายเป็นร้อย
‎ที่ช่วยถอดการแนะนำออกให้

1568
01:31:12,216 --> 01:31:15,136
‎ผมชอบจังที่คุณแนะนำวิธียกเลิกสิ่งที่คุณคิดค้นขึ้น

1569
01:31:15,720 --> 01:31:16,554
‎ครับ

1570
01:31:16,929 --> 01:31:21,642
‎ก่อนจะแชร์ ให้เช็คข้อเท็จจริง
‎พิจารณาแหล่งที่มา และค้นกูเกิลเพิ่มเติม

1571
01:31:21,726 --> 01:31:25,104
‎ถ้าเกิดมันดูเหมือนอะไรที่ออกแบบมา
‎เพื่อปลุกปั่นอารมณ์ของคุณ

1572
01:31:25,188 --> 01:31:26,397
‎มันก็อาจจะใช่

1573
01:31:26,689 --> 01:31:29,025
‎โดยเนื้อแท้ คุณลงคะแนนเสียงด้วยการคลิก

1574
01:31:29,108 --> 01:31:30,359
‎ถ้าคุณคลิกโพสต์คลิกเบต

1575
01:31:30,443 --> 01:31:33,779
‎คุณก็ได้สร้างสิ่งจูงใจในรูปตัวเงิน
‎ซึ่งหล่อเลี้ยงระบบที่มีอยู่ให้คงทนถาวร

1576
01:31:33,863 --> 01:31:36,949
‎คุณต้องรับข้อมูลที่แตกต่างหลากหลาย

1577
01:31:37,033 --> 01:31:37,909
‎ในชีวิตของคุณ

1578
01:31:37,992 --> 01:31:40,995
‎ฉันติดตามคนที่ไม่เห็นด้วยในทวิตเตอร์

1579
01:31:41,078 --> 01:31:44,207
‎เพราะฉันอยากจะเห็นมุมมองที่แตกต่าง

1580
01:31:44,665 --> 01:31:46,584
‎ลองสังเกตว่าหลายคนในวงการเทคโนโลยี

1581
01:31:46,667 --> 01:31:48,753
‎ไม่ได้ให้ลูกๆ ใช้เครื่องมือเหล่านี้

1582
01:31:49,128 --> 01:31:50,880
‎ลูกๆ ผมไม่ใช้โซเชียลมีเดียเลย

1583
01:31:51,964 --> 01:31:53,424
‎นั่นเป็นกฎหรือว่าเป็น...

1584
01:31:53,633 --> 01:31:54,467
‎เป็นกฎครับ

1585
01:31:55,092 --> 01:31:57,845
‎เราคลั่งไคล้มัน

1586
01:31:57,929 --> 01:31:58,888
‎เราบ้าคลั่ง

1587
01:31:59,305 --> 01:32:05,436
‎และเราจะไม่ยอมให้ลูกๆ ได้เล่นโทรศัพท์

1588
01:32:05,686 --> 01:32:08,105
‎ผมคิดค้นกฎง่ายๆ ขึ้นมาสามข้อ

1589
01:32:08,648 --> 01:32:12,235
‎ซึ่งช่วยให้ชีวิตคนในบ้านผมง่ายขึ้น
‎และมีผลวิจัยออกมาแล้วว่ามันถูกต้อง

1590
01:32:12,693 --> 01:32:15,571
‎ข้อแรกคือห้ามมีโทรศัพท์ในห้องนอน

1591
01:32:15,655 --> 01:32:17,281
‎ตามเวลาที่กำหนด ทุกๆ คืน

1592
01:32:17,365 --> 01:32:20,409
‎ไม่ว่าจะเป็นกี่โมง ครึ่งชั่วโมงก่อนนอน
‎อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องออกไป

1593
01:32:20,743 --> 01:32:23,913
‎กฎข้อสองคือห้ามใช้โซเชียลมีเดีย
‎จนกว่าจะถึงชั้นมัธยมปลาย

1594
01:32:24,121 --> 01:32:26,374
‎โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าควรเป็นตอนอายุ 16

1595
01:32:26,582 --> 01:32:28,960
‎แค่มัธยมต้นก็ยากพอแล้ว
‎เอาออกไปจนกว่าจะมัธยมปลาย

1596
01:32:29,043 --> 01:32:32,964
‎และกฎข้อที่สามก็คือ
‎ตกลงเรื่องระยะเวลาการใช้งานกับลูก

1597
01:32:33,047 --> 01:32:34,757
‎ถ้าคุณไปถามพวกเขาว่า

1598
01:32:34,840 --> 01:32:37,927
‎"ลูกอยากใช้เวลากับโทรศัพท์กี่ชั่วโมงต่อวัน

1599
01:32:38,010 --> 01:32:39,470
‎ลูกคิดว่าเท่าไรถึงจะเหมาะสม"

1600
01:32:39,720 --> 01:32:41,597
‎ส่วนใหญ่คำตอบของพวกเขาจะมีเหตุผล

1601
01:32:42,056 --> 01:32:44,642
‎ฟังนะ ผมรู้ดีว่า

1602
01:32:44,725 --> 01:32:48,312
‎ผมทำให้ทุกคนลบบัญชีโซเชียลมีเดียทิ้งไม่ได้

1603
01:32:48,646 --> 01:32:50,147
‎แต่ผมคงทำให้คนจำนวนหนึ่งลบได้

1604
01:32:50,523 --> 01:32:54,402
‎และแค่ทำให้คนจำนวนหนึ่ง
‎ลบบัญชีทิ้งได้มันก็สำคัญมากแล้ว

1605
01:32:54,485 --> 01:32:58,239
‎เพราะว่านั่นคือการสร้างพื้นที่สนทนา

1606
01:32:58,489 --> 01:33:00,908
‎เพราะผมอยากให้ในสังคมนี้

1607
01:33:00,992 --> 01:33:04,912
‎มีคนที่เป็นอิสระจากระบบชักจูง
‎มากพอให้เกิดการเจรจาทางสังคม

1608
01:33:05,288 --> 01:33:07,540
‎ซึ่งไม่ถูกระบบชักจูงกำกับ

1609
01:33:07,623 --> 01:33:10,126
‎เพราะงั้นทำสิ ออกมาจากระบบ

1610
01:33:10,293 --> 01:33:12,503
‎ใช่ ลบเลย ทิ้งของโง่ๆ นั่นซะ

1611
01:33:13,546 --> 01:33:16,507
‎โลกมันสวยงามขนาดนี้
‎ดูสิ ข้างนอกมันวิเศษจะตาย

1612
01:33:18,467 --> 01:33:19,969
‎(ติดตามเราทางโซเชียลมีเดีย)

1613
01:33:20,052 --> 01:33:21,887
‎(ล้อเล่นน่า)

1614
01:33:21,971 --> 01:33:27,476
‎(มาร่วมพูดคุยถึงวิธีแก้ไขที่
‎TheSocialDilemma.com)

1615
01:33:32,064 --> 01:33:34,609
‎(คำบรรยายโดย: วรพล ถาวรวรานนท์)



