1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:06,506 --> 00:00:11,886
‎(ผลงานภาพยนตร์สารคดีจาก NETFLIX)

3
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

4
00:00:18,893 --> 00:00:21,813
‎เราลองคิดภาพตัวเองกำลังขับรถขึ้นเขาก็ได้

5
00:00:21,896 --> 00:00:25,316
‎บนถนนคดเคี้ยวไปมา

6
00:00:25,400 --> 00:00:29,529
‎เครื่องยนต์ทรงพลังที่แล่นเร็วเกินไป

7
00:00:30,196 --> 00:00:32,531
‎เรากำลังขับโดยไม่มีไฟหน้ารถ

8
00:00:32,615 --> 00:00:35,118
‎ผ่านหน้าผาหลายจุดที่เราอาจร่วงลงไปได้ทุกเมื่อ

9
00:00:36,536 --> 00:00:38,621
‎แน่นอนว่าเราอยากเปิดไฟหน้ารถ

10
00:00:38,705 --> 00:00:41,166
‎ซึ่งนั่นเองคือสิ่งที่วิทยาศาสตร์
‎พยายามทำตลอดเวลา

11
00:00:41,249 --> 00:00:44,878
‎มอบไฟหน้ารถให้เราเพื่อให้เราเห็นว่า
‎จะเจอความเสี่ยงแบบไหน

12
00:00:47,130 --> 00:00:49,924
‎การค้นพบล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์

13
00:00:50,008 --> 00:00:52,886
‎ผู้ศึกษาความเป็นไปของโลก

14
00:00:52,969 --> 00:00:55,346
‎สำคัญใหญ่หลวงที่สุดอย่างแน่นอน

15
00:00:55,430 --> 00:00:56,431
‎ต่อเราทุกคน

16
00:00:57,098 --> 00:00:59,726
‎สิ่งที่พวกเขาค้นพบชวนน่าเป็นห่วงจริงๆ

17
00:01:00,477 --> 00:01:03,480
‎แต่ว่า เรายังมีความหวัง

18
00:01:03,563 --> 00:01:06,775
‎เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นว่าเรามีวิธีแก้ไขได้

19
00:01:08,902 --> 00:01:11,362
‎หนึ่งในผู้ที่อุทิศชีวิตตน

20
00:01:11,446 --> 00:01:14,199
‎ศึกษาปัญหาสำคัญของโลกเหล่านั้น

21
00:01:14,282 --> 00:01:15,658
‎เป็นชาวสวีเดน

22
00:01:17,118 --> 00:01:18,745
‎โยฮัน ร็อกสตรอม

23
00:01:20,038 --> 00:01:22,999
‎สิ่งที่เขาและเพื่อนร่วมอาชีพทั่วโลกค้นพบ

24
00:01:23,083 --> 00:01:27,504
‎อาจเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์
‎ที่สำคัญที่สุดแห่งยุคสมัยเรา

25
00:01:28,713 --> 00:01:30,882
‎โยฮันมอบความหวังแก่เรา

26
00:01:31,508 --> 00:01:34,511
‎ความหวังว่าวิกฤตินี้มีทางออก

27
00:01:35,095 --> 00:01:37,472
‎และเมื่อพวกคุณได้ยินเช่นกัน

28
00:01:37,555 --> 00:01:41,017
‎คุณคงไม่มีวันมองโลกนี้แบบเดิมอีกเลย

29
00:01:41,810 --> 00:01:43,436
‎นี่ไม่ใช่เรื่องของดาวเคราะห์ดวงนี้

30
00:01:43,520 --> 00:01:46,481
‎นี่เป็นเรื่องของเรา อนาคตของเรา

31
00:01:46,564 --> 00:01:48,566
‎เรายังมีโอกาส

32
00:01:49,067 --> 00:01:53,655
‎หน้าต่างยังเปิดรับให้มนุษยชาติมีอนาคต

33
00:01:54,364 --> 00:01:57,492
‎ผมคิดว่านี่คือความงามของปัจจุบันที่เราอยู่นี้

34
00:02:10,380 --> 00:02:12,966
‎ความเข้าใจของเรา
‎เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก

35
00:02:13,049 --> 00:02:14,425
‎ก้าวหน้าอยู่เสมอ

36
00:02:15,760 --> 00:02:18,263
‎ตอนนี้เราเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิมว่า

37
00:02:18,346 --> 00:02:20,723
‎ความซับซ้อนน่าพิศวงของชีวิต

38
00:02:20,807 --> 00:02:23,977
‎คือสิ่งจำเป็นที่สุดในการอยู่รอดของเรา

39
00:02:25,979 --> 00:02:30,733
‎แต่ความหลากหลายทางชีวภาพกำลัง
‎ล่มสลาย และสภาพอากาศกำลังเปลี่ยนแปลง

40
00:02:31,317 --> 00:02:35,530
‎โยฮัน ร็อกสตรอมสนใจสิ่งที่
‎ทำให้โลกของเรายังมั่นคงอยู่ได้

41
00:02:37,657 --> 00:02:40,451
‎เพราะวิทยาศาสตร์ เราจึงเป็นคนรุ่นแรก

42
00:02:40,535 --> 00:02:43,204
‎ที่ได้รู้ว่าเราอาจกำลังบ่อนทำลาย

43
00:02:43,288 --> 00:02:46,457
‎เสถียรภาพและศักยภาพของดาวเคราะห์โลก

44
00:02:46,541 --> 00:02:49,043
‎เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของมนุษย์ตามที่เรารู้จัก

45
00:02:49,627 --> 00:02:51,045
‎เรารู้ข้อมูลนี้จากแกนน้ำแข็ง

46
00:02:51,129 --> 00:02:54,340
‎และผมคิดว่านี่คือกราฟที่สำคัญที่สุด
‎ซึ่งเรามีในปัจจุบัน

47
00:02:54,424 --> 00:02:56,467
‎กราฟนี้เปิดเผยความจริงที่น่าแปลกใจ

48
00:02:57,135 --> 00:02:59,762
‎มันแสดงให้เห็นความแปรปรวนของอุณหภูมิโลก

49
00:02:59,846 --> 00:03:02,432
‎ในช่วง 100,000 ปีที่ผ่านมา

50
00:03:02,515 --> 00:03:05,393
‎ตั้งแต่มีมนุษย์ยุคใหม่ปรากฏขึ้นครั้งแรก

51
00:03:05,476 --> 00:03:09,314
‎เราโดดไปมาระหว่าง
‎บวกและลบสิบองศาเซลเซียสในหนึ่งทศวรรษ

52
00:03:09,397 --> 00:03:13,234
‎พูดง่ายๆ ก็คือเป็นช่วงทุกข์ยากของเรา

53
00:03:13,318 --> 00:03:16,487
‎สิ่งสำคัญคืออุณหภูมิเพิ่งจะคงที่

54
00:03:16,571 --> 00:03:18,615
‎เมื่อ 10,000 ปีก่อน

55
00:03:18,698 --> 00:03:20,450
‎(ยุคสมัย: หนึ่งพันปีก่อนปัจจุบัน)

56
00:03:20,533 --> 00:03:23,536
‎เราเห็นได้จากกราฟนี้ว่ามันน่าทึ่งมาก

57
00:03:23,620 --> 00:03:27,248
‎เรียกได้ว่าแทบจะเป็นยุค
‎ธารน้ำแข็งละลายที่เสถียรอย่างอัศจรรย์

58
00:03:27,916 --> 00:03:30,585
‎นักธรณีวิทยาตั้งชื่อพิเศษ

59
00:03:30,668 --> 00:03:32,212
‎ให้ช่วงเวลาที่อุณหภูมิคงที่นี้

60
00:03:32,837 --> 00:03:35,089
‎โดยเรียกมันว่าสมัยโฮโลซีน

61
00:03:35,965 --> 00:03:37,842
‎สมัยโฮโลซีนน่าทึ่งมาก

62
00:03:37,926 --> 00:03:41,679
‎นี่คือยุคที่เกิดความอบอุ่นโดยที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ย

63
00:03:41,763 --> 00:03:44,474
‎อยู่ระหว่างบวกและลบหนึ่งองศาเซลเซียส

64
00:03:44,557 --> 00:03:46,017
‎ตลอดทั้งยุค

65
00:03:47,185 --> 00:03:48,353
‎บวกและลบหนึ่ง

66
00:03:48,436 --> 00:03:50,730
‎บวกและลบหนึ่งองศาเซลเซียส

67
00:03:50,813 --> 00:03:54,776
‎นี่คือสิ่งที่สร้างโลกสมัยใหม่อย่างที่เรารู้จัก

68
00:03:55,652 --> 00:03:59,989
‎อุณหภูมิคงที่ของสมัยโฮโลซีน
‎ทำให้เรามีดาวเคราะห์ที่มีเสถียรภาพ

69
00:04:00,907 --> 00:04:03,159
‎ระดับน้ำทะเลคงที่

70
00:04:04,244 --> 00:04:05,370
‎เป็นครั้งแรกที่

71
00:04:05,453 --> 00:04:08,623
‎เรามีฤดูกาลและสภาพอากาศซึ่งคาดเดาได้

72
00:04:11,167 --> 00:04:14,045
‎ความสม่ำเสมอนี้คือปฐมบท

73
00:04:14,128 --> 00:04:17,423
‎เป็นครั้งแรกที่เกิดอารยธรรมขึ้นได้

74
00:04:17,507 --> 00:04:20,885
‎ซึ่งมนุษยชาติก็ไม่รีรอที่จะหาประโยชน์

75
00:04:21,886 --> 00:04:24,806
‎เราเพาะปลูกข้าว ข้าวสาลี

76
00:04:24,889 --> 00:04:27,892
‎เทฟฟ์ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง

77
00:04:27,976 --> 00:04:31,062
‎ตามทวีปต่างๆ ในเวลาใกล้เคียงกัน

78
00:04:31,145 --> 00:04:32,105
‎และนั่นเอง

79
00:04:32,188 --> 00:04:34,148
‎คือหนทางสร้างอารยธรรมแบบที่เรารู้จัก

80
00:04:34,232 --> 00:04:38,152
‎ระยะที่น้ำแข็งละลายนี้ทำให้เราสามารถ

81
00:04:38,236 --> 00:04:40,989
‎พัฒนาอารยธรรมสมัยใหม่ในแบบที่เรารู้จัก

82
00:04:41,072 --> 00:04:44,993
‎สมัยโฮโลซีนเป็นสภาวะเดียวของโลก
‎ที่เรารู้แน่นอนว่า

83
00:04:45,076 --> 00:04:48,371
‎สามารถส่งเสริมโลกสมัยใหม่ที่เรารู้จัก

84
00:04:50,123 --> 00:04:52,208
‎ตั้งแต่อรุณรุ่งของอารยธรรม

85
00:04:52,292 --> 00:04:55,795
‎เราก็พึ่งพิงสภาพคงที่เช่นนี้ของโลก

86
00:04:56,462 --> 00:04:59,507
‎ดาวเคราะห์ที่มีพืดน้ำแข็งถาวรสองแห่ง

87
00:05:00,133 --> 00:05:01,718
‎มีแม่น้ำอุดมสมบูรณ์

88
00:05:02,302 --> 00:05:04,887
‎มีป่าปกคลุม

89
00:05:04,971 --> 00:05:06,514
‎สภาพอากาศที่คาดเดาได้

90
00:05:07,348 --> 00:05:09,726
‎และความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต

91
00:05:10,518 --> 00:05:12,061
‎ตลอดสมัยโฮโลซีน

92
00:05:12,145 --> 00:05:15,565
‎ดาวเคราะห์มั่นคงแห่งนี้มอบอาหารให้เรากิน

93
00:05:15,648 --> 00:05:19,110
‎มอบน้ำให้เราดื่ม
‎และมอบอากาศสะอาดให้เราหายใจ

94
00:05:19,193 --> 00:05:22,864
‎แต่เราทิ้งสมัยโฮโลซีนไว้เบื้องหลังเสียอย่างนั้น

95
00:05:22,947 --> 00:05:25,742
‎จำนวนมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นทบทวีบนดาวเคราะห์โลก

96
00:05:25,825 --> 00:05:27,076
‎ตอนนี้มาถึงขั้นที่ว่า

97
00:05:27,160 --> 00:05:29,871
‎เราสร้างสมัยทางธรณีวิทยาของเราเองแล้ว

98
00:05:31,372 --> 00:05:35,501
‎ไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์
‎ประกาศว่าสมัยโฮโลซีนสิ้นสุดลงแล้ว

99
00:05:35,585 --> 00:05:38,338
‎และตอนนี้เราอยู่ในสมัยแอนโทรโปซีน

100
00:05:38,421 --> 00:05:40,048
‎ยุคของมนุษย์

101
00:05:40,131 --> 00:05:43,760
‎เพราะตอนนี้เราคือตัวหลัก
‎ผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง

102
00:05:43,843 --> 00:05:44,969
‎บนดาวเคราะห์โลก

103
00:05:46,220 --> 00:05:49,432
‎เราเปลี่ยนผืนดินของโลกครึ่งหนึ่งที่อยู่อาศัยได้

104
00:05:49,515 --> 00:05:52,060
‎เพื่อปลูกพืชผลและเลี้ยงปศุสัตว์

105
00:05:53,811 --> 00:05:58,816
‎เราเคลื่อนย้ายตะกอนและหินมากกว่า
‎กระบวนการธรรมชาติทั้งหมดของโลกรวมกัน

106
00:05:59,359 --> 00:06:03,112
‎มหาสมุทรกว่าครึ่งเป็นแหล่งประมง

107
00:06:03,196 --> 00:06:07,200
‎มนุษย์เก้าในสิบหายใจอากาศปนเปื้อน

108
00:06:07,950 --> 00:06:09,786
‎และในชั่วชีวิตคนหนึ่ง

109
00:06:09,869 --> 00:06:13,664
‎เราทำให้โลกอุ่นขึ้นมากกว่าหนึ่งองศา

110
00:06:14,540 --> 00:06:18,419
‎ผมคงบอกได้ว่าบางที
‎ข้อความเร่งด่วนที่สุดถึงมนุษยชาติ

111
00:06:18,503 --> 00:06:19,629
‎คือสิ่งต่อไปนี้

112
00:06:19,712 --> 00:06:22,423
‎ในเวลาเพียง 50 ปี

113
00:06:23,007 --> 00:06:25,635
‎เราจัดการผลักดันตัวเอง

114
00:06:25,718 --> 00:06:27,678
‎พ้นสภาพ

115
00:06:27,762 --> 00:06:30,723
‎ที่เราเคยอยู่มานานเป็น 10,000 ปี

116
00:06:30,807 --> 00:06:35,937
‎เรากำลังหมิ่นเหม่จะทำให้
‎ดาวเคราะห์นี้แปรปรวนหรือเปล่า

117
00:06:38,815 --> 00:06:41,734
‎เป็นสถานการณ์ที่ชวนสับสนว้าวุ่นใจ

118
00:06:41,818 --> 00:06:44,237
‎เป็นครั้งแรกที่เราต้องพิจารณาอย่างจริงจัง

119
00:06:44,320 --> 00:06:47,740
‎ความเสี่ยงที่เราจะทำให้ทั้งโลกขาดเสถียรภาพ

120
00:06:47,824 --> 00:06:50,451
‎(สถาบันพ็อทสดัม
‎เพื่อการวิจัยผลกระทบของสภาพอากาศ)

121
00:06:50,535 --> 00:06:54,288
‎โยฮันมุ่งมั่นที่จะเข้าใจภาพรวม

122
00:06:54,872 --> 00:06:57,875
‎โดยพิจารณาจากองค์ความรู้ทั่วโลก

123
00:06:59,210 --> 00:07:02,964
‎เพื่อศึกษาว่าอะไรทำให้ดาวเคราะห์นี้มั่นคงอยู่ได้

124
00:07:03,589 --> 00:07:07,093
‎อะไรคือระบบที่กำหนดสภาวะของโลก

125
00:07:07,176 --> 00:07:09,679
‎และมันมีห้าอย่างหรือสามสิบอย่างล่ะ

126
00:07:09,762 --> 00:07:11,514
‎ตอนเริ่มต้นเราไม่รู้เลย

127
00:07:11,597 --> 00:07:14,851
‎เราแค่ถามคำถามปลายเปิด

128
00:07:14,934 --> 00:07:19,439
‎"เราจะระบุได้ไหม
‎ระบบที่กำหนดสภาวะของโลก"

129
00:07:19,522 --> 00:07:21,649
‎ระบบเหล่านี้ประคองโลก

130
00:07:21,732 --> 00:07:25,111
‎ให้อยู่ในสภาวะคงที่มาตลอดสมัยโฮโลซีน

131
00:07:25,194 --> 00:07:29,824
‎เมื่อเรามีจำนวนมากขึ้น ระบบเหล่านี้จึงเสี่ยง

132
00:07:29,907 --> 00:07:31,492
‎ที่จะเริ่มพังทลาย

133
00:07:31,576 --> 00:07:34,537
‎เสี่ยงที่เราจะล้ำเส้นขีดจำกัด
‎ความปลอดภัยของโลก

134
00:07:34,620 --> 00:07:38,082
‎และทำลายเสถียรภาพที่เราพึ่งพาอาศัยอยู่

135
00:07:38,166 --> 00:07:40,710
‎ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าเราควร

136
00:07:40,793 --> 00:07:43,796
‎สืบเสาะประเด็นการกำหนดขีดจำกัด
‎ความปลอดภัยของโลก

137
00:07:43,880 --> 00:07:47,925
‎และเราระบุเชิงปริมาณได้ไหมว่าตรงไหน

138
00:07:48,426 --> 00:07:52,555
‎ซึ่งถ้าเรารุกล้ำเข้าไป
‎จะกระตุ้นให้เกิดความแปรปรวน

139
00:07:52,638 --> 00:07:54,682
‎และนั่นคือขีดความสามารถที่โลกรองรับได้

140
00:07:58,603 --> 00:08:02,106
‎ถ้านักวิทยาศาสตร์กำหนด
‎ขีดความปลอดภัยของโลกได้

141
00:08:02,190 --> 00:08:04,734
‎พวกเขามอบหนทางด้วยได้ไหม

142
00:08:04,817 --> 00:08:07,570
‎ที่จะนำเราพ้นวิกฤติในปัจจุบัน

143
00:08:07,653 --> 00:08:10,615
‎ที่จะแสดงให้เราเห็นวิธีเลี่ยงหายนะ

144
00:08:10,698 --> 00:08:14,577
‎และวิธีปกป้องอนาคตรุ่งเรืองของเราบนโลก

145
00:08:19,457 --> 00:08:23,127
‎ขอบเขตแรกที่เห็นชัดที่สุดนั้น พวกเราทุกคนรู้จักดี

146
00:08:23,794 --> 00:08:25,880
‎เมื่ออุณหภูมิของโลกปัจจุบัน

147
00:08:25,963 --> 00:08:28,841
‎สูงกว่าที่เคยเป็นมาตลอด
‎นับแต่รุ่งอรุณของอารยธรรม

148
00:08:28,925 --> 00:08:31,594
‎นั่นคืออันตรายของการที่เราล้ำเส้น

149
00:08:31,677 --> 00:08:33,596
‎ขีดความสามารถของสภาพอากาศที่โลกรับได้

150
00:08:35,056 --> 00:08:37,892
‎บางทีหลักฐานที่น่ากลัวที่สุดของเรื่องนี้คือ

151
00:08:38,726 --> 00:08:41,520
‎การเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งบนโลก

152
00:08:43,688 --> 00:08:47,318
‎ในฐานะชาวสวีเดน โยฮัน
‎รู้สึกได้ถึงสิ่งนี้ชัดเจนกว่าคนส่วนใหญ่

153
00:08:48,986 --> 00:08:51,864
‎ในฐานะเด็กชาวสวีเดน
‎ก็เหมือนเด็กในสวีเดนทุกคน

154
00:08:51,948 --> 00:08:55,451
‎เราเรียนมาว่ายอดเขาทางทิศใต้
‎ของภูเขาเคพเนไคเซอร์

155
00:08:55,535 --> 00:08:57,078
‎คือยอดเขาสูงสุดในประเทศนี้

156
00:08:57,161 --> 00:08:58,454
‎และมันเป็นบางอย่างที่

157
00:08:58,538 --> 00:09:01,958
‎ถูกปลูกฝังมาในตัวตนพลเมืองสวีเดน

158
00:09:02,500 --> 00:09:05,002
‎ดังนั้น แน่นอนว่า

159
00:09:05,086 --> 00:09:06,921
‎มันน่าเศร้า

160
00:09:07,004 --> 00:09:11,342
‎เมื่อเรารู้ว่าสิ่งที่รู้มาจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป

161
00:09:12,802 --> 00:09:17,098
‎ยอดเขาทางใต้ของภูเขาเคพเนไคเซอร์
‎เพิ่งสูญเสียตำแหน่งเดิม

162
00:09:17,181 --> 00:09:19,225
‎ในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในสวีเดน

163
00:09:22,562 --> 00:09:24,814
‎ธารน้ำแข็งที่เป็นจุดสูงสุดของภูเขานี้

164
00:09:24,897 --> 00:09:28,526
‎ทรุดตัวลงอย่างมากด้วยอัตราครึ่งเมตรต่อปี

165
00:09:28,609 --> 00:09:30,695
‎มาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา

166
00:09:33,489 --> 00:09:36,242
‎สถานการณ์ที่ภูเขาเคพเนไคเซอร์

167
00:09:36,325 --> 00:09:40,329
‎โดยตัวมันเองไม่ได้จะทำลายเสถียรภาพของโลก

168
00:09:40,913 --> 00:09:44,792
‎แต่การมีพืดน้ำแข็งถาวรสองแห่ง

169
00:09:44,875 --> 00:09:47,670
‎ที่อาร์กติกและแอนตาร์กติกา

170
00:09:47,753 --> 00:09:52,174
‎เป็นเงื่อนไขสำคัญมาก
‎ที่ทำให้โลกคงอยู่ในสภาพนี้

171
00:09:52,258 --> 00:09:55,261
‎ซึ่งทำให้เราสามารถพัฒนา
‎อารยธรรมต่างๆ แบบที่เรารู้จัก

172
00:09:55,344 --> 00:09:59,390
‎เราถึงได้กังวลใจอย่างมาก

173
00:09:59,473 --> 00:10:01,976
‎ที่เห็นธารน้ำแข็งละลาย

174
00:10:02,059 --> 00:10:06,022
‎โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นธารน้ำแข็งเล็กๆ
‎ที่เคพเนไคเซอร์

175
00:10:06,105 --> 00:10:08,357
‎หรือเรากำลังพูดถึงที่กรีนแลนด์

176
00:10:08,441 --> 00:10:11,402
‎เพราะทั้งหมดประกอบเข้าด้วยกัน

177
00:10:11,485 --> 00:10:15,573
‎ทำให้ดาวเคราะห์นี้เย็นลงอย่างน่าทึ่ง

178
00:10:15,656 --> 00:10:18,909
‎ปรากฏการณ์ทำความเย็นนี้คือหัวใจสำคัญ

179
00:10:18,993 --> 00:10:21,746
‎ของการรักษาอุณหภูมิของโลก
‎ให้คงที่มาตลอดสมัยโฮโลซีน

180
00:10:21,829 --> 00:10:26,125
‎น้ำแข็งบนโลกสะท้อน
‎พลังงานของดวงอาทิตย์กลับคืนสู่อวกาศ

181
00:10:26,208 --> 00:10:27,877
‎ในปริมาณที่พอเหมาะ

182
00:10:29,754 --> 00:10:34,592
‎พื้นผิวสีขาวถาวรแบบที่เราเห็นได้รอบตัวตอนนี้

183
00:10:34,675 --> 00:10:39,805
‎สะท้อนความร้อนกลับคืนดวงอาทิตย์ 90 ถึง 95%

184
00:10:42,975 --> 00:10:45,936
‎เมื่อพืดน้ำแข็งเหล่านี้เริ่มละลาย

185
00:10:46,020 --> 00:10:48,314
‎ไม่ใช่แค่มันมีขนาดหดลงเท่านั้น

186
00:10:48,397 --> 00:10:51,817
‎เขตน้ำซึมยังมีสีเข้มมากและดูดซับความร้อน

187
00:10:51,901 --> 00:10:55,071
‎แต่การที่พื้นผิวน้ำแข็งละลาย

188
00:10:55,154 --> 00:11:00,284
‎จนเปลี่ยนสีผืนโลกอย่างเห็นได้ชัดขนาดนี้
‎ก็มาถึงประเด็นสำคัญที่ว่า

189
00:11:00,368 --> 00:11:04,246
‎แผ่นน้ำแข็งเปลี่ยนจากการเป็นตัวทำความเย็น

190
00:11:04,330 --> 00:11:06,582
‎มาเป็นตัวทำความร้อน

191
00:11:06,666 --> 00:11:11,003
‎และนี่เองคือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่สุด

192
00:11:11,087 --> 00:11:12,672
‎ในกลไกของโลก

193
00:11:12,755 --> 00:11:14,548
‎จุดเปลี่ยนคือจุดที่

194
00:11:14,632 --> 00:11:17,760
‎การเปลี่ยนแปลงนั้นฟื้นกลับคืนไม่ได้

195
00:11:18,219 --> 00:11:21,430
‎เหมือนรถไฟที่จอดอยู่บนทางลาด

196
00:11:21,514 --> 00:11:23,474
‎และเริ่มขยับ

197
00:11:24,308 --> 00:11:26,519
‎เราเบรกรถไฟคันนั้นไม่ได้แล้ว

198
00:11:27,728 --> 00:11:29,897
‎และรถไฟจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ

199
00:11:29,980 --> 00:11:33,275
‎เร็วขึ้นและเร็วขึ้น
‎จนถึงจุดหนึ่งเราก็เสียการควบคุม

200
00:11:36,654 --> 00:11:38,948
‎เราเบรกไม่อยู่แล้ว

201
00:11:39,031 --> 00:11:42,284
‎เราป้องกันพืดน้ำแข็ง
‎ที่กรีนแลนด์ละลายไม่ได้แล้ว

202
00:11:42,868 --> 00:11:45,037
‎ครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ ผมอายุ 20

203
00:11:45,121 --> 00:11:47,415
‎มันเหมือนความฝัน

204
00:11:47,498 --> 00:11:50,167
‎(เจสัน บ็อกซ์ หน่วยสำรวจธรณีวิทยา
‎เดนมาร์กและกรีนแลนด์)

205
00:11:50,292 --> 00:11:53,754
‎เพราะผมเห็นภูมิประเทศที่ผมเคยเห็นแค่ในตำรา

206
00:11:55,631 --> 00:11:58,884
‎เจสันคือหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากทั่วโลก

207
00:11:58,968 --> 00:12:01,053
‎ที่เก็บข้อมูลและหลักฐานต่างๆ

208
00:12:01,137 --> 00:12:03,431
‎ซึ่งโยฮันใช้อ้างอิงในงานวิจัย

209
00:12:04,306 --> 00:12:07,435
‎หิมะตกทั่วกรีนแลนด์นับพันปีได้สะสม

210
00:12:07,518 --> 00:12:08,894
‎จนเกิดเป็นโดมน้ำแข็งแบบนี้

211
00:12:08,978 --> 00:12:12,231
‎หนาสามกิโลเมตรเศษ
‎และบนยอดเขาในชั้นบรรยากาศนั้น

212
00:12:12,314 --> 00:12:13,941
‎ก็หนาวมาก

213
00:12:16,152 --> 00:12:18,779
‎เมื่อมันละลาย พื้นผิวของพืดน้ำแข็ง

214
00:12:18,863 --> 00:12:21,115
‎ลดระดับลงอยู่ในอากาศที่อบอุ่นกว่าเดิม

215
00:12:21,198 --> 00:12:22,992
‎ซึ่งยิ่งทำให้มันละลายเร็วขึ้น

216
00:12:24,702 --> 00:12:26,954
‎ยิ่งพืดน้ำแข็งละลาย สภาพอากาศ

217
00:12:27,037 --> 00:12:30,082
‎ก็ยิ่งจำเป็นต้องเย็นลงเพื่อพลิกฟื้นสภาพเดิม

218
00:12:31,250 --> 00:12:35,296
‎แต่ภูมิอากาศปัจจุบัน
‎ร้อนเกินไปเสียแล้วสำหรับกรีนแลนด์

219
00:12:35,921 --> 00:12:40,134
‎ดังนั้นในภูมิอากาศที่เป็นอยู่นี้
‎กรีนแลนด์อยู่ในสภาพที่เลยเกณฑ์ปลอดภัย

220
00:12:40,217 --> 00:12:46,307
‎ตอนนี้น้ำแข็งที่นั่น
‎ทลาย 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

221
00:12:47,016 --> 00:12:49,143
‎นั่นคืออัตราเฉลี่ยของการพังทลาย

222
00:12:49,226 --> 00:12:52,897
‎ทีนี้ อัตราการพังทลายนี้มีแต่จะดำเนินต่อไป

223
00:12:52,980 --> 00:12:55,316
‎เมื่อภูมิอากาศร้อนขึ้น

224
00:12:55,900 --> 00:12:57,860
‎กรีนแลนด์จะหายไปใช่ไหม

225
00:12:58,986 --> 00:13:00,362
‎จากที่เห็นก็ใช่

226
00:13:05,534 --> 00:13:09,413
‎ถ้าเราไม่สามารถทำให้
‎ภูมิอากาศโลกเย็นลงอย่างชัดเจน

227
00:13:10,164 --> 00:13:14,251
‎พืดน้ำแข็งในกรีนแลนด์
‎ก็จะละลายไปเรื่อยๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้

228
00:13:17,213 --> 00:13:21,175
‎เรื่องสำคัญตรงนี้มันอยู่ที่ลักษณะของจุดเปลี่ยน

229
00:13:21,258 --> 00:13:25,179
‎เมื่อเรากดปุ่มเริ่มแล้ว เราหยุดมันไม่ได้

230
00:13:25,262 --> 00:13:27,973
‎เราไม่ได้เป็นผู้คุม สายเกินไป
‎ไม่ใช่เราจะพูดได้ว่า

231
00:13:28,057 --> 00:13:31,769
‎"อุ๊ย ตอนนี้ฉันรู้ละว่าไม่ได้อยาก
‎ทำให้แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลาย

232
00:13:31,852 --> 00:13:33,395
‎กลับเป็นเหมือนเดิมเถอะ"

233
00:13:33,479 --> 00:13:34,814
‎เพราะงั้น มันสายไปแล้ว

234
00:13:35,356 --> 00:13:39,527
‎เมื่อคุณก้าวข้ามจุดเปลี่ยนนี้
‎คุณก็ก้าวสู่จุดที่ไม่มีวันหวนคืน

235
00:13:39,610 --> 00:13:42,696
‎คุณกระทำย่ำยีโลก

236
00:13:42,780 --> 00:13:45,825
‎จนพังทลายแบบเยียวยาไม่ได้

237
00:13:45,908 --> 00:13:48,869
‎จากเดิมที่อยู่ในสภาพซึ่ง

238
00:13:48,953 --> 00:13:50,996
‎เกื้อหนุนมนุษย์อย่างเราได้

239
00:13:52,122 --> 00:13:54,333
‎การหลอมละลายของพืดน้ำแข็งในกรีนแลนด์

240
00:13:54,416 --> 00:13:58,587
‎จะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นเจ็ดเมตร

241
00:13:59,129 --> 00:14:03,467
‎นึกภาพโลกที่ระดับน้ำทะเลไม่คงที่สิ

242
00:14:03,551 --> 00:14:04,844
‎สถานที่ที่กำลังเปลี่ยนแปลง

243
00:14:05,344 --> 00:14:08,097
‎เมืองต่างๆ เมืองชายฝั่งหลายร้อยแห่ง

244
00:14:08,180 --> 00:14:10,808
‎กำลังเสี่ยงโดนน้ำทะเลท่วม

245
00:14:11,809 --> 00:14:14,478
‎ความคงที่ของระดับน้ำทะเลคือปัจจัยสำคัญ

246
00:14:14,562 --> 00:14:17,481
‎ต่อวิวัฒนาการของอารยธรรม

247
00:14:18,983 --> 00:14:23,737
‎เรากำลังเผชิญอนาคตแร้นแค้น
‎แบบในหนังแมดแม็กซ์

248
00:14:27,032 --> 00:14:31,036
‎แต่กรีนแลนด์เป็นแค่พืดน้ำแข็งที่ขั้วโลกด้านหนึ่ง

249
00:14:31,120 --> 00:14:34,164
‎ซึ่งเล็กแคระไปเลยเมื่อเทียบกับคู่แฝดทางใต้

250
00:14:36,750 --> 00:14:38,210
‎เมื่อไม่กี่ปีก่อน

251
00:14:39,044 --> 00:14:42,548
‎เราเคยคิดกันว่าแอนตาร์กติกา

252
00:14:42,631 --> 00:14:44,133
‎มีกลไกที่ยากจะเปลี่ยนแปลงได้

253
00:14:44,216 --> 00:14:49,638
‎คิดว่าพืดน้ำแข็งของที่นี่ไม่โดนผลกระทบ
‎จากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงมากนัก

254
00:14:49,722 --> 00:14:52,057
‎แต่วันนี้ เราไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว

255
00:14:52,141 --> 00:14:56,395
‎ปัจจุบันเราเห็นมวลน้ำแข็ง
‎สูญเสียไปอย่างรวดเร็ว

256
00:14:56,478 --> 00:14:59,481
‎เห็นการพังทลายของน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา

257
00:15:03,903 --> 00:15:06,989
‎ภาวะนี้ในแอนตาร์กติกาตะวันตก
‎จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่าห้าเมตร

258
00:15:09,033 --> 00:15:10,701
‎ในกรณีที่มันละลายจมลงก้นทะเลไปหมด

259
00:15:10,784 --> 00:15:13,787
‎ส่วนในแอนตาร์กติกาตะวันออก
‎จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นสิบเท่า

260
00:15:13,871 --> 00:15:17,291
‎ซึ่งเท่ากับระดับน้ำทะเล
‎อาจสูงได้มากกว่า 50 เมตร

261
00:15:17,374 --> 00:15:19,793
‎ริคาร์ดาเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของโยฮัน

262
00:15:19,877 --> 00:15:23,297
‎เธอศึกษาว่าจุดเปลี่ยนมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างไร

263
00:15:23,380 --> 00:15:26,383
‎ประเด็นสำคัญที่จะพูดตรงนี้คือ

264
00:15:26,467 --> 00:15:28,928
‎ทุกอย่างในกลไกของโลกสัมพันธ์กัน

265
00:15:29,511 --> 00:15:32,181
‎ถ้ากลไกส่วนหนึ่งของภูมิอากาศ

266
00:15:32,264 --> 00:15:34,808
‎ก้าวข้ามจุดเปลี่ยน

267
00:15:34,892 --> 00:15:36,810
‎มันก็เป็นไปได้มากที่อาจทำให้

268
00:15:36,894 --> 00:15:40,522
‎กลไกส่วนอื่นๆ ก้าวสู่เกณฑ์วิกฤติเช่นกัน

269
00:15:40,606 --> 00:15:45,027
‎คุณคิดถึงภาพโดมิโน่ก็ได้

270
00:15:45,110 --> 00:15:46,779
‎ถ้าคุณพลิกอันหนึ่งทับอีกอัน

271
00:15:46,862 --> 00:15:49,198
‎มันก็อาจนำไปสู่การพังทลายเป็นทอดๆ

272
00:15:49,281 --> 00:15:52,284
‎สิ่งที่ชัดเจนคือในภาวะโลกร้อนที่เป็นอยู่ตอนนี้

273
00:15:52,368 --> 00:15:54,078
‎มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

274
00:15:54,161 --> 00:15:57,039
‎ที่เราจะข้ามจุดเปลี่ยนต่างๆ ในกลไกของโลก

275
00:16:00,376 --> 00:16:04,463
‎เมื่อเราข้ามจุดเปลี่ยน
‎การเปลี่ยนแปลงนั้นก็ไม่อาจหวนคืน

276
00:16:04,546 --> 00:16:07,508
‎ซึ่งหมายความว่าโลกจะเปลี่ยน
‎จากการเป็นมิตรต่อเรา

277
00:16:07,591 --> 00:16:11,720
‎ที่ให้ความชุ่มชื้น ลดความตึงเครียด

278
00:16:11,804 --> 00:16:13,722
‎ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์

279
00:16:13,806 --> 00:16:17,059
‎สะท้อนความร้อน ดูดซับแรงกระแทก

280
00:16:17,142 --> 00:16:20,771
‎และพลิกผันไปสู่จุดที่โลก
‎อาจร้อนขึ้นเรื่อยๆ จากภายใน

281
00:16:20,854 --> 00:16:22,398
‎และกลายเป็นศัตรูของเรา

282
00:16:23,983 --> 00:16:28,112
‎แน่นอนว่าภูมิอากาศร้อนขึ้นจากก๊าซเรือนกระจก

283
00:16:28,195 --> 00:16:30,990
‎การที่เราปล่อยก๊าซเหล่านี้นั่นเอง

284
00:16:31,073 --> 00:16:33,534
‎ที่ทำให้โลกพบจุดเปลี่ยน

285
00:16:34,368 --> 00:16:36,912
‎นานก่อนที่มนุษย์จะปรากฏ

286
00:16:36,996 --> 00:16:41,500
‎อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเป็นไปตามความเข้มข้น

287
00:16:41,583 --> 00:16:44,545
‎ของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ

288
00:16:45,254 --> 00:16:46,588
‎ในช่วงสมัยโฮโลซีน

289
00:16:46,672 --> 00:16:49,341
‎ความเข้มข้นนี้ยังค่อนข้างคงที่

290
00:16:49,425 --> 00:16:50,300
‎(ยุค: ปี)

291
00:16:50,342 --> 00:16:53,429
‎แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเพราะปฏิวัติอุตสาหกรรม

292
00:16:53,512 --> 00:16:58,267
‎ในปี 1988 เราปล่อยก๊าซเรือนกระจก
‎ที่ 350 ส่วนต่อล้านส่วน

293
00:16:58,350 --> 00:17:01,395
‎เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

294
00:17:01,478 --> 00:17:04,565
‎ตอนนั้นเองที่เราข้ามขีดความปลอดภัย

295
00:17:04,647 --> 00:17:08,609
‎นับแต่นั้นมา เราก็หมิ่นเหม่
‎ที่จะกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง

296
00:17:08,694 --> 00:17:11,363
‎ซึ่งนำไปสู่ปรากฏการณ์โลกร้อนแบบกู่ไม่กลับ

297
00:17:11,446 --> 00:17:14,032
‎เมื่อเราก้าวข้าม 350 ส่วนต่อล้านส่วน

298
00:17:14,116 --> 00:17:16,785
‎ความเข้มข้นของ
‎คาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ

299
00:17:16,868 --> 00:17:20,079
‎เราก็ก้าวสู่เขตอันตราย

300
00:17:20,164 --> 00:17:25,127
‎ดังนั้น 350 ส่วนต่อล้านส่วน
‎คือขีดความปลอดภัยแรกของโยฮัน

301
00:17:25,210 --> 00:17:27,755
‎ซึ่งเราก้าวพ้นมาไกลแล้ว

302
00:17:28,255 --> 00:17:32,885
‎ตอนนี้ เรามาถึงจุดที่ความเข้มข้น
‎ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

303
00:17:32,968 --> 00:17:37,222
‎ในชั้นบรรยากาศอยู่ที่
‎ประมาณ 415 ส่วนต่อล้านส่วน

304
00:17:37,765 --> 00:17:40,267
‎เราเริ่มเห็นผลกระทบของ

305
00:17:40,350 --> 00:17:43,353
‎การอยู่กลางเขตอันตรายพ้น
‎ขีดความปลอดภัยของภูมิอากาศ

306
00:17:43,437 --> 00:17:45,981
‎ในสภาพที่เกิดภัยแล้งถี่ขึ้น

307
00:17:46,065 --> 00:17:47,941
‎เกิดคลื่นความร้อน น้ำท่วม

308
00:17:48,025 --> 00:17:50,778
‎และน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น

309
00:17:50,861 --> 00:17:56,033
‎ชั้นดินเยือกแข็งละลายเร็วขึ้น เกิดไฟป่าบ่อยขึ้น

310
00:17:57,034 --> 00:17:59,828
‎ก้าวไปสู่เกณฑ์ที่สอง

311
00:17:59,912 --> 00:18:05,667
‎เรากำลังเข้าใกล้ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์
‎เข้มข้น 450 ส่วนต่อล้านส่วนอย่างรวดเร็ว

312
00:18:06,335 --> 00:18:08,337
‎และวิทยาศาสตร์กำหนดเขตอันตราย

313
00:18:08,420 --> 00:18:11,507
‎เกินที่โลกจะรับไหวด้วยช่วงความไม่แน่นอน

314
00:18:11,590 --> 00:18:14,927
‎ปัจจุบัน เราประเมินว่า
‎ช่วงความไม่แน่นอนในทางวิทยาศาสตร์

315
00:18:15,010 --> 00:18:17,554
‎อยู่ระหว่าง 350 หน่วยต่อล้านหน่วย

316
00:18:17,638 --> 00:18:19,389
‎ซึ่งคือขีดจำกัด

317
00:18:19,473 --> 00:18:22,309
‎ระหว่างเขตปลอดภัยและระยะเข้าเขตอันตราย

318
00:18:22,392 --> 00:18:24,645
‎ซึ่งอยู่ที่ 450 หน่วยต่อล้านหน่วย

319
00:18:24,728 --> 00:18:28,482
‎เมื่อถึงตรงนั้นคุณก็จะออกจากเขตอันตราย
‎และเข้าสู่เขตที่มีความเสี่ยงสูงมาก

320
00:18:29,191 --> 00:18:31,401
‎ถ้าเราเข้าไปในเขตที่มีความเสี่ยงสูง

321
00:18:31,485 --> 00:18:35,697
‎ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
‎นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ไม่มีวันแก้ไขได้

322
00:18:35,781 --> 00:18:38,075
‎ซึ่งนี่เป็นการประเมินแบบกลางๆ

323
00:18:38,158 --> 00:18:42,371
‎โดยดูจากที่สัญญาณ
‎บ่งบอกจุดเปลี่ยนอยู่รอบตัวเราในตอนนี้

324
00:18:42,454 --> 00:18:45,999
‎พูดง่ายๆ คือขีดความปลอดภัย
‎ของภูมิอากาศโลก

325
00:18:46,083 --> 00:18:48,460
‎คืออุณหภูมิที่อุ่นขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส

326
00:18:48,544 --> 00:18:51,171
‎ซึ่งมีหลักฐานมากมาย

327
00:18:51,255 --> 00:18:54,800
‎บอกว่าเราจะเสี่ยงภัยมากๆ ถ้าเราปล่อยให้

328
00:18:54,883 --> 00:18:56,593
‎โลกอุ่นขึ้นเกิน 1.5

329
00:18:57,094 --> 00:19:00,305
‎ตอนนี้เราอยู่ที่ 1.1
‎เรากำลังก้าวไปสู่ 1.5 อย่างรวดเร็ว

330
00:19:00,389 --> 00:19:03,851
‎และโอกาสเดียวที่เราจะคงอยู่ในเขตปลอดภัย

331
00:19:03,934 --> 00:19:07,271
‎ของภูมิอากาศโลกก็คือ อย่างที่รู้น่ะ

332
00:19:07,354 --> 00:19:11,066
‎เราต้องเป็นเศรษฐกิจสังคมโลกที่ปลอด
‎เชื้อเพลิงฟอสซิลภายใน 30 ปี

333
00:19:14,153 --> 00:19:18,323
‎แม้สื่อทุกหัวจะพาดข่าวเรื่อง
‎เป้าหมายของอุณหภูมิโลกที่ว่านี้

334
00:19:18,407 --> 00:19:22,744
‎โยฮันรู้ดีว่านี่เป็นแค่ส่วนเดียว
‎ของภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้น

335
00:19:22,828 --> 00:19:27,291
‎เพราะเสถียรภาพของโลกเรา
‎อาศัยหลายอย่างมากกว่าแค่ภูมิอากาศ

336
00:19:27,916 --> 00:19:32,421
‎เราอ้างอิงงานวิจัยและหลักฐานเพิ่มเติม

337
00:19:32,504 --> 00:19:38,051
‎เพื่อสรุปว่ายังมี
‎ขีดความสามารถอีกสี่อย่างของผืนพิภพ

338
00:19:38,635 --> 00:19:41,263
‎ขีดความสามารถที่ทำให้โลกคงอยู่ได้

339
00:19:42,514 --> 00:19:45,392
‎หนึ่งในนั้นคือองค์ประกอบของผืนดิน

340
00:19:45,475 --> 00:19:48,770
‎องค์ประกอบของชีวนิเวศบนโลก
‎เป็นยังไงน่ะเหรอ

341
00:19:49,813 --> 00:19:53,233
‎ป่าฝนทั้งสามแบบ ป่าเขตอบอุ่น

342
00:19:53,317 --> 00:19:54,943
‎ป่าเขตหนาว

343
00:19:55,027 --> 00:19:56,361
‎ทุ่งหญ้า

344
00:19:57,279 --> 00:19:58,655
‎พื้นที่ชุ่มน้ำ

345
00:20:01,241 --> 00:20:02,910
‎สองคือความหลากหลายทางชีวภาพ

346
00:20:02,993 --> 00:20:06,955
‎ซึ่งรวมทุกเผ่าพันธุ์ในน้ำและบนบก

347
00:20:10,209 --> 00:20:13,420
‎ขีดความสามารถอย่างที่สามคือ
‎หลอดเลือดหรือวัฏจักรของน้ำ

348
00:20:13,503 --> 00:20:14,630
‎(น้ำสะอาด)

349
00:20:14,713 --> 00:20:17,007
‎และขีดความสามารถสุดท้าย การใช้ธาตุอาหาร

350
00:20:17,090 --> 00:20:18,008
‎(ธาตุอาหาร)

351
00:20:18,091 --> 00:20:21,053
‎ซึ่งเป็นพื้นฐานให้โลก
‎เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนั่นคือ

352
00:20:21,136 --> 00:20:23,222
‎วัฏจักรไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

353
00:20:24,223 --> 00:20:29,019
‎ขีดความสามารถแรกของผืนพิภพคือ
‎องค์ประกอบของที่อยู่อาศัยบนโลก

354
00:20:29,102 --> 00:20:33,815
‎ซึ่งเกี่ยวกับการที่เราแปรเปลี่ยน
‎ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ

355
00:20:35,192 --> 00:20:38,153
‎เรากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่อย่างรวดเร็ว

356
00:20:38,237 --> 00:20:41,740
‎ภายในป่าธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุด
‎ที่ยังเหลืออยู่บนโลก

357
00:20:43,200 --> 00:20:44,368
‎ป่าแอมะซอน

358
00:20:47,204 --> 00:20:49,206
‎คาร์ลอส โนเบรศึกษาความสำคัญ

359
00:20:49,289 --> 00:20:53,835
‎ของป่าฝนแห่งนี้ที่มีต่อเสถียรภาพของโลก
‎มานานหลายทศวรรษ

360
00:20:53,919 --> 00:20:56,463
‎เขาคือคนแรกที่ส่งเสียงเตือนภัย

361
00:20:57,422 --> 00:20:59,383
‎(สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยเซาเปาโล)

362
00:20:59,466 --> 00:21:02,511
‎ผมเคยเห็นแอมะซอน
‎ในปี 1971-1972 สมัยยังไม่ถูกรบกวน

363
00:21:05,430 --> 00:21:06,932
‎ผมเคยเห็นป่าแห่งนี้

364
00:21:08,267 --> 00:21:09,393
‎และแม่น้ำ

365
00:21:10,602 --> 00:21:13,605
‎ผมว่ายน้ำในรีอูเนกรูกับปิรัญญ่า

366
00:21:13,689 --> 00:21:15,816
‎โดยไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับผม

367
00:21:15,899 --> 00:21:19,987
‎หลังจากนั้น ก็มีการถาง
‎ผืนปารกครึ้มกว้างใหญ่ของแอมะซอน

368
00:21:20,070 --> 00:21:22,531
‎เพื่อเลี้ยงสัตว์และปลูกถั่วเหลือง

369
00:21:22,614 --> 00:21:25,826
‎คาร์ลอสค้นพบว่ามันกำลังเร่งเราเข้าใกล้

370
00:21:25,909 --> 00:21:29,913
‎การเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจย้อนคืน
‎ในพื้นที่ส่วนมากที่เหลืออยู่

371
00:21:30,414 --> 00:21:35,585
‎ในปี 1998 เราเริ่มทำการทดลอง
‎ทางวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด

372
00:21:35,669 --> 00:21:37,671
‎เท่าที่เคยทำมาในป่าฝนเขตร้อน

373
00:21:40,257 --> 00:21:42,634
‎มีการสร้างหอคอยหลายแห่งในป่าฝนแห่งนี้

374
00:21:42,718 --> 00:21:45,387
‎เพื่อศึกษาว่ามันสร้างสภาพอากาศ
‎ของตนเองอย่างไร

375
00:21:46,221 --> 00:21:50,976
‎ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า
‎ส่วนใหญ่ของป่าฝนแห่งนี้กำลังแห้งผาก

376
00:21:53,061 --> 00:21:56,481
‎ในแอมะซอน ปกติฤดูแล้ง
‎ยาวนานเต็มที่ก็สามเดือน

377
00:21:56,565 --> 00:21:59,651
‎แต่เมื่อโลกร้อนขึ้น

378
00:21:59,735 --> 00:22:03,530
‎และมีป่าน้อยลงเพราะการกระทำของมนุษย์

379
00:22:03,613 --> 00:22:05,699
‎โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์และปลูกถั่วเหลือง

380
00:22:06,325 --> 00:22:11,580
‎ฤดูแล้งจึงยาวนานกว่าเดิมหกวัน

381
00:22:11,663 --> 00:22:14,750
‎ต่อหนึ่งทศวรรษนับจากปี 1980

382
00:22:15,542 --> 00:22:18,253
‎เมื่อผืนป่าลดจำนวนและถูกแบ่งย่อย

383
00:22:18,337 --> 00:22:20,547
‎ศักยภาพของป่าในการไหลเวียนน้ำ

384
00:22:20,630 --> 00:22:24,259
‎และก่อเกิดน้ำฝนในฤดูแล้งจึงลดน้อยลง

385
00:22:25,469 --> 00:22:28,764
‎ถ้าฤดูแล้งยาวนานเกินสี่เดือน

386
00:22:28,847 --> 00:22:32,559
‎ไม้ในป่าจะตายและกลายเป็นทุ่งหญ้า

387
00:22:32,642 --> 00:22:35,520
‎เราเรียกกระบวนการนี้ว่า
‎กระบวนการแปรป่าฝนเป็นสะวันนา

388
00:22:36,313 --> 00:22:40,442
‎มีหลายสัญญาณบ่งชี้ว่า
‎หลายส่วนของแอมะซอนเปลี่ยนไปแล้ว

389
00:22:41,693 --> 00:22:45,072
‎ถ้าอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงเกิน 20-25% 

390
00:22:45,739 --> 00:22:48,867
‎โดยที่โลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้

391
00:22:48,950 --> 00:22:53,789
‎เราน่าจะเข้าสู่กระบวนการแปรป่าฝน
‎เป็นสะวันนาแบบที่ไม่อาจฟื้นคืนได้

392
00:22:53,872 --> 00:22:58,877
‎ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อป่าแอมะซอน 50-60%

393
00:23:00,128 --> 00:23:05,175
‎เราสูญเสียป่าฝนแอมะซอนไปแล้วเกือบ 20%

394
00:23:06,259 --> 00:23:08,637
‎เราอาจกำลังเปลี่ยนแอะมะซอน

395
00:23:08,720 --> 00:23:12,307
‎จากมิตรของโลกเป็นศัตรูของโลก

396
00:23:13,100 --> 00:23:16,686
‎เพราะเมื่อป่ากลายเป็นสะวันนา
‎ต้นไม้มากมายล้มตาย

397
00:23:16,770 --> 00:23:19,398
‎และก๊าซคาร์บอนถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ

398
00:23:19,981 --> 00:23:23,276
‎คาร์ลอสคำนวณว่าแอมะซอนอาจจะ

399
00:23:23,360 --> 00:23:27,155
‎ปล่อยก๊าซคาร์บอน 200 พันล้านตัน
‎ตลอด 30 ปีข้างหน้า

400
00:23:27,239 --> 00:23:31,034
‎ซึ่งเทียบเท่าปริมาณคาร์บอน
‎ที่ถูกปล่อยออกมาทั่วโลก

401
00:23:31,118 --> 00:23:33,453
‎ตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมา

402
00:23:33,537 --> 00:23:37,499
‎เราใกล้จะถึงจุดเปลี่ยนนั้นเต็มที

403
00:23:38,291 --> 00:23:42,003
‎เรากังวลไหมที่จะสู้กับวิกฤติภูมิอากาศ

404
00:23:42,087 --> 00:23:47,384
‎เรากังวลไหมที่มีการกักเก็บคาร์บอนในป่า

405
00:23:47,968 --> 00:23:49,719
‎หรือ "ฉันไม่สน" 

406
00:23:53,390 --> 00:23:56,935
‎มีเหตุผลให้ต้องกังวลมากๆ ณ จุดนี้

407
00:23:57,018 --> 00:24:00,564
‎เรายังขยายพื้นที่การเกษตร
‎เข้าสู่ระบบนิเวศธรรมชาติ

408
00:24:00,647 --> 00:24:03,024
‎เรายังตัดไม้ในป่าฝน

409
00:24:03,108 --> 00:24:05,235
‎ในระดับที่ทำให้ทั้งระบบเสี่ยงเป็นอันตราย

410
00:24:07,612 --> 00:24:09,990
‎ซึ่งไม่ใช่แค่ป่าฝน

411
00:24:10,073 --> 00:24:15,996
‎ต้นไม้ทุกชนิดมีค่าประเมินมิได้
‎ในการรักษาเสถียรภาพของโลก

412
00:24:16,913 --> 00:24:21,710
‎มันสำคัญมากถึงขนาดที่ว่า
‎การสูญเสียพื้นที่ป่าทั่วโลกแค่ 25%

413
00:24:21,793 --> 00:24:25,255
‎ก็เสี่ยงที่จะกระตุ้นจุดเปลี่ยนให้เกิดภัยพิบัติได้แล้ว

414
00:24:26,173 --> 00:24:29,843
‎แต่นี่เราถางป่าไปแล้วเกือบ 40%

415
00:24:29,926 --> 00:24:33,638
‎เราเข้าสู่เขตอันตรายเต็มตัว
‎ในขีดความสามารถนี้ของโลก

416
00:24:39,019 --> 00:24:44,191
‎ผลกระทบใหญ่หลวงประการที่สองเมื่อป่าลดลง
‎คือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

417
00:24:45,442 --> 00:24:46,610
‎สูญเสียธรรมชาติ

418
00:24:47,444 --> 00:24:51,323
‎ความหลากหลายทางชีวภาพ
‎คือขีดความสามารถของผืนพิภพอย่างที่สอง

419
00:24:51,907 --> 00:24:55,744
‎เพราะมันประคองเราให้เติบโตบนโลกนี้ได้

420
00:24:56,369 --> 00:24:58,622
‎แต่เราไม่ดูแลมันให้ดี

421
00:24:58,705 --> 00:25:01,583
‎ธรรมชาติถูกทำลายในอัตราส่วนและในระดับที่

422
00:25:01,666 --> 00:25:04,377
‎(ดร. แอนน์ ลารีกอเดอรี
‎องค์กรระหว่างรัฐด้านระบบนิเวศ)

423
00:25:04,461 --> 00:25:06,254
‎ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

424
00:25:07,589 --> 00:25:10,800
‎แอนน์ ลารีกอเดอรีเป็นนักนิเวศวิทยา

425
00:25:10,884 --> 00:25:13,803
‎ที่ตื่นตัวกับหลักฐานต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก

426
00:25:13,887 --> 00:25:16,014
‎ทุกแห่งทั่วโลก

427
00:25:16,097 --> 00:25:17,933
‎ธรรมชาติกำลังเสื่อมโทรม

428
00:25:19,267 --> 00:25:23,188
‎พืชและสัตว์นับล้านเผ่าพันธุ์

429
00:25:23,271 --> 00:25:25,482
‎จากทั้งหมดที่ประเมินว่า

430
00:25:25,565 --> 00:25:29,694
‎มีแปดล้านเผ่าพันธุ์กำลังหมิ่นเหม่จะสูญพันธุ์

431
00:25:31,238 --> 00:25:34,616
‎ถ้าเราปล่อยให้มีแนวโน้มแง่ลบเช่นนี้ต่อไป

432
00:25:34,699 --> 00:25:38,703
‎เราอาจมุ่งไปสู่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่หก

433
00:25:41,206 --> 00:25:43,333
‎ในเวลาแค่ 50 ปี

434
00:25:43,416 --> 00:25:49,214
‎มนุษย์กำจัดประชากรสัตว์ป่าทั่วโลก
‎ไปมากถึง 68%

435
00:25:49,297 --> 00:25:53,426
‎ชัดเจนว่าเรากำลังเผชิญ
‎วิกฤติความหลากหลายทางชีวภาพ

436
00:25:54,010 --> 00:25:56,429
‎การสูญเสียโครงสร้างของชีวิต

437
00:25:56,513 --> 00:26:01,309
‎หรือความหลากหลายทางชีวภาพนี้
‎เป็นภัยคุกคามชีวิตเราเอง

438
00:26:10,235 --> 00:26:13,530
‎เมื่อความหลากหลายทางชีวภาพ
‎มีแนวโน้มเลวร้ายเช่นปัจจุบัน

439
00:26:13,613 --> 00:26:17,409
‎เราจะไม่มีอาหารพอป้อนชาวโลก

440
00:26:17,492 --> 00:26:21,329
‎ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องการธรรมชาติที่สมบูรณ์

441
00:26:27,544 --> 00:26:30,338
‎สำหรับโยฮัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นใกล้บ้าน

442
00:26:30,422 --> 00:26:32,340
‎กระทบใจเขาอย่างมาก

443
00:26:32,424 --> 00:26:38,179
‎ผมอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่า
‎นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษกำลังจะมาที่สวีเดน

444
00:26:38,263 --> 00:26:42,892
‎เพื่อขโมยราชินีบัมเบิลบีขนสั้น

445
00:26:43,852 --> 00:26:46,146
‎เหมือนกับว่าพวกเขาลักลอบกระทำในยามวิกาล

446
00:26:46,229 --> 00:26:49,441
‎ขโมยราชินีบัมเบิลบีนับร้อยตัว

447
00:26:49,524 --> 00:26:51,359
‎กลับไปที่อังกฤษ

448
00:26:51,443 --> 00:26:54,362
‎เพื่อกอบกู้สิ่งที่พวกเขาเองเป็นผู้ทำลาย

449
00:26:56,573 --> 00:26:59,784
‎ในยุโรป บัมเบิลบีขนสั้น

450
00:26:59,868 --> 00:27:02,287
‎คือนักผสมเกสรพืชพันธุ์ธัญญาหารรายสำคัญ

451
00:27:02,370 --> 00:27:07,500
‎แต่ในช่วงปี 1990
‎มันถูกจัดเป็นสัตว์สูญพันธุ์ในอังกฤษ

452
00:27:10,003 --> 00:27:11,504
‎ตอนนี้กลายเป็นว่าเรามี

453
00:27:11,588 --> 00:27:14,591
‎ประเทศหนึ่งซึ่งรู้สึกเป็นหน้าที่
‎ที่ต้องไปอีกประเทศหนึ่ง

454
00:27:14,674 --> 00:27:17,302
‎และขโมยนักผสมเกสรของคนอื่นกลับบ้านตัวเอง

455
00:27:17,385 --> 00:27:19,471
‎เพื่อจะได้มีระบบนิเวศที่ใช้งานได้

456
00:27:19,554 --> 00:27:22,682
‎ซึ่งโดยส่วนตัวผม

457
00:27:22,766 --> 00:27:26,728
‎ตอนนั้นเองที่ผมตระหนักว่า

458
00:27:27,812 --> 00:27:29,147
‎นี่คือเรื่องร้ายแรง

459
00:27:30,857 --> 00:27:34,110
‎พันธุ์พืชผลทั่วโลกประมาณ 70%

460
00:27:34,194 --> 00:27:37,656
‎อาศัยการผสมเกสรของแมลงบางชนิด

461
00:27:38,698 --> 00:27:42,243
‎แต่การขยายเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว
‎ที่เน้นผลผลิตต่อไร่กำลังนำไปสู่

462
00:27:42,327 --> 00:27:44,871
‎ภาวะขาดแคลนแมลงเหล่านี้อย่างรุนแรง

463
00:27:46,122 --> 00:27:49,459
‎ที่ตลกคือวิธีที่ทั่วโลกผลิตอาหาร

464
00:27:49,542 --> 00:27:50,835
‎หลักๆ แล้วกลับเป็น

465
00:27:50,919 --> 00:27:55,006
‎การกำจัดสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
‎ต่อการผลิตอาหารของเราเอง

466
00:27:58,176 --> 00:28:01,346
‎นอกจากมันพิสูจน์สมมติฐานหนึ่ง

467
00:28:01,429 --> 00:28:05,433
‎ในงานวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ
‎ที่ว่าความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่สิ่งที่

468
00:28:05,517 --> 00:28:08,687
‎เราต้องปกป้องแค่เพราะมันมีคุณประโยชน์

469
00:28:08,770 --> 00:28:13,608
‎หรือด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีบางอย่าง
‎ที่เผ่าพันธุ์หนึ่งหรือมนุษย์

470
00:28:13,692 --> 00:28:15,652
‎มีต่อเผ่าพันธุ์อื่นเช่นพืชและสัตว์

471
00:28:15,735 --> 00:28:20,323
‎เปล่าเลย แต่เพราะมันคือกล่องเครื่องมือ
‎ทำให้สังคมเราอยู่รอดต่างหาก

472
00:28:21,533 --> 00:28:25,495
‎มันคือชิ้นส่วนสำคัญของปริศนา

473
00:28:25,578 --> 00:28:28,873
‎ที่ทำให้เรามีอาหารกิน
‎มีอากาศสะอาด มีน้ำสะอาด

474
00:28:28,957 --> 00:28:33,128
‎ทำให้มีการขับคาร์บอน
‎ทำให้ธาตุอาหารหมุนเวียน

475
00:28:36,131 --> 00:28:38,967
‎นักวิทยาศาสตร์พยายามคำนวณผลประโยชน์

476
00:28:39,050 --> 00:28:42,011
‎ที่แมลงต่างๆ มอบให้เรา
‎โดยพิจารณากิจวัตรประจำวัน

477
00:28:42,095 --> 00:28:44,347
‎ของพวกมันที่อยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก

478
00:28:44,431 --> 00:28:47,767
‎แต่ละเผ่าพันธุ์มีหน้าที่แตกต่าง
‎อย่างแทบแยกไม่ออก

479
00:28:48,435 --> 00:28:52,439
‎แต่คุณค่าของพวกมัน
‎โดยมากมิอาจคำนวณได้จนกระทั่งจู่ๆ

480
00:28:55,066 --> 00:28:55,942
‎พวกมันหายสาบสูญ

481
00:28:58,069 --> 00:29:02,115
‎โลกที่ไม่มีแมลงไม่ใช่โลกที่จะอยู่รอดได้

482
00:29:05,577 --> 00:29:09,748
‎และแน่นอนว่าสัตว์ที่ลดจำนวนลงไม่ได้มีแค่แมลง

483
00:29:10,707 --> 00:29:15,044
‎สัตว์ป่าลดจำนวนลงทุกที
‎เมื่อเราขยายพื้นที่เกษตรกรรม

484
00:29:15,128 --> 00:29:18,006
‎ไปทั่วผืนดินบนโลกที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้

485
00:29:18,506 --> 00:29:21,259
‎ทุกวันนี้ ในบรรดานกทั้งหมดบนโลก

486
00:29:21,342 --> 00:29:24,095
‎เป็นนกป่าแค่ 30%

487
00:29:25,180 --> 00:29:27,390
‎และในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดบนโลก

488
00:29:27,474 --> 00:29:32,020
‎ตอนนี้มีสัตว์ป่าเพียง 4% เมื่อคิดตามน้ำหนัก

489
00:29:33,104 --> 00:29:36,274
‎แล้วขีดความปลอดภัยสำหรับ
‎ความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ตรงไหน

490
00:29:36,941 --> 00:29:38,943
‎มีโลกธรรมชาติอีกมากเท่าไหร่

491
00:29:39,027 --> 00:29:43,281
‎ที่เราสูญเสียได้ก่อนที่สังคมมนุษย์จะล่มสลาย

492
00:29:43,948 --> 00:29:46,284
‎มีจุดเปลี่ยนหลากหลายมาก

493
00:29:46,367 --> 00:29:48,119
‎ในโลกธรรมชาติ

494
00:29:48,203 --> 00:29:51,456
‎ซึ่งมันยากจะแปลเป็นรูปธรรมว่าตรงไหนคือ

495
00:29:51,539 --> 00:29:54,542
‎ขีดจำกัดของโลกเมื่อเป็นเรื่อง
‎ความหลากหลายทางธรรมชาติ

496
00:29:54,626 --> 00:29:56,961
‎เพราะชีวิตซับซ้อนมาก

497
00:29:58,505 --> 00:30:02,509
‎คงยากจะระบุขีดความปลอดภัย
‎อย่างหนึ่งอย่างใดจากการสูญเสียธรรมชาติ

498
00:30:02,592 --> 00:30:04,677
‎เพราะธรรมชาติมีความซับซ้อน

499
00:30:05,178 --> 00:30:06,679
‎แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน

500
00:30:06,763 --> 00:30:09,682
‎เราข้ามขีดจำกัดนั้นมาไกลมากแล้ว

501
00:30:11,184 --> 00:30:13,478
‎เราเข้ามาอยู่ลึกในเขตสีแดง

502
00:30:13,561 --> 00:30:16,231
‎เราอยู่ในจุดที่อันตรายมาก

503
00:30:16,314 --> 00:30:21,319
‎เมื่อนี่หมายถึงการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์บนโลก
‎และระบบนิเวศบนโลกถูกทำลาย

504
00:30:21,402 --> 00:30:24,280
‎เราจึงต้องหยุดการสูญเสีย
‎ความหลากหลายทางธรรมชาติ

505
00:30:24,864 --> 00:30:26,950
‎ให้เร็วที่สุดเท่าที่เราเคยทำได้

506
00:30:30,078 --> 00:30:33,790
‎ตอนนี้คือการตั้งเป้าหมายเป็นช่วงเวลา

507
00:30:33,873 --> 00:30:37,460
‎สำหรับปี 2021 ปี 2022

508
00:30:37,544 --> 00:30:40,255
‎ผมหมายถึงให้ตั้งเป้าหมาย
‎ในช่วงต้นทศวรรษนี้เลย

509
00:30:40,338 --> 00:30:43,800
‎ว่าเราต้องไม่สูญเสียธรรมชาติอีก

510
00:30:46,427 --> 00:30:52,225
‎จากนี้ไป เรายอมให้โลกร้อนขึ้นสูงสุด
‎ได้แค่ 1.5 องศาเซลเซียส

511
00:30:52,308 --> 00:30:54,519
‎ซึ่งเท่ากับการไม่สูญเสียธรรมชาติอีกเลย

512
00:30:57,772 --> 00:31:02,443
‎ขีดความปลอดภัยของโลกอย่างที่สาม
‎เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดของโลก

513
00:31:03,152 --> 00:31:06,614
‎เพราะน้ำสะอาดคือพื้นฐานสำคัญอีกอย่าง

514
00:31:06,698 --> 00:31:08,658
‎ที่สังคมพึ่งพาอาศัย

515
00:31:09,158 --> 00:31:12,161
‎คุณรู้ไหมว่าคุณกับผมต้องการน้ำสะอาด

516
00:31:12,245 --> 00:31:15,123
‎ประมาณสัก 3,000 ลิตร

517
00:31:15,206 --> 00:31:19,002
‎ต่อคนต่อวันเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่รอดน่ะ

518
00:31:19,586 --> 00:31:24,007
‎คุณคงบอกว่า "พระเจ้า สามพันลิตรเหรอ
‎น้ำสามตันเชียวนะ เป็นไปได้ยังไง"

519
00:31:24,090 --> 00:31:28,720
‎ครับ เราต้องการน้ำแค่ 50 ลิตร
‎สำหรับสุขอนามัยและดื่ม

520
00:31:29,804 --> 00:31:32,891
‎ประชากรในประเทศร่ำรวย
‎ใช้น้ำอีกประมาณร้อยลิตร

521
00:31:32,974 --> 00:31:35,351
‎สำหรับซักล้าง และความจำเป็นต่างๆ ในบ้าน

522
00:31:35,435 --> 00:31:38,980
‎ส่วนอุตสาหกรรมต้องการอีก
‎สัก 150 ก็รวมได้ประมาณ 300 ลิตร

523
00:31:39,063 --> 00:31:43,651
‎แต่ที่เหลือ 2,500 ลิตรหรือราวๆ นั้น
‎มีไว้สำหรับอาหาร

524
00:31:44,360 --> 00:31:48,948
‎เราต้องการน้ำสะอาดจำนวนนั้น
‎เพื่อผลิตทุกสิ่งที่อยู่บนจาน

525
00:31:49,032 --> 00:31:50,867
‎ที่เรากินเป็นอาหาร

526
00:31:53,494 --> 00:31:57,290
‎น้ำสะอาดมีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับโยฮัน

527
00:31:57,373 --> 00:31:59,626
‎น้ำคือหัวข้อวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขา

528
00:31:59,709 --> 00:32:04,297
‎และเวลาทำวิจัยหลายปี
‎ในภูมิภาคกึ่งแห้งแล้งของแอฟริกา

529
00:32:05,256 --> 00:32:08,968
‎ผมน่ะ ใช้เวลาตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นจนอาทิตย์ตก

530
00:32:09,052 --> 00:32:11,638
‎เดินไปทั่ว เหงื่อแตกเหมือนอาบน้ำ

531
00:32:11,721 --> 00:32:13,932
‎เพื่อเก็บข้อมูล

532
00:32:14,015 --> 00:32:15,975
‎ขุดหน้าตัดของดิน

533
00:32:16,059 --> 00:32:19,187
‎เก็บตัวอย่างดิน วัดความชื้นในดิน

534
00:32:19,938 --> 00:32:22,774
‎เก็บข้อมูลความเร็วลมและปริมาณน้ำฝน

535
00:32:24,233 --> 00:32:27,987
‎ผมเคยวัดพื้นที่ใบต่อพื้นที่ปลูกมาแล้ว
‎คุณนึกดูเถอะ คุณคงนึกไม่ออกว่า

536
00:32:28,071 --> 00:32:32,867
‎นักวิทยาศาสตร์ต้องระวังแค่ไหนในการวัด

537
00:32:32,951 --> 00:32:36,120
‎ขนาดของใบไม้ทั้งหมด
‎ภายในหนึ่งตารางมิลลิเมตร

538
00:32:38,206 --> 00:32:42,627
‎เขาต้องการรายละเอียดเหล่านี้
‎เพื่อตอบคำถามที่ใหญ่กว่านั้นมาก

539
00:32:43,127 --> 00:32:46,506
‎เราต้องการน้ำมากแค่ไหนถึงจะพอป้อนชาวโลก

540
00:32:47,256 --> 00:32:50,426
‎คำตอบคร่าวๆ ของผม
‎สมัยผมทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทก็คือ

541
00:32:50,510 --> 00:32:52,929
‎"ครับ ดูเหมือนจะมีปริมาณน้ำมากพอ"

542
00:32:53,471 --> 00:32:55,181
‎แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน

543
00:32:55,848 --> 00:32:59,185
‎การใช้น้ำสะอาดมีเกณฑ์กลางไหม

544
00:32:59,268 --> 00:33:02,063
‎ที่เมื่อเกินเกณฑ์แล้วระบบจะเริ่มพังทลาย

545
00:33:03,523 --> 00:33:06,109
‎ที่จริงเราตรวจสอบที่ลุ่มน้ำทุกแห่งในโลกแล้ว

546
00:33:06,192 --> 00:33:07,735
‎จากนั้นเราก็

547
00:33:07,819 --> 00:33:10,905
‎กำหนดปริมาณขั้นต่ำ

548
00:33:10,989 --> 00:33:14,242
‎ของน้ำไหลผ่านซึ่งที่ลุ่มน้ำนั้นควรมี

549
00:33:14,325 --> 00:33:18,204
‎เพื่อรักษาความชุ่มชื้นโดยรอบ

550
00:33:18,287 --> 00:33:21,124
‎ซึ่งทำให้ระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์

551
00:33:21,207 --> 00:33:24,669
‎มีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอ
‎มีที่ลุ่มน้ำที่มีน้ำไหลผ่านเพียงพอ

552
00:33:25,628 --> 00:33:29,424
‎ปริมาตรของน้ำจากแม่น้ำแต่ละแห่ง
‎ที่เรานำมาใช้ในปัจจุบัน

553
00:33:29,507 --> 00:33:33,386
‎ทำให้เห็นสาเหตุที่แม่น้ำหลายแห่งใกล้แห้งเหือด

554
00:33:36,097 --> 00:33:42,061
‎เท่าที่การประเมินของเราบอกในตอนนี้
‎ปริมาณน้ำสะอาดทั่วโลกของเรา

555
00:33:42,145 --> 00:33:44,397
‎ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

556
00:33:44,480 --> 00:33:46,983
‎แต่เรากำลังมุ่งหน้าสู่เขตอันตรายอย่างรวดเร็ว

557
00:33:52,739 --> 00:33:54,991
‎ขีดความปลอดภัยของผืนพิภพอย่างสุดท้าย

558
00:33:55,074 --> 00:33:59,454
‎เกี่ยวกับการหมุนเวียนของธาตุอาหาร
‎ไนโตรเจน และฟอสฟอรัส

559
00:34:00,038 --> 00:34:03,708
‎ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของสรรพชีวิต

560
00:34:03,791 --> 00:34:06,627
‎และส่วนประกอบสำคัญของปุ๋ย

561
00:34:07,170 --> 00:34:12,007
‎โยฮันสังเกตเห็นจากประสบการณ์ตัวเองว่า
‎เมื่อใช้ธาตุอาหารเกินขนาดส่งผลกระทบยังไง

562
00:34:13,760 --> 00:34:18,389
‎เขามีวัยเด็กในฤดูร้อน
‎บนเกาะแห่งหนึ่งกลางทะเลบอลติก

563
00:34:19,223 --> 00:34:20,558
‎เราชอบตกปลามาก

564
00:34:20,641 --> 00:34:24,645
‎ส่วนใหญ่ ผมมาตกปลากับเพื่อนสนิทที่นี่ อันเดอร์ส

565
00:34:24,728 --> 00:34:28,315
‎แล้วก็น้องชายของผม นิคคลอส และ...

566
00:34:28,399 --> 00:34:30,525
‎ส่วนใหญ่ก็จะมีเราสามคน

567
00:34:30,610 --> 00:34:33,905
‎ที่บอกพ่อแม่ผมได้แทบจะเต็มปากเต็มคำว่า

568
00:34:33,987 --> 00:34:35,864
‎"มื้อเย็นนี้อยากได้ปลาสักหน่อยไหมฮะ"

569
00:34:35,947 --> 00:34:39,118
‎แล้วเราก็จะกลับบ้าน
‎พร้อมปลาที่จับมาได้เป็นเรื่องปกติ

570
00:34:39,202 --> 00:34:41,913
‎ครั้งหนึ่งที่เราออกไปผจญภัย

571
00:34:42,789 --> 00:34:46,751
‎ไกลออกไปสักสองไมล์ทะเลกลางทะเลบอลติก

572
00:34:47,418 --> 00:34:50,963
‎แถวนั้นเราจะตกปลาคอดได้ด้วยมือเปล่า

573
00:34:52,255 --> 00:34:55,426
‎ตอนนั้นผมเก่งที่สุดเรื่องล้างทำความสะอาดปลา

574
00:34:55,510 --> 00:34:58,304
‎ผ่านไปสักชั่วโมง ผมก็ต้องเลิกตกปลา

575
00:34:58,387 --> 00:35:01,766
‎เพราะเราได้ปลาคอดมากซะจน
‎ทางเดียวที่จะเอาปลากลับบ้านได้

576
00:35:01,849 --> 00:35:05,686
‎คือเราจะต้องแล่ปลาบนเรือเลย

577
00:35:06,479 --> 00:35:09,607
‎ถ้าทำแบบนั้นเราจะเห็นนกนางนวลมารุมล้อมเรา

578
00:35:09,690 --> 00:35:12,693
‎เพราะมันมีเยอะมากน่ะ

579
00:35:12,777 --> 00:35:16,364
‎ตับไตไส้พุงปลา และชิ้นส่วนของปลาที่ผมแล่ไว้

580
00:35:16,447 --> 00:35:18,241
‎เต็มลำเรือ

581
00:35:21,119 --> 00:35:25,832
‎มันคือเรื่องน่าตื่นเต้นมากๆ สำหรับเด็กคนหนึ่ง

582
00:35:27,708 --> 00:35:31,838
‎หลายสิบปีต่อมา ปัจจุบัน
‎สถานการณ์เปลี่ยนไปสิ้นเชิง

583
00:35:31,921 --> 00:35:36,467
‎เราไม่เห็นใครคิดจะออกไปจับปลาคอด

584
00:35:36,551 --> 00:35:39,303
‎เพราะมันว่างเปล่าจริงๆ

585
00:35:40,930 --> 00:35:46,894
‎สภาพทั่วไปดูเหมือนเดิมนะ
‎จากที่เป็นในทศวรรษ 1970 และ 1980 

586
00:35:46,978 --> 00:35:49,564
‎เมื่อเรามองดูจากเบื้องบน

587
00:35:49,647 --> 00:35:53,568
‎แต่เมื่อเราพิจารณาที่นี่จากเบื้องล่าง
‎บางอย่างแตกต่างสิ้นเชิง

588
00:35:55,194 --> 00:35:59,365
‎สมัยโยฮันเป็นเด็ก ทะเลบอลติก
‎มีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์

589
00:35:59,448 --> 00:36:02,577
‎ควบคุมโดยปลานักล่าอย่างปลาคอด

590
00:36:03,119 --> 00:36:06,038
‎แต่ขณะที่การประมงเกินขนาด
‎ทำให้ปลาลดลงจำนวนมาก

591
00:36:06,122 --> 00:36:09,834
‎ปุ๋ยที่โดนน้ำชะล้างจากทุ่งรอบๆ

592
00:36:09,917 --> 00:36:12,587
‎ได้ไหลลงทะเลบอลติกจนทำให้เกิดหายนะ

593
00:36:12,670 --> 00:36:15,923
‎ปัจจุบันมันคือทะเลที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก

594
00:36:18,551 --> 00:36:24,140
‎เมื่อเรามีทะเลหลายแห่งทั่วโลก
‎ที่มีสภาพเทียบเท่าบอลติก

595
00:36:24,223 --> 00:36:27,185
‎นั่นแหละสาเหตุที่ทำให้เรากังวลอย่างยิ่ง

596
00:36:27,268 --> 00:36:29,854
‎เพราะมันเป็นสัญญาณ

597
00:36:29,937 --> 00:36:32,690
‎บอกว่าทั้งโลก

598
00:36:32,773 --> 00:36:36,736
‎ค่อยๆ สูญเสียศักยภาพในการเยียวยาตัวเอง
‎และค่อยๆ อ่อนแอลงเรื่อยๆ

599
00:36:39,238 --> 00:36:44,577
‎เอเลน่า เบนเนตต์คือ
‎ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผลกระทบของปุ๋ย

600
00:36:44,660 --> 00:36:48,497
‎เราเอาไนโตรเจนจากอากาศ
‎และแปรรูปมันทางเคมี

601
00:36:48,581 --> 00:36:52,084
‎ให้อยู่ในรูปแบบซึ่งพืชเอาไปใช้ได้

602
00:36:52,168 --> 00:36:55,087
‎หรือในกรณีของฟอสฟอรัส เราขุดมันออกจากดิน

603
00:36:55,171 --> 00:36:56,130
‎เราสกัดแร่ธาตุออกมา

604
00:36:57,256 --> 00:37:01,510
‎เราพัฒนาวิถีทางเคมีเหล่านี้
‎หรือวิธีสกัดแร่ฟอสฟอรัส

605
00:37:01,594 --> 00:37:03,804
‎จนมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมมาก

606
00:37:03,888 --> 00:37:07,391
‎และให้ผลผลิตเพิ่มหลักๆ สองเท่า สามเท่า

607
00:37:07,475 --> 00:37:08,935
‎หรือแม้แต่สี่เท่า

608
00:37:09,018 --> 00:37:12,939
‎ในการผลิตอาหารทั่วโลก

609
00:37:14,315 --> 00:37:17,109
‎เป็นวิธีทรงคุณค่าในการ
‎ป้อนอาหารชาวโลกที่เพิ่มขึ้น

610
00:37:17,693 --> 00:37:21,322
‎แต่เราติดนิสัยใส่ปุ๋ยเกินขนาด

611
00:37:21,405 --> 00:37:23,407
‎มากกว่าที่พืชผลเอาไปใช้ได้จริง

612
00:37:23,491 --> 00:37:26,244
‎ธาตุอาหารที่ไม่ได้ใช้เลยถูกชะล้างลงแม่น้ำ

613
00:37:26,327 --> 00:37:28,537
‎ทำให้แม่น้ำได้รับปุ๋ยมากเกินไปเช่นกัน

614
00:37:28,621 --> 00:37:31,332
‎เราเรียกกระบวนการนี้ว่า
‎"ปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชัน"

615
00:37:32,124 --> 00:37:35,086
‎เราได้เห็นสาหร่ายเติบโตสะพรั่ง

616
00:37:35,169 --> 00:37:40,591
‎มันดูเหมือนคราบสีเขียวอมฟ้าบนผิวทะเลสาบ

617
00:37:40,675 --> 00:37:42,551
‎มักจะเหม็นมาก

618
00:37:42,635 --> 00:37:46,555
‎เพราะเรากำลังดมกลิ่นสาหร่ายเน่า

619
00:37:47,348 --> 00:37:50,643
‎เมื่อมันกำลังย่อยสลาย มันก็ใช้ออกซิเจน

620
00:37:51,227 --> 00:37:54,563
‎ออกซิเจนในน้ำที่ลดลง
‎เปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมี

621
00:37:54,647 --> 00:37:59,777
‎ของตะกอนก้นทะเลสาบ
‎ทำให้มีการปล่อยก๊าซฟอสฟอรัสมากขึ้น

622
00:37:59,860 --> 00:38:03,489
‎ต่อมาไม่นานเมื่อคุณเจอปัญหาปรากฏการณ์
‎ยูโทรฟิเคชัน ก็เหมือนทะเลสาบบอกว่า

623
00:38:03,572 --> 00:38:06,117
‎"ดีเลย เราจะทำให้มันแย่ลง"

624
00:38:06,200 --> 00:38:09,620
‎แล้วมันก็สร้างวงจรตอบรับเชิงบวก

625
00:38:09,704 --> 00:38:12,873
‎ซึ่งก็คือผลิตก๊าซฟอสฟอรัสมากขึ้นเรื่อยๆ

626
00:38:12,957 --> 00:38:16,669
‎ลงทะเลสาบนี้ซึ่งโดยตัวมันเอง
‎ก็ทำให้มันอยู่รอดในภาวะนั้น

627
00:38:17,962 --> 00:38:20,256
‎เรายังมีปัญหาเดียวกันนี้

628
00:38:20,339 --> 00:38:23,009
‎จากปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชันในทะเล

629
00:38:23,092 --> 00:38:25,428
‎ซึ่งเราได้สิ่งที่เรียกว่าเขตมรณะ

630
00:38:25,511 --> 00:38:27,179
‎จากธาตุอาหารตัวเดียวกัน

631
00:38:27,263 --> 00:38:30,308
‎และตอนนี้เรามีเขตมรณะแบบนี้

632
00:38:30,391 --> 00:38:33,644
‎หลายร้อยแห่งทั่วโลก

633
00:38:36,355 --> 00:38:40,568
‎ปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชันในทะเล
‎อาจเป็นตัวการสำคัญหนึ่ง

634
00:38:40,651 --> 00:38:44,947
‎ทำให้เกิดเหตุการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่
‎ของโลกหนึ่งในห้าครั้งก่อนหน้านี้

635
00:38:45,573 --> 00:38:46,741
‎ปัจจุบัน

636
00:38:46,824 --> 00:38:49,201
‎เขตมรณะบางแห่งขยายพื้นที่

637
00:38:49,285 --> 00:38:52,496
‎ปกคลุมเป็นบริเวณหลายหมื่นตารางกิโลเมตรแล้ว

638
00:38:58,127 --> 00:39:01,255
‎การที่เราใช้ฟอสฟอรัสและไนโตรเจนมากเกินไป

639
00:39:01,339 --> 00:39:03,924
‎คือหนึ่งในผลกระทบร้ายแรงที่สุด
‎แต่มีคนรับรู้น้อยที่สุด

640
00:39:04,008 --> 00:39:05,634
‎ที่เกิดขึ้นบนผืนพิภพ

641
00:39:05,718 --> 00:39:09,013
‎เราเข้าสู่เขตอันตรายลึกมากแล้ว

642
00:39:09,638 --> 00:39:12,725
‎เราก้าวข้ามขีดความปลอดภัย
‎ของการใช้ธาตุอาหารมาไกล

643
00:39:12,808 --> 00:39:15,394
‎เราไม่ได้คิดถึงเรื่องแบบนี้บ่อยนัก

644
00:39:15,478 --> 00:39:21,317
‎ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องคำนึงถึง
‎ขีดจำกัดนี้จริงจังมากกว่าที่เป็นอยู่

645
00:39:23,652 --> 00:39:26,280
‎ธาตุอาหาร น้ำ ป่าไม้

646
00:39:26,364 --> 00:39:28,741
‎ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิอากาศ

647
00:39:28,824 --> 00:39:31,410
‎ห้าองค์ประกอบสำคัญของโลกเรา

648
00:39:31,494 --> 00:39:33,204
‎ที่ควบคุมเสถียรภาพ

649
00:39:33,287 --> 00:39:35,623
‎และค้ำจุนการอยู่รอดของเราเอง

650
00:39:39,377 --> 00:39:44,006
‎แต่โยฮันกับเพื่อนร่วมวิชาชีพรู้ว่า
‎นี่ยังไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด

651
00:39:45,341 --> 00:39:48,386
‎พวกเขายังไม่ได้อธิบายถึง
‎ปัญหาหนึ่งที่มีคนรู้น้อยมาก

652
00:39:48,469 --> 00:39:50,638
‎ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในมหาสมุทร

653
00:39:55,351 --> 00:40:00,189
‎ผลกระทบของปัญหานี้อาจทำลาย
‎เสถียรภาพของโลกมากกว่าเรื่องอื่น

654
00:40:02,149 --> 00:40:05,653
‎เมื่อเราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‎สู่ชั้นบรรยากาศ

655
00:40:05,736 --> 00:40:09,573
‎จำนวนหนึ่งในสามนั้นจะจมลงทะเล

656
00:40:09,657 --> 00:40:12,410
‎เทอร์รี่ ฮิวส์ร่วมงานใกล้ชิด

657
00:40:12,493 --> 00:40:14,370
‎กับโยฮันมานานหลายปี

658
00:40:15,121 --> 00:40:17,706
‎ซึ่งทำให้เคมีของทะเลเปลี่ยนไป

659
00:40:17,790 --> 00:40:19,959
‎มันเปลี่ยนค่าพีเอช

660
00:40:20,042 --> 00:40:23,379
‎และทำให้น้ำทะเลมีค่าความเป็นด่างน้อยลง
‎หรือเป็นกรดมากขึ้น

661
00:40:23,462 --> 00:40:26,132
‎นี่คือที่มาของชื่อ "ปรากฏการณ์ทะเลกรด"

662
00:40:27,007 --> 00:40:29,844
‎เมื่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ละลายในน้ำทะเล

663
00:40:29,927 --> 00:40:32,054
‎มันก็สร้างกรดคาร์บอนิก

664
00:40:32,638 --> 00:40:34,640
‎น้ำทะเลบริเวณที่เย็นกว่ายิ่งเป็นกรดง่าย

665
00:40:36,475 --> 00:40:38,394
‎หลายสิบปีที่ผ่านมา

666
00:40:38,477 --> 00:40:42,481
‎มหาสมุทรของโลกกลายเป็นกรดมากขึ้น 26%

667
00:40:43,399 --> 00:40:46,444
‎และตราบใดที่ความเข้มข้น
‎ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

668
00:40:46,527 --> 00:40:48,696
‎ในชั้นบรรยากาศยังคงสูง

669
00:40:48,779 --> 00:40:51,365
‎มหาสมุทรจะกลายเป็นกรดต่อไป

670
00:40:52,825 --> 00:40:57,288
‎กรดทำปฏิกิริยากับสารเคมีต่างๆ ในน้ำ
‎เรียกว่าคาร์บอเนตไอออน

671
00:40:57,371 --> 00:40:59,373
‎ซึ่งทำให้สารเคมีต่างๆ ลดความเข้มข้น

672
00:40:59,999 --> 00:41:03,335
‎มันส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตหลายกลุ่มมาก

673
00:41:03,419 --> 00:41:05,129
‎โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่ต้องการ

674
00:41:05,212 --> 00:41:07,423
‎คาร์บอเนตให้กระดูกเจริญเติบโต

675
00:41:07,506 --> 00:41:10,718
‎เช่น มอลลัสกา หอยนางรม หอยแมลงภู่

676
00:41:12,094 --> 00:41:15,598
‎ปรากฏการณ์ทะเลกรดมีประวัติที่น่ากลัว

677
00:41:18,100 --> 00:41:20,978
‎ค่าความเป็นกรดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทั่วโลก

678
00:41:21,770 --> 00:41:25,483
‎ค่าพีเอชของทะเลที่เปลี่ยนไปอาจทำให้เกิด
‎การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ได้จริงๆ

679
00:41:25,566 --> 00:41:29,570
‎เราเคยเห็นปรากฏการณ์นี้ซ้ำๆ
‎ในบันทึกทางธรณีวิทยา

680
00:41:29,653 --> 00:41:31,363
‎ดังนั้น การที่เราทำให้

681
00:41:31,447 --> 00:41:36,035
‎ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไป
‎เท่ากับเรากำลังเล่นกับไฟ

682
00:41:36,118 --> 00:41:39,747
‎ในรูปของผลที่ไม่คาดคิด

683
00:41:39,830 --> 00:41:43,292
‎จากการก้าวผ่านขีดจำกัดความปลอดภัยของโลก

684
00:41:43,375 --> 00:41:45,252
‎สู่อาณาเขตที่เรายังไม่เคยไปถึง

685
00:41:46,337 --> 00:41:50,424
‎เรายังอยู่ในเขตปลอดภัย
‎สำหรับปรากฏการณ์ทะเลกรด

686
00:41:50,508 --> 00:41:52,968
‎แต่เรากำลังขยับเข้าสู่เขตอันตราย

687
00:41:53,052 --> 00:41:57,264
‎และความเป็นไปได้ที่จะเกิด
‎การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ขั้นหายนะ

688
00:42:00,476 --> 00:42:02,686
‎ในบรรดาความซับซ้อนทั้งหมดของโลก

689
00:42:02,770 --> 00:42:06,899
‎โยฮันกับเพื่อนร่วมอาชีพค้นพบว่ามีเก้าระบบ

690
00:42:06,982 --> 00:42:08,776
‎ที่รักษาเสถียรภาพของโลกเรา

691
00:42:09,860 --> 00:42:11,695
‎แต่พวกเขายังไม่รู้ว่า

692
00:42:11,779 --> 00:42:14,198
‎ขีดจำกัดความปลอดภัย
‎ของระบบสองในเก้านั้นอยู่ตรงไหน

693
00:42:14,740 --> 00:42:18,953
‎ขอบเขตแรกคือสารปนเปื้อนหลากหลายชนิด
‎ที่มนุษย์สร้างขึ้น

694
00:42:19,620 --> 00:42:23,290
‎เราเรียกมันว่า "สสารหรือ
‎สิ่งมีชีวิตสังเคราะห์" ซึ่งรวมทุกอย่าง

695
00:42:23,374 --> 00:42:27,461
‎ตั้งแต่ขยะนิวเคลียร์ สารพ็อพหรือ
‎สารเคมีอินทรีย์ที่มีฤทธิ์คงตัว

696
00:42:27,545 --> 00:42:30,047
‎ไปจนถึงปริมาณดูดซึมของโลหะหนัก

697
00:42:30,130 --> 00:42:32,174
‎และไมโครพลาสติก

698
00:42:33,634 --> 00:42:37,596
‎มนุษย์สร้างวัตถุใหม่ๆ นับแสนชนิด

699
00:42:37,680 --> 00:42:42,726
‎และทุกชนิดนั้นสามารถสร้างหายนะแก่สิ่งแวดล้อม

700
00:42:44,270 --> 00:42:47,439
‎แต่ขอบเขตนี้ยังไม่มีตัวชี้วัดเชิงปริมาณ

701
00:42:47,523 --> 00:42:49,942
‎เราไม่รู้ผลกระทบระยะยาว

702
00:42:50,025 --> 00:42:54,071
‎หรือผลกระทบสะสมของสารปนเปื้อนเหล่านี้เลย

703
00:42:54,154 --> 00:42:58,117
‎แต่ส่วนใหญ่มีศักยภาพ
‎สร้างความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก

704
00:42:58,200 --> 00:43:00,369
‎ถ้าไม่มีการควบคุมบ้าง

705
00:43:03,956 --> 00:43:08,460
‎มีสารปนเปื้อนรูปแบบหนึ่ง
‎ที่ส่งผลกระทบระดับโลกไปแล้ว

706
00:43:08,544 --> 00:43:11,755
‎ผลกระทบรุนแรงมาก จนเรากำหนด
‎ขีดความปลอดภัยให้มันโดยเฉพาะ

707
00:43:12,506 --> 00:43:17,303
‎แอโรซอลคืออนุภาคต่างๆ ในชั้นบรรยากาศ

708
00:43:17,386 --> 00:43:20,055
‎มันคือสิ่งที่เราเรียกอนุภาคปนเปื้อนในอากาศ

709
00:43:20,139 --> 00:43:21,098
‎(แอโรซอล)

710
00:43:21,181 --> 00:43:26,478
‎ปริมาณ 75% ของแอโรซอลปนเปื้อน
‎มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล

711
00:43:28,022 --> 00:43:30,858
‎เรามองเห็นมันเป็นหมอกจางๆ บนฟ้า

712
00:43:30,941 --> 00:43:35,904
‎เพราะมันตัดแสงแดด
‎และกระจายแสงเหมือนกระจก

713
00:43:35,988 --> 00:43:38,782
‎ซึ่งทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "ภาวะโลกมืด"

714
00:43:39,450 --> 00:43:41,660
‎วีระปาทานใช้เวลาชั่วชีวิต

715
00:43:41,744 --> 00:43:44,663
‎ศึกษาอากาศรอบตัวและเบื้องบน

716
00:43:44,747 --> 00:43:48,042
‎อีกทางที่แอโรซอลกระทบภูมิอากาศโลก

717
00:43:48,626 --> 00:43:52,713
‎เพราะเราไปปิดกั้นแสงแดด
‎ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ

718
00:43:52,796 --> 00:43:58,761
‎เพิ่มอุณหภูมิให้แก่โลก
‎แอโรซอลเหล่านี้ทำให้โลกเย็นลง

719
00:43:58,844 --> 00:44:04,308
‎เมื่อคุณได้ยินนักภูมิอากาศวิทยาศาสตร์
‎อย่างผมบอกว่าแอโรซอลทำให้โลกเย็นลง

720
00:44:04,391 --> 00:44:07,686
‎และครอบทับภาวะโลกร้อน
‎คุณอาจคิดว่า "ก็ดีแล้วนี่"

721
00:44:07,770 --> 00:44:10,356
‎แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่

722
00:44:11,440 --> 00:44:13,484
‎เพราะการครอบทับภาวะโลกร้อนแบบนี้

723
00:44:13,567 --> 00:44:18,280
‎ทำให้เราแค่ไม่เห็นความร้ายกาจ
‎ของก๊าซเรือนกระจกเต็มตา

724
00:44:19,615 --> 00:44:23,035
‎ปรากฏการณ์ทำความเย็น
‎จากแอโรซอลแบบนี้ครอบทับ

725
00:44:23,118 --> 00:44:26,455
‎ภาวะโลกร้อนประมาณ 40%

726
00:44:27,498 --> 00:44:29,875
‎ซึ่งแลกมาด้วยราคาแสนแพง

727
00:44:29,958 --> 00:44:34,421
‎มลพิษทางอากาศทำให้คนตาย
‎มากกว่าเจ็ดล้านคนต่อปี

728
00:44:34,505 --> 00:44:38,550
‎และโดยเฉลี่ยทำให้อายุขัยของแต่ละคน

729
00:44:38,634 --> 00:44:40,219
‎ลดลงไปสามปี

730
00:44:44,640 --> 00:44:49,937
‎โดยที่เรายังไม่รู้ขีดความปลอดภัย
‎ของมลพิษทางอากาศที่โลกรองรับได้

731
00:44:53,357 --> 00:44:58,529
‎เมื่อดูเฉพาะคนตายเจ็ดล้านห้าแสนคน

732
00:44:58,612 --> 00:45:02,408
‎จากอนุภาคเหล่านี้ ผมคงบอกได้ว่าเราก้าวข้าม

733
00:45:02,491 --> 00:45:05,244
‎ขีดความปลอดภัยของแอโรซอลมาไกลแล้ว

734
00:45:06,662 --> 00:45:10,582
‎สุดท้าย พรมแดนแห่งที่เก้าคือชั้นโอโซน

735
00:45:11,291 --> 00:45:15,003
‎มันคือพรมแดนเดียวที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากพวก

736
00:45:15,087 --> 00:45:17,589
‎เพราะเรากำลังมุ่งไปถูกทาง

737
00:45:19,383 --> 00:45:23,053
‎โอโซนสกัดอันตราย

738
00:45:23,137 --> 00:45:27,182
‎ของรังสีอัลตราไวโอเล็ตซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง

739
00:45:27,266 --> 00:45:31,895
‎ต่อดีเอ็นเอของเรา
‎และทำให้เกิดโรคร้าย เช่น มะเร็งผิวหนัง

740
00:45:32,396 --> 00:45:36,567
‎นี่เองคือสาเหตุที่ว่าทำไมเมื่อมีการค้นพบ

741
00:45:36,650 --> 00:45:39,695
‎รูโหว่ในชั้นโอโซน
‎แถบแอนตาร์กติกาในทศวรรษ 1980

742
00:45:40,821 --> 00:45:42,698
‎ทั้งโลกถึงได้ตื่นตระหนก

743
00:45:44,408 --> 00:45:46,452
‎การค้นพบรูโหว่ในชั้นโอโซน

744
00:45:46,535 --> 00:45:50,372
‎ซึ่งเกิดจากการปล่อยสารเคมีปนเปื้อน
‎เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ

745
00:45:50,456 --> 00:45:53,792
‎ชักชวนให้หลายชาติทยอยเลิกใช้สารเคมีเหล่านั้น

746
00:45:55,127 --> 00:45:58,589
‎มันยอดเยี่ยมมากที่ข้อมูลเตือนภัยทางวิทยาศาสตร์

747
00:45:58,672 --> 00:46:02,217
‎แปลเป็นการปฏิบัติงานของรัฐ

748
00:46:02,301 --> 00:46:05,387
‎นี่คือตัวอย่างแรกและตัวอย่างเดียว

749
00:46:05,471 --> 00:46:08,807
‎ที่เราสามารถบริหารจัดการโลกได้จริง

750
00:46:08,891 --> 00:46:11,852
‎ที่จริงเราสามารถย้อนกลับสู่พื้นที่ปลอดภัย

751
00:46:11,935 --> 00:46:15,397
‎ในขีดจำกัดของโลกที่เราเคยรุกล้ำ

752
00:46:15,481 --> 00:46:17,524
‎เข้าสู่เขตอันตรายร้ายแรงไปแล้ว

753
00:46:17,608 --> 00:46:20,694
‎เราเคยย้อนกลับสู่พื้นที่ปลอดภัยได้แล้วจริงๆ

754
00:46:22,571 --> 00:46:25,365
‎วิเศษมากที่ได้เห็นสิ่งนี้

755
00:46:25,449 --> 00:46:28,869
‎นักวิทยาศาสตร์ส่งเสียงเตือนและทั่วโลกปฏิบัติ

756
00:46:29,787 --> 00:46:32,164
‎เพราะโยฮันกับเพื่อนร่วมอาชีพของเขา

757
00:46:32,247 --> 00:46:35,667
‎ตอนนี้เราถึงรู้ว่าโลกมีพรมแดนเก้าแห่ง

758
00:46:35,751 --> 00:46:38,170
‎และรู้ขีดความปลอดภัยในพรมแดนนั้น

759
00:46:39,254 --> 00:46:43,050
‎เมื่อรวมกับชั้นโอโซน อย่างน้อยตอนนี้เราก็

760
00:46:43,133 --> 00:46:47,596
‎อยู่ในเขตปลอดภัยของ
‎ปรากฏการณ์ทะเลกรดและการใช้น้ำสะอาด

761
00:46:48,222 --> 00:46:51,767
‎เรายังไม่รู้ว่าเราเข้าใกล้
‎เขตอันตรายแค่ไหนแล้ว

762
00:46:51,850 --> 00:46:56,772
‎สำหรับมลพิษทางอากาศ
‎หรือสสารปนเปื้อนใหม่อื่นๆ

763
00:46:57,815 --> 00:47:00,651
‎แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ เราก้าวข้าม

764
00:47:00,734 --> 00:47:03,487
‎ขีดความปลอดภัยในพรมแดนอย่างน้อยสี่แห่ง

765
00:47:03,570 --> 00:47:08,033
‎ภูมิอากาศ ป่าไม้ ธาตุอาหาร
‎และความหลากหลายทางชีวภาพ

766
00:47:08,116 --> 00:47:11,870
‎ตอนนี้เรากำลังก้าวข้ามจุดเปลี่ยน
‎ที่โลกไม่อาจเยียวยาตัวเองได้อีกแล้ว

767
00:47:12,996 --> 00:47:16,959
‎และเราหมิ่นเหม่จนน่ากลัว
‎ที่จะเปลี่ยนโลกเข้าสู่สภาพ

768
00:47:17,042 --> 00:47:20,671
‎ที่ไม่สามารถค้ำจุนอารยธรรมของเราเอง

769
00:47:21,964 --> 00:47:26,385
‎สิ่งที่เราเห็นในโลกปัจจุบัน
‎คือหลักฐานว่าระบบต่างๆ มีขีดจำกัดที่โลกรับได้

770
00:47:26,468 --> 00:47:29,179
‎เราเห็นหลักฐานชัดเจน

771
00:47:29,263 --> 00:47:31,223
‎เพราะสภาพอากาศเกินขีดความปลอดภัย

772
00:47:31,306 --> 00:47:33,183
‎เพราะเราสูญเสียความหลากหลาย

773
00:47:33,267 --> 00:47:34,726
‎ทางชีวภาพในระดับที่อันตรายมาก

774
00:47:34,810 --> 00:47:38,730
‎เราเริ่มเห็นภัยแล้งเพิ่มขึ้นหลายที่
‎เห็นผลกระทบต่อป่าฝน

775
00:47:38,814 --> 00:47:42,150
‎เห็นไฟไหม้ป่าในออสเตรเลียและในแอมะซอน

776
00:47:42,776 --> 00:47:46,530
‎เราเห็นน้ำแข็งละลายในอัตรารวดเร็ว
‎เห็นระบบแนวปะการังพังทลาย

777
00:47:50,951 --> 00:47:54,788
‎สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นประจักษ์พยาน
‎เห็นความเปลี่ยนแปลงบนโลกเหล่านี้

778
00:47:54,872 --> 00:47:57,749
‎ความสูญเสียเป็นมากกว่าแค่ตัวเลข

779
00:47:58,917 --> 00:48:02,880
‎เทอร์รี่ ฮิวส์ใช้เวลาทั้งชีวิตศึกษาแนวปะการัง

780
00:48:03,547 --> 00:48:06,425
‎ปะการังที่ซีดขาวแสดงว่าป่วยหนัก

781
00:48:06,925 --> 00:48:10,387
‎ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว
‎เกิดขึ้นเมื่อน้ำทะเลรอบๆ อุ่นเกินไป

782
00:48:10,470 --> 00:48:14,308
‎ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น

783
00:48:14,391 --> 00:48:16,810
‎ซึ่งเป็นผลจากสภาวะโลกร้อน

784
00:48:17,811 --> 00:48:21,064
‎ในสภาพที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมาก เราได้เห็น

785
00:48:21,148 --> 00:48:24,109
‎ปรากฏการณ์ฟอกขาวหลายครั้งในหลายสิบปีมานี้

786
00:48:24,192 --> 00:48:26,069
‎พวกมันตายได้เร็วมาก

787
00:48:26,153 --> 00:48:27,279
‎สีขาวหมายถึงพวกมันสุก

788
00:48:29,948 --> 00:48:34,786
‎ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของปรากฏการณ์ฟอกขาว

789
00:48:34,870 --> 00:48:37,497
‎รุนแรงกว่าพายุหมุนเขตร้อนระดับห้าถึงสิบเท่า

790
00:48:37,581 --> 00:48:42,252
‎ดังนั้น ปรากฏการณ์นี้ส่งผลกระทบ
‎ใหญ่หลวงอย่างที่ประเมินไม่ได้

791
00:48:42,336 --> 00:48:46,214
‎แถมยังเกิดขึ้นถี่มาก

792
00:48:47,883 --> 00:48:50,302
‎เทอร์รี่ศึกษาเกรตแบร์ริเออร์รีฟ

793
00:48:50,385 --> 00:48:52,679
‎พืดปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก

794
00:48:54,973 --> 00:48:58,310
‎ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว
‎เคยเกิดขึ้นเฉพาะที่และหายาก

795
00:48:58,393 --> 00:49:00,479
‎แต่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

796
00:49:00,562 --> 00:49:04,399
‎คลื่นความร้อนในทะเล
‎ก่อให้เกิดการฟอกขาวเป็นวงกว้าง

797
00:49:06,068 --> 00:49:08,737
‎ปรากฏการณ์ฟอกขาวครั้งใหญ่ที่สุดสามในห้าครั้ง

798
00:49:08,820 --> 00:49:11,490
‎เกิดขึ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมานี้เอง

799
00:49:15,953 --> 00:49:17,871
‎เราเป็นห่วงเรื่องความถี่หรือระยะห่าง

800
00:49:17,996 --> 00:49:21,333
‎ของปรากฏการณ์แต่ละครั้ง

801
00:49:21,416 --> 00:49:24,002
‎เราเคยเห็นมาแล้ว
‎ปรากฏการณ์ฟอกขาวที่เกิดขึ้นติดๆ กัน

802
00:49:24,086 --> 00:49:26,338
‎เป็นครั้งแรกที่เกรตแบร์ริเออร์รีฟ

803
00:49:26,421 --> 00:49:30,258
‎ในฤดูร้อนปี 2016 และ 2017

804
00:49:32,052 --> 00:49:36,139
‎การเว้นระยะของปรากฏการณ์
‎เป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้ปะการังฟื้นตัว

805
00:49:36,848 --> 00:49:40,435
‎ปะการังครึ่งหนึ่งในแนวนี้ตายแล้ว

806
00:49:44,731 --> 00:49:48,110
‎งานของเทอร์รี่ต้องทำการสำรวจทางอากาศ

807
00:49:48,193 --> 00:49:51,488
‎เพื่อบันทึกขอบเขต
‎ปรากฏการณ์ฟอกขาวแต่ละครั้ง

808
00:49:52,155 --> 00:49:54,074
‎เมื่อเราทำการสำรวจทางอากาศ

809
00:49:54,157 --> 00:49:56,535
‎เราจะบินให้ช้าที่สุด

810
00:49:56,618 --> 00:50:01,456
‎ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อจะได้เห็น
‎ปะการังแต่ละส่วน และทำการประเมินได้ว่า

811
00:50:01,540 --> 00:50:04,584
‎มีจำนวนมากเท่าไหร่ที่ถูกฟอกขาว
‎หรือเท่าไหร่ที่ไม่โดน

812
00:50:05,210 --> 00:50:06,712
‎ปะการังเป็นสีขาวหมด

813
00:50:07,713 --> 00:50:08,964
‎ใช่ แย่เลย

814
00:50:09,548 --> 00:50:13,010
‎คุณเห็นแนวปะการังสีขาว
‎ได้จากที่ไกลหลายกิโลเมตร

815
00:50:13,093 --> 00:50:17,472
‎เพราะมันเหมือนเรืองแสง
‎มีปะการังสีขาวจำนวนมากในแนวนี้นั่นเอง

816
00:50:18,390 --> 00:50:22,352
‎ผมเจอยอดสุดของแนวที่กว้างมากและขาวโพลน

817
00:50:23,770 --> 00:50:27,024
‎เราทำการสำรวจแบบนี้มาห้าครั้งแล้ว

818
00:50:27,107 --> 00:50:28,734
‎ผมเป็นคนนำอยู่สามครั้ง

819
00:50:28,817 --> 00:50:33,447
‎สามครั้งสุดท้ายสำรวจในปี 2016
‎ปี 2017 และปี 2020

820
00:50:33,530 --> 00:50:37,743
‎มันเป็นงานที่ผมหวังว่าจะไม่มีวันต้องทำ

821
00:50:38,744 --> 00:50:41,997
‎เพราะมันเป็นงานที่ปะทะกับความเลวร้ายเต็มๆ

822
00:50:48,253 --> 00:50:49,129
‎ขอโทษครับ

823
00:50:51,214 --> 00:50:52,883
‎เรากำลังมุ่งหน้าสู่อนาคต

824
00:50:52,966 --> 00:50:55,594
‎ซึ่งมีเกรตแบร์ริเออร์รีฟ

825
00:50:55,677 --> 00:50:57,304
‎เป็นสุสานปะการัง

826
00:51:00,057 --> 00:51:02,559
‎นักสร้างแบบจำลองสภาพอากาศบอกเรา

827
00:51:02,642 --> 00:51:04,186
‎นักชีววิทยาว่า

828
00:51:04,269 --> 00:51:07,230
‎การปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามปกตินี้

829
00:51:07,314 --> 00:51:09,941
‎จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวติดกัน

830
00:51:10,025 --> 00:51:13,111
‎ทุกฤดูร้อนภายในสิ้นศตวรรษนี้

831
00:51:13,945 --> 00:51:16,782
‎ปรากฏการณ์ฟอกขาว
‎คือจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจฟื้นคืนได้

832
00:51:19,117 --> 00:51:21,620
‎นักวิทยาศาสตร์และนักนิเวศวิทยาเช่นผม

833
00:51:21,703 --> 00:51:25,749
‎คุยกันมาหลายสิบปีเรื่องภาวะโลกร้อน

834
00:51:26,249 --> 00:51:31,379
‎มันน่าหงุดหงิดมากที่ไม่มีใครฟังเรา

835
00:51:35,634 --> 00:51:36,676
‎ผมโกรธ

836
00:51:37,928 --> 00:51:40,514
‎ผมไม่ได้เศร้า ผมโกรธ

837
00:51:41,223 --> 00:51:44,267
‎มีเหตุผลสมควรแก่การหงุดหงิดครับ

838
00:51:45,727 --> 00:51:47,813
‎เพราะวิทยาศาสตร์บอกไว้ชัดเจน

839
00:51:47,896 --> 00:51:50,565
‎และบอกไว้มานาน 30 ปีแล้ว แต่ว่า

840
00:51:50,649 --> 00:51:52,484
‎เราก็ยังไม่เคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง

841
00:51:55,779 --> 00:51:57,114
‎ฉันอยากให้คุณตื่นตระหนก

842
00:51:57,989 --> 00:52:00,742
‎ฉันอยากให้คุณกลัวแบบที่ฉันกลัวอยู่ทุกวัน

843
00:52:01,243 --> 00:52:02,911
‎แล้วฉันก็อยากให้คุณลงมือทำ

844
00:52:02,994 --> 00:52:06,623
‎ฉันอยากให้คุณทำแบบที่คุณทำหากเจอเหตุวิกฤติ

845
00:52:07,874 --> 00:52:11,586
‎ฉันอยากให้คุณทำเหมือนบ้านคุณกำลังลุกเป็นไฟ

846
00:52:12,420 --> 00:52:13,505
‎เพราะมันเป็นอย่างนั้น

847
00:52:14,339 --> 00:52:16,633
‎ไฟป่าในออสเตรเลีย
‎ลุกลามรุนแรงนานหลายเดือน

848
00:52:16,716 --> 00:52:19,052
‎ทำลายพื้นที่จำนวนมาก
‎ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ

849
00:52:19,136 --> 00:52:23,140
‎ปี 2020 ออสเตรเลียทุกข์ทน
‎ฝ่าฤดูร้อนที่เหมือนมาจากนรก

850
00:52:23,223 --> 00:52:24,891
‎และทางออกเดียวของเราตอนนี้คือ

851
00:52:24,975 --> 00:52:28,061
‎หนทางเสี่ยงเจอไม้ล้มและเปลวไฟ

852
00:52:30,438 --> 00:52:34,401
‎ประกอบกับอากาศที่ร้อนเป็นประวัติการณ์
‎และภัยแล้งรุนแรงนานหลายเดือน

853
00:52:34,484 --> 00:52:37,612
‎ผืนดินเกือบ 130 ล้านไร่ถูกเผาวอดวาย

854
00:52:41,449 --> 00:52:44,786
‎ผู้คนกลัวว่านี่จะกลายเป็นชีวิตปกติแบบใหม่

855
00:52:46,496 --> 00:52:49,708
‎แต่วิทยาศาสตร์บอกว่าจะไม่มีชีวิตปกติอีกแล้ว

856
00:52:53,128 --> 00:52:56,965
‎แดเนียล เทเคราทำการศึกษา
‎นกกระตั้วดำขนวาว

857
00:52:57,048 --> 00:52:59,634
‎หนึ่งในนกที่เชื่องที่สุดในออสเตรเลีย

858
00:53:04,181 --> 00:53:07,726
‎นกกระตั้วดำขนวาวยอมให้มนุษย์ใกล้ชิดสนิทสนม

859
00:53:07,809 --> 00:53:11,688
‎มันจะเรียนรู้จักคุณ
‎และจดจำว่าคุณไปแถวไหนเป็นประจำ

860
00:53:11,771 --> 00:53:14,316
‎ฉันว่ามันตั้งใจทำความรู้จักเรา

861
00:53:14,399 --> 00:53:16,943
‎คุณจะเข้าไปหามันได้ นั่งใต้ต้นไม้

862
00:53:17,027 --> 00:53:19,738
‎ที่พวกมันกำลังหาอาหาร
‎ คุณจะได้ทำความรู้จักนกแต่ละตัว

863
00:53:21,615 --> 00:53:23,533
‎ทันทีที่คิดว่าปลอดภัยจะทำได้

864
00:53:23,617 --> 00:53:26,995
‎แดเนียลก็กลับเข้าหนึ่งในพื้นที่วิจัยหลักของเธอ

865
00:53:27,078 --> 00:53:30,582
‎บนเกาะจิงโจ้นอกฝั่งเซาท์ออสเตรเลีย

866
00:53:38,298 --> 00:53:41,718
‎เดือนกุมภาพันธ์แล้ว
‎เป็นฤดูกาลทำรังของนกกระตั้ว

867
00:53:54,898 --> 00:53:58,151
‎ไม่มีร่องรอยของสัตว์ป่าสักตัว

868
00:54:01,821 --> 00:54:03,156
‎ไม่มีอะไรเหลือแล้ว

869
00:54:06,576 --> 00:54:07,786
‎มันดูเหมือน

870
00:54:08,453 --> 00:54:09,913
‎การสังหารหมู่ที่สุด

871
00:54:09,996 --> 00:54:12,999
‎มันแทบจะเหมือนว่าฉันกำลังมองสถานที่แปลกหน้า

872
00:54:13,083 --> 00:54:16,294
‎แทบจะเหมือนไม่มีทางใช่ที่เดิม

873
00:54:16,878 --> 00:54:19,047
‎เพราะมันแปลกตาสุดๆ

874
00:54:22,509 --> 00:54:25,136
‎ใช่ ฉันใช้เวลาสี่ปีที่ผ่านมา

875
00:54:25,220 --> 00:54:28,431
‎ทำงานอยู่ตรงนี้เลย ดังนั้นนี่จึงเป็น...

876
00:54:30,267 --> 00:54:33,895
‎ใช่ นี่จึงเป็นเรื่องที่ทำใจยาก จุดนี้เคยเป็น...

877
00:54:35,438 --> 00:54:37,899
‎แหล่งที่มีกิจกรรมเอะอะวุ่นวายทุกเย็น

878
00:54:38,733 --> 00:54:41,069
‎ตรงนี้น่าจะได้เห็นลูกนก

879
00:54:42,904 --> 00:54:45,407
‎น่าเศร้ามากค่ะ

880
00:54:46,992 --> 00:54:48,034
‎พระเจ้า

881
00:54:57,419 --> 00:54:58,712
‎ฉันรู้จักรังนี้

882
00:54:59,963 --> 00:55:00,797
‎รู้จักดีมาก

883
00:55:02,090 --> 00:55:04,301
‎มันแย่สุดๆ ที่ได้เห็นอะไรแบบนี้

884
00:55:06,428 --> 00:55:09,139
‎และที่หลงเหลือมีแค่

885
00:55:09,222 --> 00:55:12,934
‎ปลอกเหล็กไหม้กองอยู่บนพื้น

886
00:55:15,353 --> 00:55:17,689
‎คือปลอกเหล็กนี้น่ะ

887
00:55:17,772 --> 00:55:20,358
‎เราเอามาใส่ไว้ที่ต้นไม้ซึ่งมีนกทำรัง

888
00:55:20,442 --> 00:55:21,943
‎เพื่อปกป้องนกจากพวกพอสซั่ม

889
00:55:22,694 --> 00:55:25,488
‎ไม่ให้ไปล่าลูกนก

890
00:55:26,072 --> 00:55:29,492
‎และการได้เห็นปลอกเหล็กนี้อยู่รอบตัวฉัน

891
00:55:30,618 --> 00:55:32,203
‎มีแต่ปลอกอยู่บนพื้น

892
00:55:34,247 --> 00:55:36,750
‎ของพวกนี้ไม่พอจะช่วยพวกมันน่ะ

893
00:55:40,253 --> 00:55:43,381
‎นี่คือหายนะของระบบนิเวศ แน่นอนที่สุด

894
00:55:44,591 --> 00:55:48,053
‎ไฟป่าในปี 2020 นับเป็นครั้งรุนแรงที่สุด

895
00:55:48,136 --> 00:55:50,138
‎ในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย

896
00:55:50,221 --> 00:55:52,849
‎นักภูมิอากาศวิทยาพูดกันในประเด็นเหล่านี้

897
00:55:52,932 --> 00:55:53,892
‎มานานแล้ว

898
00:55:53,975 --> 00:55:56,269
‎(ดร. แดเนียล เทเครา
‎มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์)

899
00:55:56,353 --> 00:55:59,022
‎เราคาดด้วยว่าอาจเกิดเรื่องแบบนี้

900
00:55:59,105 --> 00:56:02,901
‎แต่ฉันคิดว่าไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้

901
00:56:03,568 --> 00:56:05,070
‎หรือรุนแรงขนาดนี้

902
00:56:06,571 --> 00:56:08,073
‎นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า

903
00:56:08,156 --> 00:56:12,994
‎ไฟป่าครั้งนี้สังหารและทำให้สัตว์
‎สามพันล้านตัวย้ายถิ่นฐาน

904
00:56:13,495 --> 00:56:16,414
‎สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 1.43 ล้านตัว

905
00:56:16,498 --> 00:56:19,501
‎สัตว์เลื้อยคลาน 2.46 พันล้านตัว

906
00:56:19,584 --> 00:56:21,711
‎นก 180 ล้านตัว

907
00:56:22,253 --> 00:56:23,963
‎และกบ 51 ล้านตัว

908
00:56:27,133 --> 00:56:30,095
‎เป็นตัวเลขที่มหาศาลมาก

909
00:56:30,804 --> 00:56:32,722
‎ส่งผลตามมาหลายอย่างมาก

910
00:56:34,724 --> 00:56:36,351
‎ฉันไม่รู้จะทำความเข้าใจเรื่องนี้ยังไง

911
00:56:37,477 --> 00:56:40,480
‎นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักอนุรักษ์
‎สิ่งแวดล้อมอย่างเราควรเจอ

912
00:56:45,318 --> 00:56:47,362
‎ฉันคิดว่านี่คือสัญญาณเตือนภัย

913
00:56:49,280 --> 00:56:52,200
‎ฤดูไฟป่าของออสเตรเลียครั้งนี้
‎ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าตอนนี้แหละ

914
00:56:52,283 --> 00:56:54,035
‎มันส่งผลกระทบเราในปัจจุบัน

915
00:56:54,119 --> 00:56:57,122
‎และมันจะส่งผลเสียหลายอย่างไปอีกนาน

916
00:57:00,125 --> 00:57:01,459
‎มันจะไปไหนได้

917
00:57:04,504 --> 00:57:10,927
‎ไฟป่าและปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว
‎เกิดจากการรุกล้ำขีดความปลอดภัยของภูมิอากาศ

918
00:57:13,346 --> 00:57:18,768
‎แต่หายนะของธรรมชาติต่างหาก
‎ที่เป็นตัวการแท้จริงทำให้เกิด

919
00:57:18,852 --> 00:57:23,106
‎ผลกระทบวงกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมา
‎ซึ่งทำให้โลกขาดเสถียรภาพ

920
00:57:24,065 --> 00:57:26,192
‎โรคระบาดโควิด-19

921
00:57:26,276 --> 00:57:29,487
‎มันกระทบชีวิตของคุณพอๆ กับที่กระทบชีวิตของผม

922
00:57:30,280 --> 00:57:33,450
‎โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อโลกทั้งใบ

923
00:57:33,533 --> 00:57:36,369
‎โดยที่เราไม่สามารถรับมือได้

924
00:57:36,453 --> 00:57:38,663
‎บริการด้านสาธารณสุขรับรองไม่ไหว

925
00:57:39,497 --> 00:57:42,500
‎และทำให้เศรษฐกิจทรุดไปทั่วโลก

926
00:57:45,044 --> 00:57:47,964
‎(ขอต้อนรับสู่ถนนคาร์นาบี)

927
00:57:48,047 --> 00:57:49,299
‎แม้หลายคนประหลาดใจ

928
00:57:49,382 --> 00:57:54,095
‎แต่องค์การอนามัยโลก
‎เคยเตือนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดขึ้น

929
00:57:54,179 --> 00:57:55,889
‎อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่

930
00:57:55,972 --> 00:57:57,849
‎(ดร. มาเรีย นีรา องค์การอนามัยโลก)

931
00:57:57,932 --> 00:58:01,644
‎เราทำลายธรรมชาติ
‎เราทำลายระบบนิเวศของเราเอง

932
00:58:03,062 --> 00:58:08,276
‎เราทำการเกษตรเชิงรุกอย่างหนักหน่วงมาตลอด

933
00:58:08,359 --> 00:58:12,864
‎เราตัดไม้ทำลายป่า
‎อย่างดุเดือดเหลือเชื่อมาตลอด

934
00:58:14,157 --> 00:58:18,745
‎และยิ่งเราใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษสูง

935
00:58:18,828 --> 00:58:21,873
‎มีประชากรหนาแน่นมาก

936
00:58:21,956 --> 00:58:25,502
‎ฉันคิดว่าองค์ประกอบทั้งหลายนี้ช่วยกันสร้าง

937
00:58:25,585 --> 00:58:29,589
‎สภาวะที่เหมาะสมให้ไวรัสตัวใหม่
‎ไม่ว่าจะชนิดไหนแพร่กระจาย

938
00:58:31,841 --> 00:58:35,970
‎เกิดโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน
‎และแพร่ระบาดในสังคมมนุษย์

939
00:58:36,054 --> 00:58:38,515
‎เมื่อธรรมชาติอ่อนแอจนไม่อาจเยียวยาตัวเอง

940
00:58:39,516 --> 00:58:43,311
‎โรคระบาดไม่ได้เกิดจาก
‎ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แน่นอน

941
00:58:43,811 --> 00:58:46,189
‎ในแง่การแพร่กระจายของโรค

942
00:58:46,272 --> 00:58:49,609
‎มันจะเกิดขึ้นเฉพาะกับบางเผ่าพันธุ์
‎ภายใต้สภาวะบางอย่าง

943
00:58:49,692 --> 00:58:54,113
‎และเมื่อเรารุกล้ำสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

944
00:58:54,197 --> 00:58:58,243
‎ดังนั้น สำหรับสุขภาพของมนุษย์
‎สุขภาพของสัตว์ และสุขภาวะของสิ่งแวดล้อม

945
00:58:58,326 --> 00:59:00,078
‎ทั้งสามอย่างเชื่อมโยงกันแนบแน่น

946
00:59:01,996 --> 00:59:04,374
‎การได้สัมผัสธรรมชาติเป็นสิ่งที่ดี

947
00:59:04,457 --> 00:59:07,168
‎ถ้าเราไม่ทำลายธรรมชาติ

948
00:59:07,252 --> 00:59:09,295
‎ถ้าเราไม่ทำลายระบบนิเวศ

949
00:59:09,379 --> 00:59:12,090
‎ซึ่งเผ่าพันธุ์อื่นอาศัยอยู่ได้

950
00:59:15,009 --> 00:59:16,594
‎โควิด-19

951
00:59:16,678 --> 00:59:20,223
‎ผมว่ามันทำให้เราเข้าใจ

952
00:59:20,306 --> 00:59:21,891
‎เป็นครั้งแรกเลยนะว่า

953
00:59:21,975 --> 00:59:25,853
‎"พระเจ้า ความผิดปกติสักอย่าง
‎ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้

954
00:59:25,937 --> 00:59:28,606
‎จู่ๆ ก็กระทบเศรษฐกิจโลกโดยรวม

955
00:59:28,690 --> 00:59:31,317
‎และสามารถเปลี่ยนชีวิตของฉันในทันที"

956
00:59:36,155 --> 00:59:38,700
‎การปรากฏตัวของโควิด-19 คือ

957
00:59:38,783 --> 00:59:41,911
‎คำเตือนชัดเจนว่าโลกเราย่ำแย่แล้ว

958
00:59:42,495 --> 00:59:45,123
‎แต่มันก็มอบโอกาสให้เราด้วย

959
00:59:45,206 --> 00:59:47,917
‎ให้เรากรุยเส้นทางใหม่สู่อนาคตอีกครั้ง

960
00:59:48,710 --> 00:59:52,088
‎ตอนนี้โยฮันกับเพื่อนร่วมอาชีพของเขา
‎เปิดไฟหน้ารถแล้ว

961
00:59:52,171 --> 00:59:54,382
‎เราได้เห็นขีดความสามารถของโลกชัดเจน

962
00:59:54,465 --> 00:59:58,094
‎เราได้เห็นเส้นทางย้อนกลับสู่พื้นที่ปลอดภัย

963
00:59:58,177 --> 01:00:00,221
‎สู่อนาคตที่ธรรมชาติเยียวยาตัวเองได้มากขึ้น

964
01:00:01,055 --> 01:00:02,390
‎อนาคตที่เราสร้างขึ้นได้

965
01:00:04,350 --> 01:00:08,104
‎เราไม่พูดถึงอีกแล้วว่า
‎จะพัฒนาเศรษฐกิจตรงนี้ให้เติบโต

966
01:00:08,187 --> 01:00:11,983
‎แล้วค่อยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางนี้

967
01:00:12,066 --> 01:00:16,154
‎ไม่แล้ว ตอนนี้สำคัญที่
‎ภาพแบบจำลองการเติบโตทั่วโลก

968
01:00:16,237 --> 01:00:17,739
‎ที่เน้นความยั่งยืน

969
01:00:17,822 --> 01:00:21,576
‎และยึดแนวทางของโลกนี้
‎เป็นหลักในทุกอย่างที่จะทำ

970
01:00:23,286 --> 01:00:27,874
‎สิ่งสำคัญสุดเฉพาะหน้าคือ
‎ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือศูนย์

971
01:00:27,957 --> 01:00:32,253
‎และรักษาเสถียรภาพ
‎ของอุณหภูมิโลกให้ต่ำไว้เท่าที่ทำได้

972
01:00:33,087 --> 01:00:35,632
‎หน้าต่างยังเปิดรับเรา

973
01:00:35,715 --> 01:00:38,343
‎ให้สามารถเลี่ยงอุณหภูมิโลกเพิ่มเกินสององศา

974
01:00:39,510 --> 01:00:42,388
‎หน้าต่างเปิดรับอุณหภูมิ 1.5 แล้วด้วยซ้ำ

975
01:00:43,181 --> 01:00:45,099
‎แต่หน้าต่างบานนี้...

976
01:00:45,183 --> 01:00:46,976
‎แค่แง้มเล็กน้อย

977
01:00:47,852 --> 01:00:50,396
‎นับแต่เริ่มการปฏิวัติอุตสาหกรรม

978
01:00:50,480 --> 01:00:56,527
‎เราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‎ไปแล้ว 2,400 พันล้านตัน

979
01:00:57,111 --> 01:00:59,489
‎เพื่อรักษาอุณหภูมิให้ต่ำที่ 1.5 องศา

980
01:00:59,572 --> 01:01:04,035
‎เราต้องปล่อยก๊าซนี้น้อยลง 300 พันล้านตัน

981
01:01:04,118 --> 01:01:08,706
‎ถ้าเรายังคงปล่อยก๊าซนี้ที่ 40 พันล้านตันต่อปี

982
01:01:08,790 --> 01:01:12,585
‎งบของเราจะหมดภายในเจ็ดปี

983
01:01:13,378 --> 01:01:15,296
‎แน่นอนว่าเราหยุดไม่ได้ชั่วข้ามคืนหรอก

984
01:01:15,922 --> 01:01:19,592
‎การใช้พลังงานทั้งหมดในโลกนี้

985
01:01:19,676 --> 01:01:22,011
‎ดังนั้นทางปกติเดียวที่จะทำเรื่องนี้คือ

986
01:01:22,095 --> 01:01:27,100
‎ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก
‎ตั้งแต่ตอนนี้เพราะวิทยาศาสตร์แนะนำชัดเจน

987
01:01:27,183 --> 01:01:30,853
‎ตอนนี้คือโอกาสสุดท้าย
‎ที่เราจะลดการปล่อยก๊าซนี้ได้

988
01:01:31,604 --> 01:01:33,940
‎อะไรคือวิธีที่เร็วที่สุดที่จะลดปริมาณก๊าซ

989
01:01:34,023 --> 01:01:36,609
‎ที่เราจะทำได้ล่ะ

990
01:01:37,193 --> 01:01:41,823
‎ไม่มีงานวิจัยไหนเสนอว่าเราจะ
‎ทำได้เร็วกว่าหกหรือเจ็ดเปอร์เซ็นต์ต่อปี

991
01:01:42,490 --> 01:01:46,744
‎เพราะแค่หกหรือเจ็ดเปอร์เซ็นต์ต่อปี
‎ก็ลดปริมาณก๊าซได้ครึ่งหนึ่งแล้วในสิบปี

992
01:01:48,037 --> 01:01:50,915
‎การลดปริมาณก๊าซได้ครึ่งหนึ่งทุกสิบปี

993
01:01:50,998 --> 01:01:53,543
‎เป็นอัตราเปลี่ยนแปลงแบบยกกำลัง

994
01:01:54,043 --> 01:01:56,254
‎ทุกคนช่วยกันทำได้

995
01:01:56,337 --> 01:01:58,631
‎ผมหมายถึงคุณกับผมต่างคนต่างก็ทำสิ่งนี้ได้

996
01:01:58,715 --> 01:02:02,009
‎เราบอกได้เลยว่า
‎"เอาละ นับจากนี้ไป ฉันกับครอบครัว

997
01:02:02,093 --> 01:02:04,971
‎จะพยายามลดการปล่อยก๊าซ
‎เรือนกระจกครึ่งหนึ่งต่อสิบปี"

998
01:02:05,054 --> 01:02:08,099
‎ซึ่งหมายความว่าเราจะปลอดเชื้อเพลิงฟอสซิล

999
01:02:08,850 --> 01:02:11,310
‎ในหนึ่งชั่วอายุคนหรือในเวลา 30 ปี

1000
01:02:11,394 --> 01:02:14,564
‎บริษัทก็ทำได้ ประเทศก็ทำได้ ทั้งโลก

1001
01:02:14,647 --> 01:02:16,774
‎ก็ทำได้และต้องทำ

1002
01:02:18,818 --> 01:02:21,529
‎แน่นอนว่าการค่อยๆ ลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

1003
01:02:21,612 --> 01:02:24,657
‎จะพาเราถอยกลับสู่พื้นที่ปลอดภัย

1004
01:02:24,741 --> 01:02:27,160
‎ในขอบเขตสภาพอากาศที่โลกรองรับได้

1005
01:02:27,910 --> 01:02:31,164
‎มันจะช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อย่างมากด้วย

1006
01:02:31,247 --> 01:02:34,000
‎และชะลอปรากฏการณ์ทะเลกรด

1007
01:02:34,083 --> 01:02:37,712
‎รวมถึงลดปัญหาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ

1008
01:02:38,546 --> 01:02:40,673
‎แต่การงดปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังไม่พอ

1009
01:02:41,716 --> 01:02:44,385
‎เราต้องลดปริมาณคาร์บอน

1010
01:02:44,469 --> 01:02:47,221
‎ที่ทำให้โลกร้อนเกินขนาดอยู่ตอนนี้

1011
01:02:47,305 --> 01:02:50,266
‎และมีวิธีหนึ่งที่ได้ผลมาก

1012
01:02:51,350 --> 01:02:53,102
‎ปลูกต้นไม้เพิ่ม

1013
01:02:56,773 --> 01:02:59,484
‎การที่คนทั่วโลกพยายามปลูกต้นไม้หลายพันล้านต้น

1014
01:02:59,567 --> 01:03:02,361
‎อาจเป็นวิธีที่ได้ผลคุ้มค่าที่สุด

1015
01:03:02,445 --> 01:03:04,655
‎และประสบความสำเร็จที่สุดวิธีหนึ่ง

1016
01:03:04,739 --> 01:03:06,449
‎ในการแก้วิกฤติสภาพอากาศ

1017
01:03:07,784 --> 01:03:10,077
‎การปลูกต้นไม้เพิ่มยังสำคัญมาก

1018
01:03:10,161 --> 01:03:13,331
‎เพื่อทดแทนคาร์บอนที่เรายังปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ

1019
01:03:13,414 --> 01:03:16,375
‎ระหว่างที่เราพยายาม
‎ลดการปล่อยก๊าซให้เหลือศูนย์

1020
01:03:16,459 --> 01:03:17,960
‎เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

1021
01:03:18,795 --> 01:03:21,339
‎แน่นอนว่า การดูดซับคาร์บอน

1022
01:03:21,422 --> 01:03:24,717
‎เป็นแค่ประโยชน์ข้อเดียวของต้นไม้

1023
01:03:26,093 --> 01:03:30,389
‎ชีค เอ็มโบร่วมงานกับโยฮันมานานหลายปี

1024
01:03:30,473 --> 01:03:32,975
‎เขารณรงค์ให้คนปลูกต้นไม้

1025
01:03:33,059 --> 01:03:39,315
‎ต้นไม้ป้องกันดินสึกกร่อน

1026
01:03:40,525 --> 01:03:46,739
‎ถ้าไม่มีต้นไม้ ฝนก็จะตกน้อยลง

1027
01:03:48,324 --> 01:03:50,618
‎ถ้าเราปลูกต้นไม้ในไร่นา

1028
01:03:51,118 --> 01:03:53,162
‎มันจะเพิ่มปุ๋ยให้ดิน

1029
01:03:53,246 --> 01:03:54,580
‎และกำลังการผลิตก็จะเพิ่มขึ้น

1030
01:03:56,999 --> 01:03:59,126
‎เราอยากนำต้นไม้กลับคืนที่เดิม

1031
01:03:59,210 --> 01:04:02,463
‎นั่นคือศูนย์กลางการพัฒนาที่ยั่งยืน

1032
01:04:02,964 --> 01:04:05,424
‎งานของเราคือทุกที่ที่ต้นไม้เติบโตได้

1033
01:04:05,508 --> 01:04:06,509
‎เราจะปลูกหนึ่งต้น

1034
01:04:08,553 --> 01:04:12,640
‎การปลูกต้นไม้และฟื้นฟูโลกธรรมชาติย่อมจะต้อง

1035
01:04:12,723 --> 01:04:16,644
‎มีประโยชน์ใหญ่หลวงต่อ
‎ความหลากหลายทางชีวภาพของโลก

1036
01:04:16,727 --> 01:04:20,189
‎แต่มันจะช่วยทำให้
‎สภาพอากาศของเรามีเสถียรภาพด้วย

1037
01:04:20,273 --> 01:04:23,234
‎ทำให้เรามีน้ำสะอาดใช้ต่อเนื่อง
‎และมีประโยชน์มหาศาล

1038
01:04:23,317 --> 01:04:26,279
‎ในการผลิตอาหารและคุณประโยชน์อื่นๆ

1039
01:04:26,362 --> 01:04:28,406
‎ซึ่งธรรมชาติมอบให้เราฟรีๆ

1040
01:04:32,827 --> 01:04:37,164
‎ลองนึกดูสิว่า เป็นครั้งแรก
‎นับแต่เริ่มมีมนุษย์ปรากฏ

1041
01:04:37,248 --> 01:04:40,084
‎เราจะสามารถตื่นขึ้นมาบนโลก

1042
01:04:40,167 --> 01:04:43,546
‎ที่มีสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นจากตอนที่เราเข้านอน

1043
01:04:47,466 --> 01:04:51,470
‎อีกการสร้างความเปลี่ยนแปลง
‎ที่แทบจะง่ายจนเหลือเชื่อ

1044
01:04:51,554 --> 01:04:55,308
‎แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญ
‎ในการไม่รุกล้ำขีดจำกัดต่างๆ ของโลก

1045
01:04:55,391 --> 01:04:57,560
‎ผมก็ทำได้ คุณก็ทำได้

1046
01:04:57,643 --> 01:04:59,979
‎ที่จริงคือทุกคนที่มีเสรีภาพทำได้

1047
01:05:00,062 --> 01:05:02,273
‎จงเลือกอาหารที่เรากิน

1048
01:05:07,778 --> 01:05:11,115
‎ปัจจุบัน เรื่องน่าตื่นเต้นคือ
‎การกินอาหารมังสวิรัติแบบยืดหยุ่นขึ้น

1049
01:05:11,198 --> 01:05:14,660
‎กินเนื้อแดงน้อยลง กินโปรตีนจากพืชมากขึ้น

1050
01:05:14,744 --> 01:05:17,830
‎กินผลไม้และถั่วมากขึ้น กินแป้งน้อยลง

1051
01:05:18,331 --> 01:05:20,499
‎ถ้าคุณกินอาหารแนวนี้

1052
01:05:21,042 --> 01:05:23,586
‎และสมมติว่าทุกคนกินอาหารเพื่อสุขภาพ

1053
01:05:23,669 --> 01:05:27,214
‎เราก็อาจกลับเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยได้จริงๆ

1054
01:05:27,298 --> 01:05:30,301
‎ไม่ใช่แค่เรื่องสภาพอากาศ
‎แต่เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพด้วย

1055
01:05:30,384 --> 01:05:33,596
‎การใช้ผืนดิน ใช้น้ำ
‎ใช้ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสด้วย

1056
01:05:33,679 --> 01:05:36,432
‎น่าตื่นเต้นมากที่การกินอาหารเพื่อสุขภาพ

1057
01:05:36,515 --> 01:05:41,479
‎อาจเป็นวิธีสำคัญที่สุด
‎เพียงวิธีเดียวที่ช่วยโลกไว้ได้

1058
01:05:47,026 --> 01:05:49,987
‎อีกการสร้างความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่สำคัญ

1059
01:05:50,071 --> 01:05:52,907
‎มันจะพาเรากลับสู่เขตปลอดภัย

1060
01:05:52,990 --> 01:05:55,159
‎อยู่ในขีดความสามารถที่โลกรองรับได้

1061
01:05:55,242 --> 01:05:58,162
‎นึกภาพโลกที่ไม่มีขยะสิ

1062
01:05:58,245 --> 01:06:00,206
‎โลกที่ไม่มีอะไรจะให้ทิ้ง

1063
01:06:04,669 --> 01:06:07,672
‎ขยะของเราเกิดขึ้นจากการออกแบบ

1064
01:06:07,755 --> 01:06:09,090
‎เมื่อเราสร้างผลิตภัณฑ์

1065
01:06:09,173 --> 01:06:12,760
‎เราแทบจะไม่ได้สร้าง
‎เพื่อจะใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบ

1066
01:06:13,344 --> 01:06:17,139
‎ถ้าเราเปลี่ยนระบบการผลิต
‎แบบเส้นตรงเป็นวงกลมล่ะ

1067
01:06:17,223 --> 01:06:19,976
‎นั่นคือการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อที่วัตถุดิบเหล่านั้น

1068
01:06:20,059 --> 01:06:21,686
‎สามารถใช้เป็นประโยชน์ได้ทุกชิ้น

1069
01:06:21,769 --> 01:06:24,397
‎เราอาจใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้ไม่สิ้นสุด

1070
01:06:24,981 --> 01:06:28,985
‎จึงมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
‎ให้เห็นว่าเศรษฐกิจหมุนเวียน

1071
01:06:29,068 --> 01:06:32,863
‎คือรากฐานสำคัญที่เราจะมีโอกาส

1072
01:06:32,947 --> 01:06:35,282
‎มอบชีวิตที่ดี

1073
01:06:35,366 --> 01:06:38,703
‎แก่พลเมืองโลกทุกคน

1074
01:06:40,913 --> 01:06:45,126
‎การลดขยะจะนำเราเข้าใกล้เขตปลอดภัย
‎ทั้งเรื่องสภาพอากาศ

1075
01:06:45,209 --> 01:06:48,379
‎ความหลากหลายทางชีวภาพ
‎และโดยเฉพาะธาตุอาหาร

1076
01:06:48,462 --> 01:06:51,465
‎สสารใหม่ และมลพิษทางอากาศ

1077
01:06:55,136 --> 01:06:58,973
‎ขีดจำกัดที่โลกรองรับได้
‎ทำให้เราเห็นทางข้างหน้าชัดเจน

1078
01:06:59,056 --> 01:07:02,560
‎ทำได้ง่ายๆ เช่นการเลือกใช้พลังงานหมุนเวียน

1079
01:07:02,643 --> 01:07:05,187
‎กินอาหารเพื่อสุขภาพ ปลูกต้นไม้

1080
01:07:05,271 --> 01:07:07,023
‎ลดการใช้ขยะ

1081
01:07:07,106 --> 01:07:10,568
‎เมื่อประกอบรวมกัน
‎สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนอนาคตของโลกได้

1082
01:07:11,485 --> 01:07:14,739
‎และความวิเศษอยู่ที่การสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้

1083
01:07:14,822 --> 01:07:18,409
‎จะปรับปรุงชีวิตของเราตอนนี้ให้ดีขึ้นด้วย

1084
01:07:20,286 --> 01:07:23,039
‎ต่อให้คุณไม่ห่วงใยโลกนี้เลย

1085
01:07:23,122 --> 01:07:25,624
‎และต่อให้คุณไม่สนใจ
‎ความเท่าเทียมบนโลกนี้สักเท่าไหร่

1086
01:07:25,708 --> 01:07:28,794
‎เห็นแก่ตัวและสนใจแค่ตัวเอง

1087
01:07:28,878 --> 01:07:32,048
‎ครอบครัวของคุณและชีวิตของคุณมากกว่า

1088
01:07:32,715 --> 01:07:36,427
‎ซึ่งผมคิดว่ามันก็น่านับถือมาก

1089
01:07:36,510 --> 01:07:39,638
‎ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
‎ผู้ดิ้นรนกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

1090
01:07:40,139 --> 01:07:43,309
‎แต่ถึงอย่างไร คุณก็คงอยากกลับสู่พื้นที่ปลอดภัย

1091
01:07:44,727 --> 01:07:48,773
‎ทุกคนจะได้ประโยชน์ทันทีกับการมีอากาศสะอาด

1092
01:07:48,856 --> 01:07:51,817
‎ทำให้อายุขัยยาวนานขึ้นและมีสุขภาพดีมากขึ้น

1093
01:07:51,901 --> 01:07:53,652
‎เด็กๆ ของคุณจะแข็งแรงขึ้น

1094
01:07:54,862 --> 01:07:57,281
‎การกลับเข้ามาในขีดจำกัดที่โลกรองรับได้

1095
01:07:57,364 --> 01:08:00,076
‎ยังหมายความว่าคุณน่าจะได้ใช้ชีวิต

1096
01:08:00,159 --> 01:08:04,705
‎ในสังคมที่มีตลาดมั่นคง มีงานมั่นคง

1097
01:08:04,789 --> 01:08:09,251
‎ซึ่งจะลดความเสี่ยงสร้างความขัดแย้ง
‎และเกิดความไม่มั่นคงในสังคมที่คุณอาศัยอยู่

1098
01:08:09,335 --> 01:08:10,461
‎ดังนั้น ทุกคน

1099
01:08:11,170 --> 01:08:14,757
‎อยากอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยมากกว่าเขตอันตราย

1100
01:08:14,840 --> 01:08:16,550
‎ที่ทุกอย่างผันผวน

1101
01:08:19,761 --> 01:08:22,098
‎สิ่งที่เราจะทำระหว่างปี 2020 ถึง 2030

1102
01:08:22,180 --> 01:08:24,600
‎ผมได้ข้อสรุปจากหลักฐานที่เรามีในวันนี้ว่า

1103
01:08:24,683 --> 01:08:27,685
‎มันจะเป็นทศวรรษแห่งการตัดสิน
‎อนาคตมนุษยชาติบนโลกนี้

1104
01:08:29,354 --> 01:08:31,273
‎อนาคตไม่ได้ถูกกำหนดไว้

1105
01:08:31,357 --> 01:08:33,024
‎อนาคตอยู่ในมือเรา

1106
01:08:33,109 --> 01:08:36,278
‎สิ่งที่เกิดขึ้นในร้อยปีข้างหน้า

1107
01:08:36,362 --> 01:08:39,948
‎จะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำในทศวรรษนี้เอง

1108
01:08:41,075 --> 01:08:43,953
‎เป็นยุคสมัยที่น่าทึ่ง

1109
01:08:44,036 --> 01:08:46,831
‎แต่ก็มาพร้อมภาระที่ยิ่งใหญ่

1110
01:08:46,913 --> 01:08:48,749
‎ที่เราจะต้องเด็ดขาด

1111
01:08:50,084 --> 01:08:52,502
‎เราไม่มีเวลาให้เสียแล้ว

1112
01:08:54,171 --> 01:08:57,216
‎เราจะทำยังไงถ้าพรุ่งนี้เช้ามีรายงานข่าวว่า

1113
01:08:57,299 --> 01:08:59,718
‎ดาวเคราะห์น้อยกำลังเคลื่อนมาที่โลก

1114
01:08:59,801 --> 01:09:03,596
‎ผมแน่ใจว่าเราคงผละจากทุกสิ่ง

1115
01:09:03,680 --> 01:09:07,143
‎และหันมาสนใจจะแก้ปัญหานี้

1116
01:09:07,810 --> 01:09:09,937
‎ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม

1117
01:09:11,104 --> 01:09:13,107
‎วิทยาศาสตร์บอกเราชัดเจนแล้วว่า

1118
01:09:13,189 --> 01:09:15,526
‎วิกฤติของโลกที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้น

1119
01:09:15,609 --> 01:09:18,654
‎ต้องการให้ทุกคนตอบโต้ในแบบเดียวกัน

1120
01:09:18,737 --> 01:09:20,281
‎ผมคงบอกได้ว่าเมื่อนั้นเราจะไม่มี

1121
01:09:20,363 --> 01:09:22,575
‎ปัญหาสิ่งแวดล้อมบนโลกอีกต่อไป

1122
01:09:22,658 --> 01:09:24,326
‎การทำลายสมดุลของโลกน่ะ...

1123
01:09:24,410 --> 01:09:29,747
‎อันตรายจากการทำลายสมดุลของโลก
‎คือเรื่องความมั่นคงและเสถียรภาพ

1124
01:09:29,832 --> 01:09:32,585
‎สำหรับทุกสังคมบนโลกนี้

1125
01:09:32,667 --> 01:09:35,379
‎ดังนั้น นี่คืองานเร่งด่วนของคณะมนตรีความมั่นคง

1126
01:09:35,462 --> 01:09:37,715
‎ผมคิดว่าเราควรจัดขีดความสามารถของโลก

1127
01:09:37,798 --> 01:09:40,009
‎เป็นหัวใจสำคัญใน

1128
01:09:40,091 --> 01:09:44,889
‎ระดับการกำกับดูแล
‎เชิงยุทธวิธีสูงสุดที่เรามีในโลก

1129
01:09:44,971 --> 01:09:47,140
‎ซึ่งก็คือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

1130
01:09:48,725 --> 01:09:53,772
‎การรับมือในระดับโลกเช่นนี้
‎เป็นสิ่งที่ทำได้ในปัจจุบันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

1131
01:09:55,441 --> 01:09:58,444
‎ตอนนี้มีเรื่องใหญ่กว่านั้นเกิดขึ้น

1132
01:09:58,527 --> 01:10:01,572
‎ซึ่งก็คือการที่มนุษย์เราเป็นเผ่าพันธุ์

1133
01:10:01,655 --> 01:10:04,408
‎ที่ควบคุมโลกนี้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

1134
01:10:04,491 --> 01:10:07,203
‎ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาตลอดเวลาเนิ่นนาน

1135
01:10:07,286 --> 01:10:09,371
‎กว่าสี่พันล้านปี

1136
01:10:13,876 --> 01:10:17,755
‎โลกธรรมชาติโดนประเมินอย่างต่อเนื่อง

1137
01:10:17,838 --> 01:10:20,591
‎โดนสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่อง

1138
01:10:20,674 --> 01:10:23,928
‎กระบวนการเทคโนโลยีดิจิตอล
‎และการเชื่อมโยงทุกมิติ

1139
01:10:24,011 --> 01:10:27,806
‎ในโลกวิทยาศาสตร์และในโลกการสังเกต

1140
01:10:27,890 --> 01:10:31,769
‎ณ ปัจจุบันหมายความว่า
‎ทั้งโลกเราครอบคลุมด้วยความรู้

1141
01:10:32,311 --> 01:10:34,355
‎หากตอนนี้เรากำลังเข้าสู่

1142
01:10:34,939 --> 01:10:38,567
‎สมัยทางธรณีวิทยาใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

1143
01:10:38,651 --> 01:10:41,278
‎ซึ่งไม่ได้ถูกกำหนดแค่ในเชิงธรณีฟิสิกส์

1144
01:10:41,362 --> 01:10:44,073
‎แต่ถูกกำหนดโดยความจริงนี้ด้วยที่ว่า

1145
01:10:44,156 --> 01:10:46,533
‎คนทั้งโลกมีจิตสำนึกใหม่ล่ะ

1146
01:10:55,417 --> 01:10:59,255
‎เพราะงานของนักวิทยาศาสตร์
‎อย่างโยฮัน ร็อกสตรอม

1147
01:10:59,338 --> 01:11:04,510
‎ตอนนี้เราถึงมีศักยภาพที่จะรับมือ
‎เพราะความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ปัญญาของชาวโลก

1148
01:11:05,135 --> 01:11:08,514
‎กำลังคิดและทำโดยมีเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียวกัน

1149
01:11:08,597 --> 01:11:13,185
‎เพื่อดูแลโลกของเราให้ฟื้นตัวได้
‎และแข็งแรงตลอดไป

1150
01:11:13,811 --> 01:11:15,187
‎เป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบ

1151
01:13:03,921 --> 01:13:08,300
‎คำบรรยายโดย กิตติพล เอี่ยมกมล



