1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:06,381 --> 00:00:08,633
‎(ผลงานสแตนด์อัพคอมเมดี้จาก NETFLIX)

3
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

4
00:00:19,853 --> 00:00:21,354
‎สนุกจังค่ะ พ่อ

5
00:00:21,438 --> 00:00:23,440
‎- ลูกหัดขี่ม้าเหรอ
‎- ค่ะ

6
00:00:23,523 --> 00:00:26,067
‎แต่วันนี้สนุกมากเลยเพราะหนูต้องขี่มัน...

7
00:00:26,151 --> 00:00:26,985
‎โอเค

8
00:00:27,068 --> 00:00:28,903
‎เอาละ ฮาร์เปอร์ พ่อต้องแสดงแล้ว

9
00:00:28,987 --> 00:00:30,238
‎- ขอให้ตลกค่ะ
‎- ขอให้ตลก

10
00:00:30,321 --> 00:00:32,282
‎- รักนะจ๊ะ
‎- เรารักพ่อนะ

11
00:00:33,658 --> 00:00:39,289
‎และตอนนี้ ขอเชิญต้อนรับ
‎พ่อของหนู เนต บาร์กัตซี

12
00:00:56,723 --> 00:00:57,807
‎ขอบคุณครับ

13
00:00:57,891 --> 00:00:58,892
‎นี่แหละ

14
00:00:59,851 --> 00:01:01,478
‎สนุกดีเนอะ

15
00:01:02,645 --> 00:01:04,189
‎นี่มัน... ใช่

16
00:01:04,272 --> 00:01:08,109
‎ขอบอกเลยปี 2020 เป็นปีโปรดของผม

17
00:01:09,527 --> 00:01:12,405
‎ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปีนี้ดีที่สุด

18
00:01:13,031 --> 00:01:15,700
‎คือผมเปล่า... คือมีมนุษย์ต่างดาว

19
00:01:15,784 --> 00:01:17,577
‎เขาบอกว่ามียูเอฟโอ

20
00:01:18,411 --> 00:01:20,080
‎แล้วไม่มีใครสน มันช่าง...

21
00:01:22,332 --> 00:01:25,502
‎คุณใช้ชีวิตในปีแบบไหนกันเนี่ย

22
00:01:26,127 --> 00:01:28,838
‎"เฮ่ ทุกคน มีข่าวว่า..." แล้วปิดท้ายข่าวด้วย

23
00:01:28,963 --> 00:01:30,632
‎"มียูเอฟโอ"

24
00:01:30,715 --> 00:01:33,468
‎แล้วคุณคิด "เอาโควิดมาหรือเปล่า"
‎และ "ไม่นะ"

25
00:01:34,135 --> 00:01:36,387
‎"ไม่รู้สิ ไม่มีใครไปตรวจเขาหรอก"

26
00:01:38,515 --> 00:01:41,976
‎ตลกดี ผมเคยบอกเมียว่า "เขาว่ามียูเอฟโอ"

27
00:01:42,060 --> 00:01:44,729
‎เธอก็เมาท์เรื่องของเธอต่อ คือผม...

28
00:01:44,813 --> 00:01:48,108
‎คุณอาจดูรายการนี้อยู่และคิดว่า
‎"ไม่เห็นเคยได้ยิน" นั่นแหละประเด็น

29
00:01:48,191 --> 00:01:50,235
‎ความน่าทึ่งของปี 2020 เป็นอย่างนี้

30
00:01:52,320 --> 00:01:55,907
‎ผมยังรู้สึกว่านี่คือปีที่ดี
‎ที่จะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของเพื่อน

31
00:01:55,990 --> 00:01:58,159
‎คุณคงอยากอยู่กลางวงน่ะจะได้เห็นทั่ว

32
00:01:58,243 --> 00:02:02,330
‎ผมมีเพื่อนหลายคน บางคนใส่แมสก์อาบน้ำ

33
00:02:02,413 --> 00:02:04,624
‎ใส่แมสก์เข้านอน

34
00:02:04,707 --> 00:02:07,418
‎คนที่เลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ หนูก็น่าจะใส่แมสก์ด้วย

35
00:02:07,502 --> 00:02:09,712
‎บางคนอยู่ลำพัง แค่เขากับหนูแฮมสเตอร์

36
00:02:10,463 --> 00:02:14,425
‎ผมยังมีเพื่อนที่คงไม่เคยได้ยินข่าวโควิดด้วยซ้ำ

37
00:02:16,678 --> 00:02:20,598
‎เหมือนมีคนบอกให้เขาพยายามไปรับเชื้อสิ
‎เห็นใช้ชีวิตเหมือนจะทำอย่างนั้นเลย

38
00:02:23,393 --> 00:02:26,354
‎ผมมีเพื่อนหลายคนเช่นกันที่บอกว่าเขาติดไปแล้ว

39
00:02:26,437 --> 00:02:28,857
‎เขาบอกว่า "ฉันติดแล้ว ฉันเป็นไข้"

40
00:02:29,858 --> 00:02:33,278
‎"นี่กุมภาพันธ์ มีไข้นานสองชั่วโมง
‎น่าจะติดแล้ว"

41
00:02:34,445 --> 00:02:37,407
‎ผมมีเพื่อนคนนึง เขาบอกว่าเขาติดตั้งแต่ปี 2015

42
00:02:37,490 --> 00:02:38,616
‎เขา...

43
00:02:39,659 --> 00:02:42,245
‎เขาเชื่อจริงๆ
‎เขาบอกว่า "ฉันติดตั้งแต่ปี 2015"

44
00:02:42,328 --> 00:02:46,207
‎"ฉันติดคนแรก มันไม่ฮิตเหมือนตอนนี้ แต่ว่า..."

45
00:02:48,209 --> 00:02:50,670
‎ผมบอกได้เลยว่าสิ่งนึงที่หายไปตลอดกาล

46
00:02:50,753 --> 00:02:52,505
‎คือการไอในที่สาธารณะ

47
00:02:52,589 --> 00:02:55,466
‎จบเห่สนิท ผมหมายถึง...

48
00:02:56,718 --> 00:02:58,970
‎คุณดื่มน้ำในภัตตาคารแล้วสำลัก

49
00:02:59,053 --> 00:03:00,513
‎ก็เหมือนเดินไปให้รถชนตาย

50
00:03:03,808 --> 00:03:05,101
‎คนทั้งร้านจะหยุดนิ่ง

51
00:03:05,185 --> 00:03:07,854
‎โต๊ะของคุณจะพูดกันว่า "ออกไปจากที่นี่ด่วน"

52
00:03:10,732 --> 00:03:13,860
‎จะบอกให้นะคนที่เดือดร้อนสุด
‎กับการไอในที่สาธารณะคือพ่อแม่ของผม

53
00:03:13,943 --> 00:03:16,279
‎เพราะนั่นคือกิจกรรมโปรดอย่างนึงของทั้งคู่

54
00:03:16,362 --> 00:03:17,947
‎การไอในที่สาธารณะ

55
00:03:18,031 --> 00:03:18,990
‎พวกเขาชอบมาก

56
00:03:19,073 --> 00:03:20,116
‎ที่จริงทำอยู่อย่างเดียว

57
00:03:20,200 --> 00:03:23,119
‎ไอทุกที่ พ่อของผมไอเหมือนจะขาดใจอยู่เรื่อย

58
00:03:23,661 --> 00:03:26,289
‎ถ้าเขาไม่ไอจนตัวโยน นั่นสิเราถึงจะเป็นห่วง

59
00:03:26,372 --> 00:03:28,750
‎เขาไอหนักจนตัวโยน ครั้งนึงเราเข้าร้านอาหาร

60
00:03:28,833 --> 00:03:33,213
‎คนจะถามว่า "พ่อของคุณโอเคไหม"
‎ผมก็บอกว่า "ครับ งานของเขา"

61
00:03:36,216 --> 00:03:39,219
‎ผมเดินทางไปทั่วประเทศช่วงโควิดนี้

62
00:03:39,302 --> 00:03:43,139
‎และที่ผมได้เห็นก็คือ...
‎ภาคกลางของประเทศอยู่สบายดี

63
00:03:43,223 --> 00:03:46,309
‎ผมไปดูแข่งนาสคาร์
‎พวกเขาใส่แมสก์และทำงานกันไป

64
00:03:46,392 --> 00:03:48,436
‎หลายคนให้ความร่วมมือ เราพยายามน่ะ

65
00:03:48,519 --> 00:03:49,854
‎เราวัดอุณหภูมิ

66
00:03:49,938 --> 00:03:52,649
‎ผมเข้าร้านบัฟฟาโล ไวลด์ วิงส์
‎พวกเขาวัดอุณหภูมิ

67
00:03:53,441 --> 00:03:57,111
‎จะมาบอกผมเรอะว่าวัยรุ่น
‎ไม่รู้เรื่องรู้ราว คุณคิด...

68
00:03:59,280 --> 00:04:01,783
‎คิดว่าเขาจะไม่เรียนหมอสินะ
‎พวกเขาเริ่มจากตรงนี้แหละ

69
00:04:01,866 --> 00:04:05,578
‎เขาวัดอุณหภูมิ
‎แล้วก็บอกผม "45 องศา คุณสบายดี"

70
00:04:06,746 --> 00:04:09,290
‎ใช่ กว่าจะแย่ก็อีกตั้ง 60 องศา

71
00:04:09,374 --> 00:04:12,335
‎ผมเลยสบายดี พวกเขาไม่ดูกังวลเลยด้วยซ้ำ

72
00:04:12,418 --> 00:04:15,255
‎"ห้าสิบเจ็ดองศาต่างหาก"
‎ผมเลยบอก "ที่จริงฉันตายไปแล้ว"

73
00:04:15,338 --> 00:04:16,381
‎"ไม่ได้การแล้ว"

74
00:04:17,257 --> 00:04:18,675
‎ผมถาม "มันใช้ได้จริงใช่ไหม"

75
00:04:18,758 --> 00:04:21,469
‎"ไม่รู้สิ พอมันดังปิ๊บ ผมก็บอกว่าไปได้"

76
00:04:23,763 --> 00:04:25,598
‎ผมสาบานว่าได้ยินเด็กคนนึงพูด "ปิ๊บ"

77
00:04:25,682 --> 00:04:28,017
‎เครื่องปิ๊บของเขาไม่น่าจะใช้ได้
‎เขาร้อง "ปิ๊บ" ด้วย

78
00:04:28,101 --> 00:04:29,060
‎ผมก็เอ๊ะ

79
00:04:29,936 --> 00:04:32,355
‎"นั่นมัน..." เขาก็ว่า "คุณสบายดี"

80
00:04:35,858 --> 00:04:37,443
‎ช่วงโควิดผมค่อนข้างแข็งแรง

81
00:04:37,527 --> 00:04:39,696
‎เพราะเรารู้สึกว่าเราอาจจะ...

82
00:04:39,779 --> 00:04:42,282
‎ช่วงโควิดน้ำหนักของผมลงนะ
‎คือเรามีแนวโน้มสองทาง

83
00:04:42,365 --> 00:04:44,784
‎ถ้าคุณอยากเพิ่มน้ำหนัก ช่วงนี้แหละเหมาะ

84
00:04:44,867 --> 00:04:47,537
‎ทุกคนเข้าใจ

85
00:04:47,620 --> 00:04:50,498
‎คุณเพิ่มได้เต็มที่
‎แต่ก่อนโควิดผมก็ทำแบบนั้นมาตลอดน่ะ

86
00:04:50,581 --> 00:04:52,417
‎มันคือกฎการใช้ชีวิตของผมมาตลอด

87
00:04:52,959 --> 00:04:55,003
‎ดังนั้นช่วงโควิด ผมเลยคิด "ฉันต้องหยุดสักที"

88
00:04:55,086 --> 00:04:58,923
‎และเพื่อนบ้านของผมก็เริ่มออกกำลังหน้าบ้าน

89
00:04:59,549 --> 00:05:02,468
‎เขาชวนว่า "มาออกกำลังหน้าบ้านผมกันเถอะ"

90
00:05:02,552 --> 00:05:04,345
‎ทีนี้ช่วงโควิดนี่เรายากจะมีข้ออ้าง

91
00:05:04,429 --> 00:05:09,517
‎"ผมยุ่งมาก ผมไม่มีเวลา
‎วันนี้ผมมีงานต้องทำเพียบ"

92
00:05:09,600 --> 00:05:11,019
‎เขาก็ทำให้เห็นๆ หน้าบ้านด้วย

93
00:05:11,102 --> 00:05:13,354
‎ผมเริ่มออกกำลังกับเขา เขามีเทรนเนอร์

94
00:05:13,438 --> 00:05:16,524
‎ผมไม่ใช่คนชอบออกกำลังเลย ไม่เคยเลย

95
00:05:16,607 --> 00:05:19,027
‎ผมบอกพวกเขาว่า
‎"ผมแค่อยากออกกำลังช่วงบนลำตัว"

96
00:05:19,110 --> 00:05:22,155
‎พวกเขาก็บอกว่า
‎"ได้สิ เรามาบริหารขาทุกวันเป็นไง"

97
00:05:22,238 --> 00:05:23,906
‎ทำแต่ขาอย่างเดียวเลย

98
00:05:23,990 --> 00:05:26,909
‎ผมว่าพวกเทรนเนอร์สมรู้ร่วมคิดกันอย่างมโหฬาร

99
00:05:26,993 --> 00:05:29,370
‎ไม่ให้คุณมีวันเพิ่มกล้ามช่วงบนลำตัวได้

100
00:05:29,454 --> 00:05:32,332
‎เวลาคุณจะทำ...
‎ผมเคยถาม "นี่บริหารช่วงบนลำตัวใช่ไหม"

101
00:05:32,415 --> 00:05:35,543
‎เขาก็ว่า "ใช่"
‎ผมก็บอก "เหรอ เพราะผมก้มตัวตลอดเลย"

102
00:05:38,421 --> 00:05:40,757
‎สิ่งที่ผมกินต่างหากคือปัญหาสำคัญ

103
00:05:40,840 --> 00:05:42,675
‎ผมกินเหมือนเด็ก

104
00:05:42,759 --> 00:05:44,719
‎คือผมกิน... ไม่ค่อยดีนัก

105
00:05:44,802 --> 00:05:47,472
‎เขาก็บอกว่า "แจกแจงรายการมื้อเช้าของคุณซิ

106
00:05:47,555 --> 00:05:50,308
‎รวมที่กินทั้งวันด้วย เริ่มของเมื่อวานนะ"

107
00:05:50,391 --> 00:05:53,770
‎ผมก็คิดในใจ "เมื่อวานไม่ค่อยเหมาะ"

108
00:05:53,853 --> 00:05:55,355
‎"เอาวันอื่นเถอะ"

109
00:05:58,274 --> 00:06:01,861
‎เขาก็บอก "ขอของเมื่อวาน"
‎ผมก็ว่า "ได้ ตอนเช้าผมกินโดนัท"

110
00:06:01,944 --> 00:06:05,156
‎เขาก็ถามว่า "เหรอ เสบียงที่บ้านคงหมดสินะ"

111
00:06:05,239 --> 00:06:07,200
‎ผมก็บอก "เปล่า ผมขับไปกินที่ร้าน"

112
00:06:09,535 --> 00:06:11,704
‎"ผมขับไป" เขาก็ถาม "คุณผ่านร้านพอดีเหรอ"

113
00:06:11,788 --> 00:06:15,041
‎ผมก็บอก "เปล่า
‎ผมไปทำงานสายเพราะขับไปกินนี่แหละ"

114
00:06:16,959 --> 00:06:18,836
‎เขาก็ถามว่า "แล้วของว่างมื้อดึกล่ะ"

115
00:06:18,920 --> 00:06:21,756
‎ผมก็ตอบ "เมื่อคืนผมกิน
‎ซาวร์แพทช์คิดส์ ลูกอมเปรี้ยวซ่า"

116
00:06:22,548 --> 00:06:25,635
‎เขาก็ถาม "คุณดูหนังเหรอ"
‎ผมก็ "เปล่า ดูทีวีเรื่อยเปื่อย"

117
00:06:27,053 --> 00:06:28,763
‎เขาก็ถาม "ซองเล็กเหรอ"

118
00:06:28,846 --> 00:06:31,891
‎ผมบอก "ไม่ เรียกว่าถุง ผมซื้อมาทั้งถุง"

119
00:06:32,392 --> 00:06:35,103
‎"ถ้าไม่เห็นยี่ห้อว่าเป็นอะไร
‎แล้วมีคนพูดว่าส่งถุงนั้นมาหน่อย

120
00:06:35,186 --> 00:06:37,647
‎เราจะไม่สับสนเลยว่าคุณขอให้หยิบถุงไหน"

121
00:06:40,566 --> 00:06:42,318
‎ผมมีปัญหาประจำเรื่องการนอน

122
00:06:42,402 --> 00:06:44,195
‎ผมสาบานได้ หมอทุกคนน่ะ...

123
00:06:44,278 --> 00:06:47,115
‎คือผมกินซาวร์แพทช์คิดส์กับโคล่าไง

124
00:06:47,198 --> 00:06:49,409
‎ผมก็บอกหมอ "เป็นอะไรไม่รู้ ผม..."

125
00:06:50,326 --> 00:06:52,578
‎"ตกกลางคืนทีไร สมองของผมคึกคักมาก"

126
00:06:52,662 --> 00:06:56,165
‎หมอก็บอกว่า "ใช่
‎คุณกินซาวร์แพทช์คิดส์ก่อนนอนไม่ได้"

127
00:06:57,125 --> 00:06:58,459
‎"ปัญหาอาจอยู่ตรงนี้"

128
00:06:59,836 --> 00:07:02,004
‎เราเดินทางบ่อยเป็นบ้าเป็นหลัง

129
00:07:02,088 --> 00:07:04,590
‎การแสดงโดยมีผู้ชมไดรฟ์อินมาดูนี่สนุกมาก

130
00:07:04,674 --> 00:07:06,342
‎ผมชอบเดินทาง ชอบการได้เคลื่อนที่

131
00:07:06,426 --> 00:07:09,804
‎จำได้ว่าครั้งนึง ผมอยู่ในลอสแอนเจลิส

132
00:07:09,887 --> 00:07:13,724
‎และวันถัดไปผมจะนั่งเครื่องเซาธ์เวสต์
‎ลงใต้ไปที่ออสติน เทกซัส

133
00:07:13,808 --> 00:07:15,351
‎ซึ่งผมได้เที่ยวบินเช้าตรู่

134
00:07:15,435 --> 00:07:20,398
‎ผมจำได้ว่าคืนก่อนบิน
‎ผมคิด "ทำตัวปกติ เข้านอนตามปกติ"

135
00:07:20,481 --> 00:07:24,235
‎สุดท้ายผมเมาค้างซึ่งกลายเป็นปัญหานิดหน่อย

136
00:07:24,318 --> 00:07:26,904
‎เช้าวันต่อมาผมตื่นมาพบว่า
‎เที่ยวบินของผมออกไปแล้ว

137
00:07:26,988 --> 00:07:29,282
‎ผมตกเครื่อง ไม่ได้ไปไม่ทันเข้าเกตนะ

138
00:07:29,365 --> 00:07:31,242
‎ตอนนั้นเครื่องถึงออสติน เทกซัสแล้ว

139
00:07:31,325 --> 00:07:33,870
‎ที่จริงคนที่ไปกำลังเช็คอินเข้าโรงแรมแล้ว

140
00:07:34,745 --> 00:07:37,165
‎ผมเลยจะหยิบมือถือหาเที่ยวบินใหม่

141
00:07:37,248 --> 00:07:39,917
‎แต่ไม่เจอ เมื่อคืนก่อนผมทำโทรศัพท์หายไปแล้ว

142
00:07:40,001 --> 00:07:41,586
‎ทีนี้ผมไม่มีมือถือ

143
00:07:41,669 --> 00:07:45,590
‎ผมก็เลยต้องไปซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์
‎เหมือนสมัยทศวรรษ 50

144
00:07:46,591 --> 00:07:48,134
‎แล้วพอเราเดินไปหน้าเคาน์เตอร์

145
00:07:48,217 --> 00:07:51,304
‎พวกเขาไม่คิดว่าจะมีใครมาซื้อตั๋ววิธีนี้แล้ว

146
00:07:51,387 --> 00:07:53,431
‎ผมไปถึง พวกเขาก็ทักทาย "ว่าไงคะ"

147
00:07:53,514 --> 00:07:56,559
‎ผมก็บอก "ผมอยากซื้อ
‎ตั๋วหนึ่งใบไปออสติน เทกซัสครับ"

148
00:07:59,020 --> 00:08:02,273
‎เขาก็บอกว่า "ค่ะ ก็ซื้อสิ อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่"

149
00:08:03,024 --> 00:08:06,694
‎ผมก็บอกว่า "เปล่า ผมอยากเขียนเช็คจ่ายค่าตั๋ว

150
00:08:07,320 --> 00:08:08,905
‎ไปออสติน เทกซัส"

151
00:08:09,864 --> 00:08:12,825
‎ไม่มีเที่ยวบินแล้ว ผมเลยต้องไปทุกเทอร์มินัล

152
00:08:12,909 --> 00:08:15,995
‎และพูดซ้ำๆ ว่า
‎"ตั๋วไปออสติน เทกซัสหนึ่งใบครับ"

153
00:08:18,039 --> 00:08:22,877
‎ผมเจอเที่ยวบินนึงในที่สุด
‎แต่ผู้หญิงที่เคาน์เตอร์นั้นไม่เคยขายตั๋ววิธีนี้มาก่อน

154
00:08:22,960 --> 00:08:25,755
‎"ฉันทำงานที่นี่มาสิบปีแล้ว ไม่เคยมีคนมาซื้อวิธีนี้"

155
00:08:25,838 --> 00:08:27,131
‎"ฉันไม่รู้วิธี"

156
00:08:27,215 --> 00:08:30,843
‎เธอเลยเดินกลับเข้าไป
‎ตามพนักงานที่แก่ที่สุดที่ผมเคยเห็นเลยมั้ง

157
00:08:31,928 --> 00:08:34,680
‎ผมคิดว่าที่เธอยังอยู่เพราะเหตุนี้เอง

158
00:08:35,431 --> 00:08:38,601
‎เธอออกมาพร้อมเครื่องรูดบัตรเครดิต

159
00:08:38,684 --> 00:08:41,896
‎เธอบอกว่า "ฉันจัดการเอง
‎ฉันว่าเครื่องนี้สนุกสุดๆ"

160
00:08:42,813 --> 00:08:45,816
‎มันประหลาดมากที่ผมไม่มีมือถือ ทุกคนมีกัน

161
00:08:45,900 --> 00:08:49,570
‎ผมเข้าไปในสนามบินน่ะ
‎แล้วพอเราไม่มีมือถือก็ได้แต่จ้องมองคนอื่น

162
00:08:50,821 --> 00:08:52,490
‎คือเรากำลังเข้าคิวอยู่ไง

163
00:08:52,573 --> 00:08:55,952
‎แล้วผมก็กำลังมองตรงไปข้างหน้า
‎คนแถวนั้นก็อยู่ท่านี้

164
00:08:56,035 --> 00:08:59,580
‎"อะไรกัน เพื่อน คุณเป็นไรไป" คนทั่วไปน่ะ

165
00:08:59,664 --> 00:09:01,624
‎"มือถือของคุณไปไหนล่ะ" "ผมไม่ได้เอามา"

166
00:09:01,707 --> 00:09:05,795
‎"แต่ผมจะคุยกับคุณนะ
‎ถ้าคุณจะคุยกับผม ผมก็ชอบแชทอยู่หรอก"

167
00:09:06,837 --> 00:09:09,215
‎ผมว่าผมก็ผ่านด่านตรวจความปลอดภัยไหลลื่นดี

168
00:09:09,298 --> 00:09:11,717
‎แต่ผมมาช้าเพราะชายที่อยู่ก่อนหน้าผมคนนี้

169
00:09:12,260 --> 00:09:14,637
‎เขาเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะแล้วมันร้อง

170
00:09:14,720 --> 00:09:17,265
‎เจ้าหน้าที่เลยถามเขาว่า
‎"คุณมีโลหะติดตัวบ้างไหม"

171
00:09:17,348 --> 00:09:21,310
‎เขาก็บอกว่า "ผมมีกุญแจ กุญแจของผม"

172
00:09:21,811 --> 00:09:25,398
‎เราก็คิดว่าเขาจะเล่าเรื่องเข่า
‎หรือสะโพก คืออย่างที่รู้...

173
00:09:25,481 --> 00:09:27,400
‎คนแก่มีโลหะในตัวเยอะน่ะ

174
00:09:27,483 --> 00:09:30,152
‎เขากลับบอกว่า "กุญแจน่ะ น่าจะผ่านมั้ง"

175
00:09:30,236 --> 00:09:33,114
‎เราก็คิด "น่าจะเป็นคำตอบอันดับหนึ่ง
‎ในแบบสำรวจเลย

176
00:09:33,197 --> 00:09:36,576
‎เวลาเจอเครื่องตรวจจับโลหะร้อง" "กุญแจ"

177
00:09:37,326 --> 00:09:40,079
‎ผมเลยบอกเขาว่า "นี่ ทดลองเอาออกมาสิ"

178
00:09:40,162 --> 00:09:43,332
‎"ผมอยากรู้ว่าถ้าไม่มีกุญแจมันจะร้องไหม
‎เครื่องนี้อาจโกหกก็ได้"

179
00:09:46,419 --> 00:09:50,047
‎ผมจัดแสดงให้คนดูแบบไดรฟ์อิน
‎ตามโรงหนังไดร์ฟอินน่ะ

180
00:09:50,131 --> 00:09:52,049
‎ไปกับเพื่อนของผม นิค โนวิคกี้

181
00:09:52,133 --> 00:09:55,261
‎แล้วนิคเป็นคนตัวเล็กน่ะ
‎เป็นคนตลกมาก เราเริ่มแสดงตลกด้วยกัน

182
00:09:55,344 --> 00:09:58,848
‎นิคเป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยแล้วสนุกมาก หลอกง่ายมาก

183
00:10:00,766 --> 00:10:02,476
‎ครั้งนึงเราอยู่ในร้านกาแฟ

184
00:10:02,560 --> 00:10:05,605
‎ผู้ชายที่นั่งอยู่ใกล้เรามากับหมาฮัสกี้ตัวใหญ่

185
00:10:06,147 --> 00:10:08,733
‎นิคก็บอกว่า "เฮ่ นายคิดไหมว่ามันคือหมาป่า"

186
00:10:10,651 --> 00:10:13,279
‎ผมก็บอก "ใช่ ฉันคิดว่ามันคือหมาป่า"

187
00:10:14,447 --> 00:10:17,116
‎"เขาเพิ่งผ่านกฎหมายที่ว่าถ้าเราจับหมาป่าได้

188
00:10:17,199 --> 00:10:18,909
‎เราก็เลี้ยงมันได้"

189
00:10:21,621 --> 00:10:23,414
‎เขาก็บอก "ฉันควรถามเขาดีไหม"

190
00:10:23,497 --> 00:10:26,417
‎ผมก็ตอบ "ถามสิ เขาอยากคุยเรื่องนี้อยู่แล้ว"

191
00:10:26,500 --> 00:10:28,502
‎"เขาถึงได้พาหมาป่าออกมาเดินเล่น"

192
00:10:30,838 --> 00:10:34,216
‎ผมมองเขาเดินไปหาชายคนนี้
‎"ขอโทษครับ นี่ใช่หมาป่าหรือเปล่า"

193
00:10:35,176 --> 00:10:37,386
‎ชายคนนั้นไม่รู้จะตอบยังไงเลย

194
00:10:37,470 --> 00:10:38,554
‎เขาบอก "อะไรนะ"

195
00:10:39,138 --> 00:10:42,475
‎"คุณคิดว่าผมพาหมาป่ามานั่งร้านกาแฟ

196
00:10:44,352 --> 00:10:48,439
‎แล้วหมาป่าก็เฉยๆ ไม่สติแตกไปแล้วเหรอ"

197
00:10:52,026 --> 00:10:54,862
‎ครั้งที่เรานั่งรถบัสเดินทางไป
‎ตามโรงหนังไดร์ฟอินด้วยกัน

198
00:10:54,945 --> 00:10:59,575
‎นิคเชื่อที่ผมบอกว่าผมไม่รู้จัก
‎แนนซี เคอร์ริแกนกับทอนยา ฮาร์ดิง

199
00:11:00,451 --> 00:11:02,912
‎นิครู้แล้วครับ รู้ว่าผมรู้จักพวกเธอ

200
00:11:02,995 --> 00:11:04,914
‎เขากำลังรู้ไปพร้อมกับพวกคุณในตอนนี้

201
00:11:05,748 --> 00:11:06,999
‎ผมไม่เคยบอกเขา

202
00:11:07,083 --> 00:11:08,959
‎ผมรู้ดีว่าพวกเธอคือใคร

203
00:11:09,043 --> 00:11:13,172
‎เขารู้จักวงการกีฬาแค่เฉพาะของยุค 90

204
00:11:13,255 --> 00:11:15,257
‎เขารู้ข้อมูลแค่ยุค 90

205
00:11:15,341 --> 00:11:18,094
‎เขาเลยพูดถึงแนนซี เคอร์ริแกน
‎กับทอนยา ฮาร์ดิง

206
00:11:18,177 --> 00:11:21,180
‎ผมก็ถาม "ใครน่ะ"
‎เขาก็บอก "นายไม่รู้เรอะว่าพวกเธอคือใคร"

207
00:11:21,263 --> 00:11:23,683
‎ผมบอก "ฉันว่าไม่ใช่ทุกคนที่รู้จักพวกเธอนะ"

208
00:11:23,766 --> 00:11:27,186
‎เขาก็บอก "นี่คนดังสุดๆ เลยนะ
‎นักสเก็ตลีลา เหมือนมาเฟียคนดังน่ะ"

209
00:11:27,269 --> 00:11:30,690
‎ผมบอก "ฉันไม่เคยได้ยิน
‎นายไม่คิดเหรอว่าฉันเพิ่งจะได้ยินเนี่ย"

210
00:11:30,773 --> 00:11:32,441
‎ผมบอก "ไม่มีคนรู้จักหรอก"

211
00:11:32,525 --> 00:11:34,068
‎แล้วเขาก็สติหลุดไปเลย

212
00:11:34,151 --> 00:11:36,612
‎"พวกเธอควรอยู่
‎ใน 30 ฟอร์ 30 ไปแล้วถ้าดังจริง"

213
00:11:36,696 --> 00:11:37,988
‎เขาก็บอก "ก็อยู่น่ะสิ"

214
00:11:39,949 --> 00:11:42,451
‎อีกคนบอกว่า "ควรมีหนัง
‎เกี่ยวกับพวกเธอด้วยถ้าดังจริง"

215
00:11:42,576 --> 00:11:44,995
‎เขาก็บอก "มีหนังสิ" เขาคลุ้มคลั่งแล้ว

216
00:11:47,498 --> 00:11:50,000
‎มีเรื่องนึงที่ผมชอบเล่าที่สุด

217
00:11:50,084 --> 00:11:52,837
‎เรื่องนี้นานแล้ว เราไปหาเพื่อนคนนึงที่บ้าน

218
00:11:52,920 --> 00:11:55,131
‎แล้วเขาอยู่ชั้นสี่ซึ่งไม่มีลิฟต์

219
00:11:55,214 --> 00:11:57,299
‎เราเลยต้องเดินขึ้นไปสี่ชั้น

220
00:11:57,383 --> 00:12:00,720
‎แน่นอนว่าผมเดินเร็วกว่านิค ผมเคยรอเขานะ

221
00:12:00,803 --> 00:12:03,055
‎แต่เราเป็นเพื่อนกันมานานมาก ผมรอไม่ได้แล้ว

222
00:12:03,139 --> 00:12:05,599
‎เราชักจะเหมือนคู่แต่งงานแก่ๆ
‎ผมเลยเดินลิ่วไปก่อน

223
00:12:07,643 --> 00:12:10,229
‎ผมรู้ไงว่าเรากำลังจะเดินไปที่ไหน
‎และผมรู้ว่าเขาไม่รู้

224
00:12:10,312 --> 00:12:12,565
‎ผมเลยทิ้งเขาแล้วเข้าไปในห้องของเพื่อน

225
00:12:12,648 --> 00:12:16,026
‎ผมบอก "นิคไม่รู้ว่านายอยู่ห้องไหน สนุกแน่

226
00:12:16,110 --> 00:12:18,404
‎เรามาดูกันว่าจะเป็นยังไง"

227
00:12:19,071 --> 00:12:20,489
‎ประมาณ 30 นาทีผ่านไป

228
00:12:20,573 --> 00:12:24,034
‎ในที่สุดนิคก็เข้ามาในห้อง
‎ผมก็ถาม "นายไปไหนมา"

229
00:12:24,118 --> 00:12:26,036
‎เขาตอบ "ฉันไม่รู้ว่าห้องไหน"

230
00:12:26,120 --> 00:12:27,246
‎ผมบอก "ฉันรู้"

231
00:12:28,038 --> 00:12:30,916
‎"อย่างนี้เองนายถึงหายไปนาน
‎นายกลับออกไปนอกตึกเหรอ"

232
00:12:31,000 --> 00:12:34,503
‎เขาตอบ "เปล่า ฉันเข้าไปอยู่ในห้องของคนอื่น"

233
00:12:35,546 --> 00:12:38,841
‎เขาเข้าไปอยู่ในห้องใคร...
‎เขาลองจับลูกบิดดูน่ะ

234
00:12:40,134 --> 00:12:44,346
‎พอประตูเปิดได้ เขาก็เข้าไป
‎"ผมมากับเนต" แล้วก็นั่งที่โซฟา

235
00:12:44,430 --> 00:12:45,973
‎เขาไปไกลขนาดนั้นเลย

236
00:12:46,766 --> 00:12:50,144
‎คิดดูสิว่าโซฟาของคุณน่าจะอยู่ตรงไหนของห้อง
‎เขาเข้าบ้านคนอื่นได้ลึกขนาดนั้น

237
00:12:51,812 --> 00:12:53,731
‎และเขามั่นใจมาก ส่วนเจ้าของห้องคงคิด

238
00:12:53,814 --> 00:12:56,066
‎"ไม่รู้สิ เราจะรู้ใช่ไหมว่าเนตคือใคร"

239
00:12:59,111 --> 00:13:00,780
‎การแสดงให้คนดูแบบไดร์ฟอินนี้สนุกมาก

240
00:13:00,863 --> 00:13:03,824
‎คือเราแสดงในโรงหนังไดร์ฟอินน่ะ

241
00:13:03,908 --> 00:13:07,286
‎ที่ลำบากคือเวลาคนดูอยากเลิกดูกลางคัน
‎เมื่อไม่ชอบการแสดงของเรา

242
00:13:07,369 --> 00:13:09,872
‎เราจะโดนไฟหน้าส่องกระแทกตา

243
00:13:09,955 --> 00:13:12,416
‎คือแล้วเขาต้องถอยออกน่ะ

244
00:13:12,500 --> 00:13:14,794
‎เราก็จะ "ขอบคุณ คนนี้กำลังไปครับ"

245
00:13:17,254 --> 00:13:19,131
‎ผมเคยแสดงในซูม

246
00:13:19,215 --> 00:13:22,176
‎แล้วมันเป็นแบบที่มีแค่หน้าของคุณบนจอ

247
00:13:22,259 --> 00:13:24,678
‎และตอนที่เรากำลังจะเริ่ม
‎ผมได้ยินใครสักคนพูดว่า

248
00:13:24,762 --> 00:13:27,389
‎"ไม่รู้สิ แสดงตลกงี่เง่าอะไรสักอย่าง"

249
00:13:29,934 --> 00:13:31,519
‎ผมอึ้ง อะไรน่ะ เธอพูดว่าไงนะ

250
00:13:36,148 --> 00:13:37,358
‎มีแต่เฮลิคอปเตอร์ทั้งวัน

251
00:13:37,441 --> 00:13:38,984
‎แสดงกลางแจ้งก็แบบนี้

252
00:13:40,653 --> 00:13:44,031
‎คราวหน้าจะจัดที่สนามบินแล็กซ์ ต้องสนุกแน่

253
00:13:50,496 --> 00:13:55,084
‎ผมอยากกลับไปเหมือนวันก่อนๆ เร็วๆ
‎แสดงเรื่อยเปื่อยอยู่ในอาคาร

254
00:13:55,167 --> 00:13:57,086
‎เราต้องการแค่นั้นเอง

255
00:13:57,837 --> 00:14:01,841
‎การแสดงล่าสุดครั้งนึงของผม ออกมาห่วยมาก

256
00:14:01,924 --> 00:14:04,176
‎คือในฐานะนักแสดงตลก เราแสดงตามบริษัทบ่อย

257
00:14:04,260 --> 00:14:06,720
‎และครั้งนั้นผมแสดงในงานของบริษัทนี้
‎ที่แทมปา ฟลอริดา

258
00:14:06,804 --> 00:14:10,182
‎เจ้าของบริษัทธุรกิจไฟฟ้า
‎หรืออะไรสักอย่างในแทมปา

259
00:14:10,266 --> 00:14:11,684
‎ผมไม่รู้ว่ายังไงนะ

260
00:14:11,767 --> 00:14:14,395
‎แต่เขาผลิตไฟฟ้าในฟลอริดา ดังนั้น...

261
00:14:15,646 --> 00:14:16,939
‎ใช่ เขารวยมาก

262
00:14:17,022 --> 00:14:17,898
‎และ...

263
00:14:19,024 --> 00:14:21,777
‎เขาเป็นคนดีมาก ใจกว้างมาก

264
00:14:21,861 --> 00:14:26,323
‎เขาจัดงานเลี้ยงให้พนักงานทุกคน
‎มีรางวัลเป็นรถสองคัน

265
00:14:26,407 --> 00:14:28,200
‎มีแจกทีวี ไอแพด...

266
00:14:28,284 --> 00:14:31,120
‎พูดจริงๆ ผมว่าของขวัญรวมแล้ว
‎คงจะสัก 100,000 ดอลลาร์

267
00:14:31,203 --> 00:14:33,455
‎เขาตอบแทนพนักงาน ดีมาก

268
00:14:33,539 --> 00:14:36,083
‎ส่วนผมก็เป็นของขวัญอย่างนึง
‎ที่เขามอบให้พนักงาน

269
00:14:36,166 --> 00:14:39,378
‎ดังนั้นระหว่างแจกของขวัญ
‎เขาก็หยุดกลางคัน "เอาละ"

270
00:14:39,461 --> 00:14:42,965
‎"ผมมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้พวกคุณ
‎ไม่อยากเชื่อว่าเราเชิญเขามาที่นี่ได้"

271
00:14:43,048 --> 00:14:46,760
‎เขาก็พาผมออกไป
‎ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อของผมมาก่อน

272
00:14:47,303 --> 00:14:48,721
‎ทุกคนจ้องหน้าผมและคิดว่า

273
00:14:48,804 --> 00:14:51,891
‎"ฉันว่าฉันเชิญหมอนี่ไปแสดงที่บ้านก็ได้ ใครน่ะ"

274
00:14:54,852 --> 00:14:56,186
‎ผมเริ่มแสดงไป

275
00:14:56,270 --> 00:14:58,689
‎ผมแสดงหนึ่งชั่วโมง ไม่มีเสียงหัวเราะสักแอะ

276
00:14:58,772 --> 00:15:01,108
‎ไม่มีจริงๆ และผมไม่ได้เล่นมุขใหม่อะไรเลย

277
00:15:01,191 --> 00:15:02,818
‎ผมเล่นมุขยอดฮิตทั้งนั้น

278
00:15:04,153 --> 00:15:07,281
‎ผมเล่าเรื่อง "กาแฟเย็นใสนม" สามรอบ

279
00:15:12,119 --> 00:15:13,454
‎ผมก็แสดงต่อไป

280
00:15:13,537 --> 00:15:16,874
‎ผมคิด "ฉันจะเล่นอีกรอบ
‎เมื่อกี้พวกคุณคงไม่ได้ฟัง"

281
00:15:17,750 --> 00:15:19,001
‎หลายคนลุกออกไป

282
00:15:19,084 --> 00:15:21,128
‎คนขับรถของผมถามผู้ชมที่ออกไปว่า

283
00:15:21,211 --> 00:15:23,380
‎"การแสดงตลกใกล้จบแล้วเหรอ"

284
00:15:23,464 --> 00:15:26,258
‎เขาตอบ "การแสดงตลกอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง"

285
00:15:26,342 --> 00:15:29,345
‎"มีคนนึงกำลังกล่าวสุนทรพจน์อยู่ตอนนี้
‎คงแสดงหลังจากนี้มั้ง"

286
00:15:34,642 --> 00:15:37,394
‎พอเราจบการแสดง เจ้าของก็ขึ้นมาบนเวที

287
00:15:37,478 --> 00:15:40,439
‎ผมต้องบอกเขาน่ะ ผมบอก "ผมขอโทษ"

288
00:15:40,522 --> 00:15:42,274
‎"ผมเคยแสดงตลกได้นะ

289
00:15:42,358 --> 00:15:45,319
‎ผมทำไม่ได้เสียแล้ว มันจบแล้ว"

290
00:15:45,402 --> 00:15:48,948
‎เขาก็ดีมากเลย เขาบอกว่า
‎"ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดของคุณ"

291
00:15:49,031 --> 00:15:51,533
‎ผมบอก "ผมไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง"

292
00:15:51,617 --> 00:15:53,619
‎เขาก็บอก "คือพอคุณขึ้นเวทีแล้ว

293
00:15:53,702 --> 00:15:56,914
‎ผมนึกได้ว่า
‎พนักงานส่วนใหญ่ของผมพูดอังกฤษไม่ได้"

294
00:15:57,539 --> 00:16:00,376
‎ผมก็บอก "ใช่ น่าจะเป็นอย่างนั้น"

295
00:16:02,127 --> 00:16:05,130
‎บางทีอย่าจ้างนักแสดงตลก
‎ที่พูดอังกฤษได้ภาษาเดียว

296
00:16:06,006 --> 00:16:07,341
‎ไม่แจ้งล่วงหน้าเลย

297
00:16:07,424 --> 00:16:10,928
‎ถึงแจ้งผมก็พูดได้ภาษาเดียว
‎แต่ถ้าได้รู้ก่อนคงจะดี

298
00:16:14,974 --> 00:16:19,103
‎ผมมีลูกสาวคนนึง เธอชื่อฮาร์เปอร์

299
00:16:19,186 --> 00:16:21,897
‎หลายคนเลยถามว่า
‎"หรือคุณตั้งชื่อเธอตาม ฮาร์เปอร์ ลี

300
00:16:21,981 --> 00:16:23,899
‎คนเขียน ทู คิล อะ ม็อกกิ้งเบิร์ด"

301
00:16:23,983 --> 00:16:28,195
‎ผมจะบอกว่าผมไม่เคยคิดถึง
‎นักเขียนคนไหนมาก่อนในชีวิต

302
00:16:30,531 --> 00:16:31,865
‎ผมไม่เคยคิดจะตั้งชื่อตามแน่

303
00:16:31,949 --> 00:16:34,952
‎คือชื่อกลางของผมคือลี
‎ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นจริงๆ

304
00:16:37,454 --> 00:16:38,706
‎ผมชอบนะการมีลูก

305
00:16:38,789 --> 00:16:42,793
‎ผมชอบมากเวลาเด็กร้องไห้ ไร้เดียงสาจริงๆ

306
00:16:42,876 --> 00:16:46,213
‎ผมชอบความที่มันช่างไร้เดียงสามากๆ
‎เด็กร้องเพราะป้ายที่คอเสื้อ

307
00:16:46,296 --> 00:16:47,423
‎คือร้องโหยหวนเลยนะ

308
00:16:47,506 --> 00:16:49,008
‎พวกเขาไม่ชอบน่ะ มันรู้สึกแปลกๆ

309
00:16:49,091 --> 00:16:51,343
‎เราก็คิด "บ้านไฟไหม้เหรอ"

310
00:16:51,427 --> 00:16:54,555
‎ผมไม่เคยเห็นใครร้องไห้หนักขนาดนี้
‎กับเรื่องเล็กมากๆ

311
00:16:54,638 --> 00:16:57,433
‎ลูกสาวของผมติดไอแพดหนักมาก นี่แหละลำบาก

312
00:16:57,516 --> 00:17:00,936
‎เราต้องให้เด็กๆ ละจากหน้าจอ
‎เราไม่อยากให้เขาใช้เทคโนโลยีตลอดเวลา

313
00:17:01,020 --> 00:17:02,646
‎เธอเอาแต่นั่งดูไอแพด

314
00:17:02,730 --> 00:17:04,231
‎เธออยากเป็นยูทูบเบอร์

315
00:17:04,314 --> 00:17:06,400
‎ซึ่งทำให้ผมในฐานะนักแสดงตลก โมโหมาก

316
00:17:08,277 --> 00:17:11,447
‎เธอดูพวกเด็กๆ ตามช่องยูทูบ
‎ตอนนี้เธอก็ทำวิดีโอของตัวเอง

317
00:17:11,530 --> 00:17:13,073
‎บันทึกภาพเธอนั่งแล้วก็พูดว่า

318
00:17:13,157 --> 00:17:14,658
‎"เฮ่ ทุกคน เป็นไงบ้าง"

319
00:17:14,742 --> 00:17:17,536
‎"กดลิงก์ข้างล่าง ติดตาม ทิ้งคอมเมนต์ไว้นะ"

320
00:17:17,619 --> 00:17:19,663
‎ทั้งหมดนี้ออกในโทรศัพท์ของผมทั้งนั้น

321
00:17:19,747 --> 00:17:22,374
‎ทั้งหมด 90 ชั่วโมง ไม่ได้ไปออกในยูทูบ

322
00:17:22,458 --> 00:17:24,752
‎มีผมกับแม่ของเธอเป็นผู้ติดตามสองคนถ้วน

323
00:17:27,921 --> 00:17:30,299
‎เธอเอาแต่มองเด็กคนอื่นเล่นของเล่น

324
00:17:30,424 --> 00:17:31,633
‎คือมันสุดยอดเลยครับ

325
00:17:31,717 --> 00:17:34,386
‎ไม่ใช่การแสดงอะไรเลย
‎ผมไม่ว่าหรอกถ้าเธอดูการแสดง

326
00:17:34,470 --> 00:17:36,388
‎เธอดูเด็กคนนึงที่พูดว่า "เฮ่

327
00:17:36,472 --> 00:17:39,308
‎เธอไม่มีของเล่นตัวนี้ ฉันมี
‎เธออยากดูฉันแกะกล่องไหม"

328
00:17:39,933 --> 00:17:41,894
‎ยอดวิวห้าพันล้านครับ

329
00:17:43,520 --> 00:17:46,148
‎มันดูเหมือนเราไม่ซื้ออะไรให้ลูกเล่นเลย
‎แค่ให้เธอดู

330
00:17:46,231 --> 00:17:49,276
‎"ลูกดูเด็กคนนี้สนุกไปนะ
‎แต่ในบ้านนี้ลูกจะไม่มีวันสนุกหรอก"

331
00:17:53,155 --> 00:17:54,865
‎เราพาลูกออกนอกบ้านครับ ทำกิจกรรม

332
00:17:54,948 --> 00:17:56,992
‎ผมจะพาเธอเข้าร้านชัคอีชีสตลอด

333
00:17:57,076 --> 00:17:59,495
‎คุณไปได้นะ พวกเขาติดโควิดตั้งแต่ปี 84

334
00:17:59,578 --> 00:18:02,039
‎ดังนั้น... ใช่

335
00:18:02,122 --> 00:18:04,833
‎แม้แต่โควิดยังไม่รอดในร้านนั้น...

336
00:18:04,917 --> 00:18:06,335
‎ผมจะบอกว่าชัคอีชีสอย่างทรหด

337
00:18:06,418 --> 00:18:08,545
‎ผมไม่รู้ว่าคุณไปที่นั่นล่าสุดเมื่อไหร่

338
00:18:08,629 --> 00:18:11,965
‎เขาดูเหมือนพยายามจะเลิกกิจการแล้วเลิกไม่ได้

339
00:18:13,634 --> 00:18:16,136
‎ยื่นขอล้มละลายแต่ยังเปิดขายอยู่

340
00:18:16,804 --> 00:18:18,138
‎เขาโทรไปถามบล็อกบัสเตอร์

341
00:18:18,222 --> 00:18:20,307
‎"คุณเลิกยังไง เราอยากเลิกบ้าง"

342
00:18:25,020 --> 00:18:28,440
‎เขาไม่อัพเดตอะไรเลย วงชัคอีก็ใช้แค่หุ่นยนต์

343
00:18:29,733 --> 00:18:33,946
‎แล้วมือกลองไม่เล่นด้วยซ้ำ
‎ มันนั่งเฉยๆ ตลอดเวลา

344
00:18:35,447 --> 00:18:39,660
‎เห็นว่าเดี๋ยวนี้ขายเบียร์ให้พ่อแม่แล้ว
‎แต่มีแค่บัดไลท์

345
00:18:40,160 --> 00:18:42,412
‎เห็นพ่อแม่เมาอยู่ในร้านตั้งแต่เก้าโมงเช้า

346
00:18:43,247 --> 00:18:47,376
‎เวลาเด็กต้องกลับบ้าน
‎ผมไม่เห็นอูเบอร์หรือลิฟต์โผล่มาสักที

347
00:18:48,585 --> 00:18:50,963
‎มีข่าวนึงที่ชัคอีชีสถูกจับผิดได้

348
00:18:51,046 --> 00:18:54,424
‎ถ้าลูกค้ากินพิซซ่าไม่หมด
‎พวกเขาจะเอากลับมาขายใหม่เป็นบุฟเฟต์

349
00:18:54,508 --> 00:18:56,927
‎ทำแบบนี้ธุรกิจธรรมดาคงเจ๊งไปแล้ว

350
00:18:57,010 --> 00:18:59,346
‎แต่พอเป็นชัคอีชีส ธุรกิจยิ่งเติบโต

351
00:18:59,429 --> 00:19:03,475
‎ขนาดตอนผมอ่านข่าวนี้
‎ผมยังคิด "ฉันนึกว่าเขาทำเป็นปกติ"

352
00:19:03,559 --> 00:19:06,979
‎"ฉันนึกว่าเราเห็นพ้องต้องกัน"
‎ไม่รู้จะลงข่าวทำไม

353
00:19:10,440 --> 00:19:12,609
‎ลูกสาวของเรายังนอนบนเตียงกับเราด้วย

354
00:19:12,693 --> 00:19:15,237
‎ซึ่งพ่อแม่ไม่ชอบหรอกเวลาพูดถึงเรื่องนี้

355
00:19:15,779 --> 00:19:18,740
‎พ่อแม่จะคุยกัน
‎"เราต้องเอาลูกออกไป อย่าไปมองตา"

356
00:19:22,119 --> 00:19:23,078
‎เป็นความผิดของผม

357
00:19:23,162 --> 00:19:25,247
‎คือเรามีลูกช้าน่ะ มีลูกคนเดียว

358
00:19:25,330 --> 00:19:27,082
‎เราเลยจนปัญญา

359
00:19:27,166 --> 00:19:29,918
‎ผมเดินทางคราวละนานๆ แล้วพอผมกลับถึงบ้าน

360
00:19:30,002 --> 00:19:33,463
‎ผมอยากให้เรานอนเตียงเดียวกัน
‎ตอนนี้กลายเป็นนิสัยแล้ว

361
00:19:33,547 --> 00:19:34,464
‎มันเป็นไปแล้ว

362
00:19:34,548 --> 00:19:37,509
‎แต่มันลำบาก เพราะเด็กน่ะยังนอนไม่เป็น

363
00:19:37,593 --> 00:19:40,554
‎คือเธอทำเตียงไซส์คิงให้เหมือนเตียงเดี่ยว

364
00:19:40,637 --> 00:19:43,765
‎ผมจะนอนอยู่สุดขอบเตียง เวลาผมพักโรงแรม

365
00:19:43,849 --> 00:19:47,561
‎ผมต้องนอนหนุนหัวที่โต๊ะข้างเตียงนะ
‎ไม่งั้นนอนไม่หลับอีกต่อไป

366
00:19:49,021 --> 00:19:51,106
‎เธอนอนหมุนรอบทิศ หัวทิ่มอีกต่างหาก

367
00:19:51,190 --> 00:19:52,900
‎ถ้าเป็นเราตื่นมาตอนเช้าแล้วหัวทิ่ม

368
00:19:52,983 --> 00:19:54,651
‎เราคงต้องเข้าโรงพยาบาล

369
00:19:57,571 --> 00:19:59,573
‎เธอน่าจะอยู่ในวัยหมดประจำเดือนด้วย

370
00:19:59,656 --> 00:20:02,284
‎เพราะเป็นมนุษย์ขี้ร้อนที่สุดที่เคยพบเจอ

371
00:20:03,452 --> 00:20:05,120
‎กลางคืนผมหนาวจนจะแข็งตาย

372
00:20:05,204 --> 00:20:07,789
‎ส่วนเธอเตะผ้าห่มออกหมดเลย
‎เราก็คิด "ตามสบาย"

373
00:20:07,873 --> 00:20:09,791
‎"เตียงของลูกนี่ เราโชคดีแล้วที่ได้มานอน"

374
00:20:12,211 --> 00:20:14,796
‎สักวันเธอก็ต้องออกไป
‎นอนเตียงของตัวเอง ไม่รู้สิ

375
00:20:14,880 --> 00:20:18,759
‎เธอคงจะอายุสัก 37
‎"เฮ่ พ่อแม่ หนูขอนอนด้วยได้ไหม"

376
00:20:18,842 --> 00:20:21,386
‎ลูกๆ ของเธอนอนอยู่บนเตียงของตัวเองข้างบน

377
00:20:21,470 --> 00:20:24,139
‎สามีของเธอออกไปสักพักแล้ว เขาจะไม่ทน

378
00:20:27,559 --> 00:20:29,353
‎ผมจำได้ว่าผมเคยตกจากเตียงสองชั้น

379
00:20:29,436 --> 00:20:31,355
‎ผมนอนชั้นบนของเตียงสองชั้น

380
00:20:31,438 --> 00:20:32,940
‎แล้วผมกลิ้งข้ามราวกั้น

381
00:20:33,023 --> 00:20:35,651
‎ร่วงลงจากเตียงที่สูงหกฟุต

382
00:20:36,235 --> 00:20:37,194
‎แล้วก็อยู่...

383
00:20:37,277 --> 00:20:41,323
‎คือเรายั้งตัวเองไม่ได้หรอก
‎ส่วนไหนลงก่อนก็เจ็บก่อน

384
00:20:41,406 --> 00:20:43,492
‎น้ำหนักตัวทั้งหมดของเราลงไปอยู่ที่หัว

385
00:20:43,575 --> 00:20:45,994
‎ผมหัวโนทันที ผมร้องไห้

386
00:20:46,078 --> 00:20:49,539
‎พ่อแม่ของผมบอก
‎"กลับไปนอนหลับลึกสักเจ็ดชั่วโมง"

387
00:20:51,750 --> 00:20:53,961
‎ผมเคยหัวกระแทกพื้นสามครั้งในชีวิต

388
00:20:54,044 --> 00:20:55,963
‎ไม่มีครั้งไหนเกี่ยวกับกีฬา

389
00:20:56,421 --> 00:20:59,007
‎แค่ใช้ชีวิตตามปกติน่ะ

390
00:20:59,091 --> 00:21:01,593
‎หัวไปกระแทกเอง คุณจะทำยังไงได้

391
00:21:02,928 --> 00:21:04,346
‎ครั้งนึงสมัยอยู่มัธยมปลาย

392
00:21:04,429 --> 00:21:06,974
‎ผมโดนผลักแล้วหัวชนกำแพงก่อน

393
00:21:07,057 --> 00:21:10,185
‎และใช้เวลาถึงสามคาบเรียน
‎พวกเขาถึงรู้ว่าหัวของผมโดนกระแทก

394
00:21:10,269 --> 00:21:12,271
‎นานขนาดนั้นเลยกว่าจะมีคนสนใจผม

395
00:21:14,314 --> 00:21:16,233
‎ครูสองคนไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ

396
00:21:16,316 --> 00:21:19,236
‎ส่วนครูคนที่สามบอกว่า "เขาไม่เสนอหน้า

397
00:21:19,319 --> 00:21:21,196
‎ตอนนั้นแหละฉันเลยรู้"

398
00:21:22,114 --> 00:21:25,993
‎ปกติเขาเป็นคนเสนอหน้า
‎เก่งที่สุดที่ฉันเคยเจอ ฉันเลยรู้"

399
00:21:28,328 --> 00:21:32,582
‎หัวกระแทกพื้นครั้งรุนแรงที่สุด
‎เกิดขึ้นตอนผม 12 ขวบ ผมตกหน้าผา

400
00:21:32,666 --> 00:21:34,793
‎คือผมโตมาในโอลด์ฮิคคอรี เทนเนสซี

401
00:21:34,876 --> 00:21:37,796
‎เราเคยไต่หน้าผาลงไปที่ทะเลสาบโอลด์ฮิคคอรี

402
00:21:37,879 --> 00:21:39,381
‎เราทำกันเป็นพันๆ ครั้งแล้ว

403
00:21:39,464 --> 00:21:41,466
‎แล้ววันนึงผมก็ลื่นและร่วงลงไป

404
00:21:41,550 --> 00:21:44,219
‎เพื่อนที่ไปกับผม เขาไปตามแม่ของผม

405
00:21:44,303 --> 00:21:47,347
‎มีชายคนนึงกำลังนั่งตกปลา
‎อยู่ในเรือกลางทะเลสาบนั้น

406
00:21:47,431 --> 00:21:49,641
‎เขาเห็นผมและลากตัวผมขึ้นเรือ

407
00:21:49,725 --> 00:21:52,519
‎เขาพาผมไปที่บันไดซึ่งเขาต้องคิดแน่ๆ ว่า

408
00:21:52,602 --> 00:21:55,939
‎"ทำไมเขาไม่ใช้บันได"
‎มันอยู่ติดกับหน้าผานั้นเลย

409
00:21:56,023 --> 00:21:57,399
‎ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

410
00:21:58,942 --> 00:22:00,902
‎มีชายสองคนอยู่ที่ตีนบันได

411
00:22:00,986 --> 00:22:03,363
‎เขาเลยบอก "เด็กตกหน้าผา
‎ช่วยแบกเขาขึ้นหน่อยสิ"

412
00:22:03,447 --> 00:22:04,573
‎พวกเขาเลยแบกผมขึ้นไป

413
00:22:04,656 --> 00:22:08,076
‎ทีนี้แม่ของผมใส่ชุดนอนมาพร้อมรถพยาบาล

414
00:22:08,160 --> 00:22:10,912
‎พ่อของผมซึ่งตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าเป็นนักมายากล

415
00:22:10,996 --> 00:22:13,832
‎เขากำลังแสดงอยู่ในตอนนั้น
‎เลยมาในชุดทักซิโดเต็มยศ

416
00:22:13,915 --> 00:22:17,044
‎พวกเขาไปที่โรงพยาบาล
‎หมอก็เริ่มคุยกับพ่อแม่ของผม

417
00:22:17,127 --> 00:22:18,712
‎คือแม่ของผมดูเหมือนหญิงจรจัด

418
00:22:18,795 --> 00:22:20,172
‎ส่วนพ่อของผมใส่ชุดทักซิโด

419
00:22:20,964 --> 00:22:21,882
‎มันดู...

420
00:22:22,632 --> 00:22:26,053
‎ดูเหมือนพวกเขาหย่ากัน
‎แล้วใครสักคนไม่ได้จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก

421
00:22:28,347 --> 00:22:32,392
‎เราไม่เคยรู้ว่าชายบนเรือคือใคร
‎ผู้ชายที่แบกผมขึ้นบันไดมาคือใคร

422
00:22:32,476 --> 00:22:35,395
‎เราไม่เคยรู้เลย
‎และเราอยากขอบคุณพวกเขามาตลอด

423
00:22:35,479 --> 00:22:39,066
‎คนเหล่านี้ช่วยชีวิตของผมไว้
‎ซึ่งเราหาไม่เจอว่าพวกเขาเป็นใคร

424
00:22:39,149 --> 00:22:41,651
‎เราไม่เคยรู้ ผมเลยจะเล่าให้คุณฟัง

425
00:22:41,735 --> 00:22:45,364
‎ปีก่อน พ่อของผมกำลังแสดงอยู่

426
00:22:45,447 --> 00:22:47,574
‎เขาไปแสดงมายากลตามคุกต่างๆ น่ะ

427
00:22:47,657 --> 00:22:49,701
‎ระหว่างที่เขาแสดงในคุกแห่งนึง

428
00:22:49,785 --> 00:22:53,997
‎ระหว่างการแสดงนั้น นักโทษคนนึง
‎ยืนขึ้นบอกว่า "ผมรู้จักลูกชายของคุณ"

429
00:22:54,623 --> 00:22:57,793
‎ซึ่งไม่น่าจะเป็นสถานที่
‎ให้คนเป็นพ่อปลื้มเท่าไหร่ที่ได้ยินแบบนั้น

430
00:22:59,127 --> 00:23:02,381
‎เหมือนบอกว่า "ฉันรู้จักลูกของนาย
‎หุบปากเขาให้สนิทแล้วจะดีเอง"

431
00:23:05,759 --> 00:23:06,676
‎ดังนั้น...

432
00:23:07,427 --> 00:23:10,389
‎พ่อของผมเลยถาม "เหรอครับ
‎คุณรู้จักลูกชายของผมยังไง"

433
00:23:10,472 --> 00:23:13,600
‎ที่แท้เขาคือหนึ่งในชายสองคน
‎ที่แบกผมขึ้นบันไดวันนั้น

434
00:23:13,683 --> 00:23:15,769
‎ผมรับรองเลย ตอนนั้นผมอายุ 12

435
00:23:15,852 --> 00:23:18,855
‎เราไม่เคยรู้จริงๆ ว่าใครแบกผมขึ้นบันได

436
00:23:18,939 --> 00:23:22,317
‎ที่แท้คือเขากับพี่ชาย แล้วพี่ของเขา
‎เห็นผมในรายการ เดอะ ทูไนท์ โชว์

437
00:23:22,401 --> 00:23:25,445
‎เขาบอกว่า "นั่นเด็กที่เราแบกขึ้นบันไดวันนั้น"

438
00:23:25,529 --> 00:23:26,863
‎เรื่องนี้สุดยอดจริงๆ

439
00:23:26,947 --> 00:23:29,699
‎ตั้งแต่นั้นผมก็พาเขาออกแสดง

440
00:23:29,783 --> 00:23:32,035
‎เราจะพบเขาในคืนนี้และ...

441
00:23:32,119 --> 00:23:34,496
‎ไม่ เขาไม่อยู่ เขาอยู่ในคุก แต่จะบอกให้นะ

442
00:23:35,497 --> 00:23:36,706
‎ขอโทษครับ

443
00:23:36,790 --> 00:23:39,251
‎เชื่อสิ เขาอยากมาที่นี่แน่ๆ เชื่อผม

444
00:23:40,293 --> 00:23:43,422
‎ผมว่าเขายอมฆ่าคน
‎เพื่อให้มาที่นี่เลย บอกตามตรง แต่...

445
00:23:44,840 --> 00:23:46,883
‎สักวันผมจะพาเขามา

446
00:23:49,719 --> 00:23:52,931
‎ผมมารู้ทีหลังว่าทำไมเขาติดคุกซึ่งบ้าบอมาก

447
00:23:53,014 --> 00:23:54,433
‎เป็นวันเดียวกันเลย

448
00:23:54,516 --> 00:23:57,477
‎พวกเขาเพิ่งแบกร่างนึงขึ้นบันได

449
00:23:57,561 --> 00:24:01,106
‎แล้วนึกดูว่าเขาจะหัวเสียขนาดไหน
‎ที่ต้องจัดการอีกร่าง

450
00:24:02,232 --> 00:24:04,443
‎ใช่ เขาคงคิด "เฮ้ย ถามจริง"

451
00:24:04,526 --> 00:24:06,862
‎"เราแบกคนอีกแล้วเหรอ"

452
00:24:06,945 --> 00:24:08,447
‎เอาละ ส่วนนั้นผมแต่งเรื่องเอง

453
00:24:08,530 --> 00:24:12,075
‎แต่ที่เหลือ ผมสาบานว่ามันเป็นเรื่องจริง

454
00:24:14,327 --> 00:24:16,204
‎ลูกสาวของเราอยู่ประถมสามแล้ว

455
00:24:16,288 --> 00:24:19,458
‎เธอเริ่มนั่งรถเมล์ตั้งแต่ประถมหนึ่ง

456
00:24:19,541 --> 00:24:21,460
‎และเป็นครั้งแรกที่เธอนั่งรถเมล์

457
00:24:21,543 --> 00:24:24,588
‎ดังนั้นในฐานะพ่อแม่
‎เราเดินไปส่งลูกขึ้นรถเมล์ซึ่งสนุกมาก

458
00:24:24,671 --> 00:24:26,673
‎เราส่งลูกขึ้นรถ ลูกไปโรงเรียนแล้ว

459
00:24:26,756 --> 00:24:29,801
‎บ่ายวันนั้น
‎มีคนจากโรงเรียนโทรเข้ามือถือของผม

460
00:24:29,885 --> 00:24:32,471
‎ครูมีเบอร์ทั้งของภรรยาและของผม

461
00:24:32,554 --> 00:24:34,556
‎แต่พวกเขาโทรเข้ามือถือของผมแล้วครูถามว่า

462
00:24:34,639 --> 00:24:37,392
‎"คุณรู้ไหมคะว่าลูกสาวของคุณขึ้นรถเมล์สายไหน"

463
00:24:37,476 --> 00:24:39,019
‎ผมก็บอกว่า "ผมเป็นพ่อของเธอ"

464
00:24:40,812 --> 00:24:42,355
‎น้ำเสียงแบบ "คุณจะบ้าเหรอ"

465
00:24:42,439 --> 00:24:46,151
‎"คุณคิดได้ไงว่าโทรหาพ่อแล้วจะรู้ข้อมูลนี้"

466
00:24:46,234 --> 00:24:49,654
‎"คุณมีเบอร์มือถือของทั้งแม่และพ่อ
‎แต่คุณแน่ใจว่าพ่อรู้แน่ๆ"

467
00:24:51,656 --> 00:24:54,576
‎ผมว่า "นี่มีพ่อแม่ไหม
‎เคยเห็นสภาพในครอบครัวหรือเปล่า"

468
00:24:55,035 --> 00:24:56,870
‎"คุณคิดได้ไงว่าโทรหาคุณสามีเถอะ"

469
00:24:56,953 --> 00:25:00,624
‎"ถ้าไม่ใช่คู่สามีสองคน คุณไม่ควร
‎โทรหาคุณสามีระหว่างวันเด็ดขาด"

470
00:25:02,209 --> 00:25:04,544
‎"คุณถามผู้หญิงสักคนแถวนั้น
‎ที่ไม่รู้จักเราเลยจะดีกว่า"

471
00:25:04,628 --> 00:25:07,172
‎"เธอตอบได้เร็วกว่าผมเยอะ"

472
00:25:10,842 --> 00:25:12,886
‎ผมต้องไปรับลูกเอง "ผมจะไปรับเธอเอง"

473
00:25:12,969 --> 00:25:16,306
‎"บอกชื่อโรงเรียนมาครับ
‎ผมจะไปรับเธอเอง อยู่ตรงไหนนะ"

474
00:25:19,559 --> 00:25:22,187
‎เดี๋ยวนี้เวลาเราเตรียมมื้อกลางวัน
‎เราต้องระวัง

475
00:25:22,270 --> 00:25:24,481
‎เพราะสมัยนี้เด็กหลายคนแพ้ถั่วลิสง

476
00:25:24,564 --> 00:25:28,401
‎ส่วนลูกสาวของเราแพ้
‎เม็ดมะม่วงหิมพานต์กับพวกนัทยืนต้น

477
00:25:28,485 --> 00:25:32,697
‎ผมไม่รู้หรอกว่านัทยืนต้นมีอะไรบ้าง
‎แต่มันทำให้ลูกสาวของผมตายได้

478
00:25:32,781 --> 00:25:35,867
‎หมอบอก "ห้ามกินนัทยืนต้น" แล้วจบ หมอก็ไป

479
00:25:35,951 --> 00:25:39,120
‎ผมก็คิด "เราอยากรู้...
‎ผมไม่เคยรู้ว่านัทมาจากไหน

480
00:25:39,204 --> 00:25:42,624
‎แต่ที่แน่ๆ เรารู้แล้วว่ามันมาจากสองแหล่งต่างกัน

481
00:25:42,707 --> 00:25:44,251
‎และหนึ่งในนั้นคือต้นไม้"

482
00:25:45,835 --> 00:25:50,257
‎ผมรู้สึกแย่ ผมอยากแก้ต่างให้เด็กๆ ที่แพ้ถั่วลิงสง

483
00:25:50,340 --> 00:25:51,800
‎ผมไม่คิดว่าเด็กควรโดนตำหนิ

484
00:25:51,883 --> 00:25:54,344
‎โดนพวกผู้ใหญ่ตะคอกใส่

485
00:25:54,427 --> 00:25:58,515
‎คือประเทศนี้มีผู้ใหญ่เยอะมากที่เสพติดถั่วลิสง

486
00:25:59,140 --> 00:26:00,767
‎แล้วพวกนี้โกรธมาก

487
00:26:00,850 --> 00:26:02,561
‎ผมไม่ได้กินถั่วลิงสงเป็นชาติแล้ว

488
00:26:02,644 --> 00:26:05,397
‎คุณกำจัดถั่วลิงสงให้หมดผมก็คงไม่ทันสังเกต

489
00:26:05,480 --> 00:26:10,026
‎แต่เราก็มี... ผู้ใหญ่ที่ตะคอกใส่เด็กๆ
‎กลุ่มนี้เหมือนเด็กเลือกเองที่จะแพ้

490
00:26:10,110 --> 00:26:14,114
‎เหมือนตอนเด็กเกิดแล้วหมอถาม
‎"เฮ่ อยากเป็นฝันร้ายของทุกคนไหม"

491
00:26:15,156 --> 00:26:17,033
‎ทุกสถานการณ์คือเฉียดตาย

492
00:26:17,534 --> 00:26:19,869
‎เคยขึ้นเครื่องบินแล้วเขาประกาศไหมครับ

493
00:26:19,953 --> 00:26:23,331
‎เครื่องบินน่ะเสิร์ฟแค่เพรทเซลเปล่าๆ

494
00:26:23,415 --> 00:26:25,875
‎แต่พวกเขาพยายามทุกเที่ยวบินซึ่งไม่ได้...

495
00:26:25,959 --> 00:26:27,627
‎พนักงานประกาศ "เอาละ ทุกท่าน

496
00:26:27,711 --> 00:26:30,589
‎วันนี้เสิร์ฟถั่วลิสงไม่ได้เพราะมีไอ้เด็กขี้แพ้คนนึ้"

497
00:26:32,799 --> 00:26:34,342
‎แล้วพวกผู้ใหญ่ก็โวยวายใส่เด็ก

498
00:26:34,426 --> 00:26:36,970
‎"เหตุผลเดียวที่ข้าบินคือถั่วลิสง"

499
00:26:37,053 --> 00:26:38,763
‎"ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะบินไปไหน"

500
00:26:42,100 --> 00:26:43,685
‎เราทำการบ้านด้วย

501
00:26:43,768 --> 00:26:46,187
‎ลูกสาวของเราเริ่มมีการบ้าน สนุกนะ

502
00:26:46,271 --> 00:26:49,357
‎ประถมหนึ่งกับสองสุดยอด ประถมสามก็ "โอเค"

503
00:26:49,441 --> 00:26:52,402
‎ครูเริ่มโยนโจทย์บางอย่างที่เราเห็นแล้ว "ได้"

504
00:26:54,029 --> 00:26:56,573
‎"ก็ได้ เรียนเร็วกว่าที่เราเคยเรียนแฮะ"

505
00:26:56,656 --> 00:26:58,408
‎ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงไหมแต่...

506
00:27:00,076 --> 00:27:01,828
‎เธอมีการบ้านเลขมาตรฐานกลางของรัฐ

507
00:27:01,911 --> 00:27:04,414
‎สนุกดี เป็นเลขที่คิดค้นขึ้นใหม่ ไม่มีแจ้งล่วงหน้า

508
00:27:04,497 --> 00:27:06,833
‎เอามาโยนให้พ่อแม่ที่ไม่เคยเรียนซะงั้น

509
00:27:08,918 --> 00:27:11,504
‎มันช่างใหม่หมด... เหลือจะเชื่อ

510
00:27:11,588 --> 00:27:14,466
‎เด็กเอาการบ้านมาทำ
‎คุณต้องดูวิดีโอ 40 นาทีในยูทูบ

511
00:27:14,549 --> 00:27:16,259
‎ที่สอนเลขตามมาตรฐานกลางของรัฐ

512
00:27:16,343 --> 00:27:17,594
‎ผมไม่รู้จักมันด้วยซ้ำ

513
00:27:17,677 --> 00:27:20,764
‎เผื่อคุณไม่รู้จักเลขมาตรฐานกลางของรัฐ
‎มันคือการเรียนเลขแบบใหม่

514
00:27:20,847 --> 00:27:25,226
‎และเป้าหมายของมาตรฐานกลางของรัฐ
‎คือใช้กระดาษหนึ่งแผ่นต่อโจทย์หนึ่งข้อ

515
00:27:26,353 --> 00:27:28,688
‎เราแค่ควรแตกโจทย์ไปเรื่อยๆ

516
00:27:28,772 --> 00:27:31,900
‎เขียนโจทย์ไว้บนสุดแล้วค่อยๆ หาคำตอบ

517
00:27:32,442 --> 00:27:35,570
‎แล้วที่สนุกยิ่งกว่านั้นคือ
‎ระหว่างแก้โจทย์ไปเราเห็นเลขรูปแบบเก่า

518
00:27:35,654 --> 00:27:38,406
‎ระหว่างที่เราแตกโจทย์ไป
‎เลขแบบเก่าก็โผล่ขึ้นมาให้เห็น

519
00:27:38,490 --> 00:27:41,451
‎"แค่แก้โจทย์แบบนี้ตั้งแต่ต้นก็จบแล้ว
‎ฉันมัวทำอะไรเนี่ย"

520
00:27:44,079 --> 00:27:46,456
‎ไม่ใช่ว่าเลขแบบเก่าไม่ได้ผล แบบเก่ายัง...

521
00:27:46,539 --> 00:27:49,959
‎ผมไม่ต้องโดนแก้ผิดๆ ไปเรื่อย
‎ใช้แบบเก่าโง่ๆ นั่นก็ได้

522
00:27:53,129 --> 00:27:55,548
‎ยาวเป็นวาเลยกว่าจะได้คำตอบเดียวกัน

523
00:27:55,632 --> 00:27:59,135
‎ผมบอกภรรยาว่า เหมือนคุณ
‎มาเคาะประตูหน้าบ้าน ผมเปิดรับ

524
00:27:59,219 --> 00:28:00,595
‎คุณถาม "ขอเข้าบ้านได้ไหม"

525
00:28:00,679 --> 00:28:03,473
‎ผมตอบ "ช่วยเข้ามาทางประตูหลังได้ไหม"

526
00:28:03,556 --> 00:28:05,100
‎"ประตูหน้าใช้ไม่ได้เหรอ"

527
00:28:05,183 --> 00:28:07,686
‎"ใช้ได้ ผมใช้ หลายคนก็ยังใช้

528
00:28:07,769 --> 00:28:10,021
‎แต่ทางใหม่นี้คือกระโดดข้ามรั้ว

529
00:28:10,105 --> 00:28:13,108
‎แล้วเข้าทางประตูหลังมาพบผมที่จุดเดิม"

530
00:28:16,152 --> 00:28:17,987
‎ถึงแม้ผมยิงมุขเรื่องมาตรฐานกลางของรัฐ

531
00:28:18,071 --> 00:28:21,157
‎ผมก็ได้เรียนรู้หลายอย่างจากการบ้านเด็กประถม

532
00:28:21,241 --> 00:28:22,492
‎ซึ่งน่าอายทีเดียว

533
00:28:23,451 --> 00:28:25,370
‎ผมสี่สิบเอ็ด ลูกสาวของผมอายุแปดขวบ

534
00:28:25,453 --> 00:28:29,749
‎ผมไม่น่าจะอึ้งทุกครั้งที่ลูกอธิบาย
‎"อะไรนะ เมื่อกี้ยังไงขออีกที"

535
00:28:31,876 --> 00:28:34,337
‎ผมได้รู้ว่าเมื่อไหร่จะใช้
‎"อะ" หรือ "แอน" ในประโยค

536
00:28:34,421 --> 00:28:36,965
‎ผมเพิ่งรู้ว่ามีกฎเกณฑ์กำกับ

537
00:28:37,048 --> 00:28:39,050
‎ผมนึกว่าเราใช้ตามที่รู้สึก

538
00:28:39,134 --> 00:28:42,220
‎และคิดว่า "แบบนั้นแหละใช่" ซึ่งผมทำแบบนั้น

539
00:28:44,055 --> 00:28:45,598
‎ผมใช้เครื่องหมายลูกน้ำแบบนั้น

540
00:28:45,682 --> 00:28:48,101
‎ผมไม่เคยรู้ว่าควรใส่เครื่องหมายลูกน้ำตรงไหน

541
00:28:48,184 --> 00:28:51,938
‎ถ้าผมรู้สึกว่าจะมีเครื่องหมายลูกน้ำ
‎ผมจะพยายามเลี่ยงประโยคนั้นสุดๆ

542
00:28:54,649 --> 00:28:58,361
‎และถ้าเลี่ยงไม่ได้ ผมก็ใส่
‎เครื่องหมายลูกน้ำแล้วรอดูว่าใครจะว่ายังไง

543
00:28:58,445 --> 00:29:00,739
‎เขาถาม "เครื่องหมายลูกน้ำรึ"
‎ผมตอบ "เหรอ"

544
00:29:00,822 --> 00:29:03,324
‎"ปุ่มลูกน้ำบนโทรศัพท์ของผมมันติดขัดน่ะ"

545
00:29:07,328 --> 00:29:10,957
‎ผมไม่ได้จำที่เรียนมาเลย
‎คนพูดเรื่องประวัติศาสตร์กับผม ผมก็

546
00:29:11,040 --> 00:29:14,377
‎"ฉันไม่รู้ว่าเรียนเรื่องนี้กันตอนไหน
‎ฉันคิดว่าเราโดดตลอด"

547
00:29:15,128 --> 00:29:16,838
‎ผมเกือบเรียนไม่จบมัธยมปลาย

548
00:29:16,921 --> 00:29:18,715
‎ผมได้เอฟวิชาวิทยาศาสตร์

549
00:29:18,798 --> 00:29:21,968
‎ผมมีวิชา "วิทยาศาสตร์" ในมัธยมปลายปีสุดท้าย

550
00:29:24,220 --> 00:29:25,972
‎แล้วผมได้เอฟ

551
00:29:26,055 --> 00:29:29,392
‎พ่อของผมไปคุยกับครูวิชานี้
‎แล้วบอกว่า "ให้ดีเขาเถอะ"

552
00:29:29,476 --> 00:29:31,019
‎"เขาจะไม่ยุ่งกับวิทยาศาสตร์แน่"

553
00:29:31,102 --> 00:29:33,062
‎แล้วครูก็เห็นด้วย

554
00:29:35,231 --> 00:29:38,568
‎เธอมั่นใจขนาดนั้นว่า
‎ผมคงไม่แตะโลกวิทยาศาสตร์

555
00:29:40,653 --> 00:29:45,325
‎เราทำข้อสอบเอซีทีแล้วผมได้ 17 คะแนน

556
00:29:45,408 --> 00:29:50,663
‎เผื่อคุณไม่รู้จักเอซีที คะแนน 18 คือ
‎"ไม่ดีนะ เพื่อน แต่นายผ่าน"

557
00:29:50,747 --> 00:29:54,042
‎สิบเจ็ดคะแนน พวกครูบอก
‎"ฉันไม่... นี่เธอเรียนที่นี่จริงใช่ไหม"

558
00:29:54,125 --> 00:29:55,835
‎"เธอมัวทำอะไรอยู่"

559
00:29:58,129 --> 00:30:00,048
‎เรื่องเดียวที่ผมจำได้จากโรงเรียนคือ

560
00:30:00,131 --> 00:30:03,468
‎สมัยมัธยมหนึ่ง มีเด็กคนนึงต่อยกับครูพละของเรา

561
00:30:04,636 --> 00:30:05,845
‎เรื่องนี้ติดในใจผมตลอด

562
00:30:07,055 --> 00:30:10,683
‎เขาแก่เกินไปที่จะอยู่มัธยมต้น เขาขับรถมาเรียน

563
00:30:12,268 --> 00:30:15,063
‎ถ้าคุณเป็นครูสอนมัธยมหนึ่ง
‎แล้วมีเด็กในห้องขับรถมาเรียน

564
00:30:15,146 --> 00:30:17,816
‎คุณก็รู้แล้วว่าสักวันต้องอัดเด็กนี่

565
00:30:17,899 --> 00:30:19,275
‎มันเป็นไปเอง

566
00:30:21,361 --> 00:30:24,572
‎คนชอบคุยกับผมเสมอ
‎คุยแบบให้เข้าใจง่ายมากๆ

567
00:30:24,656 --> 00:30:26,908
‎ถ้าผมคุยกับคนแปลกหน้า ผมรู้สึกได้ทุกที

568
00:30:26,991 --> 00:30:30,453
‎ผมว่าเป็นที่ลูกตา ผมตาโตน่ะ

569
00:30:30,537 --> 00:30:33,623
‎ผมโดนถามบ่อยมาก "ยังฟังอยู่ใช่ไหม"

570
00:30:36,459 --> 00:30:39,170
‎ผมก็นั่งอยู่ที่เดิม "ฟังอยู่ ผมฟังอยู่"

571
00:30:39,254 --> 00:30:42,006
‎เขาบอก "รู้สึกเหมือนคุณใจลอยไปไหนไม่รู้"

572
00:30:45,426 --> 00:30:47,178
‎ผมมีแจ็คเก็ตใส่กลับด้านได้ตัวนึง

573
00:30:47,262 --> 00:30:50,098
‎แล้วดันมีสองตัวซ้ำกัน
‎เพราะผมเพิ่งรู้ว่ามันกลับด้านได้

574
00:30:51,391 --> 00:30:52,725
‎ซื้อมาพร้อมกัน

575
00:30:52,809 --> 00:30:54,644
‎ลองทีละตัว

576
00:30:54,727 --> 00:30:57,897
‎ชอบสีดำนะแต่ก็คิดว่า "เอาสีฟ้าอีกตัวก็แล้วกัน"

577
00:30:58,940 --> 00:31:01,276
‎ผมก็หยิบไปจ่ายเงิน ผมจำได้พนักงานถาม

578
00:31:01,359 --> 00:31:04,612
‎"คุณแน่ใจนะคะ" ผมตอบ
‎"ครับ ผมน่าจะรู้แหละว่าทำอะไรอยู่"

579
00:31:08,825 --> 00:31:10,952
‎คนโง่ที่สุดที่ผมเคยคุยด้วย...

580
00:31:11,035 --> 00:31:13,955
‎คือผมชอบเล่นกอล์ฟ แล้วมีชายคนนึงบอกผม

581
00:31:14,038 --> 00:31:16,457
‎มีสนามกอล์ฟชั้นดีในนอร์ธแคโรไลนา

582
00:31:16,541 --> 00:31:18,918
‎มีตัวยามาเป็นแคดดี้

583
00:31:19,002 --> 00:31:22,797
‎เผื่อคุณไม่รู้เรื่องกอล์ฟเลย
‎ปกติแคดดี้จะแบกถุงกอล์ฟตามคุณ

584
00:31:22,881 --> 00:31:25,341
‎บอกคุณว่าคุณอยู่ไกลจากหลุมนี้แค่ไหน ช่วยคุณน่ะ

585
00:31:25,425 --> 00:31:27,093
‎แล้วสนามนี้ใช้ยามา

586
00:31:27,176 --> 00:31:30,555
‎แสดงว่าเราวางถุงกอล์ฟ
‎ไว้บนหลังยามาให้มันแบกไป

587
00:31:30,638 --> 00:31:34,142
‎เขาบอกผมอย่างนั้น
‎แล้วก็จ้องดวงตาโตๆ บื้อๆ ของผม

588
00:31:34,851 --> 00:31:37,687
‎แล้วบอกว่า "แต่อย่างที่รู้ ยามาพูดไม่ได้"

589
00:31:41,733 --> 00:31:44,277
‎นั่นแหละเขาตอบก่อนที่ผมจะถามคำถามนั้น

590
00:31:44,360 --> 00:31:46,446
‎พร้อมกับจ้องตาบื้อๆ ของผม

591
00:31:47,530 --> 00:31:50,909
‎เหมือนจะบอก "ฉันจะพูดดักคอก่อน
‎หมอนี่จะได้ไม่ต้องพูด"

592
00:31:52,911 --> 00:31:54,954
‎ผมอยู่ที่สวนสัตว์กำลังคุยกับยีราฟ

593
00:31:55,038 --> 00:31:57,457
‎"เฮ่ พวกแกมาจากไหน" อะไรประมาณนั้น

594
00:31:57,540 --> 00:32:00,501
‎"ฉันรู้ว่าแกมาจากที่ไหน
‎แต่อยากรู้แกเกิดมาจากตัวอะไร"

595
00:32:03,838 --> 00:32:05,173
‎ผมจะปล่อยให้ลำนี้ผ่านไปก่อน

596
00:32:05,256 --> 00:32:08,092
‎ที่ลำบากคืออะไรรู้ไหม
‎ผมเห็นมันกำลังมาก่อนพวกคุณเห็น

597
00:32:08,176 --> 00:32:12,347
‎แล้วผมเห็นแสงกะพริบห่างออกไปสักห้าไมล์

598
00:32:12,430 --> 00:32:14,641
‎ผมคิด "ลำนั้นดูเหมือนกำลังจะมา"

599
00:32:14,724 --> 00:32:17,477
‎ในหัวของผมน่ะคิดว่า "ฉันว่าใช่"

600
00:32:17,560 --> 00:32:19,771
‎บางทีผมมองไปแล้วมันเป็นแค่ดาว

601
00:32:22,190 --> 00:32:26,527
‎บอกตามตรง ผมมองขึ้นไป
‎แล้วคิด "ลำนี้ดูจะบินช้านะ"

602
00:32:28,237 --> 00:32:31,157
‎"ลำนี้อยู่บนหัวเราเลยนะ"
‎แล้วก็เอะใจ "ดวงจันทร์นี่หว่า"

603
00:32:31,240 --> 00:32:32,325
‎"หรือเปล่า"

604
00:32:34,953 --> 00:32:36,996
‎ผมอายุ 41 แล้ว

605
00:32:37,080 --> 00:32:41,000
‎ตอนที่ผมย่างเข้า 40 มันเป็นอายุที่
‎ผมไม่อยากเหยียบเข้าไปเลย

606
00:32:41,084 --> 00:32:43,002
‎ผมจำได้ตอนพ่อแม่ย่างเข้า 40

607
00:32:43,086 --> 00:32:44,462
‎รู้สึกแก่น่ะ

608
00:32:44,545 --> 00:32:46,673
‎และมันยังเป็นอายุที่คุณเพิ่งรู้สึกตัวว่า

609
00:32:46,756 --> 00:32:49,050
‎ทุกคนที่คุณกำลังพูดด้วย คุณแก่ที่สุด

610
00:32:49,634 --> 00:32:53,429
‎ก่อนที่คุณจะ 40 ทุกคนที่คุณคุยด้วยอายุพอๆ กัน

611
00:32:53,513 --> 00:32:56,557
‎และไม่รู้ยังไงสิ พอคุณย่างเข้า 40
‎คุณจะเหมือนแก่ยิ่งกว่านั้น

612
00:32:56,641 --> 00:32:59,519
‎ผมจะคุยกับคนอื่นประมาณว่า
‎"จำได้ไหม ตอนปี 97 หรือ 98"

613
00:32:59,602 --> 00:33:02,647
‎"ผมยังไม่เกิด"
‎คุณก็ตกใจ "พระเจ้า ถามจริง เพื่อน"

614
00:33:03,231 --> 00:33:05,191
‎"ในสายตาของฉัน เราดูวัยเดียวกัน"

615
00:33:06,317 --> 00:33:07,318
‎"พ่อของนายอยู่ไหน"

616
00:33:07,402 --> 00:33:10,697
‎"ขอฉันคุยกับเขาซิ เพราะฉัน
‎สาบานได้ว่านึกว่านายอายุเท่ากัน"

617
00:33:13,825 --> 00:33:17,161
‎สิ่งนึงที่ผมได้รับตอนผมย่างเข้า 40
‎คือโรคกลัวที่แคบ

618
00:33:17,245 --> 00:33:18,079
‎ไม่เคยเป็นมาก่อน

619
00:33:18,162 --> 00:33:22,208
‎ที่จริงผมมาเป็นโรคนี้ที่เครื่องเล่น
‎เดอะซิมป์สันส์ไรด์ซึ่งมันสุดยอดมาก

620
00:33:22,750 --> 00:33:26,546
‎คิดดูอีกแค่ 100 หลาจะถึงจุดที่
‎ชีวิตของผมแตกสลาย

621
00:33:28,631 --> 00:33:31,926
‎ผมเล่นเครื่องนั้นกับลูกสาว เรานั่งด้วยกัน

622
00:33:32,010 --> 00:33:35,471
‎เรามีเพื่อนอีกคน เขาพาลูกสาวสองคนมาด้วย

623
00:33:35,555 --> 00:33:37,598
‎เราไปนั่งแล้วเขาก็ดึงที่กั้นลงมา

624
00:33:37,682 --> 00:33:40,643
‎แล้วขาของผมก็ติดอยู่ตรงกลาง

625
00:33:40,727 --> 00:33:44,230
‎ซึ่งมันทำให้ผมได้รู้จัก
‎สิ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองเป็น

626
00:33:44,313 --> 00:33:47,567
‎คือมันเหมือนจะเป็นปัญหา
‎ผมต้องขอให้เขาหยุดเครื่องเล่น

627
00:33:47,650 --> 00:33:50,987
‎น่าอายสุดๆ ที่ขอให้หยุดเครื่องเล่นของเด็ก

628
00:33:51,070 --> 00:33:53,614
‎ผมก็ทำท่า... ผมโบกมือบอกว่า "ผมไม่ไหว"

629
00:33:53,698 --> 00:33:56,200
‎พวกเขาเลยเปิดที่กั้นให้
‎แล้วบอกว่า "ลองอีกครั้งได้นะ"

630
00:33:56,284 --> 00:33:57,285
‎ผมบอก "ผมขอลา"

631
00:33:57,368 --> 00:33:59,954
‎ครับ ไม่มีใครได้เล่นเพราะผมเล่นไม่ได้

632
00:34:00,038 --> 00:34:01,372
‎เราเลยต้องออกกันหมด

633
00:34:01,456 --> 00:34:02,832
‎ใช่ ทุกคนเซ็งไปตามๆ กัน

634
00:34:04,542 --> 00:34:07,795
‎นั่นแหละโรคกลัวที่แคบ ทำให้ทุกคนหมดสนุก

635
00:34:08,546 --> 00:34:12,091
‎แต่อาการแตกตื่นของโรคกลัวที่แคบมันตลกมาก

636
00:34:12,800 --> 00:34:16,637
‎มันไม่ตลกหรอกเวลามันเกิดกับเรา
‎แต่มันไวมากจริงๆ นะจากอาการปกติ

637
00:34:16,721 --> 00:34:21,142
‎เปลี่ยนเป็นคนสติแตก คือทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

638
00:34:21,225 --> 00:34:24,812
‎ผมเพิ่งรู้จักโรคนี้ ผมเลยลืมไปว่าตัวเองป่วย

639
00:34:24,896 --> 00:34:27,774
‎และพาตัวเองเข้าไปอยู่ใน
‎สถานการณ์นึงซึ่ง "เอาแล้วไง"

640
00:34:27,857 --> 00:34:31,486
‎ครั้งนึงผมขึ้นอูเบอร์ซึ่งมีทั้งหมดเจ็ดคน

641
00:34:31,569 --> 00:34:33,780
‎เราขึ้นไปแล้วผมบอก "ฉันจะนั่งแถวหลังสุด"

642
00:34:33,863 --> 00:34:37,492
‎พยายามจะเป็นคนดีน่ะ
‎ผมปีนไปด้านหลังที่ปรับเป็นที่นั่งแล้ว

643
00:34:37,575 --> 00:34:39,077
‎แล้วผมก็เริ่มมีอาการ

644
00:34:39,160 --> 00:34:44,040
‎ผมอยู่ด้านหลังและพยายามทำตัวปกติ ไม่พูดอะไร

645
00:34:44,123 --> 00:34:46,584
‎จากนั้น "ช่วยเปิดหน้าต่างรถได้ไหม"

646
00:34:46,667 --> 00:34:49,587
‎"เอาอย่างนี้ ทุกคนช่วยลงจากรถด่วนได้ไหม"

647
00:34:52,840 --> 00:34:56,094
‎ซึ่งเรากำลังขับบนถนนข้ามรัฐน่ะ
‎"ช่วยเปิดหน้าต่างเร็ว"

648
00:34:56,177 --> 00:34:59,097
‎"จะว่าอะไรไหมถ้าฉันขับเอง
‎คิดว่าฉันขับได้ไหม"

649
00:35:04,143 --> 00:35:07,188
‎ผมน่ะเกิดปี 1979

650
00:35:07,271 --> 00:35:09,065
‎และเหตุผลที่ผมบอกเรื่องนี้

651
00:35:09,148 --> 00:35:12,735
‎เพราะถ้าคุณอายุเท่าผมหรือใกล้เคียงกัน

652
00:35:12,819 --> 00:35:14,654
‎อาจจะเกิดปี 78 หรือ 80

653
00:35:14,737 --> 00:35:17,240
‎คุณคงรู้แล้วหรืออาจจะไม่รู้

654
00:35:17,323 --> 00:35:20,243
‎ผมไม่เคยโดนเรียกว่าเจนวายหรือเจนเอ็กซ์

655
00:35:20,326 --> 00:35:23,371
‎ตลอดเวลาที่โตมาผมไม่เคยได้ยินศัพท์นี้เลย

656
00:35:23,454 --> 00:35:25,665
‎ส่วนตอนนี้เราได้ยินตลอดเวลา

657
00:35:25,748 --> 00:35:28,126
‎ผมเลยพิจารณาจริงจังว่า "ผมคือเจนไหน"

658
00:35:28,209 --> 00:35:29,669
‎ซึ่งผมไม่เข้าข่ายเจนไหนเลย

659
00:35:29,752 --> 00:35:31,462
‎ผมอยู่จุดเปลี่ยนผ่าน

660
00:35:31,546 --> 00:35:33,339
‎ผมเป็นช่องว่างของรุ่น

661
00:35:33,422 --> 00:35:35,883
‎และเราโดนจัดเป็นพวก... เซนเนียล

662
00:35:35,967 --> 00:35:38,344
‎หรือคนรุ่นโอเรกอนเทรล

663
00:35:38,427 --> 00:35:41,305
‎หรือที่เรา... ผมชอบชื่อนี้ที่สุดเราคือรุ่นโชคดี

664
00:35:41,889 --> 00:35:43,516
‎ซึ่งจริง เราโชคดีมาก

665
00:35:43,599 --> 00:35:45,852
‎เราโตมาเจอโลกที่แตกต่างกันสองโลก

666
00:35:45,935 --> 00:35:48,312
‎สมัยเด็ก ผมโตมาเหมือนอยู่ในทศวรรษ 50

667
00:35:48,396 --> 00:35:51,732
‎เราจะออกไปเล่นข้างนอก
‎พ่อแม่ไม่รู้ว่าเราอยู่ไหน

668
00:35:51,816 --> 00:35:55,820
‎เราไปโรงเรียน เล่นเกมโอเรกอนเทรล
‎ในคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน

669
00:35:55,903 --> 00:35:58,656
‎ไม่มีใครมีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ถ้ามี
‎"นายเป็นมหาเศรษฐีเรอะ"

670
00:35:58,739 --> 00:36:00,032
‎คือเราไม่สามารถ...

671
00:36:01,325 --> 00:36:03,870
‎แต่พออยู่มัธยมปลาย ผมก็ใช้เอโอแอล

672
00:36:03,953 --> 00:36:05,204
‎เรามีคอมพิวเตอร์ที่บ้านแล้ว

673
00:36:05,288 --> 00:36:07,748
‎แล้วผมก็มีเพจเจอร์ แล้วก็มีมือถือ

674
00:36:07,832 --> 00:36:11,460
‎ผมไม่เคยเล่นโซเชียลมีเดีย
‎จนอายุ 26 ผมถึงใช้มายสเปซ

675
00:36:11,544 --> 00:36:13,087
‎โซเชียลมีเดียน่ะ...

676
00:36:13,171 --> 00:36:16,215
‎เรื่องที่ผมทำไว้สมัยมัธยมปลายเป็นข่าวลือ
‎มันทำลายชีวิตของผมไม่ได้

677
00:36:19,552 --> 00:36:22,013
‎ดังนั้นถ้าคุณอายุใกล้เคียงกับผม คุณคงรู้ตัวว่า

678
00:36:22,096 --> 00:36:23,848
‎คุณอยู่ระหว่างคนสองรุ่นเสมอ

679
00:36:23,931 --> 00:36:26,601
‎เวลาคนเจนเอ็กซ์พูดอะไรสักอย่าง
‎คุณจะ "ฉันเข้าใจ"

680
00:36:26,684 --> 00:36:28,519
‎คนเจนวายพูดบางอย่าง "ฉันเข้าใจ"

681
00:36:28,603 --> 00:36:31,856
‎คุณรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างสองรุ่นนี้ตลอด
‎และสองรุ่นนี้เกลียดกันเสียด้วย

682
00:36:31,981 --> 00:36:36,944
‎ครั้งที่ผมรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจาก
‎สองรุ่นนั้นที่สุดคือตอนผมพักโรงแรมแห่งนึง

683
00:36:37,028 --> 00:36:39,322
‎สมัยนี้หลายโรงแรมมีโครมแคสต์

684
00:36:39,405 --> 00:36:41,782
‎เราดูเน็ตฟลิกซ์ได้ในห้องพักของโรงแรม

685
00:36:41,866 --> 00:36:44,493
‎ผมก็เข้าไปในห้องแล้วเปิดโครมแคสต์

686
00:36:44,577 --> 00:36:46,454
‎โครมแคสต์ของผมไม่ทำงาน

687
00:36:46,537 --> 00:36:47,872
‎ผมเลยโทรไปที่แผนกต้อนรับ

688
00:36:47,955 --> 00:36:50,625
‎และเสียงที่แก่ที่สุดที่ผมเคยได้ยินก็รับสาย

689
00:36:50,708 --> 00:36:53,794
‎ชายคนนี้คือผู้เหลือรอดจากสงครามกลางเมือง

690
00:36:54,795 --> 00:36:57,632
‎เขาอายุประมาณ
‎สมัยที่เราพูดกันว่า "ขอบคุณที่รับใช้ชาติ"

691
00:36:57,715 --> 00:37:00,051
‎"เขาเคยเป็นทหารใช่ไหม"
‎คุณก็ตอบ "คงงั้น เพื่อน"

692
00:37:00,134 --> 00:37:03,262
‎"มีช่วงวัยนึงที่ผู้ชายทุกคน
‎ต้องไปเป็นทหาร ขอบคุณไปเถอะไม่มีทางผิด"

693
00:37:05,556 --> 00:37:08,100
‎ผมเลยบอกเขาว่า
‎"โครมแคสต์ของผมไม่ทำงานครับ"

694
00:37:08,184 --> 00:37:11,062
‎ผมน่าจะหาคำอื่นมาเรียก
‎เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

695
00:37:11,145 --> 00:37:13,731
‎ผมน่าจะบอกว่า "ตัวปี๊บ-ป๊อบของผมพัง"

696
00:37:16,400 --> 00:37:20,238
‎เขาถามว่าผมพักอยู่โรงแรมนี้หรือเปล่า
‎"คุณพักอยู่ที่นี่ใช่ไหม"

697
00:37:20,321 --> 00:37:24,242
‎ผมก็คิด "คุณคิดว่าผมจะโทรหา
‎แผนกต้อนรับจากโรงแรมอื่นเหรอ"

698
00:37:27,828 --> 00:37:30,248
‎เขาก็พูดว่า "ผมไม่ทราบว่ามันคือเครื่องอะไร

699
00:37:30,331 --> 00:37:33,334
‎แต่มีเด็กคนนึงที่นี่
‎ผมจะส่งเขาขึ้นไป เขาต้องช่วยคุณได้แน่"

700
00:37:33,417 --> 00:37:34,585
‎ผมก็ตอบไป "ขอบคุณมาก"

701
00:37:34,669 --> 00:37:37,505
‎แล้วชายคนนั้นก็ขึ้นมา
‎เขาเคาะประตู ผมเปิดออกไป

702
00:37:37,588 --> 00:37:39,131
‎เขาอายุประมาณพ่อของผม

703
00:37:39,215 --> 00:37:42,718
‎ทันทีที่ผมเห็นเขา
‎ ผมก็บอก "เราไม่ต้องทำแล้วก็ได้"

704
00:37:42,802 --> 00:37:45,054
‎"ผมรู้ว่าคุณเคยได้ยินชื่อสิ่งนี้

705
00:37:45,137 --> 00:37:47,848
‎แต่ถ้าผมซ่อมไม่ได้ คุณก็ไม่น่าจะซ่อมได้"

706
00:37:47,932 --> 00:37:51,560
‎แต่เขาเป็นคนรุ่นที่ยังอยากลอง ดังนั้น...

707
00:37:53,020 --> 00:37:54,146
‎ผมเลยให้เขาเข้ามา

708
00:37:54,230 --> 00:37:58,484
‎เขาเข้ามาในห้องแล้วก็นั่งบนเตียง
‎ผมนึกในใจ นั่งเอนหลังเกินไปหน่อย

709
00:38:00,945 --> 00:38:03,781
‎ผมจำได้ว่าน่องของเขาสัมผัสเตียง

710
00:38:03,864 --> 00:38:07,159
‎ผมก็คิด "เท้าของคุณห้อยไปไหม
‎คุณจะเอนตัวอะไรขนาดนั้น"

711
00:38:09,453 --> 00:38:11,747
‎"หนาวเหรอ อยากได้ผ้าห่มไหม เพื่อน"

712
00:38:14,250 --> 00:38:16,961
‎เขาหยิบรีโมทแล้วเริ่มกดทุกปุ่ม

713
00:38:17,044 --> 00:38:18,879
‎ผมบอก "ผมไม่คิดว่ากดแบบนั้นจะช่วยได้"

714
00:38:18,963 --> 00:38:21,841
‎เขาตอบ "แต่เราลองดูหน่อยเถอะ"
‎ผมบอก "ก็ได้"

715
00:38:22,717 --> 00:38:25,553
‎"ผมจะเปิดฝักบัว เปิดหน้าต่าง
‎เราลองทุกอย่างก็แล้วกัน"

716
00:38:25,636 --> 00:38:29,015
‎"มาดูกัน บางทีมันจะเปิดได้
‎ใครจะรู้มันอาจเชื่อมกันหมด"

717
00:38:31,309 --> 00:38:33,185
‎เราซ่อมไม่ได้ เขาเลยบอก "เอาละ

718
00:38:33,269 --> 00:38:35,604
‎มีเด็กหนุ่มคนนึง เขาใกล้จะมาทำงานแล้ว"

719
00:38:35,688 --> 00:38:37,732
‎พอถึงตรงนี้ผมก็คิด "ผมนี่แหละเด็กหนุ่ม"

720
00:38:37,815 --> 00:38:40,026
‎ผมเลยบอก "ไม่เป็นไร ไม่ต้องแล้ว"

721
00:38:40,109 --> 00:38:41,610
‎เขาก็บอก "ไม่ คนนี้เด็กเจนวาย"

722
00:38:41,694 --> 00:38:44,238
‎ผมก็คิด "เราชักจะคืบหน้าแล้วทีนี้"

723
00:38:44,822 --> 00:38:47,867
‎"คนเจนวายคุ้นเคยเรื่องพวกนี้
‎เขาเกิดมากับเทคโนโลยี"

724
00:38:47,950 --> 00:38:50,202
‎"เขาต้องรู้วิธีซ่อมแน่" ผมตื่นเต้นรอแล้ว

725
00:38:50,286 --> 00:38:53,331
‎ผมตอบไป "ขอบคุณมาก"
‎เขาบอก "อีกชั่วโมงเขาก็จะมาทำงานแล้ว"

726
00:38:53,414 --> 00:38:55,958
‎แล้วรู้ไหมคนเจนวายซ่อมมันเร็วแค่ไหน

727
00:38:56,042 --> 00:38:59,420
‎ผมจะไม่มีวันรู้เลย
‎เพราะคืนนั้นเขาไม่ได้มาทำงาน ดังนั้น...

728
00:39:03,716 --> 00:39:05,259
‎ไม่ได้โทรมาแจ้ง ไม่มีอะไรเลย

729
00:39:05,343 --> 00:39:09,055
‎ผมมารู้เพราะลุงคนนั้นโทรบอกผม
‎เนื่องจากเขาต้องเข้ากะแทน

730
00:39:09,138 --> 00:39:11,932
‎เขาโมโหมาก เขาเกลียดคนเจนวาย

731
00:39:12,016 --> 00:39:14,518
‎"เขาไม่เคยมาทำงาน เขาไม่จริงจังกับงาน

732
00:39:14,602 --> 00:39:15,853
‎เขาแพ้ถั่วลิงสง"

733
00:39:15,936 --> 00:39:17,396
‎ผมก็ "เหรอครับ"

734
00:39:20,566 --> 00:39:23,736
‎สุดท้ายผมก็ซ่อมมันเองได้
‎เพราะมันแค่ไม่ได้เสียบปลั๊ก

735
00:39:23,819 --> 00:39:26,489
‎ดังนั้นใช่แล้ว เป็นความผิดของผมเอง

736
00:39:29,742 --> 00:39:31,202
‎เช้าวันต่อมา

737
00:39:31,285 --> 00:39:33,704
‎ผมก็รับมือกับคนรุ่นลูกสาวของผม

738
00:39:33,788 --> 00:39:37,583
‎ซึ่งเป็นรุ่นที่ผมรู้สึกว่าเขาคิดถึงแค่ตัวเองน่ะ

739
00:39:37,666 --> 00:39:40,461
‎ผมลงไปกินมื้อเช้า
‎พวกเขากำลังกินบุฟเฟต์อาหารเช้า

740
00:39:40,544 --> 00:39:43,130
‎ระหว่างกินอยู่
‎เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามผม

741
00:39:43,214 --> 00:39:44,715
‎เธอกินวาฟเฟิล

742
00:39:44,799 --> 00:39:46,008
‎เธอมีวาฟเฟิลหนึ่งชิ้น

743
00:39:46,092 --> 00:39:48,844
‎แล้วมันจะมีเหยือกใส่น้ำเชื่อมวางอยู่บนจาน

744
00:39:48,928 --> 00:39:51,389
‎เราก็จะเทน้ำเชื่อมและเอากลับไปวางบนจาน

745
00:39:51,472 --> 00:39:53,432
‎แล้วถึงไปกินอาหารเช้าของตัวเอง

746
00:39:53,516 --> 00:39:57,478
‎ส่วนเธอหยิบเหยือกน้ำเชื่อม
‎แล้วเอาไปวางบนโต๊ะของตัวเอง

747
00:39:58,354 --> 00:40:00,272
‎ตอนนี้ไม่มีน้ำเชื่อมแล้วน่ะสิ

748
00:40:00,356 --> 00:40:02,733
‎และผมเห็นเหตุการณ์ แต่ไม่มีใครอื่นเห็น

749
00:40:02,817 --> 00:40:05,736
‎ผมเลยได้ยินคนถามกันว่าน้ำเชื่อมอยู่ไหน

750
00:40:05,820 --> 00:40:07,405
‎มันเริ่มจะเป็นปัญหา

751
00:40:07,488 --> 00:40:10,741
‎คนถามกัน "น้ำเชื่อมอยู่ไหน"
‎พนักงานโรงแรมก็ตอบ "ไม่ทราบ"

752
00:40:10,825 --> 00:40:13,327
‎"เราเอาน้ำเชื่อมทั้งหมดที่มีวางไว้ให้แล้ว"

753
00:40:14,787 --> 00:40:17,415
‎ผมรู้ว่ามันอยู่ไหนแต่ผมจะไม่พยายามไปยุ่ง

754
00:40:17,498 --> 00:40:18,749
‎ผมไม่ได้ตื่นมาคิดว่า

755
00:40:18,833 --> 00:40:21,127
‎"ฉันหวังจะได้คุยกับทุกคนในเช้านี้"

756
00:40:23,170 --> 00:40:25,089
‎เวลาเราลงจากที่นอน เราไม่คิดหรอกว่า

757
00:40:25,172 --> 00:40:27,675
‎"ฉันหวังจะตกอยู่ใน
‎สถานการณ์ล่อแหลมข้างล่างนี่"

758
00:40:29,343 --> 00:40:31,971
‎ผมเลยพยายามแค่พึมพำตอนเดินผ่านคนอื่น

759
00:40:32,054 --> 00:40:34,765
‎"อาจมีคนเอาไปวางบนโต๊ะแถวนี้ก็ได้"

760
00:40:34,849 --> 00:40:36,392
‎ผมเปล่าหยุดเดิน

761
00:40:36,475 --> 00:40:39,478
‎"เห็นโต๊ะที่เด็กผู้หญิงนั่งไหม อาจจะอยู่ที่นั่น"

762
00:40:41,147 --> 00:40:42,857
‎แต่ไม่มีใครได้ยินที่ผมพูด

763
00:40:42,940 --> 00:40:45,860
‎ผมเลยต้องเดินไปหยิบเอง
‎เด็กหญิงคนนี้นั่งอยู่กับเพื่อนๆ

764
00:40:45,985 --> 00:40:47,611
‎ผมก็เดินไปหาพวกเขา

765
00:40:47,695 --> 00:40:50,156
‎ผมบอก "เฮ่ เราขอน้ำเชื่อมคืนหน่อยสิ

766
00:40:50,239 --> 00:40:52,283
‎เหยือกนี้สำหรับคนทั้งโรงแรม"

767
00:40:52,366 --> 00:40:56,495
‎แล้วเธอก็ตอบ ทุกคนเลย "เอาไปสิ"
‎ไม่มีใครสนใจผม

768
00:40:57,246 --> 00:40:58,664
‎แล้วความเป็นพ่อในตัวผมก็ทำงาน

769
00:40:58,747 --> 00:41:01,333
‎ผมพูด "แค่บอกไว้ก่อนนะ ให้พวกเธอรู้ไว้

770
00:41:01,417 --> 00:41:04,587
‎ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด
‎และพวกเธอทำให้มื้อเช้าของทุกคนกร่อย"

771
00:41:06,130 --> 00:41:08,966
‎"ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอ
‎เคยกินข้าวในที่สาธารณะมาก่อนไหม

772
00:41:09,049 --> 00:41:11,302
‎แต่เธอเห็นฉันยกถาดใส่ไข่มาทั้งถาดไหม"

773
00:41:11,385 --> 00:41:12,720
‎"ฉันกินไข่ทั้งหมดหรือเปล่า"

774
00:41:13,679 --> 00:41:17,224
‎"พวกเธอตักกินทุกอย่าง แต่กลับคิดว่า
‎นี่คือน้ำเชื่อมของฉันทั้งหมด"

775
00:41:17,308 --> 00:41:18,851
‎"แล้วพ่อแม่ของพวกเธอไปไหน"

776
00:41:18,934 --> 00:41:21,854
‎มีสองคนเริ่มร้องไห้ สะใจจริง บอกตรงๆ

777
00:41:23,731 --> 00:41:25,191
‎ผมหลุดไปนิดหน่อย

778
00:41:25,274 --> 00:41:28,068
‎ผมชอบอบรมวินัยของผมให้เด็กๆ

779
00:41:31,739 --> 00:41:34,492
‎และเพื่อล้อเลียนคนรุ่นตัวเอง

780
00:41:34,575 --> 00:41:37,077
‎เพื่อไม่ให้ดูเหมือนว่าผมพยายามจะมองข้าม

781
00:41:37,161 --> 00:41:40,706
‎อีกโรงแรมนึงที่ผมไปพัก...
‎ที่จริงเหตุเกิดจากน้ำเชื่อมอีกราย

782
00:41:40,789 --> 00:41:42,917
‎คือผมชอบกินวาฟเฟิลราดน้ำเชื่อมมาก

783
00:41:43,000 --> 00:41:45,628
‎ผมเชี่ยวชาญการใช้น้ำเชื่อมอยู่สักหน่อย

784
00:41:46,504 --> 00:41:49,340
‎เราอยู่ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซเพรส
‎แล้วบุฟเฟต์อาหารเช้า

785
00:41:49,423 --> 00:41:53,010
‎เขามีซีเรียลซึ่งเราต้องหมุนลูกบิด
‎แล้วซีเรียลจะร่วงลงมาสี่ชิ้น

786
00:41:53,093 --> 00:41:55,846
‎เหมือนที่เราให้อาหารแมวในวันหยุดยาวน่ะ

787
00:41:55,930 --> 00:41:57,348
‎เราก็คิด "พอแล้ว"

788
00:41:59,141 --> 00:42:00,559
‎เขามีแบทเทอร์ให้ มีน้ำเชื่อมให้

789
00:42:00,643 --> 00:42:03,020
‎แล้วก็มีเตาวาฟเฟิลให้คุณทำเอง

790
00:42:03,103 --> 00:42:06,190
‎เราก็เทแบทเทอร์ลงไปในเตาวาฟเฟิล
‎ปิดฝา หมุน มันก็ล็อก

791
00:42:06,273 --> 00:42:09,026
‎ใช้เวลาสองนาทีมันก็สุก เราก็หมุน มันก็เปิด

792
00:42:09,109 --> 00:42:11,695
‎วาฟเฟิลครึ่งนึงหลุดออกมา
‎อีกครึ่งคงอยู่ตลอดกาล

793
00:42:13,364 --> 00:42:14,990
‎นั่นคือวิธีกินวาฟเฟิล

794
00:42:16,116 --> 00:42:20,579
‎ผมยืนเข้าคิวกับคนรุ่นเดียวกัน
‎เพื่อจะทำวาฟเฟิล เขาอยู่หน้าผม

795
00:42:20,663 --> 00:42:22,748
‎ไม่ได้คุยอะไรกัน แค่จดจ่อจะทำวาฟเฟิล

796
00:42:22,831 --> 00:42:25,834
‎ถึงคิวของเขา
‎แบทเทอร์กับน้ำเชื่อมอยู่ในเหยือกใส

797
00:42:25,918 --> 00:42:28,170
‎ไม่มีป้ายติดแต่อยู่ในเหยือกใส

798
00:42:28,254 --> 00:42:31,549
‎เขาหยิบเหยือกน้ำเชื่อม
‎แล้วก็เริ่มเทลงไปบนเตาวาฟเฟิล

799
00:42:32,341 --> 00:42:35,052
‎ผมไม่ทันห้ามเขาหรอก
‎เพราะเขาจะไม่หยุด เขาพูดไปด้วย

800
00:42:35,135 --> 00:42:36,387
‎"ผมไม่เคยทำ"

801
00:42:36,470 --> 00:42:39,557
‎เขากำลังเทน้ำเชื่อมซึ่งเราน่าจะทำทีหลังสุด

802
00:42:39,640 --> 00:42:41,475
‎คือเขาก็ทำไป...

803
00:42:41,559 --> 00:42:44,645
‎คุณก็คิด "โอ้โฮ ฉันอยากเห็นเร็วๆ
‎ว่าหมอนี่จะทำอะไรออกมา

804
00:42:44,728 --> 00:42:47,106
‎เขาคงรู้อะไรสักอย่างที่ฉันไม่รู้"

805
00:42:47,189 --> 00:42:49,775
‎เขาปิดฝา หมุน มันเริ่มทำงาน

806
00:42:49,858 --> 00:42:52,611
‎เขาเหมือนจะมองเรา... คนทั้งแถวก็คิด

807
00:42:52,695 --> 00:42:55,030
‎"เอาละ มันจะออกมายังไง"

808
00:42:57,199 --> 00:43:00,160
‎และที่ออกมาคือควันดำโขมงนั่นเอง

809
00:43:00,244 --> 00:43:05,040
‎ควันดำมืดเริ่มลอยเต็มล็อบบี้

810
00:43:05,124 --> 00:43:07,126
‎ผู้จัดการก็เดินมา "คุณกำลังทำอะไร"

811
00:43:07,209 --> 00:43:09,545
‎"ผมเทผิดอัน ก็ไม่มีป้ายติด"

812
00:43:09,628 --> 00:43:12,423
‎ผู้จัดการก็บอก "เราใส่ในเหยือกใส

813
00:43:13,674 --> 00:43:16,010
‎คุณแยกแบทเทอร์กับน้ำเชื่อมไม่ออกเหรอ"

814
00:43:16,093 --> 00:43:18,012
‎เขาบอก "ผมว่าต้องมีคนเข้าใจผิดตลอด"

815
00:43:18,095 --> 00:43:20,431
‎ผู้จัดการ "ผมทำงานที่นี่
‎มาตลอดชีวิต ผมไม่เคยเจอ"

816
00:43:23,017 --> 00:43:25,311
‎แล้วพวกเขาก็เก็บเตาวาฟเฟิลไปทิ้ง

817
00:43:25,394 --> 00:43:28,480
‎เขาต้องทำแบบนั้น ทิ้งไปเลย จบกัน

818
00:43:28,564 --> 00:43:31,442
‎ตอนนี้ไม่มีวาฟเฟิลกินแล้ว
‎เราทุกคนที่ "เกือบจะได้กินวาฟเฟิล"

819
00:43:31,525 --> 00:43:33,736
‎กลายเป็น "เตาวาฟเฟิลหัวทิ่มอยู่ในถังขยะ"

820
00:43:36,447 --> 00:43:38,157
‎แล้วเขาก็หันมามอง

821
00:43:38,240 --> 00:43:41,910
‎สิ่งที่เขาเห็นคือคนต่อแถวยาว
‎ถือจานโฟมใบเล็กๆ

822
00:43:43,329 --> 00:43:44,997
‎และทุกคนดูเศร้า

823
00:43:45,956 --> 00:43:49,251
‎ผมได้ยินใครสักคนด้านหลังบอก
‎"ผมอุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อจะกินสิ่งนี้"

824
00:43:52,838 --> 00:43:56,300
‎ชายสองคนไม่ได้ใส่รองเท้า
‎"ผมวิ่งมาเข้าลิฟต์โดยไม่ทันใส่รองเท้า"

825
00:43:56,383 --> 00:43:57,885
‎"ผมกลัวว่าแพนเค้กจะหมด"

826
00:44:01,221 --> 00:44:04,558
‎ทีนี้พ่อแม่ของผมมีอายุ 60 กว่า

827
00:44:04,642 --> 00:44:08,395
‎และเวลาที่พ่อแม่ของเราอยู่ในวัย 60
‎ขออนุญาตบอกไว้

828
00:44:08,479 --> 00:44:12,191
‎เราจะรู้สึกตัวว่า "ดีมาก
‎ฉันเป็นหัวหน้าครอบครัวนี้แล้ว"

829
00:44:12,274 --> 00:44:13,150
‎จริงๆ

830
00:44:14,652 --> 00:44:16,779
‎พ่อแม่ไม่ได้ยกตำแหน่งให้เรา
‎ไม่ได้เลิกราไปเอง

831
00:44:16,862 --> 00:44:20,324
‎แต่พวกเขาเริ่มทำอะไรบางอย่าง
‎ที่เรา "อะไรวะเนี่ย"

832
00:44:21,325 --> 00:44:24,787
‎วันก่อนเราไปร้านค้า เราเข็นรถอยู่ด้วยกัน

833
00:44:24,870 --> 00:44:27,581
‎เราอยู่ในร้านสักหนึ่งชั่วโมง
‎เราเดินกลับออกมา แล้ว...

834
00:44:27,665 --> 00:44:29,750
‎ประตูฝั่งคนขับเปิดกว้าง

835
00:44:31,543 --> 00:44:32,586
‎พ่อเป็นคนขับมา

836
00:44:33,545 --> 00:44:37,007
‎เปิดประตูแล้วเข้าไปในร้าน แล้วก็เดินไปเรื่อย

837
00:44:39,218 --> 00:44:41,178
‎พ่อขับรถมานาน 50 ปีแล้ว

838
00:44:41,929 --> 00:44:43,806
‎ผมรู้ว่ารถยนต์พัฒนาไปแบบสุดกู่

839
00:44:43,889 --> 00:44:46,100
‎แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิมมาตลอด 50 ปีคือ

840
00:44:46,183 --> 00:44:48,686
‎เราเปิดประตูแล้วต้องปิด

841
00:44:51,772 --> 00:44:54,191
‎พ่อของผมเคยใส่กางเกงของแม่ไปงานศพ

842
00:44:56,860 --> 00:44:59,738
‎นั่นคือวันที่ผมคิด "เราฟังชายคนนี้อีกไม่ได้แล้ว"

843
00:44:59,822 --> 00:45:00,948
‎คุณเข้าใจนะ

844
00:45:01,615 --> 00:45:04,243
‎"เราต้องไปรับเขา เขาไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น"

845
00:45:06,328 --> 00:45:10,457
‎ปกติมันจะเริ่มเป็นอย่างนี้
‎เมื่อเราเริ่มฉลองเทศกาลที่บ้านของตัวเอง

846
00:45:10,541 --> 00:45:13,168
‎แทนที่จะฉลองที่บ้านของพ่อแม่ นั่นแหละจุดเริ่ม

847
00:45:13,252 --> 00:45:17,756
‎ส่วนพ่อแม่ของผม เมื่อเราทำแบบนั้น
‎พวกเขาก็ย้ายไปอยู่ทาวน์โฮมสองห้องนอน

848
00:45:17,840 --> 00:45:20,300
‎พ่อแม่ยังอยากฉลอง
‎วันขอบคุณพระเจ้าที่บ้านของตัวเอง

849
00:45:20,384 --> 00:45:21,969
‎แต่ไม่มีห้องให้เราพัก

850
00:45:22,052 --> 00:45:23,804
‎เรามีประมาณ 20 คน

851
00:45:23,887 --> 00:45:27,182
‎เหมือนเด็กมหาวิทยาลัยถาม
‎"อยากฉลองคริสต์มาสในหอของฉันไหม"

852
00:45:28,142 --> 00:45:29,476
‎มีโต๊ะสำหรับนั่งสี่คน

853
00:45:29,560 --> 00:45:32,563
‎ทุกคนเลยต้องต่อแถวโต๊ะเล็กๆ โต๊ะข้างเตียง

854
00:45:32,646 --> 00:45:35,149
‎เลื้อยยาวไปตามทางเดิน

855
00:45:35,232 --> 00:45:38,193
‎คุณก็นั่งกินตรงบันไดไป
‎เราบอกให้เด็กๆ ไปกินในรถ

856
00:45:38,277 --> 00:45:40,779
‎"กลับไปกินในรถ
‎พวกเธอกินข้างในนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ"

857
00:45:41,613 --> 00:45:42,990
‎แม่ของผมไม่ใช้ซอสมะเขือเทศ

858
00:45:43,073 --> 00:45:46,034
‎ผมก็คิด "ทุกคนมีซอสมะเขือเทศ
‎มันเป็นของติดบ้าน"

859
00:45:46,952 --> 00:45:49,496
‎ถ้าผมไปบ้านคนติดเหล้าสักคน
‎เขาคงมีซอสมะเขือเทศ

860
00:45:49,580 --> 00:45:51,915
‎ครอบครัวของเขาพังแต่ผมคงอึ้ง
‎"คุณมีซอสมะเขือเทศ"

861
00:45:51,999 --> 00:45:53,792
‎เขาคงบอก "ฉันไม่ได้พังตามไปด้วยนะ"

862
00:45:57,421 --> 00:46:00,132
‎ผมเป็นเด็กที่โตมาในช่วงทศวรรษ 80 และ 90

863
00:46:00,215 --> 00:46:02,009
‎ผมเป็นเด็กในยุค 80 และ 90

864
00:46:02,092 --> 00:46:06,513
‎ช่วงยุค 80 และ 90
‎เด็กๆ ถูกลักพาตัวรวดเร็วมาก

865
00:46:07,514 --> 00:46:11,477
‎เดี๋ยวนะ ผมไม่ได้พยายาม
‎จะบอกว่าเราน่ารักกว่าเด็กยุคอื่น

866
00:46:14,438 --> 00:46:17,483
‎คงเพราะเราอยู่นอกบ้านมากกว่า
‎เลยเปิดโอกาสให้ผู้ร้ายมากกว่า

867
00:46:17,566 --> 00:46:20,110
‎แถมยังจับเราขึ้นรถตู้ได้ง่ายกว่ามาก

868
00:46:21,153 --> 00:46:22,780
‎ใช้เวลาไม่นานเลย

869
00:46:23,655 --> 00:46:28,035
‎ดังนั้นพ่อแม่สมัยก่อนซึ่งจะชอบดูทีวี
‎ผมว่ามันคงทำให้พ่อแม่กลัว

870
00:46:28,118 --> 00:46:30,704
‎คือสมัยนี้คุณรู้ทัน ทุกอย่างคือการแสดง

871
00:46:30,788 --> 00:46:34,082
‎ทุกอย่างที่เราดูเกี่ยวกับอาชญากรรม
‎ทั้งพ็อดแคสต์และหนัง

872
00:46:34,166 --> 00:46:35,334
‎เราเห็นมาเยอะ

873
00:46:35,417 --> 00:46:37,419
‎แต่สมัยนั้น เรามีแค่รายการทีวี

874
00:46:37,503 --> 00:46:40,464
‎แล้วพอเขาดูรายการพวกนี้ มันมีอิทธิพลมาก

875
00:46:40,547 --> 00:46:43,717
‎พ่อแม่ของผมเคยดูรายการที่ชื่อ เรสคิว 911

876
00:46:43,801 --> 00:46:45,969
‎เป็นรายการที่จำลองเหตุอาชญากรรม

877
00:46:46,053 --> 00:46:46,970
‎ซึ่งมันสมจริงมาก

878
00:46:47,054 --> 00:46:49,181
‎ผมเคยดูเรสคิว 911 อยู่สักสามวินาที

879
00:46:49,264 --> 00:46:51,183
‎ตอนนั้นผมเดินผ่านห้องนั่งเล่น

880
00:46:51,266 --> 00:46:54,686
‎พ่อแม่ของผมกำลังดูรายการนี้พอดี
‎ผมมองในทีวีเห็นชายคนนึงใส่หน้ากากสกี

881
00:46:54,770 --> 00:46:57,439
‎ผู้หญิงคนนึงนอนหลับโดยมีเท้ายื่นออกนอกผ้าห่ม

882
00:46:57,523 --> 00:46:59,149
‎แล้วเขาก็เริ่มนวดเท้าให้เธอ

883
00:46:59,733 --> 00:47:01,610
‎ผมเห็นแค่นั้น ผมเดินต่อไป

884
00:47:02,319 --> 00:47:04,238
‎ผมไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อนหรือหลังจากนั้น

885
00:47:04,321 --> 00:47:08,033
‎แต่ผมรู้ว่าผมไม่เคยนอนหลับได้
‎ถ้าเท้ายื่นออกนอกผ้าห่ม

886
00:47:08,617 --> 00:47:11,620
‎เพราะผมบังเอิญเห็นภาพนั้นเมื่อ 30 ปีก่อน

887
00:47:12,246 --> 00:47:15,874
‎แล้วผมร้อนมาก ผมอยากยื่นเท้าออกไปจะแย่

888
00:47:17,251 --> 00:47:21,797
‎ผมพยายามอยู่ทุกคืนมาตลอด 30 ปี

889
00:47:21,880 --> 00:47:25,634
‎แต่จะเห็นภาพนั้นโผล่ขึ้นมาในหัวทุกที
‎แล้วผมก็ต้องชักเท้ากลับ

890
00:47:27,386 --> 00:47:31,181
‎ผมนอนในโรงแรมแล้วก็คิด
‎"เขาเข้ามาในนี้ไม่ได้ นายล็อกหมดแล้ว"

891
00:47:31,265 --> 00:47:33,600
‎ผมก็คิดต่อ "นั่นแหละที่เขารออยู่"

892
00:47:33,684 --> 00:47:35,394
‎"เขาคงเข้ามาอยู่ในนี้แล้วก็ได้"

893
00:47:39,439 --> 00:47:43,569
‎ผมคิดนะว่าพ่อแม่ของผม
‎เคยดูเรสคิว 911 ตอนที่เด็กหาย

894
00:47:43,652 --> 00:47:44,987
‎พวกเขาเลยกลัวมาก

895
00:47:45,070 --> 00:47:48,156
‎ผมว่าพวกเขาดูแล้วก็คิด
‎"พวกลูกจะถูกลักพาตัวนะ"

896
00:47:48,240 --> 00:47:50,659
‎"เราทำอะไรไม่ได้เลย มันจะเกิดก็ต้องเกิด"

897
00:47:50,742 --> 00:47:52,870
‎พวกเขาเลยอยากให้เราเตรียมตัวไว้

898
00:47:52,953 --> 00:47:55,831
‎ดังนั้นแทนที่จะป้องกันตัวเองหรือไงนี่แหละ

899
00:47:55,914 --> 00:47:58,166
‎สอนเราใช้ปืนหรืออะไรสักอย่าง

900
00:47:58,250 --> 00:48:02,421
‎ที่พ่อแม่ทำคือ... คุณรู้นะว่า
‎เวลามีเด็กหายเราจะทำใบปลิวแจก

901
00:48:02,504 --> 00:48:04,715
‎พวกเขาก็ "เราไปทำใบปลิวให้พร้อมใช้เถอะ"

902
00:48:05,924 --> 00:48:07,843
‎"เราจะต้องทำนะ" ประมาณนั้น

903
00:48:08,760 --> 00:48:10,888
‎ถ้ามีเด็กหาย พวกเขาจะแปะใบปลิวเสมอ

904
00:48:10,971 --> 00:48:13,557
‎ใบปลิวจะมีรูปเด็กและมีข้อมูลข้างล่าง

905
00:48:13,640 --> 00:48:15,642
‎เช่นส่วนสูง น้ำหนัก สีดวงตา อะไรแบบนี้

906
00:48:15,726 --> 00:48:18,186
‎ดังนั้นแทนที่จะทำใบปลิว
‎สิ่งที่พ่อแม่สั่งให้เราทำคือ

907
00:48:18,270 --> 00:48:20,355
‎ให้เราเขียนบนกระดาษหนึ่งแผ่น

908
00:48:20,439 --> 00:48:22,691
‎เขียนชื่อ ส่วนสูง น้ำหนัก สีดวงตาของเรา

909
00:48:22,774 --> 00:48:25,569
‎แล้วให้เราถือกระดาษนั้นยืนอยู่หน้าผนัง

910
00:48:25,652 --> 00:48:27,529
‎แล้วพ่อแม่ก็วาดภาพของเรา

911
00:48:28,530 --> 00:48:31,408
‎รูปที่ออกมาก็เลยเป็นภาพเรา
‎กำลังถือข้อมูลของตัวเอง

912
00:48:34,828 --> 00:48:38,040
‎แล้วพ่อแม่ก็บอกว่า "ตอนที่ตำรวจ
‎บอกว่าไปเตรียมใบปลิวให้พร้อม"

913
00:48:38,123 --> 00:48:41,501
‎เราจะตอบว่า "เราหวังมานานแล้ว
‎ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้"

914
00:48:42,461 --> 00:48:45,380
‎"เราให้เด็กๆ ทำไว้แล้ว เราจะมอบให้ตำรวจ"

915
00:48:45,464 --> 00:48:49,301
‎ซึ่งถ้าเราโดนลักพาตัวจริง
‎ตอนนี้พ่อแม่ของผมคงอยู่ในคุก

916
00:48:50,344 --> 00:48:53,180
‎ไม่มีใครจะเชื่อคุณที่เตรียมใบปลิวไว้ก่อนหรอก

917
00:48:53,263 --> 00:48:56,350
‎ตำรวจเห็นสิ่งนี้ปุ๊บก็จะถาม
‎"บอกมาซะดีๆ ว่าเด็กๆ อยู่ไหน"

918
00:48:56,433 --> 00:48:59,436
‎"เราจะได้ไม่ยุ่งยากกัน
‎ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้"

919
00:49:01,647 --> 00:49:05,359
‎พวกเขาต้องเอาภาพนั้นไปปริ้นท์ที่วอลมาร์ต
‎เราทำที่บ้านไม่ได้

920
00:49:05,442 --> 00:49:07,611
‎เราต้องไปทำให้คนอื่นเห็นว่าเราบ้า

921
00:49:08,403 --> 00:49:10,447
‎เราเดินเข้าไปที่วอลมาร์ต พนักงานคงพูด

922
00:49:10,530 --> 00:49:14,242
‎"ขอผมคุยกับลูกๆ ของคุณตามลำพัง
‎หน่อยได้ไหม ผมอยากคุยกับพวกเขา"

923
00:49:16,119 --> 00:49:19,247
‎ผมเองก็แต่งงานแล้ว

924
00:49:20,040 --> 00:49:23,460
‎ผมกับภรรยาเพิ่งฉลองครบรอบปีที่ 14

925
00:49:23,543 --> 00:49:25,712
‎และ... ขอบคุณครับ

926
00:49:28,340 --> 00:49:30,342
‎เราคบกันมานาน 20 ปีแล้ว

927
00:49:30,425 --> 00:49:33,303
‎ผมรู้จักเธอก่อนที่ผมจะเริ่มมาแสดงตลก

928
00:49:33,387 --> 00:49:36,223
‎เราเคยทำงานที่แอปเปิลบีส์ด้วยกัน
‎เราพบกันที่นั่น

929
00:49:36,306 --> 00:49:40,143
‎เราเป็นแฟนตัวยงของแอปเปิลบีส์
‎จนถึงทุกวันนี้ เดี๋ยวนะ

930
00:49:40,936 --> 00:49:44,690
‎ขอผม... มันช่าง... ใช่ ลำใหญ่ดีจริง

931
00:49:47,025 --> 00:49:49,361
‎มีสักกี่ลำนะ...
‎พวกเขาทำงานเดียวกันไม่ใช่เหรอ

932
00:49:49,444 --> 00:49:50,529
‎ยังไงดี...

933
00:49:51,738 --> 00:49:56,034
‎พวกเขาไม่คุยกันก่อนเหรอ
‎"ฉันอยู่ที่นี่แล้ว นายไม่ต้องมาก็ได้"

934
00:49:56,118 --> 00:49:58,662
‎พวกเขาควรทำแบบนั้นนะ ควรคุยกันมากกว่านี้

935
00:49:58,745 --> 00:50:02,207
‎"ฉันอยู่ที่นี่"
‎อีกคนก็บอก "โอเค ฉันไม่รู้ว่านายอยู่"

936
00:50:02,290 --> 00:50:05,544
‎เขาก็บอก "ใช่ ไม่ต้องไปนะ
‎ฉันจะอยู่ตรงนี้ นายก็อยู่ตรงนั้น"

937
00:50:05,627 --> 00:50:08,588
‎"นี่แหละงานของเรา เราอยู่ตรงนี้ก็ได้"

938
00:50:11,967 --> 00:50:12,884
‎เอาละ

939
00:50:12,968 --> 00:50:15,137
‎ผมกับภรรยาน่ะ เรารู้จักกันที่แอปเปิลบีส์

940
00:50:15,220 --> 00:50:17,222
‎ก่อนที่ผมจะมาแสดงตลกเสียอีก

941
00:50:17,305 --> 00:50:19,766
‎ผมเป็นพนักงานต้อนรับ เธอเป็นพนักงานเสิร์ฟ

942
00:50:19,850 --> 00:50:21,893
‎ล่าสุดมีใครสักคนถามเธอว่า

943
00:50:21,977 --> 00:50:25,355
‎"เฮ่ คุณเคยนึกไหมตอนที่เริ่มคบกัน

944
00:50:25,439 --> 00:50:27,733
‎ว่าชีวิตของคุณจะกลายมาเป็นแบบที่เป็นอยู่"

945
00:50:27,816 --> 00:50:29,735
‎"ตอนฉันพบเขา เขาเป็นพนักงานต้อนรับ

946
00:50:29,818 --> 00:50:32,571
‎ฉันไม่คิดว่าเขาจะฉลาดพอมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ"

947
00:50:32,654 --> 00:50:34,239
‎ดังนั้น ใช่

948
00:50:34,322 --> 00:50:37,242
‎เรามาไกลกว่าที่ผมคาดไว้เล็กน้อย

949
00:50:38,452 --> 00:50:40,370
‎ผมบอกเธอสักวันผมอยากเป็นพนักงานเสิร์ฟ

950
00:50:40,454 --> 00:50:42,664
‎เธอบอก "จงฝันต่อไป"

951
00:50:42,748 --> 00:50:45,417
‎"ถ้าคุณตั้งใจจริง คุณจะจำรายการในเมนูได้แน่"

952
00:50:48,336 --> 00:50:52,507
‎ผมกับภรรยาน่ะ... ผมคือฝ่ายที่ช่างฝัน

953
00:50:52,591 --> 00:50:56,303
‎ผมรู้สึกว่าในชีวิตคู่ ใครคนนึงควรเป็นนักฝัน

954
00:50:56,386 --> 00:51:00,057
‎"เงินคือมายา เรามาสนุกกัน
‎ทำเรื่องสนุกๆ เท่าที่เราทำได้"

955
00:51:00,140 --> 00:51:01,933
‎ส่วนอีกคนเกลียดความสนุก

956
00:51:03,977 --> 00:51:05,395
‎นั่นแหละวิธีการสร้างชีวิตคู่

957
00:51:05,479 --> 00:51:08,148
‎มีคนช่างฝันสองคนไม่ได้
‎ได้เป็นคนไร้บ้านในหนึ่งชั่วโมงแน่

958
00:51:09,441 --> 00:51:10,901
‎เราจำเป็นต้องมีคนคอยสำรวจ

959
00:51:10,984 --> 00:51:13,111
‎"สนุกแล้วนะ ฉันอยากพักสนุกสักครู่"

960
00:51:13,820 --> 00:51:17,032
‎"สนุกแล้วใช่ไหม พอก่อน
‎เปิดแอร์อยู่เหรอ ปิดซะ"

961
00:51:18,450 --> 00:51:20,660
‎ผมแต่งกับพ่อของผมเอง คู่ชีวิตของผม

962
00:51:21,244 --> 00:51:25,582
‎พ่อของผมน่ะคิดว่าการเปิดแอร์
‎มีต้นทุนวันละแสนดอลลาร์

963
00:51:27,542 --> 00:51:30,962
‎ตอนนั้นเราขับรถอยู่มั้ง
‎ถ้าเราเปิดแอร์ รถจะระเบิด

964
00:51:31,046 --> 00:51:33,340
‎น้ำมันจะหมดทันที

965
00:51:33,423 --> 00:51:35,217
‎"ใครเปิดแอร์"

966
00:51:36,051 --> 00:51:37,594
‎ภรรยาของผมก็คอยสำรวจเสมอ

967
00:51:37,677 --> 00:51:39,763
‎ผมรู้สึกตลอดเวลาเหมือนอยู่ใกล้...

968
00:51:39,846 --> 00:51:41,890
‎โดยเฉพาะที่บ้าน เหมือนผมแต่งกับแมว

969
00:51:41,973 --> 00:51:44,017
‎ผมรู้สึก "คุณเกาะแกะผมตลอดเลย"

970
00:51:45,769 --> 00:51:48,897
‎ถ้าผมเข้าห้องน้ำ
‎เธอก็จะ "ฉันจะทาสีประตูห้องน้ำ

971
00:51:48,980 --> 00:51:50,148
‎ระหว่างที่คุณอยู่ในนั้น"

972
00:51:51,233 --> 00:51:54,486
‎ผมบอก "คุณทำทีหลังไม่ได้เหรอ"
‎"ไม่ ฉันมีเวลาทำเหลือเฟือก็จริง"

973
00:51:54,569 --> 00:51:57,697
‎"แต่ฉันกะจะรอให้คุณเข้าไปก่อนฉันถึงจะเริ่ม"

974
00:51:59,950 --> 00:52:03,161
‎ถ้าผมกินบางอย่างที่เธอไม่เห็นด้วย
‎เธอจะโผล่มาทันที

975
00:52:03,745 --> 00:52:05,080
‎ผมจะต้องพยายามแอบกิน

976
00:52:05,163 --> 00:52:09,084
‎ถึงผมไปกินคุกกี้โอริโอในห้องใต้หลังคาตอนตีสาม

977
00:52:09,167 --> 00:52:11,628
‎ผมพนันให้ดิ้นตายเลยว่าไฟจะสว่าง

978
00:52:11,711 --> 00:52:13,922
‎และเธอโผล่มา "คุณมาทำอะไรบนนี้"

979
00:52:16,508 --> 00:52:18,844
‎ถ้าผมถามบ้าง "คุณมาทำอะไรตรงนี้"

980
00:52:18,927 --> 00:52:21,805
‎เธอตอบ "ฉันก็อยู่ตรงนี้ตลอด
‎นี่คือเวลาที่ฉันอยู่ห้องใต้หลังคา"

981
00:52:26,143 --> 00:52:28,103
‎เธอติดแอพไลฟ์360 ในโทรศัพท์ของผม

982
00:52:28,186 --> 00:52:30,564
‎มันคือแอพที่ตามรอยคุณได้ทุกที่ที่อยู่ห่างกัน

983
00:52:30,647 --> 00:52:32,983
‎คุณอาจไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าในโทรศัพท์มีแอพนี้

984
00:52:33,066 --> 00:52:35,443
‎มันร้ายกาจกว่าสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่

985
00:52:35,527 --> 00:52:38,238
‎ผมยอมให้รัฐตามรอยผมจะดีกว่า

986
00:52:39,030 --> 00:52:41,324
‎เธอโทรหาผม "ทำไมคุณอยู่ที่ร้านคริสปี้ครีม"

987
00:52:41,408 --> 00:52:43,994
‎ผมก็บอก "นี่ ผมจะไม่ยอมใช้ชีวิตแบบนี้นะ"

988
00:52:45,287 --> 00:52:48,165
‎ถ้าผมอยากกินโดนัท
‎ผมจะไม่เก็บโทรศัพท์ไว้ในล็อกเกอร์ฟิตเนส

989
00:52:48,248 --> 00:52:50,333
‎แล้วใช้เงินสดซื้อโดนัท

990
00:52:55,005 --> 00:52:57,382
‎ผมเคยทำก็จริงแต่ผมจะไม่ทำแบบนี้ทุกครั้ง

991
00:53:01,052 --> 00:53:03,638
‎ไม่ควรนะ ผมไปร้านค้าที่เธอสะสมคูปอง

992
00:53:03,722 --> 00:53:06,308
‎ผมเดินออกจากร้าน
‎กำลังจะไปที่ลานจอดรถ มีสายเข้า

993
00:53:06,391 --> 00:53:08,143
‎"อย่าเพิ่งซื้ออะไรทั้งนั้น ฉันมีคูปอง"

994
00:53:08,226 --> 00:53:10,312
‎"คุณคิดว่าผมจะกลับบ้านไปเอาคูปองเหรอ"

995
00:53:10,395 --> 00:53:12,355
‎"คุณคิดเหรอว่าผมจะทำแบบนั้น"

996
00:53:12,439 --> 00:53:14,858
‎"ผมจะซื้อของเพิ่มเพราะคุณโทรมานี่แหละ"

997
00:53:15,442 --> 00:53:17,110
‎"ผมไม่รู้นะว่าเว็บทาร์เก็ตยอมไหม

998
00:53:17,194 --> 00:53:19,946
‎แต่ผมจะลองเจรจาเรื่องยาสีฟันที่ผมซื้อมาแล้ว"

999
00:53:21,531 --> 00:53:24,451
‎"ช่วยกันภาวนาว่า
‎เขาจะทอนเงินส่วนที่เกินจะดีกว่า"

1000
00:53:25,619 --> 00:53:28,705
‎ผมเกลียดคูปองมาก ส่วนเธอเสพติดคูปอง

1001
00:53:29,289 --> 00:53:33,501
‎เธอจะไม่ยอม... "ฉันมีคูปอง"
‎ผมรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่ามาก

1002
00:53:34,294 --> 00:53:35,879
‎ผมกำลังจะซื้อยาดับกลิ่นเต่าแล้วก็คิด

1003
00:53:35,962 --> 00:53:38,465
‎"ฉันไม่มีเงินติดตัวเลยแต่ใกล้แล้ว

1004
00:53:38,548 --> 00:53:40,008
‎แต่ฉันมีคูปอง"

1005
00:53:40,634 --> 00:53:43,470
‎"สักวัน ฉันหวังว่าจะจ่ายราคาเต็มได้"

1006
00:53:43,553 --> 00:53:45,764
‎"เรากำลังเก็บเงินให้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้"

1007
00:53:48,266 --> 00:53:50,477
‎เรื่องที่เราเคยทะเลาะกันได้ดีที่สุดคือ...

1008
00:53:50,560 --> 00:53:53,772
‎ที่จริงทะเลาะกันไม่ดีหรอก
‎แต่ครั้งนั้นเราทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ

1009
00:53:54,439 --> 00:53:56,733
‎เกี่ยวกับการพูดคำนี้ "รวดเดียว"

1010
00:53:57,692 --> 00:53:58,902
‎แค่คำนี้เท่านั้น

1011
00:53:59,527 --> 00:54:01,029
‎ผมกับภรรยา...

1012
00:54:01,112 --> 00:54:06,159
‎เดี๋ยวนะ ขอผม...
‎นี่คือลำสุดท้าย ผมเพิ่งได้ยินแว่วๆ

1013
00:54:06,243 --> 00:54:08,411
‎เพราะเราได้ยินเสียงมันแต่ไกล

1014
00:54:08,495 --> 00:54:10,538
‎แล้วเหมือนเขาจะไปทางนั้น

1015
00:54:10,622 --> 00:54:13,041
‎หรือมันฟังเหมือนเขาจะไปอีกทางไหม ใช่

1016
00:54:13,124 --> 00:54:16,753
‎พวกคุณคิด "เราไม่เห็นได้ยินเลย"
‎ส่วนผมยืนอยู่บนนี้ได้แต่...

1017
00:54:16,836 --> 00:54:19,339
‎เหตุการณ์นี้จะหลอนผมไปตลอดชีวิต

1018
00:54:19,422 --> 00:54:21,258
‎ทุกโชว์ที่เราจะกลับไปเล่นในอาคารปิด

1019
00:54:21,341 --> 00:54:25,178
‎ผมคง "พวกคุณได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ไหม"
‎คุณคง "ในอาคารนี้เนี่ยนะ"

1020
00:54:25,262 --> 00:54:27,222
‎ผมก็ตอบ "ใช่ ทุกคนได้ยินใช่ไหม"

1021
00:54:27,305 --> 00:54:30,642
‎"ทุกคน หมอบ เงียบ
‎ใช่เฮลิคอปเตอร์หรือเปล่า"

1022
00:54:34,688 --> 00:54:35,647
‎เอาละ

1023
00:54:35,730 --> 00:54:38,483
‎คือเราทะเลาะกันกับคำพูดที่ว่า "รวดเดียว"

1024
00:54:39,150 --> 00:54:40,193
‎แค่คำพูดนั้น

1025
00:54:40,277 --> 00:54:43,488
‎และถ้าคุณเพิ่งแต่งงาน
‎คุณคงคิด "ไม่มีเหตุผลเลย"

1026
00:54:43,571 --> 00:54:46,658
‎คุณคิดถูกแล้ว ไม่มีเหตุผลเลย
‎แต่ตอนนั้นเราแต่งมาสิบกว่าปีแล้ว

1027
00:54:46,741 --> 00:54:49,119
‎มันถึงจุดที่คุณผ่านการทะเลาะ
‎เรื่องจานชามมาแล้ว

1028
00:54:49,202 --> 00:54:51,162
‎หรือทะเลาะเรื่องเก็บผ้าลงตะกร้ามาแล้ว

1029
00:54:51,246 --> 00:54:53,581
‎มันมาถึงจุดที่คุณพยายามประคองสติ

1030
00:54:55,125 --> 00:54:57,544
‎ปัญหาในชีวิตคู่เกือบน็อกคุณแล้ว
‎และครั้งนั้นก็ใช่

1031
00:54:57,627 --> 00:54:58,962
‎ทำให้สติของเราเกือบหลุด

1032
00:55:00,922 --> 00:55:03,508
‎คือภรรยาของผม
‎อยากไปเยี่ยมพ่อแม่ของเธอในวันหยุด

1033
00:55:03,591 --> 00:55:05,260
‎พ่อแม่ของเธอหย่ากันแล้วน่ะ

1034
00:55:05,343 --> 00:55:08,305
‎ซึ่งความลำบากสุดมาตกที่ผม บอกตรงๆ

1035
00:55:08,388 --> 00:55:11,641
‎เรื่องนี้คนไม่เล่ากันหรอกการที่คุณ
‎แต่งเข้าไปอยู่กับครอบครัวที่หย่าร้าง

1036
00:55:11,725 --> 00:55:13,518
‎พวกเขาหย่ากันเพราะเธอ ไม่ใช่ผม

1037
00:55:13,601 --> 00:55:16,938
‎แล้วทำไมผมต้องไปเยี่ยมตั้ง 50 บ้าน

1038
00:55:21,192 --> 00:55:22,068
‎ทีนี้...

1039
00:55:23,320 --> 00:55:26,489
‎เธออยากไปเยี่ยมพ่อแม่ "ฉันอยากไปรวดเดียว"

1040
00:55:26,573 --> 00:55:29,409
‎ทีนี้ผมไม่เคยได้ยินภรรยาพูดคำนี้ไง "รวดเดียว"

1041
00:55:29,492 --> 00:55:31,745
‎เราคบกันมา 20 ปี เธอไม่เคยพูดคำนี้

1042
00:55:31,828 --> 00:55:33,621
‎แล้วเหมือนวันนั้นมีใครสักคนบอกเธอว่า

1043
00:55:33,705 --> 00:55:36,624
‎"เฮ่ คุณควรเริ่มพูดคำว่ารวดเดียวบ่อยขึ้น"

1044
00:55:37,208 --> 00:55:39,085
‎เธอเลยคิด "ฉันจะโทรหาสามี"

1045
00:55:39,169 --> 00:55:41,796
‎และคิด "แจ๋วสุด
‎ฉันจะพูดคำนี้กับเขาสัก 40-50 ครั้ง"

1046
00:55:43,006 --> 00:55:46,176
‎เธอโทรมาบอกว่า
‎"ฉันอยากไปเยี่ยมพ่อแม่รวดเดียว"

1047
00:55:46,259 --> 00:55:48,386
‎ผมว่า "เราไปหารวดเดียวเลยนะ" เธอก็ว่า

1048
00:55:48,470 --> 00:55:51,473
‎"ฉันอยากทำๆ ให้เสร็จรวดเดียว"
‎ผมว่า "จัดการรวดเดียวเลยนะ"

1049
00:55:51,556 --> 00:55:53,475
‎"รีบเลยนะ ผมพร้อมมาก"

1050
00:55:53,558 --> 00:55:56,227
‎เธอเอาแต่พูด "รวดเดียว" ซ้ำไปซ้ำมา

1051
00:55:56,853 --> 00:56:01,024
‎แล้วพอเธอเริ่มบรรยาย
‎ลักษณะของคำว่ารวดเดียวนี้เอง

1052
00:56:01,107 --> 00:56:04,527
‎"เราจะไปบ้านแม่ของฉัน
‎กลับบ้าน แล้วก็ไปบ้านพ่อของฉัน"

1053
00:56:04,611 --> 00:56:08,990
‎ผมก็คิด เดี๋ยวนะ แล้วเธอไม่พูดอะไรอีก

1054
00:56:09,074 --> 00:56:11,701
‎ผมเลยบอก "แบบนั้นไม่ใช่รวดเดียวแล้ว"

1055
00:56:13,745 --> 00:56:15,747
‎และแทนที่จะบอกว่าเธอพูดผิดเอง

1056
00:56:15,830 --> 00:56:17,916
‎เธอบอก "ฉันรู้ว่ารวดเดียวแปลว่าอะไร"

1057
00:56:17,999 --> 00:56:20,960
‎ผมตอบ "เรอะ ดูเหมือนคุณไม่รู้นะ"

1058
00:56:21,628 --> 00:56:23,004
‎"เราใช้นามสกุลเดียวกัน"

1059
00:56:23,088 --> 00:56:25,799
‎"ผมปล่อยให้คุณออกไปพูด
‎"รวดเดียว" ความหมายนี้ไม่ได้"

1060
00:56:26,925 --> 00:56:29,010
‎"คุณคิดว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวคืออะไร"

1061
00:56:29,094 --> 00:56:31,388
‎"ลองแจกแจงซิ
‎ผมไม่รู้ว่าคุณรู้ความหมายหรือเปล่า"

1062
00:56:34,641 --> 00:56:35,725
‎เธอวางสายใส่ผม

1063
00:56:36,434 --> 00:56:39,813
‎ผมกลับถึงบ้าน แล้วอย่างที่รู้
‎เวลาเรากลับบ้านและยังทะเลาะกับเมียอยู่

1064
00:56:39,896 --> 00:56:43,358
‎คุณก็คิด "เอาละ ครั้งนี้เราจะทะเลาะกัน
‎นานแค่ไหน เรายังทะเลาะกันอยู่ไหม"

1065
00:56:43,441 --> 00:56:46,277
‎"หรือจบแล้ว ไม่รู้สิ"
‎ผมต้องไปตึความหน้างานเอาเอง

1066
00:56:46,361 --> 00:56:50,240
‎เธอไม่เคยใช้คำว่า "ขอโทษ" ผมอยากฟังคำนั้น

1067
00:56:50,323 --> 00:56:52,826
‎นี่ต่างหากคำที่เธอไม่รู้ความหมายแน่ๆ

1068
00:56:52,909 --> 00:56:56,037
‎ผมสิพูดตลอดเวลา
‎ผมแบกคำว่าขอโทษเดินไปมาทั่วบ้าน

1069
00:56:56,121 --> 00:56:58,289
‎มอบให้เธอทั้งวัน

1070
00:56:58,373 --> 00:57:00,917
‎ผมพยายามจะส่งให้เธอบ้าง
‎"คุณอยากแบกบ้างไหม"

1071
00:57:01,000 --> 00:57:03,128
‎เธอบอก "ไม่ ฉันไม่มีกระเป๋าจะใส่"

1072
00:57:05,588 --> 00:57:08,591
‎เราไม่คุยกันเลยในคืนนั้น
‎เรานั่งอยู่ด้วยกัน ลูกสาวด้วย

1073
00:57:08,675 --> 00:57:10,635
‎เราดูทีวีไปกินข้าวไป

1074
00:57:10,718 --> 00:57:13,221
‎ผมบอก "ลูกรู้ไหมว่าแม่เป็นบ้า"

1075
00:57:13,304 --> 00:57:17,016
‎เธอก็พูด "ลูกทำการบ้านแล้วใช่ไหม
‎ขออย่างี่เง่าเหมือนพ่อนะ"

1076
00:57:17,100 --> 00:57:20,228
‎แล้วลูกสาวของเราก็พูดว่า "พ่อแม่เป็นบ้าเหรอ"

1077
00:57:23,314 --> 00:57:24,774
‎คืนนั้นผมเลยนอนบนโซฟา

1078
00:57:24,858 --> 00:57:27,318
‎ภรรยาของผมเดินมาจูบราตรีสวัสดิ์

1079
00:57:27,402 --> 00:57:29,779
‎แล้วเธอก็เข้านอน แค่นั้น

1080
00:57:29,863 --> 00:57:32,407
‎ผมรู้สึกว่านั่นคือ "คำขอโทษ" ในแบบของเธอมั้ง

1081
00:57:32,490 --> 00:57:33,867
‎แต่เธอไม่เคยพูดนะ

1082
00:57:33,950 --> 00:57:35,785
‎ผมก็นอนคิดเรื่องนี้ไป

1083
00:57:35,869 --> 00:57:38,830
‎คุณคิดหลายเรื่อง
‎เพราะยิ่งแต่งงานมานานเรายิ่งเรียนรู้

1084
00:57:38,913 --> 00:57:41,374
‎บางครั้งก็แค่ปล่อยวาง จะคิดหนักทำไม

1085
00:57:41,458 --> 00:57:44,419
‎เช้าวันต่อมาผมตื่นแล้วก็ยังอยากคุยเรื่องนี้

1086
00:57:44,502 --> 00:57:46,588
‎เพราะเราไม่ได้คุยกันเลยทั้งคืน

1087
00:57:46,671 --> 00:57:50,425
‎ผมเลยเดินไปหาเธอ "นี่ ผมต้องบอกคุณนะ

1088
00:57:50,508 --> 00:57:52,510
‎มันไม่ได้หมายความแบบนั้น รู้เปล่า"

1089
00:57:53,553 --> 00:57:56,055
‎นั่นแหละเราก็เริ่มกันอีกรอบ

1090
00:57:57,557 --> 00:58:01,186
‎แต่ผมรู้สึกดีมากเรื่องที่เรา
‎เถียงกันครั้งนี้ ผมคิดถึงมันทั้งคืน

1091
00:58:01,269 --> 00:58:04,689
‎ผมคิด "นายเข้าใจถูกแน่นอน
‎นายควรพูดให้กระจ่างอีกครั้ง"

1092
00:58:04,814 --> 00:58:07,025
‎"ฉันไม่ได้พยายามจะจีบแล้ว ฉันอยากเถียงชนะ"

1093
00:58:07,108 --> 00:58:08,359
‎"เราจะตายด้วยกัน"

1094
00:58:10,028 --> 00:58:13,072
‎ผมแทบจะไปปลุกเธอเพื่อบอกว่าผมตื่นเต้นแค่ไหน

1095
00:58:13,156 --> 00:58:16,075
‎ผมแทบจะเขย่าตัวเธอพร้อมบอกว่า
‎"มันไม่ได้หมายความแบบนั้น"

1096
00:58:18,119 --> 00:58:20,705
‎ชีวิตคู่ของเราเกือบรวดเดียวจบแล้ว

1097
00:58:21,206 --> 00:58:23,750
‎เอาละ ขอบคุณทุกคนมากๆ
‎ที่ออกมาชมการแสดงครั้งนี้

1098
00:58:23,833 --> 00:58:25,168
‎ซาบซึ้งจริงๆ ครับ

1099
00:58:46,314 --> 00:58:49,359
‎- นายไม่รู้จักทอนยา ฮาร์ดิงเหรอ
‎- ฉันไม่รู้จักทอนยา

1100
00:58:49,442 --> 00:58:52,070
‎ใครๆ ก็รู้เรื่องนี้ พวกแฟนกีฬาน่ะ

1101
00:58:52,153 --> 00:58:54,030
‎นายไม่รู้จักทอนยา ฮาร์ดิงเนี่ยนะ

1102
00:58:54,113 --> 00:58:56,199
‎ไม่มีใครรู้จักทอนยา ฮาร์ดิงหรอก

1103
00:58:56,282 --> 00:58:58,284
‎ฉันไม่อยากเชื่อว่านายไม่รู้

1104
00:58:58,368 --> 00:59:00,370
‎ฉันคือแฟนกีฬาเดนตายที่สุดที่นายเคยเจอ

1105
00:59:00,453 --> 00:59:02,956
‎ถ้าฉันไม่รู้ รับรองว่าคนดูก็ไม่รู้

1106
00:59:03,039 --> 00:59:05,583
‎นายถามเขาสิ
‎"ทอนยา ฮาร์ดิง แนนซี เคอร์ริแกน"

1107
00:59:05,667 --> 00:59:10,004
‎คนอเมริกัน 80% จะต้องรู้จักแน่ๆ

1108
00:59:10,088 --> 00:59:12,757
‎แค่ 80% บนรถบัสคันนี้ยังไม่รู้จักเลย

1109
00:59:12,840 --> 00:59:14,884
‎คนนึงได้ที่หนึ่ง คนนึงได้ที่สองเหรอ

1110
00:59:14,968 --> 00:59:16,761
‎ฉันหมายถึง อะไรกัน

1111
00:59:17,554 --> 00:59:18,721
‎ฉัน... ไม่เอาน่า

1112
00:59:18,805 --> 00:59:23,309
‎นิคเชื่อว่าผมไม่รู้จัก
‎แนนซี เคอร์ริแกนกับทอนยา ฮาร์ดิง

1113
00:59:24,143 --> 00:59:26,563
‎นิคจะรู้แล้วว่าผมรู้จักพวกเธอ

1114
00:59:26,646 --> 00:59:28,565
‎เขากำลังรู้ไปพร้อมกับพวกคุณในตอนนี้

1115
00:59:29,440 --> 00:59:30,692
‎ผมไม่เคยบอกเขา

1116
00:59:30,775 --> 00:59:32,527
‎ผมรู้จักพวกเธออยู่แล้ว

1117
00:59:34,529 --> 00:59:37,824
‎ตอนที่นายพูดว่า "เขาเพิ่งได้ยินครั้งแรก"

1118
00:59:37,907 --> 00:59:39,701
‎ฉันก็คิด "ครั้งแรกจริงๆ ด้วย"

1119
00:59:39,784 --> 00:59:41,327
‎ฉันเอาแต่... ตีอกชกหัวตัวเอง

1120
00:59:41,411 --> 00:59:44,664
‎- มันแจ๋วมาก
‎- ไม่เอาน่า

1121
00:59:44,747 --> 00:59:46,708
‎คำบรรยายโดย กิตติพล เอี่ยมกมล



