1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:21,522 --> 00:00:28,529
(ดนตรีหยั่งไปในท้องฟ้า… โบดแลร์)

4
00:00:51,218 --> 00:00:54,388
I've Got A Secret นำเสนอโดยวินสตัน

5
00:00:54,471 --> 00:00:57,432
บุหรี่กรองแล้วที่ขายดีที่สุด
และรสชาติดีที่สุดของอเมริกา

6
00:00:58,141 --> 00:01:00,769
วินสตันรสชาติดี
อย่างที่บุหรี่ควรเป็น

7
00:01:00,853 --> 00:01:04,230
วินสตันรสชาติดี
อย่างที่บุหรี่ควรเป็น

8
00:01:04,313 --> 00:01:05,607
ใช่ครับ บุหรี่กรองแล้วของวินสตัน

9
00:01:05,691 --> 00:01:09,778
นำเสนอรายการตอบคำถามอันดับหนึ่ง
ของอเมริกา I've Got A Secret

10
00:01:12,990 --> 00:01:16,076
ท่านคณะกรรมการครับ ด้วยเหตุผล
ที่ท่านจะทราบในไม่กี่อึดใจนี้

11
00:01:16,159 --> 00:01:19,037
เราจะเรียกสุภาพบุรุษ
ทางซ้ายมือของผมว่าคุณเอ็กซ์

12
00:01:19,121 --> 00:01:22,332
แต่ผมบอกได้ว่าเขามาจากเวลส์

13
00:01:22,416 --> 00:01:25,502
เขาเป็นชาวเวลส์
และเป็นนักดนตรีอีกด้วย

14
00:01:29,256 --> 00:01:31,341
กลับมาเจอกันในอีก 20 วินาทีครับ

15
00:01:32,009 --> 00:01:34,803
แล้วแต่ละวันคุณซื้อเฮโรอีนจำนวนเท่าไร

16
00:01:35,971 --> 00:01:37,556
29 กรัม สี่หรือห้าดอลลาร์…

17
00:01:42,352 --> 00:01:45,230
ณ เมืองเลวิตทาวน์
ในสหรัฐฯ มีชุมชนที่วางแผนอย่างดี…

18
00:01:50,944 --> 00:01:55,365
จากเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ดูจะเป็น
ทางการแล้ว ประธานาธิบดีเคนเนดี…

19
00:02:10,923 --> 00:02:12,841
หนึ่ง สอง สาม

20
00:02:57,803 --> 00:03:00,222
นี่คือคุณจอห์น เคล
นักแต่งเพลงและนักดนตรี

21
00:03:00,305 --> 00:03:02,975
สัปดาห์ที่แล้วได้เล่นคอนเสิร์ต
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมี

22
00:03:03,058 --> 00:03:05,894
คอนเสิร์ตนี้มีอะไรต่างจาก
คอนเสิร์ตอื่นๆ

23
00:03:05,978 --> 00:03:08,063
การแสดงครั้งนี้ใช้เวลา 18 ชั่วโมง

24
00:03:09,106 --> 00:03:11,733
มีใครเดาออกไหมว่าความลับ
ของคุณเชนเซอร์คืออะไร

25
00:03:12,693 --> 00:03:16,488
เขาเป็นคนเดียวที่ทนดูคอนเสิร์ต
จนครบ 18 ขั่วโมง

26
00:03:16,572 --> 00:03:18,365
เขาทำอย่างนั้นทำไม

27
00:03:20,242 --> 00:03:23,203
ทำไมการเล่นบทเพลงนี้
จึงใช้เวลาถึง 18 ชั่วโมง 40 นาที

28
00:03:23,996 --> 00:03:26,623
มีคำชี้แนะของนักประพันธ์เอริก ซาตี
เขียนไว้ตรงนี้

29
00:03:26,707 --> 00:03:30,210
ซึ่งบอกว่าบทเพลงชิ้นนี้

30
00:03:30,294 --> 00:03:33,130
จะต้องเล่นซ้ำ 840 ครั้ง

31
00:03:33,755 --> 00:03:37,176
อะไรดลใจให้ชายคนหนึ่ง
บอกว่าเราต้องเล่นซ้ำ 840 ครั้ง

32
00:03:37,259 --> 00:03:39,469
- เพื่อให้บทเพลงสมบูรณ์
- ผมไม่ทราบครับ

33
00:03:51,064 --> 00:03:55,777
(ลู)

34
00:04:15,047 --> 00:04:20,135
ลม ลมพัด

35
00:04:20,219 --> 00:04:25,057
ลม ลมพัด

36
00:04:25,140 --> 00:04:29,144
ลม ลมพัด

37
00:04:29,228 --> 00:04:31,563
ลม ลมพัด

38
00:04:31,647 --> 00:04:34,775
"ผมรู้สึกเหมือนผมอยู่ในโรงภาพยนตร์

39
00:04:35,943 --> 00:04:39,404
ลำแขนทอดยาวของแสง
ข้ามผ่านความมืดและหมุน

40
00:04:39,488 --> 00:04:40,697
(เสียงของลู รีด)

41
00:04:40,781 --> 00:04:42,658
สายตาผมจดจ่ออยู่กับหน้าจอ

42
00:04:43,909 --> 00:04:47,037
ภาพบนจอเต็มไปด้วยจุดและลำแสง

43
00:04:48,038 --> 00:04:51,208
ผมไม่มีตัวตนและลืมว่าตัวเองเป็นใคร

44
00:04:52,918 --> 00:04:55,963
มักเป็นอย่างนั้นเสมอ
เวลาคนเราไปดูหนัง

45
00:04:57,256 --> 00:05:00,801
เหมือนยาเสพติดอย่างที่เขาว่า"

46
00:05:02,135 --> 00:05:07,558
ในความฝันที่สายลมพัดมาให้ฉัน

47
00:05:09,226 --> 00:05:11,103
เราย้ายมาลองไอส์แลนด์
ตอนดิฉันสี่ขวบ

48
00:05:11,186 --> 00:05:12,646
ส่วนพี่ลูอายุเก้าขวบ

49
00:05:12,729 --> 00:05:13,814
(เสียงของเมอร์ริลล์ รีด ไวเนอร์)

50
00:05:13,897 --> 00:05:16,483
เราอาศัยอยู่ชานเมืองที่ชื่อฟรีพอร์ต

51
00:05:16,567 --> 00:05:20,988
เมื่อมาจากบรุกลิน
มาที่ชุมชนชานเมืองที่ห่างไกลนี้

52
00:05:21,071 --> 00:05:23,240
เขาต้องปรับตัวมากอยู่เหมือนกัน

53
00:05:23,323 --> 00:05:25,158
ในวงแขนฉัน

54
00:05:25,242 --> 00:05:27,786
ลม ลม

55
00:05:27,870 --> 00:05:29,162
คุณแม่เป็นแม่บ้าน

56
00:05:29,246 --> 00:05:32,416
คุณพ่ออยากเป็นนักเขียนนิยาย
นักเขียนหนังสือ

57
00:05:33,083 --> 00:05:35,711
คุณยายจะพูดว่า
"ไม่ ลูกต้องเป็นนักบัญชี"

58
00:05:36,753 --> 00:05:38,255
คุณพ่อเลยเป็นนักบัญชี

59
00:05:40,591 --> 00:05:42,885
หากคุณคิดจะหากลุ่มคนหนึ่ง…

60
00:05:42,968 --> 00:05:44,178
(เสียงของอัลลัน ไฮแมน)

61
00:05:44,261 --> 00:05:47,264
เพื่อเล่นบทบาทครอบครัวยุค 1950
ที่พ่อจะรู้ดีที่สุด

62
00:05:47,347 --> 00:05:50,726
ผมว่าเขาไม่ค่อยได้ใช้เวลากับพ่อ
พ่อของเขาทำงาน

63
00:05:50,809 --> 00:05:53,896
เขาไม่ใช่คนประเภทที่เรา
จะออกไปโยนเล่นลูกบอลด้วย

64
00:05:55,063 --> 00:05:57,649
ไม่รู้ว่าคุณพ่อหวังอะไรจากพี่ลู

65
00:05:57,733 --> 00:06:00,068
บางทีพ่ออาจคิดว่าพี่ลู
จะสืบสานกิจการต่อ

66
00:06:00,152 --> 00:06:02,613
แน่นอนว่าความหวังที่คุณพ่อ
มีสำหรับดิฉัน

67
00:06:02,696 --> 00:06:04,656
คือดิฉันจะต้องทำซุบไก่ที่อร่อย

68
00:06:04,740 --> 00:06:07,117
ไม่ค่อยมีอารมณ์แบบว่า
"ไปดูละครสัตว์กัน ไปพิพิธภัณฑ์…"

69
00:06:07,201 --> 00:06:08,452
ไม่มีเลย

70
00:06:08,535 --> 00:06:11,872
ฉันรู้ว่าเธอไปแล้ว แต่รักของฉัน…

71
00:06:11,955 --> 00:06:14,374
การฝึกดนตรีระยะแรกคือเปียโนคลาสสิก

72
00:06:15,459 --> 00:06:16,668
(เสียงของลู รีด)

73
00:06:16,752 --> 00:06:20,589
ผมน่าจะหยิบกีตาร์ครั้งแรกตอนอายุ
สิบหรือ 11 ปี และเรียนหนึ่งครั้ง

74
00:06:20,672 --> 00:06:23,091
ผมคิดว่าผมถือเพลง
"Blue Suede Shoes" ไป

75
00:06:23,175 --> 00:06:25,093
แล้วบอกว่า "สอนผมเล่นเพลงนี้หน่อย"

76
00:06:25,177 --> 00:06:27,471
ซึ่งพวกเขาคงไม่ได้มาเพื่อการนั้น

77
00:06:28,847 --> 00:06:30,891
การเรียนดนตรีของผมจึงจบลงตรงนั้น

78
00:06:32,142 --> 00:06:34,937
ผมเลยเรียนกีตาร์จากการเล่นตามเพลง

79
00:06:39,358 --> 00:06:44,154
แนวเพลงดูวอป เดอะพารากอนส์
เดอะเจสเตอร์ส์ เดอะดิอาโบลส์

80
00:06:44,238 --> 00:06:46,156
และร็อกอะบิลลี

81
00:06:48,325 --> 00:06:49,952
ลูจะบอกผมตลอด

82
00:06:50,035 --> 00:06:54,206
ตั้งแต่แรกเลยว่าเขาอยากเป็นดาวร็อก

83
00:06:54,289 --> 00:06:55,541
นี่คือช่วงมัธยมปลาย

84
00:07:06,051 --> 00:07:10,264
พอผมอายุ 14 ปี ผมทำเพลงแรก
ชื่อว่า "Leave Her for Me"

85
00:07:10,347 --> 00:07:12,599
ความผิดหวังฟางสุดท้ายของผม

86
00:07:12,683 --> 00:07:15,394
คือคืนที่เมอร์เรย์เดอะเค
จะต้องเล่นเพลงนี้ทางวิทยุ

87
00:07:15,477 --> 00:07:17,104
แต่เขาดันป่วย

88
00:07:17,187 --> 00:07:20,858
พอล เชอร์แมนเป็นคนเล่นแทน
ผมสลดใจมาก

89
00:07:20,941 --> 00:07:22,693
เราทุกคนนั่งอยู่ข้างวิทยุ

90
00:07:23,277 --> 00:07:26,321
เราได้เช็คค่าลิขสิทธิ์ 2.79 เหรียญ

91
00:07:26,405 --> 00:07:29,741
ซึ่งปรากฏว่ามากกว่าที่ผมหาได้
กับวง The Velvet Underground

92
00:07:31,785 --> 00:07:33,579
เอาดอกไม้บานทั้งหมดไป…

93
00:07:33,662 --> 00:07:35,330
มีอยู่ร้านหนึ่งชื่อว่า Hayloft

94
00:07:35,414 --> 00:07:37,416
เขามักจะไปเล่นที่นั่นคนเดียว

95
00:07:38,375 --> 00:07:40,460
คืนที่รักของฉันมา

96
00:07:40,544 --> 00:07:43,088
ทุกคนรู้ว่าที่นั่นคือไนต์คลับเกย์

97
00:07:43,172 --> 00:07:47,259
ผมเคยถามเขาถึงเหตุผล
ที่อยากเล่นในไนต์คลับเกย์

98
00:07:47,342 --> 00:07:49,386
แล้วเขาตอบว่าที่นั่น
มีกลุ่มคนที่น่าสนใจ

99
00:07:49,469 --> 00:07:53,182
โปรดคืนเธอมาให้ฉัน คืนที่รักของฉัน

100
00:07:53,265 --> 00:07:55,225
วงได้เล่นตามงานต่างๆ ในเมือง

101
00:07:55,309 --> 00:07:56,685
เขายังเรียนอยู่มัธยมปลาย

102
00:07:56,768 --> 00:07:57,936
(จอห์น)

103
00:07:58,020 --> 00:08:01,523
ดิฉันว่าเรื่องนี้
เป็นเหตุให้ชีวิตที่บ้านลำบากขึ้น

104
00:08:21,376 --> 00:08:23,754
ตอนนั้นเราอาศัยอยู่กับคุณยายผม

105
00:08:23,837 --> 00:08:27,424
แล้วคุณยายเป็นคนที่รักชาติมาก

106
00:08:27,508 --> 00:08:30,219
หนึ่งเรื่องที่คุณยายไม่พอใจ
คือคุณแม่แต่งงานกับผู้ชายอังกฤษ…

107
00:08:30,302 --> 00:08:31,845
(เสียงของจอห์น เคล)

108
00:08:31,929 --> 00:08:33,514
และไม่พูดภาษาเวลส์

109
00:08:33,597 --> 00:08:36,308
ไม่ใช่แค่แต่งกับผู้ชายอังกฤษ
แต่ผู้ชายคนนั้นเป็นคนทำงานเหมือง

110
00:08:36,390 --> 00:08:39,686
คุณยายทุ่มเวลาหลายปี
เพื่อให้ลูกๆ ออกจากชีวิตแบบนั้น

111
00:08:39,770 --> 00:08:44,441
คุณยายผลักดันให้ลูกชายทุกคน
และคุณแม่ได้เข้าถึงการศึกษา

112
00:08:46,485 --> 00:08:49,029
พอคุณแม่แต่งงาน
แล้วคุณพ่อย้ายเข้าบ้าน

113
00:08:49,112 --> 00:08:51,448
คุณยายห้ามการพูดภาษาอังกฤษในบ้าน

114
00:08:51,532 --> 00:08:53,909
จนกว่าผมจะได้เรียนภาษาอังกฤษ
ที่โรงเรียนตอนเจ็ดขวบ

115
00:08:53,992 --> 00:08:55,827
ผมสื่อสารกับคุณพ่อไม่ได้

116
00:08:57,788 --> 00:09:00,707
ความไม่พอใจที่ผม…
ที่ผมได้รับจากคุณยาย

117
00:09:00,791 --> 00:09:02,793
จริงๆ เป็นความเกลียดชังรูปแบบหนึ่ง

118
00:09:03,961 --> 00:09:05,128
ค่อนข้างเศร้าอยู่

119
00:09:06,588 --> 00:09:09,216
คุณแม่สอนผมเล่นเปียโนอยู่พักหนึ่ง

120
00:09:09,299 --> 00:09:11,218
พอผมเล่นได้ถึงจุดหนึ่ง

121
00:09:11,301 --> 00:09:13,554
คุณแม่ก็ให้คนอื่นสอนต่อ

122
00:09:13,637 --> 00:09:15,389
คุณแม่อดทนเพื่อผม

123
00:09:15,472 --> 00:09:18,642
ประมาณหกหรือเจ็ดปี

124
00:09:21,937 --> 00:09:24,356
ชีวิตในจินตนาการคือชีวิตในวิทยุ

125
00:09:25,148 --> 00:09:28,902
พอถึงตอนนั้น ผมได้หาทาง
ที่จะใช้วิทยุให้มีประโยชน์

126
00:09:28,986 --> 00:09:32,698
คือการเปิดไปฟัง
การถ่ายทอดของต่างประเทศ

127
00:09:32,781 --> 00:09:35,826
สถานี Suisse Romande
กับ Radio Moscow

128
00:09:37,703 --> 00:09:42,332
พอเข้าโรงเรียนมัธยม ที่โรงเรียน
มีวงออร์เคสตรา ผมอยากเล่น

129
00:09:42,416 --> 00:09:45,836
ผมตั้งใจจะเล่นไวโอลิน
แต่ที่โรงเรียนไม่มี

130
00:09:45,919 --> 00:09:48,130
มีแต่วิโอลา ผมเลยเล่นวิโอลาแทน

131
00:09:48,922 --> 00:09:52,968
พวกเขามีบทประพันธ์ของบัค
บทประพันธ์เชลโลสำหรับวิโอลา

132
00:09:53,051 --> 00:09:55,888
ซึ่งดีมากๆ ทำให้เราได้ฝึกเยอะเลย

133
00:09:55,971 --> 00:09:59,683
แล้วก็มีเพลง Paganini Caprices…

134
00:09:59,766 --> 00:10:02,311
ซึ่งผมทำครูตกใจอยู่เหมือนกัน

135
00:10:02,394 --> 00:10:05,022
เมื่อบอกครูว่าผมจะเรียนเพลง
Paganini Caprices

136
00:10:09,026 --> 00:10:11,695
คุณแม่ของผมต้องผ่าตัดหน้าอก

137
00:10:11,778 --> 00:10:15,866
คุณแม่หายตัวไปอยู่
ที่โรงพยาบาลที่แยกออกมา

138
00:10:15,949 --> 00:10:19,119
ซึ่งมีกำแพงด้านนอกสูง 25 ฟุต

139
00:10:19,203 --> 00:10:22,289
คุณพ่อของผมจะพาผมขึ้นไป
และอุ้มผมไว้

140
00:10:24,333 --> 00:10:25,501
คุณแม่หายตัวไป

141
00:10:26,418 --> 00:10:28,754
ทุกอย่างเริ่มไม่ปกติ

142
00:10:28,837 --> 00:10:30,047
ผมต้องพึ่งตัวเอง

143
00:10:30,589 --> 00:10:34,259
คุณพ่อได้แต่ออกไปทำงาน
ผมรู้สึกโดดเดี่ยวมาก

144
00:10:36,053 --> 00:10:38,555
ผมไม่สามารถคุยกับคุณพ่อ
ถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น

145
00:10:38,639 --> 00:10:41,391
ผมไม่สามารถคุยกับคุณแม่
เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ

146
00:10:41,475 --> 00:10:46,355
ผมเลยถูกเอาเปรียบ
และผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

147
00:10:49,399 --> 00:10:51,693
มีบทประพันธ์หนึ่งที่ผมจำตอนเปิดได้

148
00:10:51,777 --> 00:10:53,654
แต่จำตอนจบไม่ได้

149
00:10:53,737 --> 00:10:55,781
ผมเลยต้องอิมโพรไวส์เพื่อจบให้ได้

150
00:10:55,864 --> 00:10:58,408
ผมก็ทำได้ดีในการจบเพลง

151
00:10:58,492 --> 00:11:02,496
ผมรังสรรค์ตอนจบที่สวยงาม
และรอดมาได้

152
00:11:03,080 --> 00:11:06,583
ตอนที่ผมออกจากห้องนั้น
ตอนแรกผมกลัวมาก

153
00:11:07,167 --> 00:11:10,295
ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่แล้วมันก็เกิด

154
00:11:10,379 --> 00:11:12,130
ช่วงเวลานั้นที่เกิดขึ้น

155
00:11:12,214 --> 00:11:15,092
นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ตั้งแต่แรกเริ่ม

156
00:11:15,175 --> 00:11:18,220
เกี่ยวกับการหาทางออกจากปัญหา

157
00:11:18,303 --> 00:11:23,141
การกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดนั้น
ไม่ใช่ปัญหา

158
00:11:23,225 --> 00:11:25,102
เป็นจุดเริ่มต้นของการอิมโพรไวส์

159
00:11:29,022 --> 00:11:29,857
(จบ)

160
00:11:31,650 --> 00:11:35,153
ทุกอย่างเริ่มพุ่งมา
ที่สิ่งที่ผมวางแผนจะทำอย่างช้าๆ

161
00:11:35,904 --> 00:11:38,407
และผมคิดว่าผมตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

162
00:11:38,490 --> 00:11:40,742
ผมคิดว่า "อยากเป็นวาทยากร"

163
00:11:42,828 --> 00:11:45,998
นอกจากนี้ ผมชัดเจนมาก
ว่าต้องออกจากเมืองเกิดให้ได้

164
00:11:46,081 --> 00:11:49,668
เมืองนี้ไม่มีอะไร
ผมตะเกียกตะกายที่จะออกจากที่นั่น

165
00:11:50,210 --> 00:11:53,964
มีครั้งหนึ่งที่ผมตกใจกลัวจนสติหลุด

166
00:11:54,047 --> 00:11:57,968
และต้องแสดงจนจบบทเพลง
ให้ได้อย่างสวยงาม

167
00:12:00,804 --> 00:12:02,556
ประสบการณ์นั้นคือก้าวสำคัญ
สำหรับชีวิตผมในอนาคต

168
00:12:03,015 --> 00:12:08,729
(นครนิวยอร์ก)

169
00:12:24,828 --> 00:12:26,914
เธอฆ่าลูกชายชาวยุโรปของเธอ

170
00:12:27,956 --> 00:12:30,250
เธอถากถางคนที่มีอายุต่ำกว่า 21

171
00:12:30,876 --> 00:12:32,711
แต่ตอนนี้รถสีน้ำเงิน
ของเธอไม่อยู่แล้ว

172
00:12:32,794 --> 00:12:36,006
เธอคงต้องบอกลาก่อน
เฮ้ เฮ้ เฮ้ บาย บาย บาย

173
00:12:36,089 --> 00:12:42,054
นิวยอร์กในช่วงสงคราม
กลายเป็นที่ลี้ภัยของศิลปิน

174
00:12:42,137 --> 00:12:44,181
(เสียงของโจนัส เมคัส)

175
00:12:44,264 --> 00:12:46,975
เลยเป็นการพบปะของนิวยอร์ก

176
00:12:47,059 --> 00:12:52,022
กับศิลปินฝีมือดีที่สุด
จากปารีสและเบอร์ลิน

177
00:12:52,105 --> 00:12:55,067
เธอคงต้องบอกว่าลาก่อน
ตัวตลกบอกลาเธอ

178
00:12:56,818 --> 00:13:01,490
นิวยอร์กในช่วงท้ายปี 50
และตอนนี้เราจะเข้าสู่ปี 60

179
00:13:06,703 --> 00:13:11,542
ในขณะที่นูเวลล์วากของฝรั่งเศส
มี Cinémathèque Française

180
00:13:12,376 --> 00:13:14,878
เรามีถนนหมายเลข 42 ของเรา

181
00:13:15,838 --> 00:13:18,632
ทุกคืนเราจะออกไปที่ถนนหมายเลข 42

182
00:13:18,715 --> 00:13:23,220
ซึ่งมีโรงภาพยนตร์
อีกประมาณ 15 หรือ 20 โรง

183
00:13:25,264 --> 00:13:28,767
และยุคนั้นเป็นช่วงที่ศิลปะทุกแขนง

184
00:13:28,851 --> 00:13:32,813
และรูปแบบชีวิตเริ่มเปลี่ยน

185
00:13:33,438 --> 00:13:36,191
เเละรุ่งเรืองในช่วงปี 60

186
00:13:41,864 --> 00:13:47,786
เราไม่ได้เป็นวัฒนธรรมย่อย
หรือวัฒนธรรมปรปักษ์ เราคือวัฒนธรรม

187
00:13:54,126 --> 00:13:57,087
จิตรกร นักดนตรี ผู้กำกับภาพยนตร์

188
00:13:57,171 --> 00:14:02,134
พวกเขาไม่ได้สนใจ
การเล่าเรื่องที่เน้นเนื้อเรื่อง

189
00:14:03,385 --> 00:14:09,600
ความสุทนทรีย์ของภาพยนตร์ถูกยก
ให้อยู่ในระดับเดียวกับศิลปะแขนงอื่น

190
00:14:18,859 --> 00:14:21,528
เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 1962

191
00:14:21,612 --> 00:14:25,157
สตูดิโอของผม
The Film-Makers' Cooperative

192
00:14:25,240 --> 00:14:28,535
กลายเป็นจุดนัดพบ
ของเหล่าผู้กำกับภาพยนตร์

193
00:14:29,119 --> 00:14:31,413
ทุกค่ำคืนจะมีการฉายภาพยนตร์

194
00:14:31,496 --> 00:14:34,791
แอนดีก็จะมาอยู่แถวนั้น

195
00:14:34,875 --> 00:14:37,336
แต่ผมไม่รู้ว่าเขาคือแอนดี

196
00:14:37,419 --> 00:14:40,255
เขาจะนั่งบนพื้นร่วมกับคนอื่นๆ

197
00:14:41,340 --> 00:14:44,301
นั่นคือที่ที่เขาพบดาราดัง
ในยุคแรกๆ ของเขา

198
00:14:44,384 --> 00:14:48,889
อย่างมาริโอ มอนเตซ
แจ็ก สมิธ และเจราร์ด มาลานกา

199
00:14:49,890 --> 00:14:51,808
ที่นั่นคือโรงเรียนภาพยนตร์ของแอนดี

200
00:15:02,903 --> 00:15:04,071
พอผมเข้าเรียนที่โกล์ดสมิธ…

201
00:15:04,154 --> 00:15:05,322
(จอห์น เคล)

202
00:15:05,405 --> 00:15:10,452
เป็นสถานศึกษาที่เปิดกว้างมาก

203
00:15:10,536 --> 00:15:15,290
ผมได้เรียนวิโอลาและการประพันธ์เพลง
กับฮัมฟรีย์ เซอร์ล

204
00:15:15,374 --> 00:15:19,670
เขาเข้าใจเคจและคนเหล่านั้นที่ผมสนใจ

205
00:15:19,753 --> 00:15:23,298
จอห์น เคจ กับ "Water Walk"

206
00:15:27,511 --> 00:15:30,556
จอห์น เคจเป็นผู้นำของกลุ่มล้ำยุค

207
00:15:30,639 --> 00:15:34,059
ด้านดนตรีในนิวยอร์กและสหรัฐอเมริกา

208
00:15:34,142 --> 00:15:37,813
แต่ผมว่าลามอนต์
เตรียมที่จะชิงตำแหน่งนั้น

209
00:15:42,359 --> 00:15:46,905
ผมได้รับทุนการศึกษาเบิร์นสไตน์
ซึ่งจ่ายค่าการเดินทางและอื่นๆ ให้ผม

210
00:15:47,489 --> 00:15:51,702
เราอยู่ในโลกที่…
คุณนายคูสเซวิตสกียังมีชีวิตอยู่

211
00:15:52,286 --> 00:15:56,123
เธอจะมีงานเลี้ยงตอนบ่าย
สำหรับนักเรียน

212
00:15:56,957 --> 00:15:59,668
พวกเขาไม่ยอมให้ผมทำการแสดง
เพราะรุนแรงเกินไป

213
00:15:59,751 --> 00:16:03,672
ผมถามแฮร์รี เคราต์ ซึ่งดูแลกำหนดการ
เขาถามว่าการแสดงรุนแรงไหม

214
00:16:04,631 --> 00:16:07,634
การแสดงชิ้นนั้นส่วนใหญ่
คือการอยู่ข้างในเปียโน

215
00:16:07,718 --> 00:16:10,220
และการทุบด้านในของเปียโน
หรืออะไรก็ตาม

216
00:16:10,304 --> 00:16:11,763
แล้วผมก็ไปเอาขวานมา

217
00:16:17,186 --> 00:16:20,981
จำได้ว่ามีคนดูคนหนึ่งในแถวหน้า
ลุกขึ้นวิ่งออกไป

218
00:16:21,064 --> 00:16:23,942
นั่นคือคุณนายคูสเซวิตสกี
เธอ… เธอร้องไห้เลย

219
00:16:24,026 --> 00:16:27,821
แล้วผมพูดว่า "โห ผมเสียใจที่…"

220
00:16:27,905 --> 00:16:30,240
เธอไม่สบายใจสักพัก แต่ไม่ต้องห่วง

221
00:16:30,324 --> 00:16:32,826
เราพาเธอออกไปดื่มค็อกเทลในภายหลัง
เธออารมณ์ดีขึ้น

222
00:16:35,871 --> 00:16:38,999
ตอนนั้นผมรู้จักกับคอร์นีเลียส
คาร์ดิวแล้ว เราเที่ยวด้วยกัน

223
00:16:39,625 --> 00:16:43,086
เหมือนมีคนที่เข้าใจ
เรื่องราวที่เราพูดถึง

224
00:16:43,170 --> 00:16:45,797
คอร์นีเลียสได้พบกับลามอนต์แล้ว

225
00:16:51,178 --> 00:16:54,765
ลามอนต์ ยัง เป็นคนถัดไป
ที่จะสืบทอดต่อจากจอห์น เคจ

226
00:16:56,183 --> 00:16:58,852
การไปที่ร้าน Tanglewood
เป็นเส้นทางของผมไปหาลามอนต์

227
00:17:01,522 --> 00:17:03,023
มีการแยกส่วน…

228
00:17:03,106 --> 00:17:04,525
(เฮนรี ฟลินท์)

229
00:17:04,608 --> 00:17:06,484
ไปถึงจุดที่ไม่ใช่ดนตรีแล้ว

230
00:17:06,568 --> 00:17:07,694
เจอกันสัปดาห์หน้า สวัสดีครับ

231
00:17:09,029 --> 00:17:12,449
เมื่อใครได้เจอกับลามอนต์
ทุกอย่างจบ

232
00:17:12,532 --> 00:17:16,036
ทุกคนอยากจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่
แล้วดูผมสิ

233
00:17:16,994 --> 00:17:18,454
ตอนนั้นผมทำสิ่งที่ผมตั้งใจ…

234
00:17:18,539 --> 00:17:19,873
(ลามอนต์ ยัง)

235
00:17:19,957 --> 00:17:21,541
จะพาคุณไปสู่สภาวะทางจิตที่สูงมาก

236
00:17:27,589 --> 00:17:31,051
ก่อนหน้าผมไม่เคยมีใครแต่งเพลง

237
00:17:31,134 --> 00:17:33,595
ที่มีแต่โทนเสียงที่ยาวและคงที่

238
00:17:35,389 --> 00:17:38,183
จอห์นเป็นชาวเวลส์

239
00:17:38,267 --> 00:17:40,686
เขาเขียนหาเรา
เขาเขียนจดหมายหาเราจาก…

240
00:17:40,769 --> 00:17:43,272
- จากเวลส์ หรืออาจจะเป็นลอนดอน
- เวลส์ หรือสหราชอาณาจักร

241
00:17:43,355 --> 00:17:44,565
(มาเรียน ซาซีลา)

242
00:17:44,648 --> 00:17:46,191
สักที่ในสหราชอาณาจักร

243
00:17:46,275 --> 00:17:47,818
เขาบอกว่าเขาอยากมาเรียน

244
00:17:47,901 --> 00:17:48,902
ใช่

245
00:17:49,820 --> 00:17:52,114
- เรา… เราบอกว่าเขามาได้
- ใช่

246
00:17:53,740 --> 00:17:56,368
ผมไม่ได้มานิวยอร์ก
กระทั่งปี 1963

247
00:17:56,869 --> 00:18:01,582
เป็นครั้งแรกที่ผมมานิวยอร์ก
และผมตกใจมากกับ…

248
00:18:01,665 --> 00:18:03,792
ไอน้ำที่ลอยขึ้นมาจากฟุตบาท

249
00:18:04,543 --> 00:18:07,504
"โอ้โห ที่นี่โสโครกสิ้นดี"

250
00:18:07,588 --> 00:18:10,048
(บัตรสมาชิก ฤดูใบไม้ผลิปี 1957)

251
00:18:10,132 --> 00:18:13,760
เสียงโดรนทุ้มต่ำ
ของลามอนต์นั้นช่วยทำให้อุ่นใจ

252
00:18:14,219 --> 00:18:16,638
เรากลับมาอยู่กับดนตรี

253
00:18:16,722 --> 00:18:19,808
มุ่งอยู่กับสิ่งที่เราจะได้ฟัง

254
00:18:19,892 --> 00:18:25,772
เราได้ยินเสียงโดรน แต่จริงๆ แล้ว
เรากำลังศึกษาเสียงประสานธรรมชาติ

255
00:18:30,527 --> 00:18:34,781
ลูโทรหาผม เขาบอกผม
ว่าเขาอยู่ในภาวะซึมเศร้า

256
00:18:34,865 --> 00:18:35,991
(เสียงของอัลลัน ไฮแมน)

257
00:18:36,074 --> 00:18:37,784
เขาบอกว่าเขากำลังได้รับการรักษา

258
00:18:38,327 --> 00:18:43,957
เขาคิดว่าพ่อแม่เขาน่าจะพยายาม
ช็อกความเป็นเกย์ออกจากตัวเขา

259
00:18:45,459 --> 00:18:48,253
ผมไม่มีทางเชื่อ
เพราะผมรู้จักพ่อแม่เขา

260
00:18:50,088 --> 00:18:52,466
ไม่ว่าคุณอยากจะพูดหรือไม่ก็ตาม

261
00:18:52,549 --> 00:18:58,096
ว่า "เขาเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า
เขาใช้ยาเสพติดจำนวนมากหรือเปล่า"

262
00:18:59,348 --> 00:19:03,435
ดิฉันว่าสภาพแวดล้อมของยุคนั้น
ไม่ได้ช่วย

263
00:19:03,519 --> 00:19:07,356
และความช่วยเหลือที่มีในตอนนั้น
ก็ไม่เพียงพอ

264
00:19:07,439 --> 00:19:09,733
เมื่อคุณถามถึงพี่ลูในช่วงเวลานั้น
ดิฉันเลยไม่สบายใจ

265
00:19:09,816 --> 00:19:10,859
(เมอร์ริลล์ รีด ไวเนอร์)

266
00:19:10,943 --> 00:19:13,529
ดิฉันไม่สบายใจ
เพราะความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น

267
00:19:13,612 --> 00:19:17,824
และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขา
หรือพ่อแม่ดิฉันควรจะได้รับ

268
00:19:17,908 --> 00:19:23,622
เป็นเรื่องที่ง่ายและน่าตลกเกินไป
ที่จะคิดว่ามีคำอธิบายที่ง่าย

269
00:19:29,086 --> 00:19:30,629
เขากำลังจะได้เข้า
มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

270
00:19:31,797 --> 00:19:34,216
ถ้าจำไม่ผิด เขาเรียนได้เทอมครึ่ง

271
00:19:36,635 --> 00:19:41,181
เขาโทรหาผมมาบอกว่า
เขาจะย้ายไปมหาวิทยาลัยซีราคิวส์

272
00:19:53,694 --> 00:19:57,322
แล้วพอเขาไปถึงซีราคิวส์
เขากลายเป็นคนละคน

273
00:19:57,406 --> 00:19:59,741
บึ้งตึง ไม่เป็นมิตร

274
00:19:59,825 --> 00:20:03,287
เขาต่อต้านแทบทุกอย่าง

275
00:20:06,123 --> 00:20:08,208
ผมไม่ค่อยเข้าใจเขา

276
00:20:12,963 --> 00:20:14,965
เราจะเมากัญชา
และเล่นดนตรีกัน

277
00:20:15,048 --> 00:20:18,594
บางครั้งเราเล่นเพลงของเรย์ ชาร์ลส์
หรือไม่ก็แฟรงกี ไลมอน

278
00:20:18,677 --> 00:20:19,845
(ริชาร์ด มิชกิน)

279
00:20:19,928 --> 00:20:23,098
เราจะเล่นที่สโมสรนักศึกษาชาย
สโมสรนักศึกษาหญิง และบาร์

280
00:20:23,182 --> 00:20:24,391
(เสียงของลู รีด)

281
00:20:24,474 --> 00:20:27,978
เราแย่มากจนเราต้องเปลี่ยนชื่อบ่อย

282
00:20:28,061 --> 00:20:29,688
เพราะไม่มีใครคิดจะจ้างเราซ้ำ

283
00:20:31,940 --> 00:20:35,861
จะมีบางครั้งที่ผมจะพลาดคิว
หรือเล่นผิดจังหวะ

284
00:20:36,445 --> 00:20:37,779
แล้วเขาจะสติแตกเลย

285
00:20:37,863 --> 00:20:38,906
(อัลลัน ไฮแมน)

286
00:20:38,989 --> 00:20:42,201
เขาจะหันกลับมาทุบฉาบ

287
00:20:42,284 --> 00:20:44,161
เขาไม่มีความยับยั้งชั่งใจเลย

288
00:20:44,244 --> 00:20:48,665
ใครก็ตามที่ไม่สมบูรณ์แบบ
หรือทำไม่ถูกใจ

289
00:20:51,001 --> 00:20:53,378
เรามีงานแสดงหนึ่ง
ที่มหาวิทยาลัยเซนต์ลอว์เรนซ์

290
00:20:53,462 --> 00:20:56,381
บนเรือลำหนึ่งบนแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์

291
00:20:56,465 --> 00:20:58,133
ลูบอกว่า "ผมไม่เล่นบนเรือลำนั้น"

292
00:20:58,217 --> 00:21:00,719
ผมก็บอกว่า
"ลู เราต้องเล่นบนเรือ แค่…"

293
00:21:00,802 --> 00:21:03,096
เขาบอกว่า "ไม่เล่น" บึ้ม

294
00:21:03,180 --> 00:21:08,519
เขาเอามือชกกระจกบานประตู
มือเขามีเลือดอาบ

295
00:21:08,602 --> 00:21:11,730
เราต้องพาเขาไปโรงพยาบาล
เย็บไปหลายเข็ม

296
00:21:11,813 --> 00:21:15,067
ถ้าจำไม่ผิด เป็นมือข้างขวาของเขา

297
00:21:15,150 --> 00:21:17,444
เขาบอกว่า "เห็นไหมละ ผมเล่นไม่ได้"

298
00:21:17,528 --> 00:21:21,156
ผมบอกว่า "คุณร้องได้ ส่วนกีตาร์
คุณเล่นไม่ได้เรื่องอยู่ดี

299
00:21:21,240 --> 00:21:22,991
หาคนแทนได้"

300
00:21:23,075 --> 00:21:25,452
แล้วเราก็เล่น

301
00:21:25,536 --> 00:21:27,621
เขามีมุมที่เหมือนเด็กอายุสามขวบ

302
00:21:28,872 --> 00:21:30,707
โว้ เฮ้ ม้าหมุน

303
00:21:30,791 --> 00:21:34,002
เราทำเดโมขึ้นมาหนึ่งเพลง
ชื่อว่า "Your Love"

304
00:21:34,086 --> 00:21:36,129
รักเล็กๆ ของเธอ

305
00:21:36,213 --> 00:21:39,007
รักของเธอ รักเล็กๆ ของเธอ

306
00:21:39,758 --> 00:21:43,804
ฉันไม่เคยคิดว่าฉันเป็นชายเต็มตัว
จนมาเจอรักเธอ

307
00:21:43,887 --> 00:21:47,766
เราไปประชุมกันในเมือง

308
00:21:47,850 --> 00:21:51,812
กับผู้ชายที่ชอบเทปเดโมของลู

309
00:21:52,479 --> 00:21:54,648
เขาหันไปหาลู แล้วพูดว่า

310
00:21:54,731 --> 00:21:58,193
"คุณอยากทำอะไร
คุณมีเป้าหมายอะไร"

311
00:21:58,277 --> 00:22:02,364
เขาตอบว่า "ผมอยากรวย
ผมอยากเป็นนักร้องร็อก

312
00:22:02,447 --> 00:22:06,118
แล้วผมจะรวย
และผมจะเป็นนักร้องร็อก

313
00:22:06,201 --> 00:22:08,036
ไม่ว่าคุณจะทำเพลงให้ผมหรือไม่ก็ตาม"

314
00:22:08,120 --> 00:22:11,290
เขาไม่สบายตัวในสถานที่ส่วนใหญ่

315
00:22:11,373 --> 00:22:12,624
(เชลลี คอร์วิน)

316
00:22:12,708 --> 00:22:14,543
แล้วถ้าเขาไม่ได้สบายใจตั้งแต่ต้น

317
00:22:14,626 --> 00:22:18,881
เขาจะใช้ข้อนี้มางัด
ทำให้คนอื่นๆ ไม่สบายใจไปด้วย

318
00:22:18,964 --> 00:22:20,507
นั่นคือความสบายใจของเขา

319
00:22:20,591 --> 00:22:24,636
ไม่รู้ว่าทำไมเขาไม่มั่นใจในตัวเอง
แต่ดิฉันว่าเขาขาดความมั่นใจมาก

320
00:22:24,720 --> 00:22:27,681
ดิฉันคิดว่าเขา
ขาดความมั่นใจมาทั้งชีวิต

321
00:22:28,640 --> 00:22:32,019
เขาจะรู้สึกโกรธมากเวลาที่คนฏิเสธเขา

322
00:22:33,103 --> 00:22:35,814
เขาเลยจะเป็นฝ่ายตัดความสัมพันธ์ก่อน

323
00:22:41,653 --> 00:22:47,534
ในโบสถ์มืดมิดแห่งดนตรี
ซึ่งไม่เคยมีแต่ดินหรือน้ำทะเล

324
00:22:47,618 --> 00:22:50,746
แต่ผลิบานในอากาศข้างในความนึกคิด

325
00:22:50,829 --> 00:22:52,748
(เสียงของเดลมอร์ ชวาร์ตซ์)

326
00:22:52,831 --> 00:22:57,044
แบบแผนที่เคลื่อนตัวและการกระทำ
ขบวนที่ต่อเนื่อง

327
00:22:57,127 --> 00:23:00,255
เคลื่อนตัวด้วยความสง่าของความแน่นอน

328
00:23:00,339 --> 00:23:02,674
เพื่อเปิดม่านที่ปิดอยู่…

329
00:23:02,758 --> 00:23:05,052
ถึงตอนนี้เขา
ก็เที่ยวเล่นกับเดลมอร์แล้ว

330
00:23:07,554 --> 00:23:10,390
คนที่ผมชื่นชมที่สุด
คือเดลมอร์ ชวาร์ตซ์

331
00:23:10,474 --> 00:23:15,020
ผมเรียนกวีนิพนธ์กับเขา
แต่มีเรื่องอื่นๆ ด้วย

332
00:23:15,103 --> 00:23:17,981
ทั้งเรียงความ
และเรื่องสั้นอันน่าทึ่ง

333
00:23:19,149 --> 00:23:25,989
ผมทึ่งที่มีคนทำแบบนี้ได้
กับภาษาธรรมดาทั่วไป

334
00:23:26,657 --> 00:23:29,701
ส่วนเดลมอร์ ชวาร์ตซ์ ก็คิดว่าลู
มีพรสวรรค์อย่างมาก

335
00:23:29,785 --> 00:23:32,538
และตีพิมพ์กวีนิพนธ์ของเขาไปหลายงาน

336
00:23:32,621 --> 00:23:34,039
ในนิตยสาร Evergreen Review

337
00:23:34,623 --> 00:23:39,628
บทกวีของเขาจะเน้น
เรื่องเกี่ยวกับเกย์

338
00:23:39,711 --> 00:23:41,421
ในหัวข้อเกย์ที่แสนหม่นหมอง

339
00:23:41,505 --> 00:23:47,427
ความคิดที่จะเจอผู้ชาย
ในห้องน้ำสาธารณะ

340
00:23:47,511 --> 00:23:53,559
ไปมีอะไรกับผู้ชายแถวๆ โถฉี่
และเอามาเขียนเป็นบทกวี

341
00:23:53,642 --> 00:23:56,186
พอผมได้อ่านหนึ่งในบทกวีเหล่านั้น

342
00:23:56,270 --> 00:23:59,273
ผมก็ถามเขาว่า "ลู อะไรวะ"

343
00:24:00,148 --> 00:24:05,279
ความคิดที่เสื่อมทราม
เกี่ยวกับเซ็กซ์นี้มาจากไหน"

344
00:24:06,238 --> 00:24:10,450
เขาตอบว่า "ถ้าไม่หม่น ไม่เสื่อมทราม
ก็ไม่ร้อนแรง ไม่ใช่เซ็กซ์"

345
00:24:10,993 --> 00:24:13,078
เขาบอกว่า "คุณไม่มีทางเข้าใจหรอก

346
00:24:13,161 --> 00:24:15,038
คุณกำลังกลายเป็น
พวกนิยมระบบหัวโบราณ"

347
00:24:18,667 --> 00:24:21,962
น่าจะเป็นวันขอบคุณพระเจ้า
หรือวันคริสต์มาสที่เราไป Hayloft

348
00:24:22,921 --> 00:24:25,757
ดิฉันจำอะไรไม่ค่อยได้
นอกจากว่าเป็นบาร์เกย์

349
00:24:27,718 --> 00:24:32,472
มีผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่น ชื่อแอ็กชัน
เขาพยายามจับคู่ดิฉันกับผู้หญิงคนนี้

350
00:24:33,182 --> 00:24:35,684
ดิฉันบอกว่า "อืม ฉันไม่ได้เป็นเกย์
ฉันไม่อยากเป็นเกย์

351
00:24:35,767 --> 00:24:37,978
ฉันไม่อยากทดลอง ฉันไม่สนใจ"

352
00:24:38,437 --> 00:24:41,648
เขาบอกว่า "ไปเต้นกับเธอสิ"
ดิฉันก็เลย "โอเค เต้นก็ได้"

353
00:24:43,150 --> 00:24:46,153
ดิฉันว่าเขาพาดิฉันไป
เพื่อให้รู้ว่าเขาไปไหนและทำอะไร

354
00:24:47,362 --> 00:24:49,239
คนจะถามว่า
"แล้วทำไมไม่สนเรื่องนั้น

355
00:24:49,323 --> 00:24:52,201
คุณ อยู่กับเขาได้อย่างไร
ถ้าเขาอยู่กับผู้ชาย

356
00:24:52,284 --> 00:24:54,411
ดิฉันก็ตอบว่า
"นั่นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน"

357
00:24:54,494 --> 00:24:57,623
ดิฉันไม่ได้หึงด้วย
ดิฉันไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา

358
00:25:00,042 --> 00:25:04,129
สิ่งที่น่ากลัวกว่ามากคือการขับรถ
เข้าไปแมนแฮตตัน ไปฮาร์เลม

359
00:25:04,213 --> 00:25:05,923
เพื่อไปรับ… น่าจะเป็นเฮโรอีน

360
00:25:06,006 --> 00:25:08,884
แล้วเราจะไปที่ถนน 125
และเซนต์นิโคลัส

361
00:25:08,967 --> 00:25:10,928
ไปที่บ้านอะพาร์ตเมนต์นี้

362
00:25:11,011 --> 00:25:15,307
เขาชอบเหลือเกิน
ที่จะพาดิฉันไปสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย

363
00:25:16,683 --> 00:25:18,560
แล้วเขาแค่จัดฉาก

364
00:25:18,644 --> 00:25:21,271
เพื่อที่เขาจะได้มีเนื้อหามาเขียน

365
00:25:23,649 --> 00:25:25,025
เขาจะเขียนอยู่ตลอดเวลา

366
00:25:25,108 --> 00:25:29,571
ถ้าไม่เขียนเรื่อง
ก็จะเขียนเนื้อเพลงหรือแต่งเพลง

367
00:25:29,655 --> 00:25:32,908
แต่เขาจะพูดเสมอว่ามันไม่ต่างกัน

368
00:25:32,991 --> 00:25:38,455
ระหว่างนักเขียนหนังสือ
กับนักแต่งเพลง

369
00:25:40,958 --> 00:25:47,047
วอซเนเซนสกีเจ็ดคน
คร่ำครวญแต่ไร้เสียง

370
00:25:47,840 --> 00:25:51,552
เสียงร้องของผมถูกฉีก

371
00:25:51,635 --> 00:25:57,391
กลายเป็นเส้นเทปและลิ้นสีแดง
ยาวไม่สิ้นสุด

372
00:25:57,474 --> 00:26:03,313
สมัยที่ผมอยู่มหาวิทยาลัย
ผมได้รับอิทธิพลจากกินส์เบิร์กมาก

373
00:26:03,397 --> 00:26:06,108
"Howl" กับ "Kaddish"

374
00:26:06,191 --> 00:26:08,026
Naked Lunch ของเบอร์โรส์

375
00:26:08,110 --> 00:26:11,697
Last Exit to Brooklyn
ของฮูเบิร์ต เซลบี จูเนียร์

376
00:26:11,780 --> 00:26:15,909
ผมคิดในใจ "นั่นคือสิ่งที่ต้องการทำ
แต่ใช้กลองกับกีตาร์"

377
00:26:15,993 --> 00:26:17,995
ดังนั้น "ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังไปไหน

378
00:26:19,162 --> 00:26:21,582
ฉันจะพยายามชิงอาณาจักรหากทำไหว

379
00:26:22,291 --> 00:26:24,334
เพราะนั่นทำให้รู้สึกว่าตัวเอง
เป็นผู้ชาย

380
00:26:25,502 --> 00:26:27,546
เมื่อเอาเข็มจิ้มเข้าเส้นเลือด

381
00:26:27,629 --> 00:26:30,632
รู้ไหมว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

382
00:26:30,716 --> 00:26:34,344
เมื่อฤทธิ์ยาพัดพาฉันไป
และรู้สึกเหมือนเป็นบุตรพระเยซู

383
00:26:34,428 --> 00:26:37,639
ฉันคงไม่รู้อะไร ฉันคงไม่รู้อะไรเลย"

384
00:26:43,770 --> 00:26:45,772
น่าจะไม่เคยมีปัญหาใด

385
00:26:45,856 --> 00:26:50,027
ด้านพฤติกรรมมนุษย์หรือการประพฤติผิด
ที่อยู่กับเรามานาน

386
00:26:50,110 --> 00:26:53,155
หรือขาดความเข้าใจมามาก
เท่าการรักร่วมเพศ

387
00:26:58,994 --> 00:27:01,747
คุณคิดว่าอะไร
คืออาชญากรรมทางเพศที่ร้ายแรงที่สุด

388
00:27:02,956 --> 00:27:04,541
อาชญากรรมต่อธรรมชาติ

389
00:27:07,794 --> 00:27:10,380
อะไรคือบทลงโทษ
ของอาชญากรรมต่อธรรมชาติ

390
00:27:10,464 --> 00:27:13,300
โทษสูงสุดคือ 20 ปี
ในทัณฑสถานรัฐ

391
00:27:15,844 --> 00:27:19,097
เราถูกจับในข้อหาไปเที่ยวบาร์

392
00:27:19,181 --> 00:27:21,016
แล้วยังไง ก็เป็นส่วนหนึ่ง
ของประสบการณ์

393
00:27:24,853 --> 00:27:26,730
มีบาร์แห่งหนึ่งชื่อว่า San Remo

394
00:27:26,813 --> 00:27:31,026
ที่ทุกคนมีความเป็นเกย์

395
00:27:31,109 --> 00:27:33,070
ฉลาดสุดๆ หรือมีความสร้างสรรค์มากๆ

396
00:27:33,153 --> 00:27:34,738
(แดนนี ฟีลด์ส)

397
00:27:34,821 --> 00:27:39,868
มีทั้งเอ็ดเวิร์ด อัลบี
แอนดี วอร์ฮอล และแจสเปอร์ จอห์นส์

398
00:27:39,952 --> 00:27:44,665
และใจกลางของทุกอย่าง
คือโลกศิลปะที่ขยายอย่างรวดเร็ว

399
00:27:45,666 --> 00:27:49,628
เงินทอง ปาร์ตี้ อำนาจ

400
00:27:50,420 --> 00:27:52,047
วงการภาพยนตร์กำลังมาแรง

401
00:27:52,130 --> 00:27:54,716
เทศกาลภาพยนตร์นิวยอร์ก
ศูนย์ลินคอล์น

402
00:27:54,800 --> 00:27:57,553
ทุกอย่างเกิดขึ้นช่วงกลางทศวรรษ 60

403
00:27:57,636 --> 00:28:03,684
เป็นความล้นแบบ… แคมป์เกินเหตุ

404
00:28:04,434 --> 00:28:09,690
สไตล์แคมป์เป็นอะไร
ที่จะมีการทดลองมาก

405
00:28:09,773 --> 00:28:11,358
เหมือนที่แจ็ก สมิธทำ

406
00:28:22,661 --> 00:28:24,746
(ต้นปี 1964)

407
00:28:24,830 --> 00:28:28,834
โล… คืนนั้น
เป็นคืนที่มีสิ่งกระตุ้นมากเกินไป

408
00:28:28,917 --> 00:28:30,752
ในคืนก่อนวันโลกแตก

409
00:28:30,836 --> 00:28:33,088
(จอห์น เคลย้ายมาอยู่กับนักประพันธ์
โทนี คอนราดที่หมายเลข 56 ลัดโลว์)

410
00:28:33,172 --> 00:28:38,510
ที่หมายเลข 56 ลัดโลว์
ผมแจ็ก สมิธพบแอนกัสกับโทนี

411
00:28:38,594 --> 00:28:42,681
(ผู้กำกับแจ็ก สมิธอาศัยอยู่ด้วย
กับศิลปินและนักดนตรีมากมาย)

412
00:28:42,764 --> 00:28:44,975
โทนี คอนราดเป็นคนเอาอะพารตเมนต์ไป…

413
00:28:45,058 --> 00:28:46,727
(เสียงของเฮนรี ฟลินท์)

414
00:28:46,810 --> 00:28:48,645
ที่หมายเลข 56 ลัดโลว์
ซึ่งกลายมามีความสำคัญมาก

415
00:28:48,729 --> 00:28:49,730
(ถนนลัดโลว์
ถนนแกรนด์)

416
00:28:49,813 --> 00:28:52,441
ผมไม่อยากเป็นส่วนหนึ่ง
ของระบบเศรษฐกิจ…

417
00:28:52,524 --> 00:28:53,692
(เสียงของโทนี คอนราด)

418
00:28:53,775 --> 00:28:58,280
ผมเลยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์
ราคา 25.44 เหรียญต่อเดือน

419
00:28:58,363 --> 00:29:02,618
พอข้ามมา คุณจะเห็น
ความเปลี่ยนแปลงที่แปลกมาก

420
00:29:02,701 --> 00:29:06,955
ระหว่างสารคดีโลเวอร์อีสต์ไซด์
วิถีชีวิตแบบล้ำยุค

421
00:29:07,039 --> 00:29:11,877
กับวงการศิลปะทางการ
ที่กลายเป็นอัตลักษณ์ของย่านโซโห

422
00:29:13,337 --> 00:29:15,214
แจ็กก็คงย้ายไปอยู่กับเขา

423
00:29:15,297 --> 00:29:19,092
เพื่อนบ้านข้างๆ คือ
เพียโร เฮลิกเซอร์กับเคต ภรรยาของเขา

424
00:29:19,176 --> 00:29:22,137
จากนั้นแอนกัส แม็กลีส
ก็กลับจากนิวยอร์ก

425
00:29:22,221 --> 00:29:25,933
แล้วได้ไปอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ที่สาม
บนชั้นเดียวกันที่ 56 ลัดโลว์

426
00:29:26,016 --> 00:29:30,312
แล้วยังมีมาริโอ มอนเตซ
ที่อาศัยอยู่ในตึก จอห์น…

427
00:29:30,395 --> 00:29:32,523
จอห์น เคลย้ายเข้ามาอยู่กับโทนี

428
00:29:36,527 --> 00:29:38,946
แต่ศูนย์กลางที่ถนนลัดโลว์นั้น…

429
00:29:39,029 --> 00:29:40,697
(เสียงของเอมี โทบิน)

430
00:29:40,781 --> 00:29:45,494
กลายเป็นวง The Dream Syndicate
ที่มีลามอนต์ ยัง

431
00:29:45,577 --> 00:29:47,871
ลามอนต์ มาเรียน โทนี กับผม

432
00:29:47,955 --> 00:29:51,375
เราทำอย่างนี้วันละชั่วโมงครึ่ง
ทุกวันเป็นเวลาปีครึ่ง

433
00:29:52,042 --> 00:29:56,171
ผมต้องทำเสียงโดรน ซึ่งต้องฝึก

434
00:29:56,255 --> 00:29:59,007
และเปิดโลกให้เรา
เห็นความเป็นไปได้มากมาย

435
00:30:00,759 --> 00:30:03,387
ทุกความถี่มีการรับรู้…

436
00:30:03,470 --> 00:30:04,847
(เสียงของลามอนต์ ยัง)

437
00:30:04,930 --> 00:30:07,307
โดยเปลือกสมองใหญ่ในจุดที่ต่างกัน

438
00:30:07,391 --> 00:30:12,938
ดังนั้นเมื่อเราจัดกลุ่มความถี่
ที่เล่นซ้ำไปซ้ำมา

439
00:30:13,021 --> 00:30:18,986
จะเกิดสภาวะทางจิต
ที่โดดเด่นและลึกซึ้งมาก

440
00:30:20,028 --> 00:30:23,574
เราจะสามารถได้ยินรายละเอียด
ในอนุกรมฮาร์มอนิก

441
00:30:24,575 --> 00:30:29,329
ที่งดงามและแปลกอย่างเหลือเชื่อ

442
00:30:30,747 --> 00:30:32,875
เราจะเริ่มตระหนัก

443
00:30:32,958 --> 00:30:38,422
ว่ามีพื้นที่ใหม่ๆ ของเสียง
ที่เราจะพบความพึงพอใจ

444
00:30:43,093 --> 00:30:46,513
เราไม่มีการ "ขอโน้ตเอหน่อย
เรามา…" ไม่เลย

445
00:30:46,597 --> 00:30:52,853
เราพบว่าสิ่งที่เสถียรที่สุด
ที่เราสามารถปรับเข้าหา

446
00:30:52,936 --> 00:30:56,857
คือเสียงฮัม 60 รอบของตู้เย็น

447
00:30:57,858 --> 00:31:03,197
เพราะสำหรับเราเสียงฮัม 60 รอบ
คือเสียงโดรนของอารยธรรมตะวันตก

448
00:31:07,326 --> 00:31:10,537
โดยพื้นฐานแล้ว
นั่นคือคีย์ที่เรากำลังเล่นอยู่

449
00:31:10,621 --> 00:31:14,875
ถ้าเราใช้ฮาร์มอนิกที่สาม
เป็น 60 รอบ นั่นคือสิบรอบ

450
00:31:14,958 --> 00:31:16,877
แล้วปรากฏว่าสิบรอบคือ…

451
00:31:16,960 --> 00:31:19,796
จังหวะคลื่นแอลฟาของสมอง
ตอนที่เราหลับ

452
00:31:22,382 --> 00:31:25,052
อยู่ดีๆ "เฮ้ ได้เรื่องละ"

453
00:31:27,888 --> 00:31:30,766
สิ่งที่น่าสนใจ
ของวง The Dream Syndicate

454
00:31:30,849 --> 00:31:32,935
คือดนตรีแนวมินิมอล

455
00:31:34,144 --> 00:31:37,272
สเกลเต็ม ค้างหนึ่งโน้ต

456
00:31:37,356 --> 00:31:40,234
และฟังทุกท่วงทำนองในโน้ตนั้น

457
00:31:41,610 --> 00:31:46,365
ลามอนต์ ยังจะยืดหนึ่งโน้ต
ออกไปสี่ชั่วโมง

458
00:31:46,448 --> 00:31:47,449
(โจนัส เมคัส)

459
00:31:47,533 --> 00:31:49,868
ครั้งหนึ่งผมไปกับแอนดี
ที่การแสดงของเขา

460
00:32:06,802 --> 00:32:11,014
ก่อนที่ดิฉันไป The Factory
ดิฉันได้ดู Warhol's Kiss แล้ว

461
00:32:13,809 --> 00:32:15,018
ไม่มีการระบุชื่อใดๆ

462
00:32:15,102 --> 00:32:16,353
(เสียงของเอมี โทบิน)

463
00:32:16,436 --> 00:32:18,647
ดิฉันไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้สร้าง

464
00:32:18,730 --> 00:32:22,693
เป็นซีรีส์รายสัปดาห์ โดยทุกสัปดาห์

465
00:32:22,776 --> 00:32:25,904
จะมีหนังยาวสองนาทีสี่สิบห้าวินาที

466
00:32:25,988 --> 00:32:29,867
ฉายที่ความเร็วปกติ
ซึ่งก็คือ 16 เฟรมต่อวินาที

467
00:32:33,871 --> 00:32:37,624
สิ่งที่น่าสนใจเสมอ
เกี่ยวกับหนังเงียบของวอร์ฮอล

468
00:32:37,708 --> 00:32:40,711
คือเหตุผลที่หนังไม่สมจริง

469
00:32:40,794 --> 00:32:45,507
นั่นคือหนังเหล่านี้ออกแบบมาให้ฉาย
ที่อัตรา 16 เฟรมต่อวินาที

470
00:32:45,591 --> 00:32:50,637
นั่นหมายความว่าคนในหนังจะหายใจ

471
00:32:50,721 --> 00:32:55,017
และหัวใจเต้นในระยะเวลาที่ต่าง

472
00:32:55,100 --> 00:32:57,603
จากของคุณตอนที่คุณดู

473
00:32:57,686 --> 00:33:02,649
นั่นสร้างความห่าง
เชิงสุนทรียภาพที่น่าทึ่ง

474
00:33:10,991 --> 00:33:14,077
มีที่ทำการไปรษณีย์
ในตึกเอ็มไพร์สเตต

475
00:33:15,829 --> 00:33:21,418
เรากำลังเดินไปพร้อมนิตยสาร
Film Culture ไปยังที่ทำการไปรษณีย์

476
00:33:21,502 --> 00:33:25,547
อยู่ดีๆ เราหยุดและมองตึก

477
00:33:27,799 --> 00:33:33,055
ผมพูดว่า "นี่เป็นภาพ
ที่ช่างเหมาะกับแอนดี วอร์ฮอล"

478
00:33:35,807 --> 00:33:37,518
แล้วทุกอย่างก็เริ่มจากตรงนั้น

479
00:33:50,072 --> 00:33:55,452
วอร์ฮอล หนังแนวล้ำยุค
และดนตรีแนวล้ำยุค

480
00:33:55,536 --> 00:33:58,580
ทุกอย่างเกี่ยวกับการยืดเวลา

481
00:34:22,521 --> 00:34:25,190
ในความคิดของลามอนต์ ดนตรีคือ…

482
00:34:25,274 --> 00:34:27,734
จริงๆ คือ… ผมว่าเป็นแนวคิดของจีน

483
00:34:27,818 --> 00:34:30,152
ใช่ เป็นแนวคิดของจีนเกี่ยวกับเวลา

484
00:34:30,862 --> 00:34:34,157
จริงๆ ดนตรีคงอยู่ได้หลายศตวรรษ

485
00:34:35,701 --> 00:34:41,665
นี่คือประสบการณ์การอิมโพรไวส์
ในบรรยากาศที่น่าศรัทธา

486
00:34:41,748 --> 00:34:43,583
และลึกลับมากอีกด้วย

487
00:34:45,793 --> 00:34:52,009
แล้ววันหนึ่งโทนีเดินเข้ามา
พร้อมกับปิ๊กอัพ เท่านั้นแหละ

488
00:34:53,719 --> 00:34:56,929
เราได้พลังของการขยายเสียงมา

489
00:35:02,227 --> 00:35:04,479
มีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่าง

490
00:35:05,105 --> 00:35:08,275
โทนเสียงที่แตกต่างกันและอื่นๆ
ที่ทำให้ตึกสั่นคลอน

491
00:35:12,863 --> 00:35:15,240
ทรงพลังมาก

492
00:35:15,324 --> 00:35:17,201
อย่างเวลาที่เราเล่น

493
00:35:17,284 --> 00:35:19,661
จะมีเสียงเหมือนบี-52
อยู่ในห้องนั่งเล่นคุณ

494
00:35:30,130 --> 00:35:32,049
ฉันเป็นนักวิ่งบนถนน ที่รัก

495
00:35:32,132 --> 00:35:34,134
และเธอตามฉันไม่ทัน

496
00:35:36,762 --> 00:35:39,056
ฉันเป็นนักวิ่งบนถนน ที่รัก

497
00:35:39,640 --> 00:35:41,642
และเธอตามฉันไม่ทัน

498
00:35:44,102 --> 00:35:46,522
มาสิที่รัก มาแข่งกัน

499
00:35:47,022 --> 00:35:48,899
ที่รัก ที่รัก คุณจะ

500
00:35:48,982 --> 00:35:51,026
ผมเก็บสะสมอัลบั้มร็อกแอนด์โรลมา…

501
00:35:51,109 --> 00:35:52,277
(เสียงของโทนี คอนราด)

502
00:35:52,361 --> 00:35:53,403
ด้วยความคลั่งไคล้

503
00:35:54,905 --> 00:35:59,076
จอห์นแปลกใจที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น
ตอนที่เขาย้ายมาอยู่กับผม

504
00:36:06,291 --> 00:36:08,669
เราฟังอะไรที่…

505
00:36:08,752 --> 00:36:10,420
เกี่ยวกับสิ่งที่เรา
กำลังทำกับลามอนต์

506
00:36:10,504 --> 00:36:12,256
ด้วยเสียงประสานที่เกิดขึ้น

507
00:36:12,339 --> 00:36:14,049
เสียงประสานบริสุทธิ์ และอื่นๆ

508
00:36:15,092 --> 00:36:17,719
แฮงค์ วิลเลียมส์
กับวง The Everly Brothers

509
00:36:20,013 --> 00:36:22,140
ฝัน

510
00:36:22,224 --> 00:36:24,309
"ฝัน" ฝัน

511
00:36:24,393 --> 00:36:25,978
วิธีการที่เพลงนี้เปิดมา

512
00:36:26,061 --> 00:36:29,481
เราจะได้ยินโทน
ที่แตกต่างกันมากมาย ผมรู้สึก "โห"

513
00:36:29,565 --> 00:36:32,192
ในช่วงนั้นผมตื่นตาตื่นใจ
กับร็อกแอนด์โรลมาก

514
00:36:32,276 --> 00:36:34,319
ตื่นตากับสิ่งที่วงเดอะบีเทิลส์ทำ
และ…

515
00:36:34,403 --> 00:36:36,029
และเนื้อเพลงที่เดอะบีเทิลส์ร้อง

516
00:36:36,113 --> 00:36:37,406
นี่ไม่ใช่เพลงใสๆ

517
00:36:37,489 --> 00:36:38,949
"ฉันรู้ว่าความตายรู้สึกอย่างไร

518
00:36:39,032 --> 00:36:40,909
และเธอทำให้ฉันรู้สึก
เหมือนฉันไม่เคยเกิดมาเลย"

519
00:36:40,993 --> 00:36:43,537
เดี๋ยวนะ ลูก็ชอบเขียนอะไรแบบนี้

520
00:36:43,620 --> 00:36:46,832
และจากนั้น วงที่บ้าที่สุดวงแรก
ได้ถือกำเนิดขึ้น…

521
00:36:46,915 --> 00:36:48,375
(เอมี โทบิน)

522
00:36:48,458 --> 00:36:50,544
วงนั้นชื่อว่า The Primitives

523
00:36:50,627 --> 00:36:56,842
มีจอห์น กับวอลเตอร์ เดอ มาเรีย

524
00:36:56,925 --> 00:37:00,512
และโทนีกับลู

525
00:37:01,180 --> 00:37:02,681
โอเค ขอให้ทุกคน
อยู่ในความสงบตอนนี้

526
00:37:02,764 --> 00:37:04,224
เรามีอะไรใหม่ที่อยากให้ทุกคนดู

527
00:37:04,308 --> 00:37:06,435
รับรองว่าต้องประทับใจ
เมื่อเราเข้าไปในหัวคุณ

528
00:37:06,518 --> 00:37:09,646
เตรียมตัวเลย เราจะเริ่มแล้ว
ใช่ เอาละ

529
00:37:09,730 --> 00:37:13,108
ในฐานะนักแต่งเพลงประจำ
ของค่ายเพลงทุนต่ำในลองไอส์แลนด์ซิตี

530
00:37:13,775 --> 00:37:15,110
ผมย้ายไปนิวยอร์ก

531
00:37:18,822 --> 00:37:22,868
Pickwick เป็นบริษัทเพลงทุนต่ำ
ที่ประสบความสำเร็จมาก

532
00:37:22,951 --> 00:37:25,120
อัลบั้มเพลง 99 เซนต์

533
00:37:25,204 --> 00:37:30,000
เพลงแนวเซิร์ฟ 12 เพลง
หรือเพลงแนว "เราจะเลิกกัน" 12 เพลง

534
00:37:30,083 --> 00:37:31,835
จะมีวางขายที่ร้าน Woolworths

535
00:37:36,590 --> 00:37:37,799
เขามีวิสัยทัศน์

536
00:37:37,883 --> 00:37:41,720
เขามีความสามารถเกินความสามารถตัวเอง
จะพูดอย่างนั้นก็ได้

537
00:37:42,262 --> 00:37:43,555
เขาร้องไม่ได้ เล่นดนตรีไม่ได้

538
00:37:43,639 --> 00:37:45,224
(เทอร์รี ฟิลิปส์)

539
00:37:45,307 --> 00:37:49,770
แต่ทุกอย่างที่เขาทำ
กับเสียงแตกๆ ของเขาสื่อถึงผมได้

540
00:37:50,354 --> 00:37:54,608
เราตั้งใจที่จะเบิกทางใหม่กับลู
ซึ่งสุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จ

541
00:37:57,694 --> 00:37:59,863
โทนีได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้

542
00:37:59,947 --> 00:38:02,699
พอเราไปที่นั่น มีชายคนหนึ่ง
เดินมาหาเราแล้วพูดว่า "เฮ้

543
00:38:02,783 --> 00:38:04,117
พวกคุณดูจะขายออกได้ง่ายๆ

544
00:38:04,201 --> 00:38:05,869
อยากมาโปรโมตอัลบั้มไหม

545
00:38:05,953 --> 00:38:08,080
มาที่ลองไอส์แลนด์ซิตีสิ"

546
00:38:08,163 --> 00:38:13,252
ปรากฏว่าเป็น Pickwick Records
และนักแต่งเพลงในเวลานั้นคือลู รีด

547
00:38:15,712 --> 00:38:19,716
ตอนที่ผมพบลู เราจ้องกันไปมา

548
00:38:20,634 --> 00:38:23,762
เราดื่มกาแฟ ส่วนผมมีวิโอลา

549
00:38:23,846 --> 00:38:25,848
โอ้ อีกหนึ่งครั้ง

550
00:38:27,349 --> 00:38:29,560
ช่วงนั้นผมยังเล่นวิโอลาคลาสสิก

551
00:38:29,643 --> 00:38:33,021
ที่เน้นไวบราโต มีความคลาสสิกมาก

552
00:38:33,105 --> 00:38:34,731
ไพเราะมาก

553
00:38:34,815 --> 00:38:39,319
แล้วลูพูดว่า "นั่นไง นึกอยู่แล้ว
ว่าคุณถือไพ่เหนือกว่าผม"

554
00:38:41,655 --> 00:38:43,657
ทุกคนคว่ำหน้าลงเลย

555
00:38:43,740 --> 00:38:45,409
พร้อมหรือยัง

556
00:38:45,492 --> 00:38:48,245
ผมอยากร่วม
แต่งเพลงกับพวกเขา

557
00:38:48,328 --> 00:38:52,416
ผมบอกพวกเขาเสมอว่าเราน่าจะแต่งสดกัน

558
00:38:52,499 --> 00:38:54,585
ซึ่งทุกคนเห็นด้วย

559
00:38:54,668 --> 00:38:57,671
น่าสนใจที่เขาเป็นคนหลักในการแต่งเลย

560
00:38:57,754 --> 00:39:02,926
เขาเป็นนักแต่งเพลง
พอเขาเริ่มเล่นทำนองขึ้นมา ผมชอบมาก

561
00:39:03,010 --> 00:39:07,598
จากนั้นทั้งจอห์นและคนอื่นๆ
ก็ร่วมใส่กันเต็มที่

562
00:39:07,681 --> 00:39:09,975
เราเลยได้เพลง The Ostrich มา

563
00:39:10,058 --> 00:39:12,311
ซึ่งเป็นเพลง
ที่โปรดิวเซอร์ชื่อดังหลายคน

564
00:39:12,394 --> 00:39:16,398
อย่างวอร์เรน ทอมป์สัน
จาก Elektra Records ต่างชื่นชอบ

565
00:39:16,481 --> 00:39:20,110
- ทำอย่างนกกระจอกเทศ
- โว้ โว้ โว้ โว้ เย้

566
00:39:20,194 --> 00:39:23,614
หันไปทางซ้าย
แล้วเอาเท้าขึ้นด้านซ้าย

567
00:39:24,489 --> 00:39:25,532
ทำดีมาก

568
00:39:26,491 --> 00:39:29,077
เพลงนี้แต่งบนกีตาร์
ที่ปรับให้เล่นโน้ตเดียว

569
00:39:29,161 --> 00:39:33,957
กีตาร์ส่งเสียงที่ดังมาก
ส่วนลูก็เล่นแทมบูรีนและร้องเพลง

570
00:39:34,041 --> 00:39:36,001
เขาปล่อยไปตามธรรชาติเลย

571
00:39:36,084 --> 00:39:38,879
เสียงแบบนั้นเลย
เวลาที่เรานึกถึงหนุ่มๆ

572
00:39:38,962 --> 00:39:41,882
รวมตัวเล่นดนตรีกันในโรงรถ

573
00:39:41,965 --> 00:39:43,425
สุดยอดมาก

574
00:39:43,509 --> 00:39:45,552
ผมขาดสิ่งนั้นไปในวัยเด็กของผม

575
00:39:48,096 --> 00:39:51,350
จากนั้นเราได้เล่นในรายการ
เดียวกับเชอร์ลี เอลลิส หรือ…

576
00:39:51,433 --> 00:39:54,269
"โบนานาบานา ฟีโฟฟัม"
รู้จักไหม เพลงนั้น

577
00:39:54,353 --> 00:39:58,273
แล้วดีเจก็พูดว่า "เย้ เยี่ยมเลย
เรามีวงดนตรีวงหนึ่ง"

578
00:39:58,357 --> 00:40:00,901
เขาพูดว่า "วง The Primitives
ส่งตรงจากนครนิวยอร์ก

579
00:40:00,984 --> 00:40:03,195
มาพร้อมเพลงยอดนิยมล่าสุด
'The Ostrich'"

580
00:40:06,573 --> 00:40:11,495
ผมแทบไม่อยากเชื่อ
ฟ้าทำพลาดหรือเปล่า

581
00:40:11,578 --> 00:40:13,038
(เสียงของโทนี คอนราด)

582
00:40:13,121 --> 00:40:14,998
มันผิดที่ผิดทางมาก

583
00:40:15,082 --> 00:40:21,630
ผมไม่เคยคิดที่จะใช้วิธีนี้
เบิกทางเส้นทางดนตรีของผม

584
00:40:23,215 --> 00:40:27,511
ที่ Pickwick ผมขอบอก
ว่าเขามีประวัติที่โชกโชนมาก

585
00:40:27,594 --> 00:40:31,890
เรื่องการเมายา การป่วย

586
00:40:31,974 --> 00:40:37,604
การล้มลง การที่ผมต้องรีบ
พาเขาไปโรงพยาบาล

587
00:40:38,397 --> 00:40:41,650
ถ้าให้พูดตรงๆ
นั่นคือหนึ่งเหตุผลที่ผม

588
00:40:41,733 --> 00:40:46,572
คิดอยากจะยุติความสัมพันธ์
แม้ผมจะคิดว่าเขามีความสามารถมาก

589
00:40:47,072 --> 00:40:51,326
ลูบอกว่า "พวกเขาไม่ยอม
ทำเพลงที่ผมอยากทำ"

590
00:40:51,827 --> 00:40:54,705
ผมฉุนเลย ผมพูดว่า "อะไรนะ"

591
00:40:55,497 --> 00:40:58,083
ผมถามว่า "แล้วคุณอยากทำเพลงอะไร"

592
00:40:58,166 --> 00:40:59,960
เขาเล่นเพลงอื่นๆ ของเขาให้ผมฟัง

593
00:41:00,043 --> 00:41:03,297
ผมเขียนถึงความเจ็บปวด

594
00:41:03,380 --> 00:41:06,383
และผมเขียนถึงสิ่งที่เจ็บ

595
00:41:06,466 --> 00:41:11,054
ผมเขียนถึงโลกความเป็นจริง
ที่ผมรู้จัก หรือที่เพื่อนๆ ผมรู้จัก

596
00:41:11,138 --> 00:41:13,891
หรือสิ่งที่ผมได้เห็น ได้ยิน หรือ…

597
00:41:13,974 --> 00:41:18,937
ผมสนใจที่จะสื่อสาร
กับคนที่อยู่นอกสังคม

598
00:41:19,021 --> 00:41:20,355
เขาบอกว่า "เหตุผล
ที่พวกเขาไม่ยอมน่ะเหรอ"

599
00:41:20,439 --> 00:41:22,274
เพราะคนจะบ่นเกี่ยวกับเพลงพวกนี้

600
00:41:22,357 --> 00:41:25,027
ว่าเป็นเพลง
ที่ส่งเสริมการใช้ยาเสพติด

601
00:41:25,110 --> 00:41:26,570
แต่เพลงไม่ได้เกี่ยวกับยาเสพติด

602
00:41:26,653 --> 00:41:30,866
แต่เกี่ยวกับกลุ่มคนที่ป่วย
และไม่พอใจกับชีวิตของตัวเอง

603
00:41:30,949 --> 00:41:32,534
ทำไมเราไม่ทำเองเลย

604
00:41:32,618 --> 00:41:39,541
ในปี 1964 อะพาร์ตเมนต์ห้องเดิม
ที่ลัดโลว์ ตอนนั้นเหลือเคลกับรีด

605
00:41:39,625 --> 00:41:42,461
"I'm Waiting for the Man"
คำร้องและดนตรีโดย ลู รีด

606
00:41:58,560 --> 00:42:01,939
การทำตัวเป็นปฏิปักษ์มีประโยชน์

607
00:42:02,606 --> 00:42:05,651
เพราะเป็นการระบุจุดยืนของตัวเอง

608
00:42:05,734 --> 00:42:10,447
และระบุจุดยืนของฝ่ายตรงข้าม
และพัฒนาต่อจากตรงนั้น

609
00:42:11,698 --> 00:42:14,117
สิ่งที่เราเข้าใจเกี่ยวกับตัวเรา

610
00:42:14,201 --> 00:42:17,412
และความไม่พอใจที่เรามี
ต่อสิ่งอื่นๆ ซึ่งได้ผล

611
00:42:17,496 --> 00:42:20,707
เปล่าครับ
ไม่ได้คิดเรื่องนั้นในหัวเลย

612
00:42:20,791 --> 00:42:22,751
แค่มารอเพื่อนที่รักมาก
คนหนึ่งเท่านั้น

613
00:42:22,835 --> 00:42:26,004
อืม เขาจะ…
เขาจะพูดตลอดว่า "เฮ้ย

614
00:42:26,088 --> 00:42:30,092
มันเกิดขึ้นได้ยังไง จากเวลส์เหรอ"

615
00:42:31,718 --> 00:42:35,180
เขาให้ผมดูเนื้อเพลง "Venus in Furs"
กับ "I'm Waiting for the Man"

616
00:42:35,264 --> 00:42:39,059
ผมมองว่าเนื้อเพลงของสองเพลงนี้
มีความสอดคล้อง เขียนมาดีมาก

617
00:42:39,142 --> 00:42:44,439
แต่ผมพูดว่า "เดี๋ยวก่อน
ดนตรีไม่ได้เสริมเนื้อเพลงเลย"

618
00:42:44,523 --> 00:42:46,692
ผมตื่นเต้นมาก
ผมน่าจะทำให้ลูตื่นเต้นด้วย

619
00:42:46,775 --> 00:42:48,402
กับสิ่งที่เราสามารถทำได้

620
00:42:49,444 --> 00:42:53,532
เราลองคาลิเบรชันที่หลากหลายมาก

621
00:42:53,615 --> 00:42:57,828
เครื่องดนตรีสามชิ้น สี่ชิ้น ลองหมด

622
00:43:21,059 --> 00:43:23,228
เงาวับ เงาวับ…

623
00:43:23,312 --> 00:43:28,609
วันหนึ่งบนรถไฟใต้ดิน เขาเจอ
สเตอร์ลิงไม่สวมรองเท้าในฤดูหนาว

624
00:43:28,692 --> 00:43:31,028
เขาไม่ได้เจอสเตอร์ลิง
ตั้งแต่ซีราคิวส์

625
00:43:39,328 --> 00:43:41,413
ดิฉันเชื่อว่าเขาเห็นลู
เล่นกับวงของเขาที่ซีราคิวส์

626
00:43:41,496 --> 00:43:42,789
(มาร์ธา มอร์ริสัน)

627
00:43:42,873 --> 00:43:44,208
และเชื่อว่าเขาอยากร่วมด้วย

628
00:43:45,083 --> 00:43:47,127
ดิฉันว่าเขาแค่อยากทำ เขาพร้อม

629
00:43:47,211 --> 00:43:49,880
เขาเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 15
เรียนด้วยตัวเอง

630
00:43:49,963 --> 00:43:52,966
เขาจะถือกีตาร์ในงานปาร์ตี้ตลอด

631
00:43:53,050 --> 00:43:56,386
นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะทำ
และ… นี่คือโอกาส

632
00:43:56,470 --> 00:43:58,096
(สเตอร์ลิง)

633
00:43:58,180 --> 00:44:01,725
อยู่ดีๆ เราก็มีมือกีตาร์
ที่ใส่ใจกับการโซโล่กีตาร์

634
00:44:02,184 --> 00:44:04,478
ลูกับผมจะนั่งเล่นและอิมโพรไวส์

635
00:44:04,561 --> 00:44:07,147
ส่วนสเตอร์ลิงจะเล่นโซโล่

636
00:44:08,106 --> 00:44:11,902
เขาเล่นดีมาก
สไตล์วง The Isley Brothers

637
00:44:12,611 --> 00:44:16,031
เขาเป็นธรรมชาติมาก… และอ่อนโยน

638
00:44:18,408 --> 00:44:24,581
ความคิดที่จะเอาแนวอาร์แอนด์บี
มารวมกับแวกเนอร์ใกล้มาแล้ว

639
00:44:29,253 --> 00:44:33,674
(โม)

640
00:44:33,757 --> 00:44:36,552
วันหนึ่งฉันเรียนเสร็จ
และกำลังขับรถกลับบ้าน

641
00:44:36,635 --> 00:44:41,306
วิทยุเล่นเพลง "Not Fade Away"
ในเวอร์ชันของโรลลิงสโตนส์

642
00:44:41,390 --> 00:44:46,144
แล้วต้องไปจอดข้างทาง
เพราะตื่นเต้นเกินที่จะขับต่อ

643
00:44:48,772 --> 00:44:50,774
พวกเขากำลังหามือกลอง

644
00:44:50,858 --> 00:44:53,861
ดิฉันเลยบอกว่า
"น้องสาวของจิมตีกลอง"

645
00:44:54,736 --> 00:44:56,488
ดิฉันขับรถพาลูไปหาเธอ

646
00:44:58,282 --> 00:45:01,410
แล้วมอรีน
เป็นน้องสาวของเพื่อนเก่าผม…

647
00:45:01,493 --> 00:45:02,744
(เสียงของสเตอร์ลิง มอร์ริสัน)

648
00:45:02,828 --> 00:45:06,081
ที่เรียนที่ซีราคิวส์เหมือนกัน
และเป็นเพื่อนกับลูด้วย

649
00:45:06,164 --> 00:45:11,170
ที่ผ่านมามอรีนเล่นอยู่
กับวงดนตรีผู้หญิงที่ลองไอส์แลนด์

650
00:45:11,253 --> 00:45:12,713
ต่อมาวงแตก

651
00:45:13,755 --> 00:45:16,258
เธอเลยมา…

652
00:45:16,341 --> 00:45:18,260
ไม่รู้สิ มาเล่นกลองนิดๆ หน่อยๆ

653
00:45:18,343 --> 00:45:20,762
มาเล่นสนุกๆ เฉยๆ

654
00:45:20,846 --> 00:45:23,056
ไม่รู้สิ เราเป็นกันเองมาก

655
00:45:25,142 --> 00:45:27,769
แล้วพอเธอกลับถึงบ้าน
ประมาณห้าโมงเย็น

656
00:45:27,853 --> 00:45:29,438
เธอก็จะเปิดเพลงของโบ ดิดลีย์

657
00:45:29,521 --> 00:45:31,940
แล้วเล่นทุกคืน
ตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันเที่ยงคืน

658
00:45:32,024 --> 00:45:34,651
เราเลยคิดว่าเธอน่าจะเป็นมือกลอง
ที่ลงตัว ซึ่งก็จริง

659
00:45:35,777 --> 00:45:38,906
สนุกค่ะ ดิฉันก็ตื่นเต้นมาก…

660
00:45:38,989 --> 00:45:40,365
(มอรีน ทักเกอร์)

661
00:45:40,449 --> 00:45:42,492
ที่จะได้มีโอกาสเล่นสดร่วมกับคนอื่น

662
00:45:42,576 --> 00:45:45,495
ดิฉันไม่เคยเล่นร่วมกับใครมาก่อน
ก็เลยสนุกค่ะ

663
00:45:49,082 --> 00:45:51,710
วิธีที่เราท้าทายความสามารถ
ของบ็อบ ดิลลัน

664
00:45:51,793 --> 00:45:55,130
คือการขึ้นเวทีและอิมโพรไวส์
เพลงต่างออกไปทุกคืน

665
00:45:55,214 --> 00:45:56,715
ลูเชี่ยวชาญเรื่องนี้มาก

666
00:45:56,798 --> 00:46:00,052
เขาสามารถด้นเนื้อเพลงสดได้เสมอ
เกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้

667
00:46:00,719 --> 00:46:04,306
เขาจะเข้ามา นั่งลงพร้อมกีตาร์
ส่วนผมก็เล่นวิโอลา

668
00:46:04,389 --> 00:46:06,016
แล้วเขาก็จะเริ่มเพลง

669
00:46:08,143 --> 00:46:11,772
อยู่ดีๆ ก็จะมีเนื้อเพลง
ที่แปลกประหลาดมาก

670
00:46:11,855 --> 00:46:15,901
ร้องไปร้องมา
ในที่สุดเราจะได้อะไรเสมอ

671
00:46:16,777 --> 00:46:20,697
เราจะไม่รู้เลย
ว่าลูหรือจอห์นจะดึงออกนอกโลกเมื่อไร

672
00:46:20,781 --> 00:46:23,408
จะเล่นอะไรก็ไม่มีใครเดาทางได้

673
00:46:23,492 --> 00:46:25,577
ดิฉันรู้สึกว่าหน้าที่ดิฉัน
คือการอยู่ตรงนั้น

674
00:46:25,661 --> 00:46:28,664
พอพวกเขาพร้อมจะกลับมา
ดิฉันก็พร้อม

675
00:46:29,373 --> 00:46:33,669
ลูซึ่งอยู่ข้างๆ ดิฉัน…
เหมือนมีกำแพงเสียงผุดขึ้นมา

676
00:46:35,754 --> 00:46:38,757
ดิฉันต้องมองปากเขา เพื่อที่จะรู้
ว่าเราอยู่ช่วงไหนของเพลง

677
00:46:41,343 --> 00:46:43,428
หลักๆ คือดิฉันจะไปตามลู

678
00:46:45,097 --> 00:46:48,684
นอกเหนือจากเนื้อเพลง
ที่เขาเขียนได้ดี

679
00:46:48,767 --> 00:46:51,103
ผมสนใจการอิมโพรไวส์ของเขา

680
00:46:54,857 --> 00:46:58,485
ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างมาก
จากจิตใต้สำนึกโดยตรง

681
00:46:58,569 --> 00:47:02,322
พอผมได้ฟังเรื่องราวของลู
เกี่ยวกับการบำบัดด้วยการช็อก

682
00:47:03,115 --> 00:47:05,951
ผมเรียบเรียงทุกอย่างในหัว

683
00:47:08,954 --> 00:47:11,456
ความเกี่ยวเนื่อง
ของเรื่องนั้นกับดนตรี

684
00:47:11,540 --> 00:47:14,626
คือดนตรีนั้นจริงๆ แล้วเป็นดนตรีแนวดรีม

685
00:47:16,587 --> 00:47:20,757
สิ่งที่ผมชอบที่สุด
เกี่ยวกับร็อกแอนด์โรลในสมัยนั้น

686
00:47:20,841 --> 00:47:23,427
คือลักษณะการซ้ำของริฟ

687
00:47:23,510 --> 00:47:26,138
เราจะรังสรรค์หนึ่งริฟอย่างไร

688
00:47:26,221 --> 00:47:31,351
ให้คงอยู่อย่างลงตัวตลอดทั้งเพลง

689
00:47:32,269 --> 00:47:34,479
มีเสียงโดรนรวมอยู่ในนั้นแน่นอน

690
00:47:59,505 --> 00:48:01,840
ตอนที่เราตั้งวง
The Velvet Underground

691
00:48:01,924 --> 00:48:06,470
ผมมีเพลงอยู่ แล้วการที่ได้เห็น
เพลงมีชีวิตขึ้นมาเป็นสิ่งที่สุดยอด

692
00:48:07,679 --> 00:48:10,516
คือผมเป็นนักดนตรีที่เล่นในวงตามบาร์

693
00:48:14,770 --> 00:48:16,730
ในการร่วมงานส่วนใหญ่

694
00:48:16,813 --> 00:48:18,815
พอลองทำกันดูก็ออกมาไม่ดีเท่าไร

695
00:48:20,943 --> 00:48:24,404
ความแปลกประหลาดนั้น
ไม่ควรจะเกิดขึ้นที่นี่

696
00:48:25,948 --> 00:48:29,076
แล้วจะมีการตั้งมาตรฐานเสมอ

697
00:48:30,160 --> 00:48:34,164
ว่าจะต้องสง่าอย่างไร
และโหดอย่างไร

698
00:48:48,345 --> 00:48:53,475
บูทหนังที่เงาวับ เงาวับ เงาวับ

699
00:48:55,060 --> 00:48:59,356
เฆี่ยนเด็กสาวในความมืด

700
00:49:01,650 --> 00:49:06,905
มาตามกระดิ่ง ข้ารับใช้เธอ
อย่าทรยศเขา

701
00:49:08,156 --> 00:49:12,870
ตีเลย แม่นางที่รักและรักษาใจเขา

702
00:49:24,798 --> 00:49:27,217
ฉันเหนื่อย

703
00:49:28,093 --> 00:49:29,887
ฉันอ่อนล้า

704
00:49:31,221 --> 00:49:36,226
ฉันนอนหลับได้เป็นพันปี

705
00:49:37,603 --> 00:49:43,066
พันความฝันที่จะทำให้ฉันตื่น

706
00:49:44,651 --> 00:49:47,738
เสียงโดรนได้รับการยอมรับ
ทันทีที่ปล่อยเพลง Venus in Furs

707
00:49:47,821 --> 00:49:51,325
ผมรู้ว่าเรามีทางทำอะไร
กับร็อกแอนด์โรล

708
00:49:51,408 --> 00:49:52,659
ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

709
00:49:55,078 --> 00:50:00,292
ทุกอย่างที่ทำกับกีตาร์เสียงเพี้ยน
เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมาก

710
00:50:00,375 --> 00:50:02,127
เพราะผมจะพูดว่า "เฮ้ ลู

711
00:50:02,211 --> 00:50:04,880
ไม่มีทางที่ใครจะคิดออก
ว่าจะทำเสียงนี้ออกมาได้อย่างไร"

712
00:50:06,048 --> 00:50:09,009
ในบางมุม ผมแปลกใจ
กับเสียงตอบรับจากนิวยอร์ก

713
00:50:09,092 --> 00:50:12,012
ผมว่าเราทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ

714
00:50:12,095 --> 00:50:15,891
หนังเงาวับในความมืด

715
00:50:16,808 --> 00:50:21,021
ตอนนั้นผมคิดว่า
สิ่งที่เราทำนั้นกล้าหาญมาก

716
00:50:21,104 --> 00:50:23,815
จนผู้คนทึ่งและประทับใจ

717
00:50:24,691 --> 00:50:30,197
ตีเลย แม่นางที่รักและรักษาใจเขา

718
00:50:30,280 --> 00:50:32,866
Café Bizarre เป็นสถานที่เล็กๆ

719
00:50:33,492 --> 00:50:35,744
เราตื่นเต้นมากกับงานนี้ที่ได้รับ

720
00:50:36,578 --> 00:50:40,916
มีคนไม่กี่คนอยู่ที่นั่น
ไม่มีใครออกมาเต้น แปลกมาก

721
00:50:40,999 --> 00:50:43,460
บางคนหันหลังให้ฝูงชน

722
00:50:45,295 --> 00:50:47,923
พวกเขามีรังสีที่ไม่เป็นมิตร

723
00:50:48,882 --> 00:50:51,260
ค่อนข้างน่ากลัวทีเดียว

724
00:50:57,432 --> 00:51:01,478
บาร์บารา รูบิน
เป็นผู้กำกับมีระดับจากใจกลางเมือง

725
00:51:01,562 --> 00:51:04,356
เธอรู้จักบ็อบ ดิลลันเป็นอย่างดี
รู้จักแอนดี

726
00:51:04,439 --> 00:51:07,651
เธอพยายามหนักมากที่จะรวบรวมทุกคน

727
00:51:07,734 --> 00:51:11,154
เธอเข้ามาที่ The Factory
และประกาศว่ามีวงหนึ่งที่ดาวน์ทาวน์

728
00:51:11,238 --> 00:51:13,198
ที่ทุกคนควรมาดู

729
00:51:14,533 --> 00:51:17,202
อยู่ดีๆ คนเริ่มมาที่คลับมากขึ้น

730
00:51:23,542 --> 00:51:26,461
เจราร์ดเป็นตัวแทนการเจรจา
ของ The Factory

731
00:51:26,545 --> 00:51:28,589
เขาเข้ามาหาผมและพูดว่า

732
00:51:28,672 --> 00:51:31,592
"พวกคุณได้รับเชิญให้
ไปที่ The Factory บ่ายพรุ่งนี้"

733
00:51:41,059 --> 00:51:43,854
บาร์บารา รูบิน
พาพวกเขาเข้ามา ทุกคนแต่งชุดดำ…

734
00:51:45,731 --> 00:51:47,024
แล้วก็เริ่มเล่น…

735
00:51:50,611 --> 00:51:53,447
พวกเขาเล่นเพลง "Heroin" เราก็แบบ…

736
00:51:53,947 --> 00:51:55,616
(แมรี โวโรนอฟ)

737
00:51:55,699 --> 00:51:57,910
ไม่น่าเชื่อ เสียงตอบรับดีมาก

738
00:52:00,996 --> 00:52:06,168
สิ่งที่สร้างกำลังใจ
และแรงบันดาลใจอย่างมาก

739
00:52:06,251 --> 00:52:10,255
คือพอเราไปถึง The Factory
ทุกอย่างเป็นเรื่องงาน

740
00:52:12,591 --> 00:52:14,968
ทุกวันที่ผมเดินเข้าไป
เขามาถึงที่นั่นก่อนผมเสมอ

741
00:52:15,052 --> 00:52:17,429
เขาจะถามว่า "คุณเขียนเพลงมากี่เพลง"

742
00:52:17,513 --> 00:52:20,557
"ผมเขียนสิบเพลง" แล้วเขาจะพูดว่า
"คุณนี่อู้จัง

743
00:52:20,641 --> 00:52:22,267
ทำไมไม่เขียนมาสัก 15 เพลง"

744
00:52:24,603 --> 00:52:26,313
มีคนเข้ามา มีคนออกไป

745
00:52:26,396 --> 00:52:29,650
ใบหน้าที่เราคุ้นเคย
จะเข้ามา แล้วก็ออกไป

746
00:52:32,945 --> 00:52:35,072
ทุกอย่างเป็นการค้า

747
00:52:36,949 --> 00:52:40,953
ฉันไม่รู้

748
00:52:44,331 --> 00:52:46,542
ว่าฉันกำลังไปไหน

749
00:52:54,716 --> 00:52:57,135
แต่ฉัน

750
00:52:59,221 --> 00:53:01,682
จะพยายาม

751
00:53:01,765 --> 00:53:05,769
ชิงอาณาจักรหากทำไหว

752
00:53:05,853 --> 00:53:09,356
เพราะนั่นทำให้รู้สึก
ว่าตัวเองเป็นผู้ชาย

753
00:53:09,439 --> 00:53:12,442
เมื่อเอาเข็มจิ้มเข้าเส้นเลือด

754
00:53:13,026 --> 00:53:16,321
และบอกเธอว่า
ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

755
00:53:16,405 --> 00:53:19,408
เมื่อฤทธิ์ยาพัดพาฉันไป

756
00:53:19,491 --> 00:53:22,578
และรู้สึกเหมือนเป็นบุตรพระเยซู

757
00:53:22,661 --> 00:53:25,914
สงสัยฉันแค่ไม่รู้

758
00:53:25,998 --> 00:53:29,668
และสงสัยฉันไม่รู้เลย

759
00:53:31,461 --> 00:53:33,755
แอนดีเป็นเทพ

760
00:53:33,839 --> 00:53:37,467
เขาเป็นสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก

761
00:53:38,343 --> 00:53:41,930
เขาเหมือนพ่อ
ที่พูดว่า "ได้ๆ ได้" เสมอ

762
00:53:42,014 --> 00:53:47,644
ผมว่าบุคลิกของเขาด้านนี้
ทำให้ทุกคนมาที่ The Factory

763
00:53:47,728 --> 00:53:49,271
พวกเขารู้สึกว่าที่นั่นเป็นบ้าน

764
00:53:49,354 --> 00:53:51,940
เมื่อเลือดเริ่มจะไหลเวียน

765
00:53:52,024 --> 00:53:55,319
เมื่อยาพุ่งขึ้นไปตามลำคอคนเสพ

766
00:53:55,402 --> 00:53:58,572
เมื่อฉันเข้าใกล้ความตาย

767
00:54:05,454 --> 00:54:08,957
ไม่มีใครช่วยได้ พวกนายช่วยไม่ได้

768
00:54:09,041 --> 00:54:11,835
สาวสวยก็ช่วยไม่ได้
ด้วยคำหวานของพวกเธอ

769
00:54:11,919 --> 00:54:13,420
ดิฉันอยากทำให้เขาประทับใจ

770
00:54:15,005 --> 00:54:18,800
เขาเหมือนเป็นคนดู
ดิฉันอยากจะมีคนดูเหลือเกิน

771
00:54:18,884 --> 00:54:21,720
เอาละ แค่… คุณไม่ต้องทำอะไร

772
00:54:22,596 --> 00:54:24,056
ทำเท่าที่ทำอยู่นั่นแหละ

773
00:54:31,104 --> 00:54:32,105
แค่นั้น

774
00:54:36,527 --> 00:54:37,986
ไม่มีการกำกับ

775
00:54:40,155 --> 00:54:41,240
เฮโรอีน

776
00:54:41,323 --> 00:54:42,991
วอร์ฮอลไม่พูดสักแอะ

777
00:54:43,075 --> 00:54:45,953
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภาพของเขา
จุดประกายความเคลื่อนไหว

778
00:54:46,036 --> 00:54:47,663
เพราะเขาไม่พูดสักแอะ

779
00:54:47,746 --> 00:54:49,665
ต้องทำฉันตายแน่

780
00:54:49,748 --> 00:54:51,959
เราเลยถูกกระตุ้นให้ทำอะไรสักอย่าง

781
00:54:58,841 --> 00:55:04,263
เฮโรอีน

782
00:55:05,889 --> 00:55:08,100
มองตรงมาที่กล้อง

783
00:55:08,183 --> 00:55:09,601
(เสียงของเอมี โทบิน)

784
00:55:09,685 --> 00:55:12,271
พยายามอย่าขยับ อย่ากะพริบตา

785
00:55:14,439 --> 00:55:16,024
ถือว่าเป็นทักษะจริงๆ

786
00:55:16,108 --> 00:55:18,944
แล้วฉันจะมีสภาพดีกว่าตาย

787
00:55:38,297 --> 00:55:41,800
และขอบคุณพระเจ้าที่ฉันไม่สนเลย

788
00:55:41,884 --> 00:55:45,095
และคงเป็นเพราะฉันไม่รู้เลย

789
00:55:45,179 --> 00:55:48,640
โอ้ และคงเป็นเพราะฉันไม่รู้เลย

790
00:55:57,191 --> 00:56:02,529
เฮโรอีน

791
00:56:04,656 --> 00:56:06,158
ต้องทำฉันตายแน่

792
00:56:06,241 --> 00:56:09,369
เราเป็นสปอนเซอร์ให้วงดนตรีใหม่
ชื่อว่า The Velvet Underground

793
00:56:09,870 --> 00:56:11,955
เนื่องจากผมเลิกเชื่อในภาพวาดแล้ว

794
00:56:12,039 --> 00:56:14,666
ผมว่านี่เป็นทางที่ดีในการรวม…

795
00:56:14,750 --> 00:56:18,712
และเรามีโอกาสนี้
ที่จะรวมดนตรีกับศิลปะ

796
00:56:18,795 --> 00:56:21,882
และภาพยนตร์เข้าด้วยกัน

797
00:56:21,965 --> 00:56:24,968
และเรายังได้ทำงานใน…

798
00:56:25,052 --> 00:56:26,678
ดิสโก้เทคที่ใหญ่ที่สุดในโลก

799
00:56:51,453 --> 00:56:52,746
ผมจะบอกให้

800
00:56:53,288 --> 00:56:57,125
และแทบทุกอย่าง
ในเดือนมิถุนายน ไม่นานที่ผ่านมา…

801
00:56:58,043 --> 00:57:00,921
- มาหรือยัง
- รายการปัจจุบัน…

802
00:57:03,340 --> 00:57:05,717
มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมากมาย

803
00:57:05,801 --> 00:57:07,427
ในแง่ของธุรกิจ

804
00:57:07,511 --> 00:57:09,680
มีไพ่โลกขึ้นในตำแหน่งนี้

805
00:57:09,763 --> 00:57:11,598
นั่นหมายถึงความสำเร็จและความสุข

806
00:57:11,682 --> 00:57:13,392
อย่างยิ่งยวดที่จะมาถึง

807
00:57:13,475 --> 00:57:15,853
และวงล้อแห่งโชคชะตา ซึ่ง…

808
00:57:15,936 --> 00:57:20,691
บ่งบอกถึงความทะเยอทะยาน และรวมถึง…

809
00:57:20,774 --> 00:57:23,610
เพื่อนสนิท คนที่ใกล้ชิด

810
00:57:23,694 --> 00:57:27,155
ไม่ค่อยมีความขัดแย้งในช่วงนี้

811
00:57:27,906 --> 00:57:30,659
ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง
หรืออะไรอย่างนั้น

812
00:57:30,742 --> 00:57:32,369
นั่นเป็นเพราะตอนนี้เราไม่ได้ทำงาน

813
00:57:32,452 --> 00:57:34,246
ใบนี้แสดง…

814
00:57:41,670 --> 00:57:45,841
การงาน ธุรกิจ…
อาชีพของคุณ อะไรประมาณนั้น

815
00:57:45,924 --> 00:57:49,178
มีการแข่งขันสูงมาก… ตลอดเวลา

816
00:57:49,720 --> 00:57:52,806
จะมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา

817
00:57:56,351 --> 00:57:59,897
ส่วนใหญ่แล้ว คนที่มาที่ The Factory

818
00:57:59,980 --> 00:58:02,149
มาเพราะมีกล้องถ่ายอยู่

819
00:58:02,232 --> 00:58:07,738
พวกเขาคิดว่าอาจมีโอกาสมีชื่อเสียง
พวกเขาจะได้เป็นดารา

820
00:58:15,245 --> 00:58:17,831
อนาคตดูสดใสมาก มีความหยั่งรู้ใหม่ๆ

821
00:58:17,915 --> 00:58:19,750
และมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

822
00:58:20,375 --> 00:58:25,714
อุดมคติบางอย่าง
เกี่ยวกับความงามของผู้หญิง

823
00:58:26,548 --> 00:58:31,220
และถ้าคุณมีไม่ถึง…

824
00:58:31,303 --> 00:58:33,889
แล้วใครกันจะมีถึง

825
00:58:35,057 --> 00:58:36,934
นั่นเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก

826
00:58:38,644 --> 00:58:40,521
ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับผู้หญิง

827
00:58:41,355 --> 00:58:46,068
และถ้าคุณยอมรับไม่ได้
ถึงข้อเท็จจริงที่ว่าคุณถูกให้ค่า

828
00:58:46,151 --> 00:58:47,986
จากหน้าตาเป็นหลัก

829
00:58:52,241 --> 00:58:54,826
ก็จบ

830
00:58:57,788 --> 00:58:59,414
วันหนึ่งเราทำงานอยู่ที่ The Factory

831
00:58:59,498 --> 00:59:00,874
(เสียงของบิลลี เนม)

832
00:59:00,958 --> 00:59:02,835
แล้วเจราร์ดเพิ่งกลับมาจากยุโรป

833
00:59:02,918 --> 00:59:08,131
เขามีเพลงความเร็ว 45 รอบต่อนาที
และเป็นเสียงที่แปลก…

834
00:59:08,215 --> 00:59:11,760
ว่าฉันจะสนว่าเธอรักฉัน

835
00:59:11,844 --> 00:59:14,137
ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะสน

836
00:59:14,221 --> 00:59:19,059
(นิโก)

837
00:59:19,142 --> 00:59:21,520
เธอได้เล่นหนังเรื่อง La Dolce Vita

838
00:59:21,603 --> 00:59:23,522
อนิตา เอ็กเบิร์กเป็นนางเอก

839
00:59:23,605 --> 00:59:28,443
แต่นิโกเป็นเหมือนใบหน้าลับ
ในหนังที่ทุกคนเห็น

840
00:59:28,527 --> 00:59:30,612
เพราะเธอสวยจนลืมไม่ลงจริงๆ

841
00:59:35,409 --> 00:59:37,995
ในที่สุดนิโกก็มานิวยอร์ก

842
00:59:41,206 --> 00:59:45,502
พอลเริ่มสนใจนิโกในแง่ของการโปรโมต

843
00:59:47,045 --> 00:59:52,759
พอลเริ่มทำให้แอนดีเชื่อ
ว่าจะมีแค่วงร็อกแอนด์โรลไม่ได้

844
00:59:52,843 --> 00:59:57,431
เพราะลูไม่ได้มีหน้าตาหล่ออะไร

845
00:59:57,514 --> 01:00:00,976
เสียงเขาก็ไม่ได้ดีอะไร
"ต้องมีสาวสวยในวงด้วย"

846
01:00:06,940 --> 01:00:10,777
แอนดีแทบจะต้องขอร้อง
กว่าลูจะยอมทำ

847
01:00:15,866 --> 01:00:18,702
เธอออกไปอีกแล้ว

848
01:00:18,785 --> 01:00:21,622
ดิฉันรู้ว่าช่วงแรก
พวกเขาหงุดหงิดแทบตาย

849
01:00:21,705 --> 01:00:24,625
ที่เธอคงระดับเสียงสูงต่ำไม่ได้เลย

850
01:00:27,544 --> 01:00:32,174
น่าจะเป็นจอห์นอีกนั่นแหละ
ที่คิดออกว่าจะทำอย่างไรกับเสียงนั้น

851
01:00:36,178 --> 01:00:37,721
ส่วนใหญ่จะแปลกมาก

852
01:00:37,804 --> 01:00:39,890
ที่เธอทำอย่างนี้ไม่ได้
ทำอย่างนั้นไม่ได้

853
01:00:39,973 --> 01:00:42,601
แล้วอยู่ดีๆ เธอทำทุกอย่างได้ดีมาก

854
01:00:43,644 --> 01:00:45,187
ดิฉันต้องเรียนรู้

855
01:00:54,279 --> 01:00:58,408
อยู่ดีๆ เราได้ตระหนักถึงการโฆษณา

856
01:00:58,492 --> 01:01:02,996
และการที่มีสาวเยือกเย็นผมทอง
อยู่กลางเวที

857
01:01:03,080 --> 01:01:04,915
ข้างๆ เราที่เหลือที่แต่งชุดดำ

858
01:01:05,499 --> 01:01:09,253
ฉันจะเป็นกระจกสะท้อนตัวเธอ

859
01:01:09,336 --> 01:01:11,129
เผื่อเธอไม่รู้

860
01:01:11,213 --> 01:01:15,050
สามหรือสี่เพลงที่เธอร้อง
เหมาะที่สุดสำหรับเธอ

861
01:01:15,133 --> 01:01:18,095
ถ้าคนอื่นมาร้อง มันฟังแล้วไม่ใช่

862
01:01:20,055 --> 01:01:21,890
เธอเป็นคนลึกลับมากสำหรับเราสมาชิกวง

863
01:01:21,974 --> 01:01:23,475
(เสียงของสเตอร์ลิง มอร์ริสัน)

864
01:01:23,559 --> 01:01:25,143
เราไม่ได้มีโอกาสเดินทางมากนัก

865
01:01:25,227 --> 01:01:27,938
เราไม่ค่อยรอบรู้เท่าไร นอกจากจอห์น

866
01:01:28,730 --> 01:01:30,440
นอกจากเธอร้องเพลงได้

867
01:01:30,524 --> 01:01:34,945
เธอไม่ได้มาเพื่อยืนสวยอย่างเดียว

868
01:01:35,028 --> 01:01:37,781
โปรดเอามือลง

869
01:01:37,865 --> 01:01:40,617
เพราะฉันเห็นเธอ

870
01:01:50,419 --> 01:01:54,840
แอนดีอยากให้เธอร้องเพลงในกล่องใส

871
01:01:54,923 --> 01:01:56,717
แต่นิโกไม่ยอม

872
01:01:57,467 --> 01:02:00,304
เธอเป็นนักดนตรีที่จริงจัง
และเธออยากร้องเพลงเหล่านี้

873
01:02:01,305 --> 01:02:04,141
ความสนใจในความงามของเธอ…

874
01:02:04,224 --> 01:02:05,434
(แจ็กสัน บราวน์)

875
01:02:05,517 --> 01:02:09,062
ผมว่าไม่ได้สำคัญกับเธอเลย

876
01:02:09,146 --> 01:02:11,565
เธอจะได้ไม่กลัว

877
01:02:11,648 --> 01:02:15,652
เมื่อเธอคิดว่ากลางคืน
ได้เห็นจิตใจเธอแล้ว

878
01:02:16,320 --> 01:02:19,156
อาจจะเป็นมุมมองที่แอนดีมีต่อเธอ

879
01:02:19,239 --> 01:02:21,992
เธออยู่ห่างไกลมาก เธอเข้าถึงไม่ได้

880
01:02:22,075 --> 01:02:23,911
ผมว่าเธอไม่ได้อยากโด่งดังเป็นพลุแตก

881
01:02:23,994 --> 01:02:27,789
ผมว่าเธอเพียงแต่อยากทำงานดีๆ
งานที่ดีจริงๆ

882
01:02:28,582 --> 01:02:29,750
เพราะฉันเห็นเธอ

883
01:02:29,833 --> 01:02:32,461
เวลาที่คุณไม่มีชื่อเสียง
คุณจะถูกเปรียบเทียบกับคนนู้นคนนี้

884
01:02:32,544 --> 01:02:36,632
เธอจะโดนเปรียบเทียบ
กับมาร์ลีน ดีทรีชหรือการ์โบ

885
01:02:37,132 --> 01:02:40,260
- ฉันจะเป็นกระจกของเธอ
- สะท้อนตัวเธอ

886
01:02:41,261 --> 01:02:43,847
- ฉันจะเป็นกระจกของเธอ
- สะท้อนตัวเธอ

887
01:02:43,931 --> 01:02:45,641
ตอนนี้คนจะเปรียบเทียบคนอื่นกับเธอ

888
01:02:45,724 --> 01:02:48,894
- ฉันจะเป็นกระจกของเธอ
- สะท้อนตัวเธอ

889
01:02:50,771 --> 01:02:52,189
เราได้บางอย่างจากพวกเขา

890
01:02:52,272 --> 01:02:56,318
เราพบกับทอม วิลสัน
ซึ่งผลิตเพลงให้บ็อบ ดิลลัน

891
01:02:56,401 --> 01:02:58,403
และเรามีความคืบหน้า

892
01:02:58,487 --> 01:03:00,072
เราสามารถออกอัลบั้ม

893
01:03:00,155 --> 01:03:04,576
นอร์แมน ดอล์ฟเดินเข้ามา
เทเงิน 1,500 เหรียญให้แอนดีทำเพลง

894
01:03:05,410 --> 01:03:06,578
โห

895
01:03:07,454 --> 01:03:08,830
เรากำลังไล่ล่าอะไรสักอย่าง

896
01:03:13,627 --> 01:03:16,922
ฉันรอผู้ชายของฉันอยู่

897
01:03:21,301 --> 01:03:23,929
ในมือมีอยู่ยี่สิบหกเหรียญ

898
01:03:27,933 --> 01:03:31,353
ไปถึงเล็กซิงตัน 125

899
01:03:31,436 --> 01:03:35,440
รู้สึกป่วยและสกปรก
เหมือนตายมากกว่าเป็น

900
01:03:36,149 --> 01:03:39,278
แอนดีเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดา
และจากใจจริงผมไม่คิด

901
01:03:39,361 --> 01:03:41,947
ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้
หากไม่มีแอนดี

902
01:03:42,030 --> 01:03:43,699
ผมไม่รู้ว่าเราจะได้เซ็นสัญญาไหม

903
01:03:43,782 --> 01:03:46,785
ถ้าเขาไม่ได้ตกลงที่จะทำปกให้
หรือถ้านิโกไม่ได้สวยขนาดนั้น

904
01:03:51,039 --> 01:03:55,252
เฮ้ หนุ่มผิวขาว
นายมาไล่ต้อนหญิงสาวของเรารึ

905
01:04:03,177 --> 01:04:06,054
เราซ้อมกันหนึ่งปีเต็ม
สำหรับอัลบั้มกล้วยนั่น

906
01:04:08,223 --> 01:04:09,975
แอนดีเป็นโปรดิวเซอร์
อัลบั้มแรกของเรา

907
01:04:10,058 --> 01:04:13,353
ในแบบที่เขามายืนหายใจอยู่ในสตูดิโอ

908
01:04:13,437 --> 01:04:15,981
แต่เขาก็ทำมากกว่านั้น

909
01:04:16,064 --> 01:04:18,150
เขาทำให้เรามีโอกาสออกอัลบั้ม

910
01:04:18,233 --> 01:04:22,529
โดยไม่มีใครมาเปลี่ยนอะไรเลย
เพราะมีแอนดี วอร์ฮอล

911
01:04:25,115 --> 01:04:28,952
รองเท้าเปอร์โตริโก
กับหมวกฟางใบใหญ่

912
01:04:29,036 --> 01:04:30,954
เขาเข้าใจตัวตนของเราจริงๆ

913
01:04:31,038 --> 01:04:36,210
เข้าใจความสร้างสรรค์ของเรา
และวิธีดึงศักยภาพนั้นออกมา

914
01:04:37,044 --> 01:04:39,463
เขาสนับสนุนเราอย่างมาก

915
01:04:39,546 --> 01:04:41,381
จะต้องรอ

916
01:04:41,465 --> 01:04:45,052
ฉันรอผู้ชายของฉันอยู่

917
01:04:45,135 --> 01:04:48,680
นิโกหลงรักลู แอนดีหลงรักลู

918
01:04:49,473 --> 01:04:52,893
หนุ่มๆ สาวๆ ผู้หญิง ผู้ชาย
ต่างตกหลุมรักเขา

919
01:05:03,362 --> 01:05:06,740
ตอนนั้นผมวาดรูปแล้ว
และอยากให้คนอื่นเข้าใจ

920
01:05:06,823 --> 01:05:08,659
และกำลังมองหาที่ปลดปล่อย

921
01:05:08,742 --> 01:05:13,789
จนเพื่อนผมคนนึงเอาแผ่นเพลงมา
ตอนที่ผมอายุ 15…

922
01:05:13,872 --> 01:05:15,290
(โจนาธาน ริชแมน)

923
01:05:15,374 --> 01:05:17,125
เขาอยากแลก เพราะเขา… ไม่ใช่แนวเขา

924
01:05:17,209 --> 01:05:20,212
ส่วนผมมีแผ่นของวง Fugs
ที่ผมพอจะแลกได้

925
01:05:20,295 --> 01:05:22,589
ผมชื่นชอบท่วงทำนองของลู รีด

926
01:05:22,673 --> 01:05:26,510
"รองเท้าเปอร์โตริโกกับหมวกฟาง
ใบใหญ่"

927
01:05:28,011 --> 01:05:29,680
ความ…

928
01:05:32,683 --> 01:05:35,894
กับเสียงโดรนของเคลที่สอดแทรกอยู่

929
01:05:37,145 --> 01:05:39,064
แบบนี้ ใช่เลย

930
01:05:39,147 --> 01:05:41,733
ไม่อยากได้แผ่นนี้เหรอ
แผ่นนี้ผมต้องการ

931
01:05:41,817 --> 01:05:44,152
คนกลุ่มนี้จะเข้าใจ…
คำแรกที่ออกจากปากผม

932
01:05:44,236 --> 01:05:46,905
น่าจะเป็น "คนกลุ่มนี้จะเข้าใจฉัน"

933
01:05:49,324 --> 01:05:51,702
เขามีของพร้อม มีให้ลองลิ้มรส

934
01:05:51,785 --> 01:05:53,537
มีบางองค์ประกอบในสิ่งที่ลูกำลังทำ…

935
01:05:53,620 --> 01:05:55,163
(เสียงของเดวิด โบวี)

936
01:05:55,247 --> 01:05:58,333
ที่ถูกต้องและไม่พลาด
เป็นลักษณะการเขียนเนื้อเพลงของเขา

937
01:05:58,417 --> 01:06:03,589
ดีแลนได้นำความฉลาดรูปแบบใหม่
เข้ามาในการเขียนเพลงป็อป

938
01:06:03,672 --> 01:06:06,717
แต่ลูพาไปถึงความล้ำยุคเลย

939
01:06:06,800 --> 01:06:10,554
โดยมีรากฐานในโบดแลร์ แรงโบด์ และ…

940
01:06:10,637 --> 01:06:13,473
แต่ในเวลานั้น
สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ

941
01:06:18,645 --> 01:06:20,647
ไม่ได้รับการส่งเสริม

942
01:06:20,731 --> 01:06:23,609
สถานีวิทยุหลายแห่งไม่ยอมเปิดเพลงเรา

943
01:06:23,692 --> 01:06:26,570
เพลง "Heroin" พวกเขาไม่…
พวกเขาไม่ยอมเปิด

944
01:06:27,821 --> 01:06:29,740
แต่ MGM ก็ไม่ใช่…

945
01:06:29,823 --> 01:06:33,118
ตอนนั้นพวกเขาน่าจะตัดสินใจแล้ว
ว่า Mothers of Invention

946
01:06:33,202 --> 01:06:36,872
เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
พวกเขาเลยแทบไม่ได้ทำอะไร

947
01:06:36,955 --> 01:06:39,750
เหมือนจับเรามาเซ็นสัญญา
เพื่อที่เราจะไม่ต้องเร่ร่อน

948
01:06:39,833 --> 01:06:42,586
จนถึงพรุ่งนี้ แต่พรุ่งนี้ยังอีกไกล

949
01:06:43,670 --> 01:06:47,174
ฉันรอผู้ชายของฉันอยู่

950
01:06:48,884 --> 01:06:50,302
แล้วเดินกลับบ้าน

951
01:06:58,227 --> 01:06:59,686
โอ้ ไม่เป็นไร

952
01:07:01,396 --> 01:07:03,190
เรามารวมตัวกันที่นี่

953
01:07:03,273 --> 01:07:06,026
แอนดี วอร์ฮอล กวีเจราร์ด มาลานกา

954
01:07:06,109 --> 01:07:08,487
ตรงนั้น ถ้าหันกล้องไป
เอ็ด ซานเดอร์ส

955
01:07:08,570 --> 01:07:10,697
จากวงร็อกแอนด์โรลที่ชื่อ The Fugs

956
01:07:10,781 --> 01:07:14,576
ปีเตอร์ ออร์ลอฟสกี ซึ่งเป็นกวี
และร้องมันตราอินเดียด้วย

957
01:07:14,660 --> 01:07:17,287
อ่อ โจนัส เมคัสถ่ายหนัง
จะเห็นว่าตอนนี้เขาก็ถ่ายอยู่

958
01:07:19,414 --> 01:07:22,042
แค่ในนิวยอร์ก

959
01:07:22,125 --> 01:07:25,879
มีศิลปิน 30 หรือ 40 คน

960
01:07:25,963 --> 01:07:29,967
กำลังทำผลงานที่ไม่ได้ยึดติด
กับแขนงของตน

961
01:07:30,050 --> 01:07:32,344
แต่รวมแขนงอื่นด้วย

962
01:07:34,763 --> 01:07:38,100
เราเลยจัดเทศกาลแบบนี้เป็นครั้งแรก

963
01:07:38,183 --> 01:07:41,562
เพื่อสำรวจว่ามีอะไรอยู่บ้าง

964
01:07:41,645 --> 01:07:45,816
ในวงการศิลปะและภาพยนตร์
ที่ขยายกว้างออกไป

965
01:07:45,899 --> 01:07:49,528
นั่นเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน
หรือธันวาคม ปี 1965

966
01:07:49,611 --> 01:07:53,615
ในปี 1966 ผมเช่าโรงละคร
บนถนนหมายเลข 41...

967
01:07:53,699 --> 01:07:55,158
(โจนัส เมคัส)

968
01:07:55,242 --> 01:07:58,537
ที่ไทม์สแควร์ เราไปต่อกันที่นั่น

969
01:08:02,916 --> 01:08:07,754
Chelsea Girls เปิดตัวที่นั่น
มีการฉายหนังวอร์ฮอลหลายเรื่อง

970
01:08:16,889 --> 01:08:19,975
วัยรุ่นแมรีกล่าวกับลุงเดฟ

971
01:08:20,058 --> 01:08:23,478
"หนูขายวิญญาณ
ต้องได้รับความช่วยเหลือ

972
01:08:23,562 --> 01:08:25,731
เราตัดสินใจ
ว่าเราจะทำสื่อประสม…

973
01:08:25,814 --> 01:08:26,982
(เสียงของบิลลี เนม)

974
01:08:27,064 --> 01:08:30,068
ซึ่งเปิดให้ชมสองสามสัปดาห์
ชื่อ "Andy Warhol's Up-Tight"

975
01:08:30,652 --> 01:08:33,363
นำแสดงโดย The Velvet Underground
กับเจราร์ด มาลานกา

976
01:08:33,447 --> 01:08:36,658
และแมรี โวโรนอฟ
ทั้งเต้นรำและอีกมากมาย

977
01:08:36,742 --> 01:08:40,412
วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง
เสพยาจนดับและตัวเธอ

978
01:08:40,495 --> 01:08:42,872
บอกเธอว่าต้องทำอะไร

979
01:08:44,082 --> 01:08:46,167
เพื่อเตรียมตัว เราได้…

980
01:08:46,251 --> 01:08:48,629
ถ่าย The Velvet Underground และนิโก
ใน The Factory

981
01:08:50,130 --> 01:08:52,883
แล้วขณะที่พวกเขาแสดงสด

982
01:08:52,966 --> 01:08:56,553
บนเวทีที่หอภาพยนตร์
เรานำภาพนั้นมาฉายบนตัวพวกเขา

983
01:08:56,636 --> 01:08:59,430
ออกไปขายวิญญาณ เธอไม่เมายา

984
01:09:00,224 --> 01:09:02,350
เธอไม่รู้ คิดว่าจะซื้อได้

985
01:09:02,434 --> 01:09:06,939
ร้าน Dom Polski
ที่ถนนเซนต์มาร์กเพลส

986
01:09:07,022 --> 01:09:11,318
ในอีสต์วิลเลจมีห้องว่าง

987
01:09:11,401 --> 01:09:13,529
เราเลยอยู่ที่นั่นเดือนกว่าๆ

988
01:09:13,612 --> 01:09:19,243
และขยาย "Andy Warhol's Up-Tight"
เป็น "Exploding Plastic Inevitable"

989
01:09:22,412 --> 01:09:25,290
ที่นี่เคยเป็นบ้านแห่งชาติของโปแลนด์

990
01:09:25,374 --> 01:09:29,252
ตอนนี้เป็น The Dom
ใจกลางชีวิตกลางคืนของอีสต์วิลเลจ

991
01:09:29,336 --> 01:09:32,339
ดนตรีโดยนิโก
และ The Velvet Underground

992
01:09:32,421 --> 01:09:34,550
"The Exploding Plastic Inevitable"

993
01:09:34,633 --> 01:09:39,971
ออกแบบโดยแอนดี วอร์ฮอลแห่งวงการ
ศิลปะป็อปและดาราสาวประจำปีของเขา

994
01:09:40,055 --> 01:09:43,392
สไตล์การร้องของเธอนั้นแปลก

995
01:09:46,895 --> 01:09:48,313
(แอนดีมีอะไรสำหรับทุกคน)

996
01:09:48,397 --> 01:09:53,819
แอนดีมีวงร็อกแอนด์โรล
ที่ชื่อว่า The Velvet Underground

997
01:09:56,613 --> 01:10:01,410
ดิสโก้เทคในความคิดของเขา
คือการเปิดหอเต้นรำ

998
01:10:01,493 --> 01:10:03,954
ให้นักดนตรีของเขาไปเล่น

999
01:10:04,037 --> 01:10:06,582
ฉายหนังหลายเรื่องไปพร้อมกัน

1000
01:10:06,665 --> 01:10:10,752
เปิดแสงไฟหลากสี
ขณะที่คนเต้นหรือรับชม

1001
01:10:11,295 --> 01:10:12,671
สุดยอด

1002
01:10:16,341 --> 01:10:18,302
(แอนดี วอร์ฮอล - การแสดงสด
The Velvet Underground)

1003
01:10:20,345 --> 01:10:23,807
ผมมาเป็นมือกีตาร์ให้นิโก
ในโชว์ที่เธอเล่นที่ The Dom

1004
01:10:23,891 --> 01:10:25,517
ผมได้เล่นเปิดด้วย

1005
01:10:25,601 --> 01:10:29,396
ผมไม่ได้… ผมไม่ได้มีผลงานเพลง
ไม่ได้เป็นจุดสนใจใดๆ

1006
01:10:29,479 --> 01:10:30,564
ผมแค่เล่นเพลงหนึ่งชุด

1007
01:10:33,650 --> 01:10:36,653
มักไม่มีใครมาจนกว่าแอนดีจะมา

1008
01:10:38,113 --> 01:10:39,364
เขานี่แหละที่เป็นจุดสนใจ

1009
01:10:55,130 --> 01:10:58,425
สำหรับระเบียง
แอนดีมักจะวางโปรเจ็กเตอร์

1010
01:10:58,509 --> 01:11:02,596
มีทั้งเจล สี และไฟมากมาย

1011
01:11:06,391 --> 01:11:08,519
เนื่องจากไม่มีใครใช้ไฟเป็น

1012
01:11:08,602 --> 01:11:10,187
เราเลยให้คนดูเล่น

1013
01:11:10,270 --> 01:11:11,730
นั่นเป็นอีกเหตุผลที่เราทำเงินไม่ได้

1014
01:11:11,813 --> 01:11:14,399
คนดูจะทำพังตลอด
หรือไม่ก็จะตกระเบียงไป

1015
01:11:14,483 --> 01:11:17,861
วิธีการของแอนดีจะประมาณว่า…

1016
01:11:17,945 --> 01:11:21,907
"อ่อ ใครรู้วิธีคุมไฟบ้าง
อ่อ คุณรู้วิธีใช้ไฟไหม"

1017
01:11:28,539 --> 01:11:30,999
ผู้คนจะดูหนังของเขา

1018
01:11:31,083 --> 01:11:33,544
แต่พวกเขาดูไม่ได้
เพราะไม่มีเส้นเรื่อง

1019
01:11:33,627 --> 01:11:37,339
เลยเกิดความประหลาดที่ว่า
"นี่คือความจริงหรือเรื่องแต่ง"

1020
01:11:37,422 --> 01:11:40,342
เราก็ไม่รู้ เหมือนเป็นการสะกดจิต

1021
01:12:14,376 --> 01:12:17,588
ชั้นบนกลายเป็นวงการ
ที่พัฒนาต่อเนื่อง

1022
01:12:17,671 --> 01:12:20,674
บุคคลอย่างวอลเตอร์ ครอนไคต์
และแจ็กกี เคนเนดี

1023
01:12:20,757 --> 01:12:24,761
รวมถึงอีกหลายคนในวงสังคม
จะมาเพราะแอนดี

1024
01:12:24,845 --> 01:12:30,142
และเพราะเส้นสายของเขาในหมู่นักสะสม
ศิลปะบนถนนเซ็นทรัลปาร์กเวสต์

1025
01:12:30,225 --> 01:12:32,561
บุคคลสำคัญมากมายมาร่วมเต้นรำกัน

1026
01:12:32,644 --> 01:12:34,771
นูเรเยฟก็มาเต้นรำ

1027
01:12:34,855 --> 01:12:38,025
New York City Ballet ทั้งคณะ
ก็มาเต้นรำ

1028
01:12:56,293 --> 01:12:59,505
ผมคิดว่าพวกเขาไม่ได้รวมตัวกัน

1029
01:12:59,588 --> 01:13:02,841
เพื่อที่จะจัดเป็นงานแสดงบนเวที
ที่ตระการตา

1030
01:13:02,925 --> 01:13:03,926
(แดนนี ฟีลด์ส)

1031
01:13:04,009 --> 01:13:09,097
พวกเขารวมตัวกัน
เพราะมีความมหัศจรรย์ของดนตรี

1032
01:13:09,181 --> 01:13:12,643
ที่เกิดขึ้นในเพลงของลู

1033
01:13:14,102 --> 01:13:16,855
บาร์บารา รูบิน ผู้ที่ค้นพบพวกเขา
ด้วยเหตุผลที่ถูกจุด

1034
01:13:16,939 --> 01:13:21,360
เป็นคนเริ่มฉายลายจุดบ้าๆ นั่น
บนตัวพวกเขา

1035
01:13:21,443 --> 01:13:26,073
ตอนที่พวกเขาเล่น ทำอย่างกับว่า
พวกเขายังไม่ตื่นเต้นพอ

1036
01:13:26,156 --> 01:13:29,618
ผมจะพูดว่า "ลู คุณ…
ทำไมพวกเขาทำแบบนี้กับคุณ"

1037
01:13:29,701 --> 01:13:32,454
แน่นอนว่าเขาจะยักไหล่และพูดว่า

1038
01:13:32,538 --> 01:13:36,625
"แอนดีต้องการแบบนี้
คนกันเองทั้งนั้น"

1039
01:13:37,417 --> 01:13:41,505
หลังจากที่ทำอย่างนี้
ประมาณสามสัปดาห์ เราก็ออกทัวร์

1040
01:13:54,351 --> 01:13:57,354
มีหลายครั้ง
ที่เราจะเล่นในงานแสดงศิลปะ

1041
01:13:57,437 --> 01:14:02,025
พวกเขาเชิญแอนดีไป
ส่วนเราเป็นส่วนของการแสดง

1042
01:14:03,735 --> 01:14:06,321
พวกเขาจะมากันเป็นขโยง
เหล่าคนในวงสังคมที่ร่ำรวย

1043
01:14:06,405 --> 01:14:07,990
(สมาคมนิวยอร์ก
เพื่อการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช)

1044
01:14:08,073 --> 01:14:10,242
รวมถึงศิลปินและคนอื่นๆ
และนี่คือ…

1045
01:14:10,325 --> 01:14:12,911
พวกเขาไม่ได้อยากฟังวงดนตรี
และยิ่งไม่สนใจที่เราทำอยู่

1046
01:14:14,621 --> 01:14:15,998
(สมาคมภาพยนตร์
มหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส นิวอาร์ก)

1047
01:14:16,081 --> 01:14:18,292
ผมได้รับชม
Exploding Plastic Inevitable

1048
01:14:18,375 --> 01:14:20,335
กับ The Velvet Underground
ที่ The Dom ในนิวยอร์กแล้ว

1049
01:14:20,419 --> 01:14:21,670
(จอห์น วอเตอร์ส)

1050
01:14:21,753 --> 01:14:23,338
แต่พอผมอยู่ที่นี่
และได้ยินว่าพวกเขาจะมา

1051
01:14:23,422 --> 01:14:25,591
ในเมืองโพรวินซ์ทาวน์ที่ผมอาศัยอยู่

1052
01:14:25,674 --> 01:14:28,010
ที่พิพิธภัณฑ์ Chrysler
ลงจองเป็นงานแสดงศิลปะ

1053
01:14:28,093 --> 01:14:29,219
(พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Chrysler
โพรวินซ์ทาวน์)

1054
01:14:29,303 --> 01:14:31,930
มีคนไปไม่มาก คนเมืองนี้ไม่เข้าใจ

1055
01:14:33,515 --> 01:14:35,601
ใจผมคิดว่าน่าจะประหลาดมาก
ถ้าจะให้พวกเขา…

1056
01:14:35,684 --> 01:14:36,810
(เทศกาลภาพยนตร์แอนน์ อาร์เบอร์
รัฐมิชิแกน)

1057
01:14:36,894 --> 01:14:38,812
มาดูจุดสูงสุดของยุคฮิปปี้
และอะไรแนวนี้

1058
01:14:38,896 --> 01:14:40,814
ทั้งที่พวกเขาต่อต้านฮิปปีมาก

1059
01:14:41,690 --> 01:14:45,402
(งานแต่งงาน MOD
งานแสดงนิทรรศการรัฐมิชิแกน)

1060
01:14:50,490 --> 01:14:52,826
ดิฉันรู้ว่าเรา
ได้แฟนเพลงใหม่มากมายจากตรงนั้น

1061
01:14:52,910 --> 01:14:54,119
(งานการกุศลเมิร์ส คันนิงแฮม
เมืองนิวคานาน)

1062
01:14:54,203 --> 01:14:56,622
แต่เรามักจะพูดเล่นกันว่า
"เอาละ มีกี่คนที่เดินออก

1063
01:14:56,705 --> 01:14:58,999
ประมาณครึ่งหนึ่ง
แปลว่าคืนนี้เราเล่นดี"

1064
01:15:10,177 --> 01:15:12,346
ไม่ได้เป็นแค่เสียง…

1065
01:15:12,429 --> 01:15:14,139
(เสียงของนิโก)

1066
01:15:14,223 --> 01:15:17,351
แต่เป็นดนตรีประเภทที่เราจะได้ยิน…

1067
01:15:17,434 --> 01:15:20,395
เวลาที่มีพายุ

1068
01:15:37,871 --> 01:15:41,291
จากนั้นพอลก็พาเราไปเล่นฝั่งตะวันตก

1069
01:15:46,046 --> 01:15:47,673
วันจันทร์ วันจันทร์

1070
01:15:49,967 --> 01:15:52,302
ดีต่อฉันเหลือเกิน

1071
01:15:52,386 --> 01:15:54,221
ในด้านดนตรี ชายฝั่งตะวันตก

1072
01:15:54,304 --> 01:15:58,016
มีความพยายามอย่างเป็นแบบแผน
ที่จะมีอิทธิพลในวงการป็อป

1073
01:15:58,100 --> 01:16:00,394
เป็นอย่างที่ฉันหวังทุกอย่าง

1074
01:16:00,477 --> 01:16:02,563
จำได้ว่าเราอยู่ในรถเช่า
ขากลับจากสนามบิน

1075
01:16:02,646 --> 01:16:03,897
(เสียงของสเตอร์ลิง มอร์ริสัน)

1076
01:16:03,981 --> 01:16:06,233
ผมเปิดวิทยุ แล้วเพลงแรกที่เล่น
คือเพลง "Monday, Monday"

1077
01:16:06,316 --> 01:16:08,235
ผมพูดว่า "ผมไม่แน่ใจ

1078
01:16:08,318 --> 01:16:10,112
บางทีเราอาจไม่พร้อม
สำหรับอะไรแบบนี้"

1079
01:16:14,283 --> 01:16:16,243
เรามาถึงลอสแอนเจลีส

1080
01:16:16,326 --> 01:16:18,829
และครั้งแรกที่เราสังเกต
ว่าเราแตกต่าง

1081
01:16:18,912 --> 01:16:22,875
คือตอนที่เรา
ไปที่โรงแรม Tropicana Motel

1082
01:16:24,001 --> 01:16:27,671
เราสวมชุดดำที่มิดชิดทั้งตัว

1083
01:16:27,754 --> 01:16:29,506
และเรานั่งกันอยู่รอบสระว่ายน้ำ

1084
01:16:29,590 --> 01:16:30,591
(แมรี โวโรนอฟ)

1085
01:16:30,674 --> 01:16:32,467
แบบว่า เราแลดูโง่มาก

1086
01:16:32,968 --> 01:16:36,054
ยกเว้นเจราร์ด เจราร์ดอยู่ด้านหลัง
กำลังเอากับใครอยู่

1087
01:16:45,981 --> 01:16:49,067
เช้าวันอาทิตย์

1088
01:16:50,319 --> 01:16:53,739
นำพารุ่งอรุณ

1089
01:16:55,115 --> 01:17:01,496
เป็นเพียงความรู้สึกอยู่ไม่สุข
ข้างกายฉัน

1090
01:17:01,580 --> 01:17:04,082
เรายังไม่เคยมา
ที่ชายฝั่งตะวันตก

1091
01:17:04,166 --> 01:17:08,128
และแปลกที่เรารู้สึกว่าทุกคน
มีสุขภาพดีมาก

1092
01:17:08,837 --> 01:17:12,966
และการแสดงแสงสีในความคิดของพวกเขา
คือการเปิดสไลด์ภาพพระพุทธเจ้าบนผนัง

1093
01:17:14,551 --> 01:17:17,930
พอเรามาถึงแคลิฟอร์เนีย
เราไปที่ร้าน The Trip ที่นั่นมีเวที

1094
01:17:18,013 --> 01:17:20,724
มีเวทีแล้วต้องมีใคร เจราร์ดกับดิฉัน

1095
01:17:20,807 --> 01:17:25,729
เราจะทำการแสดงหนึ่ง
เพื่อให้คนหันมามองวงเรามากขึ้น

1096
01:17:26,271 --> 01:17:32,319
จะมีหนึ่งคนรอบตัวคุณเสมอที่จะโทร

1097
01:17:33,362 --> 01:17:36,782
ไม่มีอะไรเลย

1098
01:17:38,408 --> 01:17:41,453
แล้วพวกเขาแอบเพิ่มชื่อ
แฟรงก์ แซปปาในรายการแสดงด้วย

1099
01:17:41,537 --> 01:17:44,831
และวง Mothers of Invention
เราทนพวกเขาไม่ได้จริงๆ

1100
01:17:44,915 --> 01:17:48,377
เรารู้สึกว่าพวกเขาเป็นทุกสิ่ง
ที่ชายฝั่งตะวันตกเป็น

1101
01:17:49,419 --> 01:17:52,256
พวกเขาเป็นฮิปปี้ เราเกลียดฮิปปี้

1102
01:17:52,339 --> 01:17:55,425
พลังบุปผา การเผาเสื้อยกทรง

1103
01:17:55,509 --> 01:17:57,594
ถามจริงๆ ว่าเป็นบ้าอะไรกัน

1104
01:17:57,678 --> 01:18:00,806
ความไร้สาระของ "รักและสันติภาพ"
เราเกลียดมาก ตื่นเถิด

1105
01:18:01,431 --> 01:18:04,476
แล้ว… รักอิสระกับ…

1106
01:18:04,560 --> 01:18:07,312
"ทุกคนดีงาม ฉันรักทุกคน
ฉันดีงามใช่ไหม"

1107
01:18:08,480 --> 01:18:13,110
ทุกคนอยากมีโลกที่สงบสุข
โดยที่จะไม่โดนยิงหัวทิ้งเสียก่อน

1108
01:18:13,193 --> 01:18:16,363
แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดคน
โดยการยื่นดอกไม้

1109
01:18:16,446 --> 01:18:18,323
ให้กับคนบ้าที่อยากจะยิงเรา

1110
01:18:19,157 --> 01:18:20,534
พวกเขาน่าจะ…

1111
01:18:21,827 --> 01:18:24,830
ช่วยเหลือคนไร้บ้าน
หรือทำอะไรสักอย่าง

1112
01:18:24,913 --> 01:18:29,251
ลงมือแก้ปัญหา ไม่ใช่เดินไปเดินมา
พร้อมดอกไม้ติดผม

1113
01:18:31,420 --> 01:18:35,883
นั่นเป็นการหลีกเลี่ยง
ความสำคัญของอันตรายที่มีอยู่

1114
01:18:35,966 --> 01:18:37,926
แล้วถ้าคุณหมกมุ่นอยู่กับโลกนั้น

1115
01:18:38,010 --> 01:18:40,929
คุณจะไม่ตระหนักถึง
พลังของความอันตราย

1116
01:18:42,556 --> 01:18:44,391
เผ่าพันธุ์มนุษย์เละไม่เป็นท่า

1117
01:18:45,100 --> 01:18:49,438
และพวกเขากำลังถูกสังคมเอาเปรียบ

1118
01:18:49,521 --> 01:18:52,524
ดังนั้นความโศกเศร้า
และการล้มลงไม่ช่วยอะไร

1119
01:18:52,608 --> 01:18:55,277
คุณต้องแข็งแกร่ง

1120
01:18:55,360 --> 01:18:58,614
และต่อต้านสิ่งต่างๆ
ที่คนอื่นไม่ต่อต้าน

1121
01:18:58,697 --> 01:18:59,990
เพื่อที่จะไม่…

1122
01:19:00,073 --> 01:19:03,035
ตรงนี้จึงเป็นบทบาทของศิลปิน

1123
01:19:03,118 --> 01:19:05,871
เพราะศิลปินไม่ได้เห็นร่วมกับสังคม

1124
01:19:06,788 --> 01:19:07,915
ศิลปินแตกต่าง

1125
01:19:13,170 --> 01:19:17,424
ยากที่จะอธิบายความรู้สึก
ของการเต้นแบบร็อก

1126
01:19:17,508 --> 01:19:21,011
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่หนุ่มสาว
จำนวนมากมาที่นี่ทุกสุดสัปดาห์

1127
01:19:21,094 --> 01:19:24,389
เพื่อดูว่าบิลล์ แกรห์ม
กับ Fillmore West มีอะไรดี

1128
01:19:24,473 --> 01:19:26,517
ผู้คนที่นี่น่ารัก สนุกกับชีวิต

1129
01:19:26,600 --> 01:19:30,479
มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกับเมืองอื่นๆ

1130
01:19:30,562 --> 01:19:32,523
ที่นิวยอร์ก ชิคาโก ดีทรอยต์

1131
01:19:32,606 --> 01:19:35,901
ทุกอย่างจะหยาบกร้าน

1132
01:19:35,984 --> 01:19:37,653
โห เขาเกลียดเรา

1133
01:19:37,736 --> 01:19:39,947
ตอนที่เราจะขึ้นเวที

1134
01:19:40,822 --> 01:19:43,867
เขายืนอยู่ตรงนั้น แล้วพูดว่า
"ขอให้ล้มไม่เป็นท่า"

1135
01:19:45,244 --> 01:19:47,996
แล้วทำไมคุณถึงขอ…
คุณจองตัวเรามาทำไม

1136
01:19:48,080 --> 01:19:51,875
ดิฉันว่าเขาอิจฉาและอารมณ์เสีย

1137
01:19:51,959 --> 01:19:55,295
เพราะเขาพูดว่าเขาเป็นคนแรก
ที่ทำสื่อประสม

1138
01:19:55,379 --> 01:20:00,551
ซึ่งดูแย่เมื่อเทียบ
กับผลงานของแอนดี แย่จริงๆ

1139
01:20:00,634 --> 01:20:03,554
เราได้รับการวิพากษ์วิจารณ์

1140
01:20:03,637 --> 01:20:07,766
"The Velvet Underground ควรถูกฝัง

1141
01:20:07,850 --> 01:20:09,268
ฝังให้จมดินไปเลย"

1142
01:20:09,351 --> 01:20:10,519
("วงนี้จะไม่มาแทนที่อะไร
นอกจากการฆ่าตัวตาย")

1143
01:20:10,602 --> 01:20:12,437
นั่นคือสิ่งที่… เธอชื่ออะไรนะ
แชร์พูด

1144
01:20:12,521 --> 01:20:15,649
แล้วเรากลับไปที่นิวยอร์ก
พร้อมที่จะกลับไปยัง The Dom

1145
01:20:15,732 --> 01:20:18,694
แต่ไม่ได้ เรากลับไป
ที่ The Dom ไม่ได้ "ทำไมล่ะ"

1146
01:20:18,777 --> 01:20:23,073
เขายกสัญญาเช่าให้กับอัล กรอสส์แมน

1147
01:20:23,156 --> 01:20:28,078
ซึ่งเป็นผู้จัดการของดีแลน และดีแลน
ตั้งชื่อใหม่ว่า The Balloon Farm

1148
01:20:28,787 --> 01:20:31,582
เราเลย… อยู่ไม่ได้

1149
01:20:33,876 --> 01:20:35,419
เธอมานั่นแล้ว

1150
01:20:37,129 --> 01:20:38,881
เธอไปแล้ว แล้ว แล้ว

1151
01:20:42,342 --> 01:20:44,845
พออัลบั้มที่สองออก เราจะเห็นเลย

1152
01:20:44,928 --> 01:20:47,139
ผลกระทบจากการเดินทางไม่หยุด

1153
01:20:47,222 --> 01:20:50,184
รวมถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ซึ่งเห็นได้ชัดว่า…

1154
01:20:50,267 --> 01:20:53,228
ความรุนแรงสะท้อนทุกอย่าง
ที่เกิดขึ้นภายในวง

1155
01:20:54,104 --> 01:20:56,356
เริ่มเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับเรา

1156
01:20:56,440 --> 01:20:58,775
ที่จะทำงานร่วมกัน

1157
01:20:59,318 --> 01:21:02,279
- ฉันรู้ว่าเธอตายจากไปนานแล้ว
- ได้ยินเธอเรียกชื่อฉัน

1158
01:21:02,362 --> 01:21:05,532
- แต่ก็ไม่เหมือนเดิม
- ได้ยินเธอเรียกชื่อฉัน

1159
01:21:05,616 --> 01:21:08,911
โอ้ พอฉันตื่นมาเมื่อเช้า แม่เอ๊ย

1160
01:21:08,994 --> 01:21:12,080
- ได้ยินเธอเรียกชื่อฉัน
- ได้ยินเธอเรียกชื่อฉัน

1161
01:21:14,416 --> 01:21:18,045
น่าจะเป็นอัลบั้มที่เร็วที่สุด
เท่าที่มีตอนนั้น จังหวะเร่งมาก

1162
01:21:18,128 --> 01:21:20,005
วิศวกรเสียงออกเลย

1163
01:21:20,088 --> 01:21:23,050
วิศวกรเสียงคนหนึ่งพูดว่า
"ผมไม่จำเป็นต้องทนฟัง

1164
01:21:23,133 --> 01:21:26,762
ผมเปิดอัดแล้วจะออกเลย
เล่นเสร็จก็มาเรียกแล้วกัน"

1165
01:21:37,356 --> 01:21:41,026
- แสงขาว
- แสงขาวจะทำให้ใจฉันว้าวุ่น

1166
01:21:41,109 --> 01:21:42,945
- แสงขาว
- และรู้ใช่ไหม

1167
01:21:43,028 --> 01:21:45,697
- แสงนี้จะทำให้ฉันตาบอด
- ความร้อนสีขาว

1168
01:21:45,781 --> 01:21:48,742
ความร้อนสีขาว
จั๊กจี้ไปจนถึงนิ้วเท้า

1169
01:21:48,825 --> 01:21:50,619
- แสงขาว
- โอ้ เห็นใจเถิด

1170
01:21:50,702 --> 01:21:52,454
ตอนที่ฉันเป็น จะทนได้ถึงเมื่อไร

1171
01:21:52,538 --> 01:21:55,123
ทุกเพลงที่อยู่ในอัลบั้มที่สอง

1172
01:21:55,207 --> 01:21:58,126
ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า
และรุนแรงทั้งนั้น

1173
01:21:58,919 --> 01:22:01,880
มันคือแอมเฟตามีนล้วนๆ

1174
01:22:01,964 --> 01:22:04,675
ความร้อนสีขาว
จั๊กจี้ไปจนถึงนิ้วเท้า

1175
01:22:05,259 --> 01:22:06,593
แต่ละคนแทบไม่คุยกัน

1176
01:22:07,511 --> 01:22:11,348
ทุกคนเริ่มขึ้นเสียงเรื่อยๆ

1177
01:22:11,431 --> 01:22:14,017
เสียงเลยดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น

1178
01:22:14,101 --> 01:22:18,313
"ไง ตอนนี้ใครดังสุด"
เหมือนเด็กทะเลาะกัน

1179
01:22:22,025 --> 01:22:24,611
ถ้าเราไม่อิมโพรไวส์
ต่างคนต่างจะสติแตก

1180
01:22:24,695 --> 01:22:27,531
สุดท้ายเราก็สติแตกกันอยู่ดี

1181
01:22:27,614 --> 01:22:30,826
แต่การอิมโพรไวส์ช่วยได้ระหว่างทาง

1182
01:22:30,909 --> 01:22:34,621
สร้างความตื่นเต้น
กับการเล่นเพลงเดิมซ้ำไปซ้ำมา

1183
01:22:35,664 --> 01:22:37,791
ความสามัคคีเริ่มพัง

1184
01:22:38,500 --> 01:22:41,420
แสงขาวเคลื่อนไปในตัวฉัน
ผ่านสมองของฉัน

1185
01:22:41,503 --> 01:22:43,630
- แสงขาว
- แสงขาวจะ

1186
01:22:43,714 --> 01:22:46,175
- ทำให้เราสติแตก
- ความร้อนสีขาว

1187
01:22:46,258 --> 01:22:49,011
ความร้อนสีขาว
จั๊กจี้ไปจนถึงนิ้วเท้า

1188
01:22:49,094 --> 01:22:52,723
(โปรดเงียบ
รายการถ่ายทอดอยู่)

1189
01:22:52,806 --> 01:22:57,019
เราไม่ได้ตั้งใจที่จะให้
เป็น The Velvet Underground กับนิโก

1190
01:22:57,102 --> 01:23:00,480
เราคิดว่านี่เป็นเพียง
การร่วมมือชั่วคราว

1191
01:23:15,996 --> 01:23:18,999
นี่คือห้อง 546

1192
01:23:20,125 --> 01:23:23,337
มันแย่พอที่จะทำให้เอียน

1193
01:23:24,671 --> 01:23:27,633
บริจิดมัวแต่เสพยาจากฟอยล์

1194
01:23:27,716 --> 01:23:29,301
(นิโก: CHELSEA GIRL)

1195
01:23:29,384 --> 01:23:30,928
ไม่รู้ว่า

1196
01:23:32,304 --> 01:23:35,682
นิโกทำทุกอย่าง
ที่เราขอให้เธอทำในวง

1197
01:23:36,308 --> 01:23:39,144
แต่… ผมว่าลึกๆ ในใจเธอ

1198
01:23:39,228 --> 01:23:41,605
มีอย่างอื่นที่เธอสนใจมากกว่า

1199
01:23:44,483 --> 01:23:47,736
เธอจะนั่งเขียนเนื้อเพลง
เขียนบทกวีอยู่เป็นประจำ

1200
01:23:49,112 --> 01:23:54,201
มีอะไรบางอย่างที่ดึงความสนใจ
ของเธอไปจากงานที่ทำร่วมกัน

1201
01:23:57,829 --> 01:23:59,289
เธอเป็นคนเตร็ดเตร่

1202
01:23:59,373 --> 01:24:04,670
เธอเตร็ดเตร่เข้ามาในสถานการณ์
แล้วเธอก็เตร็ดเตร่ออกไปอย่างเงียบๆ

1203
01:24:07,256 --> 01:24:10,801
ปากกาเมจิกเรียงเป็นแถว

1204
01:24:10,884 --> 01:24:13,887
ไม่รู้ว่า

1205
01:24:15,514 --> 01:24:19,059
จะเมากันถึงขั้นไหน

1206
01:24:20,686 --> 01:24:22,771
มานั่นกันแล้ว

1207
01:24:22,855 --> 01:24:25,732
หลังจากนั้น… หลังจากทุกอย่าง

1208
01:24:25,816 --> 01:24:28,819
อยู่ดีๆ ลูก็สติแตก

1209
01:24:31,196 --> 01:24:34,241
และไล่แอนดีออก

1210
01:24:35,075 --> 01:24:36,535
ส่วนแอนดีก็เรียกลูว่าเป็นคนเลว

1211
01:24:51,967 --> 01:24:54,887
ทุกอย่างเกิดขึ้นหลังบ้าน

1212
01:24:54,970 --> 01:24:56,930
ผมไม่รู้เลยว่าลูไล่แอนดีออกทำไม

1213
01:24:58,765 --> 01:25:01,560
คนคิดว่าแอนดี วอร์ฮอล
เป็นมือกีตาร์หลัก

1214
01:25:01,643 --> 01:25:07,441
ชีวิตเลยลำบากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเรา
ออกจากอ้อมอกผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของเรา

1215
01:25:28,170 --> 01:25:29,546
(แอนดี วอร์ฮอล
ต่อสู้เพื่อมีชีวิตรอด)

1216
01:25:41,892 --> 01:25:43,310
เพลงนี้ชื่อ "Sister Ray"

1217
01:25:45,938 --> 01:25:47,523
เป็นเพลงเกี่ยวกับเกย์สาวสองคน

1218
01:25:49,399 --> 01:25:51,527
คนหนึ่งชื่อดัก ส่วนอีกคนชื่อแซลลี

1219
01:26:01,161 --> 01:26:04,206
ดักกับแซลลีอยู่ข้างใน

1220
01:26:05,457 --> 01:26:08,126
กำลังตามหายาให้เสพ

1221
01:26:09,294 --> 01:26:12,130
พลางจ้องไปที่คุณนายเรยอน

1222
01:26:13,674 --> 01:26:16,051
ที่กำลังทำการเบิร์นอยู่

1223
01:26:17,886 --> 01:26:20,430
ฉันคลำหาเส้นเลือด

1224
01:26:22,224 --> 01:26:24,601
ฉันฉีดจากด้านข้างไม่ได้

1225
01:26:24,685 --> 01:26:28,397
ศาสตราจารย์ฮาร์วาร์ด
นางแบบแฟชันจากนิวยอร์ก

1226
01:26:29,064 --> 01:26:31,233
กลุ่มเด็กแสบมหาประลัย

1227
01:26:31,316 --> 01:26:32,818
แก๊งมอเตอร์ไซค์

1228
01:26:34,903 --> 01:26:36,822
เนิร์ดอย่างตัวผม

1229
01:26:39,533 --> 01:26:42,578
แฟนเพลงวงเกรตฟูลเดด หลายคน
เป็นแฟนเพลงของทั้งสองวง

1230
01:26:50,669 --> 01:26:53,589
เราเริ่มตระหนัก
ว่ามีคนเริ่มติดตามเรา

1231
01:26:53,672 --> 01:26:56,842
ซึ่งแน่นอนเป็นเรื่องที่ดี

1232
01:26:56,925 --> 01:27:00,470
โดยเฉพาะในบอสตัน
เพราะเราเล่นที่นั่นบ่อยมาก

1233
01:27:01,722 --> 01:27:04,516
ผมเจอพวกเขาประมาณ 60 หรือ 70 ครั้ง

1234
01:27:05,601 --> 01:27:09,313
ผมรู้สึกถึงอิสรภาพทางอารมณ์
เพราะดนตรีที่ผมได้ยินนี้

1235
01:27:09,396 --> 01:27:11,607
ผมรู้ว่าไม่เหมือนอะไรที่เคยฟังมา

1236
01:27:11,690 --> 01:27:14,318
พวกเขาจะอินกับเสียงแบบหนึ่งสักพัก
แล้วก็ไม่สนใจอีกเลย

1237
01:27:14,401 --> 01:27:15,819
ความตื่นเต้นอยู่ตรงนี้

1238
01:27:15,903 --> 01:27:17,905
โอ้ ทำอย่างนั้น

1239
01:27:18,530 --> 01:27:20,532
ใช่ อย่างที่ซิสเตอร์เรย์บอก

1240
01:27:21,366 --> 01:27:24,912
ไม่ใช่แค่ใหม่
แต่แตกต่างอย่างสุดโต่ง

1241
01:27:25,704 --> 01:27:30,751
เป็นจังหวะช้า จังหวะปานกลางหรือช้า
ที่ไม่ใช่ร็อกแอนด์โรล

1242
01:27:30,834 --> 01:27:33,754
เป็นทำนองที่แปลกประหลาด

1243
01:27:35,797 --> 01:27:37,299
เวลาดูพวกเขาเล่น

1244
01:27:38,258 --> 01:27:40,469
จะมีโอเวอร์โทนที่หาเหตุผลไม่ได้

1245
01:27:40,552 --> 01:27:41,970
จะเห็นได้จาก…

1246
01:27:42,054 --> 01:27:43,347
(โจนาธาน ริชแมน)

1247
01:27:43,931 --> 01:27:46,141
จากนั้นจะได้ยินเสียงนำ
เสียงแตกๆ ที่นำมา

1248
01:27:47,267 --> 01:27:49,019
สักอย่าง… แล้วจะได้ยินเสียงเบส

1249
01:27:51,772 --> 01:27:54,233
แต่จะมีเสียงอื่นๆ ในห้องด้วย

1250
01:27:54,316 --> 01:27:56,527
พอมองไปดูทุกคน ก็จะสงสัยว่า…

1251
01:27:56,610 --> 01:27:58,570
มาจากไหน

1252
01:27:58,654 --> 01:28:01,031
เป็นเสียงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

1253
01:28:13,418 --> 01:28:16,922
โดยทั่วไปจะเหมือน
เวอร์ชันของเพลง "Sister Ray"

1254
01:28:17,005 --> 01:28:19,216
และห้าวินาทีหลังจากนั้น

1255
01:28:20,509 --> 01:28:24,221
ห้าวินาทีหลังนั้นเป็นตัวอย่างที่ดี
ของสิ่งที่จะได้ยินเวลาไปดูพวกเขา

1256
01:28:24,304 --> 01:28:26,098
อยู่ดีๆ พวกเขาก็จะ…

1257
01:28:28,308 --> 01:28:30,519
ตามด้วยท่อนต่างๆ ของคีย์บอร์ด
ดา น่า นา นา น่า นา น่า นา น้า

1258
01:28:33,689 --> 01:28:36,441
จากนั้นก็จะมีอะไรอีกมากมาย มีกลอง

1259
01:28:36,525 --> 01:28:37,609
แล้วอยู่ดีๆ

1260
01:28:39,152 --> 01:28:41,655
ก็จะหยุด ส่วนคนดู

1261
01:28:41,738 --> 01:28:45,409
ก็จะเงียบกริบไปหนึ่ง…

1262
01:28:49,538 --> 01:28:53,125
ห้า แล้วค่อยปรบมือกัน

1263
01:28:54,376 --> 01:28:58,297
The Velvet Underground
ได้สะกดจิตพวกเขาอีกครั้ง

1264
01:29:01,175 --> 01:29:03,802
ผมอยู่ที่ Boston Tea Party

1265
01:29:03,886 --> 01:29:05,637
วง The Velvet Underground
มาพร้อมเครื่องเสียง

1266
01:29:05,721 --> 01:29:08,891
พวกเขาเริ่มจัดเครื่องเสียงแล้ว
ผมดูพวกเขาตั้งเสียง

1267
01:29:09,474 --> 01:29:10,809
ผมจะถามคำถาม

1268
01:29:10,893 --> 01:29:14,438
อย่าง "ทำไมถึงใช้โทนแตก
ในท่อนนั้น เพราะอะไร"

1269
01:29:14,521 --> 01:29:15,814
และ "แล้วเสียงนั้นล่ะ"

1270
01:29:15,898 --> 01:29:19,568
เขาจะตอบว่า "พ่อหนุ่ม
เสียงนั้นเป็นอะไรหลายอย่าง"

1271
01:29:21,236 --> 01:29:25,240
สเตอร์ลิง มอร์ริสัน
เป็นคนสอนผมเล่นกีตาร์

1272
01:29:25,324 --> 01:29:28,869
อิสรภาพนั้นทำให้ผมรู้สึก
ได้ถอยห่างจากการเรียนมัธยมปลาย

1273
01:29:28,952 --> 01:29:32,122
ถอยห่างจากแบบแผนใดๆ
ที่ดนตรีแนวอื่นมี

1274
01:29:32,206 --> 01:29:34,750
และช่วยให้ผมได้เรียนรู้
วิธีทำเพลงในแบบของผมเอง

1275
01:29:35,375 --> 01:29:38,462
พวกเขาเป็นแบบนั้น พวกเขาใจกว้าง

1276
01:29:38,545 --> 01:29:42,925
พวกเขาใจกว้างกับผมมาก
พวกเขาให้ผมเล่นเปิดโชว์ของพวกเขา

1277
01:29:43,008 --> 01:29:46,470
บางทีเวลาที่มีความตึงเครียด
ระหว่างคนในวง

1278
01:29:47,221 --> 01:29:49,181
ผมอยู่แถวนั้นได้

1279
01:29:49,264 --> 01:29:51,183
พวกเขารู้ว่าผมไม่ปากโป้ง

1280
01:29:52,017 --> 01:29:55,103
แต่แน่นอนว่าช่วงนั้น
รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดบางอย่าง

1281
01:29:55,187 --> 01:29:58,607
แต่ผมช็อกมาก
เพราะถือว่ารุนแรงมาก

1282
01:29:58,690 --> 01:30:02,027
ที่จอห์น เคลออกจากวง

1283
01:30:08,367 --> 01:30:11,203
ผู้ชายสามคนนั้น
กระทบกระทั่งกันบ่อยครั้ง

1284
01:30:11,286 --> 01:30:16,333
ดิฉันแทบจะไปซ้อมไม่ได้
บรรยากาศเครียดมาก

1285
01:30:16,416 --> 01:30:19,628
พวกเขาอาจจะทะเลาะกันเรื่องของดนตรี

1286
01:30:19,711 --> 01:30:22,798
หรือลูเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว

1287
01:30:22,881 --> 01:30:26,885
หรือเจ้ากี้เจ้าการมากเกินไป
คอยสั่งให้คนอื่นทำนู่นทำนี่

1288
01:30:28,053 --> 01:30:29,304
จะเป็นอย่างนี้เสมอ

1289
01:30:29,388 --> 01:30:30,389
(มาร์ธา มอร์ริสัน)

1290
01:30:30,472 --> 01:30:32,724
ลูสู้สุดฤทธิ์ที่จะอยู่เหนือทุกคน

1291
01:30:39,898 --> 01:30:41,900
ผมไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
เขาถึงจะพอใจ

1292
01:30:42,651 --> 01:30:46,321
ไม่มีอะไรที่ผมทำได้ที่…

1293
01:30:46,947 --> 01:30:50,534
พอพยายามพูดดีๆ
เขาจะเกลียดเรามากขึ้น เขา…

1294
01:30:53,203 --> 01:30:56,748
แล้วพอพยายามเสนออะไร
เขาก็จะไม่สนใจ

1295
01:30:57,833 --> 01:30:59,459
เขามีความทุกข์กังวลมาก

1296
01:31:00,919 --> 01:31:04,173
แต่ต้องบอกว่าจอห์น เคล
ก็อารมณ์ร้ายไม่เบา

1297
01:31:04,256 --> 01:31:07,634
เขาทำให้คนไม่อยากอยู่ใกล้เขา

1298
01:31:08,635 --> 01:31:10,137
ถ้าเขาอารมณ์ไม่ดี

1299
01:31:10,220 --> 01:31:11,346
และเขามีมุมมืด

1300
01:31:14,057 --> 01:31:17,561
สิ่งที่เราเข้าใจว่าเป็นจุด
ที่เราอยู่ เป็นจุดที่ทุกอย่างอยู่

1301
01:31:17,644 --> 01:31:20,147
และความไม่พอใจที่เรา
มีต่อทุกสิ่งนอกเหนือจากนี้

1302
01:31:20,856 --> 01:31:24,067
น่าเศร้าเพราะในท้ายที่สุดแล้ว

1303
01:31:24,151 --> 01:31:27,154
เรากลายเป็นสิ่งเหล่านั้น

1304
01:31:27,905 --> 01:31:31,158
ผมว่ามีจุดหนึ่ง
ที่เรารู้สึกว่า "ให้ตายเหอะ

1305
01:31:31,241 --> 01:31:34,995
การทำตัวแบบนี้
ไม่ได้ช่วยให้เราแก้ปัญหาอะไร

1306
01:31:35,078 --> 01:31:39,041
และไม่มีใคร
ที่จะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้"

1307
01:31:39,124 --> 01:31:42,836
แล้วเราไม่ยอมให้ใครมาบอก
ว่าเราต้องทำอะไร

1308
01:31:44,379 --> 01:31:48,926
ถ้าไม่มียาเสพติดเหล่านั้น
เราคงมุ่งไขว่คว้าหาอะไรสักอย่าง

1309
01:31:49,801 --> 01:31:52,679
นั่นเป็นช่วงเวลา
ที่ต้องถอยออกมาสักครู่

1310
01:31:54,056 --> 01:31:55,557
เพราะความเชื่อใจไม่เหลือแล้ว

1311
01:31:57,100 --> 01:31:58,310
บางทีลูอาจอิจฉา

1312
01:31:58,393 --> 01:31:59,561
(เสียงของสเตอร์ลิง มอร์ริสัน)

1313
01:31:59,645 --> 01:32:01,188
ผมว่าน่าจะเป็นอะไรประมาณนั้น

1314
01:32:03,065 --> 01:32:07,986
ลูยื่นคำขาด ไม่เขาก็จอห์นจะต้องออก

1315
01:32:08,070 --> 01:32:11,698
เขาโทรหาสเตอร์ลิงกับผม
เราไปเจอเขาที่ร้านกาแฟสักแห่ง

1316
01:32:11,782 --> 01:32:13,283
เขาบอกเราที่นั่น

1317
01:32:13,367 --> 01:32:15,285
เขาไม่สามารถทำงานกับจอห์นได้แล้ว

1318
01:32:15,369 --> 01:32:18,664
เราเลยต้องเลือก
ว่าจะอยู่กับเขาหรืออยู่กับจอห์น

1319
01:32:20,249 --> 01:32:24,795
สเตอร์ลิงมาหาผม
เขาบอกว่า "ไปเจอลูมา"

1320
01:32:24,878 --> 01:32:26,922
ผมก็บอกว่า "อืม
เราต้องเริ่มซ้อมกันแล้ว

1321
01:32:27,005 --> 01:32:28,632
เราจะไปคลีฟแลนด์สุดสัปดาห์นี้"

1322
01:32:28,715 --> 01:32:32,094
เขาบอกว่า "ไม่แล้ว"
เขาบอกว่า "คือเราไป แต่คุณไม่ไป"

1323
01:32:32,970 --> 01:32:34,221
ผมก็ถามว่า "พูดเรื่องอะไรกัน"

1324
01:32:34,304 --> 01:32:38,058
เขาตอบว่า "ลูให้ผมมาบอกว่า…

1325
01:32:38,141 --> 01:32:41,228
เขาบอกพวกเราที่เหลือว่าถ้าจอห์นไป
เขาไม่ไป"

1326
01:32:41,979 --> 01:32:43,021
เท่านั้นเลย

1327
01:32:43,647 --> 01:32:45,649
แล้วช่วงเวลานั้นก็มาถึงอีกครั้ง

1328
01:32:45,732 --> 01:32:49,528
แวบของความสงสัย
ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

1329
01:32:52,322 --> 01:32:55,450
ผมก็คิดว่า "คงต้องหันไปทำงาน
ด้านการผลิตแล้ว"

1330
01:33:00,247 --> 01:33:03,834
ผมทุกข์ใจมาก
เพราะมาถึงตอนนี้

1331
01:33:03,917 --> 01:33:06,670
วงนี้ได้ช่วยให้ผมได้เรียนรู้ชีวิต

1332
01:33:06,753 --> 01:33:10,883
เสียงที่พวกเขาเล่นออกมา
ช่วยให้ผมสร้างดินแดนความฝัน

1333
01:33:10,966 --> 01:33:13,177
สีของโทนเสียงของพวกเขา…

1334
01:33:14,386 --> 01:33:17,556
ผมรู้สึกเหมือนผม
ได้อยู่กับไมเคิลแองเจโล

1335
01:33:22,102 --> 01:33:26,982
ลูอยากเห็นความสำเร็จ
ในระดับหนึ่งมากๆ

1336
01:33:27,065 --> 01:33:28,650
ความสำเร็จจริงๆ

1337
01:33:29,401 --> 01:33:35,073
บางทีเขาอยากลดความล้ำยุคลง
หรืออะไรก็ตาม

1338
01:33:37,492 --> 01:33:38,994
คือทำให้ปกติมากขึ้น

1339
01:33:41,038 --> 01:33:42,623
เอาละ เริ่มเมื่อนับหนึ่ง

1340
01:33:52,341 --> 01:33:58,430
(ดัก)

1341
01:34:06,188 --> 01:34:08,357
เธออยู่ตรงมุมนั้น

1342
01:34:08,440 --> 01:34:11,109
เท่าที่ผมจำได้ ดัก ยูลมาถึง

1343
01:34:11,193 --> 01:34:13,487
ก็เรียนรู้เพลงต่างๆ
ได้เร็วอย่างน่าชื่นชม

1344
01:34:14,112 --> 01:34:18,909
และตัวเขาเองเป็นนักดนตรี
ที่เข้มงวดและจริงจังมาก

1345
01:34:19,535 --> 01:34:23,121
เขามีสไตล์ฮาร์มอนิกเป็นของตัวเอง
ซึ่งทำให้เกิดสิ่งใหม่ในวง

1346
01:34:25,332 --> 01:34:27,125
ดิฉันว่าแตกต่างชัดเจน

1347
01:34:27,876 --> 01:34:29,545
ดิฉันคิดว่าเรายังเป็นวงที่ดีอยู่

1348
01:34:29,628 --> 01:34:33,507
และดักมีของดีที่เข้ามาเสริมวง

1349
01:34:33,590 --> 01:34:35,884
แต่ไม่มีใครแทนที่เคลได้

1350
01:34:35,968 --> 01:34:38,554
รู้อะไรไหม เธอส่งคืนมาทันที

1351
01:34:38,637 --> 01:34:40,097
เอาละ

1352
01:34:42,891 --> 01:34:44,685
สวัสดียามเย็นครับ

1353
01:34:44,768 --> 01:34:46,979
เราคือ The Velvet Underground
ที่คุณคุ้นเคย

1354
01:34:47,062 --> 01:34:49,690
ดีใจที่ได้เจอทุกคน

1355
01:34:52,442 --> 01:34:53,777
ขอบคุณครับ

1356
01:34:53,861 --> 01:34:57,698
เราดีใจที่คนสามารถหาเวลาเล็กน้อย

1357
01:34:57,781 --> 01:35:00,450
เพื่อออกมาสนุกกับเพลงร็อกแอนด์โรล

1358
01:35:04,079 --> 01:35:05,497
พวกเขาเล่นเพลงที่เบามาก

1359
01:35:05,581 --> 01:35:07,416
มาถึงตอนนี้ พวกเขาเริ่มเล่นเบาลงมาก

1360
01:35:14,590 --> 01:35:17,342
บางครั้งฉันมีความสุขจัง

1361
01:35:20,345 --> 01:35:22,931
บางครั้งฉันรู้สึกเศร้าจัง

1362
01:35:26,059 --> 01:35:28,645
บางครั้งฉันมีความสุขจัง

1363
01:35:30,105 --> 01:35:33,984
แต่ส่วนใหญ่แล้วเธอทำให้ฉันโกรธ

1364
01:35:36,361 --> 01:35:39,781
ที่รัก เธอได้แต่ทำให้ฉันโกรธ

1365
01:35:43,827 --> 01:35:48,832
มองไม่วาง

1366
01:35:48,916 --> 01:35:52,002
ตาสีฟ้าจางของเธอ

1367
01:35:55,464 --> 01:36:00,469
มองไม่วาง

1368
01:36:00,552 --> 01:36:03,805
ตาสีฟ้าจางของเธอ

1369
01:36:03,889 --> 01:36:07,184
มีทฤษฎีหนุนอยู่
นั่นคือความเวิ้งว้าง

1370
01:36:07,267 --> 01:36:08,977
ทุกเพลงมีความเวิ้งว้างมาก

1371
01:36:09,061 --> 01:36:10,312
(เสียงของลู รีด)

1372
01:36:10,395 --> 01:36:12,356
เราไม่ได้ใส่อะไรลงไป
แต่เราดึงสิ่งต่างๆ ออก

1373
01:36:12,439 --> 01:36:15,108
ซึ่งตรงข้ามกับวิธีการทำงาน
ของคนอื่นๆ

1374
01:36:15,192 --> 01:36:19,363
เช่น เราไม่เคยเพิ่มเครื่องดนตรี
เราไม่ชวนคนเข้ามาร่วมซ้อม

1375
01:36:19,446 --> 01:36:24,284
เราไม่… เราไม่ทำอะไร
ที่เราไม่สามารถทำบนเวทีได้

1376
01:36:35,504 --> 01:36:40,801
อัลบั้มที่สาม
อัลบั้มสีเทา เราเล่นอยู่ที่แอลเอ…

1377
01:36:40,884 --> 01:36:42,427
(เสียงของดัก ยูล)

1378
01:36:42,511 --> 01:36:44,429
แล้วสตีฟมาบอกว่า
"เรา… มีการเปลี่ยนแผน

1379
01:36:44,513 --> 01:36:47,057
เราจะอยู่ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์
เพื่อทำอัลบั้ม"

1380
01:36:48,100 --> 01:36:51,395
แคนดีบอกว่า

1381
01:36:53,605 --> 01:36:57,693
ฉันเรียนรู้ที่จะเกลียดร่างกายตัวเอง

1382
01:36:59,570 --> 01:37:03,448
และทุกสิ่งที่มันต้องการ…

1383
01:37:03,532 --> 01:37:05,826
เพลง "Candy Says"
มีความตึงในแบบของตัวเอง

1384
01:37:05,909 --> 01:37:09,079
เพลงนี้กล่าวถึงคนที่พูดว่า "ฉัน
เรียนรู้ที่จะเกลียดร่างกายตัวเอง

1385
01:37:09,162 --> 01:37:11,039
และทุกสิ่งที่ร่างกาย
ต้องการจากโลกใบนี้"

1386
01:37:11,123 --> 01:37:13,542
ซึ่งประกอบด้วยดนตรีแนวน่ารัก

1387
01:37:13,625 --> 01:37:15,878
คุณจะเริ่มสงสัย "เรื่องอะไรกันนี่"

1388
01:37:15,961 --> 01:37:19,006
อัลบั้มที่สามทั้งอัลบั้ม
เกี่ยวกับเรื่องนี้

1389
01:37:19,715 --> 01:37:22,384
ข้ามไหล่ของฉัน

1390
01:37:22,467 --> 01:37:24,803
เธอคิดว่าฉันเห็นอะไร

1391
01:37:24,887 --> 01:37:28,432
ผมไม่รู้ตัวว่าจะต้องร้อง
เพลงนั้นจนเรามาเริ่มทำเสียงร้อง

1392
01:37:28,515 --> 01:37:31,143
เขาร้องหนึ่งเพลง แล้วกลับเข้ามา
ถามว่า "ไม่ร้องสักเพลงล่ะ"

1393
01:37:31,226 --> 01:37:35,063
เป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องร้องตลอดเวลา
สนุกกับการเอนกาย

1394
01:37:35,147 --> 01:37:37,524
เล่นกีตาร์และไม่ต้องเป็นนักร้องนำ"

1395
01:37:38,108 --> 01:37:41,236
นี่เป็นเพลงที่ตอนแรกผมคิดไว้ว่า

1396
01:37:41,320 --> 01:37:45,240
ผมจะร้องท่ามกลางแสงไฟ
ในชุดกระโปรงสีทองมันวาว

1397
01:37:45,324 --> 01:37:47,743
แต่ผมก็คิด "อืม… ผมว่าไม่น่า…

1398
01:37:47,826 --> 01:37:49,244
ไม่รู้ว่าพวกเขาพร้อมจะยอมรับไหม"

1399
01:37:49,870 --> 01:37:51,872
เราเลยให้มอรีนออกโรงแทน

1400
01:37:51,955 --> 01:37:54,625
เราคิดว่าทุกคนจะเชื่อเธอ
มากกว่าเชื่อผม

1401
01:37:54,708 --> 01:37:56,668
เพลงนี้จะเป็นเพลงสุดท้าย
ของเราสำหรับชุดนี้

1402
01:37:56,752 --> 01:37:58,462
เพลงนี้ชื่อ "After Hours"

1403
01:37:58,545 --> 01:38:01,757
ถ้าเธอปิดประตู

1404
01:38:03,008 --> 01:38:06,637
คืนนี้อาจยาวเป็นนิรันดร์

1405
01:38:06,720 --> 01:38:10,098
ไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องมา

1406
01:38:11,183 --> 01:38:13,727
ต้อนรับคำว่าไม่มีวัน

1407
01:38:13,810 --> 01:38:15,812
ดิฉันกลัวมาก

1408
01:38:15,896 --> 01:38:21,610
ดิฉันไม่เคยร้องอะไรเลย
เกิดความรู้สึก "ฉันทำไม่ได้ และ…"

1409
01:38:21,693 --> 01:38:24,363
เราถึงขั้นต้องไล่สเตอร์ลิง
ออกจากห้อง

1410
01:38:24,446 --> 01:38:26,490
เพราะเขาหัวเราะฉันไม่หยุด

1411
01:38:28,283 --> 01:38:30,577
ฉันไม่ต้องเห็นแสงตะวันอีกต่อไป

1412
01:38:30,661 --> 01:38:35,290
ดิฉันบอกลูว่า "ฉันไม่อยากร้องสด
นอกจากจะมีคนขอ"

1413
01:38:35,374 --> 01:38:38,126
เพราะหวังในใจว่าจะไม่มีใครขอ

1414
01:38:38,919 --> 01:38:42,381
สองโชว์ต่อมา เราอยู่ที่เท็กซัส

1415
01:38:42,464 --> 01:38:44,758
แล้วมีคนขอ ดิฉันเลยต้องร้องไป

1416
01:38:44,842 --> 01:38:47,010
และชนแก้วให้คำว่าไม่มีวัน

1417
01:38:47,094 --> 01:38:50,639
พอพวกเขาไปแสดงที่ Boston Tea Party
แล้วมอรีนออกมาร้อง

1418
01:38:50,722 --> 01:38:54,017
กลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นแฟนเพลง
ของวงในคืนนั้น

1419
01:38:54,101 --> 01:38:56,854
กลุ่มเด็กแสบ
ที่เพิ่งถามว่า "พวกนี้ใคร"

1420
01:38:56,937 --> 01:39:00,023
ไม่มีการโซโล่กีตาร์สไตล์จิมมี เพจ
ดนตรีบ้าบออะไร"

1421
01:39:00,107 --> 01:39:03,569
อยู่ดีๆ มอรีน ทักเกอร์ก็ออกมา

1422
01:39:03,652 --> 01:39:08,198
ออกมาร้องว่า "ถ้าเธอปิดประตู"

1423
01:39:08,282 --> 01:39:11,493
แล้วทุกคน… ทุกสายตาจะอยู่ที่เธอ

1424
01:39:12,494 --> 01:39:13,537
ขอบคุณค่ะ

1425
01:39:28,093 --> 01:39:30,762
เจนนีบอกว่าตอนเธออายุเพียงห้าขวบ

1426
01:39:30,846 --> 01:39:33,682
ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย

1427
01:39:37,227 --> 01:39:39,897
ทุกครั้งที่เธอเปิดวิทยุ

1428
01:39:39,980 --> 01:39:43,275
ไม่มีอะไรน่าฟังเลย

1429
01:39:43,358 --> 01:39:44,776
ไม่มีเลย

1430
01:39:46,361 --> 01:39:49,114
แล้วเช้าวันหนึ่ง
เธอเปิดสถานีของนิวยอร์ก

1431
01:39:49,198 --> 01:39:51,867
เธอแทบไม่เชื่อสิ่งที่หูได้ยิน

1432
01:39:55,204 --> 01:39:57,789
เธอเริ่มดีดดิ้นไปกับดนตรีไพเราะนั้น

1433
01:39:57,873 --> 01:40:01,460
ร็อกแอนด์โรลช่วยชีวิตเธอ

1434
01:40:03,337 --> 01:40:06,507
แม้จะมีการตัดคำออกสักเท่าไร

1435
01:40:06,590 --> 01:40:10,385
เรารู้ว่าเรายังออกไปเต้น
กับสถานีร็อกแอนด์โรลได้

1436
01:40:10,469 --> 01:40:13,555
- แล้วทุกอย่างจะดี
- ทุกอย่างจะดี

1437
01:40:13,639 --> 01:40:17,935
- เฮ้ ที่รัก เธอรู้ทุกอย่างจะดี
- ทุกอย่างจะดี

1438
01:40:32,783 --> 01:40:35,994
อย่างที่เจนนีบอก
ตอนที่เธออายุประมาณห้าขวบ

1439
01:40:36,078 --> 01:40:39,498
เฮ้ รู้ไหม ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย

1440
01:40:39,581 --> 01:40:43,627
ถ้าผมย้อนเวลาได้
ผมจะขอไม่ทำอัลบั้ม Loaded

1441
01:40:43,710 --> 01:40:45,546
จนกว่ามอรีนจะร่วมเล่นได้

1442
01:40:46,797 --> 01:40:51,260
อัลบั้ม Loaded
อัดเสียงในเดือนเมษายน ปี 1970

1443
01:40:51,343 --> 01:40:54,304
ดิฉันตั้งครรภ์และพุงใหญ่เกิน
ที่จะตีกลองได้

1444
01:40:54,388 --> 01:40:55,722
ดิฉันเลยเล่นไม่ได้

1445
01:40:56,849 --> 01:40:59,268
ดิฉันผิดหวังอยู่
เพราะมีหลายเพลงในอัลบั้มนั้น

1446
01:40:59,351 --> 01:41:02,020
ที่ดิฉันรู้สึกว่าต้องมีดิฉัน

1447
01:41:02,104 --> 01:41:03,522
แตกต่างกันมากอยู่

1448
01:41:07,234 --> 01:41:09,820
มอรีนไม่ได้เล่น ส่วนสเตอร์ลิง…

1449
01:41:09,903 --> 01:41:13,323
เขาไม่มาสักพัก
ผมเล่นกีตาร์เยอะมากใน Loaded

1450
01:41:13,407 --> 01:41:15,117
เขาน่าจะหงุดหงิดใจมาก

1451
01:41:15,200 --> 01:41:17,411
ที่ต้องนั่งในห้องควบคุมเสียง
หลายชั่วโมง

1452
01:41:17,494 --> 01:41:21,081
ขณะที่มีการถกส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่ง

1453
01:41:21,790 --> 01:41:25,794
ผมรู้ว่าพวกเขากำลังทำอัลบั้ม
ผมรู้ว่า… ผมไม่เคยเจอดัก

1454
01:41:26,503 --> 01:41:28,046
ผมไม่…

1455
01:41:28,130 --> 01:41:31,842
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ไม่ใช่เรื่องของผมแล้ว

1456
01:41:32,342 --> 01:41:34,094
ลูแสดงให้เห็นชัดเจนมาก
ว่าไม่ใช่เรื่องของผม

1457
01:41:35,971 --> 01:41:39,016
พวกเขาไม่เหมือนใครตั้งแต่แรกเริ่ม

1458
01:41:39,099 --> 01:41:40,809
(โจเซฟ ฟรีแมน)

1459
01:41:40,893 --> 01:41:43,312
สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม
ในแบบของตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน

1460
01:41:43,395 --> 01:41:45,564
แต่ตอนนี้พวกเขา
เหมือนวงร็อกแอนด์โรลทั่วไป

1461
01:41:45,647 --> 01:41:49,651
และมีคนที่มีหัวสร้างสรรค์สูงมาก
เป็นคนคิดทุกอย่าง

1462
01:41:49,735 --> 01:41:52,321
ลูมีเพลงป็อปมากมาย

1463
01:41:53,447 --> 01:41:57,159
และลูเริ่มพยายามหาเสียงเฉพาะตัว

1464
01:41:59,661 --> 01:42:01,205
(เสียงของโทนี คอนราด)

1465
01:42:01,288 --> 01:42:03,290
ป็อปละลายวัฒนธรรมชั้นสูง
นั่นคือสิ่งที่ลูนำเสนอ

1466
01:42:03,373 --> 01:42:05,709
หลั่งไหลออกมาจากลองไอส์แลนด์

1467
01:42:05,792 --> 01:42:09,838
ละลายโครงสร้างผลึก
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการอยู่แล้ว

1468
01:42:13,175 --> 01:42:15,636
ยืนอยู่ตรงมุมถนน

1469
01:42:17,846 --> 01:42:20,474
กระเป๋าเดินทางในมือ

1470
01:42:21,266 --> 01:42:24,686
แจ็กใส่เสื้อรัดทรง เจนสวมเสื้อกั๊ก

1471
01:42:26,271 --> 01:42:28,607
และฉัน ฉันอยู่ในวงร็อกแอนด์โรล

1472
01:42:32,069 --> 01:42:34,446
นั่งรถ Stutz Bear Cat จิม

1473
01:42:35,572 --> 01:42:38,867
ยุคสมัยนั้นต่างกัน

1474
01:42:40,661 --> 01:42:43,497
โอ้ กวีทั้งหลาย
พวกเขาศึกษากฎของบทกลอน

1475
01:42:43,580 --> 01:42:46,959
ส่วนสตรีทั้งหลายกรอกตามองบน

1476
01:42:50,170 --> 01:42:54,174
เจนที่รัก

1477
01:42:54,967 --> 01:42:59,179
เจนที่รัก

1478
01:42:59,263 --> 01:43:02,641
เจนที่รัก

1479
01:43:02,724 --> 01:43:05,853
ผมรู้สึกว่ายอดเยี่ยมมากที่เรา
เล่นเพลงพวกนี้ต่อหน้าสาธารณะได้

1480
01:43:05,936 --> 01:43:08,814
ผมตื่นเต้นมาก
ที่รู้ว่าพวกเขาตื่นเต้น

1481
01:43:08,897 --> 01:43:11,191
และเจน เธอเป็นเสมียน

1482
01:43:11,275 --> 01:43:13,861
เราไม่มีอะไรต้องพิสูจน์
ไม่มีเรื่องที่ต้องถกเถียง

1483
01:43:13,944 --> 01:43:17,114
ไม่มีอะไรที่ต้องบอกใคร

1484
01:43:17,197 --> 01:43:20,033
และเมื่อ
เมื่อพวกเขากลับบ้านหลังเลิกงาน

1485
01:43:22,578 --> 01:43:24,371
เขารู้ว่าเขามีพรสวรรค์

1486
01:43:24,454 --> 01:43:29,084
เขารู้ว่าเขาเป็นมือกีตาร์ที่เก่ง
และนักแต่งเพลงที่เก่ง

1487
01:43:30,043 --> 01:43:34,506
และเราไปไม่ได้ไกลเท่าที่เขาหวัง

1488
01:43:35,757 --> 01:43:38,677
แบบให้ตายสิ…
เมื่อไรจะเกิดขึ้นเสียที

1489
01:43:39,887 --> 01:43:43,182
แต่ใครที่เคยมีหัวใจ

1490
01:43:43,807 --> 01:43:48,187
โอ้ พวกเขาคงไม่วกกลับมาทำร้าย

1491
01:43:49,062 --> 01:43:52,399
และใครที่เคยร่วมมีบทบาท

1492
01:43:52,482 --> 01:43:56,778
โอ้ พวกเขาคง
ไม่วกกลับมาเกลียดชัง

1493
01:43:58,488 --> 01:44:02,409
เจนที่รัก

1494
01:44:03,035 --> 01:44:06,163
เจนที่รัก

1495
01:44:06,246 --> 01:44:09,708
(Max's เมืองแคนซัส)

1496
01:44:12,794 --> 01:44:14,922
แล้วมีโชว์นั้นที่ร้าน Max's

1497
01:44:17,508 --> 01:44:18,926
เขาหยุดชะงักไปเลย

1498
01:44:21,678 --> 01:44:24,223
มาแล้วทะเล

1499
01:44:24,306 --> 01:44:26,808
(แอนดี)

1500
01:44:26,892 --> 01:44:30,229
และคลื่นที่ชายทะเล

1501
01:44:30,312 --> 01:44:32,523
ไม่น่าเชื่อว่านี่คือหลังผ่านไปห้าปี

1502
01:44:32,606 --> 01:44:39,112
ของการเล่นที่ชั้นบนของร้าน Max's
กับวงที่หดตัวลงอย่างมาก

1503
01:44:39,196 --> 01:44:43,325
แล้วคลื่นเล่า ไปอยู่ไหนมา

1504
01:44:47,955 --> 01:44:51,208
เขาโอดครวญ แทบจะเล่นไม่ได้

1505
01:44:51,291 --> 01:44:53,210
ไม่ได้มีความรู้สึกสนุกเลย

1506
01:44:53,293 --> 01:44:57,840
นั่นอาจทำให้ฉันคลั่ง

1507
01:44:57,923 --> 01:44:59,842
ผมตัดสินใจที่จะกลับไปเรียน

1508
01:44:59,925 --> 01:45:03,929
เพื่อหนีเรื่องราวเหล่านี้

1509
01:45:05,681 --> 01:45:07,391
ดิฉันว่าเขาไม่อยากบอกเรา

1510
01:45:07,474 --> 01:45:11,562
เขาไม่ได้หนีหายไป แต่เขาเลือกบอกเรา
ขณะที่เราเดินอยู่ในสนามบิน

1511
01:45:11,645 --> 01:45:13,856
เขาพูดออกมาว่า "ผมไม่ไป"

1512
01:45:16,525 --> 01:45:19,111
เขาบอกดิฉันด้วย
ว่าเหตุผลที่ทำอย่างนั้น

1513
01:45:19,194 --> 01:45:21,154
เป็นเพราะเขากลัว
ว่าทุกคนจะโน้มน้าวเขาให้ไป

1514
01:45:21,947 --> 01:45:24,032
โมต้องร้องไห้ ไม่ได้

1515
01:45:25,576 --> 01:45:28,912
โมบอกว่าเหมือนถูกเขาเอามีดแทงหัวใจ

1516
01:45:29,496 --> 01:45:32,416
ของผืนดิน

1517
01:45:32,499 --> 01:45:38,172
ที่อยู่ที่ชายทะเล

1518
01:45:40,674 --> 01:45:45,554
ผมไปดูพวกเขาที่ร้าน Max's
เพลงชุดนั้นจบพอดี

1519
01:45:45,637 --> 01:45:49,016
ลูมาถึงก็เดินไปที่ทางออก

1520
01:45:49,099 --> 01:45:51,518
ผมเรียก "เฮ้ ลู"
แต่เขาไม่หยุดและเดินเร็วมาก

1521
01:45:53,395 --> 01:45:56,607
แล้วมีคนพูดขึ้นว่า
"เขาเพิ่งลาออกจากวง"

1522
01:45:56,690 --> 01:45:59,359
ที่ชายทะเล

1523
01:46:00,611 --> 01:46:03,864
เขาลาออก เท่านั้นเลย
คือ… ทุกอย่างจบ

1524
01:46:06,241 --> 01:46:12,706
มาแล้วทะเลและคลื่นลม

1525
01:46:12,789 --> 01:46:15,751
ที่ชายทะเล

1526
01:46:19,588 --> 01:46:23,300
มาแล้วทะเล

1527
01:46:23,383 --> 01:46:26,053
และคลื่นลม…

1528
01:46:26,136 --> 01:46:29,348
หลังจากที่เขาออกจาวง
เขาไปอยู่บ้านพ่อแม่เขา

1529
01:46:29,431 --> 01:46:31,058
นานประมาณปีครึ่ง

1530
01:46:31,808 --> 01:46:35,938
เขาคงพยายามเรียบเรียงสติ

1531
01:46:36,522 --> 01:46:39,525
มีปัญหาค่อนข้างใหญ่…
เกี่ยวกับการจัดการ

1532
01:46:39,608 --> 01:46:41,527
ผมออกไปเลียแผล

1533
01:46:41,610 --> 01:46:43,779
สมัยเรียน คุณแม่จะบอกผมว่า

1534
01:46:43,862 --> 01:46:47,491
"ลูกน่าจะเรียนพิมพ์ดีด
จะได้มีงานรองรับไว้"

1535
01:46:47,574 --> 01:46:52,496
ฉันเป็นลูกชายที่ขี้เกียจ
ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ

1536
01:46:52,579 --> 01:46:57,209
ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่

1537
01:46:57,292 --> 01:46:59,878
และนี่

1538
01:46:59,962 --> 01:47:03,006
มาแล้วคลื่นลม

1539
01:47:06,260 --> 01:47:09,137
ที่ชายทะเล

1540
01:47:09,221 --> 01:47:11,807
พวกเขามีแสงเปล่งประกายมาก

1541
01:47:11,890 --> 01:47:16,979
จนไม่มีพื้นที่ใดสามารถรองรับ
การหายไปของแสงนั้น

1542
01:47:25,112 --> 01:47:28,991
ต้องอาศัยฟิสิกส์
เพื่ออธิบายวงนั้นในจุดสูงสุดของวง

1543
01:47:29,074 --> 01:47:32,077
มาแล้วคลื่นลม

1544
01:47:35,163 --> 01:47:39,501
มีเอนโทรปีอยู่

1545
01:47:40,586 --> 01:47:44,590
มาแล้วคลื่นลม

1546
01:47:44,673 --> 01:47:45,632
(ลู รีด - Transformer)

1547
01:47:53,765 --> 01:47:57,311
มาแล้วคลื่นลม

1548
01:47:57,394 --> 01:47:58,312
(นิโก
THE MARBLE INDEX)

1549
01:48:03,358 --> 01:48:04,359
(มอรีน ทักเกอร์
PLAYIN' POSSUM)

1550
01:48:14,328 --> 01:48:20,083
(ลู รีด/จอห์น เคล
SONGS FOR DRELLA)

1551
01:48:29,426 --> 01:48:35,474
มาแล้วคลื่นลม

1552
01:48:39,937 --> 01:48:45,943
มาแล้วคลื่นลม

1553
01:48:50,239 --> 01:48:55,202
มาแล้วคลื่นลม

1554
01:49:03,418 --> 01:49:05,671
สวัสดีครับ อืม

1555
01:49:06,213 --> 01:49:07,297
บาร์บาราโทรมา

1556
01:49:10,092 --> 01:49:12,010
อืม มีอะไรหรือเปล่า

1557
01:49:12,928 --> 01:49:14,054
อ่อ เยี่ยม

1558
01:49:14,805 --> 01:49:18,100
พูดอะไรอย่างนั้น รีบมาที่นี่เลย

1559
01:49:20,143 --> 01:49:21,270
ไว้คุยกัน

1560
01:49:25,023 --> 01:49:26,692
ชอบความสอดคล้องของสีในนั้นไหม

1561
01:49:26,775 --> 01:49:28,193
แปลกมาก

1562
01:49:28,277 --> 01:49:30,195
เป็นรูปถ่าย หรือ…

1563
01:49:30,279 --> 01:49:32,447
- ไม่ใช่ เป็นรูปวาด
- สวยดี

1564
01:49:32,531 --> 01:49:34,700
มีรูปหนึ่งในนั้น
เป็นรูป The Velvet Underground

1565
01:49:34,783 --> 01:49:36,660
เจ๋งใช่ไหม

1566
01:49:36,743 --> 01:49:38,370
เจ๋งมาก

1567
01:49:39,663 --> 01:49:40,956
คนนี้ใคร

1568
01:49:41,039 --> 01:49:42,249
- นั่นสเตอร์ลิง
- อ่อ สเตอร์ลิง

1569
01:49:43,333 --> 01:49:45,794
อ่อ ลืมไปเลย

1570
01:49:45,878 --> 01:49:47,004
ยังเจอกันอยู่ไหมครับ

1571
01:49:47,087 --> 01:49:50,966
ครับ ผมเพิ่งเจอมอรีน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

1572
01:49:51,550 --> 01:49:53,552
อืม ตอนนี้เธอ
เป็นนักเขียนโปรแกรมแล้ว

1573
01:49:53,635 --> 01:49:55,470
- ใช่ เธอทำงานที่โรงงาน
- แล้ว…

1574
01:49:55,554 --> 01:49:56,847
- ในหลายนัย
- จริงเหรอ

1575
01:49:58,599 --> 01:50:00,809
IBM เธอมีลูก

1576
01:50:00,893 --> 01:50:03,520
ยังติดต่อจอห์นอยู่ไหม
จอห์น เคล

1577
01:50:04,146 --> 01:50:06,064
ครับ เพิ่งคุยกับเขาเมื่อวันก่อน

1578
01:50:06,565 --> 01:50:09,443
แล้วเขา… เขา…
แน่นอนว่าเขายังทำงานเขียน แต่…

1579
01:50:09,526 --> 01:50:12,029
เขาทำงาน
ที่ไอส์แลนด์เรกคอร์ดส์ และ…

1580
01:50:12,905 --> 01:50:14,865
ไอส์แลนด์เหรอ ไม่รู้มาก่อน

1581
01:50:14,948 --> 01:50:17,201
ก่อนหน้านี้ทำกับวอร์เนอร์บราเธอร์ส
ตอนนี้มาอยู่ไอส์แลนด์แล้ว

1582
01:50:25,751 --> 01:50:27,794
(วันที่ 22 ก.พ. 1987 แอนดี วอร์ฮอล
เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด)

1583
01:50:27,878 --> 01:50:29,129
เราใช้เวลาสักพักกว่าจะถึงจุดนี้

1584
01:50:29,213 --> 01:50:32,174
(เขาอายุ 58 ปี)

1585
01:50:33,717 --> 01:50:37,721
(18 ก.ค. 1988 นิโกเสียชีวิต
จากเลือดออกในสมอง เธออายุ 49 ปี)

1586
01:50:37,804 --> 01:50:40,140
ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังจะไปไหน

1587
01:50:41,808 --> 01:50:45,103
(30 ส.ค. 1995 สเตอร์ลิง มอร์ริสัน
เสียชีวิตจากมะเร็งต่อมน้ำเหลือง:)

1588
01:50:45,187 --> 01:50:46,897
แต่ฉันจะพยายาม

1589
01:50:46,980 --> 01:50:48,315
(เขาอายุ 53 ปี)

1590
01:50:48,398 --> 01:50:49,900
ชิงอาณาจักรหากทำไหว

1591
01:50:50,567 --> 01:50:54,905
(27 ต.ค. 2013 ลู รีด
เสียชีวิตจากโรคตับ เขาอายุ 71 ปี)

1592
01:50:54,988 --> 01:50:59,785
เพราะทำให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชาย
เมื่อเอาเข็มจิ้มเข้าเส้นเลือด

1593
01:51:00,869 --> 01:51:04,915
ขอบอกเธอว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

1594
01:51:05,874 --> 01:51:09,419
เมื่อฤทธิ์ยาพัดพาฉันไป

1595
01:51:10,462 --> 01:51:13,799
และรู้สึกเหมือนเป็นบุตรพระเยซู

1596
01:51:14,842 --> 01:51:18,053
ฉันคงไม่รู้อะไร

1597
01:51:18,929 --> 01:51:21,890
ฉันคงไม่รู้อะไรเลย

1598
01:51:32,609 --> 01:51:34,319
ฉัน

1599
01:51:37,197 --> 01:51:38,907
ไม่รู้

1600
01:51:41,159 --> 01:51:44,329
ฉันตัดสินใจบางอย่าง

1601
01:51:52,963 --> 01:51:54,923
แต่ฉัน

1602
01:51:57,718 --> 01:51:59,720
รู้ว่าฉัน

1603
01:52:01,346 --> 01:52:04,558
จะพยายามลบล้างชีวิตฉัน

1604
01:52:04,641 --> 01:52:08,812
เพราะเมื่อเลือดเริ่มไหลเวียน

1605
01:52:09,771 --> 01:52:12,983
เมื่อยาพุ่งขึ้นไปตามลำคอคนเสพ

1606
01:52:13,775 --> 01:52:16,862
เมื่อฉันเข้าใกล้ความตาย

1607
01:52:28,874 --> 01:52:30,876
ไม่มีใครช่วยได้

1608
01:52:30,959 --> 01:52:33,962
พวกนายช่วยไม่ได้ สาวสวยก็ช่วยไม่ได้

1609
01:52:34,046 --> 01:52:36,131
ด้วยคำหวานของพวกเธอ

1610
01:52:36,757 --> 01:52:39,927
ทุกคนจงออกไป

1611
01:52:40,677 --> 01:52:43,722
ฉันคงไม่รู้อะไร

1612
01:52:44,598 --> 01:52:47,017
ฉันคงไม่รู้อะไรเลย

1613
01:52:47,100 --> 01:52:48,435
(ลู รีด
นักแต่งเพลง นักดนตรี และนักเขียน)

1614
01:52:48,519 --> 01:52:49,978
(ออกอัลบั้มสตูดิโอ 22 ชุด อัลบั้มสด
เก้าชุดในฐานะศิลปินเดี่ยว)

1615
01:52:50,062 --> 01:52:51,230
(จอห์น เคล นักแต่งเพลง
นักดนตรี และโปรดิวเซอร์)

1616
01:52:51,313 --> 01:52:52,689
(ออกอัลบั้มสตูดิโอ 16 ชุด อัลบั้มสด
หกชุด และผลิตเพลงกว่า 75 เพลง)

1617
01:52:52,773 --> 01:52:54,525
(เขายังออกทัวร์
และอาศัยอยู่ที่ลอสแอนเจลิส)

1618
01:52:54,608 --> 01:52:56,652
(สเตอร์ลิง มอร์ริสัน นักดนตรี
ได้รับปริญญาเอกและทำงานเป็น)

1619
01:52:56,735 --> 01:52:59,571
(ศาสตราจารย์การศึกษายุคกลาง
ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส เมืองออสติน)

1620
01:52:59,655 --> 01:53:02,074
(มอรีน ทักเกอร์ นักแต่งเพลงและ
นักดนตรี ออกอัลบั้มสตูดิโอสี่ชุด)

1621
01:53:02,157 --> 01:53:04,952
(ในฐานะศิลปินเดี่ยว และ
อาศัยอยู่ที่ตอนใต้ของรัฐจอร์เจีย)

1622
01:53:05,035 --> 01:53:07,663
(นิโก นักแต่งเพลงและนักดนตรี)

1623
01:53:07,746 --> 01:53:10,666
(ออกอัลบั้มสตูดิโอหกชุด
ในฐานะศิลปินเดี่ยว)

1624
01:53:10,749 --> 01:53:13,752
(ดัก ยูล นักดนตรี)

1625
01:53:13,836 --> 01:53:16,630
(ออกอัลบั้มสดหนึ่งชุดในฐานะ
ศิลปินเดี่ยว อาศัยอยู่ที่ซีแอตเทิล)

1626
01:53:17,214 --> 01:53:19,466
(เมอร์ริลล์ รีด-ไวเนอร์
น้องสาวของลูรีด เป็นนักจิตบำบัด)

1627
01:53:19,550 --> 01:53:21,426
(อาศัยอยู่ที่ลองไอส์แลนด์
รัฐนิวยอร์ก)

1628
01:53:21,510 --> 01:53:23,762
(อัลลัน ไฮแมน เพื่อนสมัยเรียน
และเพื่อนร่วมวงของลู รีด)

1629
01:53:23,846 --> 01:53:25,556
(อาศัยอยู่ที่ลองไอส์แลนด์
รัฐนิวยอร์ก)

1630
01:53:25,639 --> 01:53:27,724
(เฮนรี ฟลินท์ นักประพันธ์ นักดนตรี
นักปรัชญา และนักเขียน)

1631
01:53:27,808 --> 01:53:29,184
(อาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก)

1632
01:53:29,268 --> 01:53:31,937
(ลามอนต์ ยัง นักประพันธ์ นักดนตรี
นักเขียน และผู้ก่อตั้งวง)

1633
01:53:32,020 --> 01:53:35,566
(มาเรียน ซาซีลา ศิลปิน นักดนตรี
สมาชิกวง Theatre of Eternal Music)

1634
01:53:35,649 --> 01:53:37,484
(และ The Dream Syndicate
อาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก)

1635
01:53:37,568 --> 01:53:40,904
(ริชาร์ด มิชกิน เพื่อนมหาวิทยาลัย
เพื่อนร่วมวงของลู รีด อยู่นิวยอร์ก)

1636
01:53:40,988 --> 01:53:42,823
(เชลลี คอร์วิน
แฟนสาวสมัยมหาวิทยาลัยของลู)

1637
01:53:42,906 --> 01:53:44,616
(เป็นศิลปินที่อาศัยอยู่ที่
ตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย)

1638
01:53:44,700 --> 01:53:47,119
(แดนนี ฟีลด์ส ผู้จัดการเพลง
และนักโฆษณา อยู่นิวยอร์กและลอนดอน)

1639
01:53:47,202 --> 01:53:49,329
(เอมี โทบิน นักแสดงหญิง
และลูกค้า The Factory ในยุค 60)

1640
01:53:49,413 --> 01:53:51,498
(เป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์
อาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก)

1641
01:53:51,582 --> 01:53:53,625
(เทอร์รี ฟิลิปส์ นักดนตรี
และผู้บริหารของ Pickwick Records)

1642
01:53:53,709 --> 01:53:55,294
(อาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก)

1643
01:53:55,377 --> 01:53:57,754
(มาร์ธา มอร์ริสัน ภรรยาของสเตอร์ลิง
มอร์ริสัน ทำงานที่วิทยาลัยวัสซาร์)

1644
01:53:57,838 --> 01:54:00,007
(และอาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก)

1645
01:54:00,090 --> 01:54:02,759
(แมรี โวโรนอฟ ดาราดังของวอร์ฮอล
นักแสดงและนักเขียน อยู่ลอสแอนเจลิส)

1646
01:54:03,760 --> 01:54:05,679
(แจ็กสัน บราวน์ นักแต่งเพลง
นักดนตรี และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)

1647
01:54:05,762 --> 01:54:06,972
(อาศัยอยู่ลอสแอนเจลิส)

1648
01:54:07,055 --> 01:54:09,099
(โจนาธาน ริชแมน นักดนตรี/แต่งเพลง
และผู้ก่อตั้ง The Modern Lovers)

1649
01:54:09,183 --> 01:54:10,767
(อาศัยอยู่ทางตอนเหนือ
ของแคลิฟอร์เนีย)

1650
01:54:10,851 --> 01:54:13,562
(จอห์น วอเตอร์ส ผู้กำกับ
นักเขียน นักแสดง และศิลปิน)

1651
01:54:13,645 --> 01:54:15,522
(อาศัยอยู่ที่บัลติมอร์ ซานฟรานซิสโก
และโพรวินซ์ทาวน์)

1652
01:54:15,606 --> 01:54:17,941
(โจเซฟ ฟรีแมน ผู้ช่วยวัยรุ่น
ของวอร์ฮอลที่ The Factory)

1653
01:54:18,025 --> 01:54:19,234
(อาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก)

1654
01:54:19,318 --> 01:54:20,736
(เดลมอร์ ชวาร์ตซ์ เป็นนักเขียน กวี)

1655
01:54:20,819 --> 01:54:22,237
(และศาสตราจารย์วิชาการเขียนเชิง
สร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยซีราคิวส์)

1656
01:54:22,321 --> 01:54:24,448
(โทนี คอนราด เป็นผู้กำกับภาพยนตร์
แนวทดลองและนักดนตรี)

1657
01:54:24,531 --> 01:54:25,908
(ซึ่งเป็นสมาชิกวง Theatre of
Eternal Music และ The Primitives)

1658
01:54:25,991 --> 01:54:27,534
(ร่วมกับลู รีด และจอห์น เคล)

1659
01:54:27,618 --> 01:54:29,995
(บิลลี เนม หรือบิลลีลินิช
เป็นผู้ร่วมงานกับวอร์ฮอล ช่างภาพ)

1660
01:54:30,078 --> 01:54:31,997
(และผู้ดูแลหลักที่ The Factory)

1661
01:54:32,080 --> 01:54:33,832
(เดวิด โบวี เป็นนักแต่งเพลง
นักดนตรี นักแสดง)

1662
01:54:33,916 --> 01:54:35,918
(และผู้ผลิต Transformer
อัลบั้มสนั่นวงการของลู รีด)

1663
01:54:36,001 --> 01:54:38,420
(ด้วยความระลึกถึงโจนัส เมคัส
ผู้กำกับ ศิลปิน)

1664
01:54:38,504 --> 01:54:41,215
(และผู้ก่อตั้ง
Anthology Film Archives)

1665
01:54:41,298 --> 01:54:44,676
(ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับภาพยนตร์ล้ำยุค
ของสหรัฐอเมริกา)

1666
01:55:05,948 --> 01:55:12,663
แล้วสาวน้อยผู้น่าสงสารจะใส่ชุดอะไร

1667
01:55:15,457 --> 01:55:20,546
ไปงานปาร์ตี้ทั้งหลายของวันพรุ่งนี้

1668
01:55:23,257 --> 01:55:29,555
กระโปรงมือสองจากใครก็ไม่รู้

1669
01:55:32,432 --> 01:55:37,563
ไปงานปาร์ตี้ทั้งหลายของวันพรุ่งนี้

1670
01:55:40,232 --> 01:55:45,362
แล้วเธอจะไปไหน แล้วเธอจะทำอย่างไร

1671
01:55:45,445 --> 01:55:49,700
เมื่อเที่ยงคืนวนมาถึง

1672
01:55:53,078 --> 01:55:59,293
เธอจะหันไปหา
ตัวตลกวันอาทิตย์อีกครั้ง

1673
01:56:02,254 --> 01:56:06,925
และร้องไห้อยู่หลังประตู

1674
01:56:47,883 --> 01:56:54,389
แล้วสาวน้อยผู้น่าสงสารจะใส่ชุดอะไร

1675
01:56:57,476 --> 01:57:02,356
ไปงานปาร์ตี้ทั้งหลายของวันพรุ่งนี้

1676
01:57:05,025 --> 01:57:11,240
ทำไมต้องผ้าไหมและลินิน
จากชุดกระโปรงของเมื่อวาน

1677
01:57:14,284 --> 01:57:19,289
ไปงานปาร์ตี้ทั้งหลายของวันพรุ่งนี้

1678
01:57:21,875 --> 01:57:27,089
แล้วเธอจะทำอย่างไรกับเศษผ้าวันพฤหัส

1679
01:57:27,172 --> 01:57:31,301
เมื่อวันจันทร์วนมาถึง

1680
01:57:34,763 --> 01:57:40,894
เธอจะหันไปหา
ตัวตลกวันอาทิตย์อีกครั้ง

1681
01:57:43,814 --> 01:57:48,569
และร้องไห้อยู่หลังประตู

1682
01:58:47,085 --> 01:58:53,509
แล้วสาวน้อยผู้น่าสงสารจะใส่ชุดอะไร

1683
01:58:56,470 --> 01:59:01,642
ไปงานปาร์ตี้ทั้งหลายของวันพรุ่งนี้

1684
01:59:04,019 --> 01:59:10,067
เพราะเด็กวันพฤหัส
เป็นตัวตลกวันอาทิตย์

1685
01:59:12,903 --> 01:59:17,950
ที่ไม่มีใครจะไว้ทุกข์ให้

1686
01:59:20,577 --> 01:59:25,499
ผ้าคลุมสีคล้ำ ชุดกระโปรงมือสอง

1687
01:59:25,582 --> 01:59:30,462
ทำจากเศษผ้าและผ้าไหม ชุดเสื้อผ้า

1688
01:59:33,382 --> 01:59:40,389
ที่เหมาะกับคนที่นั่งร้องไห้

1689
01:59:42,015 --> 01:59:47,396
เรื่องงานปาร์ตี้ทั้งหลาย
ของวันพรุ่งนี้

1690
02:00:15,132 --> 02:00:17,134
คำบรรยายโดย ธัญญา ศรีธัญญลักษณา



