1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:10,927 --> 00:00:12,012
หนึ่งศูนย์หนึ่ง เทคสี่

4
00:00:12,804 --> 00:00:13,638
ขอบคุณครับ

5
00:00:15,807 --> 00:00:17,475
การสรรหาพนักงานคือทุกสิ่งทุกอย่าง

6
00:00:22,564 --> 00:00:24,441
ผมชื่อโฮเซ่ ซานเชส

7
00:00:24,524 --> 00:00:27,402
โทษที ที่ผมมาคุยด้วย
เพราะผมทำงานให้อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

8
00:00:27,485 --> 00:00:31,197
ผมเป็นผู้สรรหาพนักงานใหม่
ผมกำลังหาคนไปทำงานพาร์ทไทม์ในร้าน

9
00:00:31,281 --> 00:00:34,075
งานธรรมดาๆ
ทำงานอาทิตย์ละห้า สิบ หรือ 15 ชั่วโมง

10
00:00:34,159 --> 00:00:35,827
เราจ้างคนหน้าตาดี

11
00:00:37,662 --> 00:00:40,874
(ภาพยนตร์สารคดีจาก NETFLIX)

12
00:00:44,419 --> 00:00:45,795
ตอนฉันอยู่ม.ปลาย

13
00:00:45,879 --> 00:00:48,506
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
เป็นร้านขายปลีกที่คนฮิตที่สุด

14
00:00:49,215 --> 00:00:50,675
มันเป็นร้านที่

15
00:00:50,759 --> 00:00:53,386
เวลาเดินห้างจะต้องแวะเข้าไปทุกที

16
00:01:00,477 --> 00:01:02,020
เหมือนเป็นปรากฏการณ์ป็อปคัลเจอร์

17
00:01:02,687 --> 00:01:04,898
มันเป็นกระแสที่คนฮิตกันระเบิดระเบ้อ

18
00:01:04,981 --> 00:01:07,484
ถ้าไม่ใส่อะเบอร์ครอมบีแปลว่าไม่เท่

19
00:01:09,861 --> 00:01:12,155
ผมจำความรู้สึกกดดันที่อยากจะเข้าพวก

20
00:01:12,238 --> 00:01:14,532
แบบ "อยากมีอะเบอร์ครอมบีกับเขาบ้างจัง"

21
00:01:16,242 --> 00:01:17,452
ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกแบบนั้นแล้ว

22
00:01:17,535 --> 00:01:20,080
แต่สมัยนั้นน่ะ
การแต่งตัวเหมือนคนอื่นเป็นเรื่องที่เท่

23
00:01:21,206 --> 00:01:23,583
มีผู้ชายคนหนึ่ง ผมบลอนด์ ตาสีฟ้า

24
00:01:23,666 --> 00:01:26,461
กล้ามเป็นมัดๆ เหมือนรูปปั้น
ที่แกะสลักออกมาจากหินแกรนิตเลย

25
00:01:26,544 --> 00:01:28,588
และเขาสวมเสื้ออะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

26
00:01:28,671 --> 00:01:31,216
- มันขายความเป็นแบรนด์ในฝัน
- แบรนด์ในฝัน

27
00:01:31,299 --> 00:01:32,133
แบรนด์ในฝัน

28
00:01:32,217 --> 00:01:33,176
แบรนด์ในฝัน

29
00:01:37,097 --> 00:01:40,475
ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ
ของความเป็นวัยรุ่นอเมริกันทั้งแท่ง

30
00:01:41,267 --> 00:01:45,146
พอฉันเดินผ่านร้านอะเบอร์ครอมบีก็คิดในใจว่า
"ร้านนี้มันมีอะไรพิเศษนะ"

31
00:01:45,230 --> 00:01:48,817
มีแต่คนผอมบางและผิวขาว

32
00:01:50,902 --> 00:01:51,986
สมาคมนักเรียนชาย

33
00:01:52,070 --> 00:01:53,154
โรงเรียนประจำ

34
00:01:53,238 --> 00:01:54,072
พวกวาสป์

35
00:01:54,155 --> 00:01:55,073
ไฮโซ

36
00:01:55,156 --> 00:01:56,199
คุณหนูมีตังค์

37
00:01:59,661 --> 00:02:01,704
ตอนที่ผมใส่เสื้อผ้าอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

38
00:02:01,788 --> 00:02:04,916
ผมรู้สึกไม่เหมือนเดิม
และคิดว่าทุกอย่างอาจจะไม่เหมือนเดิมด้วย

39
00:02:06,417 --> 00:02:09,295
มีเหตุผลที่คนชอบแบรนด์นี้

40
00:02:10,213 --> 00:02:13,383
เพราะการกีดกันเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเรา

41
00:02:25,061 --> 00:02:27,730
ผมว่าครั้งแรกที่ผมเห็นอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

42
00:02:27,814 --> 00:02:33,236
คือตอนที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง
ถือถุงที่มีรูปผู้ชายผิวขาวถอดเสื้อโชว์หุ่นแซ่บ

43
00:02:33,319 --> 00:02:34,529
เป็นสีขาวดำ

44
00:02:34,612 --> 00:02:36,698
แล้วผมก็คิดว่า "อะไรนั่นน่ะ"

45
00:02:36,781 --> 00:02:40,493
(อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์)

46
00:02:44,455 --> 00:02:46,416
อะเบอร์ครอมบีขายความฝัน

47
00:02:46,499 --> 00:02:49,419
เกือบจะเหมือนภาพที่วาดฝันไว้
เหมือนภาพในฝันของคนหนุ่มสาว

48
00:02:49,502 --> 00:02:52,797
พวกเขาทำเงินได้มหาศาลจากการขายเสื้อผ้า

49
00:02:52,881 --> 00:02:55,550
แต่กลับโฆษณาแบบไม่ใส่เสื้อ…

50
00:03:00,054 --> 00:03:01,890
ยิ่งไปถ่ายกับอะเบอร์ครอมบี

51
00:03:01,973 --> 00:03:05,268
ก็ยิ่งชินกับการถอดเสื้อโชว์ท่อนบน

52
00:03:05,351 --> 00:03:08,021
กับการไม่ได้สวมเสื้อผ้าที่จะโฆษณา

53
00:03:10,106 --> 00:03:13,943
พอเป็นผู้ใหญ่แล้วมองย้อนกลับไป
ก็อาจรู้สึกช็อกอยู่เหมือนกันนะ

54
00:03:14,444 --> 00:03:16,821
แต่ตอนเป็นวัยรุ่นคิดว่ามันเจ๋งมาก

55
00:03:17,447 --> 00:03:19,866
ฉันเก็บเงินจนซื้อเสื้อได้หนึ่งตัว

56
00:03:19,949 --> 00:03:22,994
แล้วฉันก็เอามาใส่บ่อยเท่าที่จะทำได้
โดยที่ไม่ดูประหลาด

57
00:03:23,077 --> 00:03:27,081
ที่แขนมันจะเขียนว่า "อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์"
ฉันก็จะแบบว่า…

58
00:03:27,957 --> 00:03:29,250
"ดูสิ ฉันเท่นะ"

59
00:03:30,210 --> 00:03:31,586
อย่างน้อยๆ เลย ที่โรงเรียนฉัน

60
00:03:31,669 --> 00:03:35,131
จะต้องมีพวกผู้หญิงที่ตัดรูปผู้ชายบนถุงกระดาษนั่น

61
00:03:35,215 --> 00:03:37,425
แล้วเอาไปติดไว้ในล็อกเกอร์

62
00:03:37,508 --> 00:03:38,426
(สุดหล่อ)

63
00:03:38,509 --> 00:03:41,179
ฉันชอบโปสเตอร์หรือไม่ก็รูปถ่าย

64
00:03:41,262 --> 00:03:43,264
ฉันจะตัดเอามาหุ้มหนังสือทุกเล่ม

65
00:03:43,848 --> 00:03:45,892
คำว่าอะเบอร์ครอมบีจะอยู่บนสันพอดี

66
00:03:45,975 --> 00:03:47,894
ส่วนรูปก็จะอยู่บนปกทั้งสองด้าน

67
00:03:49,312 --> 00:03:51,022
เสื้อผ้าไม่มีอะไรพิเศษหรอก

68
00:03:51,105 --> 00:03:55,860
แต่ยี่ห้อที่อยู่บนเสื้อกับคำว่า
อะเบอร์ครอมบีที่คาดอยู่บนหน้าอกต่างหาก

69
00:03:55,944 --> 00:03:58,112
ที่เป็นเหมือนเครื่องหมายเกียรติยศ

70
00:03:59,405 --> 00:04:04,118
เวลาพูดถึงแบรนด์นี้ ผมมักจะนึกภาพ
หนุ่มๆ สมาคมนักเรียนชาย นักกีฬารักบี้

71
00:04:04,202 --> 00:04:08,122
พวกหนุ่มๆ ผิวขาว
ที่เล่นกีฬาไม่เหมือนชาวบ้านอย่างลาครอส

72
00:04:08,206 --> 00:04:11,417
มันไม่เหมือนบริษัทอื่นที่ใช้ดารามาโฆษณา

73
00:04:11,501 --> 00:04:13,920
แบบ "โอ้ ฉันอยากเป็นเหมือนแบรด พิตต์จัง"

74
00:04:14,003 --> 00:04:14,879
อย่ามโน

75
00:04:15,964 --> 00:04:18,424
แต่ถ้าหนุ่มอะเบอร์ครอมบีละก็เป็นไปได้

76
00:04:19,008 --> 00:04:21,302
คนธรรมดาใสซื่อที่มาจากเมืองเล็กๆ

77
00:04:21,386 --> 00:04:22,929
(เป็นเอแอนด์เอฟหน้าใหม่คนต่อไป)

78
00:04:23,012 --> 00:04:25,390
คนที่ซื้อเสื้อผ้าก็คือคนที่อยู่ในโฆษณานี่แหละ

79
00:04:25,473 --> 00:04:26,557
คนนั้นน่ะ มาจากไหน

80
00:04:26,641 --> 00:04:28,810
พีเอ อามิชเคาน์ตี พีเอ

81
00:04:28,893 --> 00:04:30,770
- นิวยอร์ก นิวยอร์ก
- 719

82
00:04:30,853 --> 00:04:32,563
- พิตต์สเบิร์ก
- ดัลลัส เท็กซัส

83
00:04:32,647 --> 00:04:33,690
คอนเนตทิคัต

84
00:04:34,649 --> 00:04:38,778
ผมเรียนที่สแตนฟอร์ดครับ
แล้วรูมเมตเมื่อตอนปีหนึ่ง

85
00:04:38,861 --> 00:04:42,824
เขามีแคตาล็อกที่รวมเอาบรรดา

86
00:04:42,907 --> 00:04:45,827
หนุ่มอะเบอร์ครอมบีที่เล่นรักบี้ พายเรือ

87
00:04:45,910 --> 00:04:50,498
แล้วบนตู้เสื้อผ้าในหอ
เขาก็เอารูปหนุ่มพวกนี้มาแปะเต็มไปหมด

88
00:04:50,581 --> 00:04:52,083
ผมว่าน่าจะมี

89
00:04:52,166 --> 00:04:55,253
หนุ่มอะเบอร์ครอมบีไม่ใส่เสื้อ
ถูกตัดออกมาสัก 50 คนได้

90
00:04:55,336 --> 00:04:58,256
แปะอยู่บนตู้เสื้อผ้าเขาเต็มไปหมด

91
00:04:58,339 --> 00:05:02,427
ตอนนั้นแหละที่ผมรู้สึกว่า
มันเป็นสิ่งที่คนผิวขาวคลั่งไคล้

92
00:05:08,474 --> 00:05:12,186
ฉันโตมาในวอชิงตัน ดี.ซี. และตอนม.หนึ่ง

93
00:05:12,270 --> 00:05:14,188
ฉันเรียนที่โรงเรียนซิดเวลล์เฟรนส์

94
00:05:14,272 --> 00:05:16,482
ที่เดียวกับที่มาเลียกับซาช่า โอบามาเรียน

95
00:05:16,566 --> 00:05:17,567
เชลซี คลินตันก็ด้วย

96
00:05:17,650 --> 00:05:21,571
เป็นโรงเรียนเอกชนของคนชั้นสูง
อยู่ในเขตตะวันตกเฉียงเหนือตอนบนของดีซี

97
00:05:21,654 --> 00:05:24,574
ตอนนั้นฉันชอบฮิปฮอปกับเพลงอาร์แอนด์บีสุดๆ

98
00:05:24,657 --> 00:05:28,286
ก็เลยชอบแบรนด์อย่างฟูบู เมคคา

99
00:05:28,369 --> 00:05:30,496
กับพวกแบรนด์แนวเออร์เบิน

100
00:05:30,580 --> 00:05:33,249
ที่เกิดขึ้นในปลายยุค 80 กับต้นยุค 90

101
00:05:33,333 --> 00:05:34,792
แล้วพอฉันไปเรียนที่ซิดเวลล์

102
00:05:34,876 --> 00:05:37,337
ก็ได้ยินคนพูดถึงอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

103
00:05:37,420 --> 00:05:40,423
ฉันไม่รู้ว่าแบรนด์นี้มันพิเศษยังไง

104
00:05:40,506 --> 00:05:43,217
รู้แต่ว่าที่ซิดเวลล์มันคือของที่คนต้องมี

105
00:05:49,599 --> 00:05:54,896
ฉันจำได้ว่าเห็นเด็กที่รวยกว่าฉันแน่ๆ
ใส่เสื้อผ้าแบรนด์นี้

106
00:05:54,979 --> 00:05:58,649
และอยากเป็นส่วนหนึ่งของรูปลักษณ์แบบนั้น

107
00:06:05,156 --> 00:06:06,657
กางเกงยีนเอวต่ำสุดๆ

108
00:06:06,741 --> 00:06:10,370
โชว์หน้าท้อง
โชว์บริเวณสะดือเป็นอะไรที่อินเทรนด์

109
00:06:13,164 --> 00:06:15,541
ฉันว่าพวกดาราก็ใส่กันนะ สมัยนั้นน่ะ

110
00:06:15,625 --> 00:06:17,585
(โอลิเวีย ไวลด์)

111
00:06:17,668 --> 00:06:21,506
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
ใช้คนตั้งแต่ยังเป็นแค่นายแบบนางแบบ

112
00:06:22,715 --> 00:06:23,966
เทย์เลอร์ สวิฟต์

113
00:06:24,050 --> 00:06:25,635
เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์

114
00:06:25,718 --> 00:06:26,803
แชนนิง เททัม

115
00:06:27,804 --> 00:06:29,263
แอชตัน คุตเชอร์

116
00:06:30,431 --> 00:06:31,349
ไฮดี คลุม

117
00:06:31,849 --> 00:06:33,142
แจนยัวรี โจนส์

118
00:06:34,644 --> 00:06:37,772
เหมือนกับเราดูโฆษณาแบบจัดเต็ม

119
00:06:37,855 --> 00:06:39,315
ที่บอกเราว่าอะไรคือความเท่

120
00:06:40,108 --> 00:06:44,821
สมัยนั้น ใครๆ ก็ต้องอ่านนิตยสาร
เพราะยังไม่มีสื่อโซเชียล

121
00:06:47,824 --> 00:06:52,286
เอ็มทีวี งานรางวัลมิวสิกวิดีโอ
กับรายการทีวีเฮาส์ออฟสไตล์

122
00:06:52,370 --> 00:06:56,999
ทำให้คนทั่วทั้งประเทศมีโอกาสได้เห็น
ในสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นในชีวิตประจำวัน

123
00:06:57,083 --> 00:06:58,835
ขอเสียงต้อนรับวง 98 ดีกรีส์สู่ทีอาร์แอล

124
00:07:01,504 --> 00:07:05,925
กระแสที่อาจเกิดขึ้นในฝั่งอีสต์หรือเวสต์โคสต์
ถูกถ่ายทอดออกเอ็มทีวี

125
00:07:06,008 --> 00:07:07,468
และผ่านช่องต่างๆ ของเอ็มทีวี

126
00:07:07,552 --> 00:07:11,347
ซึ่งมันทำให้สไตล์ถูกเผยแพร่ทั่วประเทศเร็วยิ่งขึ้น

127
00:07:11,431 --> 00:07:12,682
ในห้างก็เหมือนกัน

128
00:07:19,021 --> 00:07:20,731
วัฒนธรรมเดินห้างคือทุกสิ่งทุกอย่าง

129
00:07:20,815 --> 00:07:22,817
ไปซื้อของกับครอบครัว

130
00:07:22,900 --> 00:07:25,653
ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ

131
00:07:25,736 --> 00:07:28,823
ฉันไปเที่ยวห้างกับเพื่อนทุกสุดสัปดาห์เลยก็ว่าได้

132
00:07:29,824 --> 00:07:31,576
ผมกับเพื่อนๆ จะแอบพ่อแม่

133
00:07:31,659 --> 00:07:33,578
หนีไปเที่ยวห้างกันเป็นประจำ

134
00:07:33,661 --> 00:07:36,873
สะพายกระเป๋านักเรียน
ใส่ชุดโรงเรียนคาทอลิกไปเดินห้างเลย

135
00:07:36,956 --> 00:07:40,001
ห้างสรรพสินค้าเป็นที่ที่คนไปเดินฆ่าเวลา

136
00:07:40,084 --> 00:07:43,087
พออายุ 16 ฉันก็รู้ตัวเลยว่าฉันอยากทำงานที่นั่น

137
00:07:54,265 --> 00:07:57,894
ลองนึกภาพเครื่องมือค้นหา
ที่คุณสามารถเดินผ่านได้สิ

138
00:07:57,977 --> 00:08:01,689
หรือไม่ก็แคตาล็อกออนไลน์ที่เป็นสถานที่จริงๆ

139
00:08:02,732 --> 00:08:06,277
สมัยนั้น ต้องไปเดินห้าง
ถึงจะรู้ว่าต้องแต่งตัวแบบไหน

140
00:08:07,111 --> 00:08:08,946
เท่มากเลยจ้ะ

141
00:08:09,030 --> 00:08:12,074
เมื่อมีห้างเปิดเยอะขึ้น
และคนก็หันไปเดินห้างกันมากขึ้นเรื่อยๆ

142
00:08:12,158 --> 00:08:14,035
ไม่ใช่เป็นเพียงที่ที่คนไปจับจ่ายซื้อของ

143
00:08:14,118 --> 00:08:16,913
แต่ยังเป็นแหล่งที่สนองต่อ
ความต้องการอันหลากหลายอยู่ในที่เดียว

144
00:08:19,749 --> 00:08:21,167
ร้านค้าเฉพาะทางจะช่วยให้คุณ

145
00:08:21,250 --> 00:08:24,045
เลือกเฉพาะเจาะจงได้ว่าอยากซื้ออะไร

146
00:08:24,128 --> 00:08:26,547
ถ้าชอบแนวพังก์ก็ไปฮอตทอปิค

147
00:08:26,631 --> 00:08:29,800
หรือถ้าอยากได้ลุคแบบนักเซิร์ฟ
ก็ต้องไปแพคซัน

148
00:08:29,884 --> 00:08:32,970
ถ้าอยากได้ลุคคุณหนูผู้ดี
ก็ต้องไปอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

149
00:08:33,846 --> 00:08:37,225
มีหลายแบรนด์ที่ทำแนวคุณหนู
แต่ถ้าเป็นดีไซเนอร์แบรนด์

150
00:08:37,308 --> 00:08:40,895
ต้องยกให้ราล์ฟ ลอเรน
ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ นอติกา

151
00:08:41,938 --> 00:08:43,314
หนึ่งในแบรนด์แรกๆ

152
00:08:43,397 --> 00:08:47,401
ที่ผสมผสานวัฒนธรรมคนหนุ่มสาว
และความดึงดูดทางเพศ

153
00:08:48,069 --> 00:08:49,612
จริงๆ แล้วก็คือคาลวิน ไคลน์

154
00:08:49,695 --> 00:08:51,072
นั่นมันอะไรน่ะ

155
00:08:51,155 --> 00:08:52,782
- เดรสไง
- ใครว่า

156
00:08:52,865 --> 00:08:53,824
คาลวิน ไคลน์

157
00:08:53,908 --> 00:08:55,284
อย่างกับชุดชั้นใน

158
00:08:55,368 --> 00:08:58,955
สิ่งที่อะเบอร์ครอมบีทำก็คือ
สร้างจุดกึ่งกลางระหว่าง

159
00:08:59,038 --> 00:09:02,708
เรื่องเพศซึ่งคาลวิน ไคลน์กำลังขาย

160
00:09:02,792 --> 00:09:07,213
กับความเป็นผู้ดีแบบอเมริกันทั้งแท่ง
ที่ราล์ฟ ลอเรนพยายามขาย

161
00:09:08,506 --> 00:09:11,467
คุณอยากใส่ชุดเหมือนผู้ชายคนที่คุณคิดว่าเท่

162
00:09:16,264 --> 00:09:18,099
ก็เลยกลายเป็นว่า

163
00:09:18,182 --> 00:09:21,102
"ฉันต้องมีทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์ ฉันถึงจะเท่"

164
00:09:21,936 --> 00:09:23,604
หรือกางเกงยีนส์ของเกสส์

165
00:09:23,688 --> 00:09:24,981
พระเจ้า

166
00:09:25,064 --> 00:09:27,525
บางอย่างคือแพงจนซื้อไม่ได้เลย

167
00:09:27,608 --> 00:09:30,069
แต่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์มันพอซื้อได้

168
00:09:30,152 --> 00:09:32,947
มีความเป็นแบรนด์ในฝันมากพอ

169
00:09:33,030 --> 00:09:36,367
แต่ก็ไม่แพงเกินจนเอื้อมไม่ถึง

170
00:09:37,118 --> 00:09:41,414
แนวคิดหลักๆ เลยก็คือ
แฟชั่นขายความเป็นส่วนหนึ่ง

171
00:09:41,497 --> 00:09:45,668
ความมั่นใจ ความเท่ เสน่ห์ทางเพศ
ในหลายๆ ด้าน

172
00:09:45,751 --> 00:09:49,797
แต่สิ่งสุดท้ายที่มันพยายามขายเรา
จริงๆ แล้วก็คือเสื้อผ้านี่แหละ

173
00:09:51,716 --> 00:09:55,428
จำครั้งแรกที่ไปร้านอะเบอร์ครอมบีได้ไหม

174
00:09:56,012 --> 00:09:56,887
จำได้สิ

175
00:09:56,971 --> 00:09:57,972
(โม คาซิค
นักข่าว)

176
00:09:58,055 --> 00:09:59,932
ฉันจำได้ว่าพอเดินเข้าไป

177
00:10:00,016 --> 00:10:02,351
ก็สะดุ้งไปด้วยความรู้สึกที่แบบว่า

178
00:10:02,435 --> 00:10:05,021
"ตายแล้ว เหมือนเอามารวมกันไว้เลย

179
00:10:05,104 --> 00:10:11,027
เหมือนเขาเอาทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่ฉันเกลียดเกี่ยวกับโรงเรียนม.ปลาย

180
00:10:11,110 --> 00:10:13,029
มาใส่ร้านไว้เลย"

181
00:10:22,955 --> 00:10:26,876
พอไปถึงหน้าร้านก็จะเห็นหนุ่มหล่อสองคน
ยืนโชว์กล้ามท้องอยู่ข้างนอก

182
00:10:26,959 --> 00:10:29,253
ถ้าผ่านสองหนุ่มหล่อนั่นเข้าไป

183
00:10:29,337 --> 00:10:32,757
โดยที่ไม่รู้สึกวอกแวกหรือกลัว

184
00:10:32,840 --> 00:10:35,134
ฉันเริ่มงานช่วงประมาณวันหยุดเทศกาล

185
00:10:35,217 --> 00:10:39,096
พวกนั้นก็เลยใส่หมวกซานต้ากันด้วย
หมวกซานต้า ไม่ใส่เสื้อ กับกางเกงยีนส์

186
00:10:40,598 --> 00:10:43,267
หนึ่งในสิ่งที่อะเบอร์ครอมบีทำอย่างชาญฉลาด

187
00:10:43,351 --> 00:10:46,395
ก็คือติดบานเกล็ดสีน้ำตาลไว้ที่หน้าต่าง

188
00:10:46,479 --> 00:10:49,315
และติดรูปใหญ่ๆ ไว้หน้าประตูตรงทางเข้า

189
00:10:49,398 --> 00:10:52,818
คนก็เลยไม่เห็นสินค้าในร้าน
จนกว่าจะเดินเข้าไปในร้าน

190
00:10:52,902 --> 00:10:54,487
ไม่มีเจ้าอื่นทำแบบนี้เลย

191
00:10:54,570 --> 00:10:57,031
เหมือนบังคับคุณให้เดินข้ามเขตแดนเข้าไป

192
00:11:08,084 --> 00:11:10,586
มันมีบรรยากาศที่เป็นของมันเองเลย

193
00:11:10,670 --> 00:11:14,715
คุณจะรู้ว่าร้านอยู่แถวนั้นถึงจะเพิ่งเคยมาห้าง
เพราะจะเริ่มได้ยินเสียงเพลง

194
00:11:17,426 --> 00:11:21,138
เสียงดนตรีดังกระหึ่ม
ซึ่งบรรดาพ่อแม่เกลียดเข้าไส้

195
00:11:21,222 --> 00:11:23,307
เพลงไนท์คลับจังหวะตื๊ดๆ

196
00:11:23,391 --> 00:11:26,811
รูปหนุ่มเปลือยอกขนาดเบ้อเริ่ม

197
00:11:26,894 --> 00:11:31,315
การเข้าไปในร้านเหมือนเป็นการสัมผัส
ประสบการณ์ ที่คนเข้าไปเที่ยวเล่นกัน

198
00:11:37,238 --> 00:11:39,907
คนมองว่านี่คือลุคแห่งความเป็นอเมริกันทั้งแท่ง

199
00:11:39,990 --> 00:11:43,035
ส่วนฉันก็มองว่าตัวเองคือสาวอเมริกันทั้งแท่ง

200
00:11:43,953 --> 00:11:45,287
ฉันก็เลยชอบลุคนี้

201
00:11:54,088 --> 00:11:58,008
มันเป็นโคโลญจน์กลิ่นที่
มีเฉพาะที่ร้านอะเบอร์ครอมบีเท่านั้น

202
00:11:58,092 --> 00:12:02,263
คุณจะได้กลิ่นที่ดมดูก็รู้ว่า
เป็นกลิ่นของอะเบอร์ครอมบี

203
00:12:02,346 --> 00:12:06,434
จะมีกลิ่นหอมสาบๆ แบบชายชาตรี
ตอนที่เดินผ่านหน้าร้าน

204
00:12:07,143 --> 00:12:11,439
ผมจะเห็นพวกพนักงานเดินฉีดกลิ่นนี้ทั่วไปหมด

205
00:12:11,939 --> 00:12:15,443
ผมชอบเป็นไมเกรน ก็เลยจะลำบากหน่อย

206
00:12:15,526 --> 00:12:17,486
ผมจะรีบเข้ารีบออกเพราะไม่งั้นเดี๋ยวปวดหัว

207
00:12:17,570 --> 00:12:19,405
แต่สำหรับวัยรุ่นก็คงไม่เป็นไร

208
00:12:19,488 --> 00:12:22,241
ผมได้มาฟรีๆ เยอะเลย กลิ่นของมัน…

209
00:12:22,324 --> 00:12:25,161
โคโลญจน์ที่นั่นมันหอมเสมอแหละ

210
00:12:25,244 --> 00:12:28,372
แม่ฉันไม่ชอบร้านนี้เลย

211
00:12:28,456 --> 00:12:31,959
ฉันจำได้ว่าแม่ชอบถามว่า
"ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชอบไปซื้อของร้านนั้น"

212
00:12:32,042 --> 00:12:34,086
พนักงานคือน่ากลัวมาก พูดตามตรง

213
00:12:34,170 --> 00:12:36,005
เราเคยคุยกันที่บริษัทด้วยนะ

214
00:12:36,088 --> 00:12:38,924
หน้าที่ของพวกเขาคือการไม่สนใจใยดีลูกค้า

215
00:12:39,008 --> 00:12:42,094
จริงๆ แล้วหน้าที่ของพวกเขาคือ
ทำเหมือนว่าคุณทำให้เขารำคาญ

216
00:12:44,221 --> 00:12:45,055
ขอโทษนะครับ

217
00:12:46,223 --> 00:12:47,349
ว่าไง

218
00:12:47,433 --> 00:12:50,060
ต้องมีใครที่ทำงานที่แมดทีวี
เคยทำงานที่ร้านอะเบอร์ครอมบี

219
00:12:50,144 --> 00:12:51,854
หรือไม่ก็พี่น้องต้องเคยทำมาก่อน

220
00:12:51,937 --> 00:12:56,275
เพราะขยี้เรื่องวัฒนธรรมการทำงาน
ที่อะเบอร์ครอมบีได้เจ็บแสบสุดๆ

221
00:12:56,358 --> 00:12:59,904
มีห้องลองชุดแค่ห้องเดียวเอง
คนต่อแถวตั้งเยอะ เปิดอีกห้องได้ไหมครับ

222
00:12:59,987 --> 00:13:00,988
ไม่ได้

223
00:13:01,071 --> 00:13:02,782
ไม่ได้แซวเกินจริงเลย

224
00:13:02,865 --> 00:13:04,366
มีกุญแจไหม

225
00:13:04,450 --> 00:13:05,576
ไม่อะ พวก

226
00:13:08,204 --> 00:13:11,373
ดัตช์น่าจะมีนะ เฮ้ ดัตช์ มีกุญแจไหม

227
00:13:11,457 --> 00:13:14,001
พวกเขาทำได้ดีมาก
ในการบรรยายความรู้สึกแบบ…

228
00:13:14,084 --> 00:13:16,378
"นี่ฉันอยู่ที่ไหน ที่นี่คืออะไร"

229
00:13:16,462 --> 00:13:18,088
เฮ้ สตอร์ม มีกุญแจไหม พวก

230
00:13:19,799 --> 00:13:22,802
โอ้ อยู่ที่ฉันเอง โทษที

231
00:13:25,137 --> 00:13:28,140
ทุกชิ้นส่วนของอะเบอร์ครอมบี

232
00:13:28,891 --> 00:13:31,143
ล้วนถูกออกแบบมา

233
00:13:32,895 --> 00:13:34,104
โดยไมค์นี่แหละ

234
00:13:34,188 --> 00:13:37,691
(ไมค์ เจฟฟรีส์
อดีตซีอีโอเอแอนด์เอฟ)

235
00:13:37,775 --> 00:13:40,986
ทั้งร้าน สินค้า ทุกอย่างเลย

236
00:13:41,070 --> 00:13:42,863
เขาต้องเป็นคนอนุมัติ

237
00:13:43,906 --> 00:13:47,451
(ไมค์ เจฟฟรีส์ อดีตซีอีโอ
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์)

238
00:13:47,535 --> 00:13:50,162
(ปฏิเสธที่จะออกความเห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้)

239
00:13:50,246 --> 00:13:52,331
(ซินดี้ สมิธ-แมคลอยน์
อดีตรองผ.อ.ฝ่ายการค้า)

240
00:13:52,456 --> 00:13:55,042
ฉันอยู่ฝ่ายการค้า ขึ้นตรงกับไมค์

241
00:13:55,626 --> 00:13:58,087
เราทำงานอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเลย

242
00:13:58,921 --> 00:14:01,257
ผมน่าจะเป็นพนักงานคนที่สองที่เขาจ้างมา

243
00:14:01,340 --> 00:14:03,968
เขามีภารกิจเพียงหนึ่งเดียว

244
00:14:04,051 --> 00:14:06,804
นั่นก็คือการสร้างอะเบอร์ครอมบี

245
00:14:07,638 --> 00:14:10,599
ไมค์ เจฟฟรีส์เป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ

246
00:14:10,683 --> 00:14:13,102
แม้จะอยู่ในวงการที่เต็มไปด้วยผู้คน

247
00:14:13,185 --> 00:14:16,021
แต่เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ออกทีวี

248
00:14:16,105 --> 00:14:17,857
หรือให้สัมภาษณ์ออกสื่อเลย

249
00:14:17,940 --> 00:14:21,110
แต่ฉันคิดว่าตัวจริงเขาเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก

250
00:14:21,986 --> 00:14:27,783
ไมเคิล เจฟฟรีส์
หนุ่มหล่อจากแคลิฟอร์เนียตอนใต้

251
00:14:27,867 --> 00:14:31,370
หุ่นดี เฉลียวฉลาด

252
00:14:31,453 --> 00:14:34,415
ผมว่าเขามีความเป็นส่วนตัวสูง

253
00:14:34,498 --> 00:14:36,876
ไม่ใช่ขี้อาย แค่ชอบความเป็นส่วนตัว

254
00:14:37,376 --> 00:14:40,045
เขามีภารกิจเพียงหนึ่งเดียว

255
00:14:40,129 --> 00:14:42,965
นั่นคือการสร้างอะเบอร์ครอมบี

256
00:14:43,048 --> 00:14:46,552
และทำให้มันประสบความสำเร็จ

257
00:14:47,761 --> 00:14:51,098
อะไรคือแรงบันดาลใจหลักของเขาคะ

258
00:14:52,600 --> 00:14:55,102
ก็เหมือนทุกคนนั่นแหละ

259
00:14:55,185 --> 00:14:57,187
ผลตอบแทนทางการเงิน

260
00:14:59,023 --> 00:15:04,361
(ช่วงต้นทศวรรษปี 1990)

261
00:15:07,448 --> 00:15:09,450
ไมค์ เจฟฟรีส์มาที่อะเบอร์ครอมบี

262
00:15:09,533 --> 00:15:12,578
ตอนที่มันยังเป็นส่วนหนึ่งของ
อาณาจักรร้านค้าปลีกของเลส เว็กซ์เนอร์

263
00:15:12,661 --> 00:15:13,954
ในโคลัมบัส โอไฮโอ

264
00:15:14,038 --> 00:15:16,832
มันก็เลยเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลแบรนด์ลิมิเต็ด

265
00:15:17,791 --> 00:15:19,209
ตอนนั้นผมอายุ 25 ปี

266
00:15:19,293 --> 00:15:22,379
ผมไปหาทุกคนที่มีพื้นที่เปิดร้านค้าปลีกแล้วพูดว่า

267
00:15:22,463 --> 00:15:24,715
"ผมมีไอเดียจะเปิดร้านแบบนี้
ให้ผมเช่าที่ได้ไหมครับ"

268
00:15:25,925 --> 00:15:27,217
และทุกคนก็ปฏิเสธ

269
00:15:27,301 --> 00:15:30,554
ผมไม่มีเงิน ไม่มีร้าน มีแค่ไอเดียในหัว

270
00:15:30,638 --> 00:15:35,976
เลสลี่ เอช เว็กซ์เนอร์เป็นหนึ่งในตำนาน
ผู้อยู่เบื้องหลังวงการค้าปลีกของอเมริกา

271
00:15:36,060 --> 00:15:39,188
เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนกลยุทธ์
ให้กับห้างสรรพสินค้าหลายเครือ

272
00:15:39,271 --> 00:15:41,523
ที่มีอยู่ในประเทศเราทุกวันนี้

273
00:15:43,400 --> 00:15:46,737
คนให้ฉายาเขาว่าเป็น
พ่อมดแห่งวงการห้างสรรพสินค้า

274
00:15:48,822 --> 00:15:51,450
เลส เว็กซ์เนอร์ใช้อยู่สองวิธีในการสร้างแบรนด์

275
00:15:51,533 --> 00:15:54,662
เขาจะเอาแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว
มาทดลองทำในคอนเซปต์ใหม่

276
00:15:54,745 --> 00:15:56,580
ที่มีอยู่ในตัวแบรนด์อยู่แล้ว

277
00:15:56,664 --> 00:15:58,582
และต่อยอดถ้าประสบความสำเร็จ

278
00:15:58,666 --> 00:16:01,043
หรือไม่เขาก็จะซื้อกิจการแบรนด์ที่กำลังจะล้ม

279
00:16:02,878 --> 00:16:05,881
อะเบอร์ครอมบีมีมาประมาณ 100 ปีแล้ว

280
00:16:06,465 --> 00:16:09,343
มันเริ่มต้นจากเป็นแบรนด์เสื้อผ้า
ทำกิจกรรมนอกบ้านสำหรับผู้ชาย

281
00:16:09,426 --> 00:16:12,471
แบรนด์ที่สื่อถึงวัฒนธรรมชนชาติอเมริกา

282
00:16:14,473 --> 00:16:18,268
อี.บี. ไวท์ บรรยายหน้าต่างร้านไว้ว่า

283
00:16:18,352 --> 00:16:20,771
เป็นเหมือนภาพในฝันของชายชาตรี

284
00:16:22,106 --> 00:16:25,234
และมันเจาะจงไปที่ชายชั้นสูงผู้ชื่นชอบกีฬา

285
00:16:25,818 --> 00:16:28,570
ในการอำลาทำเนียบขาว
เขานำคณะล่าสัตว์ไปเยือนแอฟริกา

286
00:16:28,654 --> 00:16:30,906
และพิสูจน์ฝีมือในฐานะนักล่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่

287
00:16:30,990 --> 00:16:33,575
ลูกค้ามีทั้งเท็ดดี้ โรสเวลต์

288
00:16:34,201 --> 00:16:35,577
เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์

289
00:16:36,412 --> 00:16:38,914
(ชุดออกค่าย
บริษัทเดวิด ที. อะเบอร์ครอมบี)

290
00:16:40,165 --> 00:16:41,709
มีช่วงที่ธุรกิจไปได้ไม่ดี

291
00:16:42,292 --> 00:16:45,587
บริษัทของเลส เว็กซ์เนอร์ซื้ออะเบอร์ครอมบี

292
00:16:45,671 --> 00:16:47,631
พวกเขาพยายามปรับปรุงแบรนด์ใหม่

293
00:16:48,465 --> 00:16:52,011
มันเป็นบริษัทที่ขายครีมโกนหนวด

294
00:16:52,094 --> 00:16:55,222
หนังสือ อุปกรณ์ตกปลา และของประเภทที่

295
00:16:55,305 --> 00:16:59,226
ผู้ชายแก่ๆ อย่างเท็ดดี้ โรสเวลต์คงอยากซื้อ

296
00:17:00,352 --> 00:17:01,562
พอเลสซื้อแบรนด์มา

297
00:17:01,645 --> 00:17:04,815
เขาก็พยายามสร้างจุดขายนี้ขึ้นมาใหม่
แต่เขาทำไม่สำเร็จ

298
00:17:04,898 --> 00:17:07,693
ซึ่งตอนนั้นแหละที่ผมว่า
เขาน่าจะเอาไมค์ เจฟฟรีส์เข้ามา

299
00:17:07,776 --> 00:17:10,320
ซีอีโอที่ล้มเหลวของแอลคอตต์แอนด์แอนดรูส์

300
00:17:10,404 --> 00:17:11,989
ซึ่งเป็นแบรนด์ของผู้หญิง

301
00:17:12,072 --> 00:17:14,366
เน้นขายเสื้อผ้าคนทำงานและนักธุรกิจหญิง

302
00:17:16,952 --> 00:17:20,706
เขาเอาไมค์ เจฟฟรีส์เข้ามาช่วย
แล้วบอกว่า "มาลองกันดูอีกสักตั้ง"

303
00:17:21,790 --> 00:17:26,545
และนั่นแหละคือตอนที่ความเป็นอะเบอร์ครอมบี
แบบที่เราเห็นทุกวันนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

304
00:17:30,966 --> 00:17:37,181
เราตั้งเป้าว่าอยากเป็นแบรนด์ที่เจ๋งที่สุด
ในหมู่คนรุ่นอายุ 18 ถึง 22 ปี

305
00:17:38,307 --> 00:17:43,771
ช่วงแรกที่ไมค์ไปถึง
เขาใส่รองเท้าหนังหุ้มส้นกับกางเกงกากี

306
00:17:43,854 --> 00:17:46,982
จนสุดท้ายเปลี่ยนมาเป็นลุคเสื้อเชิร์ตติดกระดุม

307
00:17:47,066 --> 00:17:49,443
กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ

308
00:17:49,526 --> 00:17:51,862
เขาคิดสูตรขึ้นมาซึ่งมันได้ผล

309
00:17:52,321 --> 00:17:53,155
(สูตรของไมค์)

310
00:17:53,238 --> 00:17:57,117
เขาค้นพบวิธีเชื่อมโยงเอา
ความเป็นแบรนด์เก่าแก่ของอะเบอร์ครอมบี

311
00:17:57,201 --> 00:17:59,953
ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1892

312
00:18:00,037 --> 00:18:03,248
ที่เน้นขายชนชั้นสูงที่มีอภิสิทธิ์ทางสังคม

313
00:18:03,332 --> 00:18:09,171
และผสานเข้ากับภาพลักษณ์
ที่เซ็กซี่และมีเสน่ห์เย้ายวนทางเพศ

314
00:18:09,755 --> 00:18:12,216
มันถูกออกแบบมาให้มีความพิเศษ

315
00:18:13,300 --> 00:18:17,387
เขาภูมิใจที่มันเป็นแบรนด์ที่มีความพิเศษ

316
00:18:17,471 --> 00:18:20,808
และสื่อภาพลักษณ์ของสิ่งที่เขาคิดว่าคือความเท่

317
00:18:21,433 --> 00:18:23,227
เราทำโปสเตอร์ขึ้นมา

318
00:18:23,310 --> 00:18:26,688
และเขียนแยกว่า "นี่คืออะเบอร์ครอมบี"

319
00:18:26,772 --> 00:18:29,441
"นี่ไม่ใช่อะเบอร์ครอมบี"

320
00:18:29,525 --> 00:18:32,528
หมาของอะเบอร์ครอมบี
ต้องเป็นโกลเดนรีทรีฟเวอร์

321
00:18:32,611 --> 00:18:35,697
ส่วนพูเดิลเนี่ย ไม่ใช่อะเบอร์ครอมบี

322
00:18:35,781 --> 00:18:39,368
เด็กมหา'ลัยอะเบอร์ครอมบีต้องขับรถจีป

323
00:18:39,451 --> 00:18:41,745
ไม่ขับรถเก๋งธรรมดาๆ

324
00:18:45,290 --> 00:18:47,876
แฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่ได้ชื่อว่า

325
00:18:47,960 --> 00:18:50,546
ไม่ค่อยชอบทำการวิจัยตลาดกันเท่าไร

326
00:18:50,629 --> 00:18:53,257
เป้าหมายไม่ใช่เพื่อให้ในสิ่งที่คนต้องการ

327
00:18:53,340 --> 00:18:56,051
แต่ทำให้คนร้องขอในสิ่งที่คุณนำเสนอ

328
00:18:56,552 --> 00:18:58,762
(ปี 1996)

329
00:18:59,429 --> 00:19:01,056
(ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก)

330
00:19:07,271 --> 00:19:10,315
ในปี 1996 ไมค์ เจฟฟรีส์
นำอะเบอร์ครอมบีเข้าตลาดหลักทรัพย์

331
00:19:10,899 --> 00:19:13,735
พวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง
ของอาณาจักรเลส เว็กซ์เนอร์แล้ว

332
00:19:15,404 --> 00:19:16,905
แบรนด์ติดลมบนแล้ว

333
00:19:17,990 --> 00:19:19,867
เขามักจะจัดประชุมประจำไตรมาส

334
00:19:19,950 --> 00:19:24,204
แล้วก็จะจัดงานชุมนุมรอบกองไฟกัน

335
00:19:24,288 --> 00:19:27,541
เพื่อคุยกันว่าเราทำเงินได้มากเท่าไรแล้ว

336
00:19:28,292 --> 00:19:30,002
"เงินทองไหลมาเทมา" กันเลยจ้า

337
00:19:30,627 --> 00:19:33,255
คนที่มาร่วมในยุคแรกๆ ถือหุ้นกันทั้งนั้นแหละ

338
00:19:33,755 --> 00:19:36,758
ฉันมักจะพูดเสมอว่าฉันมาถูกที่ถูกเวลา

339
00:19:37,259 --> 00:19:39,178
เปิดตัวไลน์อะเบอร์ครอมบีสำหรับเด็กด้วย

340
00:19:40,179 --> 00:19:43,390
แล้วก็มีฮอลลิสเตอร์
ที่ขายภาพชวนฝันแบบแคลิฟอร์เนีย

341
00:19:44,183 --> 00:19:49,605
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
ผูกขาดตลาดเสื้อผ้าแนวไลฟ์สไตล์

342
00:19:50,105 --> 00:19:53,192
และทำให้เลสลี่ เว็กซ์เนอร์
กลายเป็นเศรษฐีพันล้าน

343
00:19:53,984 --> 00:19:57,696
พวกเขาสร้างอาณาเขตที่ทำงาน
ใหญ่โตเหมือนมหาวิทยาลัยเลย

344
00:19:57,779 --> 00:20:00,616
เป็นบริษัทใหญ่เจ้าแรกๆ ที่ทำแบบนี้

345
00:20:00,699 --> 00:20:05,495
ภายใต้แนวคิดที่ว่างานคือชีวิตและชีวิตก็คืองาน

346
00:20:05,579 --> 00:20:07,247
พนักงานก็จะอยู่ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน

347
00:20:07,331 --> 00:20:10,167
เพราะมันได้มาสนุกกับเพื่อนๆ

348
00:20:11,752 --> 00:20:13,712
ทีมฉันเรียกว่าม.เจ็ด

349
00:20:13,795 --> 00:20:15,380
เพราะมันเหมือนแบบ…

350
00:20:15,964 --> 00:20:17,299
มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

351
00:20:18,383 --> 00:20:20,802
ไมค์มักจะจัดงานเลี้ยงมื้อเย็นที่บ้าน

352
00:20:20,886 --> 00:20:24,014
เป็นงานจัดเลี้ยงที่ใหญ่เว่อร์วังอลังการมาก

353
00:20:24,890 --> 00:20:28,018
ปาร์ตี้สุดเหวี่ยง คั่วกันในงานก็เยอะ
แล้วก็ปาร์ตี้กับพวกพนักงานเสิร์ฟ

354
00:20:28,101 --> 00:20:30,270
หลังจากที่เขาขึ้นบ้านไปนอนแล้วนะ

355
00:20:30,354 --> 00:20:34,066
เดวิด ลีโนสักคำว่าอะเบอร์ครอมบีไว้บนตัว

356
00:20:34,149 --> 00:20:36,944
แล้วมันก็กลายเป็นสิ่งที่ฮิตทำกัน

357
00:20:37,027 --> 00:20:41,573
เหมือนเชื้อโรคเลย แบบว่า
"นี่แหละคือความเป็นอะเบอร์ครอมบี

358
00:20:41,657 --> 00:20:45,869
ถ้าไม่อยู่กับอะเบอร์ครอมบีทุกลมหายใจเข้าออก
ก็อย่ามาที่นี่เลย"

359
00:20:45,953 --> 00:20:48,038
มัน… เป็นเหมือนวัฒนธรรมเลย

360
00:20:48,997 --> 00:20:50,082
มันคือชีวิตของเราจริงๆ

361
00:20:50,666 --> 00:20:52,209
แต่ไม่ใช่ชีวิตที่แย่นะ

362
00:20:52,292 --> 00:20:55,212
ได้ออกไปสังสรรค์อาทิตย์ละสาม สี่ ห้าคืน

363
00:20:55,295 --> 00:20:58,131
และจะต้องเริ่มด้วยไอริชคาร์บอมบ์สองแก้ว

364
00:20:58,632 --> 00:21:02,302
เรามักจะเริ่มปาร์ตี้แบบนี้ทุกคืน
นั่นแหละคือสิ่งที่อะเบอร์ครอมบีต้องการ

365
00:21:02,386 --> 00:21:04,805
เราถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่เท่

366
00:21:06,390 --> 00:21:09,268
ในสัปดาห์แรกที่ฉันทำงาน
ที่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

367
00:21:09,351 --> 00:21:14,648
ตัวแทนฝ่ายบุคคลบอกกับฉันว่า
เอาขี้หมามาเขียนคำว่าอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

368
00:21:14,731 --> 00:21:16,942
ไว้บนหมวกเบสบอล

369
00:21:17,025 --> 00:21:18,568
เอาไปขายใบละ 40 ดอลลาร์ยังได้

370
00:21:18,652 --> 00:21:19,653
เธอพูดประมาณว่า

371
00:21:19,736 --> 00:21:21,822
"นี่แหละคือสถานะของเราในตอนนี้
สุดยอดมากๆ"

372
00:21:24,866 --> 00:21:28,412
ไมค์ เจฟฟรีส์ใช้ความสามารถของเขาตั้งแต่ต้น

373
00:21:28,495 --> 00:21:31,748
ผนวกกับสิ่งที่เว็กซ์เนอร์มีให้เขาอยู่แล้ว

374
00:21:32,541 --> 00:21:34,418
ในการเริ่มต้นทำการตลาด

375
00:21:35,544 --> 00:21:38,422
ภาพลักษณ์และสิ่งที่สร้างบริษัทนี้
ให้เป็นรูปเป็นร่างไม่มีอีกต่อไปแล้ว

376
00:21:38,505 --> 00:21:40,299
ถ้าเป็นตอนนี้ก็ต้องผ่านอินสตาแกรม

377
00:21:40,382 --> 00:21:43,760
แต่อะเบอร์ครอมบีคงจะเป็นแนว
โอนลี่แฟนส์มากกว่า เข้าใจใช่ไหม

378
00:21:44,594 --> 00:21:45,887
(ซาวาส อบัดซิดิส)

379
00:21:45,971 --> 00:21:47,889
(อดีตบ.ก.ใหญ่
เอแอนด์เอฟควอเทอร์ลี)

380
00:21:48,890 --> 00:21:52,853
ผมเป็นบรรณาธิการใหญ่ตลอดช่วงที่มีการ
ตีพิมพ์นิตยสารเอแอนด์เอฟควอเทอร์ลี

381
00:21:53,854 --> 00:21:55,772
ควอเทอร์ลีย์ เดอะควอเทอร์ลี

382
00:21:55,856 --> 00:21:58,317
เอแอนด์เอฟควอเทอร์ลี แมกาล็อก

383
00:21:58,400 --> 00:22:00,861
คนเรียกกันหลายชื่อ

384
00:22:01,486 --> 00:22:02,321
(แพทริค คาโรน)

385
00:22:02,404 --> 00:22:04,323
(อดีตรองบ.ก.ใหญ่
เอแอนด์เอฟควอเทอร์ลี)

386
00:22:04,406 --> 00:22:06,575
ทีมเราเล็กอย่างไม่น่าเชื่อ

387
00:22:06,658 --> 00:22:11,621
เด็กหนุ่มผิวขาวจากตะวันออกเฉียงเหนือ
มาร่วมกันทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น

388
00:22:11,705 --> 00:22:15,709
ตอนนั้นทุกคนยังเด็กมาก
ผมน่าจะอายุประมาณ 21 หรือ 22

389
00:22:15,792 --> 00:22:18,337
ผมโชคดีมากๆ ที่ได้

390
00:22:18,420 --> 00:22:21,590
ทำงานขึ้นตรงกับผู้ทรงอิทธิพลตัวใหญ่ๆ
ในวงการแฟชั่นสมัยนั้นเลย

391
00:22:21,673 --> 00:22:23,592
ทั้งๆ ที่เป็นเด็กเพิ่งจบมหาวิทยาลัย

392
00:22:24,092 --> 00:22:25,677
รู้สึกเหมือนต้องทำเองกับมือ

393
00:22:25,761 --> 00:22:29,931
มันเป็นความรู้สึกที่ซาวาส
กับบรูซ เวเบอร์ส่งผ่านมาให้เรา

394
00:22:30,432 --> 00:22:33,143
ผมรู้สึกมาตลอดว่าผู้ชายก็เหมือนผู้หญิง

395
00:22:33,226 --> 00:22:34,186
(ซีบีเอสเช้านี้ 2014)

396
00:22:34,269 --> 00:22:37,981
ต้องการการชื่นชมตัวเอง
และรูปลักษณ์ภายนอกของตน

397
00:22:38,065 --> 00:22:38,899
ไปเลย

398
00:22:38,982 --> 00:22:42,319
ผมว่าเราไม่อาจพร่ำพรรณนา
อิทธิพลของบรูซ เวเบอร์…

399
00:22:42,819 --> 00:22:44,946
ความมีสุนทรีย์ของเขาได้เกินจริงเลย

400
00:22:45,030 --> 00:22:48,450
คือ… ไมค์เดิมพันหมดหน้าตัก

401
00:22:50,285 --> 00:22:53,538
สุนทรียภาพของอะเบอร์ครอมบี
ก็คือสุนทรียภาพของบรูซ เวเบอร์

402
00:22:54,164 --> 00:22:57,376
ภาพหมู่ที่ดูสนุกสนาน

403
00:22:57,459 --> 00:22:58,794
คนหนุ่มสาว

404
00:22:58,877 --> 00:23:00,921
เซ็กซ์ ความเป็นอเมริกัน

405
00:23:01,004 --> 00:23:04,674
หมาโกลเดนรีทรีฟเวอร์ บ้านนอกชนบท

406
00:23:05,175 --> 00:23:07,803
ผมว่าบรูซ เวเบอร์
น่าจะเป็นช่างภาพที่ค่าจ้างแพงที่สุด

407
00:23:07,886 --> 00:23:09,096
เขาดังมาก

408
00:23:09,179 --> 00:23:12,265
เขาถ่ายให้คาลวิน ไคลน์ ถ่ายให้ทุกเจ้าเลย

409
00:23:12,349 --> 00:23:15,060
และเขาก็ทำหนังสือที่สวยงามขึ้นมาหนึ่งเล่ม
ชื่อแบร์พอนด์

410
00:23:15,685 --> 00:23:18,814
ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นเลย
และนั่นคือตอนที่ผมรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์

411
00:23:18,897 --> 00:23:22,275
ผู้ชายเกย์ทุกคนที่ผมรู้จักต้องมี…

412
00:23:22,359 --> 00:23:24,528
ผมก็… น่าจะมีอยู่หนึ่งเล่มตรงโน้นนะ

413
00:23:26,780 --> 00:23:30,075
อะเบอร์ครอมบีร่วมกับบรูซ เวเบอร์
จัดทำวิดีโอขึ้นมา

414
00:23:30,158 --> 00:23:32,077
(ทดสอบหน้ากล้อง 008
แบรนดอน ทรอสกี)

415
00:23:32,160 --> 00:23:34,079
แบรนดอน เทคหนึ่งครับ เริ่ม

416
00:23:35,163 --> 00:23:36,581
เรากำลังจะทำละครเพลงกัน

417
00:23:36,665 --> 00:23:37,624
(เสียงบรูซ เวเบอร์)

418
00:23:37,707 --> 00:23:39,543
และเราอยากให้คุณเต้น คุณเต้นเป็นไหม

419
00:23:39,626 --> 00:23:43,004
ผมไม่ค่อยได้เต้นสักเท่าไร
แต่ผมแกล้งทำเหมือนว่าเต้นเป็น

420
00:23:43,088 --> 00:23:44,673
ซึ่งปกติก็เนียนใช้ได้อยู่นะ

421
00:23:46,716 --> 00:23:50,178
มันชัดเจนมากสำหรับใครก็ตามที่สังเกตดูดีๆ

422
00:23:50,262 --> 00:23:54,558
ว่ามีผู้ชายเกย์อยู่ในทุกกระบวนการเลย

423
00:23:54,641 --> 00:23:57,644
ผมคิดว่าความฉลาดของแบรนด์ก็คือ

424
00:23:57,727 --> 00:24:01,314
ทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมองไม่เห็นสิ่งนี้เลย

425
00:24:01,398 --> 00:24:04,359
พวกนักศึกษามหาลัยสมาคมชายล้วนแมนๆ น่ะ

426
00:24:05,402 --> 00:24:09,114
หลังเรียนจบ ผมย้ายไปซานฟรานซิสโก
และทำงานที่นิตยสารเอ็กซ์วาย

427
00:24:09,197 --> 00:24:11,783
ซึ่งเป็นนิตยสารสำหรับเกย์หนุ่มๆ

428
00:24:11,867 --> 00:24:15,579
มีนักเรียนม.ปลายหลายคน
ส่งรูปมาให้เราพิจารณา

429
00:24:15,662 --> 00:24:17,664
พร้อมเรียงความหรือเขียนบรรยายประสบการณ์

430
00:24:17,747 --> 00:24:20,208
ว่าการเปิดเผยตัวตน
ตอนเรียนม.ปลายมันเป็นไงบ้าง

431
00:24:20,292 --> 00:24:25,922
สมัยปลายยุค 90
ยังเป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กเกย์ในไอโอวา

432
00:24:26,006 --> 00:24:27,924
จะคิดว่าตัวเองเป็นอยู่คนเดียว

433
00:24:28,884 --> 00:24:31,553
เด็กพวกนั้นเริ่มใส่อะเบอร์ครอมบีกันมากขึ้น

434
00:24:31,636 --> 00:24:34,848
และโลกแฟชั่น ความเป็นชายชาตรีทั้งหลายแหล่

435
00:24:34,931 --> 00:24:36,057
ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร

436
00:24:36,141 --> 00:24:38,727
ทั้งหมดนี่มันเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษปี 1990

437
00:24:39,644 --> 00:24:43,482
(พอได้ผ่านความยากลำบาก
ทุกอย่างในชีวิตดูจะง่ายดาย)

438
00:24:43,565 --> 00:24:47,486
สำหรับหลายๆ คน
พอได้ดูโฆษณาและวิดีโอพวกนั้น

439
00:24:47,569 --> 00:24:51,406
ก็จะคิดว่า
"ความฝันของฉันได้ถูกถ่ายทอดออกมาแล้ว"

440
00:24:53,325 --> 00:24:59,956
สิ่งที่บรูซ เวเบอร์ทำก็คือ
คืนสิ่งที่ชาวเกย์ทุกคนต้องการ

441
00:25:00,040 --> 00:25:03,293
เหมือนเป็นการลบล้างความอับอายในอดีต

442
00:25:03,376 --> 00:25:08,673
ระยะห่างจากเรื่องเซ็กซ์
หรือมุกตลกทางเพศ หรือความเป็นเกย์

443
00:25:09,591 --> 00:25:12,302
มันเป็นเหมือนระยะห่าง

444
00:25:15,180 --> 00:25:18,433
บรูซ เวเบอร์ไม่ใช่คนแรก
ที่สรรค์สร้างผลงานหนุ่มๆ บรูซ เวเบอร์

445
00:25:18,517 --> 00:25:21,478
มันมีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณแล้ว

446
00:25:23,396 --> 00:25:24,731
อะเบอร์ครอมบีมาหาผม

447
00:25:24,814 --> 00:25:27,859
และขอให้ผมวาดภาพ
จิตรกรรมฝาผนังให้กับร้านอะเบอร์ครอมบี

448
00:25:31,071 --> 00:25:35,283
ภาพชายหนุ่มที่มีความหลงใหลในเพศเดียวกัน
หน้าตาหล่อเหลา กำลังมีปฏิสัมพันธ์กัน

449
00:25:36,868 --> 00:25:41,540
ทำให้นึกถึงความเป็นนิรันดร์
และที่ทุกสิ่งคงไว้ซึ่งความดีงามตลอดกาล

450
00:25:45,544 --> 00:25:46,461
เทคหนึ่ง เริ่ม

451
00:25:50,465 --> 00:25:52,467
ผมคือคนที่โชว์รักแร้ครับ

452
00:25:54,094 --> 00:25:57,556
อะเบอร์ครอมบีค้นพบช่องทาง
ในการเฟ้นหานายแบบหน้าใหม่ๆ

453
00:25:57,639 --> 00:25:59,349
อเมริกาตอนกลาง

454
00:25:59,432 --> 00:26:01,351
ผู้ชายตัวสูงใหญ่ ที่ดูแข็งแรง

455
00:26:01,434 --> 00:26:03,645
แล้วผมก็แบบ "อ้าว สูบ่ฮู้บ่

456
00:26:03,728 --> 00:26:06,147
ข้อยมาแต่มินเนโซตาพุ่น สิมาถ่ายแบบเด้"

457
00:26:07,649 --> 00:26:11,403
เดาว่าหน้าผมคงออกแนว
นายแบบที่เขาชอบเอาไปโฆษณานั่นแหละ

458
00:26:12,153 --> 00:26:13,738
ผมมาจากเนแบรสกา

459
00:26:13,822 --> 00:26:16,616
ผมเคยเป็นกัปตันทีมอเมริกันฟุตบอล
แล้วก็ทีมมวยปล้ำ

460
00:26:16,700 --> 00:26:19,077
ได้เป็นเดือนมหา'ลัย อะไรประมาณนี้

461
00:26:19,911 --> 00:26:23,081
ผมไม่ได้ใฝ่ฝันว่า
อยากเป็นนายแบบอะเบอร์ครอมบีนักหรอก

462
00:26:23,790 --> 00:26:26,001
ตอนนั้นผมเมาแอ๋อยู่ในร้านเหล้า
แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่ง

463
00:26:26,084 --> 00:26:29,588
ผู้หญิงสาวที่เป็นแมวมองให้อะเบอร์ครอมบี
มาพูดกับผมว่า

464
00:26:30,088 --> 00:26:32,465
"พรุ่งนี้มาที่ร้านได้ไหม ลุคคุณดูดีมากเลย"

465
00:26:33,800 --> 00:26:35,302
ถ่ายรูปโพลารอยด์ไปสองสามใบ

466
00:26:35,385 --> 00:26:37,470
แล้วสามอาทิตย์ถัดมาผมก็ไปบราซิล

467
00:26:38,263 --> 00:26:41,975
นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นทะเล
และได้ออกไปนอกเนแบรสกา

468
00:26:44,394 --> 00:26:48,064
พวกทีมงานก็บอกให้เป็นตัวของตัวเอง
แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา

469
00:26:48,148 --> 00:26:50,358
ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ

470
00:26:50,442 --> 00:26:52,068
ปีนต้นไม้ กระโดดลงน้ำ

471
00:26:52,652 --> 00:26:55,488
สำหรับบรูซน่ะ
ถ้าคุณทำอะไรเป็นธรรมชาติแล้วสะดุดตาเขา

472
00:26:56,031 --> 00:26:57,699
มีปฏิสัมพันธ์กับป่าเขาลำเนาไพร

473
00:26:57,782 --> 00:27:00,410
แบบนั้นแหละเขาถึงจะถ่ายรูปคุณ

474
00:27:00,952 --> 00:27:02,704
พวกผู้ชายก็จะขึ้นไปปีนต้นไม้

475
00:27:02,787 --> 00:27:06,458
แล้วบอกว่า "เฮ้ บรูซ
นี่ต้นไม้ไง ผมอยู่บนต้นไม้แน่ะ"

476
00:27:06,541 --> 00:27:09,836
หรือไม่ก็วิดพื้นบนขอบฟุตบาธ

477
00:27:09,919 --> 00:27:13,131
เจ้าพวกนั้นฮอร์โมนเพศชายพลุ่งพล่านมาก
เพราะมีแต่พวกหุ่นล่ำๆ ทั้งนั้นเลย

478
00:27:13,214 --> 00:27:15,759
แล้วพวกผู้ชายก็จะพยายามหว่านเสน่ห์ให้สาวๆ

479
00:27:15,842 --> 00:27:18,637
ก็คือสัญชาตญาณดิบของความเป็นมนุษย์เลยแหละ

480
00:27:24,017 --> 00:27:25,310
น่าจะปีละสักสามหรือสี่ครั้งได้

481
00:27:25,393 --> 00:27:29,981
ที่เราเอารูปของบรูซ เวเบอร์ขึ้นบนผนังในร้าน

482
00:27:31,107 --> 00:27:35,236
ตอนนั้นทุกคนจะตื่นเต้น
กับการเผยภาพถ่ายของบรูซ เวเบอร์มาก

483
00:27:35,320 --> 00:27:39,908
พวกเขาเลือกใครเป็นโฉมหน้า
ของอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์กันนะ

484
00:27:41,660 --> 00:27:43,787
มีแบรนด์อื่นๆ สำหรับทุกคน

485
00:27:45,121 --> 00:27:46,748
แต่นี่คืออะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

486
00:27:46,831 --> 00:27:50,460
ผมจำเป็นที่จะต้องออกไปเฟ้นหาคนเหล่านี้

487
00:27:51,127 --> 00:27:53,588
เพื่อที่พวกเขาจะได้สร้างบรรยากาศขึ้นมา

488
00:27:54,089 --> 00:27:55,757
คิดว่าจะเป็นยังไง

489
00:27:56,341 --> 00:27:57,175
ดีอยู่แล้ว

490
00:28:02,931 --> 00:28:06,726
แต่ละสาขาจะเน้นไปที่มหาวิทยาลัยสักแห่ง

491
00:28:06,810 --> 00:28:11,981
แล้วก็จะพยายามรับ
เด็กสมาคมชายล้วนที่หน้าตาดีที่สุด

492
00:28:12,065 --> 00:28:14,359
เพราะถ้าเขาป็อป

493
00:28:14,442 --> 00:28:16,986
คนอื่นๆ ก็จะมามองว่า
"ไหนดูซิ ใส่เสื้อผ้าแบบไหน"

494
00:28:17,070 --> 00:28:18,363
แล้วก็อยากใส่เหมือนกัน

495
00:28:22,367 --> 00:28:27,330
เป้าหมายก็คือหาหนุ่มที่ใช่
จากสมาคมชายล้วนที่ใช่

496
00:28:27,414 --> 00:28:30,959
มาใส่เสื้อผ้าและเป็นพรีเซนเตอร์เสื้อผ้าของเรา

497
00:28:31,042 --> 00:28:34,421
และทำให้คนอื่นๆ อยากซื้อใส่ตาม

498
00:28:34,504 --> 00:28:37,173
เหมือนการตลาดที่ใช้
ผู้มีอิทธิพลต่อความคิดยุคก่อนดิจิตัล

499
00:28:37,257 --> 00:28:38,758
ในฐานะผู้จัดการที่อะเบอร์ครอมบี

500
00:28:38,842 --> 00:28:42,011
จะได้รับการอบรมเรื่องการเฟ้นหาพนักงานใหม่
ตั้งแต่ต้นเลยก็ว่าได้

501
00:28:42,095 --> 00:28:44,389
เป็นหน้าที่ของคุณเลย

502
00:28:44,472 --> 00:28:49,894
ไม่ใช่แค่เฟ้นหาพนักงานธรรมดาๆ
แต่ต้องเฟ้นหาคนที่หน้าตาดี

503
00:28:49,978 --> 00:28:52,063
ซึ่งคนหน้าตาดีจะต้องเป็นแบบนี้

504
00:28:52,147 --> 00:28:53,773
มีตำราที่กำหนดไว้ด้วย

505
00:28:54,607 --> 00:28:56,192
การมีรูปลักษณ์ตามแบบเอแอนด์เอฟ

506
00:28:56,276 --> 00:28:59,988
เป็นส่วนที่สำคัญยิ่งยวด
ต่อประสบการณ์ในการเข้ามาซื้อของ

507
00:29:00,071 --> 00:29:02,407
ในร้านอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

508
00:29:02,490 --> 00:29:06,661
พนักงานในร้านของเรา
คือแรงบันดาลใจสำหรับลูกค้า

509
00:29:06,745 --> 00:29:12,459
ควรมีทรงผมที่หวีเรียบแปล้ มีเสน่ห์
เป็นธรรมชาติ ทรงผมสไตล์คลาสสิก

510
00:29:13,084 --> 00:29:16,337
ไม่ควรมีผมทรงเดรดล็อก ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

511
00:29:17,589 --> 00:29:19,924
ผู้ชายไม่ควรสวมสร้อยคอที่เป็นโซ่สีทอง

512
00:29:20,467 --> 00:29:24,763
ผู้หญิงอาจใส่สร้อยเงินเส้นบางๆ สั้นๆ ได้

513
00:29:24,846 --> 00:29:30,018
ตัวแทนของแบรนด์ต้องสวมใส่
ชุดชั้นในที่เหมาะสมตลอดเวลา

514
00:29:30,977 --> 00:29:32,020
เป็นธรรมชาติ

515
00:29:32,103 --> 00:29:33,313
แบบฉบับอเมริกัน

516
00:29:33,396 --> 00:29:34,606
คลาสสิก

517
00:29:34,689 --> 00:29:36,399
รูปลักษณ์แบบเอแอนด์เอฟ

518
00:29:37,901 --> 00:29:43,281
ไม่มีแบรนด์ในห้างแบรนด์ไหน
ที่สุดโต่งเท่าอะเบอร์ครอมบี

519
00:29:43,364 --> 00:29:48,870
ในเรื่องการควบคุมดูแลทุกอย่างตั้งแต่ร้าน

520
00:29:48,953 --> 00:29:52,624
ไปจนถึงคนที่ทำความสะอาดห้องสต็อก

521
00:29:52,707 --> 00:29:55,502
เจฟฟรีส์เป็นคนสุดโต่ง…

522
00:29:55,585 --> 00:29:58,254
เขาเป็นคนที่ชอบควบคุมดูแลรายละเอียดยิบย่อย

523
00:29:58,338 --> 00:30:02,884
ก็ถ้าดูร้านจะรู้สึกเลยว่ามันไร้ที่ติเลยใช่ไหมล่ะ

524
00:30:02,967 --> 00:30:06,638
คือมัน… ไมค์พิถีพิถันในทุกรายละเอียด

525
00:30:07,597 --> 00:30:10,725
คนรู้กันว่าไมค์ เจฟฟรีส์
ชอบโผล่ไปดูร้านอย่างไม่บอกกล่าว

526
00:30:10,809 --> 00:30:12,644
เขาใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์ของร้านมาก

527
00:30:12,727 --> 00:30:15,021
และเขาต้องการไปเห็นด้วยตาตัวเอง

528
00:30:15,104 --> 00:30:17,106
หลายคนเรียกว่า "มาแบบสายฟ้าแลบ"

529
00:30:17,190 --> 00:30:19,192
สมมติว่าจะมาดูร้านวันศุกร์

530
00:30:19,692 --> 00:30:22,529
จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส

531
00:30:22,612 --> 00:30:24,614
ทำงานกันทั้งวันทั้งคืนเลยจ้า

532
00:30:24,697 --> 00:30:28,034
ต้องดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างเนี้ยบ ไม่มีที่ติ

533
00:30:28,117 --> 00:30:29,536
ทำความสะอาดทุกซอกมุม

534
00:30:29,619 --> 00:30:30,954
ไม่มีฝุ่นให้เห็นเลยสักเม็ด

535
00:30:31,037 --> 00:30:33,164
หัวกวางมูสต้องสะอาดเอี่ยมอ่อง

536
00:30:33,665 --> 00:30:37,460
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ
ใครจะเป็นคนเข้ากะวันที่เขามาร้าน

537
00:30:37,544 --> 00:30:40,797
ถึงกับมีคนที่เก็บไว้เรียกใช้
เฉพาะตอนเจ้านายจะมาเยี่ยมร้านเลย

538
00:30:40,880 --> 00:30:45,677
เขาจะไม่ว่าเรื่อง "ยอดขายร้านนี้ยังไม่ดี
ต้องทำให้ได้เท่านั้นเท่านี้"

539
00:30:45,760 --> 00:30:48,346
แต่จะพูดว่า "ต้องหาคนหน้าตาดีมาเพิ่มอีก"

540
00:30:48,847 --> 00:30:52,642
ช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่า
เรามาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จแล้ว

541
00:30:52,725 --> 00:30:55,311
ก็คือตอนที่แอลเอฟโอ
ออกเพลง "ซัมเมอร์เกิร์ลส์"

542
00:30:55,395 --> 00:30:56,563
เพลงแอลเอฟโอเพลงนั้น

543
00:30:56,646 --> 00:30:57,522
"ซัมเมอร์เกิร์ลส์"

544
00:30:57,605 --> 00:31:00,400
"ฉันชอบสาวที่ใส่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์"

545
00:31:00,483 --> 00:31:02,360
"ฉันชอบสาวที่ใส่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์"

546
00:31:02,443 --> 00:31:03,987
"ถ้าขอพรได้ก็อยากจะลองควงดู"

547
00:31:04,070 --> 00:31:06,739
"ฉันว่ามันเท่จริง…"
อะไรสักอย่างเกี่ยวกับหน้าร้อน "หน้าร้อน"

548
00:31:06,823 --> 00:31:09,576
เพลงออกมาตอนหน้าร้อนพอดีเลย
เราเลยว่า "มาถูกทางแล้ว"

549
00:31:18,334 --> 00:31:22,005
นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่เจ๋งที่สุด
ที่เคยเกิดขึ้นกับไมค์ เจฟฟรีส์

550
00:31:22,505 --> 00:31:25,466
ตอนนั้นเขารู้เลยว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ต้องการแล้ว

551
00:31:26,634 --> 00:31:29,512
ถ้าเป็นในมุมมองเรื่องความมีหัวคิดสร้างสรรค์

552
00:31:30,054 --> 00:31:31,472
เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ

553
00:31:31,556 --> 00:31:33,516
เขารู้ว่าเขาทำอะไรอยู่และต้องการอะไร

554
00:31:33,600 --> 00:31:36,686
และคิดประมาณว่า
"ฉันไม่สนว่าคนอื่นจะทำยังไง

555
00:31:36,769 --> 00:31:41,858
แต่ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันคิดว่า
มันสวยงาม มันเท่" อะไรแบบนี้

556
00:31:42,567 --> 00:31:44,360
ซึ่งเขาก็ทำได้จริงๆ ทำได้ดีด้วย

557
00:31:45,653 --> 00:31:49,824
(ปี 2002)

558
00:31:50,867 --> 00:31:55,496
ครั้งแรกที่ผมได้ประสบพบเจอกับอะเบอร์ครอมบี
คือตอนที่อยู่ๆ ก็ได้แคตาล็อกมา

559
00:31:55,580 --> 00:31:57,415
ไม่รู้ผมไปอยู่ในรายชื่อผู้รับของเขาได้ไง

560
00:31:57,498 --> 00:32:01,002
ผมจำได้ว่าเห็นภาพคนหนุ่มสาว
ยิ้มแย้มเล่นกันอย่างเริงร่า

561
00:32:01,085 --> 00:32:03,087
แล้วผมก็เกิดความรู้สึกว่า "พอเข้ามหา'ลัย…

562
00:32:03,671 --> 00:32:07,926
อาจจะไปอยู่กับเพื่อนๆ ในสนาม
แล้วควงแขนกันแบบนี้

563
00:32:08,009 --> 00:32:09,594
กระโดดไปมา แล้วก็

564
00:32:09,677 --> 00:32:13,306
กระโดดทับกันเป็นกอง
เหมือนคนพวกนี้ที่อยู่ในแคตาล็อกบ้าง"

565
00:32:15,391 --> 00:32:17,769
ผมชื่อฟิล หยู ผมทำบล็อก

566
00:32:17,852 --> 00:32:19,187
ที่ชื่อ "แองกรี้ เอเชียน แมน"

567
00:32:20,021 --> 00:32:23,650
เพื่อพูดถึงตัวตนความเป็นเอเชียนอเมริกัน
ในชุมชนของผม

568
00:32:24,692 --> 00:32:28,237
ผมจำได้ว่ามีผู้อ่านบางคน
ส่งรูปมาให้ผมแล้วบอกว่า

569
00:32:28,321 --> 00:32:30,198
"เห็นของพวกนี้ที่อะเบอร์ครอมบีรึยัง"

570
00:32:30,281 --> 00:32:32,659
นั่นแหละ พวกเสื้อยืดน่ะ

571
00:32:34,994 --> 00:32:39,332
เสื้อยืดสกรีนลายเปรียบเสมือน
ตัวตนของเราในสมัยนั้น

572
00:32:40,792 --> 00:32:43,711
ตอนนั้นทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก

573
00:32:43,795 --> 00:32:47,173
ธุรกิจเสื้อยืดสกรีนลาย
เป็นสิ่งที่ทำขายครั้งเดียวจบ

574
00:32:47,256 --> 00:32:50,802
จึงต้องสรรค์สร้างงานศิลปะใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

575
00:32:51,511 --> 00:32:55,223
คำคมโง่ๆ ที่เขียนบนเสื้อ
และลวดลายทุกอย่างก็ออกแบบกันเองนี่แหละ

576
00:32:55,306 --> 00:32:56,599
เราไม่มีนักเขียนคำโฆษณา

577
00:32:56,683 --> 00:32:59,018
พวกเขาอยากให้เราแหวกแนว

578
00:32:59,102 --> 00:33:01,187
อยากให้เราเขียนอะไรตลกๆ

579
00:33:01,896 --> 00:33:06,109
อะไรที่เกี่ยวข้องกับช่วงวัยรุ่นตอนปลาย
20 ต้นๆ พวกนักศึกษามหา'ลัย

580
00:33:07,276 --> 00:33:09,487
มีธีมหนึ่งเป็นธีมพระพุทธเจ้า

581
00:33:09,570 --> 00:33:13,324
มีรูปพระพุทธรูปตัวเอเชียอ้วนๆ
ที่คนชอบใช้กันดาษดื่น

582
00:33:13,408 --> 00:33:15,952
ฉันจำได้ว่ามีอยู่อันหนึ่งที่ฉันชอบมาก
เขียนประมาณว่า

583
00:33:16,035 --> 00:33:19,122
"เวสต์เวอร์จิเนีย
ในยีนพูลนี้ไม่มีไลฟ์การ์ด"

584
00:33:19,205 --> 00:33:20,331
ตอนนั้นฉันขำนะ

585
00:33:20,415 --> 00:33:24,002
แต่ตอนนี้คิดว่ามันอาจสร้างความขุ่นเคือง
และทำให้เกิดปัญหาก็ได้

586
00:33:24,085 --> 00:33:29,007
เสื้อตัวที่สองบนโต๊ะเขียนว่า
"อีกหนึ่งฮวนสำหรับตอนเดินทาง"

587
00:33:29,090 --> 00:33:32,468
มีลาถือทาโก้ใส่หมวกซอมเบรโร

588
00:33:33,052 --> 00:33:34,679
ลายที่ทุกคนจำได้ดีก็คือ

589
00:33:34,762 --> 00:33:38,933
พี่น้องหว่อง โฆษณาร้านซักรีดปลอมๆ

590
00:33:39,017 --> 00:33:41,728
สโลแกนก็คือ "สองหว่องทำให้ขาวได้"

591
00:33:43,604 --> 00:33:45,398
การนิยมความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับตะวันออก

592
00:33:47,066 --> 00:33:50,653
ทุกอย่างที่มาจากความเข้าใจของคน
ที่มีต่อชาวเอเชีย

593
00:33:51,446 --> 00:33:53,906
ถ้าคุณดูทีวีและหนังอเมริกัน

594
00:33:55,491 --> 00:33:58,244
ไงจ๊ะ คนสวย

595
00:33:58,327 --> 00:34:01,581
ใช้ตัวอักษรเลียนแบบอย่างไร้รสนิยม
และยังแฝงการล้อเลียน

596
00:34:01,664 --> 00:34:04,542
ภาพลักษณ์ชาวเอเชียฟันเหยินตาตี่ แล้วก็…

597
00:34:05,043 --> 00:34:06,878
"สองหว่องทำให้ขาวได้"

598
00:34:08,921 --> 00:34:12,884
ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย
มักจะถูกสอนให้ก้มหน้ายอมๆ เขาไป

599
00:34:12,967 --> 00:34:14,510
อย่าสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็น

600
00:34:14,594 --> 00:34:17,430
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เพราะพวกเราหลายคนเป็นลูกหลานผู้อพยพ

601
00:34:17,513 --> 00:34:18,347
แต่ผมว่า

602
00:34:19,348 --> 00:34:22,351
ตอนนั้นผมคิดนะว่า
"ไม่เห็นเป็นไรเลยถ้าเราจะโกรธ"

603
00:34:25,021 --> 00:34:26,230
ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร

604
00:34:26,314 --> 00:34:30,485
แต่พวกเด็กๆ ลูกค้าเหล่านั้น
ชอบใส่เสื้อยืดพวกนี้มาก

605
00:34:30,568 --> 00:34:31,944
เราก็เลยทำออกมาเรื่อยๆ

606
00:34:32,904 --> 00:34:33,821
ต้นทุนผลิตก็ถูก

607
00:34:33,905 --> 00:34:37,158
ขายเอากำไร 85 เปอร์เซ็นต์ยังได้เลย

608
00:34:37,241 --> 00:34:38,993
ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

609
00:34:39,077 --> 00:34:41,996
ผมจะชอบนึกภาพสถานการณ์ที่มีใครสักคน…

610
00:34:42,080 --> 00:34:44,665
คือถ้ามีใครสักคนออกมาพูดว่า

611
00:34:44,749 --> 00:34:46,417
"นี่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีก็ได้นะ"

612
00:34:46,501 --> 00:34:48,753
ผมไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะ
แต่ผมจะพูดอะไรให้ฟัง

613
00:34:48,836 --> 00:34:51,756
สองคนในทีมหลักๆ ที่ทำ
เป็นคนอเมริกันเชื้อสายเอเชีย

614
00:34:52,340 --> 00:34:54,759
มันถึงได้รับการอนุมัติตั้งแต่แรก

615
00:34:54,842 --> 00:34:58,513
นี่ เดี๋ยวก่อนนะ นี่มัน…
ผมรู้สึกเหมือนคนเอาระเบิดมาปาเลย

616
00:34:59,013 --> 00:35:02,016
เรื่องที่ว่า… อะไรนะ
มีดีไซเนอร์ที่เป็นคนเอเชียด้วยเหรอ

617
00:35:02,100 --> 00:35:03,309
อาจจะมีอยู่จริงๆ ก็ได้

618
00:35:03,392 --> 00:35:07,480
แล้วเหมือนกับว่าไม้กันหมาแท่งเดียวที่มี
ก็คือเจ้าหนุ่มเอเชียที่นั่งหัวโด่อยู่ในห้อง

619
00:35:07,563 --> 00:35:10,566
คนที่คุณจะเข้าไปถามว่า "นายว่ามันแรงไปไหม"

620
00:35:10,650 --> 00:35:12,902
แล้วหมอนั่นจะพูดเหรอว่า "ไม่"

621
00:35:12,985 --> 00:35:16,656
เอ๊ย "ใช่" หรือเขาจะบอกว่า…
หรือเขาจะโพล่งความในใจออกมาว่า

622
00:35:16,739 --> 00:35:19,200
"ผมคิดว่ามันเป็นการโจมตีตัวตนของผมนะ"

623
00:35:19,283 --> 00:35:23,037
ในบริษัทที่มีสภาพแวดล้อมน่าอึดอัด
ที่ทุกคนรอบตัวเป็นคนผิวขาวน่ะเหรอ

624
00:35:23,121 --> 00:35:24,080
คุณคงจะแบบ…

625
00:35:24,163 --> 00:35:26,749
คงไม่รู้ว่ามันเป็นที่ที่ปลอดภัยพอ
ที่จะพูดแบบนั้นรึเปล่า ใช่ไหม

626
00:35:28,334 --> 00:35:30,044
(ไม่ใช่คนเอเชีย
แต่รู้ถ้าเห็นคำเหยียด)

627
00:35:30,128 --> 00:35:32,380
(สองหว่องไม่ทำให้ขาว
สองหว่องสู้ตายโว้ย)

628
00:35:33,589 --> 00:35:35,633
สินค้าที่เหยียดเชื้อชาติอย่างโจ่งแจ้ง

629
00:35:35,716 --> 00:35:38,886
ทำให้นักเรียนอเมริกันเชื้อสายเอเชีย
โกรธแค้นเป็นพิเศษ

630
00:35:39,554 --> 00:35:41,055
เหมือนมันเจ็บตรงที่

631
00:35:41,139 --> 00:35:43,683
"นี่ควรจะเป็นสิ่งที่ฉันชอบสิ
มันควรจะเป็นของฉันไม่ใช่เหรอ"

632
00:35:43,766 --> 00:35:46,978
ถึงได้เห็นปฏิกิริยาแบบนี้
แพร่หลายอยู่ในหมู่นักศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ

633
00:35:47,061 --> 00:35:48,604
กลุ่มนักศึกษาอเมริกันเชื้อสายเอเชีย

634
00:35:53,985 --> 00:35:58,573
มันจะมีคนที่อาจจะมองไม่เห็น
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้อะไรแบบนี้

635
00:35:58,656 --> 00:36:01,450
และแค่มองว่ามันเป็นเรื่องตลกที่เกิดขึ้น

636
00:36:01,534 --> 00:36:04,036
การประท้วงปราศจากความรุนแรง
และมีระเบียบเรียบร้อย

637
00:36:04,120 --> 00:36:06,205
แต่ถ้าดูที่ลานจอดรถตอนแยกย้ายกันกลับบ้าน

638
00:36:06,289 --> 00:36:07,957
คนละเรื่องกันเลยค่ะ

639
00:36:08,040 --> 00:36:09,667
(อะเบอร์ครอมบีเหยียดชาวเอเชีย)

640
00:36:10,668 --> 00:36:13,212
มาคุยเรื่องเสื้อสองหว่องกันดีกว่า

641
00:36:13,296 --> 00:36:16,299
เสื้อตัวนั้น… เป็นหนึ่งในลายที่ฉันจำได้ดี

642
00:36:16,382 --> 00:36:19,468
ไมค์เรียกคืนจากทุกร้านที่วางขาย

643
00:36:19,552 --> 00:36:21,345
แล้วเราก็เอาไปเผาทิ้ง

644
00:36:22,680 --> 00:36:26,851
เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใคร
ซื้อหาสินค้าชิ้นนั้นได้อีกต่อไป

645
00:36:28,102 --> 00:36:30,021
แต่ยังเก็บ "หนึ่งฮวนสำหรับเดินทาง" ไว้

646
00:36:30,104 --> 00:36:32,565
ทั้งๆ ที่เห็นชัดเลยว่าเป็นรูปลา

647
00:36:33,065 --> 00:36:35,318
พวกเขาต้องการสื่ออะไรแน่ๆ

648
00:36:35,401 --> 00:36:37,528
(อะเบอร์ครอมบีแสดงท่าที
ต่อการประท้วงเสื้อยืด)

649
00:36:37,612 --> 00:36:39,363
น่าสงสารประชาสัมพันธ์ที่โดนสั่งให้เขียน

650
00:36:39,447 --> 00:36:44,202
แต่พวกเขาเขียนว่า
"เรานึกว่าชาวเอเชียจะชอบเสื้อยืดพวกนี้ซะอีก"

651
00:36:44,702 --> 00:36:47,496
นี่คือการแถลงข่าวจากอะเบอร์ครอมบีนะ

652
00:36:47,580 --> 00:36:51,500
เรามักจะพยายามทำทุกอย่างอย่างมีไหวพริบ

653
00:36:51,584 --> 00:36:54,879
และฉันรู้ว่ามีเรื่องที่เราทำผิดพลาดไปบ้าง

654
00:36:54,962 --> 00:36:58,716
แต่เราก็รับผิดชอบในสิ่งที่เราทำผิด

655
00:36:58,799 --> 00:37:03,346
ทำให้มันถูกต้องอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

656
00:37:03,429 --> 00:37:07,016
และเราก็เรียนรู้และก้าวต่อไป

657
00:37:07,892 --> 00:37:11,062
พอมีปัญหาขึ้นมาก็ "อย่าทำอีกนะ

658
00:37:11,145 --> 00:37:13,439
แต่ทำอะไรที่คล้ายๆ กันนี่แหละ"

659
00:37:14,106 --> 00:37:17,526
เห็นได้ชัดว่าต้องเป็นพวกเบื้องบน
ที่อนุมัติการผลิตเสื้อแบบนั้น

660
00:37:17,610 --> 00:37:21,239
ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นยังไงบ้าง

661
00:37:23,115 --> 00:37:25,451
เหมือนพวกเขาทำงานกันอยู่ในฟองสบู่น่ะ

662
00:37:25,534 --> 00:37:29,664
ทำงานกันอยู่ในที่ที่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

663
00:37:29,747 --> 00:37:33,209
ในระดับลูกค้า เวลาเด็กเอเชียเห็นเสื้อ

664
00:37:33,292 --> 00:37:35,127
แล้วพูดว่า "นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย"

665
00:37:35,211 --> 00:37:37,463
หรือไม่ก็สับสนว่า "แบบนี้มันควรจะเท่เหรอวะ"

666
00:37:37,546 --> 00:37:41,342
เหมือนนี่คือภาพตัวเองแบบเดียวที่เห็น
เวลามองไปที่วัฒนธรรมสมัยนิยม

667
00:37:41,425 --> 00:37:44,804
หรือนี่จะเป็นสิ่งที่ผมควรยอมรับ

668
00:37:44,887 --> 00:37:46,847
ในฐานะชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียงั้นเหรอ

669
00:37:47,723 --> 00:37:53,980
ครั้งแรกที่ผมรู้ว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์
เริ่มจะเป็นปัญหาสำหรับผม

670
00:37:54,063 --> 00:37:56,440
คือตอนที่ดูสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นแซม เรมี

671
00:37:56,524 --> 00:37:58,901
น่าจะออกฉายประมาณปี 2001
ที่มีโทบี แมไกวร์นำแสดง

672
00:37:58,985 --> 00:38:00,319
แฟลช มันเป็นอุบัติเหตุน่า

673
00:38:00,403 --> 00:38:01,529
ถ้าคุณรู้จักการ์ตูน

674
00:38:01,612 --> 00:38:04,073
เด็กที่ชอบหาเรื่องปีเตอร์ ปาร์กเกอร์
คือแฟลช ทอมป์สัน

675
00:38:04,156 --> 00:38:08,286
และเขาก็เป็นนักเลงตามแบบฉบับเลย
ตัวใหญ่ ผมบลอนด์ นิสัยแย่

676
00:38:08,369 --> 00:38:11,622
และในหนังเนี่ย
เขาใส่เสื้ออะเบอร์ครอมบีตั้งแต่หัวยันเท้าเลย

677
00:38:11,706 --> 00:38:13,916
ผมเห็นแล้วรู้สึกแย่มาก

678
00:38:14,000 --> 00:38:17,545
ผมคิดในใจว่า "แย่แน่ๆ"
ผมรู้เลยว่ามันแย่ เข้าใจใช่ไหม

679
00:38:17,628 --> 00:38:20,047
มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ก็เลย…

680
00:38:20,131 --> 00:38:22,550
ก่อนหน้านั้นคุณคิดว่าอะเบอร์ครอมบีสื่อถึงอะไรคะ

681
00:38:22,633 --> 00:38:25,761
เด็กเท่ๆ ที่จะไม่มีวันทำอะไรแบบนั้น

682
00:38:26,762 --> 00:38:31,100
(ปี 2003
อะเบอร์ครอมบีห่วยแตก)

683
00:38:31,183 --> 00:38:35,646
ในปี 2003 ฉันเป็นนักข่าวด้านวงการค้าปลีก
ของเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล

684
00:38:35,730 --> 00:38:40,109
และฉันก็เดินดูร้านรวงอยู่ในนิวยอร์ก

685
00:38:40,609 --> 00:38:44,071
ฉันกับเพื่อนร่วมงาน
เดินเข้าไปในร้านอเมริกันอีเกิลเอาท์ฟิตเทอร์ส

686
00:38:44,155 --> 00:38:47,033
เพื่อนร่วมงานฉันเริ่มคุยกับผู้จัดการทันที

687
00:38:47,116 --> 00:38:50,119
ถามว่า "คุณมาทำงานที่
อเมริกันอีเกิลเอาท์ฟิตเทอร์ส์ได้ยังไงเหรอคะ"

688
00:38:50,202 --> 00:38:53,706
ผู้จัดการก็ตอบว่า "ฉันเคยเป็น
ผู้จัดการเขตของอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

689
00:38:53,789 --> 00:38:54,915
แล้วฉันก็ย้ายมาค่ะ

690
00:38:54,999 --> 00:38:57,710
แล้วเพื่อนร่วมงานฉันก็บอกว่า
"โอ้ น่าสนใจจังนะคะ

691
00:38:57,793 --> 00:39:02,298
ออกจะเป็นวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใครหน่อยนะ
การพยายามทำให้ทุกคนมีทัศนคติที่ดีกับแบรนด์น่ะ"

692
00:39:02,381 --> 00:39:07,219
และผู้จัดการคนนี้ก็เริ่มร้องไห้

693
00:39:07,303 --> 00:39:12,391
บอกว่า "อยู่ที่นี่ฉันมีความสุขมากเลย
ฉันจะจ้างใครก็ได้ที่ฉันอยากจ้าง"

694
00:39:12,475 --> 00:39:16,020
เธอบุ้ยบ้ายไปทางผู้ชายคนหนึ่ง
ที่กำลังนำทางกลุ่มผู้หญิงไปห้องลองชุด

695
00:39:16,103 --> 00:39:18,564
เป็นผู้ชายคนดำผิวค่อนข้างขาว
ที่ทำผมทรงเดรดล็อก

696
00:39:19,231 --> 00:39:23,694
และเพื่อนร่วมงานของฉันก็พยักหน้า
ราวกับว่าเข้าใจในสิ่งที่ผู้จัดการพูด

697
00:39:24,195 --> 00:39:26,197
ต้องมีบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจแน่ๆ

698
00:39:27,323 --> 00:39:32,453
ฉันก็เลยเริ่มสัมภาษณ์คน
ที่เคยทำงานที่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

699
00:39:32,536 --> 00:39:34,455
และฉันก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง นั่นคือ

700
00:39:34,538 --> 00:39:38,709
คนส่วนใหญ่ได้งานเพราะหน้าตา

701
00:39:40,586 --> 00:39:44,715
และฉันก็เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ว่า
เขาน่าจะไล่คนออกด้วยแน่ๆ

702
00:39:44,799 --> 00:39:47,510
นั่นแหละที่ฉันสะดุดใจ

703
00:39:47,593 --> 00:39:50,554
เพราะมันอาจจะไม่ถูกกฎหมายก็ได้

704
00:39:50,638 --> 00:39:56,143
ในที่สุดฉันก็ได้คุยกับผู้จัดการคนหนึ่งที่บอกฉันว่า

705
00:39:56,227 --> 00:39:59,605
"ฟังนะ เราต้องจัดอันดับพนักงาน

706
00:39:59,688 --> 00:40:04,318
จากเท่ไปหาเฉิ่ม และถ้าไม่เท่เป็นอย่างน้อยละก็

707
00:40:04,402 --> 00:40:07,238
ก็จะต้องเริ่มถอดออกจากตารางงาน"

708
00:40:07,321 --> 00:40:09,073
ไม่ว่ายอดขายจะดีเท่าไรก็ตาม

709
00:40:09,156 --> 00:40:14,203
สิ่งสำคัญคือพนักงานที่คุณถ่ายรูป

710
00:40:14,286 --> 00:40:17,331
และส่งไปที่สำนักงานใหญ่จะต้องดูดี

711
00:40:18,749 --> 00:40:20,292
แบบนี้มันผิดกฎหมายชัดๆ

712
00:40:21,001 --> 00:40:21,919
ใช่ไหม

713
00:40:22,002 --> 00:40:23,754
(ผิดกฎหมายหรือเปล่านะ)

714
00:40:23,838 --> 00:40:26,549
ฉันมักจะไม่ถูกจัดให้ทำงานมากสักเท่าไร

715
00:40:26,632 --> 00:40:28,384
ฉันเลยไปหาผู้จัดการคนหนึ่ง

716
00:40:28,467 --> 00:40:30,803
บอกว่า "ขอทำกะกลางวันเพิ่มอีกได้ไหมคะ"

717
00:40:30,886 --> 00:40:33,889
เขาบอกว่า "ไม่มีว่างเลย เต็มหมดเลย

718
00:40:33,973 --> 00:40:35,683
เหลือแค่กะกลางคืน"

719
00:40:35,766 --> 00:40:40,187
ฉันจำได้ว่าบอกเขาว่า "แต่ฉันไม่ชอบงานดูดฝุ่น

720
00:40:40,271 --> 00:40:42,022
ไม่ชอบงานเช็ดกระจกอะไรพวกนี้นะคะ"

721
00:40:42,106 --> 00:40:46,068
แล้วเขาก็บอกฉันว่า "แต่คาร์ลา
เธอเช็ดกระจกได้สะอาดมากเลยนะ

722
00:40:46,152 --> 00:40:47,695
เธอเก่งมากจริงๆ"

723
00:40:47,778 --> 00:40:50,531
แล้วฉันก็บอกเขาว่า "ให้ฉันแลกกะกับใครก็ได้

724
00:40:50,614 --> 00:40:53,409
มีเพื่อนบอกว่าจะยอมแลกกะสี่ชั่วโมงด้วย

725
00:40:53,492 --> 00:40:55,411
เธอโอเคที่จะทำกะกลางคืน"

726
00:40:55,494 --> 00:40:57,663
"ไม่ได้หรอก เราไม่ชอบให้พนักงานแลกกะกัน

727
00:40:57,746 --> 00:41:00,124
ถ้าได้กะไหนก็ต้องมาทำกะนั้น"

728
00:41:00,207 --> 00:41:03,502
ฉันเลยเอาไปบ่นให้เพื่อนฟังว่า
"ไม่อยากเชื่อเลย มันเป็นยังไงกันเนี่ย"

729
00:41:03,586 --> 00:41:06,255
เธอบอกว่า "ฉันว่าพวกนั้น
ไม่ให้กะเธอเพราะเธอเป็นคนดำ

730
00:41:06,338 --> 00:41:08,215
นอกจากเธอ ไม่มีพนักงานผิวดำคนอื่นเลย"

731
00:41:09,216 --> 00:41:11,302
พอเพื่อนฉันพูดแบบนี้ ฉันรู้สึกแบบว่า

732
00:41:11,385 --> 00:41:14,346
เออ ฉันก็รู้แหละ ลึกๆ ในใจฉันก็รู้อยู่

733
00:41:14,430 --> 00:41:15,473
ฉันรู้ว่านั่นคือเหตุผล

734
00:41:15,556 --> 00:41:17,600
แต่ฉันอาจจะทำอะไรที่เอาชนะมันได้ก็ได้

735
00:41:17,683 --> 00:41:22,813
เพราะนี่คือบริษัทนะ
ไม่ใช่แค่คนหนึ่งคนที่มาห้ามฉัน

736
00:41:22,897 --> 00:41:25,858
หลังจากนั้น ฉันก็ไม่ถูกใส่ชื่อในตารางงานเลย

737
00:41:25,941 --> 00:41:29,570
ฉันจำได้ว่าฉันไปถามเขาว่า
"เอาไงคะเนี่ย ฉันยังเป็นพนักงานที่นี่อยู่ไหม

738
00:41:29,653 --> 00:41:32,156
ฉันไม่ถูกใส่ชื่อในตารางงานมาสองเดือนแล้วนะ"

739
00:41:32,239 --> 00:41:34,742
แล้วเขาก็ว่า
"ยังเป็นอยู่สิ โทรมาเรื่อยๆ ก็แล้วกัน"

740
00:41:35,367 --> 00:41:37,953
ฉันรู้เลยว่าฉันถูกไล่ออกแล้ว ฉันก็เลยเลิกสนใจ

741
00:41:38,037 --> 00:41:39,663
ไม่มีการยื่นใบลาออกอะไรทั้งนั้น

742
00:41:39,747 --> 00:41:43,501
ไม่มีใครโทรมา ฉันแค่รู้ว่า… มันจบแล้ว

743
00:41:45,377 --> 00:41:48,380
ร้านของเราอยู่ใกล้ยูซีเออร์ไวน์มาก

744
00:41:48,464 --> 00:41:52,301
ยูซีเออร์ไวน์มีฉายาว่ายูซีไอ
ย่อมาจากมหา'ลัยของคนจีนและอินเดีย

745
00:41:52,384 --> 00:41:53,802
มีนักศึกษาเอเชีย 75 เปอร์เซ็นต์

746
00:41:53,886 --> 00:41:56,722
เกาหลี อินเดีย จีน ญี่ปุ่น

747
00:41:56,805 --> 00:41:58,849
ก็เลยไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่

748
00:41:58,933 --> 00:42:02,853
พนักงานหลายคนเป็นชาวเอเชีย

749
00:42:03,521 --> 00:42:05,523
พอหมดช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่

750
00:42:05,606 --> 00:42:09,693
เราก็ได้รับจดหมายโน้ตที่เขียนว่า

751
00:42:09,777 --> 00:42:14,323
"ถ้าคุณยังไม่ได้รับเช็คเงินเดือน
แปลว่าคุณถูกปลดจากตำแหน่งงานแล้ว"

752
00:42:14,406 --> 00:42:16,784
ฉันไม่ได้อยู่ในรายชื่อด้วย

753
00:42:16,867 --> 00:42:21,539
ฉันเลยคุยกับเพื่อนๆ คนอื่น

754
00:42:21,622 --> 00:42:25,000
บอกว่า "นี่ ฉันไม่ได้อยู่ในรายชื่อ
แล้วพวกเธอล่ะ"

755
00:42:25,084 --> 00:42:26,835
เพื่อนๆ ก็บอกว่า "เหมือนกันเลย"

756
00:42:26,919 --> 00:42:28,712
และฉันก็ว่า "แปลกเนอะ"

757
00:42:28,796 --> 00:42:32,007
เราเลยไปคุยกับรองผู้จัดการ
ซึ่งเป็นอเมริกันเชื้อสายเอเชียเหมือนกัน

758
00:42:32,091 --> 00:42:35,719
เขาบอกว่าสาเหตุที่แท้จริงก็คือ
หลังการเยี่ยมชมสาขาแบบฟ้าฝ่า

759
00:42:35,803 --> 00:42:38,931
มีคนจากบริษัทเดินดูรอบๆ ร้าน

760
00:42:39,014 --> 00:42:42,309
และเห็นว่ามีคนเอเชียอยู่ในร้านเยอะมาก

761
00:42:42,393 --> 00:42:45,062
พวกนั้นบอกว่า
"คุณต้องมีพนักงานหน้าตาแบบนี้เยอะๆ"

762
00:42:45,145 --> 00:42:47,773
และชี้ไปที่โปสเตอร์อะเบอร์ครอมบี

763
00:42:47,856 --> 00:42:50,359
ซึ่งเป็นนายแบบผิวขาว

764
00:42:54,363 --> 00:42:57,992
มันเจ็บปวดนะ เพราะฉันมีประสบการณ์ที่ดี
ในการทำงานที่บริษัทนี้

765
00:42:58,075 --> 00:42:59,577
แต่การต้องมารับรู้ว่า

766
00:42:59,660 --> 00:43:01,996
"ไม่ พวกเราไม่ต้องการคุณ
เพราะคุณมีหน้าตาแบบนี้"

767
00:43:02,079 --> 00:43:03,497
จริงๆ แล้วมันน่าเจ็บใจมากนะ

768
00:43:04,456 --> 00:43:06,208
แล้วฉันก็แกะโปสเตอร์ทั้งหมดออก

769
00:43:06,292 --> 00:43:09,920
เพราะฉันหน้าไม่เหมือนคนในรูป

770
00:43:10,004 --> 00:43:12,256
ฉันถึงไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว

771
00:43:12,756 --> 00:43:13,841
ฉันโกรธมาก

772
00:43:13,924 --> 00:43:18,721
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ
ตอนนั้นอายุแค่ 21 กัน จะทำอะไรได้

773
00:43:18,804 --> 00:43:21,557
มันดูโจ่งแจ้งมาก

774
00:43:21,640 --> 00:43:24,518
ผมไปที่ร้าน

775
00:43:24,602 --> 00:43:26,812
คุยกับพนักงานในร้าน

776
00:43:26,895 --> 00:43:28,981
แล้วเธอก็ว่า "ขอโทษนะ เราจ้างคุณใหม่ไม่ได้"

777
00:43:29,064 --> 00:43:30,816
ผมก็ถามว่า "ทำไมไม่ได้ล่ะ"

778
00:43:31,567 --> 00:43:34,570
เธอตอบว่า "ผู้จัดการบอกว่าเราจ้างคุณไม่ได้

779
00:43:34,653 --> 00:43:38,073
เพราะมีพนักงาน
ชาวฟิลิปปินส์ในร้านเยอะเกินไปแล้ว"

780
00:43:39,783 --> 00:43:41,744
ผมนี่แบบ "พูดจริงเหรอเนี่ย"

781
00:43:41,827 --> 00:43:45,623
หน้าตาเธอดูกระอักกระอ่วนมาก
แล้วเธอก็ตอบว่า "ใช่"

782
00:43:46,624 --> 00:43:48,709
ผมไม่เคยพูดเลยสักคำว่าผมเป็นคนฟิลิปปินส์

783
00:43:48,792 --> 00:43:51,629
พนักงานทึกทักเอาเองมากกว่า

784
00:43:51,712 --> 00:43:52,921
ว่าผมเป็นคนฟิลิปปินส์

785
00:43:53,631 --> 00:43:57,051
ผมจำได้ว่าผมเล่าให้พ่อแม่กับเพื่อนๆ ที่สนิทกันฟัง

786
00:43:57,134 --> 00:44:01,513
พอพวกเขาฟังแล้วก็เห็นด้วยกับผมว่ามันโคตรแย่

787
00:44:01,597 --> 00:44:04,391
คนส่วนใหญ่คงไม่รู้ว่าควรทำยังไง
พ่อแม่ผมก็เหมือนกัน

788
00:44:04,475 --> 00:44:06,393
จะบอกลูกว่าไงล่ะ

789
00:44:06,477 --> 00:44:11,106
ถ้ามีคนมาบอกว่า
"เราจ้างคุณไม่ได้เพราะสิ่งที่คุณเป็น"

790
00:44:11,190 --> 00:44:13,567
ฉันเล่าเรื่องทุกอย่างให้แม่ฟัง

791
00:44:13,651 --> 00:44:16,528
แล้วแม่ก็บอกว่า

792
00:44:16,612 --> 00:44:19,782
"แม่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน
ที่ลูกเคยนึกอยากทำงานที่นั่น"

793
00:44:19,865 --> 00:44:22,117
แม่บอกว่า "ลูกคงทำความสะอาดได้เรียบร้อยดี

794
00:44:22,701 --> 00:44:26,121
แต่ร้านนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนมากในสายตาแม่

795
00:44:26,205 --> 00:44:28,415
ว่าพวกเขาไม่ต้องการคนอย่างพวกเรา"

796
00:44:28,499 --> 00:44:31,168
แม่บอกว่า "แม่ว่าแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้แหละ

797
00:44:31,251 --> 00:44:35,839
เพราะทุกสิ่งเกี่ยวกับร้านนั้น
แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเราเป็นคนนอก

798
00:44:35,923 --> 00:44:36,924
มันไม่ใช่ที่ของเรา"

799
00:44:37,841 --> 00:44:39,468
หากคุณเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าหรูๆ

800
00:44:39,551 --> 00:44:43,764
คุณจะเห็นคนขายที่ดูราวกับว่า
หลุดมาจากหน้าหนังสือแฟชั่น

801
00:44:43,847 --> 00:44:47,476
ร้านค้าปลีกมองหาพนักงาน
ที่มีรูปร่างหน้าตาที่ดูแล้วว่าน่าจะขายเสื้อผ้าได้

802
00:44:47,559 --> 00:44:51,271
แต่การรักษาภาพลักษณ์แบบนี้
จะทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือไม่

803
00:44:51,355 --> 00:44:53,774
นี่คือประเด็นที่บริษัทอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

804
00:44:53,857 --> 00:44:55,025
ถูกกล่าวหา

805
00:44:55,109 --> 00:44:57,069
โจทก์ทั้งเก้าในคดีฟ้องร้องครั้งใหม่นี้

806
00:44:57,152 --> 00:45:00,906
กล่าวว่าพวกเขาถูกไล่ออก
หรือไม่ได้รับการว่าจ้างเนื่องจากขาวไม่พอ

807
00:45:00,989 --> 00:45:02,950
ถ้าฉันได้ถูกจัดให้มาเข้ากะ

808
00:45:03,033 --> 00:45:05,828
เขามักจะจัดให้ฉันมาตอนร้านปิด

809
00:45:05,911 --> 00:45:11,083
ฉันเป็นหนึ่งในตัวแทนโจทก์
ในคดีฟ้องร้องอะเบอร์ครอมบี

810
00:45:11,166 --> 00:45:13,585
ผู้ที่มาร่วมรายการในวันนี้
คือโจทก์สองคนในคดีฟ้องร้อง

811
00:45:13,669 --> 00:45:15,963
แอนโทนี่ โอคัมโพ และเจนนิเฟอร์ หลิว

812
00:45:16,046 --> 00:45:18,757
ผมเป็นหนึ่งในคนที่ฟ้องร้องอะเบอร์ครอมบี

813
00:45:19,383 --> 00:45:23,137
เราอยากเป็นตัวแทนของคนที่เคยเจอเรื่องแบบนี้

814
00:45:23,220 --> 00:45:27,891
เป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา
และทำให้อะเบอร์ครอมบีรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ

815
00:45:27,975 --> 00:45:29,727
ความเป็นอเมริกันไม่ได้แปลว่าต้องขาว

816
00:45:29,810 --> 00:45:31,937
ผมมีเพื่อนเป็นเม็กซิกันอเมริกัน ทำงานที่มัลเดฟ

817
00:45:32,020 --> 00:45:35,441
กองทุนเพื่อการต่อสู้ทางกฎหมายและการศึกษา
ของชาวเม็กซิกันอเมริกัน

818
00:45:35,524 --> 00:45:37,651
ตอนนั้นเขาทำงานให้ทอม ซาเอนซ์

819
00:45:37,735 --> 00:45:41,447
ซึ่งทอมเนี่ยก็เคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง

820
00:45:41,530 --> 00:45:44,199
เรื่องที่คนถูกเลือกปฏิบัติที่อะเบอร์ครอมบี

821
00:45:45,993 --> 00:45:48,412
ในกรณีนี้ ผมสามารถไปห้างสรรพสินค้า

822
00:45:48,495 --> 00:45:52,708
เพื่อตรวจสอบในเรื่องที่ลูกความบอก
ซึ่งผมก็ทำแบบนั้น

823
00:45:52,791 --> 00:45:55,210
ผมจะไปที่ร้านเอแอนด์เอฟ

824
00:45:55,294 --> 00:45:58,422
และดูว่าพนักงานเป็นใคร

825
00:45:58,505 --> 00:46:00,716
แล้วผมก็จะเดินไปร้านที่อยู่อีกฟาก

826
00:46:00,799 --> 00:46:03,218
เข้าไปดูในร้านค้าปลีกที่คล้ายๆ กัน

827
00:46:03,302 --> 00:46:05,179
ไม่ว่าจะเป็นร้านโอลด์เนวี

828
00:46:05,262 --> 00:46:09,266
หรือบานาน่ารีพับบลิก หรือแก็ป

829
00:46:09,349 --> 00:46:11,602
ซึ่งเห็นความแตกต่างเป็นที่น่าตกใจมาก

830
00:46:11,685 --> 00:46:13,103
ในร้านอื่นๆ

831
00:46:13,187 --> 00:46:16,774
คุณจะเห็นพนักงานที่ให้ความรู้สึก
ว่าเป็นแคลิฟอร์เนียตอนใต้จริงๆ

832
00:46:16,857 --> 00:46:20,861
ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวผิวสี
ที่มาทำงานร้านค้าปลีก

833
00:46:20,944 --> 00:46:22,196
แต่ที่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

834
00:46:22,279 --> 00:46:26,241
พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวแทบจะทั้งนั้นเลย

835
00:46:26,325 --> 00:46:29,244
เราไม่ได้แค่จะพูดเรื่องของ
คนคนเดียวที่ถูกปฏิเสธการว่าจ้าง

836
00:46:29,328 --> 00:46:32,372
ถึงแม้มันจะเลวร้ายและไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม

837
00:46:32,456 --> 00:46:35,876
แต่เรากำลังพูดถึงการปฏิบัติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ

838
00:46:35,959 --> 00:46:39,713
ในร้านค้าหลายร้อยแห่ง
ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักศึกษาเป็นพันๆ คน

839
00:46:41,006 --> 00:46:45,719
จริงๆ แล้วยากมากนะ
ในการที่จะหาคนมาเป็นโจทก์ในการฟ้องร้อง

840
00:46:45,803 --> 00:46:48,806
ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่ค่อยมีคนผิวสี

841
00:46:48,889 --> 00:46:51,350
ได้รับการว่าจ้าง
โดยอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์สักเท่าไร

842
00:46:51,433 --> 00:46:54,895
น้องสาวฉันส่งข้อความมา… โทรมาหาฉัน

843
00:46:54,978 --> 00:46:58,482
สมัยนั้นคงไม่ใช้วิธีส่งข้อความเพราะมันยังแพงอยู่

844
00:46:58,565 --> 00:46:59,983
แต่น้องฉันโทรมาบอกว่า

845
00:47:00,067 --> 00:47:03,278
"หนูไปเจอในอินเทอร์เน็ตมาว่า
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

846
00:47:03,362 --> 00:47:05,531
กำลังโดนฟ้องร้องคดีเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติอยู่"

847
00:47:05,614 --> 00:47:09,284
แล้วก็พูดต่อว่า "พี่ก็โดนมาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ

848
00:47:10,285 --> 00:47:11,370
โทรไปเลยสิ"

849
00:47:11,453 --> 00:47:16,375
แต่ฉันคิดว่า "ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันเจอมา
มัน 'เลวร้ายพอ' หรือเปล่านี่สิ"

850
00:47:16,959 --> 00:47:18,919
เข้าใจใช่ไหม ไม่รู้ว่ามัน…

851
00:47:19,002 --> 00:47:21,588
ถ้าฉันบอกไป เขาจะว่า
"ลืมๆ มันไปซะเถอะ" ไหมนะ

852
00:47:21,672 --> 00:47:23,632
ใจหนึ่งฉันก็คิดว่า

853
00:47:23,715 --> 00:47:25,425
"มันไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นนั้น"

854
00:47:26,051 --> 00:47:28,679
ซึ่งถ้าคุณมาดูเรื่องต่างๆ
อย่างการเหยียดเชื้อชาติ

855
00:47:28,762 --> 00:47:32,516
หรือการเหยียดเพศ
หรือเหยียดคนที่รักร่วมเพศ มัน…

856
00:47:32,599 --> 00:47:37,020
มันไม่จำเป็นต้อง "เลวร้าย" ขนาดนั้นก็ได้
ไม่ต้องถึงขั้นที่มีคนมาด่า…

857
00:47:37,104 --> 00:47:40,858
ไม่ต้องถึงขั้นที่มีคนมาเรียกว่า "ไอ้มืด"
กลางร้านอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

858
00:47:40,941 --> 00:47:43,610
ถึงจะ "เลวร้ายพอ"

859
00:47:44,111 --> 00:47:48,615
แต่คาร์ลาคนนี้ที่ตอนนั้นอายุ 19
กลับคิดว่า "อืม ไม่รู้สิ"

860
00:47:48,699 --> 00:47:51,034
ผมไม่เคยพบเจอการเหยียดเชื้อชาติ
ที่โจ่งแจ้งขนาดนี้

861
00:47:51,118 --> 00:47:52,661
ผมโมโหมากจริงๆ

862
00:47:52,744 --> 00:47:55,038
ผมโกรธ ทำยังไงก็ไม่หายโกรธ

863
00:47:55,122 --> 00:47:57,875
พอผมได้รับเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของคดีฟ้องร้อง

864
00:47:57,958 --> 00:47:59,042
ผมก็คิดว่า "โอ้ โอเค

865
00:47:59,126 --> 00:48:04,131
นี่คือโอกาสที่จะประกาศถึง
ความตอแหลของอะเบอร์ครอมบี

866
00:48:04,214 --> 00:48:06,800
ที่พยายามจะบอกว่าตัวเอง
เป็นแบรนด์อเมริกันทั้งแท่ง

867
00:48:06,884 --> 00:48:09,970
แต่วิธีการที่พวกเขาใช้
ในการรักษาภาพลักษณ์ความเป็นอเมริกัน

868
00:48:10,053 --> 00:48:13,891
กลับหมายถึงการจ้างงานคนขาวเพิ่ม
และไล่คนผิวสีออกเป็นเบือ

869
00:48:13,974 --> 00:48:17,644
เราก็แค่ถามพวกเขาถึงประสบการณ์
ในการทำงานที่อะเบอร์ครอมบี

870
00:48:17,728 --> 00:48:20,022
การพยายามสมัครงานที่อะเบอร์ครอมบี

871
00:48:20,105 --> 00:48:25,736
และเราก็เริ่มเห็นแนวโน้ม
ในการเอนเอียงไปทางคนผิวขาว

872
00:48:25,819 --> 00:48:28,989
มากกว่าชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน
ละติน หรือเอเชีย

873
00:48:29,072 --> 00:48:31,742
หรือใครก็ตามที่ไม่มีรูปลักษณ์ตามแบบที่กำหนด

874
00:48:31,825 --> 00:48:33,076
(อดีตผจก.ร้านเอแอนด์เอฟ)

875
00:48:33,160 --> 00:48:36,371
ฉันเหลืออดกับการที่ได้ตารางเข้ากะ
ที่มีชื่อที่ถูกขีดฆ่าส่งมาทุกอาทิตย์

876
00:48:36,455 --> 00:48:37,998
เหมือนเป็นการบอกคนพวกนั้นว่า

877
00:48:38,081 --> 00:48:39,958
พวกเขาหน้าตาดีไม่พอใช่ไหม

878
00:48:40,042 --> 00:48:43,837
ฉันไม่อาจมองตาคนที่ทำงานให้ฉัน
และอยากทำงานที่นั่น แล้วพูดว่า…

879
00:48:43,921 --> 00:48:47,215
เรียกว่าโกหกดีกว่า
บอกพวกเขาว่า "ไม่มีชั่วโมงว่างแล้ว"

880
00:48:48,550 --> 00:48:50,719
ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว
เหตุผลคือพวกเขาหน้าตาดีไม่พอ

881
00:48:51,470 --> 00:48:55,098
จาฮานพูดกับเรา
ถึงเรื่องแนวทางของอะเบอร์ครอมบี

882
00:48:55,182 --> 00:48:58,101
เราไม่ได้ถูกเลือกปฏิบัติเพราะเรื่องเชื้อชาติ

883
00:48:58,185 --> 00:49:01,480
แต่เป็นเพราะเราหน้าตาไม่ดีพอ
ที่จะมาทำงานหน้าร้าน

884
00:49:01,563 --> 00:49:02,814
ก็คือขี้เหร่นั่นแหละ

885
00:49:03,982 --> 00:49:08,487
มันเป็นเรื่องน่าหัวเราะนะ พอมาเจอกัน
ทุกคนแบบว่า "พูดเล่นหรือเปล่าเนี่ย"

886
00:49:08,570 --> 00:49:12,449
"บ้าบอจริงๆ" ฉันว่ามันคงดีกว่าการพูดว่า

887
00:49:12,532 --> 00:49:14,785
"เราเลือกปฏิบัติกับคนพวกนี้เพราะเชื้อชาติ"

888
00:49:15,827 --> 00:49:18,622
บ้าไปแล้ว บ้าบอจริงๆ

889
00:49:20,165 --> 00:49:22,501
(อะเบอร์ครอมบียุติคดีฟ้องร้อง
ด้วยข้อตกลงยอมความ)

890
00:49:22,584 --> 00:49:23,835
(พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหา)

891
00:49:23,877 --> 00:49:27,255
อะเบอร์ครอมบีถูกฟ้องร้อง
โดยการดำเนินคดีแบบกลุ่ม

892
00:49:27,339 --> 00:49:29,174
เพราะให้คนผิวสีกับผิวดำไปทำงานหลังร้าน

893
00:49:29,841 --> 00:49:34,096
(วิดีโอจากห้องสต็อกสินค้าในร้าน)

894
00:49:37,641 --> 00:49:40,560
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์ปฏิเสธข้อกล่าวหา

895
00:49:40,644 --> 00:49:42,104
แต่ก็เจรจายอมความ

896
00:49:42,187 --> 00:49:45,941
อะเบอร์ครอมบีรู้ดีว่า
พวกเขามีเรื่องที่ต้องปิดบังอยู่เยอะมาก

897
00:49:46,024 --> 00:49:48,193
จึงรีบเสนอเงินจำนวนมาก
เพื่อให้อีกฝ่ายยอมความ

898
00:49:48,860 --> 00:49:53,865
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์จะต้องจ่ายเงิน
ถึงเกือบ 50 ล้านดอลลาร์

899
00:49:55,909 --> 00:49:57,244
และต้องเปลี่ยนแปลงบางเรื่อง

900
00:49:59,663 --> 00:50:02,541
อะเบอร์ครอมบีตกลงที่จะทำตาม
คำตัดสินตามความยินยอม

901
00:50:02,624 --> 00:50:06,211
(นอกจากข้อตกลงยอมความ อะเบอร์ครอมบี
ยังลงนามในคำตัดสินตามความยินยอม)

902
00:50:06,294 --> 00:50:11,299
(พวกเขาตกลงที่จะเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติ
ในการหาพนักงาน การจ้างงาน และการตลาด)

903
00:50:11,383 --> 00:50:15,929
(อะเบอร์ครอมบีต้องรายงานตัวต่อ
ผู้ตรวจการณ์ที่ศาลแต่งตั้งเป็นเวลาหกปี)

904
00:50:16,013 --> 00:50:19,850
(ไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน
หากทำได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด)

905
00:50:19,933 --> 00:50:25,731
อะเบอร์ครอมบีต้องสร้างตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่ความหลากหลายทางเชื้อชาติขึ้นมา

906
00:50:27,315 --> 00:50:32,571
ในแง่หนึ่งมันก็เป็นโอกาสดี
ที่จะได้ทำงานให้บริษัทที่ต้องการคุณจริงๆ

907
00:50:34,239 --> 00:50:36,199
"แต่ใจจริงอยากจ้างคุณไหม" นี่เป็นอีกคำถาม

908
00:50:39,786 --> 00:50:43,540
ผมได้รับโทรศัพท์จากบริษัทจัดหางาน
บอกว่า "นี่ มีตำแหน่งงานในโอไฮโอแน่ะ

909
00:50:43,623 --> 00:50:46,209
เป็นแบรนด์ที่ชื่อเอแอนด์เอฟ"
ผมก็บอกว่า "ผมไม่รู้จัก"

910
00:50:46,710 --> 00:50:48,754
ผมเลยไปที่ห้างและพยายามหาดู

911
00:50:48,837 --> 00:50:52,007
ผมก็ไปเดินซื้อของ ดูรอบๆ
แล้วคิดว่า "แบรนด์นี้ไม่เหมือนชาวบ้านนะ"

912
00:50:52,966 --> 00:50:55,802
(ท็อดด์ คอร์ลีย์
อดีตจนท.ความหลากหลายทางเชื้อชาติ)

913
00:50:55,886 --> 00:50:57,554
ผมเริ่มรู้แล้วว่ามันเรื่องอะไรกัน

914
00:50:57,637 --> 00:50:59,765
พวกเขาพยายามหาวิธีสร้างแบรนด์ใหม่

915
00:50:59,848 --> 00:51:03,143
จากแนวคิดการสนับสนุนความหลากหลาย
และยอมรับความแตกต่างของพนักงาน

916
00:51:03,226 --> 00:51:04,227
ตอนนั้นไม่มีใครคิดทำกัน

917
00:51:04,311 --> 00:51:07,064
ไม่มีสำนักงาน
ไม่มีระเบียบการ ไม่มีผู้ควบคุมดูแล

918
00:51:07,147 --> 00:51:11,234
ผมต้องคิดเองว่าต้องทำยังไง
บอกตัวเองว่า "แกขอพรพระเจ้าไง

919
00:51:11,318 --> 00:51:13,570
ขอให้ได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เหรอ

920
00:51:13,653 --> 00:51:15,864
นี่พระเจ้ากำลังบอกแกอยู่ไง
ว่านี่อาจเป็นโอกาสนั้น"

921
00:51:17,949 --> 00:51:20,619
ผมเลยถามว่าผมต้องขึ้นตรงกับใคร

922
00:51:20,702 --> 00:51:22,913
ซึ่งผมต้องรู้
เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผม

923
00:51:22,996 --> 00:51:25,707
แล้วผมก็ได้รู้ว่า
ผมต้องขึ้นตรงกับซีอีโอและประธานบริษัท

924
00:51:25,791 --> 00:51:28,210
(ไมค์ เจฟฟรีส์
ประธานบริษัท ซีอีโอ)

925
00:51:28,293 --> 00:51:30,337
เนื้องานมีความท้าทายอยู่ไม่น้อย

926
00:51:30,420 --> 00:51:32,672
ผมต้องหาทางแก้ปัญหาหลายเรื่อง

927
00:51:33,173 --> 00:51:35,008
หนึ่งในความท้าทายที่มีในตอนนั้นคือ

928
00:51:35,092 --> 00:51:40,055
เราจะสร้างแบรนด์
ที่มีความขัดแย้งน้อยกว่านี้ได้ยังไง

929
00:51:40,138 --> 00:51:42,349
(ก่อตั้งปี 1892
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์ นิวยอร์ก)

930
00:51:42,849 --> 00:51:45,227
(ถามมา ตอบไป)

931
00:51:45,310 --> 00:51:49,106
(บริษัทของคุณไม่ได้เลือกปฏิบัติกับคน
เพราะรูปลักษณ์ภายนอกหรอกหรือ)

932
00:51:49,189 --> 00:51:52,192
เราเข้าหาผู้คนทุกวัน
ด้วยความคิดยอมรับในความแตกต่าง

933
00:51:52,275 --> 00:51:53,860
และสนับสนุนความหลากหลาย

934
00:51:53,944 --> 00:51:56,404
- มาทำงานกับฉันในนิวยอร์ก
- แอริโซนา

935
00:51:56,488 --> 00:51:57,531
- ฟลอริดา
- เบลเยียม

936
00:51:57,614 --> 00:51:58,824
- สเปน
- ฮ่องกง

937
00:51:58,907 --> 00:52:00,158
- เยอรมนี
- สหราชอาณาจักร

938
00:52:04,079 --> 00:52:07,666
คนอย่างผมที่เข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น

939
00:52:07,749 --> 00:52:12,629
จะเข้าใจเลยว่ามันอาจจะเป็น
"ภาวะสัญลักษณ์นิยม" รูปแบบหนึ่ง

940
00:52:13,213 --> 00:52:19,261
คุณอาจจะพูดว่า
"ฉันจะไม่ไปเป็นส่วนหนึ่งด้วยเด็ดขาด"

941
00:52:19,344 --> 00:52:23,598
หรือคุณอาจจะมองว่ามันคือโอกาส

942
00:52:23,682 --> 00:52:26,977
และเปิดโอกาสให้กว้างขึ้นไปอีก
สำหรับคนที่เหมือนกับคุณ

943
00:52:27,060 --> 00:52:31,815
และคนอื่นๆ ที่อาจจะเข้าไม่ถึง
หรือไม่ได้รับโอกาสนี้

944
00:52:32,607 --> 00:52:35,485
ผมทำงานสรรหาพนักงานอยู่สองสามปี
สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

945
00:52:35,569 --> 00:52:38,613
กับมหาวิทยาลัยสำหรับคนผิวสีหลายแห่ง

946
00:52:39,114 --> 00:52:41,950
ในฐานะคนผิวสีน้ำตาลที่ดูเหมือนคนขาวอย่างผม

947
00:52:42,033 --> 00:52:42,868
(โฮเซ ซานเชส)

948
00:52:42,951 --> 00:52:44,578
ใส่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์ทั้งตัว

949
00:52:44,661 --> 00:52:47,873
เพราะเขากำหนดให้แต่งตัวแบบนั้น
เวลาลงพื้นที่มหา'ลัย

950
00:52:47,956 --> 00:52:52,377
แรกๆ ก็โดนเขม่นอยู่บ้าง ซึ่งก็สมควรแหละ

951
00:52:52,460 --> 00:52:53,670
ตอนที่ผมเข้าไปครั้งแรก

952
00:52:55,088 --> 00:52:57,340
สัก 90 เปอร์เซ็นต์น่าจะเป็นคนขาว

953
00:52:58,008 --> 00:52:59,384
แต่พอผ่านไปห้าหกปี

954
00:52:59,467 --> 00:53:03,221
จำนวนคนผิวสีเพิ่มขึ้นไปเป็น 53 เปอร์เซ็นต์

955
00:53:05,891 --> 00:53:10,187
ตอนที่ฉันย้ายตำแหน่งไปทำแผนก
บริหารความหลากหลายในองค์กร

956
00:53:10,270 --> 00:53:16,109
ครั้งแรกที่ฉันเข้าพบพวกผู้บริหารระดับสูงของร้าน

957
00:53:16,193 --> 00:53:19,654
พวกเขาพูดเรื่องที่ว่า
ต้องการให้ในร้านมีอะไรบ้าง

958
00:53:20,238 --> 00:53:25,076
เป็นการบรรยายถึงความสวยงามอย่างลื่นไหล

959
00:53:25,160 --> 00:53:27,454
ใครหน้าตาดี ใครหน้าตาไม่ดี

960
00:53:27,537 --> 00:53:29,331
หรือจมูกของคนนั้นเป็นแบบนั้นแบบนี้

961
00:53:29,414 --> 00:53:32,417
ฉันนี่แบบว่า
ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรากำลังพูดถึงคนอื่น

962
00:53:32,500 --> 00:53:35,212
แล้ววิจารณ์รูปลักษณ์ของคนแบบนั้น

963
00:53:35,295 --> 00:53:39,341
หรือไม่มันก็จะถูกเขียนไว้
แบบที่คนถือเวลาสัมภาษณ์

964
00:53:39,424 --> 00:53:41,426
แบบ "ไม่" กาทิ้ง… คือแบบ…

965
00:53:41,509 --> 00:53:44,387
ฉันไม่อยากเชื่อเลย เอาจริงๆ ช็อกมาก

966
00:53:45,138 --> 00:53:47,057
พวกเขาเลิกใช้คำว่า "ตัวแทนแบรนด์"

967
00:53:47,140 --> 00:53:50,810
แต่จะเรียกว่า "อิมแพคต์"
แปลว่าต้องไปอยู่เบื้องหลัง

968
00:53:50,894 --> 00:53:54,314
หรือไม่ก็ "โมเดล" พวกนี้ทำงานเบื้องหน้าได้

969
00:53:54,397 --> 00:54:00,654
ฉันคิดว่าเป็นเพราะการเรียกลูกจ้าง
ที่รับเงินเดือนขั้นต่ำว่า "โมเดล"

970
00:54:00,737 --> 00:54:03,448
ทำให้อะเบอร์ครอมบีสามารถ
เอาตัวรอดได้จากทุกอย่าง

971
00:54:03,531 --> 00:54:06,243
เหมือนกับบริษัทโมเดลลิ่งทั่วไป

972
00:54:06,326 --> 00:54:09,371
พวกเขาไม่เคยเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
ว่าพนักงานต้องหน้าตาดี

973
00:54:09,913 --> 00:54:15,418
หลังคำตัดสินตามความยินยอม
และผมคิดว่าพวกเขาระวังที่จะไม่ใช้คำนั้น

974
00:54:15,502 --> 00:54:17,045
แต่พวกเขาแก้ปัญหาได้

975
00:54:17,128 --> 00:54:19,756
ตอนที่ได้รับการอนุมัติ
ตามคำตัดสินตามความยินยอม

976
00:54:19,839 --> 00:54:22,259
ที่จะเรียกพวกนั้นว่าโมเดล แค่นี้ก็เรียบร้อย

977
00:54:22,342 --> 00:54:25,220
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

978
00:54:25,303 --> 00:54:28,014
แล้วถ้าคนหน้าตาขี้เหร่สมัครเป็นโมเดลล่ะ

979
00:54:28,098 --> 00:54:28,932
ก็สัมภาษณ์ไง

980
00:54:30,225 --> 00:54:33,395
ทุกคนจะได้ผ่าน
กระบวนการสัมภาษณ์เหมือนกันหมด

981
00:54:34,020 --> 00:54:36,147
แต่หมายความว่าโอกาสได้งานน้อยเท่าเดิม

982
00:54:36,231 --> 00:54:38,984
- ทั้งก่อนและหลังที่จะมีคำตัดสินตามความยินยอม
- ใช่ ถูกครับ

983
00:54:39,985 --> 00:54:40,819
ถูกต้องเลย

984
00:54:42,404 --> 00:54:46,199
คำตัดสินตามความยินยอมไม่ได้บังคับ
ให้เปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารเลย

985
00:54:46,283 --> 00:54:49,828
เพราะงั้นโครงสร้างคณะผู้บริหารก็ยังอยู่คงเดิม

986
00:54:49,911 --> 00:54:53,456
ตอนนั้นเจฟฟรีส์ยังถือหุ้นอยู่
เกือบสิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

987
00:54:54,207 --> 00:54:56,876
ก็เลยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น ไม่มีเลย

988
00:54:58,420 --> 00:55:01,006
การตัดสินใจหลายๆ อย่างลงมาจากเบื้องบน

989
00:55:02,048 --> 00:55:08,346
เราพบว่าเจฟฟรีส์กับบรูซ เวเบอร์
มีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจอย่างมาก

990
00:55:08,430 --> 00:55:10,181
(นี่คือข้อกล่าวหาที่มีต่อบรูซ เวเบอร์)

991
00:55:10,265 --> 00:55:13,310
(เขาไม่ตอบรับคำขอของเรา
ที่ขอให้พูดถึงข้อกล่าวหาเหล่านี้)

992
00:55:13,393 --> 00:55:15,895
(และเขาไม่ได้รับการแจ้งข้อหา
หรือถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด)

993
00:55:15,979 --> 00:55:18,481
บรูซ เวเบอร์ใช้ประโยชน์
จากอำนาจในมือได้มากยิ่งขึ้น

994
00:55:18,565 --> 00:55:20,817
เพราะเขามีชื่อเสียงฉาวโฉ่และเป็นคนสุดโต่ง

995
00:55:20,900 --> 00:55:22,861
เป็นที่รู้กันดีว่าบรูซน่ะ

996
00:55:22,944 --> 00:55:24,779
เขาชอบ…

997
00:55:26,156 --> 00:55:26,990
เด็กหนุ่มๆ

998
00:55:27,490 --> 00:55:30,785
เขาจะชวนไปที่บ้าน
แล้วก็เล่นเกม "จับได้แค่ไหน"

999
00:55:30,869 --> 00:55:34,164
เขาจะให้เอามือเราวางบนหน้าอก

1000
00:55:35,206 --> 00:55:38,877
แล้วเขาจะวางมือเขาบนมือเรา
บอกว่าให้ทำตัวตามสบาย

1001
00:55:39,544 --> 00:55:42,922
แล้วก็พูดว่า "ฉันจะเลื่อนมือเธอลงไปเรื่อยๆ

1002
00:55:43,006 --> 00:55:45,300
บอกนะว่าให้หยุดเมื่อไหร่"

1003
00:55:45,383 --> 00:55:46,593
มือผมไม่ขยับเลย

1004
00:55:47,344 --> 00:55:48,511
เขาเลยบอกว่า

1005
00:55:48,595 --> 00:55:51,014
"ไม่ ต้องเลื่อนมือเธอลงไปเรื่อยๆ แล้วพอฉัน…"

1006
00:55:51,097 --> 00:55:53,975
ผมก็บอกว่า "ไม่ครับ ไม่… แค่นี้แหละ"

1007
00:55:54,059 --> 00:55:57,562
มีอยู่คนหนึ่งที่บรูซชอบโทรหาบ่อยๆ

1008
00:55:57,645 --> 00:55:59,898
ชวนมากินข้าวเย็นที่บ้านมั่ง

1009
00:56:00,648 --> 00:56:03,485
แบบ "ฮัลโหล มาที่บ้านสิ ฉันว่าจะกินข้าวเย็น

1010
00:56:03,568 --> 00:56:05,195
เล่นกับหมา นู่นนั่นนี่"

1011
00:56:05,278 --> 00:56:08,031
เขาก็จะไป
แล้ววันรุ่งขึ้นผมก็จะไม่เห็นเขามาทำงาน

1012
00:56:08,531 --> 00:56:11,284
พอผ่านมาวันที่สาม อยู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

1013
00:56:11,368 --> 00:56:14,913
แล้วผมก็รู้เลยว่าเป็นอะไร

1014
00:56:14,996 --> 00:56:20,043
"ฮัลโหล บ็อบบี้
เดี๋ยวฉันส่งรถไปรับมากินข้าวที่บ้านนะ

1015
00:56:20,126 --> 00:56:24,672
ตอนนั้นผมคิดเลยว่าจะได้กลับบ้านไหมวะ

1016
00:56:24,756 --> 00:56:27,008
"เอ่อ คือวันนี้ผมไปไม่ได้ครับ"

1017
00:56:27,092 --> 00:56:30,053
แล้วเขาก็ว่า "ต้องมาสิ
มันจะดีต่ออาชีพการงานนะ"

1018
00:56:30,136 --> 00:56:33,515
ผมก็บอกว่า "ไม่ละครับ บรูซ
แต่ก็ขอบคุณมากเลยนะครับ"

1019
00:56:33,598 --> 00:56:36,434
แล้วจู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังอีก
น่าจะหลังจากนั้นหนึ่งนาที

1020
00:56:36,518 --> 00:56:39,979
เอาเป็นว่าไม่ถึงสองนาที
โทรศัพท์ดังอีก ผมก็แบบ "อะไรวะ"

1021
00:56:40,063 --> 00:56:42,190
ผมก็รับโทรศัพท์ แล้วเขาก็บอกว่า "นี่ บ็อบบี้

1022
00:56:42,273 --> 00:56:45,568
น่าเสียดายที่เธอโดนตัดออกแล้ว
เตรียมไฟลท์บินกลับให้เรียบร้อยแล้วนะ

1023
00:56:45,652 --> 00:56:49,739
แล้วก็กระเป๋า… เก็บกระเป๋าให้พร้อมนะ
เธอต้องบินกลับคืนนี้เลย"

1024
00:56:49,823 --> 00:56:52,575
แค่นี้แหละ โดนไล่ไม่ทันตั้งตัว

1025
00:56:54,786 --> 00:56:56,287
แล้วก็มีไมเคิล เจฟฟรีส์

1026
00:56:57,580 --> 00:57:00,917
ที่ดูเหมือนจะแค่มาสนุกเริงร่าอยู่ในกองถ่าย

1027
00:57:02,335 --> 00:57:04,712
ดูก็รู้ว่าเขาชอบเด็กหนุ่มๆ เหมือนกัน

1028
00:57:05,380 --> 00:57:08,049
แต่เขาเป็นคนแปลกมากซะจน…
ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขา…

1029
00:57:08,133 --> 00:57:09,801
ไม่รู้ว่าหมอนั่นมันชอบอะไรกันแน่

1030
00:57:10,802 --> 00:57:12,554
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเอา

1031
00:57:13,054 --> 00:57:15,014
ขั้นตอนใหม่ๆ มาใช้ในกระบวนการอยู่เรื่อย

1032
00:57:16,182 --> 00:57:20,979
มีอยู่หนึ่งขั้นตอนที่ให้คนเข้าไปในเต็นท์

1033
00:57:21,062 --> 00:57:22,564
ที่ปิดไม่ให้คนอื่นเข้า

1034
00:57:22,647 --> 00:57:26,401
มีแค่บรูซ เวเบอร์กับไมเคิล เจฟฟรีส์อยู่ข้างใน

1035
00:57:27,277 --> 00:57:32,449
เป็นการสัมภาษณ์เพื่อที่พวกเขาจะดูว่าถูกใจนิสัย

1036
00:57:32,532 --> 00:57:34,784
ตัวตน และความสามารถของเราไหม

1037
00:57:36,202 --> 00:57:40,874
ตอนที่เขาบริหารอะเบอร์ครอมบี
เขามักจะขายเน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิง

1038
00:57:40,957 --> 00:57:44,461
แต่ฉันคิดว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็น

1039
00:57:44,544 --> 00:57:46,421
และมีปฏิกิริยาตอบสนอง

1040
00:57:46,504 --> 00:57:48,882
ก็คือภาพลักษณ์และรูปแบบของเพศชาย

1041
00:57:49,924 --> 00:57:52,677
ฉันไม่คิดว่าไมค์รู้ตัวด้วยซ้ำ

1042
00:57:52,760 --> 00:57:55,472
ว่าเขาก็เป็นสัญลักษณ์ของชาวเกย์

1043
00:57:56,848 --> 00:58:00,685
เป็นที่รู้กันหรือสันนิษฐานกันว่าเขาเป็นเกย์

1044
00:58:01,394 --> 00:58:03,938
แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่
เก็บชีวิตส่วนตัวไว้เป็นความลับ

1045
00:58:06,316 --> 00:58:08,776
ในช่วงปี 2000 ต้นๆ

1046
00:58:08,860 --> 00:58:12,030
ไมค์ เจฟฟรีส์ก็ยังไม่เปิดเผยรสนิยมทางเพศ

1047
00:58:13,573 --> 00:58:16,534
เจฟฟรีส์เคยแต่งงานแล้ว เขามีลูกชาย

1048
00:58:16,618 --> 00:58:18,620
ภรรยาของเขามักไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไร

1049
00:58:18,703 --> 00:58:21,831
ในที่สุด คู่ชีวิตของเขาที่ชื่อแมทธิว สมิธ

1050
00:58:21,915 --> 00:58:24,501
ก็เข้ามาในบริษัท

1051
00:58:24,584 --> 00:58:29,589
เกิดเรื่องภายในหลายเรื่อง
ที่ไมค์ เจฟฟรีส์มีส่วนเกี่ยวข้อง

1052
00:58:29,672 --> 00:58:33,009
ที่คงไม่ค่อยให้ใครรู้

1053
00:58:34,469 --> 00:58:38,097
เขาเป็นคนหลุดโลก หลุดโลกจริงๆ
เหมือนกับว่า…

1054
00:58:38,890 --> 00:58:41,893
เขาน่าจะไปทำศัลยกรรมห่วยๆ มาหลายครั้ง

1055
00:58:42,769 --> 00:58:43,895
เขาอยากดูหนุ่ม

1056
00:58:44,729 --> 00:58:47,440
เขาก็ไม่อยากแก่เหมือนกันแหละ เรื่องธรรมดา

1057
00:58:49,526 --> 00:58:52,612
ผมทึ่งในตัวไมค์แล้วผมก็ทึ่งกับบริษัทมาก

1058
00:58:52,695 --> 00:58:59,410
ไมค์เป็นผู้ชายที่แปลก
น่าอัศจรรย์ และน่าสนใจมาก

1059
00:59:00,203 --> 00:59:02,622
ผมก็เลยอยากเขียนเกี่ยวกับบริษัทนี้มาก

1060
00:59:02,705 --> 00:59:04,958
ผมอยากไปให้ถึงสำนักงานใหญ่ของพวกเขา

1061
00:59:05,041 --> 00:59:06,042
ที่เรียกกันว่าแคมปัส

1062
00:59:06,543 --> 00:59:08,044
(แคมปัสเอแอนด์เอฟ)

1063
00:59:08,127 --> 00:59:10,046
(หนึ่งในที่ที่ดีที่สุดในการเริ่มชีวิตการทำงาน)

1064
00:59:10,129 --> 00:59:13,967
แล้ววันหนึ่ง ผมก็ได้รับโทรศัพท์
จากบรรณาธิการนิตยสารเดอะนิวยอร์กไทมส์

1065
00:59:14,050 --> 00:59:15,969
ที่ผมเขียนคอลัมน์ให้มาหลายปีแล้ว

1066
00:59:16,052 --> 00:59:19,055
แล้วเขาก็ถามว่า "อยากเขียนเรื่อง
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์ไหม"

1067
00:59:20,056 --> 00:59:23,393
ผมก็บอกว่า "อยากสิครับ
คุณหาทางเข้าหาพวกเขาได้ยังไง"

1068
00:59:23,476 --> 00:59:24,852
เขาก็บอกว่า "พวกนั้นเชิญเรา"

1069
00:59:25,603 --> 00:59:29,274
ผมก็ยังไม่เข้าใจเลยว่า
ทำไมก่อนหน้านี้ไมค์ปฏิเสธข้อเสนอ

1070
00:59:29,357 --> 00:59:32,735
ที่จะเขียนเกี่ยวกับแบรนด์ของเขา
แต่อยู่ๆ ก็ให้ผมไปพบเนี่ยนะ

1071
00:59:34,821 --> 00:59:38,324
เขาพูดถึงเรื่องนี้ เขาบอกว่า
"ที่นี่เป็นเขตปลอดดีว่าเรื่องมาก"

1072
00:59:38,825 --> 00:59:40,201
แต่เขาก็มีความเหมือนดีว่านะ

1073
00:59:40,285 --> 00:59:42,787
เขาเป็นคนตัดสินใจทุกเรื่อง

1074
00:59:43,538 --> 00:59:45,873
มีร้านตัวอย่างในแคมปัส

1075
00:59:45,957 --> 00:59:47,292
ผมดูเขาเดินตรวจตรา

1076
00:59:47,375 --> 00:59:51,796
และหมกมุ่นอยู่กับการดูว่า
หุ่นแต่ละตัวใส่กางเกงยีนส์แล้วดูเป็นยังไง

1077
00:59:53,131 --> 00:59:54,507
การได้เดินดูร้านกับเขา

1078
00:59:54,591 --> 01:00:00,930
ทำให้ได้เห็นถึงความคิด
ที่โบราณอย่างชัดเจนของเขา

1079
01:00:01,014 --> 01:00:03,016
ที่มีต่อความเป็นชายและความเป็นหญิง

1080
01:00:03,099 --> 01:00:05,977
พูดประมาณว่า "เราต้องทำให้พ่อหนุ่มนี่
ดูเหมือนผู้ชายมากกว่านี้"

1081
01:00:06,978 --> 01:00:10,189
ส่วนหุ่นเนี่ย "อย่าให้หุ่นผู้หญิงดูแมนไป"

1082
01:00:10,273 --> 01:00:11,399
นี่คือคำพูดของเขาจริงๆ

1083
01:00:12,400 --> 01:00:17,655
เขาเดินผ่านแผนกเสื้อผ้า
อะเบอร์ครอมบีสำหรับเด็กผู้หญิง

1084
01:00:17,739 --> 01:00:19,782
เขาหยิบกางเกงผ้าสักหลาดขึ้นมา

1085
01:00:19,866 --> 01:00:22,785
ซึ่งเขาคงจะมองว่ามันแมนเกินไป

1086
01:00:22,869 --> 01:00:25,997
เขาพูดว่า "ออกแบบมาให้ใครใส่วะ

1087
01:00:26,080 --> 01:00:27,749
ให้ทอมถึกใส่ขี่สามล้อเหรอ"

1088
01:00:27,832 --> 01:00:32,211
คำพูดของเขามันดูจะเลย

1089
01:00:33,338 --> 01:00:36,007
จุดที่เคยเป็นข้อกังขา แต่ตอนนี้กลับชัดเจนแล้ว

1090
01:00:36,090 --> 01:00:40,345
ซึ่งก็คือความจริงที่ว่า
เราไม่ได้ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง

1091
01:00:40,428 --> 01:00:41,346
วัยรุ่นชายหญิง

1092
01:00:41,429 --> 01:00:44,932
แต่เราออกแบบเสื้อผ้าสำหรับ
ผู้หญิงเซ็กซี่ ผู้ชายเซ็กซี่

1093
01:00:45,016 --> 01:00:47,810
วัยรุ่นหนุ่มสาวเซ็กซี่

1094
01:00:47,894 --> 01:00:49,896
เซ็กซี่แบบชายจริงหญิงแท้นะ

1095
01:00:49,979 --> 01:00:51,814
ไม่ใช่ "ทอมถึก"

1096
01:00:52,315 --> 01:00:55,526
ผมอยากวิเคราะห์จิตวิทยาของเขามากเลย

1097
01:00:55,610 --> 01:00:58,529
ผมอยากรู้ให้ได้ว่า

1098
01:00:59,864 --> 01:01:00,865
คนคนนี้คือใคร

1099
01:01:01,866 --> 01:01:04,535
ผมเลยถามเขาเรื่องข้อพิพาทใหญ่ๆ

1100
01:01:04,619 --> 01:01:05,578
คดีฟ้องร้องต่างๆ

1101
01:01:06,663 --> 01:01:09,290
แล้วเขาก็เริ่มเถียงอย่างเอาเป็นเอาตาย

1102
01:01:09,374 --> 01:01:11,793
และสุดท้ายเขาหลุดปากพูดอะไรที่มัน

1103
01:01:11,876 --> 01:01:14,379
ออกจากใจจริงเกินไป

1104
01:01:16,255 --> 01:01:19,092
เขาบอกว่า "เราเลือกลูกค้าหรือเปล่า แน่นอน"

1105
01:01:19,175 --> 01:01:22,136
บอกว่า "ไม่ใช่ทุกคนที่จะใส่เสื้อผ้าของเราได้"

1106
01:01:22,220 --> 01:01:24,806
"ผมไม่อยากให้ทุกคนใส่เสื้อแบรนด์เรา"

1107
01:01:24,889 --> 01:01:27,558
เขาพูดถึงการพุ่งเป้าไปที่เด็กเท่ๆ

1108
01:01:27,642 --> 01:01:31,771
แล้วก็ใช้คำว่าเด็กเท่ๆ ที่เป็นอเมริกันทั้งแท่ง

1109
01:01:31,854 --> 01:01:35,483
เหมือนเขาจะคลั่งไคล้ภาพของ
เด็กหนุ่มอเมริกันทั้งแท่งเอามากๆ

1110
01:01:35,983 --> 01:01:38,736
เขาไม่ใช่คนเดียวในวงการแฟชั่น

1111
01:01:38,820 --> 01:01:41,197
ที่มีความคิดแบบนี้

1112
01:01:41,906 --> 01:01:45,952
แต่เขาเป็นคนเดียวที่พูดสิ่งที่คิดในใจออกมาดังๆ

1113
01:01:46,035 --> 01:01:49,455
สองวันต่อมาหลังกลับจากโอไฮโอ
ผมก็ได้รับอีเมลหนึ่งฉบับ

1114
01:01:49,539 --> 01:01:53,209
ว่าพวกเขาไม่ต้องการจะมีส่วนร่วม
ในการเขียนบทความเรื่องนี้แล้ว

1115
01:01:53,292 --> 01:01:56,587
ซึ่งสำหรับผมก็หมายความว่า
เรื่องนี้จะไม่ได้ลงนิตยสารนิวยอร์กไทมส์แล้ว

1116
01:01:56,671 --> 01:01:58,673
และผมก็เขียนบทความลงในซาลอน

1117
01:01:59,757 --> 01:02:03,010
ตอนที่บทความออกมา มีคนให้ความสนใจไม่น้อย

1118
01:02:03,094 --> 01:02:08,349
เพราะเป็นเหมือนประวัติซีอีโอบริษัทแฟชั่น
ที่เป็นคนแปลกและประสบความสำเร็จล้นหลาม

1119
01:02:08,433 --> 01:02:10,101
ดังนั้นในปี 2006

1120
01:02:10,184 --> 01:02:13,438
การออกมาพูดอย่างโจ่งแจ้งว่า
"แบรนด์ของเราเลือกลูกค้า"

1121
01:02:13,521 --> 01:02:17,483
ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไรนัก ในสมัยนั้น

1122
01:02:17,567 --> 01:02:20,027
สิ่งที่ฉันคิดว่าทำให้อะเบอร์ครอมบีไม่เหมือนใคร

1123
01:02:20,111 --> 01:02:22,488
คือการที่พวกเขาไม่รู้สึกว่าต้องขอโทษใครทั้งนั้น

1124
01:02:22,572 --> 01:02:24,198
พวกเขาไปกันสุดทางจริงๆ

1125
01:02:24,282 --> 01:02:25,825
เลือกจ้างคน

1126
01:02:25,908 --> 01:02:29,412
มีภาพลักษณ์ที่กำหนดไว้ในใจ
โฆษณาก็ต้องออกมาตามแบบที่กำหนดไว้

1127
01:02:29,495 --> 01:02:31,080
ไม่มีใครคิดเลยว่า

1128
01:02:31,164 --> 01:02:34,625
เราต้องมานั่งคุยกันเรื่องความหลากหลาย
และการยอมรับในความแตกต่าง

1129
01:02:34,709 --> 01:02:37,879
และต้องทำให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมด้วย

1130
01:02:37,962 --> 01:02:39,881
พวกเขาทุ่มไปกับการเป็นแบรนด์ที่เลือกคน

1131
01:02:39,964 --> 01:02:43,217
ทุ่มไปกับการพูดว่า "เราขายไลฟ์สไตล์"

1132
01:02:43,301 --> 01:02:48,014
"เราต้องการให้ตัวแทนในร้าน
หน้าเหมือนนายแบบที่อยู่ในโฆษณา"

1133
01:02:48,097 --> 01:02:51,517
"เราต้องการให้คนเชื่อมโยง
ไลฟ์ไตล์แบบนี้เข้ากับแบรนด์เรา"

1134
01:02:51,601 --> 01:02:57,356
"เราจะไม่หยุดเลือกปฏิบัติในการถ่ายทอด
รสนิยมและสุนทรียภาพของเราหรอก"

1135
01:02:57,690 --> 01:02:58,775
(ปี 2013)

1136
01:02:58,858 --> 01:03:01,694
(#มั่นใจในแบบที่ตัวเองเป็น
#ทเวิร์ก #เซลฟี่)

1137
01:03:01,778 --> 01:03:04,697
หนึ่งในเหตุผลที่ผมไม่ใส่อะเบอร์ครอมบี

1138
01:03:04,781 --> 01:03:07,158
นอกจากราคาที่แพงหูฉี่

1139
01:03:07,241 --> 01:03:09,076
ก็เพราะผมใส่ไม่ได้จริงๆ

1140
01:03:09,160 --> 01:03:11,162
ตอนนั้นผมเป็นเด็กเกย์ตัวอ้วน ฐานะยากจน

1141
01:03:11,245 --> 01:03:13,539
คุณสมบัติสามอย่างที่คนชอบบูลลี่

1142
01:03:13,623 --> 01:03:17,585
คืนหนึ่ง ผมเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ถึงดึก

1143
01:03:17,668 --> 01:03:19,629
สมัยนั้นไม่มีอะไรน่าสนุกนักหรอก

1144
01:03:19,712 --> 01:03:22,381
ส่วนมากก็อ่านข่าว ผมเห็นบทความหนึ่ง

1145
01:03:22,465 --> 01:03:24,842
เกี่ยวกับผู้ชายชื่อไมค์ เจฟฟรีส์
ผมไม่เคยได้ยินชื่อเขา

1146
01:03:24,926 --> 01:03:26,886
ผมอ่านเจอคำพูดหนึ่งที่เขียนว่า

1147
01:03:26,969 --> 01:03:31,974
"ทุกๆ โรงเรียนย่อมมีเด็กที่เท่
และเด็กที่ไม่ค่อยเท่เท่าไร

1148
01:03:32,058 --> 01:03:34,936
พูดตามตรงเลยว่าเราพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กเท่

1149
01:03:35,019 --> 01:03:37,605
เรามุ่งขายให้เด็กหน้าตาดี
มีความเป็นอเมริกันทั้งแท่ง

1150
01:03:37,688 --> 01:03:39,065
และมีเพื่อนเยอะ"

1151
01:03:39,565 --> 01:03:40,566
"เราเลือกลูกค้าใช่ไหม

1152
01:03:41,317 --> 01:03:42,485
แน่นอน"

1153
01:03:42,568 --> 01:03:45,530
แล้วผมก็พบว่ามันเป็นบทความจากเมื่อเจ็ดปีก่อน

1154
01:03:45,613 --> 01:03:48,324
ผู้ชายคนนี้พูดแบบนี้เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

1155
01:03:48,407 --> 01:03:49,742
และไม่มีใครทำอะไรเลย

1156
01:03:50,743 --> 01:03:54,121
เพราะเขาเป็นคนที่ทรงอำนาจมากๆ ใช่ไหม
นั่นแหละคือปัญหา

1157
01:03:54,205 --> 01:03:56,666
เขาไม่ได้เป็นแค่ซีอีโอของบริษัทเสื้อผ้า

1158
01:03:57,333 --> 01:03:58,793
เขาคือคนที่สร้างภาพของความเท่

1159
01:04:00,586 --> 01:04:04,215
ผมก็เลยเริ่มการรณรงค์เรียกร้อง
ให้อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์ออกมาขอโทษ

1160
01:04:04,298 --> 01:04:06,801
และเริ่มผลิตเสื้อผ้าสำหรับคนไซส์ใหญ่

1161
01:04:07,802 --> 01:04:10,847
และผมก็รวบรวมรายชื่อสื่อมาได้สัก 200 ชื่อ

1162
01:04:10,930 --> 01:04:13,724
แล้วผมก็ส่งข้อมูลนี้ไปให้คนหลายร้อย

1163
01:04:14,350 --> 01:04:15,226
แล้วผมก็เข้านอน

1164
01:04:16,185 --> 01:04:18,145
บทสัมภาษณ์ตั้งแต่ปี 2006

1165
01:04:18,229 --> 01:04:20,857
ของไมค์ เจฟฟรีส์

1166
01:04:20,940 --> 01:04:21,983
เป็นกระแสขึ้นมาอีกครั้ง

1167
01:04:22,483 --> 01:04:25,653
หากคุณกำลังมองหาเสื้อผู้หญิงไซส์เอ็กซ์แอล

1168
01:04:25,736 --> 01:04:26,612
คุณคงไม่มีโชคหรอก

1169
01:04:26,696 --> 01:04:30,283
เพราะซีอีโอร้านค้าปลีกสุดอินเทรนด์
ไม่อยากขายให้คุณ

1170
01:04:30,366 --> 01:04:31,367
ผมว่าเขาทำเกินไปนะ

1171
01:04:31,450 --> 01:04:33,661
ใช่ เขาทำเกินไปเป็นล้านๆ ครั้งได้แล้วมั้ง

1172
01:04:33,744 --> 01:04:35,454
เลิกช็อปที่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์เถอะ

1173
01:04:35,538 --> 01:04:37,498
พวกเขาใช่คำว่า "ผู้หญิงอ้วน"

1174
01:04:38,374 --> 01:04:41,377
มันปรากฏในทวิตเตอร์และเป็นกระแสทันที

1175
01:04:41,460 --> 01:04:45,715
แล้วก็เกิดแคมเปญที่คนพากันเรียกร้อง
ให้ขับไล่ไมค์ เจฟฟรีส์ออกจากตำแหน่ง

1176
01:04:46,340 --> 01:04:48,092
อีบ้า แกคงจะมีประโยชน์กว่านี้

1177
01:04:48,175 --> 01:04:50,803
ถ้าทำเสื้อผ้าให้คิม คาร์แดเชียน
ยัดตูดอ้วนๆ ของนางลงไปได้

1178
01:04:50,887 --> 01:04:53,973
ผู้ชายคนนี้ไม่เห็นหล่อเลย ไอ้แก่เอ๊ย

1179
01:04:54,056 --> 01:04:56,475
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
เป็นหนึ่งในที่ที่เหยียดที่สุด

1180
01:04:56,559 --> 01:04:57,602
ที่ผมเคยไปมาเลย

1181
01:04:57,685 --> 01:04:59,478
ห่วยแตกทั้งสินค้าและคนที่อยู่เบื้องหลัง

1182
01:04:59,562 --> 01:05:01,647
แถมเสื้อผ้าก็แพงเว่อร์

1183
01:05:01,731 --> 01:05:04,817
ไม่ว่าเสื้อของคุณจะใหญ่พอ
ที่ฉันจะยัดนมเข้าไปได้หรือไม่

1184
01:05:05,610 --> 01:05:07,194
ฉันจะไม่ซื้อของร้านคุณเด็ดขาด

1185
01:05:07,278 --> 01:05:10,656
เขาบอกว่าถ้าบริษัทพยายามขายลูกค้าทุกไซส์
บริษัทก็จะมีปัญหา

1186
01:05:10,740 --> 01:05:13,117
ถ้าไม่ทำให้ใครสักคนรู้สึกแปลกแยก
ก็จะไม่น่าตื่นเต้น

1187
01:05:13,659 --> 01:05:15,036
ขอดูหน้าเขาอีกครั้งได้ไหมคะ

1188
01:05:17,455 --> 01:05:21,709
ถ้าคุณตัดสินคนว่าเขาเท่แค่ไหน
เพียงแค่ชายตามอง

1189
01:05:21,792 --> 01:05:24,128
ถ้าคุณจ้างแต่คนที่หน้าตาดี

1190
01:05:24,211 --> 01:05:25,630
ทำไมไม่จ้างคนที่ทำงานดีแทน

1191
01:05:26,339 --> 01:05:29,133
ผมสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้บอยคอต

1192
01:05:29,216 --> 01:05:33,304
เธอบอกว่า "อะเบอร์ครอมบีมีอิทธิพล
กับคนวัยเดียวกับเธอมากที่สุด"

1193
01:05:33,387 --> 01:05:36,807
เด็กสาวๆ คิดว่าตัวเองต้องผอมกะหร่อง

1194
01:05:36,891 --> 01:05:40,770
ส่วนหนุ่มๆ คิดว่าตัวเองต้องมีหุ่นล่ำๆ

1195
01:05:40,853 --> 01:05:44,231
แบบที่เห็นในรูปตอนเดินเข้าร้านและในโฆษณา

1196
01:05:44,857 --> 01:05:49,195
เธอบอกว่าไม่มีแบรนด์ไหนที่จะส่งอิทธิพล
ต่อตัวเธอและเพื่อนๆ มากขนาดนี้

1197
01:05:49,278 --> 01:05:51,489
ตอนม.ปลาย ผมเป็นโรคเบื่ออาหาร

1198
01:05:51,572 --> 01:05:54,909
ผมเลยรู้ว่าคำพูดแบบนั้น

1199
01:05:54,992 --> 01:05:57,828
และถ้อยคำแบบนั้นมันส่งผลร้าย
ต่อจิตใจของเด็กวัยรุ่นยังไงบ้าง

1200
01:05:57,912 --> 01:06:00,790
ซึ่งนั่นคือกลุ่มคนที่พวกเขาส่งสาส์นให้ ใช่ไหม

1201
01:06:00,873 --> 01:06:02,750
นั่นคือกลุ่มผู้บริโภคของเขา

1202
01:06:02,833 --> 01:06:06,170
พวกเขาบอกคนหนุ่มสาวเหล่านี้ว่า
ถ้าไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้

1203
01:06:06,253 --> 01:06:08,255
ถ้าไม่ใช่คนแบบนี้

1204
01:06:08,339 --> 01:06:10,049
ก็ไม่เหมาะที่จะใส่เสื้อผ้าแบรนด์นี้

1205
01:06:10,549 --> 01:06:15,972
ผู้คนพูดถึงเรื่องนี้และทำข่าวเรื่องนี้
อยู่นานเป็นหลายสัปดาห์

1206
01:06:16,055 --> 01:06:18,474
และเราก็ได้รับโทรศัพท์
จากอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

1207
01:06:18,557 --> 01:06:21,686
บอกว่า "นี่ อยากมาโอไฮโอไหม

1208
01:06:21,769 --> 01:06:23,938
มาช่วยพวกเราหน่อย"

1209
01:06:24,021 --> 01:06:25,648
"ช่วยดูว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้ไหม"

1210
01:06:25,731 --> 01:06:28,234
"ดูว่าเราจะสามารถบรรลุ
ข้อตกลงอะไรกันได้หรือเปล่า"

1211
01:06:28,317 --> 01:06:29,485
ก็มีผม

1212
01:06:29,568 --> 01:06:32,488
ซีอีโอของสมาคมศึกษา
อาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร

1213
01:06:32,571 --> 01:06:34,448
ผู้ทำแคมเปญจาก Change.org

1214
01:06:34,532 --> 01:06:37,535
และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรม
การกินอาหารผิดปกติอีกสองคน

1215
01:06:37,618 --> 01:06:42,415
ผมก็ไปคุยกับพวกเขา
ไม่ใช่แค่เรื่องการกีดกันขนาดรูปร่าง

1216
01:06:42,498 --> 01:06:43,708
ทำไมการเลือกปฏิบัติถึงไม่ดี

1217
01:06:43,791 --> 01:06:48,170
ผมอธิบายให้พวกเขาฟังว่า
ทำไมนี่ถึงเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่โง่มาก

1218
01:06:48,254 --> 01:06:52,466
ในเมื่อ 60 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มลูกค้าคุณ
ใส่เสื้อผ้าพลัสไซส์

1219
01:06:53,009 --> 01:06:54,427
ทำไมถึงไม่โอบรับพวกเขาไว้บ้าง

1220
01:06:55,052 --> 01:06:56,595
แล้วก็มีทีมเดินเข้ามา

1221
01:06:56,679 --> 01:07:00,391
ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาร่าเริง ผิวขาวจั๊วะ

1222
01:07:01,017 --> 01:07:02,268
ยกเว้นแค่คนเดียว

1223
01:07:02,351 --> 01:07:06,564
หัวหน้าฝ่ายความหลากหลาย
แน่นอนว่าเขาเป็นคนดำ

1224
01:07:06,647 --> 01:07:08,733
"เราพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กเท่"

1225
01:07:09,442 --> 01:07:11,777
คุณคิดยังไงตอนที่ไมค์พูดแบบนั้น

1226
01:07:12,695 --> 01:07:13,529
เอ่อ…

1227
01:07:14,113 --> 01:07:15,865
ผมขออนุญาตไม่ตอบนะครับ

1228
01:07:15,948 --> 01:07:20,995
คุณคงเดาไม่ผิดหรอกว่า
ผมรู้สึกยังไง ณ ตอนนั้น

1229
01:07:21,078 --> 01:07:22,038
คือมัน…

1230
01:07:22,121 --> 01:07:25,166
เรานั่งกันอยู่ที่โต๊ะประชุมยาวๆ

1231
01:07:25,249 --> 01:07:29,211
แล้วผมก็พูดว่า "เดี๋ยวก่อนนะ
แล้วไมค์ล่ะ ไมค์ เจฟฟรีส์อยู่ไหน"

1232
01:07:29,295 --> 01:07:32,006
ไมค์ เจฟฟรีส์ ไม่มาร่วมประชุมด้วย

1233
01:07:32,965 --> 01:07:37,595
ผมเลยเอาใบคำร้อง 2,000 หน้า
ออกมากองบนโต๊ะ

1234
01:07:37,678 --> 01:07:39,847
เขาเอากล่องใส่ของออกมาวาง
ข้างในมีอะไรน่ะ

1235
01:07:40,347 --> 01:07:44,935
แล้วผมก็วางปึกกระดาษต่อหน้า
ผู้บริหารทีละคนแบบใส่อารมณ์

1236
01:07:45,019 --> 01:07:45,853
เล่นใหญ่มาก

1237
01:07:45,936 --> 01:07:46,937
แล้วผมก็พูดว่า

1238
01:07:48,314 --> 01:07:51,150
"ใบคำร้องแต่ละกองนี่

1239
01:07:51,233 --> 01:07:53,778
เป็นตัวแทนของคนหลายพันคน

1240
01:07:53,861 --> 01:07:56,489
ที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำในฐานะแบรนด์"

1241
01:07:56,572 --> 01:07:59,408
หัวหน้าฝ่ายความหลากหลายดูจะไม่พอใจ

1242
01:07:59,492 --> 01:08:00,951
และเอาหนังสือเล่มเล็กๆ ออกมา

1243
01:08:01,035 --> 01:08:05,956
เขาพยายามอธิบายให้ผมฟังว่า
บริษัทสนับสนุนเรื่องความหลากหลายมากแค่ไหน

1244
01:08:06,040 --> 01:08:08,959
และสาธยายสิ่งดีๆ ที่พวกเขาเคยทำ
เพื่อสนับสนุนความหลากหลาย

1245
01:08:09,043 --> 01:08:11,045
ในร้านสาขาต่างๆ ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานที่นี่

1246
01:08:11,128 --> 01:08:12,546
แล้วเขาก็ส่งหนังสือนั่นมาให้ผม

1247
01:08:12,630 --> 01:08:15,591
ผมเอามาดู แล้วก็โยนกลับไปให้เขา

1248
01:08:15,674 --> 01:08:17,635
"มันไม่มีความหมายอะไรหรอก ดูในห้องนี้สิ

1249
01:08:17,718 --> 01:08:19,303
คุณเป็นคนผิวสีคนเดียวเลยนะ"

1250
01:08:19,386 --> 01:08:23,474
ถ้าดูพวกตำแหน่งสูงๆ
จะเจอแต่คนอายุมากและเป็นคนขาวซะส่วนใหญ่

1251
01:08:23,557 --> 01:08:25,935
คนพวกนั้นเข้ามาทำงานตั้งแต่รุ่นแรกๆ

1252
01:08:26,018 --> 01:08:29,563
พวกเขาเป็นคนกำหนดว่า
ใครที่มีรูปลักษณ์แบบอะเบอร์ครอมบี

1253
01:08:31,232 --> 01:08:34,276
จริงที่ในระดับพนักงานร้าน
มีความหลากหลายอยู่บ้าง

1254
01:08:34,360 --> 01:08:37,655
แล้วระดับรองประธานล่ะ

1255
01:08:37,738 --> 01:08:41,951
แล้วคนที่นั่งเก้าอี้คณะผู้บริหารล่ะ

1256
01:08:42,034 --> 01:08:44,912
มันจึงกลายเป็นคำถามเรื่องระบบ

1257
01:08:44,995 --> 01:08:48,165
ซึ่งกลายเป็นคำถามที่มีความท้าทายมากขึ้นไปอีก

1258
01:08:48,249 --> 01:08:50,668
มันไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้

1259
01:08:50,751 --> 01:08:54,463
โดยการทุ่มจ้างคนมาเพิ่มภายในหนึ่งปี

1260
01:08:54,547 --> 01:08:57,007
ผู้บริหารระดับสูงยังมีแต่คนขาวอยู่ดี

1261
01:08:57,091 --> 01:09:00,177
ปัญหาส่วนใหญ่จากคำสั่งศาล
มาจากฝ่ายร้านสาขามากกว่า

1262
01:09:00,261 --> 01:09:03,514
เพราะสัดส่วนพนักงานในร้าน
เป็น 90 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด

1263
01:09:03,597 --> 01:09:05,558
เราถึงเน้นแก้ปัญหาตรงจุดนั้นซะส่วนใหญ่

1264
01:09:06,684 --> 01:09:12,148
เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นคอยกั้นคนผิวสีอยู่

1265
01:09:12,231 --> 01:09:16,402
พอไปที่ออฟฟิศ เห็นผู้จัดการภูมิภาคกลุ่มใหม่

1266
01:09:16,485 --> 01:09:18,696
ก็จะดูละว่า "มีคนผิวสีบ้างไหม"

1267
01:09:18,779 --> 01:09:19,780
"โอเค ไม่มี"

1268
01:09:20,406 --> 01:09:24,118
คงเป็นการใจจืดใจดำกับเหล่าผู้จัดการผิวสี
ที่ผมทำงานด้วยเป็นปีๆ

1269
01:09:24,201 --> 01:09:27,121
และรู้สึกขอบคุณพวกเขาจริงๆ

1270
01:09:27,204 --> 01:09:28,956
ถ้าอย่างน้อยๆ ผมไม่ได้พูดว่า

1271
01:09:29,915 --> 01:09:32,209
มันไม่ใช่ไม่เหยียดเชื้อชาติ

1272
01:09:33,752 --> 01:09:35,462
"มันไม่ใช่ไม่เหยียดเชื้อชาติ" เหรอ

1273
01:09:36,422 --> 01:09:40,885
ฉันคิดว่าหลักฐานที่แสดงถึงเนื้อแท้
ของความรับผิดชอบของพวกผู้บริหาร

1274
01:09:40,968 --> 01:09:43,387
ปรากฏอย่างชัดแจ้ง
หลังคำตัดสินตามความยินยอมสิ้นสุดลง

1275
01:09:43,470 --> 01:09:47,933
พวกเขาพัฒนาขึ้นเยอะในระดับผิวเผิน

1276
01:09:48,017 --> 01:09:51,687
แต่ไม่ได้ใกล้เคียงระดับ
ที่พวกเขาสัญญาว่าจะทำเลย

1277
01:09:51,770 --> 01:09:54,982
ซึ่งมันไม่มีข้อผูกมัดอะไรเลยด้วย
นี่แหละที่เป็นปัญหาใหญ่เลย

1278
01:09:55,065 --> 01:10:00,362
(อะเบอร์ครอมบีไม่เคยถูกพบว่า
ได้ละเมิดคำตัดสินตามความยินยอม)

1279
01:10:00,446 --> 01:10:02,698
(แต่ผู้ตรวจการณ์
ที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาลพบว่า)

1280
01:10:02,781 --> 01:10:04,867
(อะเบอร์ครอมบีมักทำได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน)

1281
01:10:04,950 --> 01:10:07,828
(รวมถึงการมองข้ามคนกลุ่มน้อย
ในด้านการตลาดและการจ้างงาน)

1282
01:10:07,912 --> 01:10:09,413
เมื่อคำสั่งศาลสิ้นสุดลง

1283
01:10:09,496 --> 01:10:13,083
ก็จะเริ่มเห็นสิ่งที่เรียกว่า "ความเหนื่อยล้า"

1284
01:10:13,167 --> 01:10:14,919
ใช่ไหม คนเริ่มรู้สึกแบบ…

1285
01:10:15,794 --> 01:10:17,546
แล้วก็เริ่มเจอกับความรู้สึกต่อต้าน

1286
01:10:17,630 --> 01:10:19,256
"เราต้องทำแบบนี้จริงๆ เหรอ"

1287
01:10:19,340 --> 01:10:22,176
"เราต้องแบ่งเงินมากขนาดนี้
เพื่อไปทำเรื่องนั้นจริงๆ เหรอ"

1288
01:10:22,259 --> 01:10:23,219
แล้วสรุปว่า…

1289
01:10:24,595 --> 01:10:26,013
เรามีความมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้

1290
01:10:26,805 --> 01:10:27,640
จริงหรือเปล่า

1291
01:10:27,723 --> 01:10:29,850
ผมเคยอยู่ตำแหน่งเดียวกับท็อดด์มาก่อน

1292
01:10:29,934 --> 01:10:32,186
เป็นตำแหน่งที่อยู่ยากมาก

1293
01:10:32,269 --> 01:10:35,564
ก็เลยมักจะโยนให้
คนที่ไม่มีความสำคัญทำซะส่วนใหญ่

1294
01:10:35,648 --> 01:10:38,234
แล้วก็พูดว่า "โอเค แก้ไขปัญหาทั้งหมดซะ"

1295
01:10:38,817 --> 01:10:42,780
เขาถูกกำหนดให้ล้มเหลวอยู่แล้ว
และผมคิดว่านั่นคือเหตุผลที่เขาลาออกในที่สุด

1296
01:10:43,864 --> 01:10:47,576
ผมมักจะระมัดระวังคำพูด
เวลาผมพูดถึงประสบการณ์ของผม

1297
01:10:47,660 --> 01:10:48,911
เพราะตอนที่ผมออกมา

1298
01:10:48,994 --> 01:10:52,748
บริษัทแตกต่างจากตอนที่ผมเริ่มเข้าไปทำมาก

1299
01:10:52,831 --> 01:10:54,041
อย่างน้อย

1300
01:10:54,875 --> 01:10:56,252
ผมก็มองว่าเป็นความสำเร็จ

1301
01:10:58,337 --> 01:11:00,965
(เน็ตฟลิกซ์แอนด์ชิล
ปี 2015)

1302
01:11:01,548 --> 01:11:02,383
โอเค

1303
01:11:06,262 --> 01:11:08,055
(ซาแมนธา เอลาฟ
บล็อกเกอร์สายแฟชั่น)

1304
01:11:08,138 --> 01:11:09,390
ฉันชื่อซาแมนธา เอลาฟ

1305
01:11:10,266 --> 01:11:12,393
ฉันเกิดและโตในเมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา

1306
01:11:12,977 --> 01:11:16,021
ฉันเคยไปสมัครงานที่อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

1307
01:11:16,105 --> 01:11:18,983
มีคำถามหนึ่งที่พวกเขาถาม
ซึ่งพอมาคิดตอนนี้ มันก็ตลกดี

1308
01:11:19,066 --> 01:11:20,985
แต่ในฐานะคนกลุ่มน้อย มันสะดุดใจฉัน

1309
01:11:21,068 --> 01:11:23,737
คำถามก็คือ "ความหลากหลาย
มีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ"

1310
01:11:24,446 --> 01:11:26,782
ฉันเลยคิดว่า "ฉันน่าจะเข้ากับที่นี่ได้ดีเลย"

1311
01:11:27,449 --> 01:11:29,451
ตอนสัมภาษณ์ ฉันก็ใส่กางเกงยีนส์

1312
01:11:29,535 --> 01:11:31,287
แล้วก็น่าจะใส่เสื้อสีขาว

1313
01:11:31,370 --> 01:11:34,164
และสวมผ้าพันคอสีดำตามประเพณี

1314
01:11:35,040 --> 01:11:37,001
หลังสัมภาษณ์เสร็จ เธอบอกว่าจะโทรมา

1315
01:11:37,084 --> 01:11:38,627
แล้วแจ้งวันปฐมนิเทศน์

1316
01:11:39,712 --> 01:11:42,256
ฉันจำได้ว่าเพื่อนส่งข้อความมาถามว่า

1317
01:11:42,339 --> 01:11:44,967
"ผู้จัดการฉันโทรหาเธอหรือยังน่ะ
ปฐมนิเทศน์เมื่อไหร่ "

1318
01:11:45,050 --> 01:11:48,137
ฉันตอบไปว่า "ยังไม่โทรมาเลย"
แล้วเพื่อนก็บอก "เดี๋ยวถามให้นะ"

1319
01:11:49,305 --> 01:11:52,683
ทุกครั้งที่เพื่อนฉันถามผู้จัดการ
ผู้จัดการมักจะมีท่าทีแปลกๆ

1320
01:11:53,684 --> 01:11:56,437
หลังจากที่เธอสัมภาษณ์ฉัน
เธอก็โทรหาผู้จัดการเขตทันที

1321
01:11:56,520 --> 01:11:58,355
เพราะฉันโพกผ้าคลุมหัวสีดำ

1322
01:11:58,981 --> 01:12:01,567
ตอนนั้นพวกเขามีนโยบายไม่เอาสีดำ

1323
01:12:02,359 --> 01:12:05,779
เขาบอกเธอว่า "ไม่สำคัญหรอกว่า
ผู้สมัครจะใส่สีอะไร แต่เธอทำงานที่นี่ไม่ได้"

1324
01:12:07,781 --> 01:12:11,452
ฉันไม่รู้ว่าจะคิดยังไงดี
เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้กับฉัน

1325
01:12:11,535 --> 01:12:13,871
หลังจากนั้น ฉันอยู่ที่บ้านเพื่อนแม่

1326
01:12:13,954 --> 01:12:16,290
แล้วฉันก็เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

1327
01:12:16,373 --> 01:12:20,711
เธอจึงบอกฉันว่าฉันควรจะติดต่อ "แคร์"

1328
01:12:20,794 --> 01:12:24,006
สภาความสัมพันธ์อเมริกันอิสลาม

1329
01:12:24,631 --> 01:12:28,510
หลังจากที่ฉันติดต่อไป
พวกเขาก็เปิดเผยเรื่องของฉันต่อสาธารณะ

1330
01:12:28,594 --> 01:12:30,262
(กำลังไต่สวนคดีจ้างงานเด็กมุสลิม)

1331
01:12:30,346 --> 01:12:33,474
พวกเขาตัดสินใจที่จะยื่นคดีฉัน
ต่อคณะกรรมการว่าด้วยโอกาสในการทำงาน

1332
01:12:33,557 --> 01:12:35,976
ดูว่าจะรับไว้เป็นคดีฟ้องร้องหรือไม่

1333
01:12:36,894 --> 01:12:40,314
ตอนนั้นแหละค่ะ ที่เริ่มจะเป็นเรื่องใหญ่

1334
01:12:42,524 --> 01:12:43,942
คนโพสต์รูปฉันเยอะแยะไปหมด

1335
01:12:44,026 --> 01:12:46,278
และผู้คนพากันส่งข้อความมาหาฉัน

1336
01:12:46,779 --> 01:12:49,365
ยิ่งในทวิตเตอร์ยิ่งบ้าคลั่งกันใหญ่เลย

1337
01:12:50,407 --> 01:12:52,993
จนฉันมาถึงจุดที่หยุดอ่านคอมเมนต์

1338
01:12:53,827 --> 01:12:56,038
แม้จะมีข้อความที่เป็นพลังบวกและกำลังใจ

1339
01:12:56,121 --> 01:12:58,374
แต่ก็มีคนเกลียดฉันเยอะเหมือนกัน

1340
01:13:00,334 --> 01:13:02,169
ฉันโดนขู่ฆ่าสองสามครั้ง

1341
01:13:03,587 --> 01:13:06,173
น่าจะเป็นความเกลียดชังที่มีต่อศาสนาฉันมากกว่า

1342
01:13:06,924 --> 01:13:09,593
และความเชื่อของฉัน
ที่เลือกที่จะปิดบังร่างกายตัวเอง

1343
01:13:10,344 --> 01:13:13,305
แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนมุสลิมบางคนเขียนว่า

1344
01:13:14,181 --> 01:13:16,141
"ทำไมอยากทำงานที่อะเบอร์ครอมบีก็ไม่รู้"

1345
01:13:18,394 --> 01:13:21,146
และก็มีคนเขียนว่า "กลับประเทศไปเลยไป"

1346
01:13:21,230 --> 01:13:24,441
ซึ่งมันก็ตลก เพราะฉันเกิดและโต
ในเมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมานี่แหละ

1347
01:13:24,525 --> 01:13:25,776
จะให้ฉันไปไหนล่ะ

1348
01:13:28,028 --> 01:13:31,990
อะเบอร์ครอมบียังคงยืนกรานตามเดิมในเรื่องนี้

1349
01:13:32,074 --> 01:13:33,784
และคิดว่าพวกเขาเป็นฝ่ายถูก

1350
01:13:33,867 --> 01:13:37,538
เหล่าทนายของอะเบอร์ครอมบี
พยายามเปรียบเทียบเรื่องนี้กับ

1351
01:13:37,621 --> 01:13:38,747
การสวมหมวกแก๊ป

1352
01:13:38,831 --> 01:13:42,459
โดยพูดว่า "เราไม่อนุญาต
ให้พนักงานสวมหมวกแก๊ปด้วยซ้ำ"

1353
01:13:42,543 --> 01:13:47,339
แต่ฮิญาบกับหมวกแก๊ปมันเอามาเทียบกันไม่ได้นะ

1354
01:13:47,923 --> 01:13:51,260
ฉันจำได้ว่าหยิบโทรศัพท์มาดู
แล้วก็เห็นคนกระหน่ำส่งข้อความมา

1355
01:13:52,845 --> 01:13:56,306
ศาลสูงสุดประกาศรายชื่อ 100 คดี
ที่จะทำการพิจารณาคดี

1356
01:13:56,390 --> 01:13:57,891
และคดีฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น

1357
01:13:57,975 --> 01:13:59,685
นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างใหญ่เลย

1358
01:13:59,768 --> 01:14:04,022
ข้อแรก มีบริษัทที่จะยอมให้เรื่องนี้
ไปถึงชั้นศาลสูงสุดเลยเนี่ยนะ

1359
01:14:04,106 --> 01:14:05,232
นับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก

1360
01:14:05,315 --> 01:14:08,235
บริษัทส่วนใหญ่จะอยากเจรจายอมความ

1361
01:14:08,318 --> 01:14:12,322
เพราะกลัวคนจะพูดครหากัน
ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ก็ตามที

1362
01:14:12,406 --> 01:14:16,201
ข้อโต้แย้งของพวกเขาก็คือ
ถ้าพวกเขาจ้างฉัน ฉันจะทำให้แบรนด์เสียหาย

1363
01:14:16,285 --> 01:14:18,370
ซึ่งจะส่งผลเสียต่อยอดขายตามไปด้วย

1364
01:14:18,454 --> 01:14:21,039
นั่นคือข้อโต้แย้งของพวกเขา
ว่าฉันจะทำให้ยอดขายเสียหาย

1365
01:14:21,123 --> 01:14:22,833
เพราะรูปลักษณ์ฉันไม่ตรงตามที่กำหนดไว้

1366
01:14:24,126 --> 01:14:28,172
วันนี้ศาลสูงสุดปฏิเสธข้อโต้แย้งนั้น
ด้วยคะแนนเสียงแปดต่อหนึ่ง

1367
01:14:29,047 --> 01:14:31,717
คณะผู้พิพากษากล่าวว่าการกระทำ
ของอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์

1368
01:14:31,800 --> 01:14:34,761
ถือเป็นการละเมิด
รัฐบัญญัติสิทธิพลเมือง ค.ศ. 1964

1369
01:14:36,555 --> 01:14:38,932
ถ้าท่านผู้พิพากษาสกาเลีย
ถึงขั้นที่บอกว่าคุณเลือกปฏิบัติ

1370
01:14:39,016 --> 01:14:40,434
แปลว่าต้องทำอะไรผิดแล้วละ

1371
01:14:41,310 --> 01:14:44,938
มีแปดท่านที่ตัดสินให้ฉันเป็นฝ่ายถูก
ยกเว้นหนึ่งท่าน

1372
01:14:45,022 --> 01:14:49,485
ผู้พิพากษาเพียงท่านเดียวที่ไม่ตัดสิน
ให้ฉันเป็นฝ่ายถูกเป็นคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน

1373
01:14:49,568 --> 01:14:52,070
คือฉันไม่ได้จะพูดว่า
เพราะคุณเป็นอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน

1374
01:14:52,154 --> 01:14:55,741
แล้วคุณต้องเข้าข้างฉันเพราะพวกเราแตกต่างนะ

1375
01:14:55,824 --> 01:14:57,284
แต่ฉันก็แค่แปลกใจเฉยๆ

1376
01:14:58,994 --> 01:15:02,164
จนถึงทุกวันนี้ พอมีคนบอกว่า
"คุณอยู่ในหนังสือวิชาประวัติศาสตร์ฉันด้วย"

1377
01:15:02,247 --> 01:15:04,041
หรือไม่ก็ "ฉันเคยอ่านเรื่องคุณด้วย"

1378
01:15:04,124 --> 01:15:07,044
"ฉันเรียนกฎหมาย เคยยกกรณีคุณมาพูดด้วย"

1379
01:15:07,127 --> 01:15:10,214
ฉันว่าตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าได้ทำอะไรลงไป

1380
01:15:13,550 --> 01:15:16,220
ดูสิ อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
สู้ไปจนถึงศาลชั้นสูงสุดเลยนะ

1381
01:15:16,303 --> 01:15:19,014
การเลือกปฏิบัติไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเดี่ยวๆ

1382
01:15:19,097 --> 01:15:21,058
ไม่ใช่แค่ประโยคที่หลุดปากมาเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

1383
01:15:21,141 --> 01:15:23,435
แต่มันคือทั้งแบรนด์
มันคือตัวตนของพวกเขานี่แหละ

1384
01:15:23,519 --> 01:15:27,189
ความเลือกปฏิบัติมันฝังรากลึกอยู่ทุกอณูขน

1385
01:15:28,065 --> 01:15:30,859
ตอนนั้น ชื่อเสียงของอะเบอร์ครอมบี
ก็เกือบจะแย่พอๆ กัน

1386
01:15:30,943 --> 01:15:32,694
ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้า

1387
01:15:32,778 --> 01:15:35,864
หรือที่ใส่ลายโลโก้มากเกินไป
หรือโลโก้มันล้าสมัย อะไรแบบนี้

1388
01:15:35,948 --> 01:15:38,992
แต่เป็นเรื่องที่ว่า "แบรนด์นี้กำลังจะมีปัญหาแล้ว"

1389
01:15:39,076 --> 01:15:41,620
เพราะอย่างที่นักวิเคราะห์คงจะกล่าวว่า

1390
01:15:41,703 --> 01:15:45,415
เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้
ธุรกิจการขายเสื้อผ้ามีอันต้องเป๋ไป

1391
01:15:45,499 --> 01:15:47,084
(ประชุมสายยอดประจำไตรมาส)

1392
01:15:47,167 --> 01:15:48,126
(เสียงไมค์ เจฟฟรีส์)

1393
01:15:48,210 --> 01:15:52,047
ไตรมาสที่สองดูจะมีปัญหามากกว่าที่คาดการณ์ไว้

1394
01:15:52,130 --> 01:15:55,008
เราไม่พอใจกับผลลัพธ์เลย

1395
01:15:55,092 --> 01:16:00,556
และกำลังพยายามอย่างหนัก
เพื่อทำให้ทิศทางในไตรมาสสามและต่อๆ ไปดีขึ้น

1396
01:16:01,682 --> 01:16:03,559
(เมื่ออะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์โรยรา)

1397
01:16:03,642 --> 01:16:07,854
อะเบอร์ครอมบีกลายเป็นแบรนด์ตกกระป๋อง
ภายใต้การบริหารของไมค์ เจฟฟรีส์

1398
01:16:08,397 --> 01:16:11,441
แต่ไมค์ เจฟฟรีส์ทำเงินได้มหาศาลอยู่ดี

1399
01:16:12,317 --> 01:16:15,237
ไมค์ถูกบรรดาผู้ถือหุ้นรุมฟ้องร้อง โดยบอกว่า

1400
01:16:15,320 --> 01:16:18,991
"ทำไมถึงให้เงินเดือนตัวเอง
ปีละ 40 ล้านดอลลาร์

1401
01:16:19,074 --> 01:16:23,287
ทั้งๆ ที่มูลค่าหุ้นตกลงมา
ต่ำเรี่ยดินอยู่ที่สิบเปอร์เซ็นต์ของหุ้นยอดแย่"

1402
01:16:23,370 --> 01:16:25,622
ฉันไปเจอคู่มือ

1403
01:16:25,706 --> 01:16:29,668
วิธีการปฏิบัติต่อไมค์ เจฟฟรีส์
บนเครื่องบินบริษัทมาด้วยค่ะ

1404
01:16:29,751 --> 01:16:31,295
กฎมาตรฐานบนเครื่องบิน

1405
01:16:32,296 --> 01:16:37,342
คู่มือ 47 หน้า สำหรับเครื่องบินเจ็ท
ของผู้บริหารอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิทช์

1406
01:16:37,926 --> 01:16:43,807
คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริง
ถ้าจะบอกว่ามีข้อปฏิบัติที่จุกจิกมาก

1407
01:16:43,890 --> 01:16:46,643
หากผู้โดยสารกำลังรับประทานอาหารอุณหภูมิเย็น

1408
01:16:46,727 --> 01:16:49,605
ห้ามลูกเรือทานอาหารอุณหภูมิร้อนเด็ดขาด

1409
01:16:49,688 --> 01:16:51,273
เป็นข้อปฏิบัติที่

1410
01:16:51,356 --> 01:16:54,234
ไม่เคยเห็นว่าถูกเปิดเผยต่อสาธารณะที่ไหนเลย

1411
01:16:54,901 --> 01:16:57,696
เมื่อไมเคิลหรือแขกขออะไร

1412
01:16:57,779 --> 01:16:59,323
ให้ตอบว่า

1413
01:17:00,198 --> 01:17:01,033
"ไม่มีปัญหาครับ"

1414
01:17:01,658 --> 01:17:06,580
ควรใช้คำตอบรับนี้แทนคำว่า
"ได้เลยครับ" หรือ "สักครู่นะครับ"

1415
01:17:08,081 --> 01:17:11,668
การเปลี่ยนแปลงที่เขาทำให้กับบริษัท
มันก็ดีมากเลยนะ

1416
01:17:11,752 --> 01:17:16,506
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ผมไม่คิดว่ามันยั่งยืนเลยสักนิด

1417
01:17:16,590 --> 01:17:19,468
ผมไม่รู้สึกว่าเขาวางกลยุทธ์ระยะยาวเอาไว้เลย

1418
01:17:19,551 --> 01:17:23,972
เหมือนกับแค่ทำแบบว่า
"ทำให้บริษัทโตให้ได้มากที่สุด

1419
01:17:24,056 --> 01:17:25,057
แล้วดูซิว่าจะเป็นยังไง

1420
01:17:25,140 --> 01:17:28,435
คุณไม่อยากให้แบรนด์ดังชั่วข้ามคืนหรอก

1421
01:17:28,518 --> 01:17:32,147
เพราะแบรนด์ที่เกิดเร็ว มักจะดับเร็ว

1422
01:17:33,899 --> 01:17:36,193
อะเบอร์ครอมบีกำลังเผชิญสถานการณ์ขั้นวิกฤติ

1423
01:17:36,693 --> 01:17:39,237
แต่ดูเหมือนไมค์ เจฟฟรีส์ผู้เป็นซีอีโอจะยังไม่รู้

1424
01:17:40,364 --> 01:17:43,867
ในยุคปี 2000
ธุรกิจของอะเบอร์ครอมบีเริ่มเปลี่ยนไป

1425
01:17:44,701 --> 01:17:46,620
ฉันคิดว่าเพราะลูกค้าเริ่มเปลี่ยนไป

1426
01:17:46,703 --> 01:17:48,163
(ลูกค้าวัยรุ่นน้อยลง)

1427
01:17:48,246 --> 01:17:51,583
มันเริ่มสูญเสียบารมีในหมู่วัยรุ่น

1428
01:17:51,667 --> 01:17:55,921
(นี่คือแบรนด์ค้าปลีก
ที่คนเกลียดที่สุดในสหรัฐอเมริกา)

1429
01:17:56,004 --> 01:17:57,255
ไม่เท่เอาซะเลยแหละ

1430
01:17:57,339 --> 01:18:02,135
ถ้าใส่ชุดอะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์นี่
เหมือนใส่ชุดกรรมกรก่อสร้างเลย

1431
01:18:02,219 --> 01:18:05,097
ถ้าคุณทำงานก่อสร้าง
คุณจะสวมรองเท้าบูทไปทำงาน

1432
01:18:05,180 --> 01:18:08,725
พอกลับบ้านก็จะถอดรองเท้าบูท ถอดเสื้อผ้าออก

1433
01:18:08,809 --> 01:18:09,810
แล้วก็ไปอาบน้ำ

1434
01:18:09,893 --> 01:18:13,230
และใส่ชุดอื่นเพื่อที่จะ
ไปทำอะไรอย่างอื่นหลังจากนั้น

1435
01:18:13,313 --> 01:18:15,774
เสื้ออะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
เอาไว้ใส่แบบนั้นแหละ

1436
01:18:15,857 --> 01:18:19,569
พอถึงจุดหนึ่ง เด็กที่ได้รู้ว่า
การถูกรังแกไม่ใช่เรื่องสนุกก็โตขึ้น

1437
01:18:19,653 --> 01:18:22,864
และตัดสินใจว่าไม่อยากจะใช้เงิน
ในที่ที่ทำให้พวกเขารู้สึกแย่อีกต่อไป

1438
01:18:22,948 --> 01:18:25,409
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์ก็เลย…

1439
01:18:26,243 --> 01:18:28,161
สูญเสียออร่าบางอย่างไป

1440
01:18:28,245 --> 01:18:33,875
เพราะการเลือกขายลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
เป็นรากฐานของความสำเร็จของพวกเขา

1441
01:18:34,876 --> 01:18:39,423
และการแบ่งแยกแบบนี้
มันก็ไม่ใช่เรื่องเท่อีกต่อไปแล้ว

1442
01:18:40,757 --> 01:18:42,801
มีข่าวด่วนจากทางวงการค้าปลีกค่ะ

1443
01:18:42,884 --> 01:18:46,388
ซีอีโออะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
ตัดสินใจที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง

1444
01:18:49,099 --> 01:18:54,438
เขายังคุยโทรศัพท์กับคณะผู้บริหาร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคมอยู่เลย

1445
01:18:55,313 --> 01:18:58,150
แล้วพอวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคมก็ไม่มาทำงาน

1446
01:18:58,233 --> 01:18:59,234
และไม่มาทำงานอีกเลย

1447
01:18:59,317 --> 01:19:02,362
และหลายคนก็ไม่เห็นเขาอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น

1448
01:19:02,446 --> 01:19:04,990
(ไมค์ เจฟฟรีส์ลาออก
พร้อมเงินเกษียณ 27 ล้านดอลลาร์)

1449
01:19:05,073 --> 01:19:08,452
ฉันว่าคนคงคิดว่าไมค์จะอยู่ยงคงกระพัน

1450
01:19:08,535 --> 01:19:10,454
คงจะนั่งและอดคิดไม่ได้ว่า

1451
01:19:10,537 --> 01:19:14,833
"ผู้คนจะทนพฤติกรรมแบบนี้

1452
01:19:14,916 --> 01:19:17,586
คำพูดแบบนี้ การบริหารแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน"

1453
01:19:17,669 --> 01:19:19,588
คงคิดว่ามันคงเป็นอย่างนี้ตลอดไป

1454
01:19:19,671 --> 01:19:22,340
ฉันจำได้ว่า ตอนที่เขาไป…

1455
01:19:23,258 --> 01:19:25,051
ฉันนี่แบบว่า "ว้าว"

1456
01:19:25,135 --> 01:19:27,095
แบบว่า "ในที่สุดพวกเขาก็กำจัดเขาได้ซะที"

1457
01:19:27,596 --> 01:19:30,891
สุดท้ายทุกอย่างก็ต้องมีวันจบสินะ

1458
01:19:32,976 --> 01:19:33,894
(ปัจจุบัน)

1459
01:19:33,977 --> 01:19:36,980
(#โฆษณาสปอนเซอร์
#มีทู #ชีวิตคนดำมีค่า)

1460
01:19:38,273 --> 01:19:41,401
เลส เว็กซ์เนอร์พัวพันกับข่าวอื้อฉาวมาตลอด

1461
01:19:41,485 --> 01:19:43,445
ผมแค่จะไปประชุมครับ ขอบคุณ

1462
01:19:44,237 --> 01:19:47,991
เลส เว็กซ์เนอร์ประกาศว่า
เขาจะลงจากตำแหน่งซีอีโอของแอลแบรนส์

1463
01:19:49,534 --> 01:19:53,705
เขายังคงถูกจับตาดู ในฐานะที่
มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจฟฟรีย์ เอ็ปสตีน

1464
01:19:53,789 --> 01:19:57,167
ผู้ต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ
และนักการเงินฉาวโฉ่

1465
01:19:57,667 --> 01:20:00,796
เขาไม่เพียงแต่เซ็นยกทรัพย์สินทั้งหมด
ให้แก่เจฟฟรีย์ เอ็ปสตีน

1466
01:20:00,879 --> 01:20:04,841
แต่เขายังให้เจฟฟรีย์เป็นตัวแทน
หานางแบบให้กับวิกตอเรียส์ซีเคร็ต

1467
01:20:06,218 --> 01:20:07,969
หนึ่งในเหตุผลหลัก

1468
01:20:08,053 --> 01:20:11,765
ที่ทำให้เจฟฟรีย์ เอ็ปสตีน
สามารถเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลาง

1469
01:20:11,848 --> 01:20:14,142
สาวสวยมากมายได้บ่อยๆ

1470
01:20:14,226 --> 01:20:17,604
ก็เพราะพวกเธอคิดว่า
เขาจะทำให้พวกเธอรุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่งก็ได้

1471
01:20:17,687 --> 01:20:20,690
นิวยอร์กไทมส์เปิดเผยข่าวที่น่าตกใจ

1472
01:20:20,774 --> 01:20:24,402
บรูซ เวเบอร์มีความผิดฐานประพฤติผิด
และล่วงละเมิดทางเพศมาเป็นเวลาหลายปี

1473
01:20:25,487 --> 01:20:28,782
บรูซ เวเบอร์จะถูกนายแบบมากมาย
รุมฟ้องกันอย่างแน่นอน

1474
01:20:29,658 --> 01:20:33,328
บรูซบอกว่าผมเกร็งเกินไป
ก็เลยมาสอนให้ผมฝึกหายใจ

1475
01:20:33,995 --> 01:20:35,705
ตอนนั้น ผมตัวแข็งทื่อ

1476
01:20:35,789 --> 01:20:37,624
ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไง

1477
01:20:37,707 --> 01:20:41,253
ประสบการณ์ทั้งหมด
มันน่ากลัวและน่าอับอายสำหรับผม

1478
01:20:41,336 --> 01:20:43,046
(บรูซปฏิเสธข้อกล่าวหา)

1479
01:20:43,129 --> 01:20:45,715
(เขากล่าวแก่นิวยอร์กไทมส์ว่า
"ผมใช้การฝึกหายใจแบบนี้)

1480
01:20:45,799 --> 01:20:48,802
(และได้ถ่ายรูปนายแบบเปลือย
เป็นพันๆ คนตลอดระยะอาชีพการงาน)

1481
01:20:48,885 --> 01:20:50,679
(ไม่เคยสัมผัสใครในทางไม่เหมาะสม")

1482
01:20:50,762 --> 01:20:52,722
(หนึ่งในคดีฟ้องร้องเขาถูกยกฟ้องในปี 2020)

1483
01:20:52,806 --> 01:20:55,308
(ปี 2021 เขาเจรจายอมความ
คดีล่วงละเมิดฯ สองคดี)

1484
01:20:55,392 --> 01:20:58,061
(กับอดีตนายแบบ
โดยไม่เปิดเผยจำนวนเงินและไม่ยอมรับผิด)

1485
01:20:58,144 --> 01:21:05,068
(ไม่มีรายงานว่ามีนายแบบกล่าวหาไมค์ เจฟฟรีส์
ว่าประพฤติมิชอบทางเพศ)

1486
01:21:06,903 --> 01:21:12,826
การเปลี่ยนแปลงมักจะเกิดขึ้น
เมื่อคนที่พูดถึงปัญหาสามารถชี้แนะ

1487
01:21:12,909 --> 01:21:16,413
ว่าบริษัทสูญเสียเงินไปอย่างง่ายๆ อย่างไรบ้าง

1488
01:21:16,496 --> 01:21:18,582
สืบเนื่องจากการกระทำในปัจจุบัน

1489
01:21:18,665 --> 01:21:20,166
เมื่อนั้นจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

1490
01:21:20,876 --> 01:21:21,793
การวางตำแหน่งใหม่

1491
01:21:21,877 --> 01:21:24,337
และพาให้แบรนด์ก้าวไปข้างหน้า
มันไม่ได้ง่ายเสมอไป

1492
01:21:24,421 --> 01:21:27,424
บอกตามตรงว่าเรามีช่วงที่ตะกุกตะกัก
อยู่หลายจุดในการเดินทาง

1493
01:21:27,507 --> 01:21:30,218
เราไม่ใช่บริษัทที่เราเคยเป็น

1494
01:21:30,302 --> 01:21:32,345
ที่สามารถลบช่องทางโซเชียลให้ขาวสะอาด

1495
01:21:32,429 --> 01:21:34,389
ลบประวัติศาสตร์ให้ขาวสะอาดได้

1496
01:21:34,472 --> 01:21:37,934
(ไมค์ เจฟฟรีส์ไม่ได้อยู่กับบริษัทตั้งแต่ปี 2014)

1497
01:21:38,018 --> 01:21:40,645
(อะเบอร์ครอมบีกล่าวผ่านโฆษกว่าพวกเขาได้…)

1498
01:21:40,729 --> 01:21:44,399
("วิวัฒนาการจนกลายมาเป็นที่ที่คน
เป็นส่วนหนึ่ง แทนที่จะพยายาม'เข้าพวก'")

1499
01:21:44,482 --> 01:21:47,402
(แฟรน โฮโรวิทช์ ซีอีโอ กล่าวว่าคำพูดนี้
"ทำให้ไฟส่องสว่าง")

1500
01:21:47,485 --> 01:21:49,112
(และ "เสียงเพลงเบาลง" ในร้าน)

1501
01:21:49,195 --> 01:21:51,615
(เธอพุ่งเป้าไปที่การ "ฟังเสียงลูกค้าของเรา")

1502
01:21:52,365 --> 01:21:54,743
การให้คนหลากหลายพื้นเพมาเป็นตัวแทน

1503
01:21:54,826 --> 01:21:58,997
และรู้สึกมีส่วนร่วมในแบรนด์ของคุณ
คือการทำธุรกิจที่ฉลาด

1504
01:21:59,080 --> 01:22:01,708
มีธุรกิจที่ฉลาดๆ แนวเลือกปฏิบัติ

1505
01:22:01,791 --> 01:22:04,669
และเลือกลูกค้าอยู่เหมือนกัน
เพราะไม่ว่ายังไงก็จะต้องมี

1506
01:22:04,753 --> 01:22:07,797
คนประเภทที่อยากมองว่าตัวเองเป็นเด็กเท่

1507
01:22:07,881 --> 01:22:10,508
แต่มันน่าทึ่งมากที่ได้เห็นว่า
มีแบรนด์มากมายในสมัยนี้

1508
01:22:10,592 --> 01:22:14,095
ให้ความสำคัญกับความคิดที่ว่า
เด็กเท่สามารถเป็นใครก็ได้ ใครๆ ก็เป็นได้

1509
01:22:15,889 --> 01:22:19,976
และพวกเขาหันไปทางอื่น
ด้วยความเคารพความหลากหลายของนางแบบ

1510
01:22:20,060 --> 01:22:22,562
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์ประกาศว่า

1511
01:22:22,646 --> 01:22:26,316
จะไม่จ้างพนักงานจากหน้าตาที่สวยหล่ออีกต่อไป

1512
01:22:26,399 --> 01:22:29,986
ซึ่งคงทำให้พนักงานคนใหม่
ที่พวกเขาจ้างรู้สึกดีน่าดู

1513
01:22:31,655 --> 01:22:34,699
น่าเสียดายที่เราไม่อาจไปสู่จุดนั้นเร็วกว่านี้

1514
01:22:37,118 --> 01:22:39,788
อะเบอร์ครอมบีแอนด์ฟิตช์
เป็นตัวอย่างให้เราเห็นข้อเสีย

1515
01:22:39,871 --> 01:22:41,331
มากกว่าที่จะเห็นความยอดเยี่ยม

1516
01:22:41,998 --> 01:22:43,541
พวกเขาไม่ได้คิดค้นความชั่วร้าย

1517
01:22:44,125 --> 01:22:45,961
พวกเขาไม่ได้คิดค้นการแบ่งชนชั้น

1518
01:22:46,044 --> 01:22:48,129
พวกเขาแค่เอามันมารวมกันไว้เฉยๆ

1519
01:22:48,213 --> 01:22:52,384
มันเป็นตัวแทนของ
ส่วนที่เลวร้ายที่สุดของประวัติศาสตร์อเมริกา

1520
01:22:52,467 --> 01:22:56,096
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา
วิธีการจ้างงาน และรูปลักษณ์

1521
01:22:56,179 --> 01:22:59,891
มันคือทุกสิ่งที่เราไม่อยากให้อเมริกาเป็น

1522
01:23:00,684 --> 01:23:02,936
เราทุกคนชอบคิดว่าเราเติบโตเกินกว่านั้นแล้ว

1523
01:23:03,019 --> 01:23:04,896
เราดีขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย

1524
01:23:06,439 --> 01:23:10,402
แต่ไม่รู้มันบ่งบอกว่าเราเป็นคนยังไง
ที่ปล่อยให้แบรนด์นี้ดังอยู่ได้ตั้งนาน

1525
01:23:10,485 --> 01:23:11,319
อาจเป็นเพราะ…

1526
01:23:12,487 --> 01:23:14,781
ตอนนั้นเราอยากเป็นที่ชื่นชอบจริงๆ

1527
01:23:15,448 --> 01:23:20,870
เราถูกแสงของตัวเองบังตาไว้

1528
01:23:20,954 --> 01:23:23,540
เหมือนแบบว่า "ตัวเรานี้ช่างดี
ช่างรุ่งเรืองซะเหลือเกิน"

1529
01:23:23,623 --> 01:23:26,334
แต่ตอนนั้นยังไม่มีสื่อโซเชียลไง

1530
01:23:26,418 --> 01:23:29,963
ตอนนั้นก็อาจมีคนเท่ากับตอนนี้

1531
01:23:30,046 --> 01:23:32,674
ที่เกลียดการกระทำของเรา
คนที่รู้สึกแย่เพราะเรา

1532
01:23:32,757 --> 01:23:35,885
คนที่ไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
คนที่ไม่รู้สึกเชื่อมโยงถึงใคร

1533
01:23:35,969 --> 01:23:38,596
แต่พวกเขาไม่มีเวทีที่จะสามารถพูดออกมาได้

1534
01:23:38,680 --> 01:23:40,390
แต่ตอนนี้มีแล้ว เพราะงั้นก็อาจจะ…

1535
01:23:40,473 --> 01:23:43,476
นี่อาจไม่ใช่กระแสการตื่นรู้ของคนในสังคม

1536
01:23:43,560 --> 01:23:45,478
แต่เป็นเพราะตอนนี้เราได้ยินเสียงของทุกคน

1537
01:23:45,562 --> 01:23:47,605
และเราต้องสนใจฟัง

1538
01:23:50,275 --> 01:23:55,238
ผมว่ามันมีขีดจำกัดอยู่ว่า
แบรนด์สามารถทำได้แค่ไหน

1539
01:23:55,321 --> 01:23:58,575
เพราะสุดท้ายแล้ว
ก็ต้องพยายามขายสินค้าให้ได้ ถูกไหม

1540
01:23:58,658 --> 01:24:01,578
คุณจะสามารถขายความหลากหลาย
และการเป็นส่วนหนึ่งได้ไหม

1541
01:24:01,661 --> 01:24:05,165
ในเมื่อจริงๆ แล้วคุณแค่พยายามขายเสื้อคอวี

1542
01:24:05,999 --> 01:24:08,001
ผมหวังว่าบริษัทต่างๆ จะเข้าใจว่า

1543
01:24:08,084 --> 01:24:11,379
พวกเขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดวัฒนธรรม

1544
01:24:11,463 --> 01:24:12,922
บทสนทนา

1545
01:24:13,006 --> 01:24:17,177
กำหนดว่าใครที่ควรจะมีคุณค่าในสังคม

1546
01:24:17,260 --> 01:24:20,680
เรื่องราวของอะเบอร์ครอมบี
จริงๆ แล้วก็คือตัวอย่างของระบบเส็งเคร็ง

1547
01:24:20,764 --> 01:24:22,932
ซึ่งเคยเป็นวัฒนธรรมของเรา…

1548
01:24:24,934 --> 01:24:26,227
เมื่อสิบปีก่อนนี้เอง

1549
01:24:26,311 --> 01:24:31,900
มันเป็นวัฒนธรรมที่นำเอา

1550
01:24:31,983 --> 01:24:37,530
ทุกวิสัยทัศน์ในโลกของชาวอเมริกันผิวขาว
ที่มีบรรพบุรุษเป็นโปรเตสแตนท์มาใช้

1551
01:24:37,614 --> 01:24:43,953
มันเป็นวัฒนธรรมที่นิยามความงาม
ว่าคือความผอม ขาว และเยาว์วัย

1552
01:24:44,037 --> 01:24:50,335
และเป็นวัฒนธรรมที่ยินดีที่จะกีดกันผู้คน

1553
01:24:52,003 --> 01:24:53,505
ตอนนี้เราแก้ปัญหาได้หรือยังคะ

1554
01:24:55,256 --> 01:24:56,341
ยังหรอกค่ะ

1555
01:26:18,339 --> 01:26:21,259
คำบรรยายโดย เพียงพัชร์ น้ำทิพย์



