1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.LT

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.LT

3
00:00:11,440 --> 00:00:18,440
(ริคกี้ เจอร์เวส: หัวเราะให้ความตาย)

4
00:00:25,960 --> 00:00:27,800
ขอบคุณครับ

5
00:00:29,400 --> 00:00:32,560
ขอบคุณ ว้าว ขอบคุณมากครับ

6
00:00:36,720 --> 00:00:38,680
ขอบคุณครับ โอเค

7
00:00:39,960 --> 00:00:42,320
โอเค เงียบก่อน ขอบคุณ

8
00:00:43,400 --> 00:00:46,480
เอาจริงนะครับ ผมตื้นตันใจมาก แต่เงียบก่อน

9
00:00:46,560 --> 00:00:48,080
ขอบคุณมากๆ

10
00:00:48,160 --> 00:00:51,720
ขอบคุณ ขอต้อนรับสู่โชว์

11
00:00:51,800 --> 00:00:54,400
ดีใจมากที่ได้กลับมา
พร้อมกับรายการพิเศษใหม่ถอดด้าม

12
00:00:54,480 --> 00:00:58,600
รายการพิเศษล่าสุดของผม
ฉายแค่ที่ Netflix ตอนคริสต์มาสเมื่อสองปีก่อน

13
00:00:58,680 --> 00:01:02,840
และในรายการพิเศษนั้น ผมพูดถึง
รายการพิเศษก่อนหน้านั้นที่ขึ้นอันดับหนึ่ง

14
00:01:02,920 --> 00:01:04,960
เพราะคนต่อว่ากันเยอะมาก

15
00:01:05,880 --> 00:01:07,880
และไอ้พวกโง่งี่เง่าก็ทำอีกจนได้

16
00:01:09,720 --> 00:01:12,760
เมื่อไหร่พวกเขาจะเรียนรู้ จริงๆ นะ

17
00:01:12,840 --> 00:01:14,360
"แบนเลย อย่าให้ออกอา…"

18
00:01:14,440 --> 00:01:16,240
อันดับหนึ่งทุกที่ไปเลย

19
00:01:16,760 --> 00:01:20,120
ชื่อผมติดเทรนด์อยู่สามวัน ช่วงคริสต์มาสปีนั้น

20
00:01:20,200 --> 00:01:22,800
ผมไม่ใช่นักแสดงตลกคนเดียว
ที่ติดเทรนด์ช่วงคริสต์มาสปีนั้น

21
00:01:22,880 --> 00:01:25,600
คุณรู้จักนักแสดงตลกชื่อโรซี่ โจนส์ไหม

22
00:01:25,680 --> 00:01:29,280
เธอสมองพิการ
และเธอไปออกรายการตอบคำถามทางทีวี

23
00:01:29,360 --> 00:01:32,760
แล้วพวกเกรียนก็โผล่มาในทวิตเตอร์
บอกว่า "เธอไม่ฮาเลย"

24
00:01:32,840 --> 00:01:35,000
คนก็บอก "คุณแค่พูดแบบนั้นเพราะเธอพิการ"

25
00:01:35,080 --> 00:01:38,040
"คุณก็แค่ปกป้องเธอเพราะเธอพิการ"
กลับไปกลับมา

26
00:01:38,120 --> 00:01:40,520
แต่นั้นไม่ใช่เรื่องดราม่าสุดของเธอในปีนั้น

27
00:01:40,600 --> 00:01:41,760
นี่เรื่องจริงนะครับ

28
00:01:41,840 --> 00:01:46,280
เมื่อต้นปีนั้น โรซี่ โจนส์ทำสารคดีให้ช่องสี่

29
00:01:46,360 --> 00:01:48,680
เกี่ยวกับอาการของเธอ สถานการณ์ของเธอ

30
00:01:48,760 --> 00:01:52,640
ที่เธอโดนพวกเกรียนคอยป่วน
ที่มีคนด่าว่าเธอ

31
00:01:52,720 --> 00:01:54,840
แล้วเธอก็ตั้งชื่อสารคดีแบบกวนประสาทว่า

32
00:01:54,920 --> 00:01:56,440
ฉันปญอ.เหรอ

33
00:01:56,960 --> 00:01:59,160
ใช่ เยี่ยม ยกนิ้วให้เธอเลย

34
00:01:59,240 --> 00:02:03,400
ทีนี้ คนที่ต่อว่าน่ะ
เป็นนักรณรงค์เพื่อคนพิการ

35
00:02:03,480 --> 00:02:04,560
พวกเขาเล่นงานเธอ

36
00:02:04,640 --> 00:02:07,480
พวกเขาบอกว่า "คุณใช้คำนั้นไม่ได้"
เธอถาม "อะไร ทำไม"

37
00:02:07,560 --> 00:02:09,480
พวกเขาบอก "เพราะคุณพิการทางร่างกาย"

38
00:02:09,560 --> 00:02:12,120
"นั่นเป็นคำดูหมิ่นคนที่บกพร่องทางสติปัญญา"

39
00:02:12,200 --> 00:02:16,080
"ถ้าคุณอยากใช้คำดูหมิ่น
ก็ควรใช้คำที่อธิบายสภาพของคุณสิ"

40
00:02:16,160 --> 00:02:19,400
พูดง่ายๆ ก็คือ
โรซี่ โจนส์บอกว่า "ฉันปัญญาอ่อนเหรอ"

41
00:02:19,480 --> 00:02:21,160
และนักรณรงค์เพื่อคนพิการบอกว่า

42
00:02:21,240 --> 00:02:22,840
"ไม่ คุณเป็นง่อย"

43
00:02:23,920 --> 00:02:27,320
มัน… มันแรงนะ ว่าไหม

44
00:02:29,640 --> 00:02:30,520
คือ…

45
00:02:31,720 --> 00:02:32,800
มันเป็นเรื่องของบริบทน่ะ

46
00:02:32,880 --> 00:02:35,800
เธอใช้มันเพื่อมอบอำนาจให้ผู้คน

47
00:02:35,880 --> 00:02:38,200
เธอโดนคนเรียกแบบนั้น
เธอไม่พูดว่า "นั่นไม่ใช่ฉัน"

48
00:02:38,280 --> 00:02:42,960
เธอยอมรับมัน และเอาคำนั้นกลับมาใช้เอง

49
00:02:43,040 --> 00:02:46,240
นักรณรงค์เพื่อคนพิการบอกว่า
"ไม่ได้ คุณต้องพูดให้เจาะจงมากๆ"

50
00:02:46,320 --> 00:02:51,520
"เฉพาะคนปัญญาอ่อนจริงๆ เท่านั้น
ที่ใช้คำว่า 'ปัญญาอ่อน' ได้"

51
00:02:51,600 --> 00:02:53,560
แต่ใครจะบอกพวกเขาล่ะ ใคร…

52
00:02:53,640 --> 00:02:55,200
เข้าใจใช่ไหม ใครจะ…

53
00:02:56,520 --> 00:03:00,520
คุณคงไม่เดินเข้าไปในห้อง แล้วเจอ… สมโชค

54
00:03:01,560 --> 00:03:03,640
นอนอยู่บนพื้น ใช้สีเทียนวาดรูป

55
00:03:03,720 --> 00:03:06,600
แล้วคุณก็พูดว่า "สบายดีไหม สมโชค"

56
00:03:06,680 --> 00:03:08,120
เขาตอบ "ดี"

57
00:03:08,200 --> 00:03:10,080
ไม่ อย่า

58
00:03:10,680 --> 00:03:12,520
มันละเอียดอ่อนมาก เราอย่า…

59
00:03:13,680 --> 00:03:17,920
เขาตอบว่า "ดี"
คุณบอก "รู้ไหมว่านายพูดว่า 'ปัญญาอ่อน' ได้"

60
00:03:18,520 --> 00:03:19,480
"ทำไมอะ"

61
00:03:20,640 --> 00:03:22,440
"คิดสิวะ ไอ้สมองทึบ คิด"

62
00:03:27,200 --> 00:03:31,120
ยังไงก็เถอะ ผมว่าเธอควรได้รับอนุญาต
ให้ใช้คำนั้น ถ้าบริบทเหมาะสม

63
00:03:31,200 --> 00:03:33,880
ถ้าเธอใช้คำนั้นไม่ได้
แล้วตอนนี้ผมก็ใช้คำนั้นไปแล้ว

64
00:03:33,960 --> 00:03:35,640
งั้นผมก็ซวยอีกสิ

65
00:03:35,720 --> 00:03:38,560
ที่จริงผมไม่ได้ใช้คำนั้นนะ
นี่คือประเด็นที่ผมอยากพูด

66
00:03:38,640 --> 00:03:40,840
คนบอกว่า "โอ้ เขาใช้คำนั้น นู่นนี่นั่น"

67
00:03:40,920 --> 00:03:42,160
ผมไม่ได้ใช้คำนั้นนะ

68
00:03:42,240 --> 00:03:45,360
การใช้คำนั้นคือการเรียกใครสักคนด้วยคำนั้น

69
00:03:45,440 --> 00:03:46,600
นั่นคือการใช้คำนั้น

70
00:03:46,680 --> 00:03:50,640
ผมพูดคำนั้นในการพูดคุยเกี่ยวกับคำห่านั่น

71
00:03:51,160 --> 00:03:54,320
มันควรได้รับอนุญาตในหมู่ผู้ใหญ่ไหม

72
00:03:54,400 --> 00:03:58,600
ถ้าจะมีสักเรื่องที่เราทุกคนควรเห็นตรงกัน
ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายการเมืองไหนก็ตาม

73
00:03:58,680 --> 00:04:02,720
เราทุกคนควรเห็นพ้องต้องกันว่า
เสรีภาพทางการพูดยังเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ

74
00:04:02,800 --> 00:04:04,400
มันดีตลอดมา…

75
00:04:06,600 --> 00:04:08,320
และมันจะดีตลอดไป

76
00:04:08,400 --> 00:04:09,800
แต่ตอนนี้มีกลุ่มคนที่บอกว่า

77
00:04:09,880 --> 00:04:12,240
"ไม่ เราเข้าใจผิด เราไม่ชอบมัน

78
00:04:12,320 --> 00:04:16,360
เราเปลี่ยนใจแล้ว
เราไม่ชอบเสรีภาพในการพูดแล้ว

79
00:04:16,440 --> 00:04:19,120
คนที่ต้องการเสรีภาพในการพูด
ต้องการแค่เสรีภาพในการพูด

80
00:04:19,200 --> 00:04:21,120
จะได้พูดจาแย่ๆ ไปทั่วได้"

81
00:04:21,200 --> 00:04:23,520
ซึ่งไม่จริงเลย และต่อให้จริงนะ

82
00:04:23,600 --> 00:04:26,800
ข้อดีของเสรีภาพในการพูดคือ
คนเราสามารถพูดจาแย่ๆ กลับมาได้

83
00:04:26,880 --> 00:04:28,840
มันเป็นระบบที่ดีมาก

84
00:04:28,920 --> 00:04:31,680
และคุณพูดอะไรไม่ได้เลย
ภายใต้กฎแห่งเสรีภาพในการพูด

85
00:04:31,760 --> 00:04:33,120
นั่นเป็นการเข้าใจผิดเต็มๆ

86
00:04:33,200 --> 00:04:37,640
เสรีภาพในการพูดมีเงื่อนไขเยอะมากนะ
ซึ่งที่จริงผมก็เห็นด้วยหมดเลย

87
00:04:37,720 --> 00:04:40,080
คุณปลุกปั่นความรุนแรงไม่ได้ เป็นกฎที่ดี

88
00:04:40,160 --> 00:04:42,480
คุณใส่ร้ายคนอื่นไม่ได้ เป็นกฎที่ดี

89
00:04:42,560 --> 00:04:44,760
คุณเขียนใส่ร้ายคนอื่นไม่ได้ รู้ไหม

90
00:04:44,840 --> 00:04:47,600
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นประมาทด้วยการเขียน

91
00:04:48,520 --> 00:04:50,560
คุณเขียนใส่ร้ายคนตายไม่ได้

92
00:04:50,640 --> 00:04:52,520
เพราะงั้นผมสามารถยืนตรงนี้และพูดได้ว่า

93
00:04:52,600 --> 00:04:54,840
"คานธีเคยโดนเอาตูด"

94
00:04:57,920 --> 00:04:59,280
ถ้าผมอยากพูดนะ

95
00:05:01,320 --> 00:05:03,080
ซึ่งผมอยาก

96
00:05:07,720 --> 00:05:10,160
เสรีภาพในการพูดคือสิทธิมนุษยชนที่สำคัญที่สุด

97
00:05:10,240 --> 00:05:11,840
ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสิทธิอื่นๆ ทั้งหมด

98
00:05:11,920 --> 00:05:14,640
ถ้าไม่มีเสรีภาพในการพูด
คุณก็ไม่มีสิทธิมนุษยชนหรอก

99
00:05:14,720 --> 00:05:19,680
ในทางทฤษฎีนะ เรามีเสรีภาพในการพูด
ในประเทศนี้ได้อีกไม่นานหรอก

100
00:05:19,760 --> 00:05:22,960
เราวิจารณ์รัฐบาลได้ เราวิจารณ์ตำรวจได้

101
00:05:23,040 --> 00:05:25,200
แต่เราควรยกย่องประเทศที่ยอมให้เราทำแบบนั้น

102
00:05:25,280 --> 00:05:27,160
เพราะเราเป็นที่อิจฉาของบางประเทศ

103
00:05:27,240 --> 00:05:28,400
ในบางประเทศ

104
00:05:28,480 --> 00:05:31,120
ถ้าคุณวิจารณ์ตำรวจ คุณจะถูกซ้อม หรือแย่กว่านั้น

105
00:05:31,200 --> 00:05:34,480
ถ้าคุณวิจารณ์รัฐบาล
คุณจะถูกจับเข้าคุกตลอดชีวิต

106
00:05:34,560 --> 00:05:37,640
พวกเขาเลยหนีการกดขี่ของพวกเขา
ซึ่งก็ถูกแล้ว เป็นคุณก็คงหนี

107
00:05:37,720 --> 00:05:40,520
พวกเขาหนีและมาที่นี่
พวกเขาบอกว่า "เราอยากมาอังกฤษ"

108
00:05:40,600 --> 00:05:42,480
เราถาม "ทำไม"
เขาตอบ "เสรีภาพในการพูด"

109
00:05:42,560 --> 00:05:44,960
เราบอก "เข้ามาสิ ยินดีต้อนรับ
แล้วคุณจะทำยังไงต่อ"

110
00:05:45,040 --> 00:05:46,760
"ไปเดินขบวน" "คุณจะพูดอะไร"

111
00:05:46,840 --> 00:05:48,240
"อังกฤษห่วยแตกแค่ไหน"

112
00:05:48,320 --> 00:05:50,320
"ขอบใจ ขอบคุณ"

113
00:05:51,040 --> 00:05:53,200
นั่นเป็นสิทธิ์ของพวกเขา

114
00:05:57,280 --> 00:06:00,520
แต่ตอนนี้ผมแก่เกินกว่า
จะไม่พูดสิ่งที่ผมอยากพูดแล้ว

115
00:06:00,600 --> 00:06:03,320
ผมอยากพูดและทำสิ่งที่ผมต้องการตลอดเวลา

116
00:06:03,400 --> 00:06:05,640
ผมอยากทำสิ่งที่ผมชอบที่สุดตลอดเวลา

117
00:06:05,720 --> 00:06:07,920
ผมไม่อยากทำสิ่งที่ผมชอบรองลงมาเลยด้วยซ้ำ

118
00:06:08,000 --> 00:06:10,600
ถ้าผมคิดว่าผมทำสิ่งที่ผมชอบที่สุดได้
เข้าใจใช่ไหม

119
00:06:10,680 --> 00:06:12,600
สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือเล่นเทนนิส

120
00:06:12,680 --> 00:06:14,880
ผมเล่นทุกวันศุกร์ ผมเว้นวันศุกร์ให้ว่างตลอด

121
00:06:14,960 --> 00:06:17,840
ผมตั้งตารอมัน ผมเล่นเทนนิส
มันทำให้ผมพร้อมลุยสัปดาห์ใหม่

122
00:06:17,920 --> 00:06:21,720
ดังนั้นถ้าในวันศุกร์ ผมต้องทำสิ่งที่ชอบรองลงมา

123
00:06:21,800 --> 00:06:22,960
อย่างเมื่อสามสัปดาห์ก่อน

124
00:06:23,040 --> 00:06:25,280
ไปงานศพลูกของเพื่อนบ้าน

125
00:06:25,360 --> 00:06:26,360
ผมแบบ…

126
00:06:27,280 --> 00:06:28,840
"นี่มัน

127
00:06:29,920 --> 00:06:30,920
น่าเบื่อ"

128
00:06:34,000 --> 00:06:36,680
แต่เราทุกคนต้องการความเคารพใช่ไหม

129
00:06:36,760 --> 00:06:38,160
เราทุกคนต้องการความเคารพ

130
00:06:38,240 --> 00:06:41,360
และเราทุกคนอยากยกสถานะของเราในสังคม

131
00:06:41,440 --> 00:06:43,760
อันนั้นเราห้ามไม่ได้ มันอยู่ในวิวัฒนาการของเรา

132
00:06:43,840 --> 00:06:47,720
นั่นเป็นสิ่งที่กลุ่มคัดสรรกันมา
ตั้งแต่ยุคที่การนินทาใช้ควบคุมเผ่าต่างๆ

133
00:06:47,800 --> 00:06:52,520
และยังมีอีกสองวิธี
ที่คุณสามารถยกระดับสถานะในสังคมได้

134
00:06:52,600 --> 00:06:54,760
หนึ่ง เก่งในบางเรื่อง

135
00:06:54,840 --> 00:06:58,400
เช่น "เขาล่าสัตว์เก่ง
ไปกับเขาสิ เขาดีสำหรับเผ่า"

136
00:06:58,480 --> 00:07:01,120
อีกวิธีนึงที่คุณจะยกระดับสถานะได้
คือมีคุณงามความดี

137
00:07:01,200 --> 00:07:06,320
เช่น "โอ้ เขาล่าสัตว์ไม่เก่ง
แต่เขาฉลาด หรือใจดี หรืออะไรก็ตาม"

138
00:07:06,400 --> 00:07:09,000
แล้วพอมีโซเชียลมีเดีย

139
00:07:09,080 --> 00:07:13,320
อยู่ๆ คนก็ค้นพบว่า
พวกเขาพูดเองได้ว่าตัวเองมีคุณธรรม

140
00:07:13,400 --> 00:07:15,720
ไม่มีหลักฐาน ไม่มีข้อพิสูจน์

141
00:07:15,800 --> 00:07:18,520
แค่ใส่รูปธงชาติต่างๆ ไว้ในไบโอ

142
00:07:19,600 --> 00:07:21,080
แล้วพวกเขาจะยกสถานะตัวเองขึ้น

143
00:07:21,160 --> 00:07:23,320
ด้วยการกดให้คนต่ำลง คอยจับผิดคน

144
00:07:23,400 --> 00:07:25,560
"ดูที่เขาพูดสิ เขาไม่มีคุณธรรมเหมือนฉัน"

145
00:07:25,640 --> 00:07:27,240
"ดูสิว่าฉันดีแค่ไหน ดูสิว่าเขาแย่…"

146
00:07:27,320 --> 00:07:29,880
นั่นคือที่มาของคำว่า "การแสดงว่าเป็นคนดี"

147
00:07:29,960 --> 00:07:32,280
และผมเกลียดเวลาที่
พวกเขาลากลูกๆ มาเอี่ยวด้วย

148
00:07:32,360 --> 00:07:35,760
คุณจะเชื่ออะไรก็ได้ อยากโหวตใครก็ได้…

149
00:07:35,840 --> 00:07:37,240
ไปเดินขบวนเลย เยี่ยมมาก

150
00:07:37,320 --> 00:07:40,360
แต่เวลาผมเห็นเด็กห้าขวบถือป้าย

151
00:07:40,440 --> 00:07:41,920
เขาไม่รู้ว่ามันเขียนว่าอะไร

152
00:07:42,000 --> 00:07:43,720
นั่นเป็นฝีมือของผู้ใหญ่ นึกออกไหม

153
00:07:43,800 --> 00:07:46,400
ผมเคยเห็นคนทวีตแบบนี้ มีคนทวีตว่า

154
00:07:46,920 --> 00:07:50,360
"ลูกสี่ขวบของฉันเงยหน้ามองฉันแล้วถามว่า 'แม่

155
00:07:50,440 --> 00:07:53,200
ทำไมริชี ซูแน็กถึงเกลียดคนจน'"

156
00:07:53,920 --> 00:07:55,520
แม่งไม่เคยเกิดขึ้นเลย

157
00:07:57,360 --> 00:07:59,720
แต่สิ่งที่น่ารำคาญที่สุด
เกี่ยวกับการแสดงว่าเป็นคนดี

158
00:07:59,800 --> 00:08:04,760
ก็คือพวกที่ทำตัวอวดดีว่า
ตัวเองมีศีลธรรมเข้ากับยุคนี้

159
00:08:04,840 --> 00:08:08,440
คุณเป็นอย่างที่คุณเป็น
เพราะที่ที่คุณอยู่และยุคสมัยที่คุณอยู่

160
00:08:08,520 --> 00:08:11,080
อย่างผมก็ไม่ได้เป็นคนกล้าหาญ
ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า

161
00:08:11,160 --> 00:08:13,040
ในประเทศนี้ ในยุคสมัยนี้

162
00:08:13,120 --> 00:08:15,200
มันคงจะกล้าหาญเมื่อ 200 ปีก่อน

163
00:08:15,280 --> 00:08:16,480
หรือเป็นบ้า

164
00:08:16,560 --> 00:08:20,560
และมันคงจะกล้าหาญในบางประเทศ
หรือเป็นบ้า

165
00:08:20,640 --> 00:08:24,360
แต่คนพูดกันแบบว่า
"โอ้ ฉันต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ"

166
00:08:24,440 --> 00:08:26,160
"ครับ ดีมาก เราก็ต่อต้านทุกคน"

167
00:08:26,240 --> 00:08:29,480
เรารู้ว่านั่นคือวิธีที่จะเป็นในปัจจุบัน
แต่มันคงไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป

168
00:08:29,560 --> 00:08:32,960
ถ้าคุณเกิดที่อื่น หรือเวลาอื่น
คุณอาจจะไม่ได้ต่อต้าน

169
00:08:33,040 --> 00:08:36,160
พวกเขาบอก "ไม่ ฉันคงต่อต้าน
การเหยียดเชื้อชาติไม่ว่าจะเกิดยุคไหน"

170
00:08:36,240 --> 00:08:38,080
คนเราพูดอะไรประมาณว่า

171
00:08:38,160 --> 00:08:40,520
"ชัวร์ป้าบ ฉันจะให้ที่หลบซ่อน
กับแอนน์ แฟรงค์แน่นอน"

172
00:08:40,600 --> 00:08:42,280
"จริงเหรอ"

173
00:08:45,400 --> 00:08:47,520
แอนน์ แฟรงค์มาเคาะประตูบ้านคุณช่วงสงคราม

174
00:08:47,600 --> 00:08:50,680
คุณเปิดประตูออกไป มีนาซีอยู่เต็มไปหมด

175
00:08:51,200 --> 00:08:54,160
เธอถาม "ฉันขอหลบในนี้ได้ไหม"
คุณบอก "เฮ้ย…"

176
00:08:55,600 --> 00:08:57,960
แค่เอาฝ่ามือห้ามแอนน์ แฟรงค์แบบนั้น

177
00:08:59,520 --> 00:09:01,120
"เฮ้ย เดี๋ยวก่อน"

178
00:09:01,640 --> 00:09:03,480
"ถ้าพวกเขาเจอคุณจะเป็นยังไง"

179
00:09:03,560 --> 00:09:05,120
"พวกเขาจะฆ่าฉัน และคุณ"

180
00:09:05,200 --> 00:09:06,280
"ไปข้างบ้านนะ"

181
00:09:08,360 --> 00:09:10,800
"พวกเขามีห้องใต้หลังคาใหญ่สวยงาม
มีเครื่องพิมพ์ดีด

182
00:09:10,880 --> 00:09:12,280
คุณจะชอบที่นั่น"

183
00:09:15,520 --> 00:09:18,000
แต่ผมต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ
ผมต่อต้านอยู่แล้ว

184
00:09:18,080 --> 00:09:22,000
แต่ผมก็กล้ายอมรับนะว่า
ถ้าผมเกิดเมื่อ 300 ปีก่อน

185
00:09:22,080 --> 00:09:23,920
และผมเป็นคนขาวและร่ำรวย

186
00:09:24,000 --> 00:09:26,160
ผมก็คงมีทาสเป็นของตัวเอง

187
00:09:26,240 --> 00:09:27,840
เพราะ… ไม่ เพราะ…

188
00:09:27,920 --> 00:09:30,320
ผมจะทำดีกับพวกเขาน่ะ เพราะงั้นหุบปากซะ
ผมจะ… ใช่

189
00:09:31,360 --> 00:09:34,440
ผมจะเป็นเจ้าของทาสที่ดีที่สุดที่คุณแม่งเคย…

190
00:09:34,520 --> 00:09:35,960
ไม่ ผมจะเป็น ผมจะดูแล…

191
00:09:36,040 --> 00:09:38,920
ผมจะให้ทาสของผมแต่งตัวดีๆ
ผมจะให้ทาสของผม…

192
00:09:39,000 --> 00:09:42,160
ใช่ ผมจะทำ ผมจะให้ทาสของผมใส่สูท

193
00:09:42,240 --> 00:09:45,080
ผมจะบอกว่า "โยนชุดเอี๊ยมทิ้งไปซะ

194
00:09:45,160 --> 00:09:47,480
ใส่สูทสิ"

195
00:09:47,560 --> 00:09:49,720
ทาสคนอื่นดูแบบ… ผมจะบอก…

196
00:09:49,800 --> 00:09:52,120
แล้วผมจะบอกว่า "เอาละ

197
00:09:52,200 --> 00:09:54,080
ไปผับกันเถอะ หนุ่มๆ"

198
00:09:54,680 --> 00:09:57,640
พวก "คนขาว" จะบอกว่า
"คุณพาทาสของคุณไปผับไม่ได้นะ"

199
00:09:57,720 --> 00:10:00,040
ผมจะบอก "ไปตายซะ ไอ้ฟาสซิสต์ พวกเขา…"

200
00:10:01,440 --> 00:10:04,240
"พวกเขาเป็นทาสของฉัน
ฉันจะทำอะไรกับพวกเขาก็ได้"

201
00:10:07,360 --> 00:10:10,000
ในผับ บาร์เทนเดอร์จะบอกว่า
"คุณพาพวกเขาเข้ามาไม่ได้"

202
00:10:10,080 --> 00:10:12,040
"ไปตายซะ" เราจะไปบาร์หรูๆ กัน

203
00:10:12,120 --> 00:10:13,400
เราใส่สูทดูดีกันแล้ว

204
00:10:13,480 --> 00:10:15,760
ผมบอก "นายใส่สูทแล้วดูดีนะ หนุ่มๆ"

205
00:10:15,840 --> 00:10:18,280
"ใส่ถุงเท้าสิ เราใส่ถุงเท้ากับสูท"

206
00:10:18,360 --> 00:10:22,040
ผมบอก "ฉันจะเลี้ยงเครื่องดื่มเอง
เก็บเงินของนายไปซะ

207
00:10:22,120 --> 00:10:23,880
นายไม่มีเงินหรอก แต่นายเข้าใจแหละ"

208
00:10:23,960 --> 00:10:27,320
แล้วเราก็หัวเราะกัน หยอกล้อกัน อำกัน

209
00:10:27,400 --> 00:10:30,440
ถ้ามีคนไหนทำตัวสนิทสนมเกินไป
ผมคงต้องลงโทษเขา

210
00:10:30,520 --> 00:10:32,840
เพื่อรักษาสถานะเดิมไว้

211
00:10:32,920 --> 00:10:35,400
ถ้าเขาเรียกผมว่า
"ลุงหัวร้อน" หรืออะไรสักอย่าง

212
00:10:35,920 --> 00:10:38,040
ซึ่งเป็นคำเหยียดเชื้อชาติคำเดียวที่ตอนนี้ยังพูดได้

213
00:10:38,120 --> 00:10:41,520
ไม่เป็นไร คุณเรียกคนขาวว่าลุงหัวร้อนได้
ไม่รู้ทำไม แต่ไม่เป็นไร

214
00:10:41,600 --> 00:10:44,280
คุณเหยียดอายุได้ด้วยซ้ำ
คุณบอก "ไอ้ลุงหัวร้อนใกล้ลงโลง"

215
00:10:44,360 --> 00:10:46,360
และไม่รู้ทำไม มันเป็นเรื่องที่ยอมรับได้สุดๆ

216
00:10:46,440 --> 00:10:47,960
แต่ผมจะเอาคำนั้นกลับมาใช้เอง

217
00:10:48,040 --> 00:10:50,280
เหมือนที่คนดำเอาคำว่า น. มาใช้เอง

218
00:10:50,360 --> 00:10:51,800
ผมจะเอาคำว่า "ลุงหัวร้อน" มาใช้เอง

219
00:10:51,880 --> 00:10:55,400
ดังนั้นผมจะอยู่ที่ร้านคาร์ลุชโช่ที่แฮมป์สเตด

220
00:10:55,920 --> 00:10:57,280
กับเพื่อนผิวขาวของผมทุกคน

221
00:10:57,360 --> 00:11:00,440
และเราจะนั่งเล่นกัน
พูดว่า "เป็นไงบ้าง ไอ้ลุงหัวร้อนของฉัน"

222
00:11:00,520 --> 00:11:01,640
ใช่ไหม และ…

223
00:11:04,600 --> 00:11:06,560
ถ้ารูเพิร์ต เพื่อนผิวดำของเรา…

224
00:11:08,480 --> 00:11:11,160
ผมบอกว่ามันคือที่แฮมป์สเตด ถ้า…

225
00:11:12,440 --> 00:11:16,800
ถ้ารูเพิร์ตเข้ามาแล้วพูดว่า "ลุงหัวร้อนของฉัน"
ผมจะบอก "มึงห้ามใช้คำนั้นเด็ดขาด"

226
00:11:19,520 --> 00:11:21,720
ประเด็นของผมคือ ศีลธรรมมันเปลี่ยนไปตามยุค

227
00:11:21,800 --> 00:11:24,760
มันเคลื่อนไหวไปตามกาลเวลา
เหมือนทุกอย่าง คิดดูสิ

228
00:11:24,840 --> 00:11:26,440
ในช่วงสองสามชั่วอายุคน

229
00:11:26,520 --> 00:11:29,640
เราเปลี่ยนจากยุคที่การมีทาส
เป็นเรื่องถูกกฎหมาย

230
00:11:29,720 --> 00:11:32,240
และน่านับถือในสายพระเนตรของพระเจ้า

231
00:11:32,320 --> 00:11:34,840
มาเป็นยุคที่คนเหยียดเชื้อชาติ
ถูกมองว่าเลวร้ายที่สุด

232
00:11:34,920 --> 00:11:38,360
คนเหยียดเชื้อชาติคือคนที่แย่ที่สุด
ในสังคมทุกวันนี้

233
00:11:38,440 --> 00:11:40,400
ที่จริง พวกใคร่เด็กน่ะแย่สุดต่างหาก

234
00:11:40,920 --> 00:11:43,280
พวกใคร่เด็กก่อน แล้วค่อยพวกเหยียดเชื้อชาติ

235
00:11:43,360 --> 00:11:44,920
ไอ้พวกใคร่เด็กที่เหยียดเชื้อชาติเนี่ย

236
00:11:46,640 --> 00:11:48,080
เป็นคนที่ชั่วช้าที่สุด

237
00:11:48,160 --> 00:11:50,760
ถ้าผมเจอพวกใคร่เด็ก
ที่เหยียดเชื้อชาติ ผมจะบอกว่า

238
00:11:50,840 --> 00:11:53,000
ล่อเด็กผิวดำด้วยสิวะ ไอ้จอมเหยียด

239
00:11:53,080 --> 00:11:54,080
นึกออกไหม

240
00:12:05,520 --> 00:12:07,480
ไม่เป็นไร พูดได้ ขำได้

241
00:12:09,760 --> 00:12:10,840
มัน…

242
00:12:10,920 --> 00:12:12,560
พวกเขาไม่แบนผมเพราะเรื่องนั้นหรอก

243
00:12:15,240 --> 00:12:17,720
พวกเขาพยายามแบนผมมาประมาณ 15 ปีแล้ว

244
00:12:17,800 --> 00:12:19,200
และพวกเขาล้มเหลวมาตลอด

245
00:12:19,280 --> 00:12:23,080
และบ่อยนะที่คนที่พยายามจะแบนผม
คือนักแสดงตลกคนอื่นๆ

246
00:12:23,160 --> 00:12:25,320
ที่ทำแบบที่พวกเขาชอบพูดกันนั่นแหละ

247
00:12:25,400 --> 00:12:26,880
"เขาเล่นงานคนที่ด้อยกว่า

248
00:12:26,960 --> 00:12:29,840
ตลกควรเล่นงานคนที่เหนือกว่า
เราเล่นงานแต่คนที่เหนือกว่า"

249
00:12:29,920 --> 00:12:33,120
ไอเดียการเล่นงานคนที่เหนือกว่าของพวกเขา…
พวกเขาเล่นงานบอริส จอห์นสัน

250
00:12:33,200 --> 00:12:35,600
มันเล่นงานคนที่เหนือกว่าตรงไหนวะนั่น

251
00:12:36,120 --> 00:12:38,640
ไอ้เวรนั่นมันบกพร่องด้านการเรียนรู้
เขาเหมือน…

252
00:12:40,000 --> 00:12:42,760
เหมือนแกรี่ บูซีย์ตัวบวมอืด

253
00:12:42,840 --> 00:12:46,200
ไอ้มนุษย์ไข่ผมซีดนั่น

254
00:12:46,280 --> 00:12:50,000
เขาพูดจาให้รู้เรื่องยังไม่ได้เลย
เคยได้ยินเขาพูดไหมล่ะ เขาแบบ…

255
00:12:51,200 --> 00:12:52,600
เขาโคตรโง่เลย

256
00:12:53,760 --> 00:12:55,120
ผมเล่นงานคนที่เหนือกว่านะ

257
00:12:55,200 --> 00:12:58,360
ผมเล่นงานคนอย่าง… สตีเฟน ฮอว์กิงงี้

258
00:12:58,440 --> 00:13:00,360
ใช่ คนสมองดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

259
00:13:00,440 --> 00:13:02,000
คุณเล่นงานเขา… และเขาทนได้

260
00:13:02,080 --> 00:13:04,680
เขาคงไม่สนหรอก
ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เพราะเขา…

261
00:13:04,760 --> 00:13:06,360
ส่วนนึงเขาเป็นหุ่นยนต์ใช่ไหม

262
00:13:06,880 --> 00:13:08,360
เขาคือเก้าอี้พูดได้ดีๆ นี่เอง

263
00:13:08,440 --> 00:13:11,640
ดังนั้นคุณจะพูดอะไรก็ได้ที่อยากพูด

264
00:13:11,720 --> 00:13:14,480
และดูเหมือนเขาจะอยู่บนเกาะของเอปสตีน
ดังนั้นก็ช่างเขาเถอะ

265
00:13:14,560 --> 00:13:15,480
ผมไม่…

266
00:13:16,200 --> 00:13:17,960
เขาไปทำอะไรที่นั่น ทำไมเขาถึง…

267
00:13:18,040 --> 00:13:20,360
"ผมอยากไป…" "ทำไม ทำไมคุณถึง… ทำไม"

268
00:13:21,000 --> 00:13:22,600
เขาแค่อยู่ที่นั่น ไม่ได้ทำห่า…

269
00:13:22,680 --> 00:13:24,160
ผมคงถาม "อะไรนะ"

270
00:13:24,240 --> 00:13:26,840
ผมรู้จักพวกใคร่เด็ก
ที่อยากได้ตั๋วไปที่นั่นใจจะขาดนะ

271
00:13:27,360 --> 00:13:29,360
แล้วเขาก็ไปแย่งที่ซะเฉยๆ

272
00:13:29,440 --> 00:13:33,280
คงเป็นเรื่องความหลากหลายเท่าเทียมมั้ง
แล้วพวกเขาก็บอก "เราต้องการคนพิการคนนึง"

273
00:13:33,360 --> 00:13:35,680
ผมจะถามว่า "คุณมาทำอะไรที่นี่ สตีฟ"

274
00:13:35,760 --> 00:13:37,600
เขาจะบอก "กำลังคิดอะไรวิตถารอยู่"

275
00:13:37,680 --> 00:13:39,240
"ไปให้พ้น"

276
00:13:43,760 --> 00:13:45,960
มุกเมื่อกี้อาจเป็น
อาชญากรรมจากความเกลียดชังนะ

277
00:13:46,040 --> 00:13:47,440
มันใช่เลย

278
00:13:48,720 --> 00:13:50,920
ตอนนี้คำนี้ฮิตมาก
"อาชญากรรมจากความเกลียดชัง"

279
00:13:51,000 --> 00:13:53,720
ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น จะมีคนถามว่า
"เป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชังไหม"

280
00:13:53,800 --> 00:13:55,640
"ทำไม" "มันทำให้เรื่องแย่เข้าไปใหญ่"

281
00:13:55,720 --> 00:13:56,800
เหรอ ทำไมล่ะ

282
00:13:56,880 --> 00:13:59,400
ถ้าคืนนี้ผมเดินกลับบ้าน
และมีคนเข้ามาทำร้ายผม

283
00:13:59,480 --> 00:14:02,640
ซ้อมผม ปล้นผม แทงผม
สาดน้ำกรดใส่หน้าผม

284
00:14:02,720 --> 00:14:04,520
ผมตื่นขึ้นมาในห้องไอซียู

285
00:14:06,360 --> 00:14:08,000
ผมลืมตาผ่านผ้าพันแผล

286
00:14:08,080 --> 00:14:10,840
มีตำรวจคนนึง "คุณเจอร์เวสครับ"
ผมตอบ "ครับ"

287
00:14:10,920 --> 00:14:13,480
เขาบอก "เราอยากบอกคุณว่า
มันไม่ใช่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง"

288
00:14:13,560 --> 00:14:16,240
ผมบอก "โอ้ ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่ใช่"

289
00:14:17,400 --> 00:14:19,360
ค่อนข้างเกลียดชังเลยนะ ว่าไหม

290
00:14:19,440 --> 00:14:21,000
แต่ไม่ อาชญากรรมจากความเกลียดชัง

291
00:14:21,080 --> 00:14:26,240
เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ
ความพิการ เพศสภาพของคุณ

292
00:14:26,320 --> 00:14:29,480
สมมติผู้ชายคนนึงมีปืน เขาอยากฆ่าคนสุ่มๆ มั่วๆ

293
00:14:29,560 --> 00:14:32,040
เขาเห็นฝูงชน เขาบอก จ้ำจี้มะเขือเปราะ

294
00:14:32,120 --> 00:14:33,360
ปัง ฆ่าคนตาย

295
00:14:33,440 --> 00:14:36,520
เขาไปขึ้นศาล ผู้พิพากษาถาม
"คุณฆ่าคนคนนั้นทำไม"

296
00:14:36,600 --> 00:14:37,880
เขาบอกว่า "ไม่มีเหตุผล"

297
00:14:37,960 --> 00:14:40,600
ผู้พิพากษาถาม "คุณไม่ใช่พวกเหยียดคนอื่นเนอะ"
เขาบอกว่า "ไม่ครับ"

298
00:14:40,680 --> 00:14:42,200
ผู้พิพากษาบอก "อ้อ"

299
00:14:43,560 --> 00:14:44,680
"สิบปี"

300
00:14:45,200 --> 00:14:48,880
แต่ผู้ชายอีกคนมีปืน เขาบอก
"ฉันเกลียดไอ้พวกคนแคระ"

301
00:14:50,200 --> 00:14:52,480
เขาเห็นคนแคระคนนึง เขาเล็ง ปัง

302
00:14:52,560 --> 00:14:54,040
ฆ่าคนแคระตาย

303
00:14:54,120 --> 00:14:57,520
เขาไปขึ้นศาล ผู้พิพากษาถาม
"คุณฆ่าคนแคระคนนั้นทำไม"

304
00:14:57,600 --> 00:14:59,640
เขาบอก "เพราะผมเกลียดไอ้เวรพวกนั้น"

305
00:15:00,160 --> 00:15:02,440
ผู้พิพากษาบอก "คุณเป็นพวกเหยียดคนอื่น 20 ปี"

306
00:15:02,520 --> 00:15:04,880
ทีนี้ เขาไม่ควรโดนโทษหนักกว่า
สำหรับการยิงคนแคระ

307
00:15:04,960 --> 00:15:08,040
จะว่าไปแล้ว มันยิงยากกว่าด้วยนะ

308
00:15:11,440 --> 00:15:13,160
ถ้าผมเป็นผู้พิพากษา ผมจะแบบ

309
00:15:13,240 --> 00:15:14,920
"เดี๋ยว อะไรนะ
ยิงคนแคระที่ระยะร้อยเมตรเหรอ"

310
00:15:15,000 --> 00:15:17,800
"ครับ" "แม่งสุดยอดว่ะ มันช่าง…"

311
00:15:18,800 --> 00:15:20,120
"ห้าปี"

312
00:15:20,640 --> 00:15:22,880
"เข้ากองทัพเลย ให้เขาเข้ากองทัพ"

313
00:15:24,720 --> 00:15:27,440
ผมรู้สึกแย่กับมุกนั้นนะ เพราะผมกำลังอ่านเรื่อง

314
00:15:27,520 --> 00:15:30,960
ช่วงเวลาอันยากลำบาก
ที่คนแคระเผชิญมาตลอดประวัติศาสตร์

315
00:15:31,040 --> 00:15:34,000
ในยุคกลาง
พวกเขาชอบทรมานคนแคระและฆ่าคนแคระ

316
00:15:34,080 --> 00:15:38,240
จับใส่ถังไม้ที่มีหนามแหลม
แล้วกลิ้งพวกเขาลงเนินเขาเพื่อความสนุก

317
00:15:38,320 --> 00:15:40,600
ในยุควิกตอเรีย
ก็ให้คนแคระอยู่ในคณะละครสัตว์

318
00:15:40,680 --> 00:15:43,240
และให้พวกเขาทำสิ่งที่อันตราย

319
00:15:43,320 --> 00:15:46,720
และช่วงปลายทศวรรษที่ 1980

320
00:15:46,800 --> 00:15:50,440
ผมจำได้ว่ามหาวิทยาลัยเคยมีกิจกรรม
อย่างการโยนคนแคระ

321
00:15:50,520 --> 00:15:53,160
ที่จับพวกเขาโยนไปเหมือนปาเป้าน่ะ

322
00:15:53,240 --> 00:15:54,240
หรือโบว์ลิ่งคนแคระ

323
00:15:54,320 --> 00:15:57,000
และในที่สุดก็มีคนพูดว่า
"เราทำบ้าอะไรกันอยู่วะ

324
00:15:57,080 --> 00:16:01,680
เราเลิกให้คนแคระทำอะไร
เพื่อความบันเทิงของเราได้ไหม"

325
00:16:01,760 --> 00:16:03,440
แล้วมันก็หยุด และตอนนี้มันกลับมาแล้ว

326
00:16:03,520 --> 00:16:05,880
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสเปเชียลโอลิมปิกส์

327
00:16:05,960 --> 00:16:07,280
ตอนนี้พวกเขามี… ใช่

328
00:16:07,360 --> 00:16:10,160
พวกเขาบอก "ให้พวกเขาแข่งกันเถอะ และ…"

329
00:16:11,160 --> 00:16:12,720
ใช่

330
00:16:12,800 --> 00:16:15,720
"มาโยนพวกเขาลงน้ำ
และดูว่าพวกเขาจะว่ายน้ำได้ไหมกันเถอะ"

331
00:16:16,840 --> 00:16:18,640
พวกเขาว่ายได้นะ ว่ายได้

332
00:16:20,400 --> 00:16:23,000
แต่มุกเมื่อกี้ยังต้องพัฒนาอีกนิดนะ

333
00:16:24,680 --> 00:16:27,400
คนไม่รู้หรอกว่าทัวร์เดี่ยวไมค์พวกนี้
ต้องทุ่มเทแค่ไหน

334
00:16:27,480 --> 00:16:30,840
ทัวร์ล่าสุดของผม
แสดงโชว์ที่ใช้เนื้อหาใหม่ไป 60 คืน

335
00:16:30,920 --> 00:16:33,480
จากนั้นก็โชว์มุกที่กำลังพัฒนา
อีกประมาณ 25 รอบ

336
00:16:33,560 --> 00:16:39,000
จากนั้นผมก็ไปทัวร์ตามอารีนาทั่วโลก 85 วัน
และปรับมุกตลอดเวลา

337
00:16:39,080 --> 00:16:43,000
นักวิจารณ์คนนึงนั่งอยู่ที่โต๊ะในครัว
บอกว่า "ขี้เกียจ"

338
00:16:44,000 --> 00:16:46,320
เขาด่าผมว่าไม่เป็นผู้ใหญ่และหยาบคาย

339
00:16:46,400 --> 00:16:48,040
ไอ้เวรสี่ตาเอ๊ย

340
00:16:52,160 --> 00:16:54,560
ตอนนี้ผมอยู่ในวัยที่รู้สึกรำคาญไปหมดทุกอย่าง

341
00:16:54,640 --> 00:16:59,120
ผมพูดแบบนี้วันละครั้ง ผมพูดว่า
"ทำไมอะไรๆ มันถึงไม่เวิร์กวะ"

342
00:16:59,200 --> 00:17:00,800
นึกออกไหม ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เถอะ

343
00:17:00,880 --> 00:17:03,400
รีโมตคอนโทรลสำหรับทีวี ทำงานได้ดี

344
00:17:03,480 --> 00:17:04,440
คุณกลับไปกดใหม่

345
00:17:04,520 --> 00:17:07,680
เกิดอะไรขึ้นในสิบวินาทีที่ผ่านมาเนี่ย

346
00:17:08,200 --> 00:17:11,000
สัญญาณโทรศัพท์
ที่ผมอยู่ในแฮมป์สเตดห่วยแตกมาก

347
00:17:11,080 --> 00:17:13,680
ผมเดินไปรอบบ้าน พูดว่า "ได้ยินผมรึยัง"

348
00:17:16,880 --> 00:17:19,520
ถ้าคุณโทรออก
ในถนนที่ปูด้วยหินของแฮมป์สเตด

349
00:17:19,600 --> 00:17:21,960
สัญญาณเต็มห้าแท่งเลยนะ
เม้าท์มอยชิลๆ เพลินๆ

350
00:17:22,040 --> 00:17:24,240
ถ้าคุณก้าวเท้าไปผิดทิศทางก้าวเดียว…

351
00:17:24,960 --> 00:17:27,080
รู้ไหมทำไมสัญญาณมือถือที่แฮมป์สเตดถึงกากมาก

352
00:17:27,160 --> 00:17:28,960
เพราะทุกคนที่นั่นเป็นไฮโซ

353
00:17:29,040 --> 00:17:31,400
และไม่มีใครอยากให้มีเสาสัญญาณ
ในสวนบ้านตัวเอง

354
00:17:31,480 --> 00:17:33,400
เพราะมันดูแย่และทำให้คุณเป็นมะเร็ง

355
00:17:33,480 --> 00:17:34,920
แต่ผมบอกสภาไปแล้วว่า

356
00:17:35,000 --> 00:17:38,200
มาหาคนตาบอดที่เป็นมะเร็งอยู่แล้วกันเถอะ

357
00:17:41,080 --> 00:17:44,480
เอาไปไว้ในสวนของพวกเขา
ไม่ต้องบอกพวกเขาด้วยซ้ำ

358
00:17:51,240 --> 00:17:54,480
แต่ของไม่มีชีวิตน่ะช่างมันเถอะ
คนต่างหากที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับผม

359
00:17:54,560 --> 00:17:56,400
ผมก็พูดแบบนี้วันละครั้งเหมือนกัน

360
00:17:56,480 --> 00:17:58,800
ผมบอก "มีคนแม่งทำเสียเรื่องตลอดเลย"

361
00:17:58,880 --> 00:18:00,080
นึกออกไหม แบบ ทำไม

362
00:18:00,160 --> 00:18:04,200
เรานั่งเครื่องบินไปซานฟรานซิสโก
ไม่นานมานี้ ผมกับเจน

363
00:18:04,280 --> 00:18:05,680
เครื่องบินขึ้น

364
00:18:05,760 --> 00:18:09,040
ชั้นหนึ่ง สัญญาณรัดเข็มขัด ติ๊ง
มีเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ดีงาม

365
00:18:09,120 --> 00:18:12,400
แล้วผู้หญิงคนนี้ที่นั่งถัดไปข้างหลังสองแถว
เธอหยิบแล็ปท็อปออกมา

366
00:18:12,480 --> 00:18:14,840
เธอเริ่มพิมพ์อะไรบางอย่างที่สำคัญมากต๊อกแต๊กๆ

367
00:18:14,920 --> 00:18:16,840
เธอใส่กำไลอยู่

368
00:18:16,920 --> 00:18:18,320
เหมือนมันไปกระแทกกับ…

369
00:18:18,400 --> 00:18:21,680
มันทำให้ผมโมโห
เสียงมันเหมือนเต้นระบำมอร์ริสเลยจริงๆ

370
00:18:22,280 --> 00:18:23,200
มันทำให้ผม…

371
00:18:23,280 --> 00:18:26,960
แต่ผมรู้ว่ามันไม่ผิดกฎหมาย
ผมเข้าไปบอกว่า "นี่ตำรวจจับกำไล" ไม่ได้

372
00:18:27,040 --> 00:18:29,840
ผมเลยต้องทนทรมานอยู่เงียบๆ

373
00:18:29,920 --> 00:18:31,520
และหวังว่าเครื่องจะตก

374
00:18:31,600 --> 00:18:34,240
เดี๋ยวนี้ผมก้าวข้ามเรื่องต่างๆ แบบนี้แหละ

375
00:18:34,320 --> 00:18:36,360
ถ้าผมรำคาญใครมากๆ ผมจะจ้องหน้าพวกเขา

376
00:18:36,440 --> 00:18:40,520
และจินตนาการว่าเราทั้งคู่ตาย สักวันนึง
และมันก็แบบ…

377
00:18:40,600 --> 00:18:43,120
อย่างอันนี้ผมจินตนาการว่า
นักบินพูดว่า "เรากำลังจะตก"

378
00:18:43,200 --> 00:18:45,280
เครื่องบินกำลังพุ่งลง เรากำลังจะตาย

379
00:18:45,360 --> 00:18:46,880
แล้วผมก็มองไป และเธอก็…

380
00:18:46,960 --> 00:18:47,960
แล้วผมก็…

381
00:18:50,120 --> 00:18:52,760
แล้วเครื่องบินก็ชนภูเขา
และเราทุกคนก็ถูกไฟคลอก

382
00:18:52,840 --> 00:18:54,480
แต่ผมมีชีวิตอยู่นานกว่าหนึ่งวินาที

383
00:18:54,560 --> 00:18:56,840
ผมมองไปและเห็นเธอสภาพเยินมาก

384
00:19:01,240 --> 00:19:03,440
ขอให้ผ่านไปได้ อะไรก็ทำเถอะ

385
00:19:05,680 --> 00:19:08,680
แล้วเราก็ไปถึงซานฟรานซิสโก
แล้วเราก็ไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ

386
00:19:08,760 --> 00:19:12,000
เราไปสถานที่ที่ชื่อว่าซอซาลิโต
เมืองท่าเล็กๆ ที่น่ารักแห่งนี้

387
00:19:12,080 --> 00:19:13,760
เรากำลังเดินไปรอบๆ กำลังชมเมือง

388
00:19:13,840 --> 00:19:16,160
แต่ประมาณ 11 โมง
เป็นเพราะเจ็ตแล็ก เราเลยหิว

389
00:19:16,240 --> 00:19:18,040
เราคิดว่า "เราต้องกินมื้อเที่ยง"

390
00:19:18,120 --> 00:19:20,240
แล้วเราก็เจอร้านอาหารที่เปิดตอน 11 โมง

391
00:19:20,320 --> 00:19:23,760
แน่นอนว่าไม่มีคน
ซึ่งผมคิดว่าเป็นร้านที่ดีมาก ไม่มีลูกค้า

392
00:19:24,280 --> 00:19:27,360
เรานั่งข้างหน้าต่าง เรากำลังมองออกไปที่อ่าว

393
00:19:27,440 --> 00:19:30,360
มีสิงโตทะเลลอยตุ๊บป่องอยู่แถวนั้น
แล้วก็มีนกกระทุงบินลงมา

394
00:19:30,440 --> 00:19:33,160
พนักงานเสิร์ฟเอาอาหารมาเสิร์ฟ โอ้ มัน…

395
00:19:33,240 --> 00:19:36,720
แล้วจู่ๆ ในความสงบและสมบูรณ์แบบนั้น

396
00:19:36,800 --> 00:19:39,600
พนักงานเก็บจานเดินออกมาจากประตูห้องครัว

397
00:19:39,680 --> 00:19:42,880
แล้วเขาก็ยืนอยู่ในร้านอาหารที่ไม่มีลูกค้านี้
แล้วเขาก็…

398
00:19:48,600 --> 00:19:51,280
ผมมองเขา ผมมองเจน

399
00:19:51,360 --> 00:19:53,200
เจนไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ เธอพูดแค่

400
00:19:53,280 --> 00:19:54,520
"เราทำอะไรไม่ได้"

401
00:19:58,040 --> 00:19:59,120
ผมเลยตัวคนเดียว

402
00:19:59,200 --> 00:20:01,800
แล้วเหงื่อก็เริ่มตก ผมเหงื่อแตก

403
00:20:01,880 --> 00:20:05,160
ผมบอก "โอเค เดี๋ยวเขาทำอีกแน่"
แน่นอน เขา… แบบนั้น

404
00:20:05,240 --> 00:20:07,840
ผมเอาส้อมกระแทกจานอย่างแรง
แล้วก็มองหน้าเขา

405
00:20:07,920 --> 00:20:10,440
เจนบอก "เขาไม่รู้ว่าคุณจ้องหน้าเขาทำไม"

406
00:20:10,520 --> 00:20:12,400
ผมบอก "ผมอยากให้เขาถามว่า
'คุณโอเคไหม'"

407
00:20:12,480 --> 00:20:14,920
ผมจะบอก "ไม่เลย คุณทำแบบนั้นอยู่ได้"

408
00:20:15,600 --> 00:20:19,040
เจนบอก "ขอร้องล่ะ
เขาเป็นพนักงานเก็บจาน เขาทำงานอยู่

409
00:20:19,120 --> 00:20:20,320
กินให้เสร็จแล้วไปกันเถอะ"

410
00:20:20,400 --> 00:20:21,800
มื้ออาหารพังแล้วใช่ไหมล่ะ

411
00:20:22,320 --> 00:20:24,400
และผมไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลย

412
00:20:24,480 --> 00:20:27,760
นี่คือวิธีที่ผมผ่านสิบนาทีสุดท้าย
ของอาหารมื้อนั้นมาได้

413
00:20:27,840 --> 00:20:29,440
นี่เป็นเรื่องจริงนะครับ

414
00:20:29,520 --> 00:20:31,120
ผมกิน ทุกครั้งที่เขา…

415
00:20:31,200 --> 00:20:32,320
ผมจะแบบ "ไอ้หอก!"

416
00:20:39,120 --> 00:20:41,200
นั่นคือสิ่งที่คุณควรได้รับ

417
00:20:46,960 --> 00:20:50,040
ผมอยากให้โชว์นี้มีรสนิยมกว่านี้จริงๆ

418
00:20:51,080 --> 00:20:55,640
พูดจริงๆ นะ ผมว่านี่เป็นโชว์ที่จริงใจ
และเปิดเผยที่สุดของผมเลย

419
00:20:55,720 --> 00:20:58,640
ไม่ใช่แบบงานเอดินบะระฟรินจ์นะ เข้าใจใช่ไหม

420
00:20:58,720 --> 00:21:02,440
"โอ๊ย พ่อแม่ฉันตาย
ฉันก็เลยเป็นออทิสติก" ไม่มี…

421
00:21:03,680 --> 00:21:05,400
ไม่มีอะไรกากๆ แบบนั้น

422
00:21:06,480 --> 00:21:09,200
พ่อแม่ผมก็ตายไปแล้ว
แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้เป็นออทิสติก

423
00:21:09,280 --> 00:21:11,440
เพราะมีครั้งนึง มีคนยื่นรูบิกมาให้ผม

424
00:21:11,520 --> 00:21:13,560
แล้วผมก็ทิ้งแม่งลงถังขยะทันที

425
00:21:18,480 --> 00:21:20,720
ผมคิดว่านั่นคือบททดสอบ

426
00:21:24,000 --> 00:21:28,280
ไม่ครับ มันชื่อว่าหัวเราะให้ความตาย
แต่มันเป็นโชว์เชิงบวกนะ

427
00:21:28,360 --> 00:21:29,640
ผมคิดงั้นนะ และมัน…

428
00:21:29,720 --> 00:21:31,920
ผมอยากเล่าบางอย่างที่ผมได้เรียนรู้มา

429
00:21:32,000 --> 00:21:35,560
ว่าการเป็นผมในวัยนี้มันเป็นยังไง
เพราะผมเริ่มแก่แล้ว

430
00:21:35,640 --> 00:21:37,720
เห็นไหม เงียบกริบเป็นปีแรกเลย

431
00:21:37,800 --> 00:21:39,920
ก่อนหน้านี้คนจะบอกว่า "คุณไม่แก่หรอก"

432
00:21:40,000 --> 00:21:41,800
ตอนนี้พวกเขาบอก "เล่าต่อเลย"

433
00:21:41,880 --> 00:21:43,760
มันแบบ… ที่จริงพวกเขาทำให้มันแย่ลงอีก

434
00:21:43,840 --> 00:21:47,840
พวกเขาพูดว่า "ใช่ แต่ข้อดีของการแก่ก็คือ

435
00:21:47,920 --> 00:21:49,880
คุณไม่แคร์ว่าคนอื่นคิดยังไงกับคุณ"

436
00:21:50,400 --> 00:21:53,920
คุณควรแคร์นิดนึงนะ
เพราะการแคร์ว่าคนอื่นคิดกับเรายังไง

437
00:21:54,000 --> 00:21:56,920
คือสิ่งที่หยุดคุณ
ไม่ให้ขี้แตกใส่กางเกงแล้วเดินไปทั่ว

438
00:21:58,120 --> 00:21:59,480
"โอ้ ดูคุณตาสิ

439
00:21:59,560 --> 00:22:00,560
ดูสิ เขา…

440
00:22:01,120 --> 00:22:03,400
เขาไม่แคร์ว่าคนอื่นคิดยังไงกับเขา"

441
00:22:04,000 --> 00:22:06,920
ไม่เลย เขาชักว่าวที่งานแต่งงานนะ
เขาไม่แคร์หรอก

442
00:22:10,200 --> 00:22:12,520
แต่อย่างที่บอก มันเป็นโชว์เชิงบวก

443
00:22:12,600 --> 00:22:16,240
เพราะการแก่มันไม่ได้มีแต่ความหดหู่สิ้นหวังนะ
มันมีข้อดีและข้อเสียสำหรับการแก่

444
00:22:16,320 --> 00:22:19,160
มีจริงๆ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับการแก่

445
00:22:19,240 --> 00:22:21,200
อย่างเช่น ใช่ ตอนนี้มีโอกาสมากขึ้น

446
00:22:21,280 --> 00:22:24,120
ที่ผมจะหัวใจวาย
เส้นเลือดในสมองแตก เป็นมะเร็ง

447
00:22:24,200 --> 00:22:28,280
แต่ตอนนี้ก็มีโอกาสน้อยลงเยอะมาก
ที่ผมจะถูกข่มขืนในคุก

448
00:22:28,360 --> 00:22:29,520
ใช่ เห็นไหม

449
00:22:30,720 --> 00:22:34,360
ตอนผมยังหนุ่ม
ผมคิดว่า "เชี่ย ผมจะติดคุกไม่ได้เด็ดขาด

450
00:22:34,440 --> 00:22:36,640
ถ้าก้นสวยขนาดนี้"

451
00:22:37,160 --> 00:22:40,160
แต่ตอนนี้ ผมค่อนข้างมั่นใจ
ว่าจะไม่มีใครมายุ่งกับผม

452
00:22:40,240 --> 00:22:42,480
ผมเดินไปตามทางเดินในวันแรกของผม

453
00:22:42,560 --> 00:22:44,400
พร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ผิวปากไปด้วย

454
00:22:44,480 --> 00:22:47,720
ทุกคนจะมาเกาะลูกกรงแล้วแบบ…
เข้าใจใช่ไหม

455
00:22:48,320 --> 00:22:51,000
ผมจะใช้เวลาอาบน้ำได้ตามสบายเลย

456
00:22:53,480 --> 00:22:55,760
ไม่มีใครมองด้วยซ้ำ ไม่มีใครสนเลย ไม่มีเลย

457
00:22:56,800 --> 00:23:00,120
สิ่งที่อันตรายสุดสำหรับผมตอนนี้
ถ้าโก้งโค้งในห้องอาบน้ำในคุก

458
00:23:00,200 --> 00:23:02,200
คงเป็นอาการหลังเดี้ยง

459
00:23:02,280 --> 00:23:05,280
และทรุดลงไปกองกับพื้น
แล้วต้องมีคนช่วยอุ้มผมไปที่เตียงนอน

460
00:23:05,360 --> 00:23:07,760
ซึ่งเป็นเกย์จอมข่มขืนสองคน และพวกเขาก็

461
00:23:08,480 --> 00:23:09,840
วางผมลงทั้งที่เปลือยอยู่และไป

462
00:23:09,920 --> 00:23:12,200
ผมบอก "พวก ก่อนนายจะไป ไหล่ฉันเจ็บ

463
00:23:12,280 --> 00:23:14,320
พวกนายช่วย… สไลด์หนอนให้ทีได้ไหม"

464
00:23:14,840 --> 00:23:17,600
พวกเขาบอก "ไม่อะ"
ผมถาม "หมายความว่าไง 'ไม่'

465
00:23:17,680 --> 00:23:19,120
พวกนายเป็นเกย์จอมข่มขืนนะ"

466
00:23:19,200 --> 00:23:20,280
พวกเขาบอก

467
00:23:20,360 --> 00:23:21,680
"เราไม่ใช่ปีศาจ"

468
00:23:24,040 --> 00:23:27,720
ผมจะติดคุกอย่างมั่นใจมากขึ้น
เพราะผมมีเงินนิดหน่อย

469
00:23:27,800 --> 00:23:29,920
ผมว่าผมจ่ายเงินเพื่อหนีจากอันตรายได้

470
00:23:30,000 --> 00:23:33,520
เช่นวันแรกผมจะถามเลย
"ใครเป็นคนคุม ใครเป็นสมเด็จ"

471
00:23:33,600 --> 00:23:35,480
พวกเขาบอก "ชอปเปอร์ ฮาร์ริส ปีกดี"

472
00:23:35,560 --> 00:23:37,600
ผมเลยไปหาชอปเปอร์ ผมบอก "เอาละ"

473
00:23:37,680 --> 00:23:40,160
ผมบอก "เอาละ ฉันต้องติดคุกหนึ่งปี

474
00:23:40,240 --> 00:23:43,720
มีเงินหนึ่งล้านรอนายอยู่
ถ้านายดูแลอย่าให้ใครทำร้ายฉัน

475
00:23:43,800 --> 00:23:44,920
อย่าขโมยอาหารของฉัน

476
00:23:45,000 --> 00:23:47,080
อย่าให้ใครเอานิ้วมาแยงตูดฉันได้

477
00:23:51,120 --> 00:23:53,600
ผมไม่เคยพูดแบบนั้นมาก่อน ผมไม่เคย…

478
00:23:54,600 --> 00:23:58,000
ชอปเปอร์คงแบบว่า
"ในคุกไม่มีการเล้าโลมนะพวก"

479
00:24:03,080 --> 00:24:04,680
ผมอยู่ในวัยที่ผมดีใจ

480
00:24:04,760 --> 00:24:06,960
ที่เราไม่มีฮาโรลด์ ชิปแมนมาเคาะประตู

481
00:24:07,040 --> 00:24:08,200
เข้าใจที่พูดใช่ไหม

482
00:24:08,280 --> 00:24:11,560
พวกคุณยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่า
ฮาโรลด์ ชิปแมนคือใคร

483
00:24:11,640 --> 00:24:15,160
เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุมากที่สุดของเรา

484
00:24:15,240 --> 00:24:18,520
เขาฆ่าคนไป 300 คน
เขาฆ่าคนแก่ นั่นคือประเด็นของผม

485
00:24:18,600 --> 00:24:21,240
เขาคงจับตาดูผม
"ฉันจะให้เวลาเขาอีกสักสองสามปี"

486
00:24:21,320 --> 00:24:22,680
และเขาเป็นหมอด้วย

487
00:24:22,760 --> 00:24:25,240
แต่เหตุผลที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อเขา

488
00:24:25,320 --> 00:24:30,080
เพราะเขาไม่เคยอยู่ในรายชื่อ
ของฆาตกรต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุด

489
00:24:30,160 --> 00:24:32,760
ทั้งที่เขาเป็นคนนึงที่เลวร้ายที่สุดเลย

490
00:24:32,840 --> 00:24:35,600
แต่เขาไม่ได้ทำตัวเหมือนฆาตกรต่อเนื่อง

491
00:24:35,680 --> 00:24:37,600
เขาเป็นหมอทั่วไป เขาเป็นคนหัวเก่า

492
00:24:37,680 --> 00:24:39,960
เขาใส่เสื้อเชิ้ตผูกไท ใส่แจ็กเก็ตผ้าทวีด

493
00:24:40,040 --> 00:24:41,720
มีเครานิดหน่อย ใส่แว่นอันเล็กๆ

494
00:24:41,800 --> 00:24:42,920
เขาจะไปเยี่ยมคนไข้ที่บ้าน

495
00:24:43,000 --> 00:24:45,000
เขามักจะแวะไปเยี่ยมยายเอ็ดน่า อายุ 85

496
00:24:45,080 --> 00:24:48,000
"สบายดีไหม เอ็ดน่า" "ดีจ้า"
"ดื่มชาไหมครับ" "ดื่มจ้า"

497
00:24:48,080 --> 00:24:50,280
แล้วเขาจะชงชาอร่อยๆ ให้เอ็ดน่า

498
00:24:50,360 --> 00:24:53,160
แล้วเขาก็ใส่ยาโอปิออยด์
ในปริมาณถึงตายได้ลงไป

499
00:24:53,680 --> 00:24:56,200
แล้วเขาก็เอาชาให้เอ็ดน่า และดูเธอดื่มมัน

500
00:24:56,280 --> 00:24:59,240
จนนอนหลับตายไป แค่นั้นเอง

501
00:24:59,320 --> 00:25:00,920
เขาไม่ได้ช่วยตัวเองด้วยซ้ำ

502
00:25:01,920 --> 00:25:04,080
ใช่ เสียของเปล่าๆ ครับ ใช่

503
00:25:05,880 --> 00:25:07,920
คุณนี่ทุเรศได้ใจ

504
00:25:08,800 --> 00:25:09,800
นั่นมัน…

505
00:25:10,560 --> 00:25:11,800
และ

506
00:25:12,720 --> 00:25:15,120
พวกเขาคิดว่าเขาได้ไอเดียนี้มา
ตอนเขายังเด็ก

507
00:25:15,200 --> 00:25:17,280
ฮาโรลด์ ชิปแมน ฮาโรลด์ ชิปแมนน้อย

508
00:25:17,360 --> 00:25:20,720
เขาดูแม่เขาที่กำลังจะตาย
เพราะมะเร็งปอดได้รับมอร์ฟีน

509
00:25:20,800 --> 00:25:24,400
บางอย่างกระตุ้นในตัวเขา เขาคิดว่า
"โตขึ้นฉันจะเป็นหมอ และฉันจะทำแบบนี้"

510
00:25:24,480 --> 00:25:27,880
ไม่รู้ว่ามันแปลว่าเขาชอบวิธีที่มอร์ฟีน

511
00:25:27,960 --> 00:25:31,320
ทำให้แม่เขาไม่เจ็บปวดรึเปล่า
นี่ก็เลยเหมือนการการุณยฆาต

512
00:25:31,400 --> 00:25:34,200
แบบว่า… หวนคิดถึงความกรุณาน่ะ
หรือไม่ก็ตรงกันข้ามเลย

513
00:25:34,280 --> 00:25:37,120
เขาอิจฉาคนแก่ที่อายุยืนกว่าแม่ของเขา

514
00:25:37,200 --> 00:25:39,600
เขาเลยลงโทษพวกเขา
ผมไม่รู้ ไม่สำคัญหรอก

515
00:25:39,680 --> 00:25:42,320
ที่จริงมันก็สำคัญนะ เพราะถ้าคุณเข้าใจจริงๆ

516
00:25:42,400 --> 00:25:43,880
ว่าทำไมคนบางคนถึงทำแบบนั้น

517
00:25:43,960 --> 00:25:48,400
คุณอาจเห็นสัญญาณในอนาคต
และหยุดอาชญากรรมก่อนที่มันจะเกิดขึ้นได้

518
00:25:48,480 --> 00:25:51,040
ผมคิดแบบนั้น
เวลามีเหตุกราดยิงโรงเรียนในอเมริกา

519
00:25:51,120 --> 00:25:53,960
มันมักจะเป็นพวกอีโม ใช่ไหม ที่…

520
00:25:54,760 --> 00:25:57,360
เข้าไปในโรงเรียนอนุบาล
ฆ่าเด็กตัวเล็กๆ ประมาณ 30 คน

521
00:25:57,440 --> 00:25:59,000
หันปืนใส่ตัวเอง

522
00:25:59,080 --> 00:26:01,600
และพยานทุกคนก็พูดเหมือนเดิมตลอด

523
00:26:01,680 --> 00:26:04,280
บอกว่า "เขาเป็นคนสันโดษ เขานั่งหลังห้อง

524
00:26:04,360 --> 00:26:06,240
เขาขี้อาย เขาโดนบูลลี่"

525
00:26:06,320 --> 00:26:08,320
ไปรวบตัวไอ้พวกเวรนั่นมาเลยเหอะ

526
00:26:09,600 --> 00:26:10,800
เข้าใจที่พูดใช่ไหม

527
00:26:10,880 --> 00:26:15,440
แบบว่า เข้าไปในโรงเรียน
ดูว่าพวกบูลลี่ทำร้ายใคร

528
00:26:15,520 --> 00:26:17,560
ไปบอก "เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง ขอบใจนะ"

529
00:26:18,440 --> 00:26:23,120
และลากไอ้เบื๊อกนั่นไปโรงเรียนดัดสันดาน
หรือคุก หรืออะไรสักอย่าง

530
00:26:23,200 --> 00:26:24,840
ไปหาจอมบูลลี่ "ไปหามาอีกนะ"

531
00:26:24,920 --> 00:26:26,360
เข้าใจใช่ไหม เขาทำได้…

532
00:26:26,880 --> 00:26:29,120
เขาทำได้ดีมากเลย จอมบูล…
เราต้องการจอม…

533
00:26:29,200 --> 00:26:31,760
พวกเขากำลังซ้อมมือสังหารเด็กในอนาคต

534
00:26:37,840 --> 00:26:40,840
คุณหมกมุ่นกับอาชญากรรมและการลงโทษ
เมื่อคุณอายุมากขึ้น

535
00:26:40,920 --> 00:26:42,520
ผมค่อนข้างสนใจมาตลอดเลย

536
00:26:42,600 --> 00:26:45,880
ผมเรียนปรัชญาที่มหาวิทยาลัย
และส่วนสำคัญของมันคือศีลธรรม

537
00:26:45,960 --> 00:26:48,560
และผมต่อต้านโทษประหารมาตลอด

538
00:26:48,640 --> 00:26:51,600
ผมเป็นหนุ่มเสรีนิยม
และผมต่อต้านโทษประหารชีวิตจริงๆ

539
00:26:51,680 --> 00:26:54,760
ตอนนี้ผมเป็นเสรีนิยมแก่ๆ
และผมก็ยังต่อต้านโทษประหารอยู่

540
00:26:54,840 --> 00:26:57,400
แต่ตอนนี้ผมชอบเวลามีคนถูกฆ่า

541
00:26:57,480 --> 00:26:59,400
เพราะทำสิ่งที่ไม่ควรทำในตอนนั้น

542
00:26:59,480 --> 00:27:04,040
อย่างเช่น คุณเห็นผู้ชายคนนึงในบราซิล
คลิปจับตัวประกันน่ะ

543
00:27:04,120 --> 00:27:06,120
เขาจับเด็กสาวคนนึงไว้ เขาเอาปืนจ่อหัวเธอ

544
00:27:06,200 --> 00:27:08,200
เขาบอก "แกจับฉันเป็นๆ ไม่ได้หรอก
ไอ้ตำรวจ"

545
00:27:08,280 --> 00:27:11,160
จากนั้นนักแม่นปืนก็ยิงกบาลเขา

546
00:27:11,800 --> 00:27:13,160
ผมชอบมาก

547
00:27:13,240 --> 00:27:15,120
หยุด ย้อนกลับ

548
00:27:17,360 --> 00:27:19,760
หรือตอนที่นักสู้วัวกระทิงถูกแทงจนตาย

549
00:27:19,840 --> 00:27:21,760
อันนั้นแหละ ผมชอบสุดเลย

550
00:27:22,280 --> 00:27:25,440
โดยเฉพาะตอนที่เขาวัวแทงก้นขึ้นไป

551
00:27:26,400 --> 00:27:28,360
ผมเรียกมันว่า "ฮวนตูดแหก"

552
00:27:30,680 --> 00:27:31,800
ขอบคุณครับ

553
00:27:31,880 --> 00:27:33,000
ไม่ อย่า

554
00:27:35,920 --> 00:27:38,800
หรือพวกคลิปที่ถ่ายจากนิวยอร์ก "ไร้กฎหมาย"

555
00:27:38,880 --> 00:27:42,400
คุณเห็นในไอจีและยูทูบ
คลิปที่คนถือไอโฟน

556
00:27:42,480 --> 00:27:45,760
มันมีคนนึง เขาปล้นร้านสะดวกซื้อเล็กๆ

557
00:27:45,840 --> 00:27:48,600
เขาใส่เสื้อมีฮู้ดและถือมีด
และเขากำลังขโมยเหล้า

558
00:27:48,680 --> 00:27:51,800
เขาไม่สนว่าโดนถ่ายคลิปอยู่
เขาจะหนีรอดไปได้

559
00:27:51,880 --> 00:27:56,400
จากนั้น จากด้านหลังเคาน์เตอร์
มีชายเกาหลีวัย 70 โผล่มา

560
00:27:56,480 --> 00:27:58,520
เขาใช้ไม้กวาดทุบไอ้หมอนั่นจนตาย

561
00:27:58,600 --> 00:28:00,400
ผมแม่งโคตรชอบเลย

562
00:28:00,480 --> 00:28:03,360
ผมนี่อยากเป็นศาลเตี้ยวัย 70 ปีจะแย่อยู่แล้ว

563
00:28:03,440 --> 00:28:06,400
จะเดินไปรอบๆ แฮมป์สเตดพร้อมไม้เท้าอันนึง

564
00:28:06,480 --> 00:28:08,640
โอ้ แต่มันคือดาบ

565
00:28:09,760 --> 00:28:13,200
ผมจะทาไม้เท้าด้วยสีขาวด้วย
ให้ผมดูเปราะบางขึ้นไปอีก

566
00:28:13,720 --> 00:28:15,080
ใส่แว่นดำแบบนั้น

567
00:28:15,160 --> 00:28:16,360
ผมเห็นแก๊งวัยรุ่น

568
00:28:16,440 --> 00:28:19,400
ผมจะไปหาพวกเขาแล้วบอกว่า
"ขอโทษนะ ทุกคน

569
00:28:19,480 --> 00:28:21,400
รู้ไหมว่าร้านไนกี้อยู่ที่ไหน

570
00:28:21,480 --> 00:28:23,520
ฉันอยากซื้อแอร์จอร์แดนด้วยเงินสดนี่"

571
00:28:23,600 --> 00:28:26,080
แล้วพอพวกเขาจะขโมยเงินก็
"ไอ้พวกระยำตำบอน"

572
00:28:33,480 --> 00:28:35,480
แต่โทษประหารชีวิตไม่ใช่แบบนั้นใช่ไหมล่ะ

573
00:28:35,560 --> 00:28:36,840
มันไม่ใช่การป้องกันตัว

574
00:28:36,920 --> 00:28:40,480
มันไม่ใช่เพราะอารมณ์ชั่ววูบ
มันเป็นความยุติธรรมที่เย็นชา

575
00:28:40,560 --> 00:28:43,360
ไม่สำคัญหรอกว่าคุณทำอะไรลงไป
คุณอาจจะฆ่าคนก็ได้

576
00:28:43,440 --> 00:28:45,760
คุณไปขึ้นศาล พวกเขาตัดสินว่าคุณผิด

577
00:28:45,840 --> 00:28:47,240
พวกเขาให้คุณอยู่ในแดนประหาร

578
00:28:47,320 --> 00:28:49,840
บางครั้งก็สิบปี หรือ 15 ปี

579
00:28:49,920 --> 00:28:51,720
ซึ่งดูโหดร้ายเกินจำเป็น

580
00:28:51,800 --> 00:28:53,720
แล้วพวกเขาก็ฆ่าคุณต่อหน้าพยาน

581
00:28:53,800 --> 00:28:58,080
และมันมาจากไบเบิล "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน"

582
00:28:58,160 --> 00:29:01,680
รัฐบอกว่า "คุณฆ่าคน งั้นเราก็จะฆ่าคุณ"

583
00:29:01,760 --> 00:29:04,320
แต่ถ้าคุณข่มขืนและฆ่าใครสักคน

584
00:29:04,400 --> 00:29:06,280
คุณก็ยังแค่ถูกฆ่าตาย

585
00:29:08,840 --> 00:29:10,800
นั่นคือช่องโหว่ในกฎหมายไหมอะ
มันเหมือนกับ…

586
00:29:11,920 --> 00:29:13,680
ผมว่ามันเหมือนการเหยียดผู้หญิงนะ

587
00:29:13,760 --> 00:29:16,920
มันเหมือนกับผู้พิพากษาพูดว่า
"การข่มขืนน่ะฟรี แต่เราจะ…"

588
00:29:17,760 --> 00:29:20,360
ผมอยากให้ผู้พิพากษาพูดว่า
"คุณข่มขืนและฆ่าคน

589
00:29:20,440 --> 00:29:23,880
ดังนั้นคุณจะถูกพาตัวจากที่นี่
ไปยังสถานที่หนึ่งที่คุณจะถูกแขวนคอ

590
00:29:23,960 --> 00:29:25,160
และถูกข่มขืน"

591
00:29:25,240 --> 00:29:27,320
"ฮะ พร้อมกันเลยเหรอ" "ใช่"

592
00:29:27,400 --> 00:29:30,280
"เรามีอาสาสมัครพร้อมดิลโด้เพียบเลย"

593
00:29:30,800 --> 00:29:32,600
เพราะงั้นเขาจะลงมาแบบนี้ และ…

594
00:29:33,200 --> 00:29:35,320
"ไปให้พ้น"

595
00:29:35,400 --> 00:29:37,640
"ไอ้ห่าราก"

596
00:29:39,800 --> 00:29:40,840
"โอเค เขาตายแล้ว"

597
00:29:40,920 --> 00:29:42,280
"ใช่ ผมรู้"

598
00:29:53,240 --> 00:29:54,400
อาจจะดีก็ได้นะ

599
00:29:55,680 --> 00:29:58,280
แต่ยิ่งคุณอายุมากขึ้น คุณก็จะยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น

600
00:29:58,360 --> 00:30:00,600
ไม่ใช่แค่ผมนะ มันจะเกิดขึ้นกับพวกคุณทุกคน

601
00:30:00,680 --> 00:30:02,640
ยิ่งคุณอายุมากขึ้น คุณก็เห็นอะไรๆ มากขึ้น

602
00:30:02,720 --> 00:30:05,480
แล้วคุณก็แบบ "แม่งเอ๊ย แบบนี้อีกแล้ว"

603
00:30:05,560 --> 00:30:07,120
และคุณก็ยิ่งแบกภาระไว้มากขึ้น

604
00:30:07,200 --> 00:30:10,280
และยิ่งคุณแก่ คุณก็ยิ่งอ่อนแอลง ภาระก็ยิ่งหนักขึ้น

605
00:30:10,360 --> 00:30:12,120
แล้วคุณก็แบบ "โอ้ พระเจ้า อีกแล้ว"

606
00:30:12,200 --> 00:30:14,560
สมัยนี้คุณตายไม่ได้ เข้าใจใช่ไหม

607
00:30:14,640 --> 00:30:16,640
คุณบอก "โอ้ ขอบคุณพระเจ้า ฉันกำลังจะตาย"

608
00:30:16,720 --> 00:30:18,680
"อ้าวเชี่ย ฉันฟื้นอีกแล้ว" เข้าใจใช่ไหม

609
00:30:19,360 --> 00:30:22,360
พวกเขาปลูกถ่ายอวัยวะได้ทุกส่วนแล้ว
อะไรก็ตามที่มี…

610
00:30:22,440 --> 00:30:23,840
ปลูกถ่ายอวัยวะทุกส่วนเลย

611
00:30:23,920 --> 00:30:27,000
ไม่ใช่สมอง อันนั้นจะไม่สมเหตุสมผล
คุณคือสมองของคุณ

612
00:30:27,080 --> 00:30:29,520
เพราะงั้นมันก็คือ
การปลูกถ่ายทุกอย่างที่เหลือนั่นแหละ

613
00:30:29,600 --> 00:30:30,960
แต่ผมจะเอาด้วยแน่นอน

614
00:30:31,040 --> 00:30:33,360
ผมไม่สนร่างนี้หรอก
มันก็แค่ไว้พาสมองผมไปโน่นมานี่

615
00:30:33,440 --> 00:30:36,440
ถ้าผมบริจาคเงินล้านปอนด์
ให้วงการวิทยาศาสตร์ได้ พอผมตาย…

616
00:30:36,520 --> 00:30:40,480
สมมติว่าผมตาย ร่างกายผมถูกบดขยี้
ตายทันที แต่หัวผมยังเหมือนเดิม

617
00:30:40,560 --> 00:30:42,640
พวกเขาเอาไปไว้บนน้ำแข็ง รอผู้บริจาคร่างกาย

618
00:30:42,720 --> 00:30:44,840
มีคนจนบางคนโดนทุบหัวแบะ

619
00:30:44,920 --> 00:30:48,120
เอาหัวผมไปวางบนตัวเขา
แล้วผมก็คืนชีพ ใช่ไหม

620
00:30:48,640 --> 00:30:52,120
ตามสถิติแล้ว จู๋ผมจะใหญ่ขึ้นด้วย

621
00:30:53,360 --> 00:30:55,960
โอกาสเป็นของผมแน่นอน เชื่อผมสิ

622
00:30:56,600 --> 00:30:59,960
ผมตื่นขึ้นมาในอนาคต ผมเห็นแผลเป็น
แล้วผมบอก "โอ้ ใช้ได้เลยแฮะ"

623
00:31:00,040 --> 00:31:03,600
ผมแบบ "โอ้" "คุณอยากจู๋ใหญ่มานานแล้ว"
ผมบอก "ใช่ ผมอยากจู๋ใหญ่มานานแล้ว"

624
00:31:03,680 --> 00:31:06,200
ผมบอก "มามีเวลาส่วนตัวกันหน่อยดีไหม"

625
00:31:06,280 --> 00:31:07,960
แล้วผมก็เริ่ม แต่ทุกครั้งที่ผมมองลงไป

626
00:31:08,040 --> 00:31:09,880
ผมแบบ "มันไม่ใช่จู๋ฉัน" นึกออกไหม

627
00:31:10,640 --> 00:31:12,880
ผมแบบ "โอ้ นี่ไม่ใช่จู๋ฉัน"

628
00:31:13,520 --> 00:31:15,280
"โอ้ นี่ไม่ใช่จู๋ฉัน"

629
00:31:15,360 --> 00:31:17,880
ไม่ใช่มือผมด้วยเหมือนกัน
ชักต่อเถอะ นึกออกไหม

630
00:31:23,720 --> 00:31:27,440
ผมไปให้สัมภาษณ์มาเมื่อไม่นานมานี้
ผมว่านักข่าวไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่

631
00:31:27,520 --> 00:31:30,200
เขาถามคำถามนี้กับผม ผมคิดว่ามันหยาบคาย

632
00:31:30,280 --> 00:31:32,680
ผมเลยตอบไปแบบมั่วๆ

633
00:31:32,760 --> 00:31:36,360
เขาถามว่า "แล้วคุณวางแผน
งานศพของตัวเองไว้ยังไงบ้าง"

634
00:31:36,440 --> 00:31:40,360
ผมตอบว่า "อ๋อ ผมอยากเป็นอาหาร
ให้กับสิงโตที่สวนสัตว์ลอนดอน"

635
00:31:40,440 --> 00:31:42,560
เขาแบบ "จริงเหรอ" ผมบอก "จริง"

636
00:31:42,640 --> 00:31:44,880
ผมอยากให้คนดูแลสวนสัตว์

637
00:31:44,960 --> 00:31:48,360
เอาศพผมที่ทั้งใหญ่ อ้วน เปลือย
แล้วก็ขึ้นอืดใส่รถเข็นออกไป

638
00:31:48,880 --> 00:31:51,360
เอาไปทิ้งในถ้ำสิงโต แบบนั้น

639
00:31:51,440 --> 00:31:54,760
พวกนักท่องเที่ยวจะแบบ
"นั่นคนจากเรื่องดิออฟฟิศรึเปล่า" แบบนั้น

640
00:31:55,840 --> 00:31:58,800
แล้วสิงโตตัวใหญ่สองตัวก็ออกมา แล้วก็กินผม

641
00:31:58,880 --> 00:32:01,920
และสิงโตเนี่ย มันจะเริ่มกิน
ชิ้นส่วนที่อ่อนนุ่มของร่างกายก่อน

642
00:32:02,000 --> 00:32:03,440
เพื่อจะแหวกเข้าไปในซี่โครง

643
00:32:03,520 --> 00:32:07,520
เพราะงั้นมันคงกัดไข่คนละข้าง
เพราะมันกัดได้ง่ายที่สุด…

644
00:32:07,600 --> 00:32:09,920
ถึงตอนนั้น ไข่ผมคงจะห่างกันประมาณเกือบเมตร

645
00:32:10,000 --> 00:32:11,040
ดังนั้นมันจะง่าย…

646
00:32:11,120 --> 00:32:13,120
พวกมันจะเริ่มกินเข้ามาที่ตัวผม

647
00:32:13,200 --> 00:32:17,040
เหมือนเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบ
เป็นอะไรที่… โรแมนติกมาก

648
00:32:18,920 --> 00:32:21,040
ผมตอบไปแบบนั้น แค่ขำๆ
แต่เขาเชื่อผมสุดๆ เลย

649
00:32:21,120 --> 00:32:23,400
เชื่อขนาดที่ว่าตอนที่เขาเขียนบทความ

650
00:32:23,480 --> 00:32:26,320
เขาโทรไปสวนสัตว์ลอนดอน
และถามพวกเขาว่าทำแบบนั้นได้ไหม

651
00:32:26,400 --> 00:32:29,480
สวนสัตว์ตอบว่า "ไม่ได้อย่างแน่นอนครับ"

652
00:32:29,560 --> 00:32:33,160
ดังนั้นพอบทความออกมา พาดหัวคือ

653
00:32:33,240 --> 00:32:37,200
"สวนสัตว์ลอนดอนปฏิเสธคำขอของริคกี้
ที่จะเป็นอาหารให้สิงโต"

654
00:32:37,720 --> 00:32:40,200
เหมือนผมแม่งเป็นไอ้โรคจิต

655
00:32:40,920 --> 00:32:43,880
ประเด็นของผมคือ
เรากังวลเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากตายไปแล้วไม่ได้

656
00:32:43,960 --> 00:32:45,560
ปล่อยให้คนอื่นกังวลเรื่องนั้นเถอะ

657
00:32:45,640 --> 00:32:47,520
คุณตายแล้ว คุณทำหน้าที่เสร็จแล้ว

658
00:32:47,600 --> 00:32:51,200
ผมรู้จักบางคนที่เครียดจริงๆ ว่า
จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากพวกเขาตายไป

659
00:32:51,280 --> 00:32:52,400
พวกที่เคร่งศาสนาน่ะ

660
00:32:52,480 --> 00:32:55,000
และพวกเขาเชื่อเรื่องสวรรค์และนรกพวกนั้น

661
00:32:55,080 --> 00:32:58,480
ตอนนี้พวกเขาเลยเริ่มจะแบบ
"ฉันทำดีพอหรือยัง"

662
00:32:58,560 --> 00:33:01,960
"สวรรค์น่ะดีเยี่ยม แต่นรกล่ะ
ให้ตายสิ ถ้าฉันตกนรกล่ะ"

663
00:33:02,040 --> 00:33:05,320
และผมบอก "ไม่มีนรกหรอก
มันเป็นเรื่องที่แต่งมาหลอกเด็ก"

664
00:33:05,400 --> 00:33:10,120
หนังสยองขวัญเรื่องโปรดตลอดกาลของผม
ยังคงเป็นหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์เวอร์ชั่นแรก

665
00:33:10,200 --> 00:33:13,320
ครั้งแรกที่ผมดูจากวิดีโอ ผมอึ้งมาก

666
00:33:13,400 --> 00:33:15,720
ผมดูอีกรอบทันทีเลย ผมชอบมาก

667
00:33:15,800 --> 00:33:18,400
มันมีอยู่ช่วงนึงที่เขาตั้งใจให้สะเทือนใจมากๆ

668
00:33:18,480 --> 00:33:21,000
และผมขำในครั้งแรกที่ผมดู

669
00:33:21,080 --> 00:33:25,160
เพราะหนังทำให้ปีศาจดูงี่เง่าและเหมือนเด็ก

670
00:33:25,240 --> 00:33:28,040
คุณรู้จักฉากนั้นแหละ สาวน้อยถูกปีศาจเข้าสิง

671
00:33:28,120 --> 00:33:29,520
พวกเขาทำพิธีไล่ผี

672
00:33:29,600 --> 00:33:32,240
พวกเขาสาดน้ำมนต์ใส่เธอ เธอก็ขู่ฟ่อๆ

673
00:33:32,320 --> 00:33:34,520
พวกเขาพูดว่า
"พลังของพระคริสต์สั่งให้เจ้าออกไป"

674
00:33:34,600 --> 00:33:36,320
"พลังของพระคริสต์สั่งให้เจ้าออกไป"

675
00:33:36,400 --> 00:33:40,360
แล้วพอถึงจุดนึง ปีศาจก็ทำให้เธอหมุนหัว
แล้วทำให้เธอพูดว่า

676
00:33:40,440 --> 00:33:42,920
"แม่แกดูดกระปู๋อยู่ในนรก"

677
00:33:44,600 --> 00:33:47,000
และผู้ชายคนนั้นเสียใจมาก

678
00:33:47,080 --> 00:33:51,240
เขาแบบ… เพราะเขากำลังคิดว่า
"โอ้ นั่นคือปีศาจจริงๆ

679
00:33:51,320 --> 00:33:52,680
เพราะงั้นมันรู้ มันคือเรื่องจริง"

680
00:33:52,760 --> 00:33:55,440
"แม่ที่น่าสงสารของฉันดูดกระปู๋อยู่ในนรก"

681
00:33:56,800 --> 00:34:01,120
ถ้านักวิทยาศาสตร์เจอปีศาจจริงๆ
ผมคิดผิดเลยนะ พวกเขาเจอปีศาจร้าย

682
00:34:01,200 --> 00:34:03,960
พวกเขาทดสอบมัน มีผู้เชี่ยวชาญตรวจทานแล้ว

683
00:34:04,040 --> 00:34:06,160
ได้รางวัลโนเบลแม่งทุกสาขาเลย

684
00:34:06,240 --> 00:34:09,320
เพราะมันจะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

685
00:34:09,400 --> 00:34:11,800
และผมจะดูวิทยาศาสตร์ ผมคงทึ่งมาก

686
00:34:11,880 --> 00:34:15,720
แต่ผมบอก "คุณต้องยึดตามหลักวิทยาศาสตร์
ดังนั้นใช่ ผมเชื่อเรื่องปีศาจ"

687
00:34:15,800 --> 00:34:19,160
มันไม่ใช่ความเชื่อด้วยซ้ำ
มันจะเป็นความรู้ ผมอยากเจอมัน

688
00:34:19,240 --> 00:34:23,480
ถ้าปีศาจมีอยู่จริง ผมอยากเห็นมันเองกับ…

689
00:34:23,560 --> 00:34:26,520
ตราบใดที่ผมปลอดภัยนะ
ผมไม่รู้ว่าเราจะปลอดภัยจากปีศาจได้ยังไง

690
00:34:26,600 --> 00:34:29,440
แต่ถ้ามันมีอยู่จริง เราจะรู้ใช่ไหม เราจะ…

691
00:34:29,520 --> 00:34:31,240
เช่น แวมไพร์เป็นอมตะ

692
00:34:31,320 --> 00:34:33,480
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่ากระเทียมเล่นงานพวกมันได้

693
00:34:33,560 --> 00:34:35,760
ดังนั้นเราจะค้นพบอะไรบางอย่าง

694
00:34:35,840 --> 00:34:38,680
อย่างถ้าเราเอาปีศาจไปขังในกรง
แล้วปักพาร์สลีย์ไว้ข้างบนก้านนึง

695
00:34:38,760 --> 00:34:40,760
มันจะอ่อนแอหรืออะไรสักอย่าง

696
00:34:40,840 --> 00:34:43,400
และผมจะได้เจอปีศาจ และผมจะถาม…

697
00:34:43,480 --> 00:34:46,400
มันจะอยู่ตรงนั้น ผมจะถาม
"นายคือปีศาจใช่ไหม" มันจะตอบ "ใช่"

698
00:34:46,480 --> 00:34:48,320
แล้วมันก็จะพยายามทำร้ายความรู้สึกผม

699
00:34:48,400 --> 00:34:50,160
แล้วมันทำได้ดีที่สุดแค่นั้นเหรอ

700
00:34:50,240 --> 00:34:52,000
แล้วมันก็แบบ "ริค" ผมก็แบบ "อะไร"

701
00:34:52,080 --> 00:34:54,520
มันบอก "แม่แกดูดกระปู๋อยู่ในนรก"

702
00:34:54,600 --> 00:34:57,280
ผมบอก "ฮึ ฉันไม่แคร์"

703
00:34:57,360 --> 00:34:58,880
หนึ่ง เธอตายไปแล้ว

704
00:34:58,960 --> 00:35:00,880
สอง เธอชอบเพศตรงข้าม

705
00:35:00,960 --> 00:35:03,520
สาม เธอไม่เคยใส่ฟันปลอมเลย
ในช่วงบั้นปลายชีวิต

706
00:35:03,600 --> 00:35:04,640
ดังนั้น… ไม่

707
00:35:05,520 --> 00:35:06,960
แต่มันคือนรกนะ

708
00:35:07,040 --> 00:35:09,640
คิดถึงเรื่องแย่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้สิ

709
00:35:09,720 --> 00:35:12,280
ถูกข่มขืนด้วยเหล็กแหลมแดงร้อนจี๋
โดนหนูกินตา

710
00:35:12,360 --> 00:35:14,440
แม่ผมได้ทำหน้าที่ดูดกระปู๋นะ
สู้ๆ สาวน้อย

711
00:35:14,520 --> 00:35:16,080
มันต้อง… มัน…

712
00:35:16,880 --> 00:35:19,760
มันต้องเป็นหนึ่งในงานที่ดีกว่างานอื่น
ในนรกแน่นอน

713
00:35:19,840 --> 00:35:21,960
มันเหมือนกับ… เป็นงานที่แย่บนโลกนะ

714
00:35:22,040 --> 00:35:23,960
ชีวิตนี้ผมไม่เคยดูดกระปู๋ จะไม่มีวันทำ

715
00:35:24,040 --> 00:35:27,120
แต่ถ้าผมตาย แล้วตื่นขึ้น…
"เชี่ย ฉันอยู่ในนรก"

716
00:35:27,200 --> 00:35:28,280
ถูกทรมานไปตลอดกาล

717
00:35:28,360 --> 00:35:30,680
ผมเห็นกระปู๋อันแรก
ผมจะบอกว่า "เดี๋ยวผมจัดให้"

718
00:35:32,480 --> 00:35:34,680
"ไม่มีปัญหา"

719
00:35:35,880 --> 00:35:38,280
ผมจะมองไปรอบๆ เห็นคนถูกถลกหนังทั้งเป็น

720
00:35:38,360 --> 00:35:39,520
ผมแบบ… ผมดูดรัวๆ เลย

721
00:35:39,600 --> 00:35:42,040
ผมแม่ง… แบบนั้น ผม…

722
00:35:42,120 --> 00:35:46,040
ผมจะมองไปที่ปีศาจแล้วพูดว่า
"ฉันทำได้ดีมาก ไว้ใจฉันได้"

723
00:35:48,160 --> 00:35:49,120
และ…

724
00:35:50,960 --> 00:35:54,200
มีปีศาจถือคลิปบอร์ด
ดูสับสนนิดหน่อย กำลังคิดว่า

725
00:35:54,280 --> 00:35:57,240
"ไม่เคยมีใครตรงไปที่กระปู๋เลย แต่…"

726
00:35:57,320 --> 00:35:59,440
แล้วมันก็พูดว่า "โอเค ทำต่อไป"

727
00:35:59,520 --> 00:36:00,440
ผมก็จะ… แบบนั้น

728
00:36:00,520 --> 00:36:01,760
แล้วถ้าต่อมามันบอก

729
00:36:01,840 --> 00:36:03,520
"ฉันนึกว่านายต้องโดนเหล็กร้อนจี้นะ"

730
00:36:03,600 --> 00:36:05,000
ผมบอก "เชี่ย ฉันเกือบ…"

731
00:36:10,120 --> 00:36:12,000
"ฉันเกือบโดนเหล็กร้อนแทงแล้ว"

732
00:36:16,200 --> 00:36:19,240
ใครกันที่โดนดูดกระปู๋ในนรก
นั่นแหละที่ผมอยากรู้

733
00:36:19,320 --> 00:36:22,480
เพราะเราไปที่นั่นเพื่อรับการลงโทษ
แต่นั่นมันเหมือนได้รางวัลนะ

734
00:36:22,560 --> 00:36:26,480
มันเหมือนกับว่าผมจะอยู่ที่นั่น รู้สึกชิลๆ

735
00:36:26,560 --> 00:36:28,040
คิดว่า "นี่มันเจ๋งดี"

736
00:36:28,120 --> 00:36:29,880
ไม่เจ๋งหรอก แต่ผมจะ…

737
00:36:31,080 --> 00:36:32,520
แต่ปีศาจมันเป็นจอมลวงโลก

738
00:36:32,600 --> 00:36:35,280
วันนึงผมจะถามว่า "อยากรู้จังว่านี่กระปู๋ใคร"
แล้วก็เงยหน้าขึ้น

739
00:36:35,360 --> 00:36:37,120
"อ้อ ของไอ้ฮิตเลอร์นี่เอง"

740
00:36:38,560 --> 00:36:41,520
"ฉันแม่งดูดกระปู๋ของฮิตเลอร์อยู่"

741
00:36:42,040 --> 00:36:44,600
เรื่องแบบนี้ทำในที่สาธารณะได้ยังไง

742
00:36:44,680 --> 00:36:46,200
เพราะว่า

743
00:36:46,280 --> 00:36:49,760
ถ้าผมตามพวกคุณคนนึงกลับบ้านไปคืนนี้
และตะโกนผ่านตู้จดหมายคุณว่า

744
00:36:49,840 --> 00:36:51,880
"ไปดูดกระปู๋ฮิตเลอร์ในนรกซะ"

745
00:36:51,960 --> 00:36:53,080
คุณโทรแจ้งตำรวจแน่

746
00:36:53,160 --> 00:36:56,400
แต่คุณดันจ่ายตังค์เพื่อมาฟังผมพูดเรื่องพวกนี้

747
00:36:57,000 --> 00:36:58,280
ให้ตายสิวะ

748
00:37:09,560 --> 00:37:12,760
ผมจะบอกให้ว่าอะไรเป็นที่นิยมมาก
ในอังกฤษตอนนี้

749
00:37:12,840 --> 00:37:15,640
และในอเมริกาด้วย โดยเฉพาะแคลิฟอร์เนีย

750
00:37:15,720 --> 00:37:17,200
ภาวะป่วยทางจิตครับ

751
00:37:17,280 --> 00:37:19,400
มันเป็นที่นิยมมาก เป็นที่นิยมสุดๆ เลย

752
00:37:19,480 --> 00:37:23,360
สมัยผมเรียนหนังสือ ถ้าคุณไม่โง่ก็ฉลาด

753
00:37:23,440 --> 00:37:25,400
ปกติดีหรือป่วยจิต ใช่ไหม

754
00:37:25,920 --> 00:37:29,200
ตอนนี้มีภาวะป่วยทางจิตใหม่ๆ เป็นพันเลย

755
00:37:29,280 --> 00:37:31,920
และมันเคยเป็นตราบาป
คนจะพูดว่า "ฉันไม่ได้เป็นโรคจิต"

756
00:37:32,000 --> 00:37:33,560
เดี๋ยวนี้คนพูดว่า "ฉันเป็นโรคจิต"

757
00:37:33,640 --> 00:37:35,120
พวกเขาอยาก… "ฉันเป็นโรคจิต"

758
00:37:35,200 --> 00:37:38,440
เหมือนว่าทุกคนที่ผมรู้จักในวงการสื่อ
เป็นโรคสมาธิสั้น

759
00:37:38,520 --> 00:37:41,360
พวกเขาบอก "ผมสมาธิสั้น" "ผมสมาธิสั้น"
"ใช่ ผมด้วย ผมสมาธิสั้น"

760
00:37:41,440 --> 00:37:42,920
"ตรวจรึยัง" "ห้ารอบแล้ว"

761
00:37:43,000 --> 00:37:45,920
"ผ่านในรอบที่ห้า" "โอ้ เยี่ยมมาก" ใช่ไหม

762
00:37:46,440 --> 00:37:48,560
และมันแบบว่า… พวกเขา…

763
00:37:48,640 --> 00:37:50,200
"ฉันกำลังแต่งเพลงเกี่ยวกับเรื่องนี้"

764
00:37:50,280 --> 00:37:52,840
"ฉันเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่"
"โอ้ ทำดีมาก ใช่"

765
00:37:52,920 --> 00:37:56,320
และพวกเขาโม้เรื่องนี้
พวกเขาใส่ไว้ในประวัติการทำงาน และใน…

766
00:37:56,400 --> 00:37:57,640
มี "ความผิดปกติ" อยู่ในนั้น

767
00:37:57,720 --> 00:38:00,200
เราเริ่มโม้ว่ามีความผิดปกติตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

768
00:38:00,280 --> 00:38:03,200
เมื่อ 20 ปีก่อนนะ
ไม่มีทางที่คุณจะได้รับนามบัตร

769
00:38:03,280 --> 00:38:05,920
แล้วมันเขียนว่า "รอน ไพก์ มีหูดรอบตูด" หรอก

770
00:38:06,000 --> 00:38:07,040
รู้ไหม แค่…

771
00:38:08,480 --> 00:38:09,440
เก็บเป็นความลับเถอะ

772
00:38:09,520 --> 00:38:10,560
ไม่มีใครสนใจหรอก

773
00:38:11,520 --> 00:38:16,600
ผมคิดว่าโรคระบาดใหม่ในหมู่วัยรุ่น
คงจะเป็นความกลัวและความวิตกกังวล

774
00:38:16,680 --> 00:38:20,120
เพราะตอนนี้เรามีคนทั้งรุ่น
ที่เติบโตมาพร้อมกับโซเชียลมีเดีย

775
00:38:20,200 --> 00:38:22,560
ความพอใจที่ได้ในทันที ไม่ได้สร้างนิสัยที่ดี

776
00:38:22,640 --> 00:38:25,960
พวกเขาเข้าสังคมไม่เป็น
ไม่สามารถเผชิญหน้ากับผู้คนได้

777
00:38:26,040 --> 00:38:28,720
พวกเขาชินกับการซ่อนตัว
อยู่หลังตัวตนปลอมและรูปอวาตาร์

778
00:38:28,800 --> 00:38:31,960
และตอนนี้พวกเขามีครูและพ่อแม่
ที่ทำให้พวกเขาป่วยทางจิต

779
00:38:32,040 --> 00:38:34,080
แทนที่จะพยายามดึงพวกเขาออกมาจากมัน

780
00:38:34,160 --> 00:38:37,800
พวกเขากลัวสิ่งที่ตัวเองเคยรัก
พวกเขากังวลเรื่องอินเทอร์เน็ตและเอไอ

781
00:38:37,880 --> 00:38:40,440
คนหนุ่มสาวกังวลเรื่องปัญญาประดิษฐ์

782
00:38:40,520 --> 00:38:42,160
และผมพูดถึงเอไอแบบนี้

783
00:38:42,240 --> 00:38:45,480
ถ้ามันเริ่มกลายเป็นภาระ ก็ปิดมันซะ ถูกไหม

784
00:38:46,000 --> 00:38:47,560
เหมือนที่เราทำกับยาย

785
00:38:48,040 --> 00:38:49,120
และ…

786
00:38:54,520 --> 00:38:57,400
อีกเรื่องที่วัยรุ่นกลัวกันมากคือ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

787
00:38:57,480 --> 00:39:00,280
พวกเขากังวลเรื่องภาวะโลกร้อนจริงๆ

788
00:39:00,360 --> 00:39:03,160
ผมลองหาข้อมูลดู
และถ้าแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกละลายหมด

789
00:39:03,240 --> 00:39:06,160
ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น
ประมาณ 60 เมตรรอบโลก

790
00:39:06,240 --> 00:39:08,720
ดังนั้นพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้งหมด
จะได้รับผลกระทบนิดหน่อย

791
00:39:08,800 --> 00:39:11,480
แต่หายนะที่แท้จริง การสูญเสียชีวิตที่แท้จริง

792
00:39:11,560 --> 00:39:14,440
จะไปอยู่ในที่ต่างๆ อย่างจีนและอินเดีย

793
00:39:14,520 --> 00:39:16,080
เพราะงั้นอย่าเครียด มัน…

794
00:39:18,760 --> 00:39:19,760
ไม่เป็นไร

795
00:39:21,080 --> 00:39:24,120
แต่เราทุกคนล้วนทุกข์ทรมาน
จากอาการป่วยทางจิตนิดหน่อย

796
00:39:24,200 --> 00:39:27,960
เราทุกคนมีแนวโน้มเป็นออทิสติกใช่ไหมล่ะ
เราย้ำคิดย้ำทำหรือสมาธิสั้นกันนิดหน่อย

797
00:39:28,040 --> 00:39:29,960
อย่างผมเป็นโรคคิดไปเองว่าป่วย

798
00:39:30,040 --> 00:39:32,440
ทุกเช้าผมตื่นขึ้นมาและคิดว่า "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"

799
00:39:32,520 --> 00:39:36,600
ผมแบบ "นี่อะไรเนี่ย
เมื่อวานยังไม่เป็นเลย มันคืออะไร"

800
00:39:36,680 --> 00:39:40,200
แล้วผมก็กูเกิ้ล ผมคิด "มันจะเป็น…"
แล้วผมก็ชอบมโนไปในทางแย่ที่สุดด้วย

801
00:39:40,280 --> 00:39:43,840
ผมเลยกูเกิ้ลดู
และห้าหกผลลัพธ์แรก ผมไม่เป็นไร

802
00:39:43,920 --> 00:39:46,240
มันบอกว่า "อาจเป็นความวิตกกังวล"
"ใช่ ก็เป็นได้"

803
00:39:46,320 --> 00:39:47,760
"นอนไม่พอ" "ใช่เลย"

804
00:39:47,840 --> 00:39:51,280
"ขาดเส้นใยอาหาร" "ฉันจะกินเพิ่ม"
"ขาดวิตามินบี" "ฉันจะหามา…"

805
00:39:51,360 --> 00:39:53,240
ผมดูไปเรื่อยๆ พอมันบอกว่า
"อาจเป็นมะเร็ง"

806
00:39:53,320 --> 00:39:56,360
ผมก็แบบ "เป็นมะเร็งแล้วละ" แบบนั้น

807
00:39:56,440 --> 00:40:00,360
พอผมออกมาจากห้องน้ำปุ๊บ ผมก็บอก
"เจน ผมว่าผมเป็นมะเร็งลำไส้"

808
00:40:00,440 --> 00:40:02,960
เธอบอก "เมื่อคืนเรากินบีทรูทกัน"
ผมบอก "อ้อ ใช่"

809
00:40:10,280 --> 00:40:13,640
ผมขอเล่าเรื่องจริงสองสามเรื่องปิดท้าย
แล้วกันนะครับ

810
00:40:15,160 --> 00:40:19,360
และอย่างที่บอก ผมคิดว่านี่เป็นโชว์
ที่จริงใจและเปิดเผยที่สุดเท่าที่ทำมา

811
00:40:19,440 --> 00:40:21,720
ผมเลยอยากพูดถึงเรื่องที่ผมไม่เคยพูดถึงมาก่อน

812
00:40:21,800 --> 00:40:22,640
และนั่นก็คือ

813
00:40:22,720 --> 00:40:24,440
การเผยให้คุณได้เห็นเบื้องหลังงาน

814
00:40:24,520 --> 00:40:26,160
ของงานลูกโลกทองคำ

815
00:40:26,240 --> 00:40:27,240
และ…

816
00:40:27,840 --> 00:40:29,360
ขอบคุณครับ ผม…

817
00:40:31,960 --> 00:40:34,600
ผมเป็นพิธีกรงานลูกโลกทองคำ
ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2020

818
00:40:34,680 --> 00:40:36,760
มันคือครั้งที่ห้าในช่วงระยะเวลาสิบปี

819
00:40:36,840 --> 00:40:39,200
ผมชอบมันมากขึ้นเรื่อยๆ ครั้งสุดท้ายผมชอบสุด

820
00:40:39,280 --> 00:40:42,000
เพราะโลกเปลี่ยนไปในสิบปีนั้น

821
00:40:42,080 --> 00:40:44,680
ครั้งแรกที่ผมเป็นพิธีกรคือประมาณปี 2010

822
00:40:44,760 --> 00:40:47,840
สื่ออเมริกา… พวกเขาโคตรเกลียดผมเลย

823
00:40:47,920 --> 00:40:51,840
"ไอ้คนอังกฤษน่ารำคาญนี่ใครกัน
ถึงมาดูถูกคนที่สำคัญที่สุดในโลก"

824
00:40:51,920 --> 00:40:55,880
แต่ครั้งสุดท้ายที่ผมเป็นพิธีกร
พวกเขาบอกว่า "เออ เอาเลย เล่นแม่งเลย"

825
00:40:57,360 --> 00:41:00,840
เพราะคนทั่วไปทั้งเบื่อและเหนื่อยหน่าย

826
00:41:00,920 --> 00:41:03,640
ที่ถูกมหาเศรษฐีพวกนี้สั่งสอน…

827
00:41:03,720 --> 00:41:05,240
มันไม่มีอะไรผิดหรอก พวก…

828
00:41:07,680 --> 00:41:09,160
ผู้ให้ความบันเทิงแบบเสรีนิยมพวกนี้

829
00:41:09,240 --> 00:41:11,520
บอกพวกเขาว่าต้องโหวตยังไง
และรีไซเคิลยังไง

830
00:41:11,600 --> 00:41:14,640
ทั้งที่ทุกคนรู้ว่าพวกนี้นั่งเครื่องบินเจ็ตฟรี
ไปที่เกาะใคร่เด็ก

831
00:41:14,720 --> 00:41:17,120
มันเลยตรงกับกระแสของยุคนั้นเต็มๆ

832
00:41:17,200 --> 00:41:20,440
แต่ข้อตกลงเหมือนเดิมเสมอ
ทุกครั้งที่พวกเขาถาม "อยากทำไหม" "อยากสิ"

833
00:41:20,520 --> 00:41:23,360
ผมบอก "แต่ผมจะเขียนมุกเองนะ"
ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

834
00:41:23,440 --> 00:41:26,160
"ผมจะเขียนมุกเองหมดเลย และผมจะไม่ซ้อม

835
00:41:26,240 --> 00:41:29,440
ดังนั้นคุณจะไม่ได้ยินมุกล่วงหน้า
และคุณจะยกเลิกอะไรไม่ได้เลย"

836
00:41:29,520 --> 00:41:30,880
และพวกเขายอมให้ผมทำแบบนั้น

837
00:41:30,960 --> 00:41:33,960
แต่ผมต้องเอามุกตลกให้ทนายดู
ก่อนงานเริ่มหนึ่งชั่วโมง

838
00:41:34,040 --> 00:41:36,840
เพื่อให้แน่ใจว่าผมไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
ซึ่งผมไม่เคยทำผิด เพราะผมรู้กฎหมาย

839
00:41:36,920 --> 00:41:40,640
บางครั้งทนายก็บอกว่า
"แน่ใจนะว่าอยากพูดแบบนั้น"

840
00:41:41,160 --> 00:41:43,720
ผมก็ถาม "ถูกกฎหมายไหม"
พวกเขาตอบ "ถูก ตามหลักนะ"

841
00:41:43,800 --> 00:41:44,960
ผมบอก "ก็จัดไปสิ"

842
00:41:45,480 --> 00:41:48,200
งานลูกโลกทองคำ
ไม่เคยห้ามผมไม่ให้เล่นมุกไหนเลยสักครั้ง

843
00:41:48,280 --> 00:41:50,120
นั่นก็บ่งบอกบางอย่างเกี่ยวกับพวกเขานะ

844
00:41:50,200 --> 00:41:53,080
ดังนั้น ยังไงก็ตาม… ขอบคุณครับ

845
00:41:55,880 --> 00:41:57,280
เมื่อครั้งล่าสุด พวกเขาบอก

846
00:41:57,360 --> 00:41:59,560
"ตอนนี้คุณต้องเจอทนายก่อนงานหนึ่งวันนะ"

847
00:41:59,640 --> 00:42:00,680
ผมบอก "โอเค เยี่ยม"

848
00:42:00,760 --> 00:42:03,240
แล้วพวกเขาก็ขับรถ
พาผมไปเบเวอร์ลีฮิลส์เซ็นเตอร์

849
00:42:03,320 --> 00:42:04,680
และพวกเขากำลังจัดเตรียมงาน

850
00:42:04,760 --> 00:42:07,080
รูปของดาราตัวท็อป
ก็วางอยู่บนเก้าอี้ของแต่ละคนแล้ว

851
00:42:07,160 --> 00:42:10,320
ผมแบบ "โอ้ นั่นแบรด นั่นลีโอ นั่นบ็อบ"
ทั้งหมดนี่ใช่ไหม

852
00:42:10,400 --> 00:42:15,160
แล้วการ์ดตัวโตก็พาผมไปห้องห้องนึง
เขาเปิดประตูแล้วก็ปิดหลังจากผมเข้าไป

853
00:42:15,240 --> 00:42:18,960
แล้วผมก็มองไป
ปรากฏว่ามีทนายในชุดสูทตั้งสิบคน

854
00:42:19,760 --> 00:42:22,720
ปกติจะมีแค่หญิงวัยกลางคน
ใส่เสื้อกันหนาวอยู่คนนึง

855
00:42:22,800 --> 00:42:25,560
แล้วผมก็คิด
"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย" ผมคิด…

856
00:42:25,640 --> 00:42:29,240
"เป็นเพราะครั้งล่าสุดที่ผมมารึเปล่า
พวกเขากำลังระวังไม่ให้ผมพูดอะไรที่…"

857
00:42:29,320 --> 00:42:32,760
และพวกเขาอยู่ที่นั่น
และผมบอก "สวัสดีครับ" พวกเขาก็ "สวัสดี"

858
00:42:32,840 --> 00:42:35,880
ผมถาม "ให้ผมเริ่มพูดตามบทเลยไหม"
พวกเขาบอก "เชิญครับ"

859
00:42:35,960 --> 00:42:37,240
คนดูเส้นลึก เนอะ

860
00:42:38,960 --> 00:42:40,320
ผมมีบทอยู่ในมือ

861
00:42:40,400 --> 00:42:43,560
แล้วผมก็ไล่อ่านไป
มันยาวประมาณเจ็ดหรือแปดนาที

862
00:42:43,640 --> 00:42:47,400
แล้วผมก็เล่นมุก
และหลังจากแต่ละมุก ผมก็เงยหน้ามอง

863
00:42:47,480 --> 00:42:49,600
พวกเขาทำแบบนี้ จดๆ

864
00:42:49,680 --> 00:42:53,000
มีหนุ่มสาวสองสามคนที่แบบ… แบบนี้

865
00:42:53,640 --> 00:42:56,680
แล้วผมก็อ่านจบ และบอกว่า "จบแล้วครับ"

866
00:42:56,760 --> 00:42:58,840
พวกเขาบอกว่า "ดี"

867
00:42:58,920 --> 00:43:00,640
ผมบอก "เยี่ยม" พวกเขาก็ "ใช่"

868
00:43:00,720 --> 00:43:01,960
แล้วหัวหน้าทนาย

869
00:43:02,040 --> 00:43:04,320
เขาอายุประมาณ 60 ปี ผมสีขาวโพลน

870
00:43:04,400 --> 00:43:06,440
เขาบอก "เอ้อ ใช่ มีอยู่เรื่องนึง"

871
00:43:06,520 --> 00:43:09,000
คืองี้ ผมเล่นมุกนี้ ไม่รู้พวกคุณจำได้ไหม

872
00:43:09,080 --> 00:43:13,720
มุกนั้นคือ "โลกได้เห็น
เจมส์ คอร์เดนเป็นจิ๊เหมียวตัวอ้วน

873
00:43:14,720 --> 00:43:17,440
เขาเล่นหนังเรื่องแคทส์ด้วย แต่ไม่มีใครเห็น"

874
00:43:19,120 --> 00:43:21,960
แล้วมุกก็ดำเนินต่อไป ถึงจุดนึงผมพูดว่า
"แต่เดม จูดี้ เดนช์

875
00:43:22,040 --> 00:43:23,960
บอกว่าเธอเกิดมาเพื่อเล่นบทนี้เลย

876
00:43:24,040 --> 00:43:27,160
เพราะเธอไม่ชอบอะไรมากไปกว่า
การหย่อนก้นลงบนพรม

877
00:43:27,240 --> 00:43:30,200
ยกขาหลังขึ้น และเลียปิ๊ตัวเองแล้ว"

878
00:43:31,880 --> 00:43:35,200
ทนายคนนี้บอกว่า…

879
00:43:35,960 --> 00:43:37,040
เขาบอกว่า…

880
00:43:37,120 --> 00:43:38,880
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ

881
00:43:38,960 --> 00:43:42,600
เขาบอกว่า "ตอนคุณพูดว่าเจมส์ คอร์เดน
เป็นจิ๊เหมียวตัวอ้วน

882
00:43:42,680 --> 00:43:44,760
นั่นหมายถึงบทบาทของเขาในแคทส์ใช่ไหม"

883
00:43:44,840 --> 00:43:46,640
ผมบอก "ใช่ครับ"

884
00:43:49,680 --> 00:43:50,920
"ใช่ครับ แน่นอน"

885
00:43:51,960 --> 00:43:54,320
แล้วเขาก็บอก "โอเค เยี่ยม"

886
00:43:55,680 --> 00:43:57,600
ผมคิด "ก็ง่ายดีแฮะ"

887
00:43:58,600 --> 00:44:01,440
ผมอยากพูดว่า "นี่คุณเรียกตัวเองว่าทนายเหรอ"

888
00:44:01,960 --> 00:44:05,320
แล้วก็แค่นั้นเลย แล้วพวกเขาก็บอกว่า
"ขอให้สนุกกับโชว์" แล้วผมก็กลับ

889
00:44:05,400 --> 00:44:06,560
และตอนที่ผมกำลังจะกลับ

890
00:44:06,640 --> 00:44:10,160
ผมเห็นทนายอีกคนโน้มตัวไปหาหัวหน้าทนาย
แล้วเอาไอโฟนให้เขาดู

891
00:44:10,240 --> 00:44:11,920
แล้วหัวหน้าทนายก็บอกว่า "โอ้ ใช่"

892
00:44:12,000 --> 00:44:13,960
เขาบอก "ขอโทษนะริคกี้ กลับมาก่อนได้ไหม"

893
00:44:14,560 --> 00:44:17,320
ผมอยู่ตรงนั้น ผมบอก "ครับ"
และเขาถือมือถืออยู่

894
00:44:17,400 --> 00:44:20,000
พวกเขาค้นหาคำว่า "ปิ๊"

895
00:44:21,840 --> 00:44:23,400
ผมนึกว่าจะรอดแล้วนะ

896
00:44:23,480 --> 00:44:25,320
ตอนนี้เลยเหมือนผมโดนต่อว่า

897
00:44:25,400 --> 00:44:28,480
แล้วหัวหน้าทนายก็บอกว่า
"ตรงนี้มันบอกว่าคำว่า 'ปิ๊'

898
00:44:28,560 --> 00:44:30,720
เป็นคำดูหมิ่นที่ใช้เรียกอวัยวะเพศหญิง"

899
00:44:30,800 --> 00:44:35,320
ผมบอกว่า "ใช่ครับ มันเป็นคำสแลง
ของคำว่า 'ช่องคลอด' ในอังกฤษ

900
00:44:35,400 --> 00:44:36,360
ที่นี่ไม่พูดเหรอครับ"

901
00:44:36,440 --> 00:44:39,120
เขาบอก "ไม่ เราไม่พูด
แต่เราออกอากาศทั่วโลก

902
00:44:39,200 --> 00:44:42,320
และเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว
ตอนนี้เรารู้แล้วว่าคำนั้นเป็นการดูหมิ่น

903
00:44:42,400 --> 00:44:43,760
เราต้องดูดเสียงคำนั้นออก"

904
00:44:43,840 --> 00:44:47,400
ผมบอก "อย่าดูดเสียงนะครับ
คนที่บ้านจะไม่รู้ว่าผมพูดอะไร"

905
00:44:47,480 --> 00:44:49,640
ผมบอก "มันคือการตบมุกจริงๆ"

906
00:44:49,720 --> 00:44:51,640
เขาบอก "ถ้ามันเป็นคำดูหมิ่น เราต้องทำ"

907
00:44:51,720 --> 00:44:54,960
ผมถาม "งั้นผมจะใช้คำไหนได้
ที่คุณจะไม่ดูดเสียง"

908
00:44:55,040 --> 00:44:57,520
เขาบอกว่า "คุณพูดว่า 'ช่องคลอด' ได้"

909
00:44:57,600 --> 00:45:02,200
ผมบอก "ผมไม่พูดว่า 'ช่องคลอด' หรอก"
มันไม่ขำเลย… เหมือนศัพท์หมอเกินไป

910
00:45:02,280 --> 00:45:04,080
ผมนึกภาพจูดี้ เดนช์พูดว่า

911
00:45:04,160 --> 00:45:06,960
"ทำไมเขาถึงพูดถึงช่องคลอดของฉันจริงๆ นะ"

912
00:45:07,880 --> 00:45:12,520
ผมบอก "'ปิ๊' มันไม่ใช่แบบนั้น
มัน… มันไม่เฉพาะเจาะจงขนาดนั้น"

913
00:45:12,600 --> 00:45:14,360
เพราะ "ช่องคลอด" มันช่าง…

914
00:45:14,440 --> 00:45:16,520
"ช่องคลอดคุณอยู่ไหน" "ตรงนั้น" ใช่ไหม

915
00:45:17,720 --> 00:45:18,680
"ปิ๊คุณอยู่ไหน"

916
00:45:18,760 --> 00:45:19,920
"ตรงนั้น"

917
00:45:23,040 --> 00:45:25,520
ทนายคนนึงที่หนุ่มหน่อยบอกว่า
"แล้วคำว่า 'น้องสาว' ล่ะ"

918
00:45:25,600 --> 00:45:28,160
ผมบอก "ผมไม่พูดว่า 'น้องสาว' หรอกเพื่อน"

919
00:45:28,240 --> 00:45:29,640
"เลียน้องสาวตัวเอง"

920
00:45:29,720 --> 00:45:33,000
ผมบอก "'ปิ๊' น่ะเหมาะสุดแล้ว"
ผมบอก "คนจะไม่รู้ว่ามันหมาย…"

921
00:45:33,080 --> 00:45:36,200
ในอเมริกา พวกเขาไม่รู้หรอก…"
ผมบอก "มันไม่ได้ดูหมิ่นหรอก มัน…"

922
00:45:36,280 --> 00:45:37,440
ผมบอก

923
00:45:37,520 --> 00:45:39,480
"เด็กๆ ใช้คำนี้ในอังกฤษนะ"

924
00:45:41,640 --> 00:45:43,640
ใช่ไหม พวกเขาไม่เชื่อผม

925
00:45:43,720 --> 00:45:44,960
ผมเลยบอกว่า

926
00:45:45,040 --> 00:45:47,080
"แล้ว 'หอย' ล่ะ"

927
00:45:47,600 --> 00:45:50,000
พวกเขาก็เลยค้นหาคำว่า "หอย"

928
00:45:50,080 --> 00:45:52,640
เขาบอก "มันจะทำให้งงนะ เพราะที่อเมริกา

929
00:45:52,720 --> 00:45:54,120
หอยคือสัตว์ทะเล"

930
00:45:54,200 --> 00:45:55,360
ผมบอก "โอ้ นั่น…"

931
00:45:55,440 --> 00:45:58,080
ผมบอก "ให้ผมพูดว่า 'ปิ๊' เถอะ
แล้วอย่าดูดเสียงเลย"

932
00:45:58,160 --> 00:46:00,520
ผมเชียร์คำว่า "ปิ๊" สุดใจขาดดิ้น

933
00:46:01,040 --> 00:46:05,800
มันเหมือนเรื่อง 12 คนพิพากษา ผมบอก
"ห้ามใครกลับไปจนกว่าผมจะพูดว่า 'ปิ๊' ได้"

934
00:46:06,920 --> 00:46:08,840
ผ่านไปสักสิบนาที ผมตื๊อจนพวกเขาใจอ่อน

935
00:46:08,920 --> 00:46:11,200
"ไม่ มันไม่เวิร์กหรอก" ผมบอก "ขอร้องล่ะ"

936
00:46:11,280 --> 00:46:14,600
ผมบอก "ผมจะเขียน…
คุณจะไม่โดนร้องเรียนแน่นอน"

937
00:46:14,680 --> 00:46:17,920
แล้วในที่สุด หัวหน้าทนายก็บอกว่า
"ก็ได้ คุณพูดว่า ''ปิ๊' ได้"

938
00:46:18,000 --> 00:46:19,960
ผมบอก "อย่าดูดเสียงนะ" เขาบอก "ไม่ดูด"

939
00:46:20,040 --> 00:46:23,160
ผมบอก "สัญญานะ" เขาบอก "ได้"
แล้วผมก็กลับ ผมรู้พวกเขาจะดูดเสียง

940
00:46:24,120 --> 00:46:25,680
แล้วพวกเขาก็ดูดเสียงจริงๆ

941
00:46:25,760 --> 00:46:27,840
เพราะงั้นตอนที่ผมพูดว่า "ปิ๊"

942
00:46:27,920 --> 00:46:29,240
ผมเลยชี้

943
00:46:39,320 --> 00:46:43,200
คำถามที่มีคนถามผมบ่อยที่สุด
เกี่ยวกับงานลูกโลกทองคำก็คือ

944
00:46:43,720 --> 00:46:46,760
"มีใครไหมที่โกรธมากกับสิ่งที่คุณพูด
จนหลังจากนั้นไปหาคุณแล้ว…"

945
00:46:46,840 --> 00:46:48,200
ผมบอกทุกทีว่า "โอ้ ไม่มีหรอก"

946
00:46:48,280 --> 00:46:53,440
ต่อให้มันเกิดขึ้น ผมก็ไม่พูดหรอก
เพราะผมไม่ชอบการซุบซิบนินทาน่ะ บอกตรงๆ

947
00:46:53,520 --> 00:46:56,720
แต่ผมคิดว่ามีผู้ชายคนนึงที่เข้าใจผิด

948
00:46:56,800 --> 00:46:58,600
มันไม่ได้แย่… ไม่

949
00:46:58,680 --> 00:47:01,080
กล้องจับไปที่เขา และผมไม่ใช่คนคุมกล้อง

950
00:47:01,160 --> 00:47:04,200
ผมคิดว่าเขาเหวอน่ะ และคนนั้นคือเอลตัน จอห์น

951
00:47:04,280 --> 00:47:08,080
แต่มันไม่ใช่มุกที่แย่นะ
ผมกำลังแนะนำมาดอนน่า โอเคไหม

952
00:47:08,160 --> 00:47:11,840
แล้วผมมารู้ทีหลังว่า
เขากับมาดอนน่ามีเรื่องบาดหมางกันอยู่

953
00:47:11,920 --> 00:47:14,560
และเขาเกลียดการถูกพูดถึง
ในประโยคเดียวกับเธอ

954
00:47:14,640 --> 00:47:16,760
แต่ตอนนั้นผมไม่รู้ ผมงงเลย

955
00:47:16,840 --> 00:47:20,440
และมันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทพูดของผม
แต่ผมอยู่ตรงนั้นประมาณสามชั่วโมงได้

956
00:47:20,520 --> 00:47:23,120
และผู้จัดการเวทีก็โผล่หน้ามาเป็นช่วงๆ ถามว่า

957
00:47:23,200 --> 00:47:25,120
"อยากแนะนำคนนั้นคนนี้ไหม" ผมบอก "ได้"

958
00:47:25,200 --> 00:47:27,600
ผมเดินออกไป แนะนำปกติ หรือด้นสด

959
00:47:27,680 --> 00:47:30,960
และอันนี้ก็เป็นการด้นสดนิดหน่อย
เพราะผมเห็นเอลตัน จอห์นนั่งอยู่แถวหน้า

960
00:47:31,480 --> 00:47:33,400
มุกเป็นอย่างนี้ครับ ผมออกไปและพูดว่า

961
00:47:34,080 --> 00:47:36,760
"ผู้ประกาศรางวัลคนต่อไปของเราคือ
ราชินีเพลงป๊อป

962
00:47:36,840 --> 00:47:39,440
ไม่ใช่คุณ เอลตัน นั่งลง"

963
00:47:40,200 --> 00:47:41,640
แล้วกล้องก็รับหน้าเขา เขาแบบ…

964
00:47:41,720 --> 00:47:43,760
แล้วผมก็แบบ "เชี่ยแล้ว เขาไม่ชอบ"

965
00:47:43,840 --> 00:47:47,360
แล้วผมก็คิด "ทำไมเขาถึง… พระเจ้า
เขาคิดว่าฉันเกลียดพวกรักร่วมเพศเหรอ

966
00:47:47,440 --> 00:47:49,680
ฉันไม่ได้เกลียดนะ"
ในหัวผมมีแต่เรื่องพวกนี้

967
00:47:49,760 --> 00:47:52,840
แล้วผมก็คิดว่า
"เขาต้องเคยได้ยินมาหนักกว่านี้แน่"

968
00:47:52,920 --> 00:47:56,560
ในช่วงปี 1980 ตอนที่เอลตัน จอห์น
ยังไม่เปิดเผยรสนิยมทางเพศ…

969
00:47:56,640 --> 00:47:59,480
เขาไม่เปิดตัว เขาแต่งงานอยู่กับผู้หญิงคนนึง

970
00:47:59,560 --> 00:48:01,720
เขาเป็นประธานสโมสรฟุตบอลวอตฟอร์ดด้วย

971
00:48:01,800 --> 00:48:05,600
และเขากับภรรยาในตอนนั้น
จะไปดูวอตฟอร์ดเล่นด้วยกัน

972
00:48:05,680 --> 00:48:07,600
และคนดูทั้งหมดจะร้องเพลงว่า

973
00:48:07,680 --> 00:48:09,480
"อย่าก้มลงตอนที่เอลตันอยู่ใกล้ๆ

974
00:48:09,560 --> 00:48:11,680
ไม่งั้นคุณอาจโดนจุ๊ดจู๋เสียบตูดได้"

975
00:48:14,520 --> 00:48:17,440
ซึ่งทำให้มุกของผมดูจิ๊บจ๊อยไปเลย

976
00:48:18,960 --> 00:48:21,960
ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นแฟนบอลรู้ได้ยังไงว่า
ต้องเริ่มร้องเพลงตอนไหน

977
00:48:22,040 --> 00:48:22,920
ในคีย์เดียวกัน

978
00:48:23,000 --> 00:48:25,440
หรือว่าพวกเขาแจกแผ่นโน้ตเพลงก่อน…

979
00:48:25,520 --> 00:48:28,200
เราจะร้องเพลง "จุ๊ดจู๋เสียบตูด" คีย์ซีนะ

980
00:48:28,960 --> 00:48:31,520
เจฟฟ์จะเป็นคนโซโล่ มันแบบ… และ…

981
00:48:32,040 --> 00:48:35,800
สิ่งที่ปกติพวกเขาทำกันคือเอาทำนองดั้งเดิม
ที่ทุกคนรู้จักมาใช้ แล้วก็เปลี่ยนเนื้อร้อง

982
00:48:35,880 --> 00:48:38,200
อัจฉริยะบางคนเปลี่ยนเนื้อเพลง

983
00:48:38,280 --> 00:48:42,880
ให้เป็นการด่าใครสักคน หรืออะไรสักอย่าง
หรืออะไรสักแห่ง หรืออะไรก็ตาม

984
00:48:42,960 --> 00:48:44,920
และเพลงที่พวกเขาชอบใช้ ผมจำได้

985
00:48:45,000 --> 00:48:47,320
มันคือเพลงเก่าสำหรับสังสรรค์ของชาวค็อกนีย์

986
00:48:47,920 --> 00:48:50,360
สามีฉันบอกให้ตามรถตู้ไป

987
00:48:50,440 --> 00:48:52,280
และอย่าเอ้อระเหยลอยชายระหว่างทาง

988
00:48:52,360 --> 00:48:54,760
รู้จักเพลงนี้ไหม
จำคำว่า "เอ้อระเหยลอยชาย" ได้ไหม

989
00:48:54,840 --> 00:48:57,760
พวกเขาใช้มันอย่างสร้างสรรค์มากๆ
ในเวอร์ชั่นของพวกเขา

990
00:48:57,840 --> 00:49:00,760
และนี่คือเนื้อเพลงของพวกเขา
มันเป็นยุค 80 นะ

991
00:49:00,840 --> 00:49:03,520
มันไม่ถูกต้องทางการเมือง ผมขอโทษ

992
00:49:03,600 --> 00:49:06,040
แต่พวกเขาเป็นพวกแฟนบอลหัวรุนแรง
คุณจะทำอะไรได้ล่ะ

993
00:49:06,120 --> 00:49:10,920
มาวิเคราะห์เนื้อเพลงสุดอัจฉริยะของพวกเขากัน
นี่คือเพลงที่พวกเขาเคยร้องครับ

994
00:49:11,440 --> 00:49:13,880
อย่าก้มลงตอนที่เอลตันอยู่ใกล้ๆ

995
00:49:13,960 --> 00:49:16,280
ไม่งั้นคุณอาจโดนจุ๊ดจู๋เสียบตูดได้

996
00:49:16,360 --> 00:49:17,760
ก็อาจจะโดนจริงนะ

997
00:49:17,840 --> 00:49:20,680
ไม่จำเป็นต้องเป็นจู๋เขาก็ได้ แต่

998
00:49:21,240 --> 00:49:24,360
นักคณิตศาสตร์ในหมู่พวกคุณ
คงบอกว่า "มีความเป็นไปได้…"

999
00:49:24,880 --> 00:49:27,880
คือถ้าคนพันคนก้มลงตอนที่เอลตันอยู่ใกล้ๆ

1000
00:49:27,960 --> 00:49:29,320
หนึ่งในนั้นอาจจะโดน…

1001
00:49:29,400 --> 00:49:31,720
อาจมีคนตกลงมาจักรยาน
และพูดว่า "ขอโทษนะ"

1002
00:49:31,800 --> 00:49:33,480
แล้วพวกเขาก็แบบว่า "โอ้ เชี่ย"

1003
00:49:33,560 --> 00:49:35,640
และนักวิทยาศาสตร์ก็จะแบบ "หนึ่ง"

1004
00:49:35,720 --> 00:49:37,280
นึกออกไหม มันมีโอกาส…

1005
00:49:38,160 --> 00:49:41,960
แล้วก็ "ตอนที่เอลตันอยู่ใกล้ๆ"
มันคลุมเครือ มันอาจตรงกับ…

1006
00:49:42,040 --> 00:49:45,920
อาจมีสุภาพบุรุษสองคน
มีเซ็กซ์ทางทวารหนักกันในห้องพักโรงแรม

1007
00:49:46,000 --> 00:49:47,520
แล้ววันต่อมาพวกเขาก็พบว่า

1008
00:49:47,600 --> 00:49:50,280
เอลตัน จอห์นพักอยู่ในห้องถัดไป

1009
00:49:50,360 --> 00:49:53,920
และพวกเขาแบบว่า "ฉันโดนจุ๊ดจู๋เสียบตูด
ตอนที่เอลตันอยู่ใกล้ๆ"

1010
00:49:55,000 --> 00:49:56,680
เนื้อเพลงพวกเขาก็ถูกอยู่นะ

1011
00:49:57,400 --> 00:49:59,160
อย่าก้มลงตอนที่เอลตันอยู่ใกล้ๆ

1012
00:49:59,240 --> 00:50:01,080
ไม่งั้นคุณอาจโดนจุ๊ดจู๋เสียบตูดได้

1013
00:50:01,160 --> 00:50:03,200
เขากล้าเรียกเราว่า "ที่รัก"

1014
00:50:03,280 --> 00:50:05,560
เราทุกคนรู้ว่าเขาแม่งเป็นเควียร์

1015
00:50:05,640 --> 00:50:06,760
โทษที

1016
00:50:06,840 --> 00:50:08,440
จากนั้นก็…

1017
00:50:08,520 --> 00:50:09,800
เขาลอยชายเอ้อระเหย

1018
00:50:09,880 --> 00:50:11,240
พวกเขาสลับคำ ทำไม

1019
00:50:11,320 --> 00:50:12,520
เขาลอยชายเอ้อระเหย

1020
00:50:12,600 --> 00:50:14,360
เขาเล่นจุ๊ดจู๋ของคนอื่น

1021
00:50:15,880 --> 00:50:19,040
เหมือนเดิม ผมไม่รู้ว่า "เล่นกับ"
หมายถึงอะไรในบริบทนี้

1022
00:50:19,120 --> 00:50:22,120
อาจจะแบบ… อาจเป็นอะไรก็ได้ใช่ไหมล่ะ

1023
00:50:23,880 --> 00:50:25,760
"นึกว่าคุณจะดูดมันซะอีก" "ไม่"

1024
00:50:27,520 --> 00:50:29,920
เขาลอยชายเอ้อระเหย
เขาเล่นจุ๊ดจู๋ของคนอื่น

1025
00:50:30,000 --> 00:50:31,560
เขาเสียบทุกตูดในเมือง

1026
00:50:31,640 --> 00:50:35,160
ผมจะหยุดพวกเขาตรงนั้น ผมจะบอกว่า "ไม่"
อันนั้นพิสูจน์ได้เลยว่าไม่จริง

1027
00:50:35,240 --> 00:50:37,520
เขาไม่ได้เสียบทุกตูดในเมืองหรอก

1028
00:50:37,600 --> 00:50:40,760
เราพิสูจน์ได้ ลองนึกถึงเมืองเล็กๆ ดูสิ
อย่างวอตฟอร์ดก็ได้

1029
00:50:40,840 --> 00:50:42,440
มีคน 120,000 คน

1030
00:50:42,520 --> 00:50:45,400
เขาไม่ได้เสียบทั้ง 120,000 ตูดหรอก

1031
00:50:45,480 --> 00:50:50,080
ครึ่งนึงก็เป็นผู้หญิงแล้ว
เพราะงั้นอย่างมากก็ 60,000

1032
00:50:50,160 --> 00:50:53,000
และผมว่าเขาไม่ได้ล่อทั้ง 60,000 หรอก
ถ้าเขาทำ ก็ขอให้โชคดี

1033
00:50:53,080 --> 00:50:55,120
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของผม
นี่คือประเด็นของผม

1034
00:50:56,680 --> 00:51:00,880
ภรรยาของเขาในตอนนั้นคิดยังไง
เพราะเขาไม่เปิดเผย

1035
00:51:00,960 --> 00:51:04,160
และเธอเพิ่งแต่งงานกับเอลตัน จอห์น
เธอไม่มีทาง… เธอกำลังมีความรัก

1036
00:51:04,240 --> 00:51:07,200
เธอภูมิใจในตัวเขามาก เอลตัน จอห์น
และเขาเป็นประธานวอตฟอร์ด

1037
00:51:07,280 --> 00:51:10,200
เธอบอก "ฉันแต่งงาน
กับเอลตัน จอห์น ป็อปสตาร์"

1038
00:51:10,280 --> 00:51:12,160
แล้วคนดูทั้งหมดก็ร้องเพลง

1039
00:51:12,240 --> 00:51:16,360
"อย่าก้มลงตอนที่เอลตันอยู่ใกล้ๆ
ไม่งั้นคุณอาจโดนจุ๊ดจู๋เสียบตูดได้"

1040
00:51:16,440 --> 00:51:19,160
เธอคงแบบว่า
"ทำไมพวกเขาร้องเพลงนั้นล่ะ เอลตัน"

1041
00:51:19,240 --> 00:51:21,800
แล้วเขาก็บอกว่า "ไม่รู้สิ ดูบอลเถอะ"

1042
00:51:21,880 --> 00:51:25,360
เข้าใจใช่ไหม คงอึดอัดน่าดู

1043
00:51:27,720 --> 00:51:29,800
ใกล้หมดเวลาของผมแล้วละ แต่ผมเพิ่งจะ…

1044
00:51:29,880 --> 00:51:34,360
ก่อนหน้านี้ผมบอกไปแล้วว่างานลูกโลกทองคำ
ไม่เคยห้ามผมไม่ให้เล่นมุกไหนเลยสักครั้ง

1045
00:51:34,440 --> 00:51:35,720
และนั่นเป็นเรื่องจริงสุดๆ นะ

1046
00:51:35,800 --> 00:51:39,000
แต่ผมเพิ่งนึกได้ว่ามีมุกนึงที่ผมห้ามตัวเอง

1047
00:51:39,080 --> 00:51:41,840
เพราะผมปอดแหกนิดๆ และผมอยากจะ…

1048
00:51:41,920 --> 00:51:44,320
ผมว่าผมระวังมากเกินไป
ผมอยากเล่าให้พวกคุณฟัง

1049
00:51:44,400 --> 00:51:48,200
ผมได้มีโอกาสแนะนำเจสัน โมโมอา

1050
00:51:48,280 --> 00:51:50,440
รู้ไหมครับว่าเจสัน โมโมอาคือใคร
รู้จักใช่ไหม

1051
00:51:50,520 --> 00:51:55,200
ผมเลยคิดว่ามุกแซวตัวเองที่ควรเล่นคือ
การโชว์ความเสแสร้งและความขี้ขลาดของผม

1052
00:51:55,280 --> 00:51:58,920
ผมโอเคที่จะด่านักแสดงนะ
ใครจะไปกลัวนักแสดงล่ะ

1053
00:51:59,000 --> 00:52:01,720
แต่พอเป็นผู้ชายตัวโต ผมก็ไม่ค่อยกล้า

1054
00:52:01,800 --> 00:52:02,880
ผมเลยจะพูดว่า

1055
00:52:02,960 --> 00:52:06,320
"ผมไม่มีอะไรไม่ดีจะพูดถึง
ผู้ประกาศรางวัลคนต่อไปเลย

1056
00:52:06,400 --> 00:52:09,360
เพราะจู๋ของเขาใหญ่เท่าแขนเด็ก"

1057
00:52:11,000 --> 00:52:13,920
และผมบอกเพื่อนผมว่าจะพูดแบบนั้น
แล้วเพื่อนผมก็บอกว่า

1058
00:52:14,000 --> 00:52:15,360
"คนจะคิดว่าเหยียดเชื้อชาติไหม"

1059
00:52:15,440 --> 00:52:17,080
ผมถาม "เหยียดเชื้อชาติตรงไหน"

1060
00:52:17,160 --> 00:52:19,560
เขาบอก "ก็เขาเป็นคนผิวสี และ…"

1061
00:52:19,640 --> 00:52:21,240
ผมบอก "เรื่องนั้นไม่เกี่ยวซะหน่อย

1062
00:52:21,320 --> 00:52:23,240
ประเด็นคือเขาตัวใหญ่มาก

1063
00:52:23,320 --> 00:52:26,600
จนจู๋เขาอาจจะใหญ่เท่าแขนเด็ก"

1064
00:52:26,680 --> 00:52:28,840
ผมเลยไม่ได้เล่นมุกนี้
ซึ่งมุกที่ตามมาก็ดีมากด้วยนะ

1065
00:52:28,920 --> 00:52:32,000
ผมจะเล่าให้หมดเลยละกัน
นี่คือทั้งหมดที่ตอนนั้นผมจะพูด

1066
00:52:32,520 --> 00:52:34,400
เอาละ ผมออกไปและพูดว่า

1067
00:52:35,160 --> 00:52:38,200
"ผมไม่มีอะไรไม่ดีจะพูดถึง
ผู้ประกาศรางวัลคนต่อไปเลย

1068
00:52:38,280 --> 00:52:40,560
เพราะจู๋ของเขาใหญ่เท่าแขนเด็ก

1069
00:52:40,640 --> 00:52:41,880
ไม่เหมือนปีเตอร์ ดิงค์เลจ

1070
00:52:41,960 --> 00:52:43,920
ที่มีแขนเหมือนจู๋เด็ก"

1071
00:52:56,360 --> 00:52:58,200
ดีใจมากครับที่ได้ยินเสียงหัวเราะแบบนี้

1072
00:52:58,280 --> 00:53:02,400
เพราะคุณอาจไม่ได้สังเกตเท่านักแสดงตลก
แต่สิบปีนี้ เราเจอเรื่องแปลกๆ เยอะมาก

1073
00:53:02,480 --> 00:53:05,640
จนเราลังเลกันจริงๆ แบบ "มันโอเคไหมนะ"

1074
00:53:05,720 --> 00:53:08,560
คนสมัยนี้มองอะไรเป็นการล่วงเกินไปหมด

1075
00:53:08,640 --> 00:53:11,680
แต่เราโต้กลับ และเราชนะ
เพราะฉะนั้นช่างพวกแม่ง

1076
00:53:20,040 --> 00:53:23,520
จนกว่าจะพบกันใหม่ พวกเขายังไม่ไปไหน
พวกเขาแค่เลียแผลอยู่

1077
00:53:23,600 --> 00:53:25,520
พวกเขาจะกลับมาพร้อมอะไรที่บ้ากว่าเดิม

1078
00:53:25,600 --> 00:53:27,280
แต่ครั้งหน้าจำไว้ด้วยนะว่าเป็นใคร

1079
00:53:27,360 --> 00:53:31,680
มันมักจะเป็นพวกคนมีการศึกษา คนชั้นกลาง

1080
00:53:31,760 --> 00:53:36,080
มีสิทธิพิเศษ และชนชั้นสูงเสมอ
ที่มาบอกคนชั้นแรงงานทั่วไป

1081
00:53:36,160 --> 00:53:39,200
ว่าอะไรทำได้ อะไรไม่ได้
อะไรพูดได้ อะไรหัวเราะได้

1082
00:53:39,280 --> 00:53:43,320
โดยที่ไม่เข้าใจเลยว่า
เรื่องตลกสำคัญต่อคนธรรมดาแค่ไหน

1083
00:53:43,400 --> 00:53:45,720
ตอนผมเด็กๆ
เติบโตมาในเรดิงโดยไม่มีอะไรเลย

1084
00:53:45,800 --> 00:53:47,360
อารมณ์ขันเป็นเหมือนเครื่องช่วยชีวิต

1085
00:53:47,440 --> 00:53:49,200
มันเป็นเหมือนพลังพิเศษ

1086
00:53:49,280 --> 00:53:51,880
ไม่ใช่พลังพิเศษจริงๆ แบบบินได้
แต่คุณเข้าใจผมแหละ

1087
00:53:51,960 --> 00:53:53,920
ลองถามใครก็ได้ว่าพลังพิเศษของเขาคืออะไร

1088
00:53:54,000 --> 00:53:56,280
ผมว่าเจ็ดในสิบคนจะตอบว่า "บินได้"

1089
00:53:56,360 --> 00:53:59,280
อีกสามคนจะตอบว่า "พลังมหาศาล"
หรืออะไรสักอย่าง ซึ่งเยี่ยมมาก

1090
00:53:59,360 --> 00:54:02,920
ถ้าคุณเป็นซูเปอร์ฮีโร่ บินไปทั่ว
มีพลังมหาศาล ก็เยี่ยมเลย

1091
00:54:03,000 --> 00:54:05,480
แต่ไม่ช้าก็เร็ว ซูเปอร์วายร้ายจะบอกว่า

1092
00:54:05,560 --> 00:54:07,360
"ดูไอ้ห่ารากนั่นสิ ฉันจะ…

1093
00:54:07,920 --> 00:54:10,240
ฉันจะจับมันแล้วฆ่ามัน"

1094
00:54:10,320 --> 00:54:13,120
พลังพิเศษของผมเนี่ย
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือผม

1095
00:54:13,200 --> 00:54:15,640
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการใช้พลังพิเศษ

1096
00:54:15,720 --> 00:54:17,320
มันจะช่วยให้คุณรอดจากทุกสถานการณ์

1097
00:54:17,400 --> 00:54:21,640
พลังพิเศษของผมคือความสามารถ
ในการทำให้ทุกคน

1098
00:54:21,720 --> 00:54:23,160
ขี้ราดได้ทันที

1099
00:54:24,160 --> 00:54:27,200
ลองคิดดูนะ คุณโดนจี้ด้วยมีด
พวกเขาบอก "ส่งกระเป๋าตังค์มา"

1100
00:54:27,280 --> 00:54:29,560
คุณแค่… พวกเขาจะ "เชี่ย"

1101
00:54:29,640 --> 00:54:30,880
"โอ๊ย ไอ้ฉิบหาย"

1102
00:54:30,960 --> 00:54:32,800
จบเกมครับ จบเกมเลย

1103
00:54:38,200 --> 00:54:40,040
นั่นเป็นอีกเรื่องที่ผมภูมิใจมาก

1104
00:54:40,120 --> 00:54:42,560
พูดตามตรงเลยนะ ตลอด 64 ปีที่ผมมีชีวิตมา

1105
00:54:42,640 --> 00:54:46,000
ผมไม่เคยขี้ราดเลยสักครั้ง

1106
00:54:46,520 --> 00:54:49,000
ไม่ อย่าปรบมือ ไม่

1107
00:54:49,880 --> 00:54:51,000
ไม่! โอเค

1108
00:54:52,080 --> 00:54:53,080
ใช่

1109
00:54:54,040 --> 00:54:56,160
"ทำไมคุณถึงชอบลอนดอนนักล่ะ ริค"

1110
00:54:56,240 --> 00:54:59,000
เพราะคุณได้รับเสียงปรบมือ
จากการไม่ขี้ราดตัวเอง

1111
00:55:00,360 --> 00:55:01,320
ใช่ครับ

1112
00:55:01,400 --> 00:55:03,360
แต่นั่นเป็นขั้นต่อไปแล้ว

1113
00:55:03,440 --> 00:55:06,000
ผมคิดว่าอีกสิบปีข้างหน้า ผมจะ…

1114
00:55:06,080 --> 00:55:09,760
แต่จนถึงตอนนี้
รูตูดผมไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลย

1115
00:55:09,840 --> 00:55:11,840
รูตูดของมนุษย์เนี่ย ถูกประเมินค่าต่ำไปมากนะ

1116
00:55:11,920 --> 00:55:15,000
ทุกคนพูดว่า "สมองมนุษย์
คือคอมพิวเตอร์ที่ล้ำที่สุดที่มนุษย์เคยมีมา"

1117
00:55:15,080 --> 00:55:17,520
"ตับมนุษย์สามารถงอกใหม่ได้เอง"

1118
00:55:17,600 --> 00:55:20,200
รูตูดคุณทำงานทั้งวันทั้งคืนนะ

1119
00:55:20,280 --> 00:55:25,960
แม้แต่ตอนที่คุณหลับ ก็ยังแบบนี้
"ออกมาไม่ได้นะ"

1120
00:55:27,120 --> 00:55:28,120
"ไม่"

1121
00:55:30,240 --> 00:55:32,480
"ออกมาไม่ได้นะ และแกก็ห้ามเข้ามาด้วย"

1122
00:55:42,880 --> 00:55:45,400
เพราะในนั้นมันเหมือนท่อระบายน้ำใช่ไหม

1123
00:55:45,480 --> 00:55:47,480
แต่คุณมีฝาท่อเล็กๆ ที่ดีงามอยู่

1124
00:55:47,560 --> 00:55:50,000
ลองคิดถึงชีวิตจริงสิ กำลังเดินไปบนทางเท้า

1125
00:55:50,080 --> 00:55:53,040
ถ้ามันระเบิด… และคุณก็รู้ว่า
ในท่อระบายน้ำมีอะไรอยู่ใช่ไหม

1126
00:55:53,120 --> 00:55:55,080
ฉี่และอึ

1127
00:55:55,680 --> 00:55:57,440
และน้ำว่าว และ…

1128
00:55:58,560 --> 00:56:00,040
ปลาทองตาย

1129
00:56:01,240 --> 00:56:02,640
ตัวอ่อนในท้อง

1130
00:56:03,160 --> 00:56:04,720
ที่จีนน่ะ

1131
00:56:04,800 --> 00:56:05,840
แค่…

1132
00:56:06,520 --> 00:56:09,080
แค่เด็กผู้หญิงด้วยนะ ใจเย็นๆ

1133
00:56:14,440 --> 00:56:17,160
ผมก็อยู่ในวัยนั้นแล้วเหมือนกัน
เพราะผมอยู่ในวงการบันเทิง

1134
00:56:17,240 --> 00:56:19,200
คนถามว่า "คุณจะไปดึงหน้าไหม"

1135
00:56:19,280 --> 00:56:20,520
ผมตอบ "ไม่"

1136
00:56:20,600 --> 00:56:24,000
คุณเคยเห็นการดึงหน้าไหม
มันแข็งทื่อแบบนี้เลย นึกออกไหม

1137
00:56:24,080 --> 00:56:26,000
คุณไปหาหมอ และหมอบอกว่า

1138
00:56:26,080 --> 00:56:28,440
"คุณอยากดูแก่หรือดูเหมือนคนจีน" มันเหมือนกับ…

1139
00:56:29,480 --> 00:56:32,160
ดูเหมือนคนจีนก็ไม่ผิดหรอกนะ ถ้าคุณเป็นคนจีน

1140
00:56:32,240 --> 00:56:34,360
ถ้าคุณไม่ใช่คนจีน มันก็จะแปลกๆ หน่อย

1141
00:56:34,440 --> 00:56:36,080
มันเป็นการดูถูก ทำไมปล่อยให้ทำได้

1142
00:56:36,160 --> 00:56:39,560
คุณห้ามแต่งหน้าเลียนแบบคนดำ
ทำไมถึงทำแบบนั้นได้

1143
00:56:40,600 --> 00:56:43,960
มันอาจมีข้อกำหนดและเงื่อนไข
เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่เหยียดเชื้อชาติขนาดนั้น

1144
00:56:44,040 --> 00:56:46,200
หมอบอกว่า "เอาละ เราทำตาแล้ว

1145
00:56:46,280 --> 00:56:49,240
แต่อย่าใส่หมวกทรงแหลม
ออกจากบ้านเด็ดขาดเพราะ…"

1146
00:56:55,160 --> 00:56:56,480
ทำตัวเป็นเด็กจริงๆ

1147
00:56:56,560 --> 00:56:58,040
ทำตัวเป็นเด็กสุดๆ เลย

1148
00:56:58,920 --> 00:57:02,600
หวังว่าคุณจะเห็นด้วยว่ามันเป็นโชว์เชิงบวก
มันไม่เกี่ยวกับความตาย มันเกี่ยวกับชีวิต

1149
00:57:02,680 --> 00:57:05,480
บางคนกังวลเรื่องความตายมาก
จนลืมที่จะใช้ชีวิต

1150
00:57:05,560 --> 00:57:09,160
บางคนก็กลัวที่จะทำเรื่องต่างๆ
พวกเขาบอกว่า "ไม่ มันอันตราย"

1151
00:57:09,240 --> 00:57:12,400
สิ่งที่สนุกที่สุดล้วนอันตรายทุกอย่าง
ถนนก็อันตราย

1152
00:57:12,480 --> 00:57:15,080
แอลกอฮอล์ก็อันตราย แอลกอฮอล์คือยาพิษ

1153
00:57:15,160 --> 00:57:18,080
ผมควรรู้ ผมขายมัน ดัตช์บาร์นไง

1154
00:57:18,160 --> 00:57:22,400
ใช่ แอลกอฮอล์
ทำให้คุณเป็นโรคทางสมอง โรคตับ

1155
00:57:22,480 --> 00:57:25,000
โรคไต โรคหัวใจ โรคจิต

1156
00:57:25,080 --> 00:57:28,480
แต่มันทำให้คุณผ่อนคลาย
ในปาร์ตี้ได้จริงๆ ดังนั้น…

1157
00:57:29,400 --> 00:57:32,560
คิดถึงเด็กๆ ทุกคน
ที่เกิดมาเพราะแอลกอฮอล์สิ ใช่

1158
00:57:32,640 --> 00:57:35,960
หลายคนพิการถ้าแม่ยังคงดื่มต่อไป

1159
00:57:36,480 --> 00:57:39,640
แต่ข้อดีของการเกิดมาพิการคือ

1160
00:57:40,240 --> 00:57:41,240
คุณ…

1161
00:57:42,400 --> 00:57:43,480
ฟังผมก่อน

1162
00:57:45,120 --> 00:57:49,360
ข้อดีของการเกิดมาพิการคือ
คุณสามารถเริ่มดื่มตั้งแต่อายุยังน้อยกว่ามากๆ ได้

1163
00:57:49,440 --> 00:57:51,280
และไม่มีใครทำให้คุณ… เข้าใจใช่ไหม

1164
00:57:51,360 --> 00:57:53,720
ถ้าคุณเห็นเด็กปกติดื่ม
คุณจะบอก "ไอ้เด็กเลว"

1165
00:57:53,800 --> 00:57:56,840
ถ้าคุณเห็นเด็กพิการดื่ม
คุณบอก "เออ เอาเลย"

1166
00:57:56,920 --> 00:57:57,920
เข้าใจใช่ไหม

1167
00:57:58,000 --> 00:58:01,320
คุณอายุแปดหรือเก้าขวบ
คุณผ่านการผ่าตัดที่เจ็บปวดมา 27 ครั้ง

1168
00:58:01,400 --> 00:58:02,640
คุณได้เจอออลลี่ เมอร์ส

1169
00:58:02,720 --> 00:58:04,800
ดื่มเถอะ ว่าไหม

1170
00:58:06,920 --> 00:58:07,920
เอาละ

1171
00:58:09,120 --> 00:58:11,800
อย่างที่คุณเห็น ผมไม่เหลือมุกเด็ดๆ แล้ว

1172
00:58:13,000 --> 00:58:16,400
แต่พวกคุณสุดยอดกันมากๆ
ขอบคุณและราตรีสวัสดิ์ครับ

1173
00:59:07,600 --> 00:59:12,520
คำบรรยายโดย กมลรัตน์ ชุติเชาวน์กุล



